ปราบพยศร้าย...นายพยศรัก [YUZHOU]

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 16 แฟนสาวของสวี่เว่ยโจว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    13 ม.ค. 60

ตอนที่ 16 แฟนสาวของสวี่เว่ยโจว

 

หลังจากเก็บล้างถ้วยชามเรียบร้อยผมก็เตรียมตัวออกไปทำงาน เดินไปเคาะบอกไอ้แมวแสบว่าจะไปแล้ว แต่อีกฝ่ายกลับเงียบไม่หือไม่อือ และที่ผิดปกติคือ..ไม่ด่าสักคำ สงสัยจะโกรธปนเขินอยู่ ผมก็เลยไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อ

 

ถามว่ากลัวไหมที่ยังไม่เคลียร์กันให้เรียบร้อยแต่ผมก็ดันออกไปทำงาน แถมคู่กรณีก็เอาแต่หลบหน้า ถ้าเป็นก่อนหน้านี้อาจจะกลัวครับ กลัวว่าถ้าเขารู้ความจริงว่าผมคิดยังไงกับเขา แล้วจะหนีไป

 

แต่เท่าที่ได้เห็นท่าทางเว่ยโจวจากเมื่อตอนเช้า ผมก็บอกกับตัวเองว่า ไม่ว่าอีกฝ่ายมีแรงหนีเท่าไหร่ เชิญหนีไปตามสบายเลย เพราะผมจะตามไปเอาตัวเขากลับมาจนได้นั่นแหละ

 

ถ้าคนไม่รู้สึกอะไรใครจะเขินล่ะครับจริงไหม จริงอยู่เรื่องที่ว่าเว่ยโจวรู้ความจริงว่าถูกจูบถึงได้โกรธผม แต่เท่าที่เห็น เขาไม่ได้แค่โกรธอย่างเดียว แต่เขินจนแดงไปทั้งหน้าทั้งหูเสียขนาดนั้น ถ้าโกรธอย่างเดียวนี่คงด่าผมจนหูชาไปแล้ว คุณๆ ก็เห็นว่าปากร้ายจะตายไป

 

แต่เมื่อเช้าน่ะเขาเขินจนด่าไม่ออก แถมไม่ยอมสบตาผมอีกต่างหาก ถ้าเป็นปกติเหรอคงจ้องหน้าท้าต่อยผมไปแล้วล่ะแค่พ่อใหญ่ของบ้านตระกูลสวี่(เว่ยหลาง)ไม่ได้ขัดขวาง ผมก็มีชัยไปกว่าครึ่ง คนอื่นในบ้านเดี๋ยวค่อยไปว่ากันอีกที

 

แล้วอย่างนี้คุณชายสวี่คนแมนสุดแสนหล่อเหลาเขาจะหนีผมไปไหนพ้นล่ะครับ คนโบราณเขาว่าไว้ คู่กันแล้วไม่แคล้วกันหรอก ปกติผมก็ไม่ได้เชื่ออะไรมากมายนะครับ แต่วันนี้รู้สึกเชื่อมั่นในคำโบราณมาก

 

หึหึ...วันนี้เป็นเช้าวันจันทร์ที่ดีที่สุดในชีวิตผมเลย

 

 

 

 

ไม่รู้ว่าคนที่ผมกำลังคิดถึงอยู่ป่านนี้จะทำอะไรนะ อาจจะกำลังนั่งสรรเสริญผมเป็นชุด วางแผนแก้เผ็ด เตรียมคำด่าไว้ต้อนรับผมตอนเย็น นอนหลับต่อ หรือ..โทรฟ้องพี่ชาย

 

อ่า...จากตัวเลือกที่คิดได้ ข้อแรกกับข้อสุดท้ายนี่เป็นไปได้สูงสุด ต้องถามเว่ยหลางครับถึงจะรู้ พอรถติดไฟแดงผมก็จัดการโทรออกหาเพื่อนสุดที่รักทันที

 

[นี่จะไม่ให้ฉันได้ขับรถไปทำงานกันเลยหรือไงวะอีกฝ่ายบ่นไม่จริงจังนักมาตามสายทันทีที่รับโทรศัพท์จากผม

 

“อะไรของนาย” ผมถามกลับไป

[คนหนึ่งวางสาย ยังไม่ทันจะวางมือถือ อีกคนก็โทรเข้าอย่างกับนกรู้เพื่อนพูดจบผมก็หัวเราะเบาๆ แสดงว่าผมคิดถูก เห็นไหมล่ะครับ บอกแล้วว่าผมรู้ทันไอ้แมวซนแน่ๆ รู้เขารู้เรา รบกับสวี่เว่ยโจวร้อยครั้ง ผมชนะร้อยครั้งครับ

 

“หึ..โทรไปฟ้องอะไรล่ะ”

 

[ไม่ได้ฟ้องอะไร แค่ขอย้ายออกไปอยู่ห้องพักข้างนอกเห็นไหมครับ คิดจะหนีผมจริงๆ ด้วย

 

“แล้วนายว่าไง”

 

[นายเคยเห็นฉันขัดใจน้องชายฉันไหมล่ะอีกฝ่ายถามกลับมา

 

“เคยว่ะ” ผมตอบไปตามที่เคยเห็นมากับตาตัวเอง เรื่องไหนที่เพื่อนผมเห็นว่าไม่สมควร ไม่เหมาะ ไม่ปลอดภัย เว่ยหลางมันไม่ปล่อยอยู่แล้วล่ะครับ

 

แล้วตอนนี้ที่น้องมันอยู่กับผม แล้วกำลังจะไม่ปลอดภัย เพื่อนผมจะปล่อยไว้เหรอ แอบเซ็งเบาๆ

 

[แล้วดีไหมล่ะที่ฉันขัดใจ]

 

“เมื่อก่อนฉันไม่มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย ดังนั้นดีหรือไม่ดีฉันไม่ออกความคิดเห็น แต่ครั้งนี้ฉันคือผู้ได้รับผลกระทบเต็มๆ ถ้านายขัดใจน้องชายสุดที่รักของนายได้ จะเป็นพระคุณมาก”

 

[เออ..ถ้าอย่างนั้นนายก็กรุณาสำนึกในพระคุณของฉันให้มากๆ หน่อยก็แล้วกันแสดงว่าเพื่อนผมขัดใจน้องชายสินะ ปกติผมก็รักเพื่อนคนนี้อยู่แล้วนะ แต่วันนี้โคตรรักคุณชายสวี่เว่ยหลางเลยครับ

 

[ไม่ได้ทะเลาะกันรุนแรงใช่หรือเปล่า ฉันถามน้องหมอนั่นก็บอกว่าไม่มีอะไร ไม่มีอะไรแต่จะขอย้ายออกนี่นะ หลังๆ มานี่เห็นเขาติดนายจะตาย เว่ยซื่อยังเคยบ่นๆ ว่าเดี๋ยวนี้โจวโจวไม่ค่อยอ้อนมันเพราะเอาแต่อ้อนนาย แล้วนายก็เสือกเอาแต่ตามใจน้องฉันอยู่คนเดียว]

 

“ไม่ได้ทะเลาะอะไรหรอก น้องนายแค่รู้ตัวแล้วว่าฉันคิดไม่ซื่อกับเขาน่ะ” ผมพูดจบก็ได้ยินเว่ยหลางหัวเราะกลับมาเสียงดังเชียว

 

[นึกว่าเลยเถิดกันไปถึงไหนต่อไหนแล้วเสียอีก โจวโจวถึงได้หนีเสียขนาดนั้น]

 

“ยังโว้ย แค่นี้ละฉันจะขับรถ เจอกันที่ออฟฟิศ” จากนั้นผมก็วางสาย และขับรถอย่างอารมณ์ดีไปจนถึงที่ทำงาน วนรถไปจอดก็เดินผิวปากหวือ ยังไม่ทันเข้าลิฟต์ก็ได้ยินเสียงแซวมาแต่ไกล

 

“อารมณ์ดีอะไรครับคุณ หน้าบานแต่เช้า” ลุงยามของตึกนี้ครับ เจอกันบ่อยๆ

 

“นิดหน่อยครับ” ผมตอบยิ้มๆ ก่อนจะเดินเข้าลิฟต์

 

 

 

 

เมื่อถึงออฟฟิศตัวเองก็เจอเข้ากับป้าหลินแม่บ้านเพียงหนึ่งเดียว และคุณเส้าเฟยฝ่ายบัญชีและธุรการเข้าพอดี ออฟฟิศผมมีพนักงานไม่กี่คนหรอกครับ ดังนั้นแม้จะเปิดใหม่เพียงไม่นานมากนัก แต่ทุกคนก็รู้จักคุ้นเคยกันดีทั้งออฟฟิศนั่นแหละ

 

“อารมณ์ดีแต่เช้าเชียวนะคะบอส รับกาแฟไหมคะเดี๋ยวเฟยจัดการให้”

 

“ขอบคุณครับพี่เส้าเฟย แต่ผมเรียบร้อยมาแล้วล่ะ ตามสบายเลยครับ” ผมบอกก่อนจะเดินเข้าห้องตัวเอง ที่กันแยกไว้เป็นสัดส่วนแยกจากคนอื่นๆ

 

ความจริงผมอยากได้แบบนั่งรวมๆ กันมากกว่า แต่เจ้าคนจัดการ(เว่ยหลางสิครับ จะใครล่ะ)มันดันบอกว่าแยกห้องไว้น่าจะดีกว่า อย่างน้อยก็จะได้เก็บเอกสารสำคัญหรือรับแขกแบบส่วนตัวหน่อย

 

แต่ผมน่ะไม่ค่อยมีแขกเท่าไหร่หรอกครับ อาจจะมีลูกค้าเข้ามาบ้างแค่บางวันเท่านั้น

 

นั่งเปิดคอมพิวเตอร์เช็คเมลไปเรื่อยเปื่อย น้องๆ ก็ทยอยมาออฟฟิศเพราะว่าผมให้เริ่มงานกันเก้าโมง เพียงไม่นานหลังจากผมเริ่มทำงาน เพื่อนสนิทก็มาถึง

 

“ไม่ต้องมายิ้ม หุบบ้างก็ได้นะปากนายน่ะ” เปิดประตูเข้ามาได้ ว่าที่พี่เมียก็ปล่อยสุนัขออกมาทักทายผมก่อน

 

“ก็วันนี้ฉันอารมณ์ดี”

 

“เออ เจอแฟนเจ้าโจวครบทุกคนเมื่อไหร่ นายจะอารมณ์ดีไม่ออก หึ” ดูมันครับ ไม่ช่วยไม่ว่า แต่อย่ามาบั่นทอนกำลังใจได้ไหมวะ

 

“เมื่อเช้าฉันไม่ได้ทำข้าวกลางวันไว้ให้ด้วย ทีแรกตั้งใจว่าจะไปรับมากินข้าวดัวยกัน แต่พอเป็นอย่างนี้ น้องนายไม่ยอมออกมากับฉันแน่วันนี้”

 

“กับนายฉันไม่รู้ รู้แต่ว่าฉันชวนน้องชายฉันไว้แล้วตอนเที่ยง นายอยากจะไปเป็นก้างขวางคอฉันกับน้องก็เชิญ” เว่ยหลางมันพูดพลางยักคิ้วกวนตีนใส่ผมสองที แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะตัวเอง

 

“ฉันไปรับเขาเองได้รึเปล่าวะ”

 

“นี่โง่จริงหรือแกล้งโง่วะ นายไปรับแล้วคิดว่าโจวโจวจะออกมาด้วยหรือไงเล่า ฉันไปรับของฉันเอง นายไปรอที่ร้านโน่น” คนพูดเงยหน้าจากแล็ปท็อปมองผมด้วยสายตากึ่งระอา ก่อนจะก้มลงไปพิมพ์อะไรต๊อกแต๊กไม่สนใจผมอีกต่อไป

 

ยังไม่ทันที่ผมจะเถียงอะไรต่อ คุณเส้าเฟยก็เคาะประตูห้องแล้วเปิดเข้ามาพร้อมกับแก้วกาแฟในมือ ก่อนจะวางที่โต๊ะผู้ช่วยผม

 

“ช่วงหลังๆ มานี่เฟยไม่เห็นบอสดื่มกาแฟเลย เลิกดื่มแล้วเหรอคะ” คนที่พึ่งจะเสิร์ฟกาแฟเสร็จหันมาถามผม

 

“ช่วงนี้ผมทานมื้อเช้าที่บ้านตลอดน่ะครับ” ผมตอบและพยายามจะไม่ยิ้ม เมื่อนึกถึงคนที่ได้นั่งกินข้าวด้วยกันตอนเช้าแทบทุกวัน

 

แต่ก็เหมือนจะมีคนรู้ทัน เพราะคนที่กำลังยกกาแฟขึ้นจิบหัวเราะเบาๆ แต่ก็เสมองไปทางอื่น ทำเหมือนไม่สนใจผม

 

“ทานคนเดียวไม่เหงาเหรอคะ เอ๊ะ..หรือว่ามีคนทานด้วยทุกวันคะเนี่ย” เธอพูดแซวยิ้มๆ แต่ผมเก็บอาการไม่อยู่ยิ้มออกมาในที่สุด เมื่อถูกจับทางได้ ทำเอาคนแซวทำตาโตอย่างตกใจ ก่อนจะร้องถามออกมาเสียงดังกว่าเดิม

 

“อย่าบอกนะคะว่าช่วงหลังๆ ที่ดูอารมณ์ดีทุกเช้านี่คือมีแฟนแล้วจริงๆ ตายแล้วค่ะ อย่างนี้สาวๆ แถวนี้ต้องอกหักกันเป็นแถวแน่แล้วเชียว” เจ้าตัวพูดก่อนจะเดินออกจากห้องไป...กระจายข่าว

 

“นั่นสิวะ สาวๆ แถวนี้อกหักแย่ ฉันว่านายเปลี่ยนใจเถอะ สาวๆ ที่เล็งนายอยู่ก็มีแต่แจ่มๆ ทั้งนั้น เห็นเข้ามาตามงานแต่ละที สวยจัดเต็มกันมาทุกคน” คราวนี้เว่ยหลางมันได้ที รีบกีดกันผมออกจากน้องชายตัวเอง

 

“ดูปากฉันนะ จะ เอา คน นี้” ผมเน้นทีละคำ ไม่บอกก็รู้กันใช่ไหมครับว่าคนไหน

 

“เออ เรื่องของนาย ถ้าคิดว่าจะเอามาได้น่ะนะ ก็รู้อยู่ว่าเป็นเขาคนแบบไหนไม่ใช่ไม่รู้ นายนี่มันวอนหาเรื่องแท้ๆ อยู่ดีไม่ว่าดี”

 

“นายไม่เคยรักใครจริงจังแบบฉัน นายไม่เข้าใจหรอก อ้อ..ยกเว้นกับน้องนายน่ะนะ อันนั้นก็รักกันเกินไป”

 

“ใครบอกว่าฉันไม่เคย”

 

“หือ!!!!!!” ผมเงยหน้ามองเพื่อนแบบจับผิด แต่อีกฝ่ายไม่พูดอะไรต่อเอาแต่นั่งก้มหน้ามองจอ ปากก็จิบกาแฟไปเรื่อยเปื่อย แต่..มันต้องมีอะไรแน่ๆ ที่ผมยังไม่รู้ สงสัยต้องหาวันว่างบินไปเที่ยวปักกิ่งหน่อยเสียแล้ว หรือไม่ก็ต้องให้พี่สาวฝาแฝดของผมที่ทำงานอยู่ปักกิ่งช่วยสืบ

 

เพราะถ้าจะให้คุณชายคนรองตระกูลสวี่เขาบอกง่ายๆ น่ะไม่มีทางครับ คนนี้ปากแข็งจะตาย ต้องจับได้แบบคาหนังคาเขาคามือเท่านั้นแหละ

 

 

 

 

ก่อนเที่ยงราวชั่วโมงหนึ่งโทรศัพท์เว่ยหลางก็ร้องดังขึ้นมาอีกรอบ ปกติมือถือเพื่อนผมก็ดังแทบจะทุกครึ่งชั่วโมงอยู่แล้ว จะไม่สนใจหรอกครับถ้าสายนี้ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับคนที่ผมกำลังคิดถึงอยู่

 

“ว่ายังไงครับ” พูดเพราะเสียงหวานแบบนี้ คนที่โทรมาจะเป็นใครไปไม่ได้เด็ดขาด

 

“เอาอย่างนั้นเหรอ”

 

“ก็ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นโจวโจวมาที่....แล้วกันนะ ใกล้ที่ทำงานพี่หน่อย ว่าแต่อยากกินอะไรครับ”

 

“โอเค ถ้าอย่างนั้นตอนเที่ยงพี่ไม่ไปรับ เดี๋ยวเจอกันที่ร้านเลยนะครับ” แล้วเพื่อนผมก็กดวางสายยิ้มๆ หมั่นไส้นิดหน่อย คุยกับน้องเล็กเขาทีไรนี่หน้าบานได้ตลอด

 

ผมก็รู้นะว่ามันติดน้อง แต่ไม่คิดว่าเว่ยหลางมันจะอาการหนักขนาดนี้ เออ..ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเพื่อนผมถึงไม่มีแฟน(แต่ตอนนี้ผมไม่มั่นใจเรื่องนี้นะ) เอาแต่รักน้องจนไม่สนใจจะรักคนอื่น เจอสาวสวยๆ มาสานสัมพันธ์มันก็ไม่ค่อยจะสนใจ บอกแค่ว่าน่ารักสู้น้องเล็กบ้านตัวเองไม่ได้

 

แรกๆ ผมก็ว่ามันบ้าล่ะนะ แต่พอเจอน้องเล็กบ้านตระกูลสวี่ตอนโตแล้วก็แอบเข้าใจเว่ยหลางมันอยู่เหมือนกันครับ

 

แต่ถ้าเอาแต่รักน้องจนไม่ยอมหาแฟนแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ ไม่ได้ห่วงเพื่อนจะขึ้นคานครับ หน้าตาอย่างหมอนี่คงไม่ขึ้นหรอก มีแต่คนจะแย่งกันดึงลงมาจากคานเสียมากกว่า แค่ห่วงว่าเพื่อนจะเป็นก้างขวางคอผมกับน้องเท่านั้นแหละ

 

“สรุปว่าเดี๋ยวน้องฉันมาเอง พวกเราก็ออกไปเจอที่ร้านเลย” คนที่ผมนั่งมองเงียบๆ มานานหันมาบอกก่อนจะนั่งก้มหน้าก้มตาลงกับคอมฯ ตรงหน้าแทน

 

 

 

 

แล้วผมก็ได้รู้ว่าไอ้แมวแสบมันแสบสุดใจจริงๆ นั่นแหละครับ ทันทีที่ถึงร้านที่นัดกันไว้ ผมก็เจอกับน้องชายของเพื่อน พร้อมด้วยสาวสวยที่แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ด ชนิดที่มะนาวว่าแน่ยังจืดไปเลย แถมยังเป็นคนละคนกับที่เจอวันก่อนอีกต่างหาก เปิดฉากเล่นผมแล้วสินะ

 

หึ..ถ้าคิดว่าพาแฟนสาวมาเยาะเย้ยข่มขวัญ แล้วจะทำลายความตั้งใจของผมได้ละก็ คุณสวี่เว่ยโจวเขาคิดผิดมาก

 

เพราะถ้านับตามลำดับพี่น้อง ผมก็จัดว่าเป็นลูกคนสุดท้องที่เอาแต่ใจพอสมควร (ถึงพี่สาวคนโตจะเกิดก่อนผมแค่สองสามนาทีก็เถอะ) ผมอยากได้อะไรก็จะฝ่าฟันเอามาให้ได้ แล้วถ้าลงได้ปักใจกับใคร(ชนิดหัวปักหัวปำ)แบบนี้แล้วละก็ ผมมั่นใจฝีมือตัวเองอยู่มากเหมือนกันครับ..เป้าหมายรอดได้ยาก

 

แต่ถึงยังไงผมก็คงไม่ได้เลวถึงขั้นจะมาแย่งชิง หรือทำลายให้คนรักเขาเลิกกันหรอกนะ แค่รอเวลาให้เขาเลิกกันเอง ยิ่งเป็นพวกเจ้าชู้อย่างคุณสวี่คนแมนน่ะ ผมคงไม่ต้องรอนาน

 

สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำคือ คอยขัดขวางไม่ให้เขาไปจีบสาวคนใหม่ต่างหาก ถ้าทำได้ก็หมดปัญหาแล้วครับ

 

“นายอย่ามาเปิดศึกชิงน้องฉันในร้านนะโว้ย อย่างน้อยก็ช่วยอดทนไว้จนกว่าจะกินข้าวเสร็จก่อนก็ยังดี ฉันหิวว่ะ” คนที่เดินมาข้างๆ ผม พอเห็นว่ามีสาวสวยแทบจะนั่งเกยตักน้อยชายตัวเองอยู่ ก็หันมาแซวผมเบาๆ อย่างสนุกสนาน ก่อนที่เราจะเดินถึงโต๊ะ

 

เป้าหมายของผมเงยหน้าขึ้นมาสบตา และยักคิ้วแบบที่เห็นว่ากวนตีนสุดๆ ส่งมาให้ผมสองสามที(กวนตีนเหมือนพี่ชายไม่มีผิด) นี่ถ้าอยู่ด้วยกันสองคนแล้วมาทำท่าท้าทายผมแบบนี้ละก็.....โดนแน่

 

“เว่ยหลางเกอเกอสวัสดีค่ะ แล้วก็..” แฟนสาวของไอ้แมวแสบทักทายเพื่อนผม ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวาน(มาก)ให้ผม

 

“นั่นจิ่งอวี๋เกอเกอ เพื่อนของเว่ยหลางเกอเกอ ส่วนนี่หลินเพ่ยแฟนผม” เว่ยโจวแนะนำผมแบบขอไปที ส่วนทีแนะนำคนข้างตัวเองน่ะ ย้ำๆ เน้นๆ ว่าเป็นแฟน เล่นเอาเว่ยหลางแอบหัวเราะ ชักอยากเตะเพื่อนขึ้นมาตงิดๆ

 

“สวัสดีครับ” ผมส่งยิ้มทักทายกลับไปตามมารยาท

 

“จิ่งอวี๋เกอเกอตัวสูงจังเลยค่ะ แถมหน้าตาก็หล่อ สเป็คสาวๆ เลย ถึงว่าเถอะ เพื่อนๆ บ่นเสียดายกันเป็นแถวที่ไม่ได้มาสอนเอกของหลินเพ่ยด้วย” คนที่นั่งตรงข้ามกับผมพูดเสียงหวาน และส่งยิ้มกว้างกว่าเดิมมาให้ จนแฟนหนุ่มของเธอเงยหน้าขึ้นจากเมนูในมือมาขึงตาใส่ผม ที่ดูจะได้รับความสนใจมากกว่าเจ้าตัว

 

“หลินเพ่ยอยากทานอะไรสั่งได้เลยนะ” เว่ยหลางรีบแทรกขึ้นขัดจังหวะ เมื่อเห็นว่าน้องชายตั้งท่าจะขย้ำคอผมอยู่รอมร่อ แฟนตัวเองมาชวนคุยก่อนนะครับที่รัก อันนี้พี่ช่วยไม่ได้จริงๆ หึ

 

 

 

 

ระหว่างทานข้าวคุณสวี่คนแมนเขาก็เทคแคร์แฟนสาวเป็นอย่างดี(จนน่าหมั่นไส้) ไม่วายปรายตามองผมผ่านๆ บ้างเป็นครั้งคราว

 

ถามว่าเจ็บไหมที่ต้องมานั่งดูแฟนเขาสวีทกันเต็มตาขนาดนี้(คิดว่าตั้งใจประชดประชันผม) เจ็บเบาๆ แต่เรามาทีหลังก็อย่างนี้แหละครับ อีกอย่างก็ยังไม่ได้เป็นฟงเป็นแฟนอะไรกับเขา จะไปฟาดงวงฟาดงามันก็ใช่ที่

 

ผมก็นั่งทานปกติของผม (พยายามทำเหมือน)ไม่สนใจคู่รักที่นั่งฝั่งตรงข้าม แม้ว่าฝ่ายหญิงจะขยันส่งสายตามองมาบ่อยเกินไปก็ตาม แต่ไอ้คนที่ผมอยากสบตาด้วยกลับไม่สนใจผมสักนิด เจ็บเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหนึ่งก็ได้อ่ะ

 

 

 

 

“จะกลับกันเลยหรือเปล่าทั้งสองคน” เมื่อเช็คบิลเดินออกจากร้านกันเรียบร้อย เว่ยหลางก็หันไปถามน้องชายตัวเองเสียงนุ่ม ถ้าไม่ใช่ว่าเป็นพี่น้องกันแท้ๆ ผมคงคิดจริงจัง ว่าเว่ยหลางมันจะจีบเว่ยโจวแข่งกับผมเป็นแน่ หวานได้อีก

 

นี่ถ้าพวกเพื่อนร่วมรุ่นมาเห็นหมอนี่ตอนนี้ ต้องไม่เชื่อสายตาแน่ เพราะคนนี้ปกติเว่ยหลางเป็นพวกนิ่งๆ พูดน้อยต่อยหนักและก็ปากจัดพอดู เวอร์ชั่นหวานหยดมดสยบแบบนี้ ขนาดผมเองยังไม่อยากเชื่อสายตา

 

“ยังครับเกอเกอ โจวจะดูหนังก่อน เดี๋ยวกลับเย็นๆ ”

 

“วันนี้จะกลับบ้านกับพี่ หรือว่ากลับคอนโดฯ ครับ”

 

“กลับคอนโดฯ ครับ เดี๋ยวอีกวันสองวันโจวค่อยกลับบ้าน” เจ้าตัวพูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์นิดๆ แต่คิดเหรอว่าผมจะหวั่น รอยยิ้มมารน้อยแบบนั้นทำอะไรพี่ไม่ได้หรอกครับสวี่เว่ยโจว

 

“อย่ากลับดึกมากนะ เกรงใจพ่อแม่หลินเพ่ยด้วย แล้วก็พาไปส่งให้ถึงบ้านนะครับ”

 

“ครับผม ไปครับที่รัก” ไอ้แมวแสนแสบรับคำแข็งขัน ก่อนจะหันไปจับมือแฟนตัวเองเตรียมออกเดิน

 

“ไปนะคะเว่ยหลางเกอเกอ จิ่งอวี๋เกอเกอ” แฟนคนสวยของเว่ยโจวบอกลากผมกับเพื่อน ก่อนที่ทั้งสองคนจะพากันเดินห่างออกไป

 

“เป็นไงบ้างจิ่งอวี๋ ดอกแรกของสวี่เว่ยโจว จุกไหมวะ” เมื่อทั้งคู่พ้นระยะที่จะได้ยินแล้ว เว่ยหลางก็หันมาถามผมด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ

 

“เออ ร้ายนักนะ ถ้าคิดว่าแค่นี้ฉันจะยกธงขาวละก็ น้องนายโคตรคิดผิด”

 

“คนนั้นเอาแต่ใจน่ะฉันชินแล้ว แต่นายก็เริ่มจะเอาแต่ใจแล้วเหมือนกันนะหวงจิ่งอวี๋ เมื่อก่อนไม่เห็นจะเป็นขนาดนี้เลย ลูกคนเล็กมาเจอกันนี่มันจะรอดเร้อ”

 

“ปากนายนี่นะเว่ยหลาง ฉันเคยบอกไม่ใช่เหรอวะว่า ถ้าไม่ช่วยก็อย่ามาบ่อนทำลาย”

 

“ฮ่าๆ ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ก็แค่ลองถามดู ว่านายจะรับมือน้องฉันไปได้สักกี่น้ำ”

 

“ทีฉันบ้างอย่ามาโวยก็แล้วกัน ทั้งนายทั้งน้องนายนั่นแหละ หุบปากแล้วเดินไป เข้าออฟฟิศสายแล้วโว้ย” ผมรีบร้องห้ามเมื่อเพื่อนทำท่าจะอ้าปาก

 

 

 

 

ตอนเย็นเลิกงานผมทานข้าวเย็นกับพวกน้องๆ ที่บริษัทที่ร้านอาหารใกล้ๆ ออฟฟิศก่อนจะรีบกลับคอนโดฯ เพราะคิดว่าจะเจอไอ้คนที่นั่งลอยหน้าลอยตากวนประสาทตัวเองเมื่อตอนกลางวัน แต่ห้องเงียบสนิท แสดงว่าเขายังไม่กลับ พลิกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาตอนนี้เกือบสามทุ่มแล้วอีกไม่นานน่าจะมาถึง ถ้าเขาไม่หนีกลับบ้านตัวเองน่ะนะ แต่คิดว่าน่าจะไม่

 

ยังไม่ทันที่ผมจะเดินเข้าห้องตัวเองไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ประตูบ้านก็เปิดขึ้นอีกครั้ง คนที่ก้าวเท้าเข้ามาชะงักเล็กน้อย เมื่อเห็นผมยืนอยู่หน้าโซฟาตรงหน้าทีวี อีกฝ่ายไม่พูดอะไรแค่มองผมก่อนจะทำไม่สนใจเดินผ่านเสียเฉยๆ

 

“โอ๊ย..อะไรของเกอเกอวะ” เว่ยโจวถามเสียงเขียวเมื่อถูกผมดึงข้อมือไว้ แต่ดูเหมือนว่าผมจะลืมตัวออกแรงมากไปหน่อย เขาเลยเซกลับมาตามแรงของผม

 

“อย่าคิดนะครับว่าเรื่องแค่นี้ จะทำให้พี่เปลี่ยนความตั้งใจได้”

 

“แสดงว่าเกอเกอคิดไม่ซื่อกับผม อย่างที่ผมสงสัยจริงๆ สินะ” ไอ้ตัวแสบมันยืนใช้แขนข้างที่เป็นอิสระเท้าเอวคุยกับผมแบบตั้งท่าหาเรื่อง แถมสายตาที่มองมานี่...กวนตีนได้อีก

 

“รู้ตัวสักทีก็ดี พี่ไม่ชอบทำอะไรอ้อมค้อม มันอึดอัด” ผมพูดทำเอาอีกฝ่ายอ้าปากค้างไปชั่วครู่

 

“เกอเกอจะบ้าไปแล้วหรือไงวะ อย่ามายุ่งกับผมโว้ย ผมมีแฟนแล้วไม่เห็นหรือไง แล้วผมก็เป็นน้องชายของเพื่อนโคตรสนิทของเกอเกอด้วย ผู้ชายอ่ะเขามีคติไม่จีบน้องเพื่อน เกอเกอไม่รู้เหรอ”

 

ปกติพี่ก็ไม่จีบน้องเพื่อนอยู่แล้ว โดยเฉพาะน้องชาย แต่กับเราน่ะเป็นข้อยกเว้น แล้วก็ขอบคุณที่เตือนเรื่องแฟนสาวนะครับ แต่ไม่เป็นไรหรอกนะพี่ไม่รีบ พี่รอให้เลิกกันได้”

 

“ไอ้จิ่งอวี๋เกอเกอ แม่ง ผมไม่ได้ชอบผู้ชายโว้ย เข้าใจไว้ซะด้วย ปล่อย” เว่ยโจวโวยวายก่อนจะสะบัดข้อมือตัวเองออก ผมปล่อยนะครับไม่ได้ดึงไว้อีก กลัวเขาจะเจ็บ

 

“พี่ทำให้โจวโจวชอบพี่ได้ เข้าใจไว้ซะด้วยนะครับ” ผมพูดตามหลังทำเอาคนที่กำลังจะเปิดประตูชะงักไป และหันกลับมามองผมก่อนจะด่าเสียงดัง

 

“ไอ้วาฬโรคจิต” แล้วก็รีบเผ่นเข้าห้องตัวเองไปเลย ขืนอยู่ต่อสิผมจะทำตัวโรคจิตใส่จริงๆ เสียเลย ปากดีนัก

 

 

 

 

ผมนี่ก็หาเรื่องใส่ตัวอย่างที่เว่ยหลางมันว่าจริงๆ สินะกลับเข้าห้องตัวเองถอดเสื้อยังไม่ทันเสร็จ เสียงมือถือก็ดังขึ้น

 

“ว่าไงวะฉู่เซิง”

 

[งานแต่งเว่ยเทียนเกอเกอ นายไม่ต้องมารับฉันแล้วนะ เดี๋ยวฉันไปพร้อมเสี่ยวเถียน]

 

“อ้าว..จิ่งเถียนเขาต้องมานอนกับฉันอยู่แล้วโว้ย” ผมบอกออกไป พี่สาวผมไม่มานอนกับผม จะให้ไปนอนกับใคร

 

[มะเหงกแน่ะ เสี่ยวเถียนเขามีธุระกับฉันโว้ย ตกลงกันแล้วว่าเขาจะมานอนบ้านฉัน ไม่ไปเป็นก้างนายหรอก หึหึ]

 

“เออ..จะแต่งกันเมื่อไหร่ก็บอกด้วย” ผมเลยประชดกลับไปตามสาย รู้ครับว่าสองคนนี่ไม่ได้จีบหรือคบกัน ผมรู้จริงๆ นะไม่รู้เหมือนกันว่ารู้ได้ไง แต่ว่ามั่นใจว่าไม่ใช่แบบนั้นแน่ สายใยของฝาแฝดมั้ง สองคนนี่ก็แค่สนิทกันมากเฉยๆ เท่านั้นแหละ

 

[นายน่ะ..ระวังศึกชิงนายให้ดีเถอะ ฉันนอนและ บาย]ทิ้งระเบิดไว้แล้วก็ชิงวางสายหนี ไอ้ฉู่เซิงนี่มันเป็นแบบนี้ตลอดชาติ

 

“เออ ไนท์ไนท์” ผมบอกทั้งที่อีกฝ่ายวางสายไปแล้วนั่นแหละ ก่อนจะวางสายบ้างอาบน้ำเตรียมจะนอน

 

แต่ไหนๆ เขาก็รู้แล้วว่าผมคิดอะไร ไปบอกราตรีสวัสดิ์ทำคะแนนสักหน่อยก็ไม่เสียหาย ไม่ต้องลับๆ ล่อๆ แอบลักหลับ หรือทำตอนเขาเผลออีกต่างหาก

 

 

 

 

เปิดประตูห้องตัวเองออกมา พร้อมกับที่คนตัวบางกำลังจะเดินออกจากประตูบ้าน

 

“โจวโจวจะไปไหน ดึกแล้วนะครับ” ผมร้องถามเมื่ออีกฝ่ายกำลังจะปิดประตูตามหลัง

 

“จะเสื...ยุ่งอะไรด้วย” อีกฝ่ายบอก ดีที่เขายั้งคำแรกทัน เพราะมันไม่น่าฟังสุดๆ

 

กับเว่ยโจวพอจับจุดได้อะไรก็ไม่ยากครับ สังเกตได้ง่ายๆ ถ้าผมพูดดีๆ ด้วยเขาจะพยายามไม่ด่าแรงๆ กลับมา(ทั้งที่ดูก็รู้ว่าอยากด่าใจจะขาด หึหึ) ก็ยังรู้จักเคารพผู้ใหญ่อยู่ นี่ก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่ผมเห็นว่าเขาน่ารัก

 

“พี่ไม่ได้จะยุ่งหรอกครับ แค่เป็นห่วง มีเพื่อนไปหรือเปล่า” ต้องใช้ไม้อ่อนเดี๋ยวเขาก็อ่อนตามเอง เห็นอีกฝ่ายทำท่าถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตอบกลับมาแบบไม่ค่อยเต็มใจ

 

“ไปกับเสี่ยวหมิง เจียหลง”

 

“ถ้าจะไปนอนกับเสี่ยวหมิงก็โทรบอกพี่ด้วยนะครับ จะได้ไม่เป็นห่วง” แต่อย่าหวังว่าผมจะปล่อยให้ไปนอนที่อื่นง่ายๆ

 

“อือ” แล้วอีกฝ่ายก็ปิดประตูไปเงียบๆ แต่ผมรีบเดินกลับเข้าห้อง คว้ามือถือกดโทรออกทันที

 

[สวัสดีครับจิ่งอวี๋เกอเกอ]

 

“พี่ถามหน่อยสิ เมื่อกี้โจวโจวเขาออกไปข้างนอก นัดกับเสี่ยวหมิงไว้ใช่ไหม” ผมถามเมื่อปลายสายส่งเสียงตอบรับกลับมา

 

[ครับเกอเกอ จะไปนั่งเล่นที่ร้านพี่จงเหวินกัน โจวโจวมันโทรมาชวนเมื่อสักพักนี่เอง เกอเกอไม่มาด้วยเหรอครับ]

 

“ไม่หรอก แค่จะบอกว่าก่อนกลับสักครึ่งชั่วโมง พี่ฝากเสี่ยวหมิงโทรมาบอกหน่อยได้ไหม พี่จะออกไปรับโจวโจว คิดว่าน่าจะเมา”

 

[ฮ่าๆ ไม่มีปัญหาครับเกอเกอ ผมว่ามันก็น่าจะเมานะ ฟังเสียงมันเครียดๆ สงสัยมันจะทะเลาะกับแฟนสาวมันอีกแล้วมั้งไม่ได้เครียดเรื่องแฟนสาวหรอกครับเสี่ยวหมิง พี่กล้านอนยัน

 

“ยังไงก็ฝากดูด้วยนะ อ้อ...แล้วก็ไม่ต้องบอกเขานะว่าพี่โทรมา”

 

[ครับเกอเกอ]

 

“แค่นี้นะ เที่ยวให้สนุกกันล่ะ” ผมบอกครั้งสุดท้าย อีกฝ่ายรับคำก่อนที่จะกดวางสาย ผมจะทำอะไรดีล่ะ คว้าแล็ปท็อปขึ้นมาเปิดทำงานไปเรื่อยเปื่อย

 

 

 

 

จนกระทั่งเกือบตีหนึ่งมือถือผมก็ดังขึ้น

 

[จิ่งอวี๋เกอเกอ ถ้าจะมารับโจวโจวออกมาได้เลยนะครับ คิดว่าอีกเดี๋ยวพวกผมก็จะกลับกันแล้ว แต่เดี๋ยวผมรอจนเกอเกอจะมาถึงนั่นแหละ]

 

“แล้วโจวโจวเขารู้ไหมนี่ว่านายโทรมาบอกพี่”

 

[โอ๊ย...มันจะไปรู้อะไรครับ ไปสีสาวๆ อยู่หน้าห้องน้ำโน่นเฮ้อ...รู้อย่างนี้ออกไปด้วยเสียก็ดีหรอก คนเก่าๆ ก็ยังไม่เลิก จะหามาเพิ่มให้ผมปวดหัวอีกทำไมก็ไม่รู้ แค่นี้ผมก็เครียดจะแย่อยู่แล้ว รอให้เขาเลิกกันนี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ

 

“เขาเมาหรือเปล่า”

 

[จะเหลือเหรอครับ วันนี้เวรผมไปส่งมันด้วย พวกมันก็ยกซดไม่ยั้งทั้งโจวโจว ทั้งเจียหลง]โอเค พอจะเข้าทาง

 

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่ออกไปเลย นายรอหน่อยแล้วกัน ไม่เกินครึ่งชั่วโมงน่าจะถึง ดึกแล้วไม่ค่อยมีรถหรอก”

 

 

 

 

“ไปเข้าห้องน้ำกับเจียหลงอยู่ครับเกอเกอ พึ่งไปเมื่อกี้เอง” เมื่อผมโผล่หน้าไปถึงร้าน เสี่ยวหมิงก็ร้องบอกก่อนจะชวนให้ผมนั่งรอ นั่งไปสักพักเจีนหลงก็เดินกลับมาที่โต๊ะแค่คนเดียว

 

“โจวโจวล่ะวะ” เสี่ยวหมิงถาม เมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวเองเดินกลับมาคนเดียว

 

“หม้อสาวอยู่โต๊ะตรงนู้นน่ะ คนที่มันสีๆ กันอยู่เมื่อกี้อ่ะแหละ กูขี้เกียจรอเลยกลับมาก่อน” ผมเลยลุกเดินไปดูแถวๆ ที่อีกฝ่ายบอก เห็นไอ้แมวแสนแสบมันยืนคุยและหัวเราะคิกคักกับสาวสวยตัวเล็กอยู่

 

แม่คุณแต่งตัวน่าหวาดเสียวมาก แหวกบนไม่พอด้านล่างก็สั้นแทบเสมอ ถ้าเป็นเวลาปกติผมก็คงจะอยากมองแหละครับ แต่ตอนนี้ตามันไม่เหลือไว้มองคนอื่นแล้ว

 

ไอ้คนที่ผมอยากมองคนเดียวมันหันมาเห็นพอดี ก่อนจะยกมือขึ้นขยี้ตา เมื่อผมเดินเข้าไปใกล้มากขึ้นเจ้าตัวก็อ้าปากค้างไปเลย

 

“ไว้เจอกันนะครับเจินเจิน” ไอ้แมวเจ้าชู้พูดกับผู้หญิงคนนั้น ก่อนจะเดินตัวเซไปเข้าห้องน้ำ สภาพอย่างนั้นยังจะมีอารมณ์มายืนจีบสาวอีก

 

“สวัสดีครับ” พอเป้าหมายของผมคล้อยหลังไป ผมก็เดินเข้าไปทักทายผู้หญิงชุดแดงที่กำลังตกเป็นคู่กรณี โดยที่สาวเจ้าไม่รู้ตัว

 

“สวัสดีค่ะ” เธอยิ้มหวานส่งให้

 

“ผู้ชายคนเมื่อกี้เขามาจีบหรือครับ”

 

“อุ๊ย เปล่าค่ะ เขาแค่มาคุยด้วยเฉยๆ เองค่ะ” เธอรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธเสียงสูง

 

“อ้อ..ครับ ถ้าอย่างนั้นก็แล้วไป นึกว่าเขานอกใจผมเสียอีก ขอตัวก่อนนะครับ ไปตามแฟนก่อน ท่าทางจะเมา” ผมพูดยิ้มๆ ก่อนจะเดินตามเว่ยโจวเข้าห้องน้ำชายไป ไม่สนใจหน้าเหวอๆ ของสาวสวยด้านหลัง

 

บอกแล้วครับว่าผมต้องรอให้เว่ยโจวเขาเลิกกับแฟน แต่ก็ไม่ยอมให้หาเพิ่มง่ายๆ หรอก

 

 

 

 

ยืนรออยู่เพียงครู่เดียว แมวขี้เมาก็เดินหน้าหงิกผ่านผมไป ผมไม่ว่าอะไรแค่เดินตาม และก็คอยจับไว้บ้างตอนที่เจ้าตัวเดินเซ

 

“ไม่ต้องมาจับเลยเกอเกอ ผมเดินเองได้ ไม่ได้เมา”

 

“ครับ ไม่เมาเลย” เมื่อเดินมาถึงโต๊ะ อีกสองคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้วก็พากันลุกขึ้นเดินออกไปที่หน้าร้าน

 

“กลับกันไหวหรือเปล่าเราสองคน”

 

“ไหวครับเกอเกอ ไม่ต้องห่วง เกอเกอพามันกลับไปเหอะ จะพับแล้วนั่นน่ะ” เสี่ยวหมิงบอกก่อนจะมองเพื่อนตัวเองที่ยืนอยู่ข้างผม และเอามือยันกำแพงไว้ข้างหนึ่งเพื่อพยุงตัว

 

“โทษทีนะที่พี่ไปส่งไม่ได้” ผมบอก ก็อยากจะไปส่งเด็กๆ ก่อนนั่นแหละ แต่รถผมมันนั่งได้แค่สองคนนี่สิปัญหา

 

“โอ๊ย..คอนโดฯ ผมใกล้ๆ นี่เองครับ เดี๋ยวเจียหลงมันนอนกับผมด้วย เกอเกอขับรถดีๆ นะครับ” เสี่ยวหมิงบอกผมก่อนที่ทั้งสองคนจะก้มหัวให้ แล้วหันไปโบกแท็กซี่ ผมก็รอจนสองคนนั้นขึ้นแท็กซี่ แล้วก็หันมาจูงคนที่ยืนข้างๆ ให้เดินไปที่รถ

 

“เกอเกอจิ่งวาฬจะมารับทำไม ผมจะไปนอนห้องเสี่ยวหมิง”

 

“ก็พี่เป็นห่วงนี่ครับ กลับกับพี่นั่นแหละดีแล้ว”เมื่อกี้รู้สึกเหมือนผมจะมีชื่อใหม่ จิ่งวาฬ ปกติคงแอบเรียกผมแบบนี้ตลอดเลยสินะ นี่ถ้าไม่เมาคงจับไม่ได้ หึหึ ร้ายนักไอ้แมวแสบ

 

ขับรถกลับมาถึงคอนโดฯ คนที่นั่งมาข้างๆ หลับไปแล้วเรียบร้อย ผมลองเรียก(เบาๆ )สองสามครั้งก็ไม่มีสัญญาณตอบรับแต่อย่างใด สงสัยจะต้องอุ้มไปอย่างครั้งก่อน

 

ไม่มีปัญหาหรอกครับถ้าจะให้ผมอุ้มเขา ไม่ใช่ว่าไม่เคย แต่ถ้าผมพาขึ้นไปไม่พาไปส่งห้องเขาแน่ อยากไม่ตื่นเองช่วยไม่ได้

 

TO  BE  CONTINUE…

 

แผนสูงพอกันทั้งคู่ #จิ่งวาฬ #แมวโจว ใครทีมไหนก็เลือกเชียร์ เลือกลุ้นกันตามสบายฮะ

 

ว่าแต่ตอนเช้าแมวโจวขี้เมาของเราจะไปตื่นที่ห้องไหน ครบ 32 ไหม … ผมไม่รู้

 

รู้แต่ว่าตอนนี้ป๋าเดินหน้าจีบแบบไม่สนใครทั้งสิ้น แถมครั้งหน้าจะต้องไปร่วมรบใน...ศึกชิงนาย...เสียด้วยสิ


 

งานนี้ใครจะชนะก็ไม่รู้ แต่ผมยังยืนยันคำเดิม #ทีมจิ่งวาฬ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น

  1. #20 banztzu1b (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 14:59
    แฟนสาวก็ยังไม่เลิก ยังจะเจอศคกชิงนายอีก
    เวรแท้~จิ่งวาฬเอ้ย
    #20
    0