จบ:All x anime:special power?(oc)

ตอนที่ 17 : บทที่16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ก.พ. 64

เกริ่นถึงproject เฉาก๊วยก่อนเริ่มทุกตอน
Project เฉาก๊วยเป็นโครงการที่ก่อตั้งโดยกลุ่มบุคลากรของโรงเรียนมัธยมปลายUA,โรงเรียนสตรีลาฟลอร่า,สมาคมฮันเตอร์,โรงเรียนกรุงเทพทวีปัญญา,โรงเรียนมัธยมต้นคุนุกิงาโอกะ,โรงเรียนฤทธาวิทยาคม,กระทรวงขนส่งแห่งTomorrowland,มูลนิธิสปีดวาก้อน,สภา7’s,ค่ายHalf-Blood,ค่ายจูปิเตอร์,เคหาสน์แห่งชีวิต,โรงแรมวัลฮาล่า,มหาวิทยาลัย(สถาบัน)ของเมืองเลิฟแลนด์,โรงเรียนauradon prepสมาพันธ์กลอรี่,Little Einsteinและกลุ่มPJ mask โดยproject นี้เป็นโครงการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาการของเด็กวัยรุ่นเพศหญิงจำนวน18คนที่มีพลังพิเศษเหนือธรรมชาติโดยในproject นี้มีการแบ่งเป็นกลุ่มย่อยในproject อีกได้แก่กลุ่ม7’G(G=Glory)ซึ่งประกอบด้วยเด็กสาวจำนวน7คน,กลุ่ม10 empresses โดยมีเด็กสาวจำนวน10คนและthe biggest goddess โดยมีเด็กสาว1คนและthe biggest goddess เป็นเด็กสาวที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในproject การเรียนรู้ของเด็กสาวกลุ่มนี้คือคือการค้นหาความรู้ด้วยตัวเองหรือประสบการณ์โดยใช้ฐานทัพร่วมกับกลุ่มPj maskและกลุ่มlittle Einsteins แต่มีพาหนะเป็นของตัวเองคือยานgalaxy controller ซึ่งเป็นยานที่ล้ำสมัยและรวดเร็วที่สุดรองจากยานzenith ของกลุ่มmission force one และproject เฉาก๊วยยังเรียนร่วมกับโรงเรียนauradon prepในวิชาหน้าที่พลเมือง ซึ่งวิชานี้ต้องเรียนในโรงเรียนเท่านั้นเนื่องจากเป็นหน่วยกิตบางคับของกระทรวงศึกษาธิการแห่งประเทศไทย บางทีจะมีกิจกรรมเรียนรวมกับโรงเรียนมัธยมซีบรู๊ค(Seabrook high school)เป็นเวลา1-2เดือนในสถานะนักเรียนแลกเปลี่ยน+กีฬาสีกระชับมิตรกับเพื่อนๆนอกโครงการรวมถึงการเป็นk-pop idols,นักกีฬาอีสปอร์ตและดาราดังเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตรของproject เฉาก๊วยด้วย เนื่องจากนักเรียนสมาชิกproject เฉาก๊วยทุกคนล้วนเพอร์เฟคหมดมีพลังพิเศษหลายอย่างและเก่งทุกแขนงศาสตร์จึงได้รับอภิสิทธิ์ทุกอย่างเหนือกว่านักเรียนทั่วไปของทุกโรงเรียน

แอมเปิล

I’m แอมเปิล l’m แอมเปิล

เคก็ถึงเวลาของพิธีแบบญี่ปุ่นค่ะ พวกเราโปรเจ็คเฉาก๊วยค่ะ

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมของตัวเองเป็นเอกลักษณ์แบบที่ไม่มีใครเหมือน แน่นอนว่ารวมถึงเรื่องพิธีแต่งงานด้วยเช่นกัน ซึ่งพิธีแต่งงานตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่นนั้น มักจะประกอบพิธีกันแบบดั้งเดิม เรียกว่า "พิธีแต่งงานแบบชินโต" แต่จะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง วันนี้กระปุกเวดดิ้งมีข้อมูลดี ๆ มาฝากกันแล้วจ้า...

พิธีแต่งงานแบบชินโต

          พิธีแต่งงานแบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่นนั้น คือการแต่งงานแบบนิกายชินโต ที่คู่บ่าวสาวจะต้องสวมชุดแต่งงานแบบดั้งเดิมของศาลเจ้าชินโต ซึ่งเจ้าสาวมักจะสวมเป็นชุดกิโมโนสีขาว เกล้าผมขึ้น สวมหมวกหรือผ้าคลุมผม สวมรองเท้าเกี๊ยะ และต้องมีการซ้อมพิธีอยู่หลายครั้ง โดยเน้นการจัดงานแบบใหญ่โตและใช้งบประมาณสูง เพื่อให้เป็นเกียรติแก่คู่บ่าวสาวและครอบครัว

          สิ่งสำคัญในการแต่งงานก็คือ สินสอด หรือ โกซูกิ (Goshugi) ที่แต่เดิมมักจะให้กันเป็นของที่มีความหมายเป็นมงคลอย่าง กิโมโน และ โอบิ แต่ภายหลังนิยมเปลี่ยนเป็นเงินแทน ซึ่งมักจะส่งให้เจ้าสาวก่อนล่วงหน้า หรืออยากจะให้ในวันงานเลยก็ทำได้เหมือนกัน ทั้งนี้ ไม่ได้มีการกำหนดแน่นอนว่าสินสอดจะต้องมีมูลค่าเท่าไหร่ เพียงแต่มักจะคำนวณจากเงินเดือนของเจ้าบ่าวบวกเพิ่มอีก 2-3 เท่า ซึ่งฝ่ายเจ้าสาวก็มักจะมอบของตอบแทนมูลค่าครึ่งหนึ่งของสินสอดกลับไปให้เจ้าบ่าวด้วย ยกเว้นแต่แถบคันไซที่นิยมมอบของตอบแทนให้เจ้าบ่าวประมาณ 10% ของสินสอดที่ได้รับ

          เมื่อถึงวันแต่งงาน คู่บ่าวสาวจะต้องชำระล้างร่างกายให้บริสุทธิ์ (Harai) ด้วยน้ำมิโซกิ (Misogi) โดยมีคนกลางเป็นผู้ทำพิธีให้ จากนั้นคู่บ่าวสาวจะต้องจิบสาเกจากถ้วย 3 ใบ ใบละ 3 ครั้ง รวมเป็น 9 ครั้ง และหลังจากจิบสาเกครบ 9 ครั้งแล้ว ทั้งคู่จะต้องวางถ้วยลงบนโต๊ะพร้อมกัน ห้ามไม่ให้มีใครวางถ้วยแตะโต๊ะก่อน เพื่อเป็นเคล็ดให้คู่เคียงคู่กันตลอดไป ไม่มีใครเสียชีวิตจากไปก่อน

ภาพประกอบจาก Chanclos / Shutterstock.com

          นอกจากนี้ คู่บ่าวสาวยังต้องเขียนวาทะสัญญามอบให้แก่กัน เพื่อเป็นคำมั่นให้กับคู่ชีวิตว่าจะรักและซื่อสัตย์ต่อกันจนวันตาย โดยมีพ่อแม่และญาติพี่น้องร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งใบวาทะสัญญานี้ไม่ใช่การจดทะเบียนสมรส เป็นเพียงแค่เครื่องเตือนใจแก่กันเท่านั้น จากนั้นก็สามารถเปลี่ยนชุดเป็นชุดกิโมโนและสูทแบบสากลเพื่อร่วมงานเลี้ยงฉลองกับเพื่อนฝูงและครอบครัวได้

          การแต่งงานแบบญี่ปุ่นนิยมแต่งงานกันในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และในเดือนมิถุนายน เนื่องจากแต่ก่อนเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นฤดูฝนชาวญี่ปุ่นไม่นิยมทำพิธีแต่งงานเพราะสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย แต่ตามสถานที่จัดงานแต่งงานต่าง ๆ ได้นำเอาเทพธิดากรีกโรมัน จูโน่ (ชื่อพ้องกับ June หรือ เดือนมิถุนายน) มาเป็นสัญลักษณ์เพื่อคอยคุ้มครองหญิงสาวให้มีความสุข จนทำให้ชาวญี่ปุ่นหลายคนจึงเกิดความเชื่อว่า หากได้แต่งงานในเดือนมิถุนายนแล้วจะมีความสุขนั่นเอง

          นอกจากการแต่งงานแบบดั้งเดิมแล้ว การแต่งงานแบบญี่ปุ่นอีกแบบที่นิยมแต่งงานกันก็คือ การแต่งงานแบบคริสต์ นั่นคือการสวมแหวนหมั้นและเข้าทำพิธีแต่งงานในโบสถ์แบบชาวตะวันตก ซึ่งชาวญี่ปุ่นหลายคนที่ไม่ได้นับถือคริสต์ก็นิยมทำพิธีแต่งงานแบบนี้ เนื่องจากความสะดวกและใช้งบประมาณน้อยกว่า

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น