{Fic Naruto} The Liar Project

ตอนที่ 12 : Pearl lies : Chapter 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 435
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    5 ธ.ค. 56

Pearl lies : Chapter 2


ร่างบางของอิโนะเดินไปตามทางเดินบ้านอย่างคุ้นชิน แม้จะไม่ได้มาเหยียบที่นี้นานมากแล้ว แต่ก็ไม่สามารถทำให้เธอลืมเส้นทางเดินของบ้านตัวเองได้หรอก จนสุดแล้วก็มายืนหยุดที่ห้องๆหนึ่ง

 

ก็อกๆ !

 

ยืนรอเพียงสักพักก่อนจะเดินเข้าไปในห้องโดยไม่สนว่าคนที่อยู่ภายในนั้นตอนนี้ว่างต้อนรับเธอมั้ย ก็เธอเคาะประตูแล้วนิ ใครจะสนละ พอเข้าไปในห้องก็ปรากฏชายหนุ่มที่ถึงแม้อายุจะขึ้นเลขสี่แล้วแต่ใบหน้ายังคงความเยาว์อยู่  ยามานากะ อิโนะอิจิ’  เงยหน้าจากกองเอกสารตรงหน้าแปบนึงก่อนจะกลับไปสนใจที่สิ่งนั้นอีกครั้ง เหมือนการที่อิโนะมาเหยียบที่นี้นั้นไม่ได้สำคัญไรสักนิดให้รอไปก่อน งานของอิโนะอิจินั้นสำคัญกว่าเยอะ !

 

“เรียกมาแล้วทำเมินรอคะ พ่อ มีไรว่ามา”แต่มีหรอคนอย่างอิโนะจะสนใจ อิโนะขยับร่างของตนที่ยืนแช่อยู่ตรงหน้าประตูนานสองนานไปนั่งตรงโซฟารับแขกที่อยู่ตรงมุมห้องก่อน นั่งไขว้ห่างรอฟังธุระจากปากของคนเป็นพ่อ

 

 

“นี้คือคำพูดแรกจากปากของแกที่เจอหน้าพ่อครั้งแรกสินะ อิโนะ”ยิ้มบางๆเหมือนให้รับรู้ว่าตนรู้สึกไงแค่เพียงแปบเดียว ซึ่งก็ไม่สามารถเล็ดลอดสายตาอิโนะไปได้ อิโนะทำเพียงแค่ถอนหายใจทิ้งท้ายก่อนเอ่ยกลับไป

 

“พ่อ ....... สบายดีไหม ?”

 

 

“อืม... พ่อสบายดี”

 

“....”

 

“....”

 

ต่างฝ่ายต่างแข่งกับเงียบจนทำให้ได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังทำงานอยู่อย่างตลอดเวลา จนอิโนะทนไม่ไหว

 

“ตกลงพ่อมีไร ถึงให้พี่เดอิไปเรียกหนูมาคะ ?”อิโนะจ้องมองการกระทำของพ่อตัวเองทุกการเคลื่อนไหว เริ่มตั้งแต่พ่อของเธอลุกออกจากเก้าอี้ตัวโปรดที่นั่งแช่อยู่ตั้งแต่เช้า สาวเท้ามานั่งลงพื้นที่ว่างข้างๆตัวเธอพร้อมยื่นซองจดหมายอันนึงให้

 

“มันคืออะไรคะ ?”อิโนะจ้องมองอย่างสงสัย มันเหมือนเป็นเพียงซองเอกสารธรรมดาๆ อันนึงแต่ตรงที่ปิดซองเอกสาร ที่ตราประทับ ตัวเคที่มีความพิเศษคือ

 

เป็นสัญลักษณ์ของบริษัท k-company บริษัทตลาดหลักทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ

 

“งานเปิดตัวหุ้นส่วนของบริษัทนะ แต่วันนั้นพ่อติดคุยธุระที่อเมริกาอาจไม่ได้ไปร่วมงาน ลูกไปแทนพ่อได้มั้ย ?”อิโนะรับซองจากมือของพ่อตนมาเพ็งพินิจเปิดซองดูเนื้อหาของบัตรเชิญด้านในซึ่งก็เป็นไปตามที่เธอคาดไว้ ว่ามันเป็นของ k-company จริงๆ ! เหมือนโชคเข้าข้างเธอพอดิบพอดี มีโอกาสให้เธอได้เข้าใกล้เหยื่อในการทำงานมากยิ่งขึ้น

 

“แล้วทำไมพ่อถึงไม่ให้พี่เดอิไป ?”

 

“เพราะลูกเป็นลูกพ่อ งานนี้เป็นงานใหญ่ ถือว่าพ่อขอละกันนะอิโนะ ไปแทนพ่อที”ลูบหัวคนเป็นลูกอย่างเอ็นดู จะบอกว่าอิโนะอิจิเกลียดลูกนั้นก็ไม่ใช่ ในเมื่อลูกสาวเธอเลือกทางเดินแล้ว ให้เอาช้างทั้งสวนสัตว์มาฉุดเธอก็ไม่ฟังหรอกจริงไหม ? อยู่ในวงการธุรกิจมานาน เรื่องเจรจากับควบคุมอารมณ์ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

 

“ไม่กลัวหนูทำงานพ่อเสียหรือไงกันคะ”หัวเราะขึ้นมาเหมือนขำในความคิดของพ่อที่เหมือนเอาตัวปัญหาแบบตนไปทำไรพวกนี้ ก็รู้อยู่ว่าเธอเกลียดงานเกี่ยวกับพวกนี้ยิ่งกว่าไรแต่ยังมีความคิดที่จะให้เธอไปอีก

 

“พ่อเชื่อว่า ลูกจะทำมันได้ดี”

 

 

 

 

 

พอตกเย็นอิโนะที่ตั้งใจจะกลับไปพักที่คอนโดของตนก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับลูกอ้อนของคนเป็นแม่ ที่ไม่เพียงลากให้เธออยู่ทานข้าวเย็นด้วย ทั้งยังขอให้เธออยู่ค้างด้วยอีก จะให้ปฏิเสธก็คงจะเป็นลูกอกตัญญู

 

 

อิโนะเดินขึ้นไปบนบ้านมุ่งตรงไปยังห้องเธอก่อนจะเปิดเข้าไปภายในห้องยังเป็นเหมือนเดิมทุกอย่าง ห้องที่ประดับประดาไปด้วย สีม่วงที่เป็นสีโปรดของเธอ มีรูปครอบครัวตั้งอยู่ตรงหัวมุมโต๊ะ อิโนะที่อดใจไม่ได้ ยื่นมือไปลูบรูปถ่ายในกรอบรูปนั้นอย่างรักใคร่  ในภาพที่ประกอบไปด้วย พ่อ แม่ และเธอ ทำให้เธอหวนคิดถึงเรื่องราวภายในอดีตต่างๆ ที่เมื่อเธอคิดถึงกี่ทีๆก็มีความสุขตลอด

 

 

แต่สิ่งเหล่านั้นมันได้หายไปนานมากแล้วละ

 

 

 

 

ทางด้านอิโนะอิจิหลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันขึ้นห้องอิโนะอิจินั้นมุ่งหน้ากลับมาที่ทำงานเตรียมจะสะสางงานที่ค้างไว้ในเสร็จ พอมาถึงห้องทำงานก็นั่งลงประจำที่นั่งประจำของตน สายตาเหล่ไปเห็นรูปถ่ายที่ตนตั้งไว้ ภายในรูปเป็นรูปของตัวอิโนะอิจิ ภรรยาของตน และลูกน้อยที่เพิ่งคลอด ภาพนั้นเป็นภาพที่ถ่ายหลังจากที่อิโนะเกิดได้เพียงแค่สองชั่วโมง

 

 

23 ปีที่แล้ว

 

ยินดีด้วยนะครับ คุณได้ลูกสาวครับ

 

เสียงของหมอพูดขึ้น ชายหนุ่มอายุราวๆสามสิบปี ก้มโค้งให้กับคุณหมอที่ทำการคลอดลูกให้กับภรรยาของตน คุณหมอที่ทำให้บุคคลที่สองในชีวิตของตนถือกำเนิดขึ้น

อิโนะอิจิเดินเข้าไปในห้องพักฟื้นผู้เด็กอย่างใจเด็ก รอบด้านมีเด็กวัยแรกเกิดนอนอยู่เต็มไปหมด อิโนะอิจิไม่สามารถคาดเดาได้ว่าคนไหนคือลูกของตน จนพยาบาลที่ทำการเฝ้าเด็กนั้น ชี้ทางให้เห็นว่าลูกของตัวอิโนะอิจินั้นคนไหน

 

“ลูกพ่อ ...”มือหนาของคนเป็นพ่อยื่นไปแตะที่กระจกกั้นระหว่างคนเป็นพ่อกับลูกไว้ มองภาพเด็กตัวน้อยที่หลับตาพริ้มอย่างมีความสุขในเตียงเด็กอย่างรักใคร่

 

“เทวดาตัวน้อยของพ่อ อิโนะ .......”

 

 

 

 

ย้อนกลับมาที่อิโนะหลังจากอาบน้ำทำธุระส่วนตัวเสร็จก็หยิบซองบัตรเชิญออกมาดูอีกครั้ง ซึ่งพออ่านเนื้อหาภายในแบบคร่าวๆแล้ว งานนี้เหมือนงานรื่นเริงสังสรรค์ทั่วไป และงานจะมีวันมะรืนที่จะถึงนี้ ตอนหกโมงเย็นยันเที่ยงคืน

 

“ฉันจะทำไงกะนายดีนะ นายซาอิ..”หลังจากจมอยู่ในความคิดของตัวเองได้สักพักก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าทันที

 

 

แอ๊ด .......

 

หลังจากอิโนะหลับไปได้ไม่นาน อิโนะอิจิก็เดินเข้ามาหาอิโนะภายในห้องนั่งลงบนเตียงพื้นที่ว่างข้างๆเตียงโดยไม่เปิดไฟ มือที่เริ่มมีร่องรอยความเหี่ยวย่นไปตามกาลเวลายกขึ้นลูกใบหน้าลูกสาวของตนเอง ถ้าเป็นเวลาปกติเค้าคงทำไรแบบนี้ไม่ได้

 

 

“พ่อคงช่วยเราได้แค่นี้แหละนะ ..อิโนะ”

 

 

.

.

.

 

หลังจากที่นั่งอยู่ภายในความมืดเป็นานสองนานโดยไม่มีทีท่าจะเบื่อ อิโนะอิจิก็รีบลุกออกจากห้องก่อนลูกสาวตนจะนึกสนุกตื่นขึ้นมาเห็น หลังจากออกมาจากห้องของอิโนะ ก็เห็นภรรยาของตนยืนเท้าสะเอวจ้องอย่างจับผิด

 

“คุณมาทำไรที่นี้ ถึงไม่ไปนอน ?”เอ่ยถามภรรยาของตนอย่างสงสัย

 

“ก็ว่าจะมาดูลูกซะหน่อยแต่ไม่คิดว่าจะเห็นฉากอะไรซึ้งๆขึ้นมานะสิคะ เป็นห่วงลูกก็บอกลูกไปตรงๆสิคะ คุณไม่อยากให้ลูกทำงานไรแบบนี้”ยิ้มให้ผู้เป็นสามีของตน

 

 

“คุณคิดว่าอิโนะจะฟังหรอ ผมมีความรู้สึกว่าอิโนะเอานิสัยหัวดื้อจากผมไปเยอะเกินจริงๆ อีกอย่างถ้าลูกอยากทำก็ปล่อยเธอไปเถอะ ผมเคารพการตัดสินใจของลูก แม้ในใจจะอยากขัดขวางแค่ไหนก็ตามเถอะ”ผู้เป็นภรรยายิ่งคิดพลางยิ่งขำกับการกระทำของสามีตน แม้ภายนอกจะดูแข็งแกร่ง แข็งกระด่างยังไง แต่ถ้าให้พูด ตัวอิโนะอิจินะเป็นห่วงอิโนะมากกว่า ชีวิตตัวเองซะอีก เมื่อรู้ว่ายื่นสิ่งที่ดีที่สุดที่ตนเองสร้างมากับมือแล้วลูกไม่ต้องการมัน มีหรอคนเป็นพ่อจะบังคับต่อ ..ฟอร์มไปงั้นแหละ เค้าต้องการให้ลูกสาวของตนเองมีความสุข แม้งานที่ทำจะดูไม่สร้างสรรค์หรือยังไง ตัวอิโนะอิจิจะคอยช่วยลูกอยู่ห่างๆ เหมือนครั้งนี้ ไองานที่ไปคุยที่อเมริกาไรนั้นนะไม่มีหรอก ตัวคนเป็นพ่อที่ไหนจะอยากให้ลูกลำบากละจริงมั้ย ? แม้ลูกอาจจะทำให้บริษัทต้องเสียชื่อเสียงมากแค่ไหน

 

การกระทำของคนเป็นพ่อมักขัดกับจิตใจเสมอ

 

 

“เอาเถอะค่ะ คุณจะฟอร์มถึงไหนก็แล้วแต่ แต่ ไปนอนได้แล้วนะคะ ดึกแล้ว พรุ่งนี้คุณต้องไปดูงานที่อเมริกานะคะ คิคิ”

 

 

ตอนนี้พ่อลูกล้วนๆค่ะ อาจไม่ค่อยมีเนื้อหาสาระอะไร แต่ตอนนี้ เราอยากแทรกข้อคิดอะไรหลายๆอย่างทุกคนลองอ่าน 5555555555

แต่งเองรู้สึกว่าแต่งไปได้ไงกันนะ .... ติดตามในตอนที่ 3 ค่ะ ตอนหน้าสนุกแน่ เพราะ ... ไปรอลุ้นกันหน่า  J

 

WRITER : VINTAGEZ

 

 

 

 

 

 

 

© Tenpoints!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

272 ความคิดเห็น

  1. #236 ยัยคุณหนู (@angel-9999) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กันยายน 2557 / 05:12
    พ่อ พ่อๆๆๆๆๆT^T (เพ้อแปป)
    #236
    0
  2. #218 lala (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 เมษายน 2557 / 18:26
    คุณพ่อเป็นคนดีมากอะT_T
    #218
    0
  3. #195 beautiful-lady (@beatiful-lady) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มกราคม 2557 / 12:09
    สู้ๆน้า ตอนนี้ซึ้งเลยอ่ะ
    #195
    0
  4. #182 aimmies (@pitchawanaim) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มกราคม 2557 / 12:39
    อัพต่อ ติดตาม
    #182
    0
  5. #164 apo2r (@apo2r) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2556 / 02:47
    ซึ้ง! ค่ะ
    ขอบคุณนะคะ T_T
    #164
    0
  6. #155 mim55 (@mim2541) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2556 / 16:14
    ต้อนรับวันพ่อ
    #155
    0
  7. #154 เลดี้หน้าด้าน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2556 / 20:15
    คิดถึงวันพ่อเลย*w*

    เพลงเพราะมเกค่ะ^w^d
    #154
    0
  8. #152 Miss`Cinnamon (@kawookwin007) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2556 / 18:39
    กรี๊ดดดด เนื้อเรื่องน่าหลงใหล เหมือนครอบครัวมากค่ะ(ช่วงแรกๆ)
    เห็นพ่อ T^T
    #152
    0