[END ทำมือ+มีอีบุ๊ค] BAD KARMA รักเดิมพัน

ตอนที่ 3 : BAD KARMA รักเดิมพัน EP:2 (100%) อัพครบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,157
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    3 พ.ค. 62

2


หลังจากที่รถเมล์หยุดจอดยังป้ายที่ใกล้กับปากซอยบ้านของฉัน ฉันก็เดินลงจากรถไปทันทีอย่างไม่รอช้า เพราะเวลาตอนนี้มันก็ค่อนข้างที่จะเย็นมากแล้วด้วย ไม่สิ...เกือบจะดึกแล้วด้วยซ้ำสำหรับฉัน


ถ้าหากฉันกลับบ้านในเวลาแบบนี้มันก็ค่อนข้างที่จะไม่ดีต่อตัวฉันเอง เพราะซอยบ้านฉันมันค่อนข้างที่จะเปลี่ยวเอาการ


ขาเล็กของฉันก้าวเข้าไปในซอยที่มืดสนิท เพราะหลอดไฟมีแค่บางจุดเท่านั้น บ้านที่ฉันอาศัยอยู่ในระหว่างที่เรียนอยู่กรุงเทพมันก็เป็นบ้านของน้าสาวฉัน ฉันเองก็อยากจะออกไปอยู่หอเพราะไม่อยากจะรบกวนท่าน และที่สำคัญ คือฉันไม่ค่อยชอบสายตาของลูกชายน้าเท่าไหร่ยามที่เขามองมา


เมื่อเดินมาถึงบ้านฉันก็เอื้อมมือไปผลักประตูบานเล็กออก ก่อนจะปิดล็อคเอาไว้


"ทำไมกลับดึกจัง" เสียงทุ้มเข้มพร้อมกับร่างสูง ที่เดินเข้ามาประชิดตัวฉันอย่างกะทันหัน มันทำให้ฉันสะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะหันไปมองยังเจ้าของเสียง

"ตกใจหรอ" พี่เมฆ ลูกเลี้ยงของน้าสาวฉันเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับเอ่ยถามออกมา


"ค่ะ ทำไมพี่ยังไม่นอนอีกล่ะคะ" ฉันพยักหน้ารับ พร้อมกับย้อนถามเขากลับไป พี่เมฆอายุห่างกว่าฉัน 5 ปี เขาเป็นลูกติดของน้าเขยฉัน ฉันจึงไม่ค่อยจะสนิทกับเขามากเท่าไหร่ หรือเอาจริงๆ คือฉันไม่อยากจะสนิทกับเขาเลยด้วยซ้ำ เพราะฉันกลัว


"พี่ก็รอโฟกัสไง ทำไมถึงกลับบ้านดึกนักล่ะ ไปไหนมาหรอ" พี่เมฆเอ่ยถามออกมาเป็นชุด ขณะที่เขาก็ก็กำลังขยับตัวเข้าหาฉันเรื่อยๆ


"เอ่อ...กัสไปทานข้าวกับเพื่อนมาน่ะค่ะ กัส...ขอตัวก่อนนะคะ" ฉันตอบเขากลับไปอย่างตะกุกตะกัก พร้อมกับเดินเลี่ยงเขาออกมา ซึ่งพี่เมฆเขาก็ไม่ได้อะไรกับฉันอีก ฉันถึงได้เดินเข้าบ้านแล้วเดินขึ้นห้องของตัวเอง


ฉันเปิดประตูเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะล็อคลูกบิดเอาไว้อย่างแน่นหนา แล้วเดินไปล้มตัวนอนแผ่อยู่บนเตียง


"เฮ้ออออ~" ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ขณะที่ในหัวก็กำลังครุ่นคิดถึงเรื่องวันนี้ไปด้วย คนอย่างฉันมันคงจะไม่เหมาะกับการอยู่ในสังคมที่โหดร้ายแบบนี้จริงๆ นั่นแหละ


ฉันพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าที่วางอยู่ข้างกาย แล้วล้วงมือเข้าไปหยิบมือถือออกมา


ตื้ดดดดด~ ตี๊ดดดดด~


("ฮัลโหลลูก") ฉันรอเสียงสัญญาณดังขึ้นเพียงไม่นาน เสียงแม่ของฉันก็กรอกลงมาตามสาย


"แม่ หนูคิดถึงแม่จังเลยค่ะ" ฉันพูดออกมาด้วยเสียงที่เบาหวิว ขณะที่ดวงตาของฉันมันก็สั่นไหวน้อยๆ พอฉันได้ยินเสียงของแม่บ่อน้ำตาของฉันมันก็ยิ่งตื้นมากกว่าเก่า


("แม่ก็คิดถึงลูกจ้ะ แล้วนี่เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเสียงเหมือนคนไม่มีแรงแบบนั้นล่ะหื้ม") แม่และพ่อคือคนที่คอยเอาใจใส่และคอยห่วงใยฉันในทุกๆ เรื่อง พอได้ยินน้ำเสียงที่เป็นห่วงเป็นใยจากท่าน น้ำตาของฉันมันก็เริ่มหยดลงช้าๆ

("โฟกัสเป็นอะไรหรือเปล่าลูก") แม่ของฉันถามย้ำออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าฉันเงียบไป ฉันยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาตัวเองลวกๆ พร้อมกับพยายามปรับเสียงของตัวเองให้เป็นปกติ


"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนูก็แค่อยากจะได้ยินเสียงแม่เฉยๆ" ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้มันสั่นมากเกินไปจนแม่ผิดสังเกต


("ถ้ามีอะไรก็บอกแม่นะ อย่าเก็บมันไว้คนเดียว") ฉันถึงกับชะงักไปในทันที เมื่อได้ยินแม่พูดออกมาแบบนั้น ความจริงฉันก็อยากจะเล่าทุกอย่างให้ท่านฟัง แต่อีกใจฉันก็ไม่อยากที่จะสร้างปัญหามากมายให้ท่านได้ปวดหัว


"ค่ะ ถ้ามีอะไรหนูจะบอกแม่ทุกอย่างเลยค่ะ" ฉันตอบรับกลับไป ขณะที่กำลังขอโทษท่านอยู่ในใจไปด้วย


ฉันคุยโทรศัพท์กับแม่อีกสักพัก ก่อนที่จะให้ท่านวางสายไป เพราะเวลาได้ล่วงเลยมาจนดึกดื่นแล้ว


ฉันลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปคว้าผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

...

...

...

.:KARN PART:.


เสียงเพลงจังหวะหนักๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยของเพื่อนๆ ที่นั่งล้อมวงกินเหล้ากันอยู่ มันเป็นภาพที่คุ้นตาผมในทุกๆ วัน ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเนื่องในโอกาสอะไร พวกผมก็สามารถที่จะรวมตัวสังสรรค์กันได้ทุกที่ทุกเวลาอยู่แล้ว และไม่ใช่แค่กลุ่มเพื่อนของผมเท่านั้นที่สังสรรค์กัน แต่มีกลุ่มผู้หญิงที่เป็นเด็กของพวกผมมาร่วมแจมด้วยในทุกครั้ง


และวันนี้ผมก็ไม่มีอะไรมาก แค่อยากจะกินให้เมาแล้วเอาให้มันส์ก็แค่นั้น


"นั่งกินเหล้าเฉยๆ กูรู้สึกเบื่อๆ ยังไงก็ไม่รู้ว่ะ" โดม เพื่อนสนิทของผมเอ่ยพูดขึ้นมา ขณะที่มือของมันก็กำลังยกแก้วเหล้ากระดกเข้าปากไม่หยุด มันคงจะคิดว่าที่มันกินอยู่คือน้ำเปล่ามั้ง


"มึงถือแก้วเหล้าไปนั่งกินในน้ำไป ถ้าเบื่อมึงก็ว่ายน้ำไปกินไป" ผมหันไปพูดกับมัน พร้อมกับชี้นิ้วไปที่สระน้ำข้างๆ ที่พวกผมนั่งกินเหล้ากันอยู่


"คงไม่มีใครกวนสั้นตีนได้เท่ามึงแล้วล่ะ" โดมมันพูดว่าผมออกมาอย่างไม่จริงจัง แต่ความเป็นจริงผมเองก็มีนิสัยแบบนี้นี่แหละ


"ขอบคุณที่ชม" ผมยักคิ้วให้กับมัน ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มบ้าง รสชาติของมันเป็นอะไรที่ทำให้ผมฟินจริงๆ


"แต่อิงค์มีเกมจะให้พวกพี่เล่นแก้เบื่ออยู่นะ สนใจป่ะ" อิงค์ เด็กของไอ้สิงห์เพื่อนของผมพูดขึ้นมาพร้อมกับสายตาที่เปล่งประกายอย่างนึกสนุก


"อะไร" พวกผมเอ่ยถามขึ้นพร้อมกัน พอได้ยินอะไรแบบนี้พวกผมก็หูผึ่งกันขึ้นมาทันที


"เกมเดิมพัน" อิงค์พูดออกมาสั้นๆ ขณะที่มุมปากของเธอก็ยังยกยิ้มไม่หยุด


"น่าสนใจว่ะ" นาวินพูดออกมาอย่างสนอกสนใจ ซึ่งพวกผมทุกคนก็รู้สึกกันอย่างนั้น ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับการเดิมพันพวกผมจะชอบกันเสมอ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเดิมพันเกี่ยวกับชีวิตคน พวกผมก็ไม่คิดจะสนใจ ขอแค่ได้สิ่งมีค่าที่นำมาเป็นแรงจูงใจพวกผมก็พอใจกันแล้ว


"ครั้งนี้เดิมพันเกี่ยวกับอะไร" เคสเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย พวกผมทุกคนก็ต่างหันไปมองที่อิงค์เป็นตาเดียว


"เกี่ยวกับผู้หญิง" อิงค์ตอบกลับมา ก่อนที่เธอจะอธิบายกติกาและวิธีเล่นของเกมนี้ทั้งหมด


โดยเธอบอกเอาไว้ว่าถ้าหากพวกผมคนใดคนหนึ่งที่เล่นเกม จะต้องทำให้ผู้หญิงที่เป็นเหยื่อในครั้งนี้หลงรักและยอมมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับผู้หญิงให้ จากนั้นก็ฟันแล้วทิ้ง แค่นี้ก็จะชนะในการเดิมพันครั้งนี้แล้ว


"เดี๋ยวครั้งนี้กูเล่นเอง" ผมเสนอตัวเองขึ้นมาทันที เพราะเรื่องแบบนี้ผมค่อนข้างที่จะถนัดอยู่แล้ว เล่ห์เลี่ยมของผมมันค่อนข้างที่จะเยอะผมมั่นใจว่าผมต้องได้


"งั้นวางเดิมพันกันเลย กูให้แสนหนึ่งถ้ามึงทำได้ แต่ถ้าไม่ได้มึงก็ต้องเป็นคนจ่ายคืนกูสองเท่า" ภูผาพูดเสนอขึ้นมาเป็นคนแรก


"คนอย่างกูไม่มีทางที่จะทำไม่ได้ เตรียมเงินของพวกมึงไว้แต่เนิ่นๆ เลย ไม่เกินหนึ่งเดือนกูได้แน่" ผมพูดออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจในฝีมือของตัวเอง เพื่อนของผมก็ต่างโห่แซวออกมา ก่อนที่จะพากันเริ่มวางเดิมพัน จากจำนวนน้อยๆ ก็เริ่มไต่ขึ้นสูงเรื่อยๆ จนถึงหลักล้าน พอเห็นตัวเงินแล้วมันก็ยิ่งจูงใจให้ผมอยากจะทำให้สำเร็จเร็วๆ


"แล้วเหยื่อคือใคร" ผมหันไปถามอิงค์พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้น เกมจะจบเร็วหรือไม่มันก็ขึ้นอยู่กับเหยื่อที่จะใช้นี่แหละ


"ใครดี" อิงค์หันไปถามนับดาวเพื่อนสาวที่นั่งด้านข้างเธอ นับดาวทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนรอยยิ้มร้ายจะเผยบนใบหน้าช้าๆ เธอก็คงจะเลือกเหยื่อที่ยากที่สุดเพื่อให้ผมแพ้แน่ๆ


"โฟกัสไง"


.:END KARN PART:. 


********************50%*********************

วันต่อมา


ฉันลุกตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อลงไปใส่บาตเหมือนกับทุกๆ วัน การดำเนินชีวิตของฉันในแต่ละวันมันค่อนข้างที่จะแตกต่างกับชีวิตของหนุ่มสาวคนอื่นๆ ในสมัยนี้ ฉันคิดมาตลอดว่าเรื่องราวแย่ๆ ที่เกิดขึ้นกับฉันมันคงจะเป็นกรรมเก่าที่ฉันสร้างเอาไว้เมื่อชาติปางก่อน ชาตินี้ฉันถึงได้ต้องกลับมาชดใช้แบบนี้


ฉันกับคุณน้าย่อตัวลงนั่งเพื่อรับพรจากหลวงตาหลังจากที่ใส่บาตกันเสร็จแล้ว


"โฟกัส" เสียงแหบๆ ของหลวงตาเอ่ยพูดขึ้นมาหลังจากที่ให้พรฉันกับคุณน้า ฉันเงยหน้าขึ้นมองหลวงตาขณะที่สองมือก็ยังคงพนมเข้าหากัน


"คะหลวงตา" ฉันพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ


"อย่าเชื่อใจใครง่ายๆ นะ จำคำของหลวงตาเอาไว้" หลวงตาพูดออกมาด้วยประโยคคำพูดแปลกๆ ฉันจึงหันไปมองหน้ากับน้าสาวของฉันที่นั่งอยู่ข้างๆ กัน


"มีอะไรหรือเปล่าคะ" น้าสาวของฉันเป็นคนเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย เพราะเวลาที่หลวงตาทัก หรือพูดเตือนอะไรออกมามักจะมีเรื่องต่างๆ เกิดขึ้นตามมาเสมอ


หลวงตาไม่ตอบอะไรออกมา ท่านมองมาที่ฉันนิ่งๆ ก่อนที่ท่านจะเดินผ่านไป ขณะที่น้าสาวก็มองมาที่ฉันอย่างไม่ละสายตา


"เก็บของเข้าบ้านกันเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูจะไปเรียนแล้ว" ฉันพูดขัดขึ้นเมื่อเห็นว่าคุณน้ายังคงมองมาทางฉันอยู่


เราสองคนลุกขึ้นยืน ก่อนจะช่วยพากันเก็บของต่างๆ เข้าไปในบ้าน เมื่อเรียบร้อยฉันก็เดินขึ้นไปหยิบกระเป๋าบนห้อง แล้วลงมาทานอาหารเช้าที่ด้านล่าง พร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวของคุณน้า


"โฟกัสเดี๋ยววันนี้ให้เมฆไปส่งนะ น้าต้องรีบไปประชุม" น้าเขยของฉันพูดขึ้นมา ขณะที่พวกเรากำลังนั่งทานข้าวต้มกันอยู่ที่โต๊ะ


"ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวหนูไปเอง" ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เกรงใจ


"ไม่ต้องเดี๋ยวพี่ไปส่ง" พี่เมฆพูดแทรกขึ้นมา ฉันจึงหันไปมองทางเขา เมื่อสายตาของเราสบกันฉันก็หันกลับมาก้มหน้าทานข้าวต้มต่อ


หลังจากที่ทานข้าวเสร็จฉันก็เดินตามหลังพี่เมฆเพื่อไปที่รถ ก่อนที่พี่เขาจะเอื้อมมือไปเปิดประตูให้ฉันขึ้นไปนั่ง


"ขอบคุณค่ะ" ฉันพูดออกไปอย่างเงอะงะ เพราะยังคงไม่เข้าใจกับทุกสิ่งทุกอย่างที่พี่เขาทำให้กับฉัน


เราสองคนนั่งอยู่บนรถที่กำลังขับเคลื่อนออกไป โดยที่ไม่ได้คุยกันเลยแม้นิดเดียว จนกระทั่งพี่เมฆขับรถมาจอดยังหน้าคณะของฉัน


"เดี๋ยวตอนเย็นพี่มารับนะ เลิกตอนไหนโทรมาหาพี่เลยละกัน" พี่เมฆหันมาพูดกับฉัน ขณะที่ฉันกำลังจะเปิดประตูลงจากรถ


"ไม่เป็นไรค่ะวันนี้กัสคงจะเลิกเย็น เพราะมีกิจกรรมรับน้องต่อพี่..."


"พี่บอกว่าพี่จะมารับไง" พี่เมฆพูดขัดขึ้นมาเสียงเข้ม พร้อมกับสายตาที่แปลกไป มันเป็นสายตาที่ทำให้ฉันทั้งอึดอัดและกลัวในคราวเดียวกัน


"ก็ได้ค่ะ" ฉันตอบเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเดินลงจากรถไป ฉันเดินเข้าคณะโดยที่ไม่หันหลังกลับไปมองพี่เขาอีก


"โฟกัส" อิงค์ตะโกนเรียกฉันพร้อมกับโบกมือให้ด้วยรอยยิ้ม ขณะที่ข้างกายเธอก็มีนับดาวเดินมาด้วย พวกเธอเดินตรงเข้ามาหาฉันที่กำลังหยุดยืนอยู่กับที่


"พวกฉันขอโทษนะที่เมื่อวานกลับก่อน พอดีพวกฉันมีปัญหานิดหน่อยน่ะ ขอโทษจริงๆ นะ" อิงค์พูดออกมาด้วยสีหน้าที่สำนึกผิด พอฉันได้ยินน้ำเสียง และสีหน้าของเธอมันก็ทำให้ฉันไม่อยากจะโกธรหรืออะไรพวกเธออีก


"ไม่เป็นไร" ฉันพยักหน้าพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้ม


"ถ้างั้นเราไปเรียนกันเถอะเนอะ" นับดาวพูดออกมาบ้าง พวกเราทั้งสามจึงเดินขึ้นตึกเพื่อไปเรียนตามตารางของวันนี้

...

...

...

หลายชั่วโมงผ่านไป


"เดี๋ยววันนี้พี่ฉันจะมานั่งกินข้าวด้วยนะ" อิงค์พูดขึ้นมาขณะที่พวกฉันกำลังเดินไปโรงอาหารของคณะ


พวกฉันเดินหาโต๊ะว่างที่จะนั่ง ก่อนจะแยกย้ายกันไปซื้อข้าวแล้วกลับมานั่งที่โต๊ะเดิม


"พี่เธอเป็นผู้หญิงใช่มั้ย" ฉันเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย ถ้าอิงค์มีพี่สาว พี่เธอก็คงจะสวยมากแน่ๆ แต่อิงค์ก็ส่ายหัวไปมา


"เดี๋ยวเธอก็รู้ นั่นไงพี่ฉันมาแล้ว" อิงค์พูดกับฉัน ก่อนที่สายตาของเธอจะมองผ่านฉันไปทางด้านหลัง เธอโบกมือเรียก สักพักฉันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเดินเข้ามาเรื่อยๆ ก่อนจะมาหยุดที่ข้างๆ ตัวฉัน


"ขอนั่งด้วยนะ" เสียงทุ้มเข้มพูดขึ้นอยู่ข้างกาย ฉันจึงเงยหน้าขึ้นมองช้าๆ ก่อนที่สายตาของฉันจะสบเข้ากับดวงตาคม ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมามองฉัน พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏ ฉันเบิกตากว้างอย่างชะงักค้างเมื่อเห็นใบหน้าที่ดูดีไร้ที่ติของเขา

"พี่ขอนั่งด้วยนะโฟกัส" ร่างสูงเอ่ยพูดออกมาเสียงนุ่ม ฉันหลุดออกจากภวังค์ความคิด ก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ พี่เขาจึงนั่งลงข้างๆ ฉัน


ฉันขยับไปเล็กน้อย เมื่อรู้สึกว่าเราสองคนจะนั่งใกล้ชิดกันเกินไป แต่พอฉันขยับพี่เขาก็ขยับตามฉันมาอีก ฉันถึงได้หยุดนั่งนิ่งๆ ตามเดิม


"นี่พี่กรานต์พี่ชายของฉัน" อิงค์พูดแนะนำขึ้นมา ก่อนจะแนะนำฉันให้พี่กรานต์ได้รู้จักบ้าง ฉันคิดว่าเขาคงจะรู้จักฉันแล้ว เพราะไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะไม่รู้ชื่อของฉันหรอก


"สวัสดีค่ะ" ฉันยกมือขึ้นไหว้พี่กรานต์ โดยที่ไม่กล้าสบตากับเขาเลยแม้แต่น้อย


********************100%*********************


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

967 ความคิดเห็น

  1. #955 PinkZa547 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 12:24
    เจิมมมมมน้ารออออยุ
    #955
    0