[GOT7] HotWind ลมซ่อนรัก [Bnyong/Bnior] 20+ [จินยองหญิง]

ตอนที่ 1 : Hot wind ลมซ่อนรัก 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 363
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    4 ก.ย. 61







            ในวันที่แดดดีๆในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนก็เป็นเหมือนๆเช่นทุกวัน ฉันตื่นขึ้นมาในบ้านที่อบอุ่นเพรียบพร้อมไปด้วยความรักอันอบอวลของแม่ จนกระทั่งบ่ายแก่ๆที่ฉันไปช่วยแม่ตากผ้าอยู่ที่หลังบ้านของเรา แม่เปิดประโยคสนทนาที่ฉันได้ฟังถึงกับหน้าถอดสี

 


            คนที่ไม่อยากจะพบเจอมากที่สุดกำลังจะมา.....


 

            “โมโมะ อากิระโทรมาบอกกับแม่ว่าอีกไม่กี่วันเขาจะมาที่บ้านของเรา”  


           

            ทันทีที่แม่พูดจบประโยค ฉันหวาดกลัวมาตลอด ฝันร้ายของฉันมันกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง


 

            “แล้วแม่ก็ให้เขามาหรอคะ แม่ก็รู้ว่าหนูเกลียดอากิระ ทำไมไม่ปฎิเสธไป”


 

            ไม่เข้าใจไม่เข้าใจแม่เลย ทำไมต้องให้เขากลับมาที่บ้านหลังนี้ด้วย กลัว กลัวมาตลอด กลัวว่าเขาจะมาทำร้ายครอบครัวของเรา

 


            “แต่เขาไม่ได้มาตั้ง 5 ปี แล้วนะลูก”    แม่ที่พูดบอกกับฉันด้วยน้ำเสียงที่เห็นอกเห็นใจยามที่ได้เห็นท่าทางหวาดกลัวของฉันฉายออกมาผ่านทั้งสีหน้าและดวงตา

 


            “แต่แม่ก็รู้ว่าเขาเคยทำอะไรไว้กับหนู”   

 


            “เดี๋ยวโมโมะ ลูก”


 

            ฉันวิ่งออกไปทางด้านสวนหลังบ้าน ไม่อยากรับรู้ ไม่อยากรับฟังอะไรอีก ฉันรู้ รู้ว่าเขาจะกลับมาที่นี่ทำไม เขาตั้งใจจะกลับมาแก้แค้นพวกเราแม่-ลูก

 

.....................

 


            ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปี ก่อน คุณพ่อที่นานๆจะกลับมาหาเราสองแม่ลูกที่บ้านต่างจังหวัด แต่ครั้งนั้นมันแตกต่างออกไป คุณพ่อพาใครอีกคนกลับมาด้วย พร้อมกับแนะนำให้ฉันรู้จักกับอากิระ


 

            พี่ชาย

 


            ฉันไม่เคยรับรู้ว่าตัวเองจะมีพี่ชายมาก่อน หลังจากนั้นถึงได้รู้ว่าเป็นพี่ชายคนละแม่

 

 

            ในวันนั้นคุณแม่พาอากิระที่เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้องมาเล่นกับฉันที่สวนหลังบ้าน พอคล้อยหลังคุณแม่ไป บทสนทนาจากพี่ชายต่างแม่ที่ฉันได้ฟังเป็นคำแรก

 


            ลูกนางบำเรอ”


 

            “พี่ชายหมายถึงอะไรหรอคะ”   ฉันในวัยเด็กเพิ่งจะเคยได้ยินคำๆนี้เป็นครั้งแรก จึงได้แต่ถามเขากลับไปด้วยความไร้เดียงสา แต่คำตอบที่อากิระได้ตอบกลับมามันทำให้เด็กสาวตัวเล็กๆได้ฟังถึงกับตกใจ


 

            “แม่แกมันเป็นขโมย คนที่พ่อของฉันแต่งงานด้วยก็คือแม่ของฉัน แม่แกก็เป็นได้แค่ชู้ของคุณพ่อเท่านั้น”


 

            คำพูดที่เสียดแทงเข้าไปในจิตใจของฉันมันยังไม่มากเท่ากับที่เขาถือคัทเตอร์ ซึ่งฉันไม่รู้ว่าเขาแอบเอามาจากไหน เอ่ยประโยคที่ทำให้ฉันทั้งขนหัวลุกและหวาดกลัวกับพี่ชายต่างมารดาคนนี้เป็นอย่างมาก


 

            “มาลองเล่นฆ่าตัวตายกันดูมั้ยละ”    ร่างของเด็กผู้ชายที่ถือคัทเตอร์ชี้มาที่ฉันทันทีที่ได้เอ่ยประโยคนั้นจบ

 


            “ง่ายๆก็แค่เชือดข้อมือจนกว่าเลือดจะไหลออกจากตัว”

 


            “มะ ไม่”


 

            “ลองดูสิ ทำอย่างงี้ไงละ”   เพราะแรงของเรามันต่างกันเขาเลยจับข้อมือของฉันยื่นออกไปพร้อมกับเอาคัทเตอร์วางแนบไปที่ผิวเนื้อขาวละเอียด

 


            “ไม่”   เสียงสะอื้นไห้ของฉันมันเริ่มจะดังขึ้นเรื่อยๆจากความหวาดกลัวพี่ชาย แต่คงจะยังไม่ดังพอที่จะให้คนในบ้านได้ยิน

 


            “คุณแม่ของฉันต้องเสียใจเพราะพวกแกแม่-ลูกมาแย่งคุณพ่อไป แม่ถึงกับเชือดข้อมือตัวเองตั้ง 2 ครั้ง ลองดูสิ จะได้รู้ว่าเจ็บแค่ไหน”


 

            “ไม่ ปล่อยนะ”

 


            เพราะหวาดกลัวจนเกินไปร่างเล็กๆของโมโมะถึงกับสั่นไปทั้งกาย ใบมีดที่คมกริบของคัทเตอร์ที่จ่อแนบอยู่นั้น จึงกรีดลงไปที่ข้อมือเนียนละเอียดทันที พร้อมกับปริมานเลือดที่ไหลออกมาจนทำให้ร่างเล็กๆถึงกับหมดสติลงไป 




        ความเจ็บที่ข้อมือมันไม่เท่ากับความเจ็บปวดทางใจที่เธอได้รับ ความทรงจำนั้นจึงเป็นอดีตที่คอยตามมาหลอกหลอนเธออยู่ตลอดเวลา




หลังจากนั้นก็มารู้สึกตัวเอาอีกทีก็เป็นตอนที่คุณแม่มานอนเฝ้าพร้อมกับกุมมืออีกข้างของฉันเอาไว้ แม่ที่นอนฟุบหน้าอยู่ที่เตียงพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาจากหางตา และฉันยังจำภาพนั้นได้ดี ส่วนตัวการที่ทำก็ถูกคุณพ่อส่งกลับในทันที


 

แม่ที่ต้องเจ็บปวดทุกครั้งจากสถานะที่พ่อให้และเพื่อตัดความวุ่นวายของพ่อและไม่อยากให้แม่ต้องทนทุกข์ที่บ้านใหญ่ พ่อจึงให้แม่กับฉันย้ายมาอยู่ที่ต่างจังหวัด นานๆพ่อถึงจะกลับมาเยี่ยมเราสองแม่ลูกสักครั้งหนึ่ง แต่แม่ที่น่าสงสารไม่เคยเรียกร้องอะไรกับพ่อเลย

 


ฉันยังจำได้ดีถึงแววตาที่แสดงออกมาถึงความเกลียดชังของอากิระและไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเราสองแม่-ลูกเป็นตัวการทำให้คนอื่นเป็นทุกข์

 


เพราะหลังจากนั้นไม่กี่ปี แม่ของอากิระก็ฆ่าตัวตาย

 


และหน้าร้อนนั้นเขายังได้ทิ้งรอยแผลที่เหมือนกับเครื่องย้ำเตือนใจฉันอยู่เสมอไม่อาจจะลบเลือนไปจนชั่วชีวิต

 

…………………

 


 “เป็นอะไรหรือเปล่าน่ะ โมโมะเห็นเอาแต่จ้องแผลเป็นนั่น”    น้ำเสียงที่แสดงความห่วงใยของยูเอ่ยออกมาหลังจากที่เห็นฉันเดินเหม่อลอย

 


“เปล่านะ ไม่มีอะไร”  

 


“แน่ใจนะ โมโมะ”


 

“อือ.....เราไม่เป็นอะไรจริงๆยู ขอบคุณนะที่เดินมาเป็นเพื่อนแถมยังช่วยหิ้วของด้วย”   ไม่อยากให้เขาสงสัยและกังวลไปมากกว่านี้ จึงได้แต่ปั้นแต่งรอยยิ้มสดใสกลับไปให้

 



“อะ....ระวัง”  




ยูหันไปเห็นรถมอเตอร์ไซน์ที่ขับตรงมาด้วยความเร็วในถนนที่พวกเรากำลังเดินกันอยู่ ก่อนก็จะเบี่ยงตัวฉันให้หลบออกไปได้ทัน

 


ทว่าสายตาที่ฉันได้เห็นกลับเป็นใครอีกคนบนรถมอเตอร์ไซน์คันนั้น ที่ฉันเฝ้าภาวนาอยู่ทุกวันในช่วงก่อนจะถึงหน้าร้อนนี้ ไม่อยากจะพบเจอ ไม่อยากจะให้เขากลับมา

 


อากิระ

 


“เฮ้ ระวังหน่อยสิ ขับรถอะไรของนาย”  

 


ดวงตาเรียวรีที่มีเอกลักษณ์เป็นไฝอยู่บนเปลือกตาขวาทั้งสองจุดกำลังจ้องมองมาที่เราทั้งคู่ สายตาคมที่ดุดันของเขายามที่จ้องมองมา มันกลับทำให้ฉันตัวสั่นไปโดยไม่รู้ตัว

 


เขากลับมาแล้ว จะมาแก้แค้นฉันใช่มั้ย

 


จู่ๆเขาก็ลงมาจากมอเตอร์ไซน์คันสวยของเขาพร้อมกับเดินตรงมาที่เราสองคน ไม่ทันได้รู้ตัว มือของเขาก็เอื้อมมาจับที่มือของฉันทันที



“กลับ” 

 


เสียงทุ้มนุ่มที่แฝงไปด้วยความอันตรายเอ่ยบอกกับฉันทันที

 


“ปล่อยนะ ปล่อยสิ” 

 


เขาไม่ฟังฉันเลย เขาเป็นใครถึงกล้ามาทำแบบนี้กับฉัน อย่าคิดว่าเป็นพี่ชายแล้วจะทำอะไรก็ได้นะ เรื่องในอดีตที่เขาทำไว้มันยังไม่เคยลบเลือนจากใจของฉันเลย

 


หมวกกันน็อคถูกสวมลงมาบนศีรษะของฉันทันที โดยที่ฉันไม่ทันจะได้เตรียมใจ

 


“ขึ้นมาสิ กลับบ้าน”

 


เกลียด เกลียดน้ำเสียงที่วางอำนาจว่าเหนือกว่า


 

ฉันคว้าหมวกกันน็อคออกจากหัวก่อนจะโยนมันลงไปที่พื้น และกว่าจะรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เสียงเพี๊ยะที่ดังขึ้นและใบหน้าคมที่หันไปตามแรงตบ อากิระหันกลับมาพร้อมกับแววตากร้าวแกร่งก็ฉายสะท้อนมาที่ฉัน

 


สติของฉันมันก็เตลิดเปิดเปิงไปหมด

 


“ยะ อย่ามาสั่งนะ ถ้าคิดว่าฉันจะเชื่อฟังนายละก็....นายคิดผิดแล้ว อย่ากลับมาที่บ้านอีก อย่ามาทำให้บ้านของเราเดือดร้อน กลับไปสะ”

 


ห้ามสั่นนะ อย่าไปยอมให้กับคนแบบนี้

 


ทว่าอากิระกลับเอามือมาลูบข้างแก้มที่โดนตบพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปาก

 


“เจอหน้ากันก็ทักทายแบบนี้เลยนะ”

 


ถ้าหากสายตาฉันมองไม่ผิดที่ข้อมือด้านขวาของเขาตอนที่เอื้อมไปเก็บหมวกกันน็อคมันเป็นรอยแผลเป็นเป็นรูปกากบาท



“ไปนะ”   ร่างสูงก้าวขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซน์คันใหญ่ก่อนจะขับออกไป

 


หมายความว่ายังไงรอยแผลเป็นนั่น มันเป็นที่เดียวกับที่ฉันเป็นเลย เพราะใจมัวแต่พะวงถึงเรื่องรอยแผลของอากิระจนไม่ทันได้ฟังที่ยูพูด

 


“โมโมะ คนนั้นใครนะ”

 


“ขอโทษนะยู ส่งแค่นี้แล้วกัน”   ร่างเล็กๆยื่นมือไปฉวยถุงขนมที่อยู่ในมือของยูก่อนจะออกวิ่งตรงกลับบ้านในทันที

 

........................

 


กลิ่นหอมๆของอาหารที่แม่ได้ทำเตรียมเอาไว้มันไม่สามารถดึงดูดและหันเหความสนใจของโมโมะที่จิตใจมัวแต่พะวงถึงคนที่เพิ่งได้เจอมา

 


“อ่าว....โมโมะ มาชิมซุปสาหร่ายสิลูก”

 


“คุณแม่เขาละ”


 

แม่เงยหน้าจากหม้อซุปพร้อมกับหันมามองหน้าฉัน

 


“ยังไม่มาทีนะลูก”

 


“แล้วคุณแม่พอจะทราบเรื่องที่อากิระมีแผลเป็นที่ข้อมือเหมือนหนูมั้ยคะ”


 

คุณแม่ที่กำลังหั่นผักถึงกับชะงักนิ่งเพียงเพราะคำถามนั่น


 

“ลูกเจอเขาแล้วหรอ”

 


“ค่ะ....นิสัยแย่เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน”


 

คงเป็นเพราะฉันโตพอที่จะรับรู้ได้ทุกเรื่องแล้วละมั้ง คุณแม่เลยบอกถึงเรื่องที่ฉันได้ถามไป


 

“แค่คิดถึงเรื่องนั้นแม่ก็จะหน้ามืด ตอนที่แม่ไปตามทั้งสองให้ไปทานข้าวในสวน แม่เห็นลูกที่นอนสลบพร้อมกับอากิระที่นั่งอยู่ข้างๆลูก ข้อมือของเขาก็เลือดออกเพราะเขาเชือดข้อมือตัวเองด้วยเหมือนกัน หัวใจแม่แทบจะหยุดเต้นทันทีที่เห็นเราสองคนเป็นแบบนั้น แม่นึกว่าเขาจะฆ่าตัวตายแล้วสะอีกหลังจากที่เห็นลูกนอนสลบไป”


 

“อะ อะไรกันคะ ฆ่าตัวตายอะไรละค่ะแม่ เขาไม่ได้คิดแบบนั้นสะหน่อย เขาบอกกับหนูเองว่าเขาเล่นฆ่าตัวตาย”


 

“จะเล่นหรือไม่ได้เล่น แต่เด็กที่คิดแบบนั้นได้ก็เพราะว่าแม่เป็นสาเหตุนะลูก แม่ขอร้องละ แม่รู้ว่าหนูไม่พอใจแต่ระหว่างที่เขามาอยู่ด้วยช่วยทำดีกับเขาหน่อยเถอะลูก เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะแม่เองทั้งนั้น”


 

แม่ที่หันมาพูดกับฉันด้วยสีหน้าเจ็บปวดและน้ำตาคลอ แม่ไม่ได้ผิด แม่ไม่ได้ผิดอะไรเลย ทำไมคุณแม่ถึงต้องพูดเหมือนกับว่าพวกเราผิดอยู่ข้างเดียวด้วย


 

“โมโมะ”  


 

ร่างเล็กๆเพรียวบางวิ่งออกจากห้องครัวเพราะไม่อาจจะทนฟังที่แม่เอาแต่โทษตัวเองได้อีก เธอเลยประท้วงโดยการหมกตัวอยู่ในห้องของตัวเอง ยังไม่อยากที่จะออกไปทานข้าวพร้อมกับแม่ เธอยังไม่พร้อมที่รับฟังอะไรทั้งสิ้น

 


นี่ก็ผ่านมาได้สองวันแล้วหลังจากที่ได้เจอกับอากิระตั้งแต่วันนั้น คงไม่ใช่จะกลับไปแล้วนะ แต่ดูแบบนั้นเขาก็ไม่น่าจะเป็นคนคิดมากขนาดนั้น แต่มันก็แปลกๆนะ หรือเราจะพูดแรงเกินไป

 


ร่างขาวเนียนที่นุ่งผ้าขนหนูกระโจมอกนั่งหวีผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง พลางก็คิดไปเรื่อยเปื่อยถึงเรื่องของแม่และเรื่องของคนๆนั้น

 


เอ๊ะ อะไรน่ะ

 


เกิดเสียงกุกกักที่ดังขึ้นจากด้านนอกหน้าต่างห้องของเธอ ไม่รอให้ตัวเองต้องสงสัยนาน ขาเรียวเนียนสวยจึงเดินไปแหวกผ้าม่านดู ก่อนจะพบว่าคนที่เธอไม่อยากจะพบหน้ามากที่สุดกลับมานั่งอยู่ตรงระเบียงหลังคาหน้าห้องของเธอ

 


อากิระ

 


“เปิดสิ”


 

อะไร

 


“จะบ้าหรือไงนี่มันห้องของฉันนะ ไปเข้าทางประตูบ้านด้านหน้าสิ”



 

แต่เหมือนอากิระจะฟังไม่เข้าใจหรือยังไงกัน จู่ๆเขาก็เอื้อมมือมากระชากหน้าต่างห้องของเธอเปิดออกในทันที

 


“จะบ้าหรือไง เดี๋ยวกระจกก็แตกหรอก หยุดนะ”

 


ครืดดดดดดดดดดด

 


เสียงเปิดหน้าต่างดังขึ้นพอๆกับใจของโมโมะที่ร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอยืนนิ่งไม่กล้าที่จะขยับไปไหนเลย เพียงเพราะสายตาที่มองมาและร่างของเขายามที่ก้าวเข้ามายืนในห้องของเธอ

 


ช่วยด้วย



 เป็นคำๆเดียวที่เธอนึกออกแต่ไม่สามารถเปล่งเสียงออกไปได้

 


“ไปเอากล่องยามา”


 

เอ๊ะ ลูกหมางั้นหรอ ดูท่าจะเจ็บหนักมากด้วย เพราะร่างนุ่มนิ่มที่หายรวยรินในอ้อมกอดนั่นทำให้เธอเผลอตัวมองนานไปหน่อย

 


“อย่ามัวแต่เหม่อ ไปเอามาเร็วเข้า”

 


แม้จะตกใจเล็กน้อย แต่เธอก็พอจะเข้าใจในสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี โมโมะจึงวิ่งลงไปเอากล่องยาทันที ส่วนอากิระที่เดินออกมาจากห้องของเธอมานั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น เมื่อกล่องยามาถึงเขาจึงลงมือทำแผลใส่ยาให้กับเจ้าหมาตัวนั้น อากิระค่อยๆอุ้มประครองมันลงไปวางบนฟูกนอนที่เธอได้เตรียมเอาไว้แล้ว


 

อุ้งมือใหญ่ยามที่อุ้มลูกหมาตัวน้อยนั่น ทำไมมันช่างอ่อนโยนเหลือเกิน


 

คงเพราะว่าตกใจบวกกับต้องรีบไปเอากล่องยามาช่วยลูกหมา จึงไม่ทำให้ได้เธอระวังตัวในการแต่งตัว โมโมะยังคงอยู่ในชุดผ้าขนหนูกระโจมอก กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ดันหันไปเห็นสายตาคมกล้าที่เขามองตรงมาที่ร่างของเธอ

 


“คงไม่เป็นอะไรแล้วละนะ งั้นฉันกลับไปที่ห้องละ”  


 

เธอทั้งกลัวและเขินอายไปพร้อมๆกัน ร่างเพรียวระหงจึงลุกขึ้นยืนก่อนจะหันหลังวิ่งออกไป ทว่ายังคงไม่เร็วพอ เพราะเขาก็ลุกขึ้นตามมาประชิดพร้อมกับดันแผ่นหลังเธอให้แนบชิดกับผนังห้องทันที

 


“คนเมื่อวานซืนเป็นใคร”

 


อะไรอยากรู้ไปทำไมกัน

 


“นั่นไม่ใช่เรื่องของนาย”

 


ลมหายใจคลอเคลียอยู่ที่ข้างแก้มยามที่เขาก้มหน้าลงมาใกล้กับแก้มเนียนใสของเธอ

 


“อย่านะ”

 


แม้จะสะบัดหน้าหนียังไงก็หนีไม่พ้น เพราะลมหายใจอุ่นร้อนของเขามักจะตามมาคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง จมูกโด่งได้รูปปัดแผ่วผ่านแก้มเนียนหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งริมฝีปากอุ่นร้อนของเขากดจูบเข้ากับริมฝีปากอิ่มสีพีชของเธอ ลิ้นร้อนๆเริ่มตวัดไล้เลียช่วงชิมความหวานในโพรงของร่างเล็ก อาศัยความชำนาญกว่าทำให้เธอหลงเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสนั่นด้วย จนเมื่อเขาพอใจจึงผละออกจากริมฝีปากอิ่มของเธอทันที

 


“แฟนเธอหรอ”

 


เพราะความใจกล้าและเริ่มจะเก็บอารมณ์โกรธไว้ไม่อยู่ โดยไม่ได้คำนึงถึงสถานะของตัวเองที่ตกเป็นรองเขาจึงทำให้โมโมะกล้าที่จะพูดว่าเขาออกไป

 


“ไม่เกี่ยวกับนาย ปล่อยนะ”

 


“บอกมา”

 


น้ำเสียงที่เข้มขึ้นและดุดันของเขามันเริ่มจะทำให้เธอกลัวและหายใจไม่ออก แต่เหมือนเขาจะสังเกตได้ว่าเธอกลัวจึงพูดประโยคถัดมา แต่มันกลับทำให้เธอยิ่งฟังก็ยิ่งโกรธเขาเข้าไปอีก

 


“ฟังพี่ชายบ้างสิ”

 


“ทำไมจะต้องฟังที่ลูกเมียหลวงพูดด้วยล่ะ”

 


“อย่าพูดแบบนั้น”

 


“นายนั้นแหละพูด ฉันจำได้ทุกอย่างที่นายพูด ว่าฉันเป็นลูกนางบำเรอ พวกฉันสองคนแม่-ลูกทำให้นายไม่มีความสุข ทุกคำที่นายพูดฉันจำได้หมด ฉันไม่มีวันลืมคนที่สร้างรอยแผลนี่ให้กับฉันหรอก และอย่ามาถูกตัวฉันอีก”

 


ต้องขอบคุณแรงฮึดและคำพูดที่เธอเพิ่งได้พูดใส่เขาไปจึงทำให้เธอสามารถสะบัดตัวออกจากร่างแกร่งพร้อมกับวิ่งหนีออกไปจากห้องนั้นได้ทัน

 


น่ากลัว

 


น่ากลัวเกินไปแล้ว กลัวหลือเกิน กลัวว่าเขาจะมาสร้างรอยแผลไว้กับเธออีกไม่ใช่ที่ร่างกายแต่เป็นที่จิตใจ เธอวิ่งกลับเข้ามาอยู่ในของตัวเองแล้ว แต่ร่างกายที่ยังสั่นไม่หายจากความกลัวที่เขาได้กระทำกับเธอไป มันทำให้เธอไม่มีแรงอีก ร่างเล็กๆทรุดนั่งอยู่ที่ประตูเพราะความหวาดกลัวและยังไม่หายตกใจจากการกระทำจาบจ้วงของเขา

 

.......................

 


“อ่าว........อากิระมาตั้งแต่เมื่อไหร่ละลูก”

 


เสียงของแม่ที่ทักคนที่เดินเข้ามาใหม่ในห้องครัว จึงทำให้โมโมะที่กำลังจะตักโจ๊กเข้าปากถึงกับชะงักพร้อมกับหันไปมองเขาที่เดินมาหยุดอยู่ข้างๆแม่ของเธอ

 


“เอ๊ะ....ลูกหมา แต่เหมือนมันไม่ขยับแล้วนะลูก”

 


ทันทีที่แม่บอกว่าลูกหมาตัวนั้นมันไม่ขยับ เธอก็ไม่อาจจะแสร้งทำเป็นกินข้าวโดยไม่สนใจเขาได้อีกแล้ว




“โมโมะ นั่นลูกจะทำอะไร”

 


เธอเดินไปจ้องหน้าเขาทันทีที่เห็นร่างของสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่แน่นิ่งไม่ไหวติง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน

 


“นายฆ่ามันหรอ คงแค้นที่เมื่อวานฉันพูดไม่เข้าหูนายสินะ”

 


“โมโมะ นั่นลูกพูดอะไร”

 


แม่ที่เดินมาจับแขนของเธอพร้อมกับพยายามบอกให้เธอใจเย็นๆ แต่คงเป็นเพราะความทรงจำที่ฝั่งใจตั้งแต่วัยเด็กบวกกับความกลัวต่อคนตรงหน้า ทำให้เธอไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้อีกต่อไป

 


“นายจะมาแก้แค้นพวกฉันใช่มั้ย”

 


“หยุดนะ โมโมะ”

 


เพี๊ยะ

 


“อย่าพูดอะไรเหลวไหลออกมานะโมโมะ”

 


เสียงตบที่ไม่แรงแต่ก็ไม่เบาของแม่ไม่สามารถทำเธอหยุดที่จะพูดถึงเขาได้เลย มือน้อยๆที่กุมซีกแก้มด้านขวาค่อยๆหันมาก่อนจะเริ่มหันไปเถียงกับแม่ของเธอแทน

 


“คุณแม่ ทำไมต้องเข้าข้างเขาอยู่เรื่อยเลย คุณแม่ไม่เห็นหรอคะ ว่าเขาร้ายกาจแค่ไหน”

 


“ผมฆ่ามันเองครับ ผมเป็นคนฆ่ามันเองกับมือครับคุณน้า”

 


ทันทีที่อากิระพูดจบการโต้เถียงของเธอและแม่จึงสิ้นสุดลงพร้อมกับร่างสูงที่เปิดประตูเดินออกไปทางสวนหลังบ้านmyomu

 


 เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจะต้องแอบตามเขาไปด้วย ไม่เข้าใจ เขาเป็นคนแบบไหนกันแน่ บางครั้งก็เหมือนจะรู้จักเขา แต่บางครั้งเขาก็เป็นคนแปลกหน้าสำหรับเธอ เหมือนอีกใจหนึ่งของเธอจะเชื่อว่าเขาเปลี่ยนไปแล้ว แต่บางการกระทำของเขาสันชาตญาณของเธอบอกให้เธอหลีกห่างให้ไกลจากตัวเขา




ร่างสูงที่กำลังเอาจอบขุดดินทำเป็นหลุมฝั่งให้กับหมาน้อยตัวนั้น พร้อมกับอุ้มมันขึ้นมาก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะค่อยๆบรรจงจูบลาเป็นครั้งสุดท้าย เขาวางมันลงไปในหลุมพร้อมกับกลบดินปิดหลุมฝั่งให้กับร่างของหมาน้อยตัวนั้นทันที

 


เพราะแอบตามเขามาและอากิระคงไม่ทันได้สังเกตเห็นเธอ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมา ตาของคนทั้งคู่จึงสบกันเสมือนมีแรงดึงดูด ก่อนจะเป็นเธอเองที่หลบตาก่อน พร้อมกับออกวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน ไม่ต้องการที่จะให้คนร่างหนานั่นตามมาได้

 


“เดี๋ยวโมโมะ มาคุยกันก่อน”

 


“อย่าเข้ามานะ”

 


คงเป็นเพราะเธอรีบวิ่งเกินไปและกลัวว่าเขาจะตามทัน เธอจึงไม่ทันระวังร่างเล็กๆจึงสะดุดก้อนหินทันที เสมือนภาพที่ค่อยๆฉายอย่างช้าๆ เธอคิดว่าหน้าของเธอจะต้องไถไปกับพื้นหญ้านั้นแน่ๆ แต่จู่ๆกลับมีมือใหญ่ทว่ากลับแข็งแกร่งเอื้อมมารองรับตัวเธอเอาไว้พร้อมกับกอดเธอแนบอกทำให้หลังของเขากระแทกลงบนพื้นแทนที่จะเป็นหน้าของเธอ

 


โมโมะค่อยๆลืมตาขึ้นมามองพร้อมกับพยุงตัวเองให้ลุกออกไปจากตัวเขา

 


“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”   เสียงทุ้มที่ฟังเหมือนจะดุก็ไม่ใช่จะห่วงก็ไม่เชิงเอ่ยถามเธอทันที

 


“มะ ไม่เป็นอะไร อ๊ะ โอ๊ย”  เธอพยายามพยุงตัวยืนขึ้นและต้องร้องออกมาทันทีเพราะข้อเท้าของเธอบวมเปล่งหลังจากสะดุดก้อนหินนั่น

 


“ขาแพลงหรอ ไหนขอดูสิ”

 


“ไม่ต้อง อะ......ขอโทษ”   คงเป็นเพราะความเคยชินจึงทำให้เธอเพลอปัดมืออากิระออกไปก่อนที่เขาจะยื่นมาจับที่ข้อเท้าของเธอ

 


“ขึ้นมา”

 


“ไม่เป็นไร เดินกลับเองได้”   ยังปากแข็งและไม่ยอมลงให้กับเขาที่มีใจมาช่วยอีก ไม่เข้าท่าเลยเรา แต่จะให้ไปกับเขามันก็แปลกๆ ทั้งที่เราก็เพลอทำตัวไม่ดีใส่เขาไปแบบนั้นแท้ๆ

 


“เร็วเข้า”   อากิระที่ย่อตัวนั่งลงพร้อมกับหันมาจ้องหน้าของเธอเป็นเชิงบังคับเร่งให้ขึ้นมาบนหลังเขา

 


“ไม่ ไม่อยากพึ่งนายไปมากกว่านี้”  ปากมันไวไปกว่าความคิดอีก เมื่อพูดจบจึงได้แต่กลั้นหายใจพร้อมกับหลับตาไม่กล้ามองหน้าเขาเลย


 

อากิระยื่นหน้าเข้ามาใกล้คนร่างเล็กที่ดื้อระดับสิบพร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้โมโมะต้องลืมตาในทันที

 


“อย่าห่วงแล้วจะเอาคืนทีหลังอย่างแน่นอน”

 


เขากระชากแขนของเธอพร้อมกับพยุงให้ร่างเล็กๆนี้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แต่คนที่ดื้ออย่างร้ายกาจก็ยังไม่วายจะเถียงกลับไปอีกจนได้

 


“ปล่อยนะ ไม่ได้ขอให้นายช่วยสักหน่อย”

 


“หยุดเหลวไหลสักทีนะ ขาแบบนั้นยังจะพูดดีอีก ฉันหิวข้าวแล้วด้วย แบกขึ้นหลังเดินกลับบ้านแค่นี้ เธอไม่ตายหรอก”

 


สุดท้ายเธอก็เถียงอะไรเขาไม่ได้อีกจึงได้แต่ยอมให้เขาแบกเธอขึ้นหลังมา

 


คงเป็นเพราะมือทั้งสองข้างของเธอต้องวางพาดยื่นออกไปบนไหล่ของเขา จึงทำให้อากิระเห็นแผลเป็นบนข้อมือของเธออีกครั้ง

 


“ขอโทษนะ”

 


ทำไมนะเพียงแค่คำขอโทษเพียงแค่คำเดียว มันกลับทำให้ใจที่เคยขมุกขมัวของเธอมันบางเบาเหมือนกับควันที่ค่อยๆจางหายไป ไม่น่าเชื่อ อากิระคนนี้เป็นคนๆเดียวกันเมื่อ 5 ปี ก่อนแน่นะ

 


ยามที่สายตาของเขาได้มองตรงมาที่เธอ มันเหมือนแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขาพร้อมที่จะปกป้องเธอตลอดเวลา

 


ขอโทษนะที่ฉันเผลอหยาบคายแล้วก็ร้ายกาจกับนาย พี่ชาย

 


สุดท้ายเขาก็ใช้เวลาแบกเธอจากหลังบ้านเข้ามาในบ้านในเวลาไม่ถึง 2 นาทีด้วยซ้ำ ถ้าไม่นับที่เถียงกันไปก่อนหน้านี้ แถมยังล้มจนขาแพลงอีก

 


แม่ที่เปิดประตูออกมาพร้อมกับทำหน้าตกใจเพราะเห็นสภาพของเราสองคน ที่ดูเหมือนไปฟัดกับอะไรมายังไงยังงั้น

 


“โมโมะ ขอบคุณพี่เขาเดี๋ยวนี้เลยนะลูก อากิระน้าขอโทษด้วยนะจ๊ะ ที่ต้องคอยพึ่งตลอดเลย”   แม่ที่เห็นสภาพของฉันก่อนจะหันมาดุฉันทันที พร้อมกับหันไปขอโทษอากิระที่ยืนอยู่ข้างๆหลังจากที่เขาได้วางร่างของฉันลง

 


“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณน้า”

 


“โมโมะขอโทษพี่เขาเดี๋ยวนี้เลยนะ”

 


“ขอโทษ”

 


เกิดความเงียบทันทีที่ฉันพูดประโยคนั้นออกไป

 


“ขอโทษนะคะ”

 


แม้จะพูดขอโทษก็จริง แต่ฉันก็ไม่สามารหันไปมองหน้าเขาได้เลย จึงได้แต่ยืนหันหลังขอโทษเขาพร้อมกับเดินกะเผลกๆขึ้นห้องไปในทันที

 


จะขอบคุณก็เขินจนพูดไม่ออก


 

หลังจากที่โมโมะเดินหันหลังไป ถ้าหากเธอได้หันกลับมามองอีกสักนิด เธอคงจะทันเห็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งของอากิระ


 

เขายิ้มเพียงเพราะมันเป็นคำขอโทษที่ออกมาจากปากของเธอ

 


............................

 


อย่าได้ตกใจกับฟิคเรื่องนี้แอบมือลั่นเพราะว่าอยากเขียนจริงๆ เรื่องนี้จะมีครบทุกรสบอกเอาไว้เลย ม่าแน่ๆแต่ไม่เยอะหรอก ส่วนใครลำไยน้องโมโมะนางเอกของเราก็อย่าเพิ่งลำไยนางเลย นางมีสิทธิ์ที่จะเป็นแบบนี้โดนอิพี่ทำไว้เยอะ นางต้องมีระแวงกันบ้าง


ยังไงก็ฝากฟิคเรื่องนี้เอาไว้ในอ้อมใจทุกคนเลยนะคะ สัญญาว่าจะมาอัพบ่อยแน่นอน ไม่ทิ้งใ้คนอ่านต้องค้างคา 555+

 

 

 

ถ้าถูกใจหรืออยากพูดคุยเกี่ยวกับฟิคเรื่องนี้ตามไปเล่นแท๊คต่อในทวิตได้เลยนะค่า



จิ้มมมมมม >>>

แท๊คฟิค #hotwindbn


1เม้นท์ = แรงใจในการเขียนของไรท์นะฮับบ ><"

 

 

 

 

 

 

 

 

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #10 mooping11 (@0914103197) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 14:29

    เราชอบม่า55555

    #10
    0
  2. #7 npsr_gb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 21:01

    ถ้าจินยองเป็นผู้หญิงก็สวยมากๆอะ แงงงง น้องจะเป็นชายหรือเป็นหญิง ก็ไม่แคล้วคู่พี่แจบอมอยู่ดีน่ะแหละ 5555555555

    #ทีมอากิระโมโมะ

    #7
    0
  3. #6 Babybird7for7 (@Babybird7for7) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 11:45

    เหมือนจะม่านิดๆ
    #6
    0
  4. #3 nobel.b (@thenobelb) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 23:51
    พี่ต้องรู้สึกผิดมากๆแน่เลยยยยยย หายโกรธไวๆนะลูกกกกกกก
    #3
    0