ปราบพยศร้าย...นายพยศรัก [YUZHOU]

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 13 เสื้อ(หวงจิ่งอวี๋)ที่ผมใส่….กับเตียง(หวงจิ่งอวี๋)ที่ผมนอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    6 ม.ค. 60

ตอนที่ 13 เสื้อ(หวงจิ่งอวี๋)ที่ผมใส่….กับเตียง(หวงจิ่งอวี๋)ที่ผมนอน

 

“จิ่งอวี๋เกอเกอเข้าไปก่อนเลย เดี๋ยวตามไป คุยโทรศัพท์แป๊บ” ผมหันไปบอกคนที่ล็อครถเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่มันขับเข้ามาจอดที่ร้านพี่จงเหวิน พอดีตอนที่ใกล้จะถึงร้านว่านถิงแฟนผมโทรมาหา พอลงรถได้พี่จิ่งอวี๋มันก็มองผมอย่างโหด

 

วันนี้ผมยังไม่ได้กวนตีนอะไรมันเลยนะ เมื่อกี้นั่งรถมายังดีๆ อยู่เลย หรือผมนั่งรถแล้วคุยโทรศัพท์กับแฟนเสียงดังรบกวนมันก็ไม่รู้ อืม..เป็นไปได้ๆ

 

“ไอ้พวกนั้นมาแล้วอยู่โต๊ะฝั่งขวาสุดด้านนอกนะ เกอเกอเดินไปมองทางขวาเดี๋ยวก็เจอ” ผมบอกอีกทีเมื่ออีกฝ่ายยังยืนนิ่งมองผมคุยอยู่อย่างนั้น จากนั้นผมก็เลิกสนใจคนตัวโตที่ยืนหน้าดุอย่างกับยักษ์โมโห หันไปหวานกับแฟนต่อ

 

คุยกันไปสักพักใหญ่ผมก็วางสายแล้วเดินเข้าไปด้านใน โต๊ะประจำที่เรามากันบ่อยๆ วันนี้มีสมาชิกเพิ่มจากห้าเป็นหกคน ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าว่าพอผมเดินเข้าไปสายตาของเพื่อนทุกคนจับจ้องมาที่ผม เพราะมันค่อนข้างมืดผมเลยมองไม่ชัด แต่พอเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ ก็ได้เห็นไอ้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเพื่อนพี่ชาย คืออะไรวะ

 

“อย่าบอกนะว่า...ฉิบหายและกู” ผมบ่นเบาๆ เมื่อคิดว่าพวกนี้ถามอะไรพี่จิ่งอวี๋บ้าง เพราะผมไม่ได้บอกเพื่อนว่าอยู่กับใคร แถมยังมากับไอ้พี่วาฬหน้าตาเฉยแบบลืมเตี๊ยม

 

“แล้วทำปิดเงียบว่าอยู่กับใคร ที่แท้ก็อยู่กับเนื้อคู่ เอ๊ย!! จิ่งอวี๋เกอเกอ” เสี่ยวหมิงเลยครับเปิดประเด็น และคนอื่นพากับเป่าปากกันทั้งโต๊ะ จนคนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ หันมามองว่าพวกมันกิ๊วก๊าวอะไรกัน

 

“สร้างครอบครัวกันนี่กะจะไม่ให้เพื่อนฝูงรับรู้ร่วมแสดงความยินดีเลยเหรอไงมึง พวกกูน้อยใจนะ” ถิงถิงแซวต่อ ไม่รอให้ผมได้อ้าปากแก้ตัว

 

“กูเชื่อและที่หมอดูเขาบอกว่ามึงจะได้ผู้ชายเป็นเนื้อคู่ เนอะจิ่งอวี๋เกอเกอ” คราวนี้เจียหลงพูดพลางหันไปพยักพเยิดกับคุณเนื้อคู่ของผมที่พวกมันยัดเยียดให้ แต่คนที่ถูกจับคู่สร้างครอบครัวร่วมกับผมกลับยิ้มหน้าระรื่นจนเห็นเขี้ยวทั้งสองข้าง

 

“มีปากปฏิเสธบ้างก็ได้นะเกอเกอ” ผมบ่นและค้อนให้คนที่นั่งฝั่งตรงข้าม

 

“ก็อยู่ด้วยกันจริงๆ โจวโจวจะให้พี่ปฏิเสธอะไรล่ะครับ” อ้าว..ปากไม่สร้างสรรค์อีกแล้วนะมึง พอไอ้พี่จิ่งวาฬพูดจบ เพื่อนผมก็เฮกันรอบโต๊ะ

 

“แหม..เกอเกอเขาก็ออกตัวเสียขนาดนี้ โจวโจวก็ยอมรับไปเถอะ” ซื่ออิงที่เอาแต่นั่งยิ้มมานานพูดขึ้นบ้าง แล้วพวกมันก็ยกมือขึ้นมาแท็กกันรอบโต๊ะ

 

“พี่ครับ เดี๋ยวขอจานกับแก้วอีกสองชุดนะครับ” เสี่ยวหมิงหันไปร้องบอกพี่พนักงานในร้าน ก่อนจะหันกลับมาถามว่าผมกับพี่จิ่งอวี๋จะดื่มอะไร

 

“กูเอาเหมือนเดิม” เหมือนเดิมของผมคือเหล้าผสมโค้ก ผมชอบหวานๆ น่ะครับ

 

“พี่ขอเป็นน้ำเปล่าแล้วกันครับ วันนี้ขับรถมา”

 

“อ้าว โจวโจวมันไม่ได้บอกเกอเกอเหรอว่าจะมาเมา เอารถมาทำไม” เจียหลงถามพลางจ้องหน้าผม ผมผิดอะไรเนี่ย บอกแล้วว่าจะกินเหล้า มันอยากขับมาเองนี่หว่า

 

“พี่แค่มาเลี้ยงพวกเราตามสัญญา แล้วก็มาดูแลคอยรับเขากลับน่ะครับ ไม่ดื่มน่าจะดีกว่า”

 

“อู๊ยยยยยยย มาดูแลน้องโจวโว้ย” คราวนี้เพื่อนทั้งสี่ตัวรวมใจกันหอนจนโต๊ะข้างๆ หันมามองกันอีกครั้ง

 

 

 

 

ไอ้พี่จิ่งอวี๋นี่เดี๋ยวนี้มันชักจะทำตัวเหมือนเป็นพี่อีกคนของผมเข้าไปทุกวันแล้วอ่ะ โดยเฉพาะนิสัยนี่เหมือนพี่เว่ยหลางมาก คือออกจะเผด็จการหน่อยแต่ว่าก็ตามใจผมในเรื่องที่ตามใจได้ และเดี๋ยวนี้เพื่อนของพี่ชายเอาอกเอาใจผมยิ่งกว่าพี่เว่ยหลางกับพี่เว่ยซื่อรวมกันเสียอีก คงเพราะผมอยู่กับมันทุกวันละมั้ง

 

ยิ่งพักหลังๆ นี่ตามใจผมจนแทบจะเสียนิสัย พูดจาดีๆ เพราะๆ ด้วย อยากไปไหนก็พาไป อยากกินอะไรก็ทำให้กิน อยากซ้อนมอเตอร์ไซค์ก็ไม่เคยหวงรถเลย

 

ทุกอย่างเกือบดีหมดแต่เสียอย่างเดียว คือหมอนี่ห่วงผมไปป่ะวะครับ ให้นั่งกอดเอวกันนี่ก็ไม่ไหวนะ ก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้คิดอะไรที่ให้ผู้ชายกอดเอว คงคิดว่าผมเป็นเหมือนน้องชายกลัวผมตกไปนั่นแหละ

 

สงสัยพี่เว่ยหลางจะสั่งมา แต่ผมไม่ไหวนะลงรถทีอายคนเขา พอถอดหมวกกันน็อกออกทั้งคู่ คนจ้องกันซะผมเขินเลย ไอ้มองเฉยๆ น่ะไม่เท่าไหร่ แต่มองแล้วพากันยิ้มพากันชี้นิ้วให้มองดูนี่แหละที่น่ากลัว

 

“อ้าว มีเขินๆ ” เสี่ยวหมิงพูดพลางขยับศอกมากระทุ้งแขนผมเบาๆ

 

“เขินเหี้ยอะไรล่ะ” ผมโวยใส่เพื่อน

 

“นั่นๆ หน้าแดงใหญ่เลยโว้ยเพื่อนกู” เจียหลงรีบทับถม

 

“หน้าแดงพ่อง” ผมหันไปด่าเจียหลงบ้าง แต่คนอื่นๆ กลับพากันหัวเราะรวมถึงตัวต้นเหตุ

 

“น้องๆ ถ้าอาหารไม่พอก็สั่งมาเพิ่มกันตามสบายเลยนะ มื้อนี้ไม่อั้น” เสียงคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามผมพูดขึ้น

 

“จัดไป พี่ครับขอเมนูหน่อย” ผมหันไปร้องขอเมนูอาหารทันที ส่วนเครื่องดื่มพวกผมมีของโปรดฉลากดำเจ้าประจำอยู่แล้ว และผมก็สั่งอาหารเพิ่มจนคนรับออเดอร์จดแทบไม่ทัน

 

“เจียหลง..มึงไปนั่งกับแฟนมึงไป” ผมบอกคนที่นั่งอยู่ในสุดริมระเบียงฝั่งเดียวกัน

 

“อ้าว แล้วจิ่งอวี๋เกอเกอเขาจะไปนั่งไหน”

 

“ก็เดี๋ยวให้เกอเกอมานั่งฝั่งนี้ กูจะย้ายไปนั่งริม จะสูบบุหรี่” ผมบอกก่อนจะขยับลุกให้เสี่ยวหมิงและเจียหลงออกมา

 

ส่วนพี่จิ่งอวี๋มันก็ลุกขึ้นไม่มีอิดออด แต่พอผมเข้าไปนั่งริมแล้ว แทนที่ไอ้เสี่ยวหมิงจะเข้ามานั่ง มันกลับให้คนที่ลุกมาจากอีกฝั่งเข้ามานั่งกลางติดกับผม ส่วนเสี่ยวหมิงมันนั่งริม ผมเลยหันไปมองหน้ามันว่าพวกเพื่อนชั่วแอบมีแผนเลวอะไรกันหรือเปล่า

 

“กูจะชงเหล้าไง” เสี่ยวหมิงบอกแต่พวกมันยิ้มกันทั้งโต๊ะ สมรู้ร่วมคิดกันเหลือเกิน ผมนี่รู้ตัวเลยว่าคิดผิดมากๆ ที่สลับที่นั่ง

 

“อย่าสูบเยอะนะครับ” คนที่พึ่งจะเข้ามานั่งใกล้ผมก้มลงมากระซิบข้างหู ทำเอาขนลุก แต่อีกสี่คนที่เหลือหันมามองผมสองคนกันทั้งโต๊ะ

 

“จะไปฟ้องเว่ยหลางเกอเกอหรือไง” ผมถามแบบกวนๆ กลับ

 

“เปล่าครับ พี่เป็นห่วงโจวโจวต่างหาก” เจอแบบนี้ผมไปไม่เป็นเลย คือคนที่เคยไม่ถูกกันพอมาเป็นห่วงเป็นใยดูแลเราออกนอกหน้านี่มันแปลกๆ นะครับว่าไหม

 

แต่ก็นะมันอาจจะคิดว่าผมเป็นน้องของเพื่อนสนิท จึงคอยตักเตือนและห่วงใยเป็นเรื่องธรรมดา เอ่อ...แล้วสายตาหวานเชื่อมของไอ้พี่จิ่งวาฬนี่ ธรรมดาด้วยหรือเปล่าวะ ผมเริ่มทำตัวไม่ถูกกับเพื่อนของพี่ชายและทีนี้

 

“เฮ๊ย!! สองคนนี้อ่ะอย่ามีโลกส่วนตัว จิ่งอวี๋เกอเกอถ้าจะจีบเพื่อนหนูไปจีบกันต่อที่บ้านค่ะ ที่นี่เป็นที่ของส่วนรวมอย่าหวานออกนอกหน้าค่ะ..อิจฉา” ถิงถิงยื่นหน้าเข้ามาแซว เมื่อเห็นว่าผมสองคนคุยกับเบาๆ และจ้องหน้ากันอยู่ เท่านั้นแหละผมรีบหันกลับไปโวยใส่เพื่อน

 

“จีบบ้านมึงนะสิถิงถิง เขาเป็นพี่โว้ย พวกมึงนี่แซวไม่ดูตามม้าตาเรือ กูถูกพวกมึงจับคู่กับผู้ชายอ่ะ ชินเสียจนกลายเป็นด้านไปแล้ว แต่กับคนนี้ขอไว้สักคนได้ป่ะ” คือผมไม่อยากเข้าหน้ามันไม่ติดอ่ะครับ แค่ตอนนั้นถูกไอ้พี่จิ่งอวี๋มันจูบเข้าไป กว่าจะทำใจให้มองหน้าอีกฝ่ายได้ก็หลายวันเลย

 

“อ้าว..เรื่องจริงก็ห้ามแซวเหรอคะจิ่งอวี๋เกอเกอ” ซื่ออิงหันไปถามตัวต้นเหตุ

 

“พี่ก็ไม่ได้ห้ามนี่ครับ” คนถูกถามตอบหน้าระรื่น(อีกรอบ) เจอไอ้พวกนี้มันแซวเข้าไปเดี๋ยวเถอะจะขำไม่ออก มันอำกันยันแก่เลยเหอะขอบอก

 

“เปิดช่องเห็นๆ แอบคิดอะไรกับเพื่อนพวกผมอ่ะดิ๊” เสี่ยวหมิงพูดก่อนจะยกแก้วไปชนกับคนอื่นที่เหลือรวมทั้งพี่จิ่งอวี๋

 

“โจวโจว มึงอย่าลีลา ยกแก้วมา” เสี่ยวหมิงหันมาบอก เมื่อเห็นว่าผมยังหันหน้าพ่นควันออกนอกร้าน

 

“อ้าว..เห็นเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยในเรื่องที่กูไม่เห็นชอบ เลยนึกว่าจะไม่ชวน” ผมกวนตีนเพื่อน แต่ก็ยกแก้วไปชนกับพวกมันแต่โดยดี ส่งเหล้าเข้าปากเสร็จก็หันหน้าออกไปสูบบุหรี่ทางระเบียงต่อจนหมดมวน ปล่อยให้คนอื่นๆ คุยกันไป

 

 

 

 

ระหว่างที่นั่งกินข้าว เจ้าของร้านสุดหล่อก็เดินเข้ามาทักทายเหมือนทุกครั้ง ความจริงเขานิสัยดีนะครับ น่ารักด้วย เพียงแต่ว่าจะดีมากถ้าเขาไม่ได้มาจีบผม มาทีไรเนี่ยหยอดตลอด

 

จะอ้างถิงถิงหรือซื่ออิงเป็นแฟนผมก็ไม่ได้ เพราะวันแรกที่เจอกันถิงถิงมันกลัวผมจะหาผัวไม่ได้ เลยประกาศไปแล้วว่าที่โต๊ะนี้ไม่มีใครเป็นแฟนผม แถมพวกสาวๆ ยังเชียร์ให้พี่จงเหวินเขาจีบผมกันแบบออกหน้าออกตามาก

 

เหตุผลก็ง่ายๆ พี่เขาหล่อและนิสัยดี อยากให้มึงได้ไปเป็นผัว ผมไม่ได้อยากมีผู้ชายเป็นของตัวเองเลย ผมควรจะทำให้พี่จงเหวินเขาเลิกมาจีบผมสักทีนะครับว่าไหม ให้เขาไปเจอคนดีที่เป็นเหมือนกันเถอะ

 

“อ้าว ซวยแล้วมึงโจวโจว รถไฟหล่อๆ สองขบวนชนกันโครมเบ้อเริ่มเลยว่ะ” ถิงถิงพูดเมื่อหันกลับไปเห็นว่า พี่จงเหวินกำลังเดินยิ้มมาทางโต๊ะที่พวกผมนั่งอยู่ จนคนตัวโตที่นั่งข้างผมหันไปมองตาม

 

หรือผมจะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสดีวะ ผมไม่อยากให้พี่จงเหวินเขามาจีบผมอยู่แบบนี้อ่ะ ผมชอบเขานะครับ แต่ไม่ได้ชอบในความหมายแบบเชิงชู้สาว เอ๊ะ..หรือเขาเรียกชู้หนุ่มวะ เขาผู้ชายผมก็ผู้ชาย ปล่อยไปก่อนเดี๋ยวค่อยคิด ตอนนี้ต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง

 

“พวกมึงไม่ได้ต้องพูดอะไรเรื่องที่กูจะทำเลยนะ จิ่งอวี๋เกอเกอผมทำอะไรก็อย่าตกใจเฉยๆ ไว้ เดี๋ยวอธิบายทีหลัง” ผมพูดจนทุกคนมองหน้างงๆ แต่ผมอ่ะคว้ามือไอ้พี่จิ่งวาฬมาจับไว้ แล้วก็เอาไปวางบนโต๊ะอีกทีจะได้เด่นๆ ทำเอาเพื่อนคนอื่นแอบหัวเราะกับแผนชั่วของผม พวกห่านี่แม่งรู้ทันตลอด

 

 

 

 

แต่คนที่ถูกผมกุมมือไว้...กลับพลิกมือหงายขึ้นมาสอดประสานมือไว้กับผม เอ่อ...มันก็จะให้ความร่วมมือเกินไปป่ะไอ้พี่จิ่ง แต่ก็ดี ดูจากท่าทางพี่จิ่งอวี๋มันน่าจะเข้าใจอะไรได้จากคำพูดของถิงถิงอยู่พอสมควร ขอบคุณนะพี่เดี๋ยวผมตอบแทนทีหลัง

 

“สอบเสร็จกันแล้วเหรอครับ” หลังจากพวกผมหันไปก้มหัวทำความเคารพแล้ว พี่จงเหวินก็เอ่ยทักทาย แต่ว่าผู้มาเยือนชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าผมลากมือตัวเองและมือใหญ่ของคนที่นั่งติดกันลงไปไว้ที่ตักแทนที่จะไว้บนโต๊ะ เพราะมันจะดูจงใจเกินไป

 

“เสร็จแล้วค่ะจงเหวินเกอเกอ เมื่อวานซืนนี้เอง อ้อ..นี่จิ่งอวี๋เกอเกอค่ะ เกอเกอคะ นี่จงเหวินเกอเกอเป็นเจ้าของร้านอ่าค่ะ” ถิงถิงเป็นคนตอบ ก่อนจะแนะนำให้ผู้ชายสองคนที่มองหน้ากันอยู่ได้รู้จักกัน

 

พี่จงเหวินก็จ้องเสียจริงจัง ส่วนคนที่นั่งจับมือผมอยู่ก็มองกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้เหมือนกัน

 

“สวัสดีครับ” พี่จิ่งอวี๋ทักทายยิ้มๆ ซึ่งผมมองออกว่ามันเป็นรอยยิ้มที่กวนตีนมาก(เพราะผมเห็นมาบ่อยจนชิน)

 

“สวัสดีครับ กลัวหายหรือครับ” พี่จงเหวินถามยิ้มๆ แต่ตาไม่ค่อยยิ้มเท่าไหร่

 

“ครับ กลัวหาย พอดีเจ้าลูกแมวตัวนี้มันซุกซน อีกอย่างผมน่ะทั้งรักทั้งหวงมากครับ” เพื่อนพี่ชายผมตอบ อื้อหือ..แสดงบทหึงหวงได้แนบเนียนสุดๆ เอาไปเลยครับคุณหวงจิ่งอวี๋...ออสการ์

 

สองคนเขามองตากันอยู่พักหนึ่ง จนในที่สุดพี่จงเหวินมันก็หัวเราะออกมา ก่อนจะยกแก้วขึ้นมาชนกับพวกผมรวมไปถึงพี่จิ่งอวี๋ แล้วดึงเก้าอี้ว่างจากโต๊ะข้างหลังมานั่งร่วมวงด้วย ส่วนเพื่อนพี่ชายผมมันก็ยิ้มปกติแล้ว

 

เอ้า..คิดจะคุยกันดีๆ ก็ดีเสียอย่างนั้น แล้วที่ผมทำไปจะมีความหมายอะไรวะ ผมเลยพยายามจะดึงมือออก แต่ไอ้พี่จิ่งวาฬมันไม่ยอมปล่อย กลับยึดไว้แน่นจนเกือบจะเจ็บ

 

“นั่งเฉยๆ ก่อนสิครับคนดี” หันมาบอกผมเบาๆ เสียงนุ่มทุ้มระคนออดอ้อนจนน่าเคลิ้มตาย ก่อนจะหันกลับไปคุยกับคนอื่นด้วยโทนเสียงตามปกติ

 

พวกเราเจ็ดคนนั่งคุยกันเรื่องสอบที่พึ่งจะผ่านพ้นไปนั่นแหละครับ สักพักพี่จงเหวินก็ขอตัวลุกออกไป แต่ก็ไม่วายบอกเหมือนเดิม

 

“แล้วเดี๋ยวถ้าว่างพี่จะแวะมาคุยด้วยนะ จะเข้าข้างในไหมพี่จะได้ให้เด็กเก็บโต๊ะไว้ วันนี้คนเยอะน่ะแล้วเรามากันหลายคน” เจ้าของร้านสุดหล่อถามพลางแจกยิ้มรอบวง ถ้าพี่เขาเป็นผู้หญิงไม่ต้องมาจีบผมก็วิ่งเข้าใส่นะ ยิ้มละลายโลกมาก

 

“เข้าครับเกอเกอ วันนี้ร้านไม่ปิดไม่กลับ” เจียหลงบอก

 

“โอเค เดี๋ยวพี่ให้เด็กดูให้ จะเข้าไปก็บอกน้องๆ เขานะว่าโต๊ะพี่จงเหวิน” พวกเราขานรับกันทั้งโต๊ะ ก่อนที่เจ้าของร้านจะแยกตัวไป เขาก็ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะ เสียดายแทนสาวๆ ที่เขาดันชอบผู้ชาย

 

 

 

 

พวกเราก็นั่งกินข้าวกันต่อไปเรื่อยๆ แต่ผมเริ่มรู้สึกถึงอะไรแปลกๆ เมื่อเพื่อนอีกสี่คนยังไม่เลิกอมยิ้ม

 

“ยิ้มหาพระแสงอะไรกัน”

 

“ก็แค่สงสัยว่าเมื่อกี้มันละครหรือชีวิตจริง จงเหวินเกอเกอเขาก็ไปนานแล้วนะ” พอซื่ออิงพูดจบผมก็นึกขึ้นได้ว่ายังจับมือกับไอ้พี่จิ่งอวี๋อยู่

 

“โทษทีเกอเกอ” ผมบอกก่อนจะดึงมือออกจากมือใหญ่ เอามาวางไว้บนตักตัวเองเหมือนเดิม

 

“เลยไม่รู้ว่าใครเนียน โจวโจวเนียนไม่ดึงมือออก หรือจิ่งอวี๋เกอเกอเนียนไม่ยอมปล่อยมือเพื่อนเราก็ไม่รู้” ถิงถิงพูดพลางหันไปพยักพเยิดกับเพื่อนคนอื่นๆ

 

ส่วนคนที่นั่งจับมือผมมานานได้แต่หัวเราะเบาๆ แต่ก็ไม่ได้พูดแก้ตัวอะไร กลัวว่าพูดแล้วดอกพิกุลจะร่วงจากปากหรือไงวะ ว่าจะญาติดีกับเพื่อนพี่ชายแบบถาวรแล้วนะ ดันมาทำให้หมั่นไส้อีกจนได้นะไอ้วาฬบ้า

 

“ของอย่างนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดังนะถิงถิง เราว่างานนี้ต่างคนต่างเนียน” ซื่ออิงพูดจบเพื่อนผมก็โห่กันลั่นโต๊ะ

 

“คุณจงเหวินเขามาจีบโจวโจวเหรอ” พี่จิ่งอวี๋หันมาถามผมระหว่างที่คนอื่นกำลังกิ๊วก๊าวกันอยู่

 

“ก็...อือ” ผมตอบไม่เต็มเสียง คือ..ผมไม่ได้ภูมิใจเลยที่ถูกผู้ชายมาจีบเนี่ย จะให้ตอบแบบหน้าชื่นตาบานก็กระไรอยู่

 

“ต่อไปนี้เขาก็ไม่จีบแล้วล่ะ แต่ถ้าวันไหนพี่ไม่ได้มาด้วยแล้วเขายังมาจีบอีก โจวโจวก็เปลี่ยนไปนั่งร้านอื่นได้แล้วนะ” นั่น..เริ่มเผด็จการแล้ว

 

“อือ ขอบคุณนะครับ” ผมขอบคุณในความร่วมมือของอีกฝ่าย พี่จิ่งอวี๋มันยิ้มให้ผมก่อนจะตอบ

 

“ด้วยความยินดีครับ”

 

“กูว่านะเมื่อกี้ไม่ใช่ละครแหงๆ ดูยังไงก็ชีวิตจริงชัดๆ ” เสี่ยวหมิงพูดขึ้นมาลอยๆ แต่เพื่อนผมยกแก้วชนกันรอบวง กวนตีนนะไอ้พวกนี้

 

 

 

 

พอเรากินข้าวกันอิ่มแล้วก็บอกพนักงานว่าจะขอย้ายเข้าไปโซนผับด้านใน พี่จงเหวินจองโต๊ะไว้ให้แล้ว พี่เขาก็ตอบรับอย่างรู้งาน เพราะช่วงนี้พวกเรามาที่นี่กันทุกครั้งที่จะดื่มเหล้า จนพนักงานรู้จักหน้าพวกผมกันหมดทุกคนแล้ว แถมรู้ด้วยว่าเป็นเพื่อนพี่จงเหวินได้รับส่วนลดโดยอัตโนมัติ..หรูซะ

 

ย้ายไปนั่งด้านในก็ร้องเพลงกันเต้นกันไปตามเรื่อง ส่วนผมก็เหมือนเดิม สอดส่องหาสาวแจ่มๆ แต่วันนี้ยังไม่เจอสาวคนไหนเข้าตาสักคน วันนี้แจ่มสุดก็ถิงถิง ซึ่งผมไม่สีมันแน่ๆ รักมันมากเพื่อนคนนี้ ก็เลยนั่งดื่มอยู่ที่โต๊ะ

 

“วันนี้โจวโจวไม่จีบสาว มาแปลก แสดงว่าสองคนนี้ยังไงๆ กันจริงๆ สินะ” เจียหลงออกปากอย่างผิดสังเกต พลางมองหน้าผมกับไอ้พี่จิ่งอวี๋สลับกันไปมา เพราะปกติผมจะออกไปเต้นหลีสาวแล้ว

 

“ยังไงๆ พ่อง กูสแกนแล้วแต่ยังไม่เจอคนที่ใช่โว้ย อีกอย่างเมื่อเย็นว่านถิงโทรมาดักทางกู แม่ง..เอาเสียรู้สึกผิดเลย คืนนี้งดขายหม้อว่ะ” ผมบอกแต่เพื่อนนี่พากันฮาลั่น ดีที่เพลงเขาเสียงดังไม่อย่างนั้นคงไม่พ้นตกเป็นเป้าสายตา

 

“อยากเต้นว่ะ โจวโจวลุกขึ้นมาเต้นกับพวกกูหน่อย” ถิงถิงหันมาชวนผม เพราะพวกมันสองสาวไม่กล้าลุกออกไปแค่สองคน ความจริงก็เต้นไม่ไกลจากโต๊ะหรอกครับ แต่วันนี้ผู้ชายค่อนข้างเยอะ

 

ถึงเพื่อนสาวๆ ผมจะชอบออกมาเที่ยวด้วยบ่อยๆ แต่มันก็ไม่ค่อยยุ่งกับเรื่องแบบนี้ครับ จะไปก็ต้องลากพวกผมคนใดคนหนึ่งออกไปเป็นไม้กันหมาด้วยตลอด ทำไงได้หน้าตาดีกันทั้งกลุ่ม(โดยเฉพาะผม หุหุ)

 

“ทำไมมึงไม่ชวนเจียหลงมั่งวะ คราวที่แล้วก็กู” ผมโวยวายเพราะวันนี้อยากจะนั่งดื่มมากกว่า

 

“แหม..ห่างเกอเกอจิ่งอวี๋สักพักมึงจะตายหรือไง” นั่นครับ พอผมจะไม่ออกเลยโดนซะ ไปก็ได้วะ แล้วผมก็ลุกออกไปเต้นเป็นบอดีการ์ดให้สองสาว

 

 

 

 

วันนี้ไม่มีสาวเข้าตาผมก็จริง แต่ท่าทางผมจะเข้าตาผู้ชายอีกตามเคย มาแล้วครับถูๆ สีๆ ที่ด้านหลังนี่ หันกลับไปเป็นผู้ชายตัวสูง ผิวขาวหน่อย หน้าตาดูดีในขั้นธรรมดา คือไม่ได้หล่ออะไรมากแต่ก็ไม่ได้แย่ เขายิ้มให้แต่ผมทำเป็นไม่เห็นขยับหนีไปเต้นอีกฝั่งของซื่ออิงแทน แต่ก็ยังถูกเดินตามมาอีกจนได้

 

“กูกลับโต๊ะนะไม่สนุกแล้ว เดี๋ยวให้เสี่ยวหมิงหรือเจียหลงมาก็แล้วกัน” ผมบอกซึ่งสองสาวที่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นก็พยักหน้า คือเอาจริงๆ ถึงพวกมันจะชอบจับคู่ผู้ชายให้ผม แต่ถ้าผมเจอเหตุการณ์แบบนี้ถิงถิงกับซื่ออิงก็เข้าใจนะครับ แล้วก็รู้ว่าผมไม่ชอบด้วย พวกสาวๆ ไม่เคยขัดใจรั้งให้ผมอยู่ต่อเลยถ้าผมถูกสีขึ้นมากลางฟลอร์

 

“เจียหลง มึงไปดูไอ้สองคนนั่นหน่อย” ผมเดินแทรกตัวกลับไปถึงโต๊ะก็บอกเพื่อน ก่อนจะคว้าบุหรี่ในกระเป๋าเดินออกนอกร้าน ยืนเผาบุหรี่ได้แค่นิดเดียวเพื่อนพี่ชายก็เดินออกมายืนข้างๆ

 

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

 

“เปล่า” จะให้บอกหรือไงว่าถูกผู้ชายจีบมาอีกแล้ว

 

“...”

 

“นึกว่าจะออกมาห้ามไม่ให้สูบเสียอีก” ผมหันไปพูดกับคนข้างๆ ที่ยืนเงียบไม่พูดอะไร

 

“ก็อยากจะห้ามอยู่แต่ไม่เอาหรอก แต่เข้าใจว่าสิทธิส่วนบุคคล พี่อยากขอร้องมากกว่าได้ไหมครับ สูบก็ได้ไม่ว่าแต่อย่าบ่อยนัก รู้ไหมมันไม่เข้ากับโจวโจวเลย” เจอเขาพูดดีเข้าหน่อยก็เอาอีกแล้ว ยอมตลอด

 

“ก็จะพยายามลดๆ แล้วกัน ผมก็อยากเลิก แต่ถ้าให้ทำปุบปับมันเลิกไม่ได้ เกอเกอเข้าใจใช่ป่ะ” ผมหันไปถามคนที่ยังยืนอยู่ข้างๆ ไม่ไปไหน

 

“เข้าใจครับ พี่เอาใจช่วยนะ” พี่จิ่งอวี๋บอกเสียงนุ่มพร้อมกับส่งยิ้มมาให้จนเห็นเขี้ยวที่มุมปากทั้งสองข้าง อย่างหล่ออ่ะ แม่งอิจฉามัน ไม่สิไม่...ผมหล่อแมนแถมแฟนเยอะกว่า อิอิ

 

และสงสัยว่าผมจะเมา ถึงรู้สึกว่ารอมยิ้มของคนตัวโตมัน....หวานมาก

 

จากนั้นเราก็พากันกลับเข้าด้านใน ตอนนี้มีนักร้องขึ้นเวทีแล้ว เจียหลงกับสองสาวยังเต้นอยู่ มีแค่เสี่ยวหมิงที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ ผมสองคนเลยไปนั่งเป็นเพื่อนเสี่ยวหมิง

 

 

 

 

วันนี้บอกแล้วว่าจะทิ้งทวนผมเลยซดไม่ยั้ง ไม่นานนักสามคนนั้นก็กลับมารวมตัวที่โต๊ะ พวกเราก็ฟังเพลงไป ร้องตามไป โบกมือไป โยกตัวตามไป

 

ยกเว้นพี่จิ่งอวี๋ที่ดูเหมือนจะรู้จักแค่บางเพลงเท่านั้น ก็ต้องเข้าใจเพราะมัรใช้ชีวิตเมืองนอกมาหลายปีอ่ะนะ อีกอย่างเพลงที่เล่นบนเวทีก็ท่าทางจะเลยวัยอีกฝ่ายมาแล้ว(ถึงหนังหน้าไอ้พี่จิ่งมันจะโกงอายุสุดๆ ก็เถอะ อย่างกับเด็กปี 3 ปี 4)

 

ผ่านไปราวชั่วโมงนักร้องลงจากเวทีช่วงสุดท้ายจะเป็นการเปิดเพลงให้แดนซ์มันส์ๆ ผมที่เมาแล้วถูกสองสาวลากให้ลุกขึ้นเต้นอีกครั้ง เจียหลงก็มาด้วย ทิ้งเสี่ยวหมิงกับพี่จิ่งวาฬให้นั่งเฝ้าโต๊ะกันแค่สองคน

 

เต้นๆ ไปสักพักก็เข้าอีหรอบเดิม มีคนมาสี ทีแรกหันไปผมคิดว่าคนเดิมแต่ไม่ใช่ ไม่ใช่ว่าจำหน้าได้หรอกครับเพราะตอนนี้ผมเมาแล้ว แถมเมามากเสียด้วย แค่จำได้ว่าเสื้อคนก่อนหน้าไม่ใช่สีนี้เท่านั้น

 

“เต้นด้วยได้ไหมครับ” เขาถามมา คงเพราะอีกฝ่ายเข้ามาแบบสุภาพ ผมเลยพยักหน้าส่งให้นิดหน่อย แต่ก็เดินแอบๆ ไปหลังถิงถิง คือจะมาเต้นก็ไม่ว่า แต่ถ้าสีผมอีกละก็มีมวยแน่ ยิ่งเมายิ่งกล้ามีเรื่องมากครับ ศีลธรรมเวลาเมามันถดถอย

 

แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่หยุดแค่เต้นด้วยเฉยๆ ยังขยับตามมาทางผมอีก แล้วอยู่ดีๆ ก็มีคนเข้ามากอดเอวผมจากด้านหลังแล้วรั้งตัวผมให้ถอยไปจนชิด กะจะหันไปต่อยมันสักที ดีที่ได้ยินเสียงเข้าเสียก่อน

 

“ไหวไหมครับ...โจวโจว” หืม...ผมไม่ได้เมาจนหูเพี้ยนใช่ไหม ถึงได้รู้สึกว่าเสียงนี้มันโคตรจะนุ่มนวลละมุนหูมาก เพราะอาจจะเห็นว่ามีผู้ชายเข้ามาก่อกวนเกาะแกะผมก็ได้ พี่จิ่งอวี๋มันเลยดึงผมเข้าไปกอดแบบนั้น ดูแลน้องดีเหลือเกินน่ารักจริงๆ เลยนะพี่ชายผม

 

“เมาแล้ว แต่ยังไหวอ่ะ” ผมตอบ เมื่อเห็นว่าคนข้างหลังเป็นใครก็เลยเอนตัวไปพิงซะเลย แต่ก็ยังยืนเต้นๆ กันอยู่

 

คงเพราะว่าเมาผมเลยไม่รู้ว่าตอนนี้ทั้งถิงถิง ซื่ออิง เจียหลง และเสี่ยวหมิงที่พึ่งเดินตามมาด้วยยืนอึ้งกิมกี่ตาโตเป็นไข่ไดโนเสาร์กันไปแล้ว ส่วนคนที่มาสีผมตอนนี้เลยถอยกลับไปแล้วด้วย

 

“ไปนั่งเถอะ”

 

“ไม่เอา ก็บอกแล้วไงจะมาเมา โจวจะเต้นกับสาวๆ ” ผมบอกโดยที่เผลอลืมตัว เปลี่ยนคำแทนตัวเองจากผมโดยใช่ชื่อแทน และแกะแขนคนด้านหลังออกจากเอว เดินเข้าไปหาสองสาวแขนซ้ายพาดไหล่ซื่ออิง แขนขวาพาดไหล่ถิงถิง ส่วนเจียหลงยืนเต้นอยู่ตรงข้ามกับผม

 

“มึงก็เต้นกับจิ่งอวี๋เกอเกอเขานั่นแหละดีแล้ว เดี๋ยวก็มีผู้ชายมาสีอีกหรอก” ถิงถิงบอกก่อนจะดันเบาๆ ให้ผมถอยหลังไปหาพี่จิ่งอวี๋

 

“ก็มาเต้นด้วยกันดิวะ ทีอย่างนี้ละดันกูออก ตอนนั้นละจิกกูยิกๆ ให้มาเต้นเป็นเพื่อน” บ่นก่อนจะดึงแขนถิงถิงมาใกล้ๆ เหมือนเดิม แต่ก็มีคนมายืนประกบซ้อนหลังผมในระยะประชิด คงไม่ต้องบอกนะครับว่าใคร ก็ดีนะมันมายืนแบบนี้ไม่มีใครกล้าเข้ามาหาผมแน่ สนุกขึ้นเยอะ

 

เต้นกันอีกหกเจ็ดเพลงก็กลับไปที่โต๊ะ ยกแก้วชนกันก่อนจะแยกย้ายเพราะว่าเจ้ามือเขาจัดการค่าเสียหายเรียบร้อยแล้วก่อนจะตามออกไปดูแลผมที่กลางฟลอร์

 

“น้องๆ กลับยังไงครับ” พี่จิ่งอวี๋ถามเพื่อนๆ ผม โดยมีผมยืนพิงมันอยู่อีกที คือโคตรเมา

 

“เดี๋ยวพวกผมนั่งรถไปส่งสาวๆ ที่หอก่อนครับเกอเกอ แล้วเจียหลงไปนอนกับผม” น่าจะเป็นเสียงเสี่ยวหมิง วันนี้เป็นเวรมัน วันไหนใครเป็นเวรส่งเพื่อนต้องเมาแบบมีสติ รอบก่อนนู้นเวรผม ก่อนหน้านั้นเวรเจียหลง ส่วนสองสาวไม่นับครับ มีหน้าที่รอรับบริการดีๆ จากบรรดาเพื่อนหล่อๆ ก็พอ

 

“ถ้าอย่างนั้นกลับกันดีๆ นะครับ”

 

“จิ่งอวี๋เกอเกอก็ขับรถดีๆ นะครับ ฝากดูเพื่อนผมด้วยนะ”

 

“ไม่ต้องห่วง เอาไว้เจอกันนะ โจวโจวไปครับ เดินไหวไหม” พี่จิ่งอวี๋ก้มลงมาถาม ผมพยักหน้าส่งไปให้ทีเดียว เพราะกลัวว่าถ้าพยักหน้าหลายๆ ครั้งคอจะพับเอาได้ โคตรหนักหัวเลยครับตอนนี้

 

รู้สึกได้ว่าท่อนแขนของคนข้างๆ สอดมารวบเอวให้ขยับเข้าไปชิด ก่อนจะพาผมออกเดิน พอขึ้นรถได้ผมก็ไม่รับรู้อะไรอีก เพราะรู้ว่าวันนี้ผมสามารถเมาได้อย่างหายห่วงเพราะมีคนไปด้วย อีกอย่างพี่จิ่งอวี๋มันก็ไม่ได้ดื่มเหล้าเลยสักแก้ว ดังนั้นผมกลับถึงห้องอย่างปลอดภัยไม่ต้องกลัวแท็กซี่ทิ้งกลางทางแน่นอน

 

 

 

 

ตื่นขึ้นมาอีกทีตอนสายมากแล้ว ผมนอนอยู่บนเตียงนุ่ม รู้สึกถึงความหนักอึ้งที่ทับลงมาบนตัว จึงต้องลืมตาขึ้นมองหาที่มา แล้วก็พบกับต้นตอตัวเบ้อเริ่มที่นอนก่ายผมอยู่

 

เอ่อ...นี่ผมมานอนอยู่ห้องพี่จิ่งอวี๋มันได้ไงหว่า แถมชุดที่ใส่ก็ไม่ใช่ชุดเมื่อคืนนี้ด้วย

 

อ่า..ไม่ใช่ชุดสิ เสื้อตัวเดียวต่างหากไม่มีกางเกง และที่เป็นประเด็นคือ...ตัวนี้ไม่ใช่เสื้อผม!!!!! ดีนะที่ยังมีบ๊อกเซอร์ติดตัว ไม่อย่างนั้นผมอาจจะต้องมานั่งร้องไห้กระซิกๆ แล้วบอกให้คนที่นอนกอดก่ายผมอยู่รับผิดชอบ

 

หันไปมองคนที่นอนหลับสนิทกอดผมแทนหมอนข้างอยู่ พี่จิ่งอวี๋มันไม่ได้ใส่เสื้อ ใส่แต่กางเกง เอ่อ..เข้าชุดกันกับเสื้อผมเป๊ะ ไม่ๆ อย่าไปคิดมาก อย่าไปคิด ไม่มีอะไรเหมือนอย่างเช้าวันนั้นแน่ๆ

 

ว่าแล้วผมก็พยายามรื้อฟื้นความจำเมื่อคืนอย่างหนัก ปกติเวลาเมามากๆ ความทรงจำของผมมันจะโดดหายเป็นช่วงๆ ครับ จำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ถ้าเรื่องเมื่อคืนผมนึกอะไรไม่ออกสักอย่าง ชายสวี่ต้องประสาทกินตายแน่

 

ขยับตัวจะลุกแต่ก็ปวดหัวจี๊ดโลกหมุนยิ่งกว่าสามร้อยหกสิบองศา แฮ้งค์โคตรๆ เลยล้มตัวลงนอนอย่างเก่า คนที่ยังคงกอดผมอยู่ขยับตัวนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ตื่นขึ้นมา

 

เออ..ดีแล้ว ให้มันตื่นมาตอนนี้ผมทำหน้าไม่ค่อยถูก เพราะดูท่าทางคงจะเป็นผมที่ลากอีกฝ่ายมานอนกอดเพราะคิดว่าเป็นพี่เว่ยหลางอีกตามเคย ถึงจะเป็นในห้องไอ้พี่จิ่งอวี๋มันก็เถอะ

 

ค่อยๆ นั่งคิดทบทวนก็พอจะนึกออกเป็นช่วงๆ เริ่มจากอยู่ที่ร้านพี่จิ่งอวี๋ประคองผมมาขึ้นรถ แล้วผมก็หลับไป มารู้ตัวอีกทีคือตอนที่อีกฝ่ายวางผมลงให้ยืนพิงตัวเองไว้ ตอนที่มันเปิดประตูห้อง สรุปเพื่อนพี่ชายอุ้มผมขึ้นมาจากที่จอดรถ อันนี้โทษผมไม่ได้ อยากไม่ปลุกผมเองก็หนักไปครับ บุญของผมแต่กรรมของมัน

 

“จะไปไหนครับ”

 

“จะอ้วก” ผมบอกแต่กลับถูกอุ้มเข้าไปในห้องที่นอนดูทีวีกันเมื่อตอนบ่าย ส่งต่อจนถึงห้องน้ำในห้องนอนมัน อ้วกเสร็จก็ล้างหน้าล้างปากแล้วนั่งตายคาห้องน้ำ คือเมาสุดๆ

 

“โจวโจว...ไหวหรือเปล่าครับเนี่ย” เสียงนุ่มมาก ผมต้องเมาจนหูเพี้ยนแน่ๆ

 

“อือ ขอนั่งอีกแป๊บอ่ะ” ผมบอกก่อนจะเอนตัวไปพิงผนังห้องน้ำ พอได้เอาอะไรออกไปบ้างก็รู้สึกดีขึ้นมานิดนึง

 

“เสื้อเปียกหมดแล้ว เดี๋ยวพี่เอาชุดมาให้เปลี่ยน” พูดจบอีกฝ่ายก็หายไปสักพัก และกลับมาอีกครั้งพร้อมเสื้อชุดนอน ผมยอมให้อีกฝ่ายถอดเสื้อผ้า(เฉพาะชุดนอกครับ)เปลี่ยนให้แต่โดยดี เพราะไม่มีแรงจะทำเอง

 

คือปกติถ้าไม่ได้เมามากขนาดนี้ก็จะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยนอน ถ้าเมาเป็นแมวมึนอย่างวันนี้ก็นอนทั้งชุดเดิม แต่วันนี้เมามากไปหน่อยเลยต้องมาคายออก ล้างหน้าแบบเมาๆ จนเปียกไปถึงกางเกง

 

“กางเกงขายาวไม่เอา โจวโจวไม่ใส่อ่ะ เกะกะ” ผมบอกเมื่ออีกคนทำท่าจะนั่งลงสวมกางเกงให้ คือพี่จิ่งอวี๋มันถอดกางเกงขายาวผมออกไปแล้วเหลือแต่บ๊อกเซอร์อ่ะ วินาทีนี้ไม่มีขัดขืน ไม่มีอายเพราะเมา อีกอย่างเสี่ยวหมิงกับเจียหลงก็เคยทำแบบนี้ให้ผม ผู้ชายเหมือนกันจะอายไปทำไม

 

“ครับๆ ไม่เอาก็ไม่เอา ไม่ใส่กางเกงแล้วคืนนี้จะปลอดภัยไหมเนี่ย” ได้ยินเสียงบ่นหงุงหงิง แต่ผมฟังไม่ได้ศัพท์ หรอกว่ามันบ่นอะไร จากนั้นผมก็เดินออกจากห้องน้ำ และเดินไปทางที่คิดว่าเป็นประตูห้อง

 

“จะไปไหนครับ” เสียงถามตามหลังพร้อมแขนแข็งแรงของอีกฝ่ายที่เอื้อมมารั้งเอว ทำเอาผมเซถอยกลับไปตามแรง ไอ้พี่วาฬบ้า คนยิ่งเมาๆ อยู่

 

“ไปนอน โจวโจวง่วงแล้ว เมาด้วย”

 

“นอนที่นี่แหละครับ..นะครับ นอนกับพี่นะ จะได้เข้าห้องน้ำง่ายๆ ไง” ได้ยินเพื่อนพี่ชายออดอ้อนเสียงหวาน เมื่อเห็นว่าจริงตามนั้นผมเลยพยักหน้าแล้วเดินโซเซกลับเข้าไปเหมือนเดิม แต่เดินได้แค่สองก้าวก็ถูกอุ้ม(อีกครั้ง)ไปวางบนเตียง

 

“โจวโจวครับ”

 

“อืม..ครับ”

 

“รู้ตัวไหมว่าตัวเอง...น่ารัก”

 

“โจวโจวหล่อมากต่างหากโว้ย อย่ามาชวนคุย โจวโจวจะนอนแล้ว” ผมบอกและปัดมือที่มาลูบๆ คลำๆ แก้มตัวเองออกอย่างรำคาญ

 

“แล้วรู้ตัวไหมว่ามีคนเขา..แอบรัก” ได้ยินเสียงพี่จิ่งอวี๋มันพูดอะไรก็ไม่รู้ ผมฟังไม่ชัดนักเพราะเมาแถมตอนนั้นก็ง่วงสุดๆ

 

“อย่าพึ่งหลับสิครับ วันนี้พี่ยังไม่ได้ขอรางวัลเลย อุตส่าห์ทำตัวดีๆ ตามไปช่วยดูแล” คราวนี้เสียงของเพื่อนพี่ชายดังชัดเจน ผมเลยลืมตาขึ้นมามองคนพูด ก่อนจะยิ้มให้

 

“วันนี้จิ่งอวี๋เกอเกอก็ทำตัวดีจริงนั่นแหละ น่ารักกว่าเว่ยหลางเกอเกออีก”

 

“ถ้าอย่างนั้นพี่ขอรางวัลได้ไหมครับ”

 

“จิ่งอวี๋เกอเกองกว่ะ วันหลังโจวโจวเลี้ยงข้าวก็ได้” ผมบ่นเมื่ออีกฝ่ายเรียกร้องค่าตอบแทน

 

“พี่ไม่อยากกินข้าว อยากได้อย่างอื่น ได้ไหมครับ”

 

“จะเอาอะไรอ่ะ”

 

“โจวโจวบอกแค่ให้หรือไม่ให้ก็พอ”

 

“ให้ก็ได้”

 

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้พี่ขอแค่นี้” ตอนนั้นผมง่วงและเมาถึงขีดสุด จำได้แค่ว่าเห็นหน้าอีกฝ่ายใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และเบลอมากขึ้นจนมองไม่ไหว ผมเลยหลับตาลง

 

 รู้สึกถึงสัมผัสนุ่มนวลบนริมฝีปาก จากนั้นกลับรู้สึกหายใจติดขัดจนแทบจะหายใจไม่ออกด้วยซ้ำ แล้วก็จำอะไรต่อจากนั้นไม่ได้อีก รู้สึกตัวอีกทีก็ตื่นมานี่แหละครับ

 

เมื่อคืนนี้.....พี่จิ่งอวี๋มันขออะไรผมหว่า???

 

TO  BE  CONTINUE…

 

คุณผู้อ่านคิดว่าป๋าขออะไรน้องครับ เดาถูกกันหรือเปล่าเอ่ย

 

ใครเดาถูกก็เชิญจิกหมอนกันตามสบายฮะ เตรียมมากันหรือเปล่า


 

ใครเดาไม่ถูก ก็…ไม่ได้ใช้หมอนนะครับ ถือมาเก้อแน่ๆ 

 

คงต้องรอจิ่งอวี๋เกอเกอเขามาบอกให้ฟังตอนหน้าก็แล้วกันนะครับ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น

  1. #17 banztzu1b (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 21:43
    คิดออกนะแต่อยากให้จิ่งเกอเล่ามากกว่าคงฟินน่าดูแน่ๆเลยค่ะ
    #17
    0