Fic Exo #ทูนหัวมาเฟีย KL HH CB ft.KD CM TH

ตอนที่ 20 : #ทูนหัวมาเฟีย #16 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,562
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    31 ต.ค. 59


#ทูนหัวมาเฟีย #16

 

“เฮียยยยย ปล่อยอี้นะ! อี้จะไปดูอาลู่”


“..........”


“เฮียยยยยยย! อื้ออ”


“..........”


ร่างเล็กตัวขาวดิ้นขลุกขลักไปมาในอ้อมแขนแกร่งของมาเฟียหนุ่มอย่างอี้ฟานที่กำลังนอนกอดรัดอี้ชิงจากด้านหลัง ร่างบางตะเกียกตะกายไปทั่วพื้นเตียงกว้าง มือเรียวทั้งจิกทั้งข่วนแขนแกร่งเพื่อหวังให้ปลดปล่อยพันธนาการนี้เสีย

แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ของกล้วยๆเลย ก็อี้ฟานเล่นทั้งรัดทั้งซุกแบบนี้ คนบ้าจี้อย่างอี้ชิงก็ระทวยนะสิ


“.....เฮีย! อ่ะ!!”


“....หืม? หยุดดิ้นทำไมครับ”


“ฮ เฮีย.....”


“.....หือ?”


ใครจะกล้าพูดกันละ ว่ามีอะไรดุนดันบั้นท้ายอันนุ่มนิ่มของตัวเองอยู่!

พรึบ..

“เฮียฟานครับ....”


ร่างเล็กที่ตอนแรกโดนกอดจากด้านหลังขยับพลิกตัวหันหน้าเข้าหามังกรหนุ่มอย่างไม่คิดเกรงกลัว เสียงหวานดัดเป็นเสียงสองก่อนจะเอื้อนเอ่ยออกไป ดวงตากลมทอประกายระยิบระยับ ริมฝีปากอวบอิ่มยกยิ้มเล็กน้อยส่งไปให้คนตัวโตกว่าที่กำลังมองมาที่ตัวเองอย่างประหลาดใจ
ร่างหนาที่โดนแอทแท็คอย่างรุนแรงชะงักไปเล็กน้อย ปากหยักก้มลงกดจูบริมฝีปากอวบอิ่มของอี้ชิงแรงๆหนึ่งทีและผละออก ก่อนจะรวบร่างบางมากอดไว้แน่นกว่าเดิม จนอี้ชิงทำหน้าบูดบึ่งไม่พออกพอใจที่มุขอ้อนของตนนั้นใช้ไม่ได้ผลกับคนตรงหน้านี้แล้ว


“.....ไม่ได้ผลหรอกน่าเสี่ยวชิง หึๆ”


“เฮียอะ!!”


“ฮ่าๆ นอนพักก่อน...ถ้าตื่นแล้วเฮียจะพาไปดูลู่หาน”


“จริงนะ! แต่…อี้ไม่อยากนอนแล้วอะ”


“ทำไม ทำอย่างอื่นแทนไหมละ อึก เจ็บครับ”


ร่างบางเงยหน้าขึ้นมามองคนตัวโตที่กอดตนไว้เล็กน้อยก่อนจะทุบอกแกร่งไปแรงๆทีนึงและก้มลงซุกอกหนาของอี้ฟานตามเดิม
อี้ชิงเปล่าเขินนะ แค่ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดแค่นั้นเอง จริงๆนะ


“หึๆ รักอี้ชิงนะครับ”


“.........”


“.........”


“....เมื่อไหร่ครับ?”


ร่างบางเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งและถามท่ามกลางความเงียบ อี้ฟานก้มลงสบตากับคนถามอย่างไม่หลบสายตาแต่เลิกที่จะเงียบแทนคำตอบ
คำตอบที่อาจจะส่งผลต่อความรู้สึกของอี้ชิง อี้ฟานยอมให้ดวงใจของเขาเสียใจไม่ได้เด็ดขาด


“..........”


“เมื่อไหร่เฮียจะบอกเรื่องทั้งหมดกับอี้ครับ?”


“..........”


“เฮีย....”

“......นอนเถอะ”

“...........”


มือบางที่เอื้อมขึ้นไปจับประคองใบหน้าคมเข้มค่อยๆเลือนลง ความเงียบกลับมาครอบงำภายในห้องนอนกว้างเฉกเช่นห้องที่ไร้ผู้คนอีกครั้ง ได้ยินเพียงเสียงทำงานของเครื่องปรับอากาศที่เป็นตัวบ่งบอกว่ามีคนอยู่ข้างในและกำลังใช้งานมันอยู่ แต่ถึงจะดังแค่ไหนก็ยังไม่เท่าเสียงหัวใจที่บีบคั้นปวดหนึบอยู่ภายในร่างกายของอี้ชิงอยู่ดี
อี้ชิงต้องรอไปถึงเมื่อไหร่...รออีกนานแค่ไหนกัน

 

ครืดดดดด ครืดดดด

อี้ฟานค่อยๆลืมตาขึ้นหลังจากที่หงิบหลับคล้อยหลังอี้ชิงไปได้ไม่นาน มือหนาเอื้อมไปหยิบสมาร์ทโฟนเจ้าปัญหาที่กำลังสั่นเหมือนเจ้าเข้าตาคมขมวดคิ้วดูเบอร์เข้าเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆประคองศีรษะของอี้ชิงให้หนุนหมอนดีๆแล้วก้าวลงจากเตียงเพื่อไปรับโทรศัพท์จากมือขวาคนสนิทอย่างเฉินที่ระเบียงห้อง
อี้ฟานรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่เฉินโทรมาหาตน ทั้งๆที่เคยกำชับไปแล้วว่าถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญก็อย่าโทรมาหรือถ้าจำเป็นจริงๆก็ให้ส่งเมลมาแทน และแน่นอนอี้ฟานไม่ปล่อยให้ตัวเองสงสัยนานหรอก


“...อืม”


[ขอโทษที่รบกวนเวลาพักผ่อนครับเฮีย คือว่า.....]


“...มีอะไรก็รีบๆพูด ฉันไม่ได้มีเวลาขนาดนั้นหรอกนะ”


[คือ...ลั่วอินมันส่งคนมาเป็นหนอนในคาสิโนสาขาหลักในฮ่องกงครับเฮีย....]


“หนอน? นานแค่ไหนแล้ว?”


[...ตั้งแต่สองอาทิตย์ที่แล้วครับ]


“.....แล้วมันอยู่ไหน?”


[ตอนนี้มันพักอยู่อพาร์ทเม้นแถวๆคาสิโนของเราครับ ผมให้เทาจับตาดูมันอยู่]


“อืม มันคงได้อะไรไปไม่มากหรอก....จัดการให้เรียบร้อย”


ติ๊ด

มือหนากดตัดสายทันทีที่สั่งงานมือขวาเสร็จและวางมันไว้บนโต๊ะกระจกข้างตัว ร่างสูงหันหน้าเข้ามาภายในห้องอีกครั้งก่อนจะหยิบเอาบุหรี่มาร์โบโล่ที่หยิบติดมือมาด้วยขึ้นมาจุดไฟแช๊คและดูดเล็กน้อยเพื่อให้ส่วนปลายของบุหรี่ไหม้จนทั่ว สายตาคมจ้องมองร่างเล็กที่กำลังนอนบนเตียงกว้างผ่านประตูเลื่อนที่เป็นกระจกใสและเป็นจังหวะเดียวกันที่อี้ชิงพลิกตัวหันหน้ามาทางระเบียงพอดี อี้ฟานรู้สึกผ่อนคลายได้เล็กน้อยเมื่อสารนิโคตินเข้าสู่ร่างกายก่อนจะค่อยๆพ่นควันออกมาและดูดเข้าไปใหม่ทำแบบนี้ซ้ำๆจนบุหรี่หมดมวน ก่อนจะขยี้ก้นบุหรี่ลงบนกระถางต้นไม้เล็กๆที่ประดับอยู่บนโต๊ะกระจก เอื้อมมือไปคว้าสมาร์ทโฟนและเปิดประตูเดินไปยังเตียงกว้างที่มีดวงใจของมาเฟียหนุ่มจับจองอยู่
อี้ฟานย่อตัวลงข้างเตียงเล็กน้อย มือหยาบเอื้อมไปปัดแก้มเนียนไปมาก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปจูบหน้าผากมนแผ่วเบา อี้ชิงพลิกตัวเล็กน้อยเพราะรู้สึกถึงการรบกวนและกลิ่นแปลกๆที่ทำให้น่าเวียนหัว


“หึ”


เพราะอี้ชิงคือดวงใจและจุดอ่อนของอี้ฟาน ถ้าจะต้องปกป้องดวงใจของตัวเองด้วยชีวิต แม้ตัวจะตายก็ยอม 

พระอาทิตย์ดวงโตกำลังเคลื่อนตัวตกลงลับขอบฟ้าอย่างเชื่องช้า บรรยากาศภายนอกเริ่มเป็นสีส้มอ่อนดูอบอุ่นสบายตา ขาเรียวก้าวลงบันไดอย่างช้าๆไม่ได้เร่งรีบอะไร ดวงตาหวานคอยสอดส่องไปทั่วบริเวณบ้านก่อนจะวิ่งลงบันไดไปยังห้องครัวเมื่อเห็นว่าไร้ผู้คน


“...มีอะไรกินบ้างน๊าา อ๊ะ!!


พรึบ

“แอบหนีลงมาคนเดียวแบบนี้จะลงโทษคนดื้อยังไงดี หือ?”


“พ พี่ชาน! ทำอย่างงี้แบคตกใจนะ!”


เสียงหวานเอ็ดขึ้นด้วยใบหน้างอง้ำให้คนที่กำลังกอดตัวเองจากด้านหลังทันทีเมื่อรู้ว่าเป็นใครที่ทำให้ตนเองนั้นขวัญหนีดีฝ่อ


“ปล่อยครับ วันหลังอย่าทำแบบนี้นะครับ แบคไม่ชอบ”


ร่างเล็กแกะแขนแกร่งที่กำลังกอดตนออกและหันหน้ามาหาคนตัวโตกว่าก่อนจะชี้นิ้วขึ้นมาพูดสั่งห้ามกับคนตรงหน้าเมื่อพูดจบก็สบัดบ็อบหันหลังไปเปิดตู้เย็นดูของสดที่สามารถทำอาหารกินเย็นนี้ได้โดยไม่สนใจคนที่กำลังยืนทำหน้าเหลอหลามึนงงกับคำสั่งเมื่อครู่


“หึ”


ร่างสูงหัวเราะในลำคอเบาๆเมื่อตั้งสติได้ ร่างสูงยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์มองหนุ่มน้อยที่กล้าชี้หน้าออกคำสั่งกับตนอย่างถือดี เพราะนอกจากพ่อกับแม่เขาแล้วก็ไม่มีใครกล้าชี้หน้าออกคำสั่งกับชานยอลแบบนี้เลยสักคน แต่ถึงอย่างนั้นชานยอลกลับไม่รู้สึกโกรธหรือโมโหเลยสักนิด


“ขอทางด้วยครับ แบคจะทำอาหาร”


“มานี่ก่อน เร็วสิ”


แบคฮยอนที่ยืนถือทัปเปอแวเนื้อสดและถุงผักอยู่หรี่ตามองคนเรียกอย่างชั่งใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคเร่งจากร่างสูงอีกรอบแบคฮยอนก็รีบวางของที่อยู่ในมือลงบนซิงค์ล้างจานแล้วเดินไปหาชานยอลที่ยืนพิงเคาน์เตอร์อย่างมึนงง

ชานยอลคว้าข้อแขนของแบคฮยอนทันทีที่คนตัวเล็กเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะยื้อตัวไปหยิบผ้ากันเปื้อนที่แขวนไว้บนกำแพงข้างเคาน์เตอร์ที่ตัวเองพิงอยู่และยกขึ้นมาสวมใส่ให้แบคฮยอน แขนหนาอีกข้างดึงร่างของแบคฮยอนให้แนบชิดเข้ามามากขึ้น พับผ้ากันเปื้อนขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้พอดีตัวกับคนใส่และเอื้อมมือไปผูกเชือกด้านหลังให้แบคฮยอนอย่างใจเย็นคล้ายกลั่นแกล้ง


“หันหน้ามานี่แบคฮยอน”


แม้มือจะกำลังผูกผ้ากันเปื้อนให้แบคฮยอนอยู่แต่ตาคมกลับจ้องใบหน้าหวานที่เส่หน้าหลบความเขินอายไปทางอื่นก่อนจะหันมาตามคำสั่งเสียงเข้มที่เอ่ยบอกไปเมื่อสักครู่


“..........”


“ตอบคำถามฉันมา หนีลงมาคนเดียวทำไม”


“...ก ก็ผม...หิวนิ”


“หิวขนาดที่ไม่รอกันเลยอย่างนั้นหรอ ฉันบอกให้รอฉันอาบน้ำก่อนไม่ใช่หรือไง”


“ก็แบครู้สึกว่าพี่ช้าอะ แบคเลยลงมาก่อน มาทำอาหารให้ทุกคนกินด้วยไง แบคทำเป็นนะ”


คนอย่างแบคฮยอนก็ทำอาหารอร่อยนะเออ นักชิมอย่างดีโอยังต้องยกนิ้วให้เลย


“.....งั้นวันหลังก็มาอาบน้ำมันด้วยกันเลยเป็นไง ประหยัดน้ำประหยัดเวลา”


ปึก!

“บ้าหรอ! ...ไม่เอาด้วยหรอก”


มือเรียวทุบลงบนอกแกร่งของคนที่กอดตนไว้ไม่แรงนัก ใบหน้าหวานก้มลงหลบสายตาคมที่มองมาอย่างเขินอายและปฏิเสธออกไปเสียงเบา คนขี้แกล้งก็ได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จ้องมองคนในอ้อมแขนอย่างนึกสนุก ยิ่งเห็นใบหน้าขาวๆนั้นขึ้นเลือดฝาดยิ่งอยากแกล้งเข้าไปใหญ่


“หึๆ อะไรกัน เมื่อคืนยังให้ เอา อยู่เลย”


“พ พี่ชาน!!! บ แบคไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะครับ!”


“เอ้าหรอ? นึกว่าเหมือนกัน”


“พี่ชานยอล! ผมไม่พูดด้วยแล้ว ปล่อยครับ”


ร่างเล็กดิ้นไปมาในอ้อมกอด ใบหน้าแดงเถือกลามไปถึงใบหูเมื่ออีกคนพูดเรื่องน่าอายออกมา ตอนนี้แบคฮยอนไม่กล้าสู้หน้าชานยอลเลยด้วยซ้ำ ได้แต่ทำหน้างอผลักอกอีกคนให้ปล่อยไปแต่แบคฮยอนรู้สึกว่ายิ่งดิ้นก็เหมือนชานยอลจะยิ่งกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม

แบคฮยอนชักจะหงุดหงิดแล้วนะ!


“พี่ชาน! อื้ออ!”


จุ๊บ...


“อ้าาา ชื่นใจแล้ว ไปได้”


คำที่แบคฮยอนจะด่าแทบหายไปกับสติ เมื่อชานยอลจับใบหน้าเล็กให้เงยขึ้นและปากหยักก็กดจูบลงไปบนตำแหน่งเดียวกันก่อนที่แบคฮยอนจะพูดออกมาก่อนจะปล่อยให้แบคฮยอนเป็นอิสระ


“อ้อ! ไม่ต้องทำแล้วนะอาหารน่ะ”


“.............”


“มีคนทำอาหารไปไว้ให้ที่สวนแล้ว วันนี้จะกินข้าวกันที่นั่น”


“.............”


“ถ้าหิวมาก..กินพี่ก่อนก็ได้นะ”


ร่างสูงว่าจบก็หันหลังเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ออกจากห้องครัวไปอย่างอารมณ์ดี ผิดกับอีกคนที่ยืนทำหน้าเหวอบอกบุญไม่รับกับการกระทำและคำพูดของร่างสูง ตอนนี้สติของแบคฮยอนหลุดลอยไปไหนแล้วก็ไม่รู้

ถ้ารู้ว่ามีคนทำอาหารเย็นแล้วจะใส่ผ้ากันเปื้อนให้ทำไมห่ะ!!!


“อ้าวแบคฮยอน! มาพอดีเลย พี่กำลังจะไปตามอยู่พอดี”


“..อ่าา ครับ”


หลังจากที่แบคฮยอนตั้งสติจากเหตุการณ์ในห้องครัวได้ก็รีบถอดผ้ากันเปื้อนออกและเดินตามเจ้าของแผ่นหลังกว้างที่สามารถทำให้แบคฮยอนหายจมอกแกร่งเมื่อร่างสูงกกกอด ใบหน้าหวานบึ่งตึง ปากเล็กบ่นพึมพำไล่หลังชานยอลไปเรื่อยๆจนมาถึงสวนหลังบ้าน จนร่างบางได้ยินอี้ชิงเอ่ยทักนั้นแหละจึงได้รู้ว่าเดินมาถึงสวนแล้ว


“พี่ลู่หาน!! อะ! พี่ชาน! ท ทำแบบนี้ถ้าแบคล้มจะทำยังไงครับ”


“แล้วที่จะวิ่งไปหาเขา ไม่กลัวล้มเลยว่างั้น


“ก ก็แบค..”


“ไม่ต้องมาเถียง เดินไปดีๆ อย่าให้ฉันต้องจับอุ้ม”


“.....”


ใบหน้าหวานที่เคยยิ้มอย่างดีใจที่เหลือบไปเห็นพี่ลู่หานของตัวเองอยู่ที่สวนด้วยกลับงอง้ำลงอีกครั้งเมื่อชานยอลใช้ลำแขนแกร่งคว้าต้นคอขาวของแบคฮยอนและรั้งเข้ามาหาตนเพื่อให้ร่างเล็กหยุดวิ่งด้วยแขนข้างเดียวจนแผ่นหลังบางแนบไปกับหน้าอกและหน้าท้องอันแข็งแรงของชานยอลและใช้แขนอีกข้างที่ว่างกระชับเอวคอดให้แบคฮยอนอยู่นิ่งๆ มันแนบแน่นและกระชับเกินไปจนแบคฮยอนอดจินตนาการเรื่องคืนนั้นไม่ได้เลย

อกและหน้าท้องของพี่ชานยอลนี่มันแน่นเหลือเกิน


“แบคฮยอน มานั่งนี่ๆ คุณขยับไปนั่งโน่นเลย ผมจะให้น้องนั่งตรงนี้”


“.......”


ร่างสูงของเซฮุนลุกขึ้นยืนและเดินไปนั่งอีกฝั่งข้างๆชานยอลอย่างมึนๆตามนิ้วเรียวของลู่หาน แต่กว่าจะตั้งสติได้ที่ของตนที่เคยนั่งกลับแทนที่ด้วยร่างเล็กของแบคฮยอนไปเสียแล้ว

เซฮุนตั้งตัวไม่ทันครับ นั่งมองเมียอยู่ดีๆ เดินมานั่งอีกฝั่งได้ยังไงวะ


“หึ”


“ขำหาอะไร?”


“.........”


ชานยอลตอบกลับด้วยการยักไหล่ขึ้นเล็กน้อยให้เพื่อนและหันกลับไปมองร่างบางทั้งสองที่นั่งคุยกันไม่ไกลจากพวกเขานัก ปากเล็กพูดจ้อไถ่ถามอาการจากอีกคนอย่างเป็นห่วงไม่หยุดปาก ส่วนอี้ชิงหลังจากเตรียมอาหารเย็นอยู่อีกมุมเสร็จก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาเม้ามอยด้วย


“เป็นไงมึง?”


ร่างสูงของคริสเดินมาจากด้านหลังที่เดียวกับอี้ชิง มือหนาเอื้อมมาจับไหล่กว้างของเซฮุนและเอ่ยถามเพื่อนเสียงเข้ม


“หมายถึงอะไร?”


“ก็นึกคึกอะไรถึงอยากมากินข้าวที่นี่”


“ไม่นึกอะไร เมียอยากมา”


เสียงทุ้มของเซฮุนตอบเพื่อนไปแบบส่งๆแต่ดวงตาคมยังคงจ้องร่างเล็กที่เป็นจำเลยคอยโดนไต่สวนจากอี้ชิงและแบคฮยอนอย่างไม่ละสายตา

คริสอยากจะพูดออกไปเหลือเกินว่า จับแดกเลยไหม ถ้าจะมองขนาดนั้น


“อยากออกมาสูดอากาศข้างนอกว่างั้น”


“..อืม”


“หึ ... พรุ่งนี้พวกเราต้องกลับโซลนะ”


ชานยอลและเซฮุนเงยหน้าขึ้นมามองคริสทันทีที่เขาพูดจบ ทั้งสองแปลกใจไม่น้อย มันไม่แปลกหรอกที่พวกเขาทิ้งงานและพากันมาอยู่บนเกาะส่วนตัวนี้เพราะยังไงพวกเขาก็เป็นถึงผู้ถือหุ้นหลักของบริษัทกันทั้งนั้นแต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะไม่ทำงานกันเลย พวกเขายังเช็คเมลตรวจงานที่เลขาส่งมาให้อยู่เรื่อยๆ แต่มันแปลกที่จู่ๆก็ต้องกลับโซลอย่างกะทันหันแบบนี้ ลำพังแค่พวกเขาก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่เมียพวกเขานี่สิ จะไม่ตกเป็นเป้านิ่งกันหรือยังไง


“เกิดอะไรขึ้น?”


“หึ จมูกไวเหมือนเดิมนะเพื่อนชาน”


“...พูดมาเถอะน่าา”


ร่างสูงของคริสถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะบอกให้เพื่อนทั้งสองเดินตามไปยังโซนอาหารที่อยู่ห่างจากร่างบางทั้งสามพอสมควรและเล่าเรื่องที่เฉินโทรมารายงานเมื่อช่วงบ่ายให้เพื่อนของตนฟัง ถึงมือจะทำทีเป็นเตรียมนั่นเตรียมนี่เพื่อตบตาร่างเล็กทั้งสามที่มองพวกเขาอย่างสงสัยแต่คิ้วหนาต่างก็ขมวดเป็นปมหลังจากที่ฟังคริสเล่า

ตอนแรกก็กะจะด่าเพื่อนอยู่หรอกนะว่าให้เดินมาไกลทำไม แต่พอได้ฟังเพื่อนเล่าแล้ว พวกผมนี่เครียดเลยครับ....


 

“พวกเขาจะไปไหนกันอะ”


เสียงหวานของผู้เป็นจำเลยอย่างลู่หานเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยเมื่อเห็นคนที่เอาแต่จ้องตัวเองนั้นลุกเดินไปฝั่งอาหารพร้อมกับเพื่อนของเขาอีกสองคน


“....ผมก็ไม่รู้ครับ”


“อืมม น่าสงสัยนะเนี่ย ... ช่างพวกเขาเถอะ ว่าแต่เราเถอะลู่หาน ไม่ปวดหัวหรืออะไรแล้วใช่ไหม?”


“อืม! แค่นี้สบายมาก ลู่ออกจะแข็งแรง แมนๆ”


“จ้าพ่อคนแมน คนแมนมีแฟนหล่อเน๊อะ”


“ซ้ออ่ะ!!!!”


“ฮ่าๆๆๆ/ฮ่าๆๆๆๆๆ”


ทั้งอี้ชิงและแบคฮยอนระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกันจนคนโดนล้อต้องกอดอก เบ้ปาก มองแรงพี่น้องร่วมชะตากรรมทั้งสอง


“เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้วครับ หน้าจะเหี่ยวเอานะครับ ฮ่าๆๆ”


“ย๊าาา!! แบคฮยอน!


“ฮ่าๆๆ เอาน่าๆ เรามาคุยเรื่องแผนของเรากันดีกว่า ก่อนที่พวกนั้นจะกลับมา”


อี้ชิงรีบห้ามปรามลู่หานที่กำลังจะเอื้อมมือไปขย้ำคอแบคฮยอนและเริ่มเข้าโหมดสนทนากันอย่างจริงจัง


“โหยยซ้อ ยังไม่ล้มเลิกความคิดนี้อีกหรอเนี่ย!


“นั่นสิครับ ผมว่ามันไม่ง่ายเลยนะครับ”


“...หึ ยังอะ อะๆๆๆ อย่าพึ่งโวยวาย ครั้งนี้ถ้ามีอะไรผิดพลาดพี่จะเป็นคนรับผิดชอบเอง ตกลงไหม”


ร่างบางว่าไม่พอยังชูสามนิ้วเหนือหัวเป็นการปฏิญานตนเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่น้องๆอีกด้วย


“ไม่เชื่ออะซ้อ นายแป๊ะนั่นอันตรายจะตาย เอะอะนิดหน่อยทำโทษๆ แบร่!”


“เหมือนผมเลย คนอะไรไม่รู้ ชอบขู่ ยังกับมาเฟียแหนะ”


เป๊าะ!

“นี่แหละ!!!


เสียงดีดนิ้วและเสียงตะโกนของอี้ชิงสร้างความตกใจให้ลู่หานกับแบคฮยอนไม่น้อย จนทำให้สามหนุ่มหันมาสนใจเล็กน้อยแต่เพราะลู่หานโบกไม้โบกมือเป็นสัญญานว่าไม่มีอะไรทั้งสามจึงหันกลับไปคุยกันเหมือนเดิม


“นึกคึกอะไรเนี่ยซ้อ!


“นั่นสิครับ ผมตกใจหมดเลย”


“โทษทีๆ .... เรื่องนี้แหละที่พี่อยากรู้”


“เรื่องอะไรอะ”


ลู่หานทำหน้าสงสัยไม่ต่างจากแบคฮยอนที่นั่งฟังเงียบๆ อี้ชิงกรอกตาเซ็งเล็กน้อยให้กับความซื่อของน้องๆก่อนจะพูดออกไป


“ก็เรื่องที่แบคฮยอนสงสัยไง เรื่องมาเฟียอะ”


“...มาเฟีย?/มาเฟีย...”


“อื้อ! แต่พี่ว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น พี่ถึงต้องรู้ให้ได้ไงละ”


คิ้วเรียวของแบคฮยอนและลู่หานขมวดเป็นปมเล็กน้อย ครุ่นคิดกับเรื่องที่ผ่านมา มันก็จริงแฮะ รูปร่างหน้าตาจัดว่าดี ดีมากเลยแหละ เป็นถึงผู้บริหารตั้งแต่อายุแค่นี้ แถมมีลูกน้องชุดดำเดินตามเป็นขบวน ชอบทำหน้าเคร่งขึม ขอบขู่ให้หวาดกลัว พอไม่ได้ดั่งใจก็ทำโทษ เด็กบริบาลแค่มองก็รู้ว่านี่คือคาเรคเตอร์ของมาเฟียชัดๆ

กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย มันต้องมีอะไรอยู่เบื่องหลังความสำเร็จของพวกเขาแน่ๆ ก็อย่างว่า ไม่ได้ด้วยเลห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถา

อี้ชิงไม่เคยกลัวหรือรังเกียจอำนาจมืดหรือที่ใครๆเขาเรียกกันว่ามาเฟียเลย ต้นตระกูลของอี้ชิงก็เป็นมาเฟียด้วยซ้ำ คุณป๊าอี้ชิงก็เป็นมาเฟีย ศิลปะป้องกันตัวที่อี้ชิงมีก็เป็นการสืบทอดเจตนารมณ์มาจากต้นตระกูลของอี้ชิงทั้งนั้น แต่อี้ชิงแค่ไม่เข้าใจและไม่ชอบใจที่อี้ฟานคอยเอาแต่ปิดบังอี้ชิง ทั้งเรื่องการหายตัวไปของอี้ฟานเมื่อสองปีก่อน เรื่องหน้าที่การงานในตอนนี้ และเรื่องที่บอกว่าไม่อยากทำให้อี้ชิงเสียใจอะไรนั่นอีก

ทำไมกัน มีลูกมีเมียแล้วหรือไง ถึงกลัวอี้ชิงเสียใจนัก...

อี้ชิงแค่หงุดหงิด ไม่อยากรอ ไม่ได้ใจร้อนเอาแต่ใจนะ แต่เลือดทายาทมาเฟียในกายอี้ชิงมันพลุ่งพล่าน!!!!


“....ซ้อ ซ้อ!


“ห ห่ะ? อ อะไรเสี่ยวลู่”


“เป็นอะไรเนี่ย กำหมัดแน่นเชียว เรียกตั้งนานนี่ไม่ได้ยินหรอ”


“...ป ป่าว แล้วเรียกทำไม”


“ก็พวกเฮียเรียกไปกินข้าวแล้วอะ แบคฮยอนก็เดินไปแล้วเนี่ย เหลือซ้อนะแหละ มัวแต่เหม่อ”


“อ่าา โทษทีๆ กำลังคิดอะไรเพลินๆนะ ไปกันเถอะ”


“คิดเรื่องแผนนั่นอยู่ละสิไม่ว่า ..แต่ก็เอาเถอะ ถ้าเพื่อความสบายใจของซ้อ ลู่กับแบคฮยอนจะลองช่วยดูละกัน”


“งุ้ยยยๆๆ น่ารักที่สุดเลยน้องรักกก อะ!!”


ร่างบางที่กำลังจะวิ่งกระโจนเข้าไปหยิกแก้มขาวทั้งสองข้างของลู่หานถูกขัดด้วยแรงโอบรอบคอจากแขนแกร่งของคนที่อยู่ด้านหลัง

แขนโอบอย่างเดียวไม่เท่าไหร่หรอกนะ แต่ทำไมต้องเอาหน้าคมๆนั่นมาไซร้ซอกคออี้ชิงด้วยละ


“...ไม่รักเฮียบ้างหรอคะ”


“เฮียยย หยุดเลยนะ!”


“ดุจังเลย โมโหหิวแล้วเนี่ย ไปกินข้าวกันครับ”


“...อืม”


ร่างบางตอบรับในลำคอและเดินตามแรงจูงมือของคริสไปยังโซนอาหารเย็นที่มีเซฮุน ชานยอลและแบคฮยอนถือจานเลือกตักอาหารอยู่ก่อนแล้ว อันที่จริงคนถือจานและคนตักเป็นหน้าที่ของชานยอลและเซฮุนมากกว่า แบคฮยอนเพียงแค่เดินไปเดินมารอบโต๊ะอาหารชี้นิ้วเลือกให้ชานยอลเป็นคนหยิบให้แค่นั้น

อี้ชิงลืมอะไรไปหรือเปล่า....คงไม่หรอกมั้ง


 “ได้ผัวแล้วลืมน้องเลยนะซ้อ...ชิ”


ลู่หานได้แต่กรอกตามองบนและถอนหายใจออกมาเซ็งๆให้กับความหวานของคู่นี้ ก่อนจะกอดอกเดินตามพี่ชายทั้งสองที่เดินโอบไหล่หยอกล้อกันไปอย่างเงียบๆ


 

อาหารมื้อค่ำนี้เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ มีหลากหลายชนิด มีแต่ของน่ากินทั้งนั้น ทั้งของคาวของหวานและเครื่องดื่ม สามารถเลือกตักเติมอาหารเองได้อย่างไม่ต้องกลัวหมดเพราะมีปริมาณเยอะมาก ย้ำ!! มากกกก มากชนิดที่ว่ากินกันทั้งเมียงดงยังไม่หมดด้วยซ้ำ จนอดสงสัยไม่ได้ว่าของพวกนี้มันมาได้ยังไง ของสดในครัวที่เหมือนมีคนมาผลัดเปลี่ยนทุกๆวัน ไหนจะความสะอาดบ้านหรือแม้กระทั่งห้องนอนของพวกเขาที่ผ่านสมรภูมิกามนั่นอีก แต่อี้ชิงก็ไม่มีโอกาสได้ถามสักที

เอาไว้ก่อนละกัน ตั้งแต่มาที่นี่ยังไม่ได้กินอาหารเต็มท้องสักที วันนี้แหละ ถ้าไม่คลานกลับห้องอย่ามาเรียกว่าอี้ชิงว่า


“อิ่มหรือยัง? ตะกละเสียจริง หันมานี่ก่อนครับ”


“อืมม อิ่มแล้ว แต่..อี้อยากกินของหวานอะ เฮียไปเอาให้หน่อย”


มือใหญ่วางช้อนข้าวลงและหันมาจับใบหน้าคนข้างๆให้หันมาหาตนก่อนจะใช้นิ้วโป้งเกลี่ยคราบน้ำสลัดสีขาวออกจากมุมปากสีสดและเอาเข้าปากตัวเองหน้าตาเฉยจนทำให้ทั้งลู่หานและแบคฮยอนหน้าขึ้นสีจนต้องหันหน้าไปทางอื่นแก้ขัดเขิน

ส่วนอี้ชิงนะหรอ...สะบัดหน้าออกจากมือใหญ่และก้มหน้าก้มตาละเลียดสลัดผักผลไม้จานโตที่อยู่ตรงหน้าต่อโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง


“ไหนบอกอิ่มแล้ว เดี๋ยวก็เจ็บท้อง”


“แต่มันไม่เหมือนกันนิ น๊าๆๆ สุดท้ายแล้วก็ได้”


“...สุดท้ายนะ”


“ฮ่ะ!”


ร่างบางของอี้ชิงยิ้มร่าทันทีเมื่อคริสลุกขึ้นไปตักของหวานหลังอาหารให้อย่างที่ขอ


“กินเยอะไปแล้วนะซ้อ เดี๋ยวก็อ้วนเหมือนแบคฮยอนหรอก”


“ลามปามแล้วลู่หาน”


“อะไรเล่า! ผมว่าแบคฮยอนซะหน่อยไม่ได้ว่าพี่ชานยอล แบคฮยอนยังไม่เห็นว่าอะไรเลยเน๊อะแบคเน๊อะ


“พอแล้วน่าไอ้ชาน นี่ก็ดื้อจิง พูดล้อคนอื่นได้นี่อิ่มแล้วใช่ไหม”


“...อิ่มก็ได้ หึ”


ลู่หานวางช้อนส้อมให้เข้าที่และกอดอกหันหน้าหนีเซฮุนไปอีกทาง ไม่ได้โกรธหรอก แค่ไม่ชอบอะ มันขัดใจ


“ดีๆ มีความผิดอยู่นะลู่หาน”


“อิ่มแล้ว ทำไมต้องขู่ด้วยเล่า”


“ป่วนตั้งแต่ฟื้นแล้วนะ เป็นอะไร ประจำเดือนมารึไง”


“ตลกเถอะ! ผ ผมเป็นผู้ชายนะ


ร่างบางหันหน้ามาด้วยใบหน้าเหวอๆทันทีที่เซฮุนพูดเสร็จ ก็มีอย่างที่ไหนกันละ ที่มากล่าวหาผู้ชายด้วยกันว่ามีรอบเดือนอะไรนั่น แต่ร่างบางต้องเหวอเป็นล้านเท่าเมื่อใบหน้าคมก้มลงมากระซิบเสียงทุ้มข้างใบหูให้ได้ยินกันแค่สองคนจนลู่หานขนลุกเกรียวไปทั้งตัว


“ก็ไม่แน่นะ ประสิทธิภาพน้ำยาที่ฉันฝากฝังเข้าไปในตัวนายอาจจะกำลังก่อร่างสร้างเป็นตัวอยู่ก็ได้ ใครจะไปรู้”


ครืด! เพี๊ยะ!!

“ฮึก! ลู่ขอโทษนะซ้อ อึก ที่ทำตามที่พูดไม่ได้ ฮื้ออ..”


ลู่หานลุกขึ้นจากเก้าอี้และง้างมือตบเข้าที่ใบหน้าของเซฮุนเต็มแรง ใช้หลังมือเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะหันมาพูดกับอี้ชิงรัวๆและกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าบ้านไป


“เสี่ยวลู่!! พี่เซฮุนน้องเป็นอะไร?!


“เดี๋ยวแบคจะไปดูเอ อะ!


“อยู่เฉยๆแบคฮยอน”


“ต แต่...”


“.........”


ร่างสูงของชานยอลเพียงแค่ใช้ดวงตาคมจ้องตาแบคฮยอนและส่ายหัวให้เป็นเชิงนัยว่าไม่ต้องไปยุ่งเรื่องของคนอื่น แบคฮยอนจึงค่อยๆนั่งลงกับที่แต่ยังไม่วายหันไปมองแผ่นหลังบางที่วิ่งหายเข้าไปในบ้านอย่างนึกเป็นห่วงจนชานยอลต้องจับปลายคางให้หันมากินข้าวต่อให้เสร็จ


“มีอะไรกัน ลู่หานเป็นอะไรเซฮุน... จะไปไหนอี้ชิง นั่งลง แล้วกินให้หมดครับ”


“เฮียยยย แต่ลู่หานร้องไห้นะ!


ร่างสูงที่ไปตักของหวานมาให้คนรักของตนและเอามาเผื่อลู่หานกับแบคฮยอนถามขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเอะอะบนโต๊ะอาหารและเห็นลู่หานลุกขึ้นวิ่งเข้าบ้านไป แต่ไร้คำตอบจากเซฮุน ชานยอลจึงเป็นคนดีอาสาตอบให้เพื่อให้เพื่อนคลายความสงสัย ก่อนจะหันไปพูดกับแบคฮยอนที่กำลังมองตามลู่หานอย่างเป็นห่วง


“ไอ้ฮุนมันแค่แกล้งเย้าแม่กวางให้ขู่เล่นเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอก กินข้าวต่อเถอะ กินในจานให้หมดแบคฮยอน”


“....ฮะ”


ไอ้ห่วงมันก็ห่วงอยู่หรอกนะ แต่เรื่องกินนี่สิ.....งื้อออ ผมขอวันนึงนะพี่ลู่


เคร้ง!

“กูอิ่มแล้ว ฝากทางนี้ด้วยนะ”


“อือ”


หลังจากที่คริสตอบรับเซฮุนเสร็จ ร่างสูงก็เดินเข้าบ้านไปอย่างไม่รีบร้อนอะไร ออกจะเฉยชาด้วยซ้ำ พวกชานยอลคงแปลกใจไม่น้อยที่เซฮุนยังนิ่งได้ขนาดนี้ทั้งๆที่โดนฝ่ามือเล็กตบจนหน้าหัน มุมปากมีเลือดซิบออกมาเล็กน้อย

เซฮุนไม่ได้โกรธลู่หาน ไม่โกรธเลยสักนิด....

ไม่ใช่เซฮุนไม่สงสารลู่หาน เซฮุนอยากตบปากตัวเองแรงๆด้วยซ้ำที่พูดหยอกร่างเล็กแรงไปหน่อย น้ำตานั่นเซฮุนเกลียดมันที่สุด แม้มันจะหลั่งออกมาด้วยความเสียใจหรือดีใจเซฮุนก็เกลียดมัน แต่ในตอนนี้ลู่หานกำลังอารมณ์ร้อนและพึ่งหายป่วย เขาก็ไม่อยากที่จะรีบเข้าไปเป็นตัวเชื้อเพลิงให้ไฟมันโหมกระพือทำลายทุกสิ่งจนพังทลาย เซฮุนต้องคอยเป็นน้ำค่อยๆเข้าโอบกอดปลอบประโลมให้เชื้อเพลิงมอดดับลง


“เฮ้ยไอ้ฮุน!


“...?”


“กุญแจห้องนอนแขกอยู่ในลิ้นชักขวามือชั้นแรกใต้บันไดนะเว้ย ห้องสะอาด แอร์เย็นสบาย แต่ไม่มีเมียให้นอนกอด โชคดีเพื่อน”


เซฮุนจะเป็นไฟเผาผลาญทุกอย่างก็เพราะไอ้เพื่อนเวรนี่แหละ




_____________________________





Photo from: google

___________________________________


ครบ100%แล้วจ้าาา

enjoy reading...



เรื่องนี้อาจจะงงๆ มั่วๆ มีคำผิดเยอะก็ขออภัยนะคะ (เพราะเป็นเรื่องแรกที่แต่ง(สด))




______________________



อย่าลืม!!!

คอมเม้น  กดไลค์  กดโหวต

เป็น กลจ ให้เค้าด้วยนะ







twitter: @fafangluz



#ทูนหัวมาเฟีย



#NC ติดตามได้ในไบโอทวิตน่าาา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

591 ความคิดเห็น

  1. #458 @MayBeSmile (@exo_member12) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 11:20
    ช่างหามาด้ายยยย รูปเนี่ยยยยย
    #458
    0
  2. #457 byunbaekbe (@byunbaekbe) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 12:12
    ชอบบบบบบบบ
    #457
    0
  3. #456 @MayBeSmile (@exo_member12) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 11:10
    พวกเมะเรื่องนี้เนี่ยน่าเตะเนอะ.....กวน
    #456
    0
  4. #455 Best_baby_ohsehun (@Oppasehun) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 19:59
    ชอบคู่ชานแบคที่สุดมีการหวานนนนเกินคู่อื่น555555รอค่าไรท์สนุกๆชอบมากกก
    #455
    0
  5. #454 171241 (@171241) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กันยายน 2559 / 19:22
    สวีที่ห้องครัว
    #454
    0
  6. #453 171241 (@171241) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 11:34
    รอมาต่อยุน่า
    #453
    0
  7. #452 BBfoky (@BBfoky) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 11:06
    รอเสมอค่า สู้ๆๆ
    #452
    0
  8. #451 @MayBeSmile (@exo_member12) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 02:04
    รอที่เหลือน้าาาาาาาาาาาา
    #451
    0
  9. #450 HH140555 (@HH140555) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 01:51
    รอเสมอค่า
    #450
    0