น้องวาฬน้อย In The Ocean

ตอนที่ 70 : ตอนที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 ส.ค. 63

ณ ท้องพระโรงแห่งวังหลวงนครมนตรา มีสตรีสูงวัยและเหล่าขันทีมากมายอยู่บนแท่นที่ยกสูงขึ้นไปจากระดับพื้น ที่เหล่าผู้เข้าคัดเลือกและสาวใช้ส่วนตัวของพวกนางที่นำมาด้วยนั่งอยู่

"โอ้โห คุณหนูเจ้าคะ สตรีวัย 17 ปีในนครมนตรามีไม่ใช่น้อยเลยนะเจ้าคะ" อินอินกล่าวพร้อมกวาดตามองดูรอบๆ 

รอบข้างของนางและมินตราเต็มไปด้วยสตรีที่เข้ามาคัดตัวเป็นชายา มองดูแล้วก็เกือบ 100 นาง

“เยอะสิดีอินอิน ข้าจะได้ไม่ต้องถูกเลือก” มินตรากล่าวอย่างโล่งใจ นางได้พิจารณาดูแล้ว รอบๆตัวนางต่างมีสตรีที่ล้วนแต่งดงาม พวกนางต่างถูกส่งมาจากตระกูลชั้นสูงทั้งสิ้น

เสียงดังเจี้ยวจ้าวของเหล่าสตรีมากมายที่มายืนรวมกลุ่มกัน 4-5 กลุ่มในท้องพระโรง ล้วนแต่มีเพียงบทสนทนาเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายที่นางสวมใส่มา 

‘ชุดของเจ้าสวยยิ่งนัก ซื้อหาจากที่ใดกัน’ 

‘ปิ่นปักผมอันนี้งดงาม เหมาะกับเจ้านัก’

‘ชุดนี้ช่างสวยราวกับดอกไม้จังเลย’

“โอ้ยๆๆๆๆ อยากจะมัดพวกนางรวมกันเสียจริง เมื่อไรพิธีจะเริ่ม” มินตราบ่นอุบ อินอินได้แต่ขำในกริยาของคุณหนู ใยคุณหนูของนางถึงได้แตกต่างกับหญิงสาวปกติทั่วไปนัก คุณหนูนั่นยืนแยกตัวออกมา ไม่สุงสิงกับผู้ใดเลย

“มินตราเจ้ามาด้วยรึ” สตรีที่มินตราไม่อยากแม้แต่จะเจอหน้าเดินเข้ามาทักทายนาง

“สิรินทรา เจ้าก็อายุเท่าข้า เจ้ามา ข้าก็ต้องมาสิ” มินตราตอบอย่างยียวน

“หึ สตรีที่ไม่เคยออกจากตำหนัก หรือเคี่ยวกลำงานสังคมชั้นสูงเช่นเจ้า อย่าได้ทำอะไรให้ตระกูลเจ้าต้องอับอายล่ะ หากสิ่งใดไม่รู้ เจ้าสามารถสอบถามข้าได้ ข้ายินดีให้คำชี้แนะเจ้า” สิรินทรากล่าวอย่างเยาะเย้ย แล้วเดินจากไป

‘นางผู้นี้ ไม่ว่ากี่ครั้งกี่คราวที่เจอกัน ก็ล้วนแสดงแต่ความโง่เขลาของตน’ มินตราเบื่อนิสัยสตรีงี่เง่าที่เดินจากไปจริงๆ

“เจ้าทนนางได้อย่างไร สตรีเช่นนั้น” จู่ๆ สตรีนางหนึ่งก็เดินเข้ามาหามินตรา

“ช่างเถอะ ข้าไม่อยากเสวนากับนาง นางก็แค่แมลงที่ชอบเล่นกับไฟ จะโดนไฟเผาเข้าสักวัน” คำตอบของมินตราสร้างความตกใจให้สตรีน้อยคนนี้เป็นอย่างมาก

ใบหน้าของนางตกใจกับสิ่งที่ได้ยินมาก นางเพียงคิดจะเข้ามาปลอบใจมินตรา หาได้รู้เลยว่า สตรีที่นางคิดเข้ามาปลอบโยนกลับเข้มแข็งยิ่งนัก 

“เจ้าอย่าได้ตกใจไป ข้าเพียงล้อเล่น เจ้าชื่ออะไร ข้ามินตรา” มินตราเอ๋ยถาม

“ข้า…ซูหยิน จากตระกูลจือถัง” 

สิ้นคำทักทายของสองนาง สตรีสูงวัยที่ดูน่าเกรงขามก็กล่าวขึ้น

“พวกเจ้าทั้งหลายโปรดนั่งประจำที่” 

“ข้านั่งอยู่ด้านหลัง ข้าขอตัว” ซูหยินกล่าวแล้วเดินจากไป

การเรียงลำดับที่นั่ง จะเรียงจากลำดับของตระกูลในสังคมชั้นสูง ดังนั้นมินตรา สิรินทรา และสตรีจากอีก 2 ตระกูล จึงนั่งอยู่แถวเดียวกัน ซึ่งอยู่ด้านหน้าสุด ส่วนคุณหนูตระกูลอื่นๆ ก็นั่งลดหลั่นกันไปตามลำดับศักดิ์ของตระกูล 

“สาวใช้ที่ติดตัวมาด้วยให้เดินตามขันทีเย่วไปยังตำหนักที่พัก เพื่อเก็บข้าวของ ส่วนของอื่นๆที่ตระกูลพวกเจ้าส่งมาล่วงหน้า ได้ถูกจัดเตรียมไว้ที่ตำหนักเรียบร้อยแล้ว”

จากนั้นสาวใช้ส่วนตัวหอบหิ้วข้าวของส่วนตัวของคุณหนูพวกนางเดินออกไป เหลือเพียงเหล่าคุณหนูทั้ง 50 คนนั่งอยู่

“จากนี้ไปพวกเจ้าทุกคนต้องเรียกขานข้าว่า ท่านข้าหลวงชาง ข้าจะเป็นคนคอยดูแลพวกเจ้าตลอดการคัดเลือกในครั้งนี้" ข้าหลวงชางเป็นข้าหลวงชั้นผู้ใหญ่ที่คอยดูแลกฏระเบียบภายในวังหลวง 

“คำนับท่านข้าหลวงชาง” เหล่าสตรีผุ้เข้าร่วมคัดเลือกต่างคำนับ

“ข้าจะแจกแจงกฏระเบียบและรายละเอียดการคัดเลือกให้พวกเจ้าฟัง” จากนั้นท่านข้าหลวงชางก็อธิบายกฏต่างๆ ที่เยอะเสียจนมินตราไม่สามารถบันทึกเข้าไปในสมองของนางได้หมด 

‘ช่างน่าเบื่อนัก’ มินตราบ่นอุบในใจ

นางจับใจความสำคัญๆ ได้ว่า 

  1. ห้ามสตรีผู้เข้าคัดเลือกย่างกรายเข้าไปในเขตพระราชวังหลวงชั้นในเด็ดขาด (แล้วที่ใดคือพระราชวังหลวงชั้นในกันล่ะ???)
  2. ห้ามสตรีผู้เข้าคัดเลือกทำตัวเสื่อมเสียต่อองค์รัชทายาท
  3. ห้ามสตรีคัดเลือกพูดคุยกับผู้ชาย เว้นแต่ขันทีในวัง
  4. แล้วก็ ห้ามๆๆๆๆๆๆ

‘โอ้ยยย ข้าจะไปจำหมดได้อย่างไร กฏระเบียบมีมากกว่ายี่สิบข้อ’

ส่วนกฏการคัดเลือกดีที่น้อยหน่อย โดยจะมีการคัดเลือกองค๋ชายาเพียง 3 ขั้นตอนเท่านั้น ใช้เวลาพียง 1 เดือนก็แล้วเสร็จ

‘ใช้เวลาน้อยดีจริงๆ ไม่เห็นเหมือนที่ท่านแม่บอกข้าสักนิด’ มินตราอดเปรียบเทียบถึงวิธีการคัดเลือกองค์ชายาตามที่แม่ของนางได้เล่าให้ฟัง เพราะเมื่อพันปีก่อน การคัดเลือกมีถึง 10 ขั้นตอน กินเวลาทั้งสิ้นกว่า 3 เดือนกว่าจะได้องค์ชายา ซึ่งก็คือองค์ราชินีองค์ปัจจุบัน 

แม่ของนางก็เข้าร่วม แต่ก็ไม่ถูกคัดเลือกในด่านสุดท้าย เพราะองค์ราชาต้องเป็นผู้เลือกราชินีของตนเอง เมื่อพระองค์ได้พบองค์ราชินีก็ถูกพระทัยองค์ราชินีตั้งแต่แรกพบ แม่ของนางจึงถูกท่านพ่อซึ่งเป็นถึงพระสหายขององค์ราชาขอพระราชอนุญาตสมรสกับท่านแม่ และครองรักกันจวบจนปัจจุบันนี้

เมื่อข้าหลวงแจกแจงรายละเอียดเสร็จ ก็ปล่อยให้บรรดาคุณหนูทั้งหลายกลับไปพักผ่อนที่ตำหนักของตน โดยการคัดเลือกด่านแรกจะมีขึ้นในอีก 3 วันข้างหน้า ในช่วงนี้ทุกคนจึงสามารถพักผ่อนเพื่อปรับตัวกับการอยู่ในวังไปก่อน

เมื่อมินตราเดินตามนางในที่ชื่อ มารตี มาถึงตำหนักที่พักของนางก็ต้องถึงกับแปลกใจ เพราะตำหนักของนางไกลจากผู้อื่นเป็นอย่างมาก แถมยังใหญ่โต มีสวนน้ำตกและดอกไม้อยู่ภายในบริเวณตำหนัก

จนมินตราอดถามมารตีไม่ได้ว่าเหตุใด นางถึงได้อยู่ไกลจากคุณหนูตระกูลอื่นนัก

“มารตี เหตุใดตำหนักข้าถึงห่างไกลผู้คนนัก แถมยังใหญ่โต ข้าไม่มีสหายร่วมตำหนักเลยรึไง” มินตราถามอย่างสงสัย

“คุณหนูที่มาจากตระกูลชั้นสูงต่างก็อยู่ตำหนักแยกส่วนตัวทั้งนั้นเจ้าค่ะ มีเพียงคุณหนูตระกูลรองที่ต้องอยู่จับคู่กัน” มารตีชี้แจง

“แต่นี่ข้าว่า มันไกลผู้อื่นเกินไป ข้าเห็นสิรินทรา นางได้อยู่ตำหนักใกล้ผู้อื่น ไม่มีตำหนักแบบนั้นให้ข้าอยู่เหรอ” มินตราเอ๋ยถามอีกครั้ง ใจนางก็อยากอยู่อย่างเป็นส่วนตัว แต่ก็ไม่อยากแปลกแยกไปจากผู้อื่นมากนัก 

นี่นางเล่นออกมาอยู่ไกลผู้อื่นมากเกินไปเช่นนี้ คงเหงาแย่ นางเพิ่งรู้สึกถูกชะตากับซูหยินแท้ๆ

“ประทานโทษเจ้าค่ะคุณหนูมินตรา แต่ตำหนักเหล่านั้นเต็มหมดแล้ว เหลือเพียงตำหนักดอกเหมยที่ว่างอยู่และใกล้ผู้คนที่สุดเจ้าค่ะ” มารตีตอบอย่างคล่องแคล่ว นางได้รับการขัดเกลาให้ตอบคำถามมาแล้ว จากการนัดแนะของดามิน องครักษ์ขององค์รัชทายาท 

ก่อนหน้านี้มารตีก็ได้ตั้งคำถามเหตุใดต้องแยกคุณหนูผู้นี้ออกมาเช่นนี้ แต่ตอนนี้นางได้หายสงสัยแล้ว เพราะคุณหนูมินตราช่างงดงามโดนเด่นถึงเพียงนี้ คงไม่แปลก ที่จะได้รับการหมายตาจากองค์รัชทายาท

“คุณหนูเข้าไปพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ มารตีจะเป็นคนคอยดูแลคุณหนูตลอดการคัดเลือกเอง” มารตีกล่าว

“แต่ข้ามีสาวใช้ส่วนตัวแล้ว ไม่อยากรบกวนผู้ใดอีก” มินตรากล่าวด้วยความเกรงใจ แต่อีกมุม นางก็ไม่อยากให้ผู้ใดมาขัดขวางคืนเดือนเพ็ญที่จะมาถึงอีก 3 วันข้างหน้านี้

“เป็นหน้าที่ของมารตีที่ต้องคอยชี้แนะเจ้าค่ะ เพราะอินอินเอง นางคงไม่รู้กฏระเบียบในวังดีเท่ามารตีหรอกเจ้าค่ะ” 

“ก็ดีเหมือนกันเจ้าค่ะคุณหนู หากมีสิ่งใดผิดพลาดขึ้นมา เห็นทีท่านจอมเวทย์คงได้ส่งบ่าวไปอยู่ขอบชายแดนนครมนตราเป็นแน่” 

“ก็ได้ๆๆ งั้นข้าไปพักผ่อนล่ะกัน พวกเจ้าก็พูดคุยกันไป มารตีเจ้าช่วยชี้แนะอินอินและข้าด้วย ข้าไม่อยากทำให้ท่านพ่อข้าต้องอับอาย” มินตรากล่าวขอคำแนะนำอย่างเป็นมิตร สร้างความประทับใจให้มารตีเป็นอย่างมาก

“เจ้าค่ะคุณหนู” มารตีรู้สึกถูกชะตากับคุณหนูผู้นี้เป็นอย่างมาก นางไม่เคยเห็นคุณหนูตระกูลชั้นสูงคนใด จิตใจมีเมตตาและถ่อมตนเช่นคุณหนูผู้นี้มาก่อน

….

อีกด้านของตำหนักมนตรา ปีกตะวันออก

“นางเป็นเช่นไรบ้าง” อค์รัชทายาทเงยหน้าถามดามิน ขณะอ่านตำราในห้องหนังสือ

“นางเข้าตำหนักเรียบร้อยแล้วพะยะค่ะ อีก 3 วันถึงจะเริ่มการคัดตัวด่านแรก” 

“ข้าคงต้องไปต้อนรับนางเสียหน่อยแล้ว นางคงไม่คุ้นที่ทาง” องค์รัชทายาทกล่าวด้วยแววตาระยับ 

จนองครักษ์ต้องสูดลมหายใจเข้าอย่างหนัก เพราะตกใจที่ได้เห็นแววตาของคนมีความรักขององค์รัชทายาทที่เขาไม่เคยเห็นมาในรอบ 500ปี 

ปกติจะได้เห็นเพียงแค่แววตานิ่งงันในยามปกติและแข่งกร้าวในตอนทำศึกเท่านั้น

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น