[GOT7] HotWind ลมซ่อนรัก [Bnyong/Bnior] 20+ [จินยองหญิง]

ตอนที่ 2 : Hot wind ลมซ่อนรัก 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 380
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    6 ก.ย. 61








“คุณแม่ว่าอะไรนะคะ”  


 

ฉันที่กำลังงัวเงียเดินลงมาหาต้นตอของกลิ่นกับข้าวหอมๆที่คุณแม่ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้


 

“แม่จะกลับไปเยี่ยมคุณยายท่านหน่อยนะจ๊ะ ปันปันโทรมาร้องห่มร้องไห้กับแม่ใหญ่เลย”  


 

ก่อนที่คุณแม่จะเปิดประเด็นสนทนาพร้อมกับเดินไปลากกระเป๋าเสื้อผ้าที่ห้องของท่าน


 

“แล้วคุณแม่จะทิ้งหนูให้อยู่กับอากิระกันสองเนี่ยนะคะ”

 


ฉันที่ได้ฟังคุณแม่พูดจนจบประโยคถึงต้องท้วงกลับไป เพราะการที่แม่จะปล่อยให้ฉันอยู่กับอากิระสองคนนั้นคงเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยจะดีแน่ๆ

 


“แม่ก็ไม่อยากจะทิ้งบ้านกับหนูไปหรอกจ๊ะ แต่แม่ว่าแม่ไปคนเดียวจะคล่องตัวมากกว่า อีกอย่างคือแม่ไปไม่กี่วันเอง เดี๋ยวก็กลับแล้วละจ๊ะ อ๊ะ.....ตายจริง คงใกล้เวลาที่แท็กซี่ที่แม่โทรเรียกจะมาแล้วละ”



“แม่ไปแล้วนะ..........อากิระ น้าฝากโมโมะด้วยนะจ๊ะ”


 

และก็เป็นไปตามคาดทันทีที่แม่พูดจบพร้อมกับฝากฝังฉันกับอากิระที่เพิ่งเดินลงมาจากห้องของเขาเสียงอ๊อดหน้าประตูบ้านก็ดังขึ้นมา แม่จึงลากกระเป๋าไปเปิดประตูพร้อมกับหันมาบอกลา ก่อนจะก้าวขึ้นรถแท็กซี่ไป


 

ไม่ทันสะแล้ว คุณแม่ไปแล้ว หลังจากนี้จะใช้ชีวิตอยู่กับหมอนี่สองคนได้ยังไงกัน แค่คิดว่าจะต้องอยู่กันตามลำพังกับอากิระก็รู้สึกไม่ค่อยจะปลอดภัยขึ้นมาสะอย่างงั้น

 


ยังไงก็ตามฉันกับเขาก็แค่ไม่ก้าวก่ายชีวิตของแต่ละคนก็เป็นพอ แม้จะรู้ว่าเขาไม่อันตรายเหมือนเมื่อก่อนก็เถอะ แต่มันก็ไม่สะดวกใจที่จะอยู่บ้านเดียวกัน

 


ถ้าอย่างงั้นไปนอนค้างบ้านยองจูได้มั้ยนะ เพราะบ้านของยัยนั่นพ่อกับแม่ที่ทำธุรกิจส่งออกระหว่างเกาหลีกับญี่ปุ่นทำให้ท่านทั้งสองคนไม่ค่อยจะอยู่ที่บ้าน ยัยยองจูที่อยู่บ้านคนเดียวจึงเป็นเหมือนความหวังของเธอเลย

 


ไม่รอช้ามือเรียวขาวเนียนละเอียดกดโทรเฟสไทม์กับเพื่อนสาวคนสนิททันที ใช้เวลาไม่นานคนปลายสายก็กดรับทันที ยัยยองจูเป็นลูกครึ่งเกาหลี - ญี่ปุ่น ที่โมโมะขอลงความเห็นส่วนตัวว่าเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัว ใบหน้าที่ขาวเนียนกลมเกลี้ยง บวกกับดวงตาเวลาที่ยองจูยิ้มใครเห็นก็ต้องหลงใหล อีกทั้งเสียงหัวเราะที่สดใสของเจ้าตัว ทำให้ใครต่อใครก็ตกอยู่ในภวังค์ของความน่ารัก

 


“ว่าไง มีอะไรหรอ”

 


แต่ใครจะรู้ว่าหน้าตาน่ารักเป็นแค่เปลือกนอก ยัยนี่น่ะ ถ้าสนิทกับใครเขาแล้วความน่ารักที่สั่งสมมาไม่มีเหลือ

 


“ยองจู แกอยู่บ้านป่ะ จะไปนอนด้วยสักทิตย์หนึ่ง”


 

“เสียใจ คุณพ่อกับคุณแม่พาฉันกลับมาเยี่ยมญาติที่เกาหลีนะ แกมีอะไรหรือเปล่าทำไมจะมานอนกับฉัน แล้วคุณแม่ไม่อยู่บ้านหรอไง”

 


คำถามที่รัวส่งกลับมาทำให้โมโมะแทบจะตอบไม่ทันเลยทีเดียว


 

“พอดีคุณแม่กลับไปเยี่ยมคุณยาย ฉันไม่อยากนอนคนเดียวน่ะ”


 

เธอบอกตามความจริงกับเพื่อนเพียงแค่ไม่ได้ลงรายละเอียดลึกเกินไปเท่าไหร่นัก


 

“ถ้าแกบอกให้เร็วกวานี้ ฉันก็จะได้ขอพ่อไม่ไปเนี่ย ตอนนี้เลยต้องมานั่งแกร่วอยู่บ้านญาติเลย”


 

“ขอโทษมันกะทันหันอะ ไม่คิดว่าแม่จะไปบ้านคุณยาย”

 


“แล้วแกอยู่ได้แน่นะ”

 


เพราะใบหน้าที่เป็นห่วงของเพื่อนมันแสดงออกมาผ่านทางหน้าจอ โมโมะจึงไม่อยากให้เพื่อนเป็นกังวลจึงได้แต่ตอบกลับไปว่าไม่เป็นอะไร ก่อนจะวางสายก็คุยกันตามประสาจนเกือบๆจะชั่วโมง

 


“งั้นแค่นี้ละ แกก็อยู่ดีๆนะ ปิดบ้านเช็คให้เรียบร้อยละ”

 


“อือ.....ขอบคุณแกนะ เที่ยวให้สนุกละ”


 

เธอลืมไปเองละว่าช่วงนี้เป็นช่วงเวลาปิดเทอมฤดูร้อนเพื่อนของเธอจึงไปท่องเที่ยวกับครอบครัว แต่ก็ช่างเถอะ ไหนๆก็ไหนๆแล้วคงต้องใช้ชีวิตที่มีเขาอยู่ร่วมด้วยก็แล้วกัน



บ้าๆ อย่าคิดอะไรไปก่อนสิ มันไม่มีอะไรหรอก   คงเป็นเพราะตีตนไปก่อนไข้พอมานึกอีกทีก็ได้แต่ทุบหมอนระบายอารมณ์แทน

 


หิวอะ......คงเป็นเพราะเธอนั่งเล่นคอมเกือบจะทั้งวันแล้ว ก็ไม่รู้จะออกไปไหนและอีกอย่างต้องการจะหลบหน้าอากิระด้วย เลยทำให้เธอต้องหมกตัวเองอยู่ในห้องของตัวเอง ตั้งแต่ที่คุณแม่เตรียมข้าวเช้าไว้ให้ มื้อเที่ยงกับมื้อเย็นเธอก็ยังไม่ได้กินเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้คงต้องออกไปหาอะไรกินแล้วละ แล้วหมอนั่นจะกินอะไรไปแล้วยังนะ


 

โมโมะค่อยๆแง้มเปิดประตูห้องนอนของตัวเองออกช้าๆเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง เพราะไม่อยากให้คนที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกันได้ยิน


 

ยื่นหน้าออกมาพลางหันซ้ายหันขวาสำรวจดูแล้วไม่มีใครจึงค่อยออกมาจากห้อง เธอที่กำลังจะเดินลงบันได บังเอิญประจันหน้ากับอากิระที่เดินสวนขึ้นมาพอดี แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นหมวกกันน็อคกับกระเป๋ากล้องที่เจ้าตัวพกไปด้วย

 


สะพายกระเป๋ากล้องไปถ่ายรูปข้างนอกมาหรอ เอ๊ะ....แล้วมันใช่เรื่องที่ต้องมาคิดมั้ยละ

 


ร่างสูงเดินสวนกับเธอไม่พูดไม่จาเดินกลับเข้าห้องของตัวเองในทันที



ตั้งแต่เขากลับมาคราวนี้ เขาก็ไม่ได้ทำอะไรร้ายกาจใส่เธอเลยแม่แต่น้อย มีแต่เธอเองที่ทั้งด่าทั้งว่าเขาแถมยังหลบหน้าไม่พูดไม่จากับเขาอีก บางครั้งเธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเมือนกันที่เผลอไปแสดงความร้ายกาจใส่เขาเข้า แถมเขายังแบกเธอตอนขาแพลงกลับบ้านอีก

 


ช่างเถอะ ถือว่าอาหารมื้อนี้ที่เธอกำลังจะลงมือทำก็คิดสะว่าทำตอบแทนและแทนคำขอโทษไปก็แล้วกัน


 

โมโมะกำลังง่วนอยู่กับการทำกับข้าวและซุป อาหารเซทนี้เธอตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือ ก่อนที่เธอจะปิดแก๊สและตักอาหารมาใส่ในถ้วยพร้อมกับยกไปตั้งบนโต๊ะกินข้าว

 


อากิระคงไม่รู้แน่ๆว่าเธอเตรียมอาหารเผื่อเขาไว้ด้วย ต้องไปเรียกเขามาทานข้าวด้วยกัน เกร็งเหมือนกันแหะ เมื่อเธอเดินมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องของเขา

 


ทำไงดี

 


ต้องเคาะเรียกสินะ

 


ทว่าเธอเคาะไปหลายครั้งกลับไม่ได้รับความสนใจจากคนในห้องเลย เพราะงั้นเธอจะขอถือวิสาสะเปิดเข้าไปเรียกเขาละนะ

 


“อากิระ”

 


อ่าว......หลับอยู่หรอกหรอ

 


เธอไม่กล้าจะไปเขย่าตัวปลุกเขา กำลังจะหมุนตัวเดินออกจากห้องของเขาแล้วเชียว จู่ๆสายตาดันไปเหลือบเห็นกระเป๋าสตางค์ของเขาที่หล่นอยู่ที่พื้นพอดี

 


โมโมะก้มเก็บกระเป๋าสตางค์ของเขาขึ้นมากำลังจะวางไว้ที่บนโต๊ะแล้วแท้ๆ แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นกระดาษที่พับเป็นรูปนกแล่บออกมาจากกระเป๋าสตางค์ของเขา

 


อะไรกัน โตจนป่านนี้ยังเล่นพับกระดาษอีกหรอเนี่ย แถมยังเก็บในกระเป๋าตังอย่างดีด้วย เอ๊ะ....แต่เมื่อสังเกตดีๆกระดาษสีมันซีดมากแล้วนะ

 


ความทรงจำในวัยเด็กได้ย้อนกลับเข้ามาในหัวของเธอทันทีที่ได้พิจารณากระดาษพับรูปนกนี้




“พี่ชาย หนูพับกระดาษรูปนกมาให้พี่ชายค่ะ เรามาเล่นด้วยกันนะคะ” 


 

เธอยังจำได้ว่าดีใจแค่ไหนที่ได้มีพี่ชายไม่ได้เป็นแค่ลูกคนเดียว จึงพับนกกระดาษให้กับเขาแต่หลังจากที่เจอกันวันแรกหลังจากนั้นเขาก็เอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ถ้าแม่ไม่พาเขาออกมาเล่นกับเธอ ก็คงไม่เกิดเรื่องน่ากลัวนั่นขึ้นมา สุดท้ายหลังจากที่เขากรีดข้อมือของเธอ คุณพ่อก็ส่งอากิระกลับในทันที


 

แต่ทำไม ทำไมถึงยังเก็บของสิ่งนี้เอาไว้อยู่ละ


 

เธอหันกลับไปมองคนที่นอนอยู่บนเตียงด้วยแววตาสับสนและไม่เข้าใจในทุกๆการกระทำของเขา

 


พรึ่บบบบบบบบบบบบ

 


อ๊ะ......ไฟดับ


 

สะดุ้งพร้อมกับตกใจที่จู่ไฟก็มาดับตอนที่เธออยู่ในห้องกับเขาแค่สองคน รีบออกไปก่อนที่เขาจะตื่นดีกว่า

 


“อะไรนะ ไฟดับหรอ”  

 


เขาตื่นแล้วและเธอก็ตื่นตูมจนเกินไปถึงกับต้องบอกประโยคไฟดับใส่เขาไปตั้งหลายครั้ง


 

“ไฟดับนะ ฉันเปล่าทำนะ”


 

ทำไมต้องมาดับเอาตอนนี้ด้วยนะ


 

“พอดีขึ้นมาตามให้นายไปกินข้าวด้วยกันแล้วจู่ๆไฟก็ดับไปเลย ถ้างั้นเดี๋ยวไปเอาไฟฉายก่อนนะ”


 

“ไม่ต้อง”   มือของเขาที่ยื่นมารั้งข้อมือของเธอไม่ให้ก้าวเดินออกจากห้อง มันทำให้เธอต้องหยุดชะงักในทันที


 

“เดี๋ยวเดินลงไปข้างล่างพร้อมกัน”   พูดจบปุ๊ปเขาก็ลุกขึ้นมายืนข้างๆกับเธอในทันที


 

เธอค่อยๆเดินคลำทางลงมาโดยที่เขาเดินนำหน้าเธอไปก่อน โมโมะหยุดยืนอยู่ที่หน้าบันไดหลังจากที่ก้าวลงมาขั้นสุดท้าย



“ยืนอยู่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวจะไปหยิบไฟฉายมาเพิ่ม ว่าแต่ไฟฉายบ้านนี้อยู่ที่ไหน”


 

เธอได้ยินแต่เสียงทุ้มๆของเขาที่กำลังหันมาพูดกับเธอ โชคดีที่ไฟมันดับ ไม่งั้นเธอคงไม่กล้ามองหน้าเขาแน่ๆ


 

“ว่าไง อยู่ตรงไหน”  คราวนี้ถึงขั้นยื่นหน้ามาใกล้ๆกับเธอเลย ลมหายใจอุ่นของเขาเป่ารดอยู่ที่ข้างแก้มของเธอ


 

“นะ ในตู้ชั้นล่างสุดทางขวาก่อนจะถึงห้องครัว”


 

เธอได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาที่เดินออกไป ก่อนจะมีเสียงค้นหาของจะดังขึ้นมาแทน สักพักอากิระจึงเดินกลับตรงที่เธอยืนอยู่พร้อมกับแสงไฟของไฟฉายที่ส่องนำทางเขา

 


เธอเห็นเขายกยิ้มขำเธอเสียยกใหญ่ มีอะไรน่าขำกัน

 


“ไม่คิดว่าเธอจะเชื่ออะไรง่ายๆแบบนี้ มือถือของตัวเองก็มือทำไมไม่เปิดส่องไฟละ”

 


หน้าของเธอเห่อร้อนขึ้นมาทันทีหลังจากที่ได้ฟังเขาพูดประโยคนั้นจบ ทั้งอายและโกรธในความเปิ่นของตัวเอง แล้วทำไมเธอถึงลืมไปได้นะ


 

ไม่อยากจะอยู่ในเขาหัวเราะซ้ำเติมอีก เธอจึงเลือกที่จะเงียบและหยิบมือถือมาเปิดโหมดไฟฉายก่อนจะเดินเข้าไปในครัวเพื่อที่จะไปเอาอาหารมาทาน แต่คนที่ยืนขำเธอกลับเดินตามหลังเธอมาพร้อมกับฉวยหม้อซุปในมือเธอไปถือเอง

 


“ถือข้าวไป เดี๋ยวหม้อนี้ถือเอง”  พอพูดจบเขาก็เดินถือหม้อซุปเข้าไปในห้องทานข้าวทันที

 


เงียบเกินไปหรือเปล่านะ


 

หลังจากที่ลงมือทานข้าวกับเขา บรรยากาศที่เงียบเกินไปของโต๊ะกินข้าวทำให้โมโมะนึกอยากจะชวนเขาคุย ว่าแต่จะชวนคุยอะไรละเนี่ย

 


“นายสูงเท่าไหร่”

 


อยากจะกัดลิ้นตายกับคำถามที่เพิ่งถามออกไป ถามอะไรออกไปนะ



“ไม่รู้”

 


และคำตอบจากคนที่เธอถามก็ได้มาแบบนี้ อุส่าต์ตั้งใจจะญาติดีด้วยแท้ๆ ไม่คิดจะคุยดีๆกันเลยสักครั้งใช่มั้ย


 

“แล้วเธอละ”

 


น้ำเสียงนุ่มน่าฟังตอนที่เขาถามเธอกลับมันทำให้เธอต้องหันไปมองหน้าเขาทันที


 

“เอ่อ.....160เซ็นต์”


 

“อือ”

 


“นี่.....ถามอะไรอย่างสิ ทำไมตอนนั้นนายถึงเชือดข้อมือตัวเองด้วยละ”


 

ดวงตาเรียวรีจ้องมองนิ่งมาที่เธอและเกิดความเงียบเข้ามาทันทีหลังจากที่ได้ถามออกไป



“รู้ตัวอีกทีก็เชือดข้อมือตัวเองไปแล้ว เห็นเธอนอนล้มอยู่ก็นึกว่าตาย แล้วเลือดมันก็ไหลออกมาจากข้อมือเอง ทำไมก็ไม่รู้สิ”

 


อะไรกันอากิระไม่ได้เกลียดฉันหรอกหรอ นึกมาตลอดว่าเขาเกลียดฉัน ยังอึ้งกับคำตอบของเขา ฝันร้ายที่เขาเคยทำไว้กับฉัน  

 


“นานนะกว่าจะได้ขอโทษ”

 


ฉันนั่งนิ่งไม่ขยับไปไหนกระทั่งไฟที่ดับก็สว่างขึ้นมา จนกระทั่งเขาลุกเดินออกไปแล้ว เพราะคำตอบของเขา

 


เขาต้องการมาขอโทษตลอด กลายเป็นว่าฉันตั้งป้อมเกลียดเขา มิหนำซ้ำยังไปด่าเขาสาดเสียเทเสียตั้งเยอะ เพราะต่างฝ่ายต่างเผลอไปทำลายความรู้สึกของอีกคนจนทำให้เรื่องราวในอดีตเป็นเหมือนปมในใจของคนทั้งคู่

 


 คนที่เจ็บปวดกับบาดแผลในคราวนั้นไม่ได้มีแต่ฉันแค่คนเดียว แต่ยังเป็นอากิระอีกด้วย

 


ขอโทษนะ

 

.........................

 


“พี่ชายหรอ”




ทันทีที่เธอเล่าเรื่องคร่าวๆของพี่ชายหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เธอได้ตบหน้าอากิระต่อหน้ายูไปแล้ว เขาก็ดูเหมือนจะแปลกใจเล็กๆแต่ก้ไม่ได้สาวความอะไรกับเธออีก

 


“ใช่ พี่ชายแท้ๆแต่คนละแม่น่ะ”


 

“ไม่เคยมาหาเธอเลยถึงว่าไม่เคยเห็นหน้า แล้วไม่เจอกันนานๆมาอยู่ด้วยกันตามลำพังไม่รู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชายมั้งหรอไง”

 


“บ้า ยูพูดอะไรน่ะ ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย อีกอย่างอากิระ เขาเป็นพี่ชายฉันนะ”



 

เพราะเบื่อที่จะต้องแกร่วอยู่บ้านคนเดียว เธอเลยโทรหายูเพื่อนผู้ชายเพียงคนเดียวของเธอให้มานั่งทานเค้กเป็นเพื่อนที่ร้านขนมใกล้ๆบ้าน แต่ดูท่าหมอนี่จะพูดอะไรแปลกๆมากเกินไปแล้วนะ

 



“เป็นไรไป จู่ๆก็เงียบขึ้นมา โกรธหรอที่เราพูดแบบนั้น ขอโทษนะ”





“เปล่า ไม่ได้โกรธเราแค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ”

 



แปลก

 


แปลกจริงด้วย เมื่อวานซีนเรายังทั้งเกลียดทั้งกลัวเขาอยู่เลย แถมยังด่าว่าเขาเสียสารพัด ตอนนี้มันเป็นอะไรไปนะ ความรู้สึกแปลกๆที่บอกไม่ถูกนี้

 



ความรู้สึกแปล๊บๆที่แล่นขึ้นมาตรงหัวใจนี่คืออะไรกัน

 


“พี่ชาย”

 


หืม ยูพูดอะไรน่ะ

 


“อยากเรียกเขาแบบนั้นอยู่ตลอดเวลาเลยใช่มั้ย ก็ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปีแล้วนิเนอะ”

 


“แต่ทำไมเวลาฉันพูดประชดและว่าเขาแรงๆ เขาก็ไม่เคยพูดว่าอะไรฉันกลับเลย”




“เพราะเป็นพี่น้องกันมั้ง เป็นสัญชาตญาณหรืออะไรสักอย่างละมั้ง จึงอยากคอยปกป้องและยอมให้กับเธอไง”

 


พี่น้องงั้นหรอ

 


“อย่างฉันเวลาพี่สาวมีอะไรให้ช่วยก็จะไปช่วยทันทีเลยละ”

 


“งั้นหรอ”

 


ความที่ถูกคุณแม่เลี้ยงลูกคนเดียวตามลำพัง พอมีพี่ชายขึ้นมาก็เกิดเรื่องนั้นไปสะก่อน การได้อยู่ด้วยกันในคราวนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่จะได้รู้สึกถึงความเป็นพี่น้องจริงๆสักที เป็นความรักระหว่างพี่น้องงั้นสินะ เธอเองก็เพิ่งจะเคยรู้สึกเป็นครั้งแรกเหมือนกัน


 

“แล้วคืนนี้จะไปเที่ยวปาร์ตี้วันเกิดของยัยยองจูมั้ย”  

 


“ต้องไปสิ ยัยนั่นอุส่าบินกลับมาก่อนเพื่อมาฉลองวันเกิดตัวเองแบบนี้ ถ้าไม่ไปยัยนั่นก็ฆ่าฉันนะสิ”

 


แค่คิดว่าจะต้องโดนยัยยองจูบ่นจนหูชาเพราะไม่ยอมไปงานวันเกิดของคุณเธอ โมโมะก็แทบไม่อยากจะนึกไปถึงตอนนั้นเลย

 


“อ๊ะ นั่น”

 


สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นร่างสูงโปร่งของพี่ชายตัวเองที่กำลังเดินผ่านหน้าร้านเค้กที่เธอนั่งอยู่กับยู ทว่าข้างกายของเขากลับมีสาวสวยอีกคนที่แต่งตัวหรูทันสมัยที่ดูยังไงก็เหมาะสมกันเป็นอย่างมากเดินเคียงข้างกับเขาด้วย

 


“อะไรหรอ”

 


“อากิระ”

 


“โห มากับสาวสวยซะด้วย พี่ชายเธอไม่ธรรมดาเลยนี่หน่า เจ๋งเลย”


 

ทำไมเธอถึงทนเห็นภาพที่เขาเดินเคียงคู่กันอย่างเหมาะสมนั่นไม่ได้ ความรู้สึกแปลกๆเริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกแล้ว




“ไปเถอะยู”  เมื่ออยากรู้ว่ามันคืออะไรไม่รอช้าเธอเลยเรียกพนักงานมาคิดเงินก่อนที่ในหัวจะเกิดความคิดหนึ่งอย่างที่แว๊บเข้ามา

 


“จะไปไหน อย่าบอกนะว่าจะแอบตามเขาไปนะ”

 


“เงียบสิ ก็แค่อยากรู้เท่านั้นเอง”

 


เธอกับยูเดินสะกดรอยตามอากิระและเพื่อนผู้หญิงของเขาไปได้สักพักจนได้ยินบทสนทนาที่เธอคนนั้นพูดกับอากิระไป


 

“กลับโตเกียวเถอะนะ อากิระ แทนที่ปิดเทอมจะอยู่กับที่บ้านและได้ออกไปเที่ยวกันบ้าง คิดอะไรอยู่นะ”

 


“เธอก็กลับไปก่อนเถอะ”

 


“ไม่ อุส่ามาหาอากิระถึงนี่แล้ว อย่าเพิ่งไล่ให้กลับเลยนะ”  


 

จู่ๆเธอคนนั้นก็โผเข้าไปกอดอากิระทันที กระทันหันจนทั้งอากิระที่โดนกอดและเธอที่ได้แต่แอบมองตกใจไม่น้อยเลย

 


อะไรกันความรู้สึกแบบนี้ มันจะอะไรกันนักกันหนา

 


“โห ตามมาหากันถึงนี่เลย แฟนพี่เธอเจ๋งพอตัวเลยนะ”

 


“กลับกันเถอะยู”

 


“อะไรจะกลับแล้วหรอ เรายังสนุกอยู่เลย ตามต่ออีกนิดเถอะ”

 


“งั้นเรากลับละ”

 


เธอไม่อยากจะเห็นภาพแบบนั้นอีกแม้เพียงนิดเดียว ถ้าขืนยังตามต่อไปความรู้สึกแปล๊บๆที่หัวใจมันจะต้องพุ่งทะยานมากขึ้นแน่ๆ

 


เธอเดินกลับมาถึงบ้านโดยทิ้งให้ยูยืนงงกับการกระทำของเธอ ยูจะว่าไงก็ช่างแต่ตอนนี้เธอไม่อยากจะคุยกับเขา

 


ร่างเล็กเปิดประตูเข้าไปในบ้านก่อนจะเดินไปที่ห้องนั่งเล่นเพื่อเปิดทีวีดู ก่อนจะค้นหาช่องรายการตลก เธอจะต้องโฟกัสกับเรื่องอื่นๆบ้างในตอนนี้ อย่าไปคิดถึงเรื่องของเขาให้มากนัก เขาไม่ควรจะมีอิทธิพลกับเธอ

 


สุดท้ายก็กลายเป็นทีวีดูคนที่นั่งเหม่อลอยแทนตลอดทั้งบ่ายนั่น

 


ยังไม่กลับมา หรือว่าจะกลับไปกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว เธอคนนั้นทั้งสวยทั้งผิวพรรณดีแถมยังแต่งตัวเก่งสมกับเป็นสาวชาวเมือง แถมยังสวยออกป่านนั้น

 


อากิระที่ใช้ชีวิตที่โตเกียวเป็นอากิระที่ฉันไม่รู้จักเลยสักนิด

 


บ้าจริง คิดอะไรอยู่นะ ไม่เคยได้ใช้ชีวิตด้วยกันในฐานะพี่น้องตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ เราจะไปอยากรู้จักเขาทำไม จะต้องห่วงเขาทำไม

 


ถ้าเขาจะกลับ ก็กลับไปได้เลย รีบกลับไปก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องมานั่งพะวงใจอยู่แบบนี้อีก

 


...........................

 


มาเร็วปานวอก บอกแล้วฟิคมือลั่นจริงๆ เรื่องอื่นๆไม่ได้ทิ้งนะ แต่ในหัวมันวนเวียนแต่เรื่องนี้เลยต้องขอแอบแว๊บมาลงให้อ่านกันก่อน

ทุกคนอย่าเพิ่งลำไยตัวละครของไรท์เลยมันมีเหตุและผลอยูาในตัวละครนั้นๆอยู่ค่ะ ต้องงคอยติดตามกันเรื่อยๆเลย แล้วทุกอย่างมันจะเฉลยมาเอง



ยังไงก็ฝากฟิคเรื่องนี้เอาไว้ในอ้อมใจทุกคนเลยนะคะ สัญญาว่าจะมาอัพบ่อยแน่นอน ไม่ทิ้งใ้คนอ่านต้องค้างคา 555+

 

 

 

ถ้าถูกใจหรืออยากพูดคุยเกี่ยวกับฟิคเรื่องนี้ตามไปเล่นแท๊คต่อในทวิตได้เลยนะค่า



จิ้มมมมมม >>>

แท๊คฟิค #hotwindbn


1เม้นท์ = แรงใจในการเขียนของไรท์นะฮับบ ><"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #11 mooping11 (@0914103197) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 14:40

    ไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆใช่ม่ะ

    #11
    1
    • #11-1 ZilaHoOz (@fanda_gree) (จากตอนที่ 2)
      13 กันยายน 2561 / 18:20
      ต้องตามนะคะ แล้วจะรู้
      #11-1
  2. #9 npsr_gb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 21:16

    แน่ะ แอบหึงล่ะสิ


    จิ้นนะเนี่ย 5555555555

    #9
    0
  3. #8 npsr_gb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 21:04

    เสียงออดหน้าประตู ไม่ใช่เสียงอ๊อดหน้าประตูจ้า

    #8
    0
  4. #4 Ompiang07 (@Ompiangtak) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 09:38
    น่าติดตามมากกก น่ารักดี ยัยดื้อ กะพี่ชาย
    #4
    0
  5. #2 angsakp (@angsakp) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 16:06

    คุณพี่ของเราเขาฮอตนะจ๊ะ55555

    #2
    1
    • #2-1 ZilaHoOz (@fanda_gree) (จากตอนที่ 2)
      6 กันยายน 2561 / 17:05
      ฮอตดั่งไฟเยอร์เลย555
      #2-1