[END มีอีบุ๊ค] MY BOY ผู้ชายข้าใครอย่าแตะ

ตอนที่ 34 : MY BOY ผู้ชายข้าใครอย่าแตะ EP:10 (2/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 625
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    3 พ.ย. 62

ฉันไม่ได้ชวนพี่แบล็คคุยต่อ เพราะกลัวเขาจะเหนื่อยไปมากกว่านี้ และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือกลัวเขาหยอด จนกระทั่งเดินไปอีกสักพักเป้าหมายของเราก็เริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เมื่อถึงจุดที่จะตั้งเป็นศูนย์ตรวจสุขภาพ ก็เล่นเอาซะพวกเราหมดแรง

พี่แบล็คแบกฉันไปนั่งที่แคร่ไม้ไผ่ ก่อนที่จะจับชายเสื้อตัวเองกระพือไปมาเพื่อคลายความร้อน และสายตาของฉันก็ดันเหลือบไปเห็นของดีเข้าให้

ซิกแพคแน่นจังเลยนะพ่อคุณ...

ไม่ได้ตั้งใจที่จะมอง แต่ในเมื่อเห็นแล้วก็ต้องดู หมายถึงดูเฉยๆ ไม่ได้จ้องอย่างเอาเป็นเอาตายสักหน่อย

"เท้าเป็นไงบ้าง" เสียงของพี่แบล็คที่เอ่ยถาม ดึงสติที่เตลิดเปิดเปิงของฉันให้กลับมาอีกครั้ง

"หายเจ็บแล้ว" คาดว่าน่าจะเดินได้แล้วล่ะ เพราะมันไม่ได้รู้สึกเจ็บเหมือนอย่างตอนแรกๆ แล้ว แต่รอดูอาการอีกสักพักดีกว่า "พี่จะทำอะไรน่ะ!!"

ฉันร้องแหกปากอย่างตกอกตกใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วเห็นว่าพี่แบล็คกำลังถอดเสื้อยืดที่สวมใส่อยู่ออก แล้วพาดไว้ที่ไหล่กว้าง เผยให้เห็นรอยสักตรงแผ่นหลังของเขาเล็กน้อย ซึ่งฉันก็มองไม่ทันเหมือนกันว่าเป็นรูปอะไร

"มันร้อน" 

ฉันรู้แล้วว่าร้อน ก็เห็นอยู่ว่าเหงื่อโซมกายเขาซะขนาดนั้น แต่ถึงขนาดถอดเสื้อโชว์แบบนี้มันก็เกินไป พยาบาลคนอื่นที่หันมาเห็นต่างอ้าปากค้างกันไปตามกัน

"บัดสี" ไม่มีอะไรจะพูดได้นอกจากคำๆ นี้ ฉันรีบเบี่ยงสายตาหลบเพื่อหลีกเลี่ยงการมองภาพวาบหวิวที่ชวนให้คนมองใจเต้นไม่เป็นส่ำ

"บัดสีตรงไหน ลุงคนนั้นยังถอดได้เลย" ฉันมองไปตามนิ้วยังทิศทางที่พี่แบล็คชี้ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

แต่คือลุงเขาแก่แล้ว ไม่มีอะไรมาดึงดูดให้น้ำลายสอไง ส่วนพี่แบล็คนั้น...ก็นั่นแหละ!

"ข้าวว่าพี่ใส่กลับเหมือนเดิมเถอะ ถ้าร้อนก็ไปอาบน้ำไป" หรือไม่ก็กระโดดลงไปทั้งชุดนั้นเลยก็ได้ แต่อย่าถอดหมดก็พอสงสารเจ้าป่าเจ้าเขา 

ถ้าได้เห็นคงจะสะเทือนใจกันไม่น้อย

"พูดกับพี่ แต่ไม่มองหน้าพี่เนี่ยนะ เขินอะดิ" ฉันรู้ว่าพี่แบล็คกำลังแกล้งฉัน จึงไม่ได้สนใจที่จะตอบโต้ "ลองจับดูมั้ย เนี่ย ตรงเนี่ย" 

ไม่พูดเปล่า แต่มือหนากลับเอื้อมมาจับยึดข้อมือของฉัน แถมยังจะดึงเข้าหาตัว เพื่อจงใจให้ฉันสัมผัสกับกล้ามหน้าท้องที่เรียงตัวสวยของเขา

"ใครจะอยากจับกัน!" ฉันรีบโวยวายหน้าดำหน้าแดง พลางหลับตาปี๋ แกล้งกันแบบนี้มันอันตรายต่อหัวใจฉันสุดๆ นี่พี่แบล็คคิดว่าเราอยู่กันตามลำพังสองคนหรือไง

ถ้าพ่อรู้เรื่องนี้เข้า คงตามมาทุบหัวฉันถึงที่นี่แน่ๆ

ครั้นคิดได้ดังนั้น ฉันจึงบิดข้อมือออกจากการกอบกุม และมองพี่แบล็คด้วยสายตาจริงจัง

"เคๆ ไม่แกล้งแล้ว" พี่แบล็คยกธงขาวยอมแพ้ และใส่เสื้อกลับไปตามเดิม

"ข้าวหอม พี่ขอดูเท้าหน่อย" หมอปลื้มเดินเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง พลางเหล่มองพี่แบล็คอย่างไม่ชอบใจ 

ทว่าพี่แบล็คก็กวนประสาทเขากลับไปด้วยการยักคิ้วใส่ แล้วยกยิ้มมุมปาก

ถ้าพ่อตามมายิง ฉันจะไม่ช่วยเลยคอยดู...

"หายแล้วใช่มั้ยคะ" ฉันถามเพื่อความแน่ใจ หลังจากที่หมอปลื้มตรวจดูอาการเรียบร้อย

"ถ้าข้าวหอมไม่ปวดก็แสดงว่าหายแล้วล่ะ แต่เวลาเดินก็ระมัดระวังหน่อยแล้วกัน" 

"ขอบคุณค่ะ แล้วนี่มีอะไรให้ข้าวช่วยหรือเปล่า" ฉันรับรองเท้าผ้าใบที่พี่แบล็คยื่นส่งให้มาสวมใส่ตามเดิม

การมาออกตรวจในครั้งนี้ไม่มีพิธีรีตองอะไรมาก ดังนั้นเครื่องแบบจึงไม่จำเป็น ขอแค่มีบัตรแสดงตัวตนว่าเป็นพยาบาลและหมอก็พอ ส่วนพี่แบล็ค รายนั้นไม่มีอะไรเลย

จนตอนนี้ฉันก็ยังไม่หายสงสัยอยู่ดี ว่าใครกันที่อนุญาตให้พี่แบล็คมา หนำซ้ำหมอปลื้มบุคคลที่เป็นผู้นำทีมในการออกตรวจในครั้งนี้ยังไม่ไล่เขาไปอีก

"แค่จัดของน่ะ วันนี้ไม่มีอะไรมากหรอก พรุ่งนี้เราถึงจะเริ่มงานกัน เดี๋ยวอีกสักพักผู้ใหญ่บ้านจะพาไปที่พัก" 

"ถ้างั้นเดี๋ยวข้าวไปช่วยค่ะ" ฉันรีบคว้าแขนพี่แบล็คให้เดินตามมาด้วยกัน เห็นนะ ว่าเขาเอาแต่จ้องเขม็งไปที่หมอปลื้มไม่หยุด

สายตาอย่างกับจะกินหัวอย่างนั้นแหละ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

100 ความคิดเห็น