เรื่องนี้ยาวจริง

ตอนที่ 1 : ตอนที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ก.พ. 63

ผลั่กกกก!!
เสียงมือหนาผลักลงบนตัวของชายแก่ผมขาวอย่างแรง จนเขาเซถอยหลังไปหลายก้าว แต่กระนั้นก็มีหน่วยรักษาความปลอดภัยที่สแตนด์บายอยู่สองคนรีบประคองเขาไว้ "คุณ!!!!! คุณบอกเองว่าจะจับตาดูไม่ให้เกิดอะไรขึ้นอีกไง!! นี่มันบ้าอะไรอีก ฮะ!!!! " ฟารีฮาตระโดนลั่นจนต้องมีเพื่อนๆคอยจับตัวไว้ " ฟ.. ฟารา เธอใจเย็นๆก่อนนะ" ลีน่าพูด " อย่าตระโกนใส่ผู้บัญชาการเค้าแบบนั้นสิ! " ฮานะ ซองช่วยอีกแรง ตัวของแจ็คสั้นเทิ้มนิดหน่อย เขายืนนิ่งไม่ไหวติงพร้อมกับลอบมองหญิงสาวด้านหน้าอย่างรู้สึกผิดมหันต์ " เรื่องแบบนี้ ฉันก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นหรอกนะ เพราะฉันมันหละหลวมเอง.. ฉัน..ขอโทษที่จับตาดูแม่เธอไม่ดี... " "แล้วยังไง!!! แล้วคุณจะทำยังไงต่อล่ะ ฮะ!!!! นี่ไม่ใช่แค่แม่ที่หายไปนะ ไรน์ฮาร์ทก็หายไปด้วยคุณเห็นไหมมม!!!! " ฟาราห์ยังคงตะโกนไม่หยุดจนทุกคนยินนิ่ง มองตากันไปมา " ฉันรู้ๆ แต่ตอนนี้พวกเราทุกคนก็ช่วยกันหาเบาะแสสุดกำลังแล้วนะ ยานสำรวจออกตามทางที่ยานเจ้าพวกนั้นหลบหนีไปแล้ว... " " เจ้าพวกนั้น!? พวกนั้นมันคือพวกไหน! คุณรู้หรือแจ็ค?" แจ็ค มอริสัน แทบปิดปากตัวเองไม่ทัน คราวนี้ทุกคนได้หันขวับมามองที่เขาแต่เพียงผู้เดียว " บ.. บ้าน่า ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ฉันก็แค่สันนิฐานของฉันเอาเอง.. " เสียงเขาดูเลิ่กลั่กอย่างเห็นได้ชัด " ห่วยแตก!! ห่วยแตกที่สุด!!! ถ้าไม่มีใครทำอะไรได้ล่ะก็... ฉันจะทำเอง!!! " ฟาราห์เดินกระทืบเท้าสวนทุกคนออกทางเดินลับหายหายปล่อยให้ทุกคนยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก " เฮ้ออออ นี่มันอะไรกันอีกละเนี่ย..." เจสซี่แม็คครีที่ยืนมองอยู่ห่างๆ พูดกับชายที่นั่งอยู่ข้างๆเขาสองคน " ถ้าเป็นชั้นก็คงสติแตกแบบนั้นนั่นแหละ ทั้งแม่ทั้งเพื่อนหายไปสองคนพร้อมกัน... " เก็นจิพูดเสริมโดยมีฮันโซยืนตบบ่าให้กำลังใจอยู่เงียบๆ " เดี๋ยว!!! เดี๋ยวก่อนฟาราห์ อย่าเพิ่งไป!! " คุณหมอผมบลอนด์วิ่งตามคนตัวสูงด้วยขาที่สั้นกว่า " อย่ามายุ่งกันฉัน!!! " ฟารีฮาสะบัดข้อมือแกร่งที่โดนคุณมอจับไว้ทันจนหมอแทบกระเด็น " นี่ ฟาราห์ !! ฉันเข้าใจเธอนะ คิดว่าฉันจะไม่เข้าใจเธอหรือไง แต่ตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้... " " แล้วทำไมไม่ทำให้ได้ล่ะ!!! แค่อยากจะช่วยมันไม่ยากหรอกนะ!!! " ฟาราห์หยุดเดินและหันกลับมามองคนที่วิ่งตาม " เธอก็พูดเหมือนคนอื่นๆ ให้รออย่างไม่มีความหวัง ทั้งๆนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกด้วยซำ้!!" เสียงตวาดของคนสาวอียิปทำให้คุณหมอแองเจล่าต้องหยุดค้าง ความเงียบเข้าครอบงำอยู่หลายวินาที จนคนตัวสูงเริ่มรู้สึกว่าทำอะไรลงไป " ฉ...ฉัน.. " ฟารีฮากับคุณหมอมองหน้ากันอย่างเงียบๆอยู่หลายวินาทีจนสุดท้ายแล้วคนตัวสูงจึงหันหลังเดินจากไป " บ้าเอ้ย!! โง่เง่า!!! โง่งี่เง่ากันหมดทุกคนเลย!! " ฟาราห์เตะกล่องเก็บของกระเด็นไปกระทบกำแพงเมื่อกลับมาถึงห้องของตัวเอง เธอเริ่มมองไปรอบห้องตัวเองเมื่ออารมณ์เย็นลง มันเงียบ มันว่างปล่าว มองไปก็มีแต่กำแพงสี่ด้านของห้องพักเล็กๆ "........ " เธอค่อยๆหย่อนก้นนั่งบนพื้นริมกำแพง กุมหน้าลงกับฝ่ามือ ปล่อยให้หยดนำ้ตาเล็กๆไหลหยดลงพื้น มันไม่ควรที่จะเป็นแบบนี้เลย.. เธอคิด เธอควรจะทำอะไรได้มากกว่านี้ เธอควรจะอยู่ด้วย ณ ตอนนั้น มั่นใจว่าตัวเองจะต้องทำอะไรได้ซักอย่าง ไม่ใช่นั่งเฉยๆ แล้วรอให้คนอื่นคอยแก้ปัญหาให้

อย่าปล่อยให้หนูอยู่คนเดียว... หนูไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงแล้ว ช่วยบอกที ได้โปรด...." . . . " ทำอะไรน่ะฟารีฮา " อนาพูดขึ้นในขณะที่มือของเธอกำลังทอดไข่อยู่ในครัว " หนูทำหมวกเองแหละ จะได้เหมือนอันที่แม่ใส่อยู่ เหมือนรึปล่าวๆๆๆ! " เด็กหญิงวัย 9 ขวบที่ซุกซนเหมือนลูกลิงผสมกับลูกหมาป่าพยายามอวดหมวกเบเล่สีฟ้าที่เหมือนกั"บของคนเป็นแม่ให้แม่ดู
" จ้าๆๆ ทีนี้วางหมวกกระดาษนั่นลงแล้วไปนั่งบนโต๊ะดีๆซะ ถ้าแม่หันไปแล้วลูกยังไม่อยู่บนโต๊ะละก็ ลูกจะอดข้าวเช้านะจ๊ะ " เด็กหญิงได้ยินดังนั้นจึงรับกระโดดขึ้นเก้าอี้อย่างว่าง่ายเพราะกลัวจะไม่มีอาหารตกถึงท้องก่อนไปโรงเรียน การเลี้ยงลูกของกัปตันอมารีอาจจะดูโหดไปบ้าง แต่การที่ตัวเองเป็นถึงกัปตันทีมแถมยังมีลูกสาวที่ดื้อและแก่นผิดธรรมชาติ การดุว่าแทบจะเป็นการสั่งสอนที่เบาเกินไปด้วยซำ้ " เอาล่ะเราต้องรีบไปกันแล้ว เก็บกระเป๋าซะนะ " " ค่ะ! แม่ " ฟารีฮาน้อยรีบคว้ากระเป๋าเป้และกระโดดขึ้นรถไป สองแม่ลูกใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเกือบจะตลอดเวลาที่บ้านเกิดของทั้งคู่ หน้าที่ของอนามีเพียงแค่ไปส่งลูกที่โรงเรียนและรีบไปทำงานต่อตอนเช้า เห็นแบบนี้แต่เธอเป็นถึงมือสไนเปอร์ลับที่แม่นยำที่สุดในอียิป ที่หาตัวจับยากที่สุดอีกต่างหาก ด้วยเหตุบังเอิญที่มีสงครามออมนิคเกิดขึ้นพร้อมกันหลายที่ทั่วโลก รัฐบาลจึงได้ก่อตั้งองกร โอเวอร์วอช ด้วยการรวมบุคลากรผู้มีความสามารถพิเศษจากทั้วทุกมุมโลกเข้าด้วยกัน ซึ่งจะเป็นไปได้อย่างไรถ้าหาสไนเปอร์อันดับ1 ของโลกจะไม่ถูกดึงตัวเข้าไปในโอเวอร์วอช . . . . " ว้าววววว ใหญ่จังงง " ฟารีฮาน้อยยืนมอง HQ อันยิ่งใหญ่ของโอเวอร์วอชที่ตั้งอยู่ ณ สวิสเซอร์แลนด์ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาที่ทำงานของแม่เธอในวันหยุดฤดูร้อน " เข้าไปแล้วอย่าดื้ออย่าซนล่ะ เข้าใจไหม " กัปตันที่จูงมือลูกสาวอยู่กล่าวขึ้น " ค่ะแม่! " ถึงแม้จะรับปากไปแต่เมื่อก้าวเข้าสู่ด้านใน สองขาของเด็กสาวก็พร้อมที่จะโลดโผนปีนป่ายในทันที " ว่าไงอนา! วันนี้เธอไม่มีเวรนี่ ว่าแต่พาใครมาด้วยล่ะเนี่ย " เพียงไม่นานหญิงสาวก็ถูกทักโดยชายผมบลอนด์รูปร่างกำยำเหมือนหนังเรื่องกัปตันอเมริกาเมื่อสมัยยุคปี 2010s ไม่มีผิด " สวัสดียามเช้าแจ็ค ก็ยัยลูกเสือนี่น่ะสิ ที่ร้องอยากจะมาเห็น headquarter ของที่นี่ เลยพาบินมาจากกีซ่าเลยล่ะ " แจ็ค มอร์ริสันที่ใบหน้ายังอ่อนเยาว์นั่งยองๆ ตรงหน้าฟารีฮาน้อย " สวัสดีหนูน้อย.. อยากมาเป็นครอบครัวเดียวกับโอเวอร์วอชรึปล่าวว "
ฟาราห์น้อยมองบนปกเสื้อของแจ็คและเห็นว่ามีเข็มกลัดติดเสื้อหลายสิบแบบที่ไม่ซำ้กันอยู่บนหน้าอกเสื้อสูทของเขา คล้ายๆกันกับที่แม่ของเธอชอบติดบ่อยๆ แสดงว่าเขาก็ต้องเก่งเหมือนกับแม่ของเลยเลยล่ะสิ! " ไม่เอาน่าแจ็ค ที่นี่ไม่เหมาะกับฟารีฮาหรอกนะ มันอันตรายเกินกว่าที่เด็กจะมาเรียนรู้ " อนารีบเบรคแจ็คก่อนที่เขาจะกล่อมฟารีฮาสำเร็จ ทั้งคู่คุยกันอยู่หลายนาทีจนบอกลากัน
" อย่าลืมล่ะหนู ทุกคนสามารถเป็นฮีโร่ได้ ถ้าสนใจล่ะก็แอบแม่เธอตีตั๋วมาที่นี่ได้เสมอเลยนะ ไม่ต้องฟังคนแก่เขาหรอก ฮ่าๆๆๆๆๆ " ว่าแล้วแจ็คก็รีบหนีไปทางอื่นก่อนจะโดนอนาเตะตูดเข้าให้ อนาพาฟาราห์ไปกินข้าวพร้อมกับเดินเล่นรอบๆฐานปฏิบัติการ ทั้งคู่ต้องแยกกันเพราะอนามีงานต้องไปทำด่วนเลยจำเป็นต้องทิ้งฟารีฮาไว้คนเดียวบนเก้าอี้นั่งรอของแขก หลายชั่วโมงก่อนที่เด็กหญิงจะเบื่อเต็มทนแล้วออกไปหาที่เดิน จู่ๆก็มีมือใหญ่มาสะกิดหลังเธอ " หืม " เด็กหญิงหันหลังไปดูจึงเห็นเด็กชายคนหนึ่งที่แต่งตัวมอซอกับหมวกคาวบอยที่ไม่ค่อยเข้ากันเท่าไรกำลังเอี้ยวตัวมาเกาะเก้าอี้เธอจากข้างหลัง " เธอเป็นใครน่ะ เป็นเด็กใหม่งั้นหรอ " เขาถามด้วยนำ้เสียงดูตื่นเต้น " ไม่ใช่หรอก มารอแม่น่ะ " ฟารีฮาตอบ " งั้นหรอ.. นี่! อยากเข้าองกรโอเวอร์วอชรึปล่าวล่ะ!? " เขากระซิบถามพร้อมกับโชว์เข็มกลัดแบบเดียวกับของแจ็คให้หนูน้อยดู

" ว้าววว " ฟาราห์เบิกตากว้าง " พวกนี้เป็นเหรียญเกียรติยศน่ะ คนที่ทำคุณงามความดีให้ประเทศเท่านั้น ถึงจะมีของพวกนี้!" เขาโชว์คุณงามความดีของตัวเองให้เด็กหญิงตื่นเต้นสนุกๆอยู่นานหลายสิบนาทีจนมีเสียงเข้มเสียงหนึ่งเรียกเขา " เจสซี่!!! เจสซี่! แกอยู่ที่ไหน!... " เสียงผู้ชายเข้มเรียกเขาดังมาจากทางเดิน " เหวอ ฉันว่าฉันต้องไปก่อนล่ะ หวังว่าจะได้เจอเธออีกนะ " เขาพูดแล้วขยิบตาให้หนึ่งทีก่อนจะวิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว " หลังจากเด็กที่ถูกเรียกว่าเจสซี่วิ่งหายไปไม่ถึง 5 วิ ร่างสูงของชายผิวเข้าหน้าดุก็โผล่มาจากทางเดินพร้อมกับแม่ของเธอและสาวสวยอีก 1 คน.. " " อ้าว!! ทำไมลูกถึงมาอยู่ตรงนี้ล่ะ แม่บอกให้นั่งรอนี่ " " นี่.. อย่าไปดุเด็กเลยน่า ว่าแต่หนูเห็นเด็กชายที่ท่าทางเลิกลั่กใส่หมวกปีกกว้างผ่านมาบ้างไหม " ชายหน้าเข้มพูดขึ้นอย่างใจดีขัดกับลุคของเขาแล้วก็นั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กสาว แล้วฟารีฮาก็ชี้ไปทางที่เจสซี่เพิ่งวิ่งไป " งั้นหรอ ขอบใจนะที่บอก แล้วเจอกันนะอนา " " จ้าเกเบรียล ไปทำงานของนายต่อเถอะ" เขาโบกมือให้กับสาวๆ และหนูน้อยไปด้วยกัน อนาเดินไปจับไหล่ฟาราห์ให้มาคุยกับแขกคนใหม่ " ฟารีฮานี่คือแองเจล่า เป็นแพทย์ฝึกหัดที่นี่ หวัดดีเขาหน่อยสิลูก" 7 ฟารีฮา เมื่อได้สบตากับดวงตาสีฟ้านำ้ทะเลของแพทย์สาวแล้วก็รีบวิ่งไปแอบหลังแม่ของเธออย่างทันที " อ้าวว ทำไมไปแอบอย่างนั้นล่ะ... ฉันเสียใจน้าาา " แองเจล่าทำน่ายู่เชิงเสียใจกับฟาราห์ " ทำไมเสียมารยาทอย่างนั้นล่ะฟาราห์! " คนแม่พยายามจะลากแขนลูกสาวที่แอบอยู่ข้างหลังแต่สาวน้อยกลับเกาะขาแม่แน่นกว่าเดิม " เฮ้อออ นางคงอยากกลับบ้านน่ะ ขอโทษโทษทีนะแองเจล่า " ไม่นานอนาก็แยกทางกับคุณหมอ โดยก่อนที่สาวผมทองจะเดินลับหายไป ฟารีฮาน้อยก็ลอบหันหลังส่องขาขาวๆของคุณหมอที่เดินฉับๆ จนหายลับไปคนละทาง ทำให้สาวน้อยผมดำต้องหน้าแดงอีกรอบ ' อยากทำงานที่นี่จัง.... ' หลังจากการไปทัวร์ headquarter ของโอเวอร์วอชครั้ง การเปลี่ยนแปลงของฟารีฮาทำให้คนเป็นแม่อย่างอนาต้องแปลกใจเป็นที่สุด เธอตั้งใจเรียนจนเกือบจะเป็นท็อปของชั้นเรียน เธอมักจะพูดว่าอยากจะเข้าองกรโอเวอร์วอชให้ได้ เลยฝึกการต่อสู้และอาวุธด้วยตัวเองผ่านวิดิโอ และมีบางครั้งที่เด็กน้อยมักจะมาขอให้อนาช่วยอยู่บ่อยๆ... ซึ่งเธอปฏิเสธ ถ้าอนาย้อนเวลากลับไปได้เธอคิดว่าจะไม่พาฟาราห์ไปเดินเล่นที่องกรโอเวอร์วอชเด็ดขาด เส้นทางอาชีพแบบนี้คือสิ่งที่อนาไม่เคยอยากให้ฟารีฮาได้เดินตาม ลูกของเธอควรจะมีความสุขกับชีวิตที่ไม่ได้เห็นเลือด และความตาย ก่อนหน้านี้เธอเองก็แอบกีดกั้นฟารีฮาทุกวิถีทางที่จะไม่ทำให้นางอยากจะต้องจับอาวุธทำร้ายคนตามคำสั่งของเบื้องบนในอนาคต " นี่แม่! อาทิตย์หน้าที่โรงเรียนหนูเค้ามีทดสอบคัดเลือกตัวคนที่มีสิทธิจะได้เข้าองกรในอนาคตด้วย!! " สาวน้อยวิ่งเต้นอย่างดีใจไปหาแม่ตัวเองที่นั่งอ่านหนังสือพิมอยู่ และมองมาที่สาวน้อยอย่างไม่สู้ดีเท่าไร " อ่า.. อย่างนั้นหรอ.. " ' ทำไมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เลยนะ ' นึกขึ้นแล้วก็โกรธสองหนุ่มแจ็คและเกเบรียลที่ไม่แจ้งอะไรให้เธอทราบก่อน " แน่ใจหรอว่าอยากจะเข้าไปที่นั่น ทำงานในองกรโอเวอร์วอชน่ะ ไม่ได้ง่ายและเท่อย่างที่หนูเห็นหรอกนะ... " อนาดูดนำ้เสียงจริงจัง " ทำไมล่ะ! ไม่ว่าจะเป็นยังไงหนูก็สู้ไม่ถอยอยู่แล้ว! " หนูน้อยพูดด้วยนำ้เสียงและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยไฟลุกโชน " เอาล่ะๆๆ ถ้าอยากลองก็ลองดูได้ " หญิงสาวลูบหัวลูกของตัวเองอย่างเอ็นดูแล้วสาวน้อยก็ออกไปวิ่งเล่นตามประสาเด็ก ไม่นานหลังจากนั้น หนูน้อยฟารีฮาได้ทำตามความฝันของตัวเองได้สำเร็จไปอีกขั้น เพราะเธอได้คัดเลือกเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบหาหน้าใหม่ที่จะมีสิทธิเข้าไปทำงานและรับการฝึกเอาตัวรอดแบบพิเศษโดยองกรโอเวอร์วอช อนารู้ดี ว่าคนเป็นแม่เมื่อเห็นลูกประสบความสำเร็จในอะไรซักอย่าง ตัวแม่เองก็ควรจะมีความภาคภูมิใจเพิ่มเป็นสองเท่าหรือมากกว่านั้น.. แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นเลย " งั้นเหรอ... แม่ก็ ยินดีด้วยนะ หวังว่าลูกจะพร้อมกับบททดสอบที่จะต้องตามมา.. " อนาคุยกับเด็กน้อยที่นั่งเล่นเครื่องบินรบอยู่ข้างๆพร้อมกับยิ้มมุมปากเล็กน้อย " ค่าาาแม่ >0< " เด็กหญิงตัวน้อยหันควับมามองหน้าของแม่พร้อมกับยิ้มกว้างอย่างใสซื่อ หญิงร่างสูงดึงลูกสาวของตัวเองเข้ามาซบข้างๆ ลูกของเธอได้นิสัยของเธอมาแทบจะเต็ม 100 ช่างทะเยอทะยาน หัวรั้น พุ่งเข้าหาเป้าหมายโดยไม่สนใจว่าใครจะว่ายังไง เด็กคนนี้ไม่เป็นเพียงแต่ตัวแทนอีกคนของอนา อมารี แต่ฟารีฮาเป็นเหมือนทั้งชีวิตของเธอ และเธอจะไม่ยอมให้ใครมาแตะลูกสาวของเธอได้แม้แต่ปลายนิ้วก้อยเดียว...
.
.
.
.
1 ปีครึ่งได้ผ่านไปไวเหมือนโกหก หนูน้อยฟารีฮาดูเหมือนเด็กที่อายุมากที่สุดในชั้น ทั้งเรื่องส่วนสูงและวุฒิภาวะในหลายๆเรื่อง ฝีมือการต่อสู้ของฟารีฮาจากที่ดูๆแล้วสามารถล้มไรน์ฮาร์ทได้อย่างง่ายดาย วันนี้เป็นแค่วันธรรมดาอีกวันหนึ่งที่อนาต้องลงพื้นที่เพื่อทำภารกิจเสี่ยงอันตรายเหมือนหลายๆครั้ง เธอไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบนี้ก็ได้ แต่ความเป็นมนุษย์ของเธอ ทำให้ไม่อาจมองดูคนที่เดือดร้อนต้องนอนรอความช่วยเหลืออย่างหมดหวัง " เฮ้อ... ในเวลาแบบนี้ถ้าเรามัวแต่รอคำสั่งจากผู้บัญชาการ ป่านนี้คนคงตายกันหมด.... " อนาพูดกับเพื่อนร่วมทีมขณะที่นั่งอยู่ริมระเบียงของสะพาน " ฮ่าๆ ผมจะเห็นด้วยกับคุณก็ได้นะ แต่คุณน่ะ ชอบทำอะไรผลีผลาม ผมก็ดีใจนะ.. ที่แผนคุณมักจะเวิร์ค แต่ผมก็อยากให้คุณฟังผู้บัญชาการเขาดีกว่า" เบน คู่หูของกัปตันอมารี พูดขึ้นอย่างอารมณ์ดีทั้งๆที่เพิ่งจะผ่านศึกอันหนักหนามาด้วยกัน " ถ้ามัวแต่รับคำสั่ง วันนี้ก็ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี " อนาพูดพร้อมกรอกนำ้ดื่มเข้าปากตัวเอง เบนถือแก้วนำ้ของตัวเองมานั่งริมสะพานติดกับอนา " ผมมีอะไรจะบอกกัปตันมาซักพักแล้วล่ะ ผมว่าถ้าจบงานจากที่นี่แล้ว ผมจะกลับไปอยู่กับภรรยาที่ฝรั่งเศษ.... " อนาแทบจะสำลักนำ้ที่เพิ่งดื่ม " อะไรกันนน จะทิ้งกันงั้นหรือเนี่ย... " เธอกล่าวด้วยนำ้เสียงน้อยใจปนกับตกใจ " แหม่... ผมเองก็เหนื่อยกับงานนี้แล้ว อยากจะได้พักบ้างง " " เอาล่ะๆ เข้าใจแล้ว ไว้ซักวันฉันจะส่งข้อความไปหาละกันนะ... " เธอพูดแล้วก้มลงหยิบแก้วนำ้ " ผมน่ะ รอวันที่จะได้กลับบ้านมาซักพั..... " " ปัง!!!!! " ร่างของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆกัปตันสาวล้มพับลงไปกับพื้น บนหน้าของเขายังมีรอยยิ้ม ดวงตายังเบิกกว้าง เลือดสีแดงทะลักไหลออกจากศรีษะ " .......... " อนา อมารีเกิดอาการช็อค หูเธอยังคงอื้อจากเสียงปืนแต่เธอก็ต้องรีบดึงสติแล้วก้มแอบข้างร่างไร้ชีวิตของเพื่อน " เฮ้ยยยยยยยย มีคนโดนยิง !!!!!! " เริ่มเกิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง เหล่าทหารที่แอบอยู่ตามตึกวิ่งวุ่นสะพายปืนและเตรียมหาตัวศัตรู อนาคลานไปข้างหน้าและจับแขนเพื่อนตัวเองไว้ ไม่เลย เธอไม่เคยต้องมาเห็นคนตายต่อหน้าต่อตาแบบนี้ เธอค่อยๆละสายตาจากตางงหน้าและมองไปทางที่กระสุนวิ่งมา... ด้วยดวงตาที่สามารถมองเห็นระยะไกลได้ดีกว่าคนธรรมดาถึง 6 เท่า เธอเห็นคนๆนึง.. ผู้หญิง ร่างสูง หุ่นเพรียวว มัดผมหางม้ายาวจนถึงตาตุ่ม แต่เมื่อยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ร่างนั้นก็รีบหลบหายไปอย่างรวดเร็ว " อนาา อนา!! เป็นยังไงบ้างงงงง " แจ็ควิ่งมาทางเธอ ' ถ้าเมื่อกี้ฉันไม่ได้ก้มหัวล่ะ... ถ้าเป็นฉันแทนที่จะเป็นเขา.... ' อมารีหันกลับมาดูสภาพศพเพื่อนตัวเอง แต่ภาพที่เธอเห็น ณ ตอนนี้คือผู้หญิง ผมสีดำ มีรอยสักที่ใต้ตาขวา อยู่ในชุดสีขาวปักตราองกรโอเวอร์วอช ที่ครึ่งนึงของทั้งตัวเป็นสีแดงจากเลือดสดๆ " กรี้ดดดดดดดดดดดดดดด " ผู้หญิงผมขาวเผลอกรี้ดออกมาอย่างสติแตกจนแจ็ควิ่งมาถึงตัวเธอและเขย่าตัวเธออย่างแรง " อนาา!! อนา!!ตั้งสติไว้นะ " " เขา... ฮึก.. เขา.. ฟารา... " แต่เมื่อทั้งคู่หันไปทางร่างที่นอนอยู่ที่พื้นก็เห็นเป็นร่างชายหนุ่มผมสีนำ้ตาลคนเดิม... ' ฉัน... ตาฝาดงั้นหรือ... ' " น่าสงสารเขานะ... แต่เราต้องเข้าไปหลบก่อนเดี๋ยวนี้! " แจ็คลากอนาที่ยังคงมีอาการช็อคเข้าที่หลบภัย หลังจากจบภารกิจ อนาถูกส่งไปนอนพักในโรงพยาบาล ภาพของหนูน้อยฟารีฮาที่นอนจมกองเลือดยังคงหลอกหลอนอนาไปหลายอาทิตย์ เมื่อเธอเปิดเปิดประตูบ้าน เพียงเสียววินาที สาวน้อยก็วิ่งมาทักทายแม่อย่างร่าเริง " แม่!!!!! หนูคิดถึงแม่จังงงงง "
ฝึ่บ!! ร่างสูงก้มลงกอดรัดลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนจนฟารีฮาเองก็แปลกใจ " แม่รักลูกนะ.. " เธอบอก " หนูก็รักแม่เหมือนกันนน " ฟารีฮาดูนิ่งไปก่อนจะยิ้มกว้างและบอกแม่ตัวเอง " เข้าบ้านเถอะ เดี๋ยวแม่จะทำกับข้าวให้กิน... " แล้วทั้งสองก็จูงมือกันเพื่อไปทานมื้อคำ่ของวัน......
. . . "แม่!! เห็นจดหมายของหนูไหม!! " ฟาราห์น้อยตะโกนหาแม่มาจากด้านบนของบ้าน " แม่ไม่เห็นนะ! " อนาตะโกนตอบกลับไปในขณะที่กำลังนั่งดื่มเบียร์กับสองหนุ่มที่มาเที่ยวบ้าน " ฉันอยากจะรู้จังเลยว่าแซมเขากำลังทำอะไรอยู่ " เกเบรียล เรเยสพูดแหย่อนา " คงมีชีวิตที่สุขสบายอยู่มั้ง.... " เธอตอบหน้าเบื่อหน่าย
วันนี้เธอเชิญสองหนุ่มมาปิ้งบาร์บีคิวและดื่มเบียร์กันที่บ้าน หลังจากเหตุการณ์ที่เพื่อนของเธอโดนลอบฆ่า ก็ผ่านไปเดือนกว่าๆ แล้ว " ฉันรู้สึกว่าเมื่อวานฉันยังไปงานศพเขาอยู่เลย " หญิงผมเริ่มขาวพูดขณะจิบเบียร์ไปด้วย " ว่าแต่ลูกเธอล่ะ.. ฉันไปแอบดูแล้ว คะแนนในคลาสเรียนใช้ได้เลยนะ " แจ็คพูดอย่างอารมณ์ดี สวนทางกับคนข้างๆที่หน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด " ฉันว่าฉันจะบอกพวกนายมาซักพักแล้วล่ะ... ฉันไม่อยากให้ฟารีฮาเข้าโอเวอร์วอช... " สองหนุ่มที่เคี้ยวบาร์บีคิวหยุดชะงักแล้วมองหน้ากัน " เอ่อ.... เธอแน่ใจหรอ มันเป็นความฝันของเด็กเค้านี่ แถมดูแล้วเค้าก็ตั้งใจเรียนกับตั้งใจฝึกด้วยนะ " เก๊บพูด " เธอคุยกับลูกแล้วหรอ.. " คราวนี้แจ๊คถาม " ยังเลย... ไม่รู้จะเริ่มยังไงเหมือนกัน.. พอฉันเห็นความตั้งใจของเค้า ฉันก็ไม่กล้าพูดซักที " " เธอควรให้เด็กได้ทำตามความฝันนะอนา" " จะให้ฉันทำยังไงล่ะ! ฉันจะอยู่ยังไงถ้าลูกเป็นอะไรไป! " " อย่าเพิ่งไปกังวลเลยน่า.. นางยังอายุไม่เท่าไรเอง อย่างฟารีฮาเนี่ย ถ้าได้สู้ละก็ ไม่แพ้ใครอยู่แล้ว " แจ็คปลอบใจ หลังจากคุยกันอยู่นานสองนาน เมื่อทั้งสองหนุ่มกลับไปแล้ว อนาก็พบกับหนูน้อยฟารีฮาที่ยังหาจดหมายผลสอบของตัวเองไม่พบ " แม่!! หนูไม่เจอจดหมายของหนูอ่าา อีกไม่กี่วันก็ต้องไปมอบตัวแล้ว หนูจะทำยังไงดี " เด็กน้อยพูดอย่างกังวล อนาไม่ได้ตอบคำถามนั้นแต่เดินไปย่อเข้าอยู่ข้างหน้า " ฟารีฮา... แม่ว่าไอเส้นทางอาชีพนี้น่ะ มันไม่ดีกับลูกหรอกนะ.. " เด็กน้อยหยุดหาของและหันกลับมามองแม่ " มันอันตราย แล้วก็โหดร้าย... บนโลกนี้มีอีกหลายอาชีพที่มันจะดีกับตัวหนู และปลอดภัยสำหรับหนูด้วยนะ " " แม่หมายความว่ายังไง!! แม่จะไม่ให้หนูเข้าโอเวอร์วอชหรอ!! " หนูน้อยฟารีฮาเริ่มเสียงดัง " เชื่อแม่สิ.. แม่เพื่งผ่านงานศพของเพื่อนแม่มา.. และแม่! จะไม่ให้คนต่อๆไปเป็นลูกหรอกนะ " " หนูยังไม่ได้แม้แต่ลองดูเลย ทำไมแม่ต้องห้ามหนูด้วยล่ะ! " " เพราะว่าแม่เป็นห่วงลูกไง! มันก็แค่นั้น! " บทสนทนาของทั้งสองแม่ลูกเริ่มคุกรุ่นมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ " หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะ แม่ไม่จำเป็นต้องมาห่วงหนู... " " ฟังแม่หน่อยสิ!... " " ก็มันคือความฝันของหนู หนูอยากเก่งเหมือนแม่.. " " แม่ไม่อยากให้ลูกเป็นเหมือนแม่ ลูกไม่รู้หรอกว่ามันอันตรายแค่ไหน! อาชีพพวกนี้น่ะ... " " ทำไมแม่ต้องห้ามทุกอย่างที่หนูอยากทำล่ะ!! " " เพราะแม่อยากให้ลูกไปมีชีวิตที่ดียังไงล่ะ!! เพราะแม่รักหนู แม่เลยต้องปกป้องหนู!!" " หนูไม่อยากให้แม่มาปกป้องแล้ว!! " " นี่!!!.... " " แม่ก็ห้ามหนูตลอดด! หนูอยากเรียนที่ไหนแม่ก็ไม่ให้เรียน! อยากไปไหนก็ไม่ให้ไป! " " นี่อย่ามาเดินหนีนะ!!....ก็บอกแล้วไงว่าแม่แค่เป็นห่วง " " แม่ห่วงแต่ตัวเองเท่านั้นแหละ! พ่อถึงไม่อยากอยู่กับแม่ไง.... " " นี่แก!!!! " " ถ้าหนูไปอยู่กับพ่อ พ่อคงจะไม่ห้ามหนูให้ทำสิ่งที่หนูอยากทำ...... " เพี๊ยะะะะะ!!! "......"

ทั้งสองแม่ลูกเหมือนถูกหยุดเวลา หญิงร่างสูงค้างร่างกายตัวเองอยู่ในท่าที่เพิ่งประทับรอยมือลงบนหน้าเล็กๆของลูกสาวตัวเอง เด็กน้อยยกมือเล็กๆขึ้นมาจับข้างแกเมของตัวเองอย่างช็อคๆ...... ดวงตาเล็กๆหันมามองดวงตาของหญิงที่สูงกว่าหลายฟุตด้วยนัยตาที่สั่นเทา เมื่อคนร่างสูงเห็นเช่นนั้นแวบแรกที่เธอรู้สึกคือความแสบของกระแสไฟฟ้าที่แล่นขึ้นหัวใจ "ม... แม่แค่.... " ตึก! ตึก! ตึก! สาวน้อยสะบัดมือของคนแม่ที่จะเข้ามาจับไหล่ออก และวิ่งออกนอกบ้านอย่างรวดเร็ว อนายืนมองประตูบ้านตัวเองอย่างเลื่อนลอย และวันนั้นทั้งคืนเธอก็ไม่เห็นฟารีฮาอีกเลย... นับตั้งแต่วันนั้นความสำพันธ์ของเธอกับแม่ก็แทบจะเรียกได้ว่าเกือบขาดสะบั้น.. ก่อนเข้าโรงเรียน ฟาราห์ไม่ได้บอกรักแม่ก่อนจะลงรถ ส่วนตอนกลับบ้านก็แทบไม่ได้พูดทักทายกันตามประสาแม่ลูกแบบแต่ก่อน ถึงแม้ว่าคนแม่จะมานั่งขอโทษกับลูกสาวและปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว(ในส่วนของอนาเองนั้น) จิตใจของฟาราห์ได้บังเอิญสร้างกำแพงบางๆขั้นกลางระหว่างตัวเองกับแม่ขึ้นมากเรื่อยๆ.. ไม่นานทุกคนที่อยู่รอบตัวอมารีก็รับรู้ถึงเรื่องนี่พร้อมให้กำลังใจกันอย่างล้นหลามโดยเฉพาะไรน์ฮาร์ด... 1 เดือนผ่านไป 3 เดือนผ่านไป 1 ปีผ่านไป.... 1 ปีครึ่งผ่านไป... ไม่มีอะไรพิเศษมากมายหรือไม่ดีงามเกิดขึ้นกับครอบครัวสองแม่ลูก ฟารีฮาโตขึ้นอย่างมาก เธอเป็นเด็กหัวกะทิของห้อง(ในเรื่องการฝึกฝนร่างกายอ่ะนะ) ส่วนอนาก็ได้เลื่อนขั้นนิดหน่อย แต่เธอก็ยังอาสาจะลงภาคสนามทุกครั้งที่มีโอกาสเพราะนางเชื่อว่าไม่มีใครทำหน้าที่นี้ได้ดีเท่านาง..แม้ว่าจะถูกคัดค้านจากเพื่อนๆรอบตัวแล้วมากกว่าร้อยครั้ง... ฟารีฮาและอนาใช้ชีวิตตามปกติเรื่อยๆ... เรื่อยๆ... จนถึงวันหนึ่ง... วันที่เธอไม่เคยลืม... มันก็เป็นวันธรรมดาที่เธอต้องไปเรียนหนังสือ แต่แม่ของเธอไม่ได้ไปส่งที่โรงเรียนเพราะแม่มีภารกิจใหญ่ที่ต้องออกจากบ้านไปสามวันแล้ว ฟารีฮาน้อยกำลังเก็บหนังสือลงกระเป๋าเพื่อเตรียมจะออกจากโรงเรียน แต่คนที่ยืนรออยู่หน้าโรงเรียนกลับเป็นชายร่างกำยำสองคนที่เธอไม่คุ้นหน้าคนนึง ส่วนอีกคนคือลุงแจ็ค เพื่อนร่วมองกรของแม่เธอ... เธอเดินเข้าไปสวัสดีลุงๆทั้งสองและได้ถามว่าทำไมแม่ถึงไม่มารับเธอแต่เป็นเขาแทน ทั้งสองหนุ่มยืนเงียบมองหน้ากันโดยที่แจ็ค มอรริสันเป็นทำลายความเงียบก่อน เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเด็กน้อย เขามองดวงตาที่ไร้เดียงสานั่นก่อนจะพูดสิ่งที่เขาไม่อยากจะพูดที่สุดในชีวิต " ฟาราห์.. แม่เธอน่ะเป็นคนที่เก่งมากนะ... อนาได้ช่วยผู้คนไว้มากมายให้รอดปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลาย จากพวกออมนิค.. จากกระสุนปืนและระเบิด.. อนารักเธอมากนะ แต่ตอนนี้แม่ของหนูไม่สามารถอยู่เพื่อปกป้องหนู.. หรือทำหน้าที่พวกนั้นได้อีกแล้ว ฉันต้อง.. ขอโทษจริงๆ... " แจ็คดึงตัวเด็กน้อยเข้าไปกอดปลอบใจ เด็กน้อยยังยืนแข็งทื่ออยู่ที่เดิม เธอไม่เข้าใจ เธอสับสน เธอมองชายอีกคนที่ยืนสะอื้นอยู่ข้างหลังลุงแจ็คอย่างเงียบๆแล้วจึงก้าวขึ้นรถของลุงแจ็ค วันนั้นทั้งคู่รับเด็กน้อยมาจากโรงเรียน ฟารีฮานั่งเงียบตลอดทาง เขาส่งถึงบ้านโดยมีแจ็คคอยจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย คืนนั้นสาวน้อยค่อยๆหย่อนหัวตื้อๆของตัวเองลงหมอน ฟาราห์ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร ทำยังไง คิดอะไร... แต่จู่ๆนำ้ตาก็ไหลออกมาจากดวงตาเล็กทั้งสองข้างจนหนูน้อยต้องข่มตาตัวเองให้หลับลงไป พยายามหลอกตัวเองว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น.. ทุกอย่างมันเป็นแค่ความฝันเท่านั้น.. เพราะว่าแม่เธอน่ะ.. เคยบอกกับเธอว่าจะอยู่ด้วยกัน.. จะไม่ทิ้งเธอเหมือนที่พ่อทิ้งเธอ จะอยู่รอดูวันที่ดูได้ตำแหน่งงานเดียวกับแม่... อาทิตย์ต่อมาเธอไม่ได้ไปโรงเรียน... แต่สถานที่ที่เธอไปคือหลุมศพของแม่ตัวเอง มีคนเป็นร้อยยืนรออยู่แล้วใน graveyard คนที่เดินออกจากแถวเพื่อมาจูงมือฟารีฮาไม่ใช่ใคร แต่เป็นคุณหมอแองเจล่า.. ตอนนี้ฟาราห์สูงเกือบจะเท่าคนผมบลอนด์แล้ว ฟาราห์น้อยในชุดสีดำ มองไปดูผู้คนรอบๆตัวเองหาคนที่เธอพอจะรู้จักบ้าง... ลุงเก๊บยังดูเหมือนเดิมทุกอย่างทั้งๆที่ไม่ได้เจอกันค่อนข้างนาน.. ไรน์ฮาร์ทกับลุงทอร์บ.. ยืนกุมมือตัวเองอย่างเศร้าๆมองมาทางเด็กน้อย คนข้างๆที่ลุงเก๊บเอื้อมมือมาโอบไหล่ไว้คือแม็คครี ชายหนวดเคราเฟิ้มยืนกุมหมวกปีกกว้าง หน้าตาเศร้าสร้อยมากกว่าคนข้างๆ ผู้หญิงผมสีแดงอมส้มตัวสูงๆคือมอยร่า.. ฟาราห์ไม่ค่อยสนิทกับนางเท่าไร แต่รู้มาว่านางน่ะร้ายทีเดียว..

ฟาราห์ยืนอยู่หน้าสุดโดยมีมอรริสันและแองเจล่าขนาบข้าง ส่วนด้านหน้าของเธอคือแท่นหินหนาๆ ที่สลักชื่อไว้ว่า Ana Amari ปักอยู่บนดิน... บาทหลวงเริ่มสวดอะไรบางอย่างที่ฟารีฮาไม่เข้าใจ ไม่มีนำ้ตาซักหยดจากดวงตาคู่เล็กๆ แต่สิ่งที่เธอทำคือยืนจ้อง.. จ้องเข้าไปที่ชื่อ บนหินแท่นนั้น ' ถ้าแม่ไม่ใช่คนหัวรั้น... ถ้าแม่เชื่อฟังคำสั่ง.. ถ้าแม่ไม่ใช่คนที่ต้องอาสาทำทุกอย่าง.. แม่ก็คงไม่ตาย... ' ' มันเป็นความผิดของแม่คนเดียว.. ' " ช่วยด้วย... " หืม... " ช่วยแม่ด้วย.. " ฟารีฮาน้อยเหลือบมองไปรอบตัวในขณะที่คนอื่นๆเค้าหลับตาฟังบาทหลวงสวดอยู่ เธอรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงที่คุ้นหูแว่วๆมาตามสายลม แต่เธอก็กลับไปหลับตาแบบเดิม . . " หนีไป... อย่าหลงกลพวกมัน... ไปซะ!! " เฮือกก!! สาวน้อยลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หลังจากกวาดตามองแล้ว ไกลๆออกไปหลังแท่นหินหลุมศพ เธอเห็นหญิงแก่คนหนึ่ง.. ท่าทางอิดโรย ดวงตาข้างหนึ่งถูกผ้าพันแผลพันไว้.. ส่วนตาอีกข้างเป็นรูโบ๋แล้วมีเลือดไหลลงมาจนเปรอะเปื้อนชุดตัวเอง ปากของผู้หญิงคนนั้นค่อยๆขยับ ทั้งๆที่ยืนอยู่ไกลกัน แต่หูของเด็กน้อยกลับได้ยินเสียงแผ่วๆของหญิงคนนั้นอย่างชัดเจน " ออกไป.. หนีให้ห่างจากพวกมัน!! อย่าหลงกลพวกมันนนน!!! "
หัวใจเด็กน้อยเต้นแรงขึ้น แรงขึ้นจนเธอตัวสั่นเทาและล้มลงไปที่พื้น คนข้างๆเธอที่ยืนหลับตาอยู่ ลืมตาขึ้นมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

" ฟาราห์! ฟาราห์เกิดอะไรขึ้นนนนน " เสียงคุณหมอดังก้องอยู่ในหัว แต่ในสายตาของฟาราห์ยังคงเห็นผู้หญิงแก่คนนั้นอยู่.. " หนีไป... หนีไป... "
เด็กน้อยรู้สึกหายใจเหนื่อยขึ้นเรื่อยๆ หัวใจที่เต้นแรงอย่างกับลำโพงในคอนเสิรต หัวใจเธอกำลังจะล้มเหลว... เธอหายใจไม่ออก.. สายตาเริ่มพร่ามัว.. และเธอกำลังจะล้มลงไปนอนที่พื้น เฮือกกกก!!!!

หญิงร่างสูงตื่นขึ้นมาบนเตียงในห้องพักทหารมืดๆของตัวเอง พร้อมกับเสียงเตือนแมสเสจจากโทรศัพมือถือ.. ' เฮ้ออออ หลับไปตั้งแต่เมื่อไรนะ ' หญิงสาวขยี้ตาที่นำ้ตายังไม่แห้งแล้วเหลือบไปมองโทรศัพท์ของตัวเองที่มีแสงไฟสว่างวาบขึ้นมาอ่าน " ฟาราห์ นี่แม่เอง ออกมาจากที่นั่นซะ "
.
.
.




นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น