[END ทำมือ+มีอีบุ๊ค] BAD KARMA รักเดิมพัน

ตอนที่ 4 : BAD KARMA รักเดิมพัน EP:3 (100%) อัพครบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,287
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    3 พ.ค. 62

3

"หน้าพี่มันไม่น่ามองขนาดนั้นเลยเหรอ" ทันทีที่พี่กรานต์พูดออกมา ฉันก็รีบเงยหน้าขึ้นพร้อมกับโบกมือปฏิเสธทันที เพราะกลัวว่าพี่กรานต์จะเข้าใจผิด

"ปะ...เปล่าค่ะไม่ใช่แบบนั้น" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่ติดขัด พอได้มองสบตากับพี่กรานต์ตรงๆ หัวใจของฉันมันก็เต้นแรงไม่เป็นส่ำ เต้นแรงจนฉันนึกกลัวว่ามันจะหลุดออกมา หรือไม่ก็กลัวว่าตัวเองจะหัวใจวายตรงนี้ซะก่อน

"พี่แค่แซวเล่นน่ะ ทานข้าวต่อเถอะ" รอยยิ้มของเขาที่ส่งมาให้กับฉันมันช่างอบอุ่น และแทบจะทำให้ฉันทานอะไรไม่ลง

"เดี๋ยวฉันกับนับดาวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ เธอนั่งคุยกับพี่ชายฉันไปก่อนก็ได้" ไม่ต้องรอให้ฉันตอบรับอะไร อิงค์กับนับดาวก็พากันลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกไปจากโต๊ะที่พวกเรานั่งกันอยู่ทันที

ฉันเองก็ได้แต่มองตามหลังพวกเธอไป โดยที่ไม่กล้าลุกวิ่งตามไปด้วย

"พี่ขอเบอร์โฟกัสได้หรือเปล่า" อยู่ๆ พี่กรานต์ก็พูดขึ้นมา ฉันรีบหันไปมองหน้าเขาทันทีอย่างไม่เข้าใจ

"คะ?" ฉันเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับถามย้ำ เพราะกลัวว่าตัวเองจะฟังอะไรผิดเพี้ยนไป คนอย่างเขาน่ะเหรอ จะมาขอเบอร์คนอย่างฉัน

"เบอร์โฟกัส พี่ขอหน่อย" พี่กรานต์ไม่พูดเปล่า แต่เขากลับหยิบมือถือออกมาแล้วยื่นให้กับฉัน

ฉันนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ ขณะที่มือก็รับมันมาถือเอาไว้ ก่อนจะพิมพ์เบอร์ของตัวเองไปให้ ทั้งที่ไม่เข้าใจว่าเขาจะเอาไปทำไมก็ตาม

"ขอบคุณครับ" พี่กรานต์รับมือถือคืนไปตามเดิม ก่อนจะพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม ดูๆ แล้วเขาก็เหมือนจะเป็นผู้ชายที่อบอุ่นคนหนึ่ง ถ้าหากฉันไม่ดูเขาผิดไปน่ะนะ

"วันนี้โฟกัสรีบไปไหนหรือเปล่า" พี่กรานต์เอ่ยถามออกมาอีกครั้ง

"ถ้าเลิกกิจกรรมแล้วก็ต้องกลับบ้านเลยน่ะค่ะ พอดีพี่ชายมารับ" ฉันส่งยิ้มให้เขากลับไปเพื่อไม่ให้บรรยากาศระหว่างเราสองคนอึดอัดจนเกินไป บางทีอาจจะเป็นฉันคนเดียวก็ได้ที่อึดอัด แต่มันไม่ใช่ความอึดอัดที่ว่าฉันไม่ชอบเขาหรืออะไรหรอกนะ มันอึดอัดเพราะหัวใจที่เต้นแรงของฉันเองนี่แหละ

"ว้า~ เสียดายจัง พี่ว่าจะชวนโฟกัสไปเดินตลาดนัดข้างมอหน่อยน่ะ" แววตาของพี่กรานต์มันแสดงออกถึงความเสียดาย แต่เพียงเวลาไม่นานดวงตาคมของเขามันก็ปรับเป็นปกติ

"ไว้วันหลังละกันเนอะ ถ้าโฟกัสไม่สะดวก" พี่กรานต์ยังคงพูดออกมาพร้อมรอยยิ้มเสมอ จากที่ฉันเป็นคนไม่ชอบยิ้มและไม่ชอบคุยอะไรกับใครมากมาย พอได้อยู่กับพี่เค้าฉันก็รู้สึกว่าตัวเองพูดเยอะขึ้น อาจจะเป็นเพราะเขาคุยสนุกด้วยล่ะมั้ง

เราสองคนนั่งคุยกันและทานข้าวไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน จนกระทั่งอิงค์กับนับดาวเดินกลับมา

"พี่ไปแล้วนะ" พี่กรานต์ลุกขึ้นยืน แล้วหันไปบอกกับอิงค์ จากนั้นเขาก็หันกลับมาส่งยิ้มให้ฉันพร้อมกับมือหนาที่วางลงบนศีรษะของฉันเป็นการส่งท้าย ก่อนที่เขาจะเดินจากไป

ไอความร้อนที่กำลังเห่อขึ้นบนใบหน้าของฉัน มันสามารถยอกย้ำความรู้สึกของฉันตอนนี้ได้อย่างชัดเจน

ไม่เคยมีใครทำกับฉันแบบนี้มาก่อน พอได้มาเจอมันก็ไม่แปลกที่ฉันจะอาการหนักแบบนี้

"อะแฮ่ม!" เสียงกระแอมไอของอิงค์ดังขึ้น นั่นมันจึงทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ความคิด

"ตอนที่พวกฉันไม่อยู่มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า" คิ้วเรียวสวยของอิงค์เลิกขึ้น พร้อมกับริมฝีปากที่ถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงกำลังยกยิ้ม

"ไม่มีอะไรหรอก ได้เวลาเรียนแล้วเราไปกันเถอะ" ฉันปฏิเสธทันควัน ก่อนจะแสร้งทำเป็นก้มมองหน้ามองนาฬิกาตรงข้อมือแล้วพูดเปลี่ยนเรื่อง

อย่าให้ฉันต้องพูดเลย เดี๋ยวหัวใจของฉันมันได้วายตายตรงนี้พอดี...

...

...

...

หลายชั่วโมงผ่านไป

หลังจากที่ฉันเลิกกิจกรรมรับน้อง และได้แยกจากอิงค์กับนับดาวมาแล้ว ฉันก็เดินไปนั่งรอพี่เมฆตรงโต๊ะหินอ่อนด้านหน้าคณะของฉัน

บรรยากาศตอนนี้มันก็ถือว่าค่อนข้างจะเปลี่ยวเอาการ เพราะนักศึกษาต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านหมดแล้ว คงจะเหลือแต่ฉันที่ยังอยู่

วูบ...

ลมเย็นๆ ที่ปะทะเข้ามาที่ใบหน้าของฉันจนรู้สึกถึงความเยือกเย็น แวบหนึ่งฉันเกิดรู้สึกใจคอไม่ดียังไงก็ไม่รู้ ฉันหันหลังไปมองรอบๆ ที่มืดสนิทและไร้วี่แววของผู้คน

ปรี๊น!

"เฮือก!" ฉันสะดุ้งอย่างตกใจ เมื่อได้ยินเสียงแตรรถที่ดังขึ้นกึกก้องไปทั่วบริเวณ ฉันหันกลับมาตามเดิม ก่อนจะเห็นว่ารถของพี่เมฆขับมาจอดเทียบริมฟุตบาทตรงด้านหน้าคณะแล้ว

ฉันลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปที่รถ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูแล้วเข้าไปนั่งที่ด้านข้างคนขับ

"รอนานมั้ย" พี่เมฆเอ่ยถามออกมาทันทีหลังจากที่ฉันขึ้นมานั่ง ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไปช้าๆ และเร็วขึ้น

"ก็นานอยู่ค่ะ จริงๆ กัสกลับเองก็ได้นะคะ พี่คงจะลำบาก เพราะมหาลัยของกัสมันก็ไกลจากที่ทำงานพี่อยู่" ฉันตัดสินใจพูดออกไปในที่สุด ฉันพยายามเลือกหาเหตุผลที่ดูเข้าหู แต่ดูเหมือนพี่เมฆจะไม่เข้าใจ แค่เห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา มันก็ทำให้ฉันรู้แล้วว่าเขากำลังเริ่มอารมณ์ไม่ดี

"รังเกียจพี่ขนาดนั้นเลยหรือไง ไม่อยากให้พี่ไปรับไปส่งขนาดนั้นเลยเหรอ" พี่เมฆถามขึ้นเสียงเข้มพร้อมกับตวัดสายตาหันมามองทางฉัน แววตาของเขามันหน้ากลัวไม่เปลี่ยนแปลงเลยจริงๆ

ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้ เพราะเรื่องแค่นี้น่ะเหรอ?

"หรือว่าเป็นเพราะโฟกัสมีคนไปรับไปส่งแล้ว" เสียงเรียบนิ่งที่เอ่ยออกมา มันทำให้ฉันหายใจติดขัดและรู้สึกไม่ดี ยิ่งความเร็วของรถที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่นั้น มันก็ยิ่งทำให้ฉันกลัวจนตัวเกร็งไปหมด

"พี่ถาม!" พี่เมฆเริ่มขึ้นเสียงใส่เมื่อเขาเห็นว่าฉันยังคงเงียบ

"ถ้าพี่ยังไม่มีเหตุผลอยู่แบบนี้กัสก็ไม่อยากจะคุยกับพี่หรอกนะคะ" ฉันรวบรวมความกล้าที่มีอยู่น้อยนิดเพื่อพูดมันออกไป

"หึ! ไม่อยากคุยงั้นเหรอ" เสียงแค่นหัวเราะดังออกมาจากลำคอแกร่ง ริมฝีปากของเขาก็กำลังแสยะยิ้มอย่างมีเลศนัย

ฉันนั่งเงียบไปตลอดทางโดยไม่คิดจะพูดอะไรกับพี่เมฆอีก ดวงตาของฉันมองออกไปนอกกระจกรถ ก่อนจะเห็นว่าเส้นทางรถได้ปรับเปลี่ยนไป ฉันถึงได้รีบหันขวับกลับไปหาพี่เมฆทันที

"พี่เมฆนี่มันไม่ใช่ทางไปบ้านนะคะ" ฉันพูดแย้งออกมาด้วยอาการที่ร้อนรน แต่คนที่นั่งอยู่ด้านข้างก็เอาแต่ยกยิ้มไม่หยุด

"แล้วใครบอกว่าพี่จะพาโฟกัสกลับบ้าน" รอยยิ้มของเขาที่เผยออกมาตอนนี้ มันไม่ต่างอะไรกับโรคจิตในหนังฆาตกรรมเลยสักนิด 

********************50%*********************


"จอดรถ กัสไม่ไปไหนทั้งนั้น" ฉันพูดขึ้นเสียงสั่น แต่พี่เมฆทำตามที่ฉันพูดหรือเปล่า...ก็ไม่ มีแต่เขาจะเยียบเร่งเกียร์ให้รถขับเร็วขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะเริ่มชะลอลงแล้วเลี้ยวเข้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งป้ายขนาดใหญ่ที่ติดเอาไว้ยังด้านหน้ามันสามารถตอบฉันได้แบบชัดเจน ว่าที่นี่มันคือที่ไหน

"พี่พากัสมาที่นี่ทำไม" ฉันถามขึ้นอีกครั้งอย่างหวังคำตอบ เมื่อสายตาเห็นแล้วว่าที่นี่คือโรงแรมม่านรูด...

"แล้วคนที่เค้ามาที่นี่เขามาเพื่อทำอะไรกันล่ะ" พี่เมฆหันกลับมาย้อนถาม ขณะที่เขากำลังเลี้ยวรถเข้าไปยังห้องพัก ที่พนักงานเปิดม่านรอเอาไว้

เสียงเครื่องยนต์มี่ถูกดับลง นั่นมันก็เหมือนชะตาชีวิตของฉันที่ใกล้จะดับลงเช่นกัน พนักงานปิดม่านเอาไว้ตามเดิม จนภายในนี้มืดสนิท

ฉันรีบเปิดประตูลงจากรถ แต่ยังไม่ทันได้วิ่งออกไปพี่เมฆก็วิ่งตามมาจนคว้าตัวของฉันไปจับเอาไว้ได้

พรึบ!

"ปล่อย! ช่วยด้วยค่ะ!! ใครก็ได้ช่วยฉันอื้อออ..." ฉันตะโกนขึ้นสุดเสียง แต่มือหนาของพี่เมฆก็เอื้อมมาปิดปากของฉันเอาไว้ ฉันดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดของเขาเพื่อพยายามเอาตัวรอด แต่มันก็ไร้ประโยชน์

"หุบปากสักทีโฟกัส ไม่มีใครมาช่วยเธอได้หรอกนะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็อยู่นิ่งๆ!" พี่ชายที่ฉันนับถือพูดขึ้นเสียงเหี้ยมที่ข้างหู ขณะที่เขากำลังลากตัวของฉันเข้าไปในห้อง

"ฮึก..." เสียงสะอื้นดังออกมาจากลำคอของฉัน ขณะที่หยดน้ำตาก็เริ่มไหลรินออกมา

ตุบ!

พี่เมฆเหวี่ยงตัวฉันลงบนเตียง ก่อนที่เขาจะขึ้นคร่อมตัวฉันเอาไว้ พร้อมกับเคลื่อนใบหน้าตรงเข้ามาซุกไซร้อยู่ที่ซอกคอของฉัน

"รู้มั้ยว่าพี่แอบชอบโฟกัสมาตั้งนานแล้ว พี่จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมันมาแย่งของๆ พี่ไปหรอก โฟกัสต้องเป็นของพี่คนเดียวเท่านั้น ฮ่าๆๆๆ" พี่เมฆพูดออกมาด้วยเสียงหัวเราะที่ดังลั่น ตอนนี้เขาไม่เหมือนพี่เมฆคนเดิมอีกต่อไปแล้ว

"ฮือออ...ปล่อยกัสไปเถอะนะ...ฮึก...อย่าทำอะไรกัสเลย กัสขอร้อง...ฮึก" ฉันพูดออกมาทั้งน้ำตาพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ แต่พี่เมฆก็ปัดมือของฉันทิ้ง ก่อนที่เขาจะผละออกไปเพื่อถอดเสื้อของตัวเองออก

แคว๊ก!

มือหนาของเขาเอื้อมมาฉีกทึ้งเสื้อผ้าของฉันให้หลุดออก กระดุมเสื้อนักศึกษาของฉันหลุดขาดออกจากกันจนกระเด็นไปคนละทิศทาง

"ฮึก...ไม่!...ไม่!..." ฉันพยายามถดถอยหนีให้ไกลจากเขาจนแผ่นหลังชิดติดหัวเตียง แต่พี่เมฆก็รีบเอื้อมมือมาจับตรงข้อเท้าของฉันเอาไว้ ก่อนจะดึงมันอย่างแรงจนร่างของฉันไหลลงไปนอนอยู่ใต้ร่างของเขาอีกครั้ง

"กรี๊ดดดด!!" ฉันกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเขากำลังจะถอดกระโปรงของฉันให้หลุดพ้นไป

********************80%*********************

ปัง!


เสียงประตูที่ถูกพังเข้ามามันทำให้การกระทำของคนตรงหน้าหยุดชะงัก ก่อนจะหันไปมองยังต้นเหตุพร้อมๆ กับฉัน


"พี่กรานต์...พี่กรานต์ช่วยกัสด้วย" ฉันเรียกชื่อเขาออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา เมื่อได้สติฉันก็รีบขอความช่วยเหลือจากเขาทันที


"มึงเป็นใคร!" พี่เมฆตะคอกถามด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด เขาผละออกจากฉันแล้วเดินตรงเข้าไปหาพี่กรานต์


ผวัะ!


พี่กรานต์ไม่ตอบแต่เขากลับง้างหมัดขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะซัดลงไปที่แก้มสากของคนตรงหน้าอย่างไม่รีรอ


พี่เมฆตัวเซเล็กน้อย เขาพยายามทรงตัวตั้งหลัก ก่อนจะสวนหมัดกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน


"เป็นผู้ชายเสือกมาทำแบบนี้กับผู้หญิงได้ไงวะ!!" พี่กรานต์กระชากคอเสื้อของพี่เมฆเข้าหาตัว ก่อนจะตะคอกใส่หน้าเสียงดัง ดูเหมือนตอนนี้คนที่เสียเปรียบน่าจะเป็นพี่เมฆมากกว่า


"แล้วมึงเสือกเหี้ยอะไรด้วย เรื่องของผัวเมียมึงอย่ามายุ่งให้มากดิวะ!!" พี่เมฆเองก็ตะคอกสวนกลับไป ถึงแม้ว่าสิ่งที่เขาพูดมันจะไม่เป็นความจริงก็ตาม พี่กรานต์หันมามองหน้าฉัน   ฉันจึงรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควันทั้งน้ำตา


"งั้นกูโทรให้ตำรวจมายุ่งเรื่องนี้ดีกว่าเนอะ น่าจะจัดการอะไรได้ง่ายกว่า" เสียงเรียบนิ่งที่เปล่งออกมามันทำให้พี่เมฆถึงกับชะงักค้าง พร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้าง ขณะที่พี่กรานต์เองก็กำลังหยิบมือถือออกมากด


"โธ่เว้ย!!" พี่เมฆพูดออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะเดินกระแทกไหล่พี่กรานต์ออกไป ที่เรื่องมันจบลงง่ายๆ แบบนี้ก็คงจะเป็นเพราะว่าพี่เมฆไม่อยากจะให้เรื่องนี้มันบานปลายจนน้าของฉันรู้เรื่องยังไงล่ะ


เขาคงรู้ชะตากรรมตัวเองดี ว่าถ้าหากเรื่องนี้ถึงหูของน้าฉันเมื่อไหร่อะไรมันจะเกิดขึ้นตามมาบ้าง คนที่จะเดือดร้อนคงไม่ได้มีแต่พี่เมฆ แต่อาจจะลามไปถึงพ่อของเขาด้วยก็ได้


.:KARN PART:.


ผมเดินตรงเข้าไปหาร่างเล็กที่นั่งร้องไห้ตัวสั่นอยู่บนเตียง พร้อมกับโอบตัวของเธอมากอดเอาไว้


"เจ็บตรงไหนหรือเปล่าโฟกัส" ผมเอ่ยถามออกไปพลางแสร้งพูดให้น้ำเสียงอ่อนโยนที่สุด บางทีถ้าหากผมเล่นละครตบตาทำตัวเป็นคนดีตอนนี้เธออาจจะหลงกลผมได้อย่างง่ายดายก็ได้


"มะ...ไม่ค่ะ...ขอบคุณนะคะ" เธอพูดออกมาเสียงสั่น ขณะที่น้ำตาก็ยังคงไหลออกมาจากดวงตาของเธอ ผมจึงจำใจเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาออกให้ ถึงแม้ใจจริงจะไม่อยากจะทำแบบนี้ก็ตาม


ผมไม่ได้รังเกียจหรืออะไรเธอหรอก แค่มันทำไม่ลง เธอห่างไกลกับสเปคผมเยอะ มันก็ไม่แปลกที่ผมจะรู้สึกอย่างนี้


"จะไปแจ้งความมั้ยเดี๋ยวพี่พาไป" ผมเอื้อมมือไปหยิบเสื้อนักศึกษาขึ้นมาให้เธอใส่คลุมร่างกายตัวเองเอาไว้ ก่อนจะช่วยพยุงเธอออกมาจากห้องนั้น


"ไม่เป็นไรค่ะ ผู้ชายคนนั้นเป็นพี่ชายของกัสเอง" เธอเงยหน้าขึ้นตอบผม นั่นมันทำให้ผมรู้สึกตกใจขึ้นมา


พี่น้องกันทำแบบนี้ก็ได้เหรอ?


ผมได้แต่เก็บความสงสัยของตัวเองเอาไว้ในใจ เพราะไม่อยากจะถาม ถ้าเธอต้องการให้มันเป็นแบบไหนผมก็ไม่อยากจะขัด เพราะมันก็ไม่ใช่เรื่องของผมอยู่แล้ว ที่มาช่วยก็เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้น


นับว่าเป็นโชคดีของผมที่บังเอิญเห็นเธอนั่งอยู่บนรถพอดี ถ้าถามผมว่ามาทำอะไรที่นี่ ก็คงจะไม่พ้นพาสาวมาล่อเหมือนเดิมนั่นแหละ...


********************100%*********************


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

967 ความคิดเห็น

  1. #956 PinkZa547 (@PinkZa547) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 15:40
    รอต่อจ้าาาาา
    #956
    0
  2. #4 Poppop Jaa (@poppoppop2513) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 01:14
    เจิมมมมมมม
    #4
    0