王妃 พระชายารั่วซี [สนพ. ปริ๊นเซส พิมพ์ครั้งที่ 3]

ตอนที่ 17 : :: พระชายา :: รั่วซี เล่ม 2 เอาคืนพี่ชาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,838
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 247 ครั้ง
    8 ก.พ. 61

พระชายา [王妃]


:: รั่วซี :: เอาคืนพี่ชาย

ภายในห้องอาบน้ำใหญ่ไม่ต่างจากห้องนอน ครบครันไปด้วยอุปกรณ์สะดวกใช้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหอมระเหย ผ้าขัดตัว หรือแม้กระทั่งสบู่หอมที่ทำขึ้นจากบุปผาและสมุนไพรผสมกันจนเกิดกลิ่นอันรัญจวนใจ มีเพียงผู้ปรุงโอสถเท่านั้นที่จะทำมันขึ้นมาได้ ชาวบ้านธรรมดาย่อมไม่มีใช้อย่างฟุ่มเฟือยเช่นนี้แน่นอน ทว่าที่นี่คือวังหมอกมรกตขององค์ชายสี่อวี่เหวินเสวี่ยหมิง จึงไม่แปลกที่จะมีสิ่งเหล่านี้ไว้ใช้สอย

สระน้ำกว้างกรุ่นกลิ่นหอมอวลไปทั่วทั้งห้อง ควันจากน้ำร้อนลอยวนเป็นไอจางหลายสาย ปรากฏเรือนกายขาวเนียนประดุจหยกเนื้อดี เปลือยเปล่าเอนพิงขอบสระอย่างผ่อนคลาย กล้ามเนื้อทุกเส้นสายคมชัดงดงามราวกับปีศาจ ความมีเสน่ห์ยั่วใจไม่ว่าหญิงงามคนใดได้เห็นเป็นต้องอ่อนระทวย รั่วซีก็ตกเป็นเหยื่ออย่างช่วยไม่ได้

กล้ามหน้าท้องเรียงกันแน่นได้รูป ยุบขึ้นยุบลงตามแรงหายใจ พละกำลังค่อย ๆ ฟื้นคืนกลับมา เส้นผมสีดำยาวดั่งน้ำหมึกปล่อยสยายระไหล่กว้าง ถูกสางด้วยเล็บจากสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่กลมกลืนอยู่ในที่นั้น

เสี่ยวเยี่ยคือนามของมันอย่างไม่ต้องสงสัย..

เทียบกับบุรุษโดยทั่วไปแล้ว เสวี่ยหมิงนับได้ว่ามีรูปกายซ่อนเร้นและยอดเยี่ยมกว่ามาก ภายนอกของเขาดูหล่อเหลาเรียบง่าย เพราะมักจะใส่อาภรณ์สีดำสนิทอยู่เสมอ ไม่เคยได้เปิดเผยดวงตาแก่ผู้ใด ทำให้มองไม่เห็นถึงรูปลักษณ์ที่แท้จริงสักเท่าไร แต่ถึงกระนั้นก็ไม่พ้นเป็นที่หมายปองของสตรีมากมาย ทำให้ชีวิตของเขาวุ่นวายไม่น้อยเลยทีเดียว

เสี่ยวเยี่ยยอมรับในจุดนี้อย่างแท้จริง แม้จะเป็นปีศาจยังต้องยอมแพ้ศิโรราบ ปีศาจมีชีวิตยาวนานสามารถบำเพ็ญตบะได้หลายพันปี ร่างกายอ่อนวัยดูดีอยู่เสมอ ผิดกับมนุษย์ที่ร่วงโรยตามกาลเวลา บุรุษตรงหน้าเป็นที่สุดของความรูปงาม แม้กระทั่งเทพเซียนบนสวรรค์ยังต้องอับอาย ไม่ต้องเอ่ยถึงหวงหลงผู้นั้น เจ้ามังกรทองแก่หงำเหงือกนั่น เพียงเพราะเป็นสัตว์เทพที่ปลดผนึกจนกลายเป็นมนุษย์ ไม่แปลกหากจะมีรูปกายที่สง่างาม

ดวงตาสีฟ้ามองต่ำ หน้าของมันแทบจุ่มลงไปในน้ำ จดจ่อตรงระหว่างขาของเสวี่ยหมิง ทำให้เสี่ยวเยี่ยต้องอึ้งตะลึงตาค้าง นอกจากรูปร่างภายนอกที่น่าหลงใหลแล้ว ยังมีของดีที่เหล่าบุรุษสมควรต้องอิจฉา เมื่อหวนรำลึกถึงตัวเองยามแปลงกายเป็นมนุษย์ ก็อดที่จะเปรียบเทียบจนรู้สึกสูญเสียความมั่นใจไม่ได้ ความสมบูรณ์พร้อมที่เสวี่ยหมิงได้รับ มันขอร้องทุกข์เสียงดัง ๆ ว่า สวรรค์ช่างลำเอียงยิ่งนัก นี่มันไม่ยุติธรรม!

เสวี่ยหมิงเปิดเปลือกตาขึ้นมองเจ้าหมาน้อยที่อยู่ ๆ ก็หยุดสางผม หากพิจารณาจากพฤติกรรมของมันในยามนี้ ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ ใบหน้าผ่อนคลายกลายเป็นเย็นชา

ชายหนุ่มยกมือที่อยู่ใต้น้ำขึ้นมา ใช้สองนิ้วหนีบหลังคอสีขาว ยกตัวของมันขึ้นสูงในระดับสายตา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่จะดีนักว่า “เสี่ยวเยี่ย เจ้าจ้องมองเปิ่นหวางเช่นนี้ ใช่ว่าตอนอาบน้ำกับซีเอ๋อร์ก็มองนางเช่นกันใช่หรือไม่”

เจ้าหมาน้อยคราแรกงุนงงไม่เข้าใจกับการกระทำของเสวี่ยหมิง พอได้ฟังครบจบทุกถ้อยความมันถึงกับสะดุ้งโหยง ขนแนบลู่เพราะเปียกน้ำชี้ชันขึ้นมาในทันที หางทั้งห้าส่ายไหวไปมาอย่างร้อนตัว มันใช้ขาหน้าตะกุยกลางอากาศ ต้องการจะหลบหนีให้พ้นจากรังสีฆ่าฟันที่แผ่กระจายออกมาจากเสวี่ยหมิง

เสี่ยวเยี่ยใช้ดวงตาสีฟ้าช้อนมองมนุษย์ตรงหน้าอย่างไร้เดียงสา หูแหลมตั้งชี้อย่างโอหังตกลู่ราวกับถูกใส่ร้ายป้ายสี แม้กระทั่งขนสีขาวดุจดั่งใยไหมบริสุทธิ์ยังดูหม่นหมองประหนึ่งถูกสาดโคลนใส่

.....

ผ่านไปสามลมหายใจเข้าออก มันเพ่งจ้องอย่างใจจดใจจ่อจนตาแทบถลน แต่มิอาจทำให้เสวี่ยหมิงสงสารได้ ให้ตายเถิด! มนุษย์น่าตายไม่ยอมหลงกล!

“ต่อไปเจ้าห้ามอาบน้ำกับนางอีก!” เสวี่ยหมิงยื่นคำขาด หนนี้เขาจะอภัยให้

เสี่ยวเยี่ยโวยวายเป็นภาษาสุนัขไม่ยินยอม เป็นที่แน่นอนว่าเสวี่ยหมิงฟังไม่เข้าใจ แต่เขากลับหัวเราะอย่างสำราญที่ยั่วโทสะของเจ้าหมาน้อยได้ ก่อนจะปล่อยมันลงในน้ำ ท่าทางยโสเย็นชาเปลี่ยนกลับมาเป็นเกียจคร้านตามเดิม

เสี่ยวเยี่ยแหวกว่ายออกห่าง อุ้งเท้าทั้งสองเกาะขอบสระอีกด้านหนึ่ง มันหันก้นให้มนุษย์ด้านหลัง หางทั้งห้าแกว่งไกวอยู่ในน้ำ

มุมปากผู้เป็นองค์ชายยกขึ้นคล้ายยิ้มไม่คล้ายยิ้ม ช่างเป็นสุนัขตัวผู้ที่น่าทุบตีนัก

แต่พอเสี่ยวเยี่ยนึกอะไรขึ้นได้มันจึงหันกลับไปมองเสวี่ยหมิง ดวงตาสีฟ้าแฝงไว้ด้วยความเห็นใจวูบหนึ่งก่อนจะจางหายไป มันว่ายกลับไปสู่อกกว้างที่อ้าแขนรออยู่ ยกอุ้งเท้าวาดกลางอากาศ ปลดปล่อยพลังปีศาจออกมาส่วนหนึ่ง ไอสีเงินเรียงร้อยถ้อยคำเป็นตัวอักษรสหายทรยศให้เสวี่ยหมิงได้เห็น มันเรียนรู้อักษรในโลกนี้ได้ดีขึ้น ภาษาที่นี่กับภาษาที่มันเคยใช้แตกต่างกันนิดหน่อยจึงยังสับสนอยู่บ้าง

คิ้วกระบี่ขมวดแน่น คำบอกเล่าที่เห็นจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้ามิใช่หลี่เสียงอวิ๋น จากท่าทีที่เสี่ยวเยี่ยมีให้กับสหายของเขามันแปลกจนเกินไป แสดงออกถึงความไม่ลงรอยกันอย่างชัดเจน ถ้าเป็นผู้อื่นมาบอกเขาเช่นนี้ เสวี่ยหมิงย่อมไม่มีทางเชื่อเป็นอันขาด

สำหรับหลี่เสียงอวิ๋นแล้ว เป็นสหายใกล้ชิดไว้ใจได้ไม่ต่างจากหย่งเซิน เคยเผชิญหน้ากับความตายร่วมกันมาหลายครั้งหลายหน พวกเขามักจะเข้าไปเที่ยวเล่นในป่าซื่อจี้เจี๋ย[1] อยู่เป็นประจำ หนำซ้ำถ้าหลี่เสียงอวิ๋นมิใช่บุรุษแต่เป็นสตรี สหายผู้นี้ก็ไม่พ้นต้องเป็นพระชายาของเขา

เมื่อนานมาแล้วเสด็จแม่กับมารดาของหลี่เสียงอวิ๋นเป็นพี่น้องร่วมสาบาน รักใคร่กลมเกลียวดุจดั่งคลอดออกมาจากท้องเดียวกัน ทั้งสองให้คำมั่นไว้ว่า หากบุตรที่ถือกำเนิดต่างเพศจะให้หมั้นหมายโดยทันที แต่สุดท้ายเขากับหลี่เสียงอวิ๋นก็เป็นบุรุษด้วยกันทั้งคู่ ครั้นมารดาของหลี่เสียงอวิ๋นให้กำเนิดหลี่โยวหลัน ยังดีที่คำมั่นนั้นได้ล้มเลิกไปเสียก่อน เนื่องด้วยทั้งสองก็ไม่อยากบังคับบุตรของตัวเอง

แม้ว่าในช่วงที่เสวี่ยหมิงอายุสิบหกหนาว ต้องเผชิญชะตากรรมอันเลวร้าย พิการตาบอดร่างกายอ่อนแอไม่อาจก้าวข้ามไปสู่ระดับเจ็ดได้ พลังยุทธ์ไม่มีทางก้าวหน้าอีกต่อไป ตระกูลหลี่ก็ยังคงอยู่เบื้องหลังให้ความช่วยเหลือตลอดมา จึงเป็นไปไม่ได้เลยว่าคนเหล่านี้จะทรยศเขา

หากจะกล่าวว่าตระกูลหลี่ต้องการอำนาจจากพี่สามและฮองเฮา นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ทางนั้นเคยใช้แผนชั่วคิดโค่นล้มตระกูลหลี่มาแล้วครั้งหนึ่ง ทว่าด้วยความจงรักภักดีตระกูลหลี่หาได้อ่อนข้อไม่ ยอมเสียบุตรหลานเพื่อยืนกรานจุดยืนของตน สวรรค์ย่อมเมตตาคนดี ครานั้นตระกูลจิ่งกระทำอย่างสุดความสามารถ ช่วยคืนความเป็นธรรมให้ตระกูลหลี่ได้ประจักษ์ต่อผู้คน ซ้ำยังได้ตัวคนร้ายมารับโทษ และยังช่วยบุตรหลานที่ถูกจับเป็นตัวประกันเอาไว้ได้

แต่สุดท้ายผู้บงการที่แท้จริงกลับลอยนวล หลักฐานไม่เคยถูกสาวไปถึง มีเพียงแพะรับบาปตัวอ้วนพี ตระกูลฝ่ายฮองเฮาที่หนุนหลังอยู่ในมุมมืด

ตระกูลจิ่งก็เป็นฐานอำนาจอย่างลับ ๆ ให้เสวี่ยหมิงเช่นกัน ปกติเขาจะติดต่อกับผู้นำตระกูลมากกว่ารุ่นเยาว์ จึงมิค่อยได้สนิทสนมกับสองพี่น้องนั่นเท่าไร และในตอนนี้ยิ่งไม่สบอารมณ์มากขึ้นไปอีก เมื่อพวกนั้นมายุ่มย่ามอยู่ใกล้ ๆ ว่าที่พระชายาของเขา

คราวนี้เป็นเสี่ยวเยี่ยที่กล่าวหาหลี่เสียงอวิ๋น เขาจำเป็นต้องเก็บมาคิดอย่างรอบคอบ ริมฝีปากได้รูปสวยปรากฏรอยยิ้มขมขื่น

เมื่อคืนนี้หลายหนที่หลี่เสียงอวิ๋นเป็นจุดอ่อนทำให้เขาเกือบพลาดพลั้งบ่อยครั้ง แต่เพราะเชื่อใจจึงมิได้ติดใจเอาความ แต่หากคิดตามความเป็นจริง ที่เสี่ยวเยี่ยว่ามาไม่ผิดไปเลยแม้แต่น้อย เสียงอวิ๋นคิดเอาชีวิตของเขา..

แม้กระทั่งนักฆ่าสามคนที่เก็บเอาไว้สอบสวน ถูกฆ่าปิดปากอย่างเงียบกริบ เขาก็ได้แต่โทษว่าเงาทำงานไม่ได้เรื่อง โดยไม่ได้นึกระแวงว่าเป็นเสียงอวิ๋นที่กระทำเรื่องเหล่านี้

เสวี่ยหมิงยกมือขึ้นคราหนึ่ง ปลายนิ้วไหวสองครั้ง เงาที่แฝงตัวอยู่ในความมืดพลันปรากฏออกมาสองคนเพื่อรับคำสั่ง

“นำตัวหลี่เสียงอวิ๋นมาให้เปิ่นหวาง ถ้าขัดขืนอนุญาตให้ลงมือได้ทันที”

“พ่ะย่ะค่ะ!” เงาที่สี่รับคำเสียงหนัก ก่อนจะหายไปราวกับไม่เคยอยู่ตรงนั้นมาก่อน

“เชิญพระชายามาที่นี่ หากนางยังพักผ่อนอยู่ เจ้าก็จงรอจนกว่านางจะพร้อม”

“พ่ะย่ะค่ะ!” เงาที่หกจากไปด้วยความเร็วเฉกเช่นเดียวกัน



เป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้ว ดูได้จากพระอาทิตย์ที่ส่องตรงกับศีรษะ ซือหม่าซุนจื่อยังไม่ตื่นจากหลับใหล รั่วซีนึกสงสัยว่าเขาดื่มสุราอะไรมากันแน่ ถึงได้หลับราวกับตายเช่นนี้ เธอยืนอยู่ข้างเตียงมองพี่ชายที่นอนกอดผ้าห่มอย่างสุขสบายก็ให้นึกหมั่นไส้นัก เมื่อวานยังทุกข์โศกขนาดนั้น พอตอนนี้กลับมานอนอืดเฉยเลย

รั่วซีที่อาบน้ำเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้แปลงโฉมคลานขึ้นไปบนที่นอน เธอกอดก่ายซุนจื่อพลางดึงแขนของเขาที่พาดอยู่บนผ้าห่มมาพาดตัวเอง จากนั้นก็ซุกไซร้อยู่ตรงซอกรักแร้ ก่อกวนให้ตื่นให้จงได้ ก่อนคิดจะปลุกชายหนุ่ม เธอใช้เข็มจิ้มนิ้วแล้วป้ายเลือดเอาไว้บนที่นอน

ซือหม่าซุนจื่อรู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มหอมกรุ่น และจั๊กจี้เกินกว่าจะหลับต่อไป เขาค่อยปรือตาขึ้นรับแสงทีละน้อย วงแขนก็กระชับความนุ่มนิ่มโดยไม่รู้ตัว ทว่าเมื่อสติกลับมาแจ่มชัด เขากลับลืมตาโพลงขึ้นมาทันที ร่างกายแข็งเกร็งไม่กล้าขยับ แม้กระทั่งลมหายใจยังหยุดไปช่วงหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ กลับมาหายใจอีกครั้ง แต่เป็นการหายใจที่รวยรินเหลือเกิน

นี่มันเรื่องบ้าอะไร! เขาได้แต่คิดอยู่ในใจซ้ำไปซ้ำมา หากเดามิผิดสิ่งที่เขากำลังกอดก่ายอยู่คือสตรี เมื่อคืนเขากับสองพี่น้องสกุลจิ่งไปที่โรงน้ำชา ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอาเหยียนกล้าทิ้งเขาเอาไว้ และหาสาวงามนางหนึ่งมาให้

ซุนจื่อหลุบตาลงมองสตรีในอ้อมกอด ร่างกายยังคงไม่กล้าขยับด้วยกลัวนางจะตื่น เมื่อความงามเฉิดฉายกระจ่างชัดในคลองจักษุ เขารู้สึกตัวเองตาพร่าเกินกว่าจะมองนางต่อไปได้ สตรีที่ไหนจะเลิศล้ำปานนี้ เขาได้ภรรยาที่งดงามราวกับนางสวรรค์ แต่เขาหาได้รู้สึกเสน่หาแต่อย่างใด ทั้งที่ร่างกายนางนุ่มนวลและหอมรัญจวนถึงเพียงนี้ เขารู้สึกตกใจและตื่นตระหนกเกินกว่าจะตื่นเต้น

จิ่งเหยียนบอกว่าสตรีที่นี่ไม่เหมือนสตรีในหอคณิกา ทุกคนล้วนยังเป็นหญิงสาวพรหมจรรย์ หากถูกซื้อตัวแล้วสตรีนางนั้นก็จะตกเป็นของผู้ซื้อโดยชอบธรรม นี่มิได้หมายความว่าเขาจะต้องรับสตรีในอ้อมกอดมาเป็นภรรยาจริง ๆ ใช่หรือไม่ แต่เพราะความรับผิดชอบในใจสูงส่งมากนัก ซุนจื่อจึงได้ทำใจยอมรับ เขานึกไปถึงน้องสาวตัวน้อยว่า ยังไม่ทันได้ง้อนาง ก็แต่งภรรยาเข้าบ้านเสียแล้ว นางจะคิดน้อยใจขนาดไหนกัน ในใจผู้เป็นพี่ชายยิ่งรู้สึกแย่ขึ้นไปอีกเท่าตัว จนไม่อยากสนใจสตรีในอ้อมกอดอีก

ร่างสูงค่อยหยัดกายลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายนิ่งขรึม เขาประคองสตรีในอ้อมแขนให้ขึ้นมานั่งเคียงข้างกัน เพราะนางนั้นเกาะติดเขาไม่ยอมปล่อย เสื้อผ้าเขาก็ไม่ได้ใส่ให้เรียบร้อย เปลือยท่อนบนยังดีว่าเหลือท่อนล่างเอาไว้

รั่วซีลืมตาขึ้นมาจ้องสบกับพี่ชาย ช้อนสายตามองอย่างเขินอายระคนหวาดหวั่น ร่างเพรียวบางสั่นน้อย ๆ พอเป็นพิธี เธอยังกอดซุนจื่อเอาไว้ไม่คลาย

“ท่านพี่..” น้ำเสียงของเธอดัดเล็กน้อย ทว่ามันกลับฟังดูหวานนัก ลมหายใจหอมกรุ่นเป่ากระทบข้างแก้มพี่ชาย แต่กลับไม่ทำให้เขาหน้าแดงได้เลย เธอรู้สึกเฟลเล็กน้อยถึงปานกลาง หากเป็นเสวี่ยหมิงป่านนี้คงจับเธอรวบหัวรวบหาง

“เอ่อ.. กูเหนียง[1] ข้าจะรับผิดชอบเจ้าเอง อย่าได้กลัวไปเลย” เมื่อสบเข้ากับดวงตาดอกท้อที่ช้อนมองมา ทำให้ใจของซุนจื่อสั่นไหวอย่างรุนแรง แววตาของนางฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำ ช่างน่ารักน่าสงสารเกินไปแล้ว ชายหนุ่มลูบไหล่กลมมนปลอบประโลม เขารู้สึกผิดอย่างยิ่งเมื่อสายตาเลื่อนไปเห็นรอยเลือดบนที่นอน ทั้งที่เป็นครั้งแรกของเขาเช่นกันเหตุใดถึงจำอะไรไม่ได้เลย!

“ท่านจะไม่ทอดทิ้งข้าใช่หรือไม่เจ้าคะ” รั่วซีรีบออดอ้อนโดยทันที ทวงสิทธิ์ที่ตนสวมควรได้รับ อาภรณ์ที่ใส่เป็นกระโปรงยาวสีขาวตัวใน ยังมิได้สวมชุดนอกทับเข้าไป จึงยิ่งดูงดงามและบอบบางเกินกว่าชายใดจะกล้าปฏิเสธได้

“ไม่! ไม่มีวันนั้นหรอก ข้าจะดูแลเจ้าให้ดี” ซุนจื่อรู้สึกทำอะไรไม่ถูก แม้กระทั่งคำพูดยังติดขัด เขาไม่เคยเผชิญเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน

รั่วซียกมุมปากเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์วูบหนึ่งโดยมิให้พี่ชายเห็น เขาไม่ได้สังเกตห้องนอนนี้เลยว่ามันคือห้องของเธอเอง ทั้งที่ซุนจื่อก็เข้ามาบ่อยครั้ง

“ท่านจะรักข้าเพียงคนเดียว ไม่ตบแต่งสตรีใดอีกแล้วได้หรือไม่เจ้าคะ” เธอกะพริบตาสองปริบ เม้มริมฝีปากแน่นรอคำตอบ กิริยาลื่นไหลไม่ส่อแววมีพิรุธใดทั้งสิ้น

“ได้! ข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องเสียใจ” ซือหม่าซุนจื่อตอบอย่างจริงใจ เขาก็เคยคิดเอาไว้แล้วว่าจะมีภรรยาเพียงคนเดียว แม้จะไม่ได้รักนาง แต่ถ้าอยู่กันไปนาน ๆ คงจะรักได้เอง

“ข้ารู้มาว่าท่านมีน้องสาว ท่านต้องสัญญานะว่าจะรักข้ามากกว่านาง จะให้เวลาข้ามากกว่านาง และจะไม่ไปเอาใจนางอีก!” เธอกล่าววาจาเอาแต่ใจ พลางกอดซบแนบแน่น

การที่รั่วซีแกล้งซือหม่าซุนจื่อเช่นนี้ ความเสี่ยงนั้นมีมาก แต่ด้วยนิสัยใจคอของพี่ชายแล้ว เขาไม่มีทางหลงเสน่ห์ในรูปโฉมมากกว่าตัวตนที่แท้จริง นึกไปถึงเมื่อก่อนที่ซือหม่ารั่วซีนิสัยไม่ดี ซุนจื่อก็ไม่เคยเข้าใกล้ซ้ำยังเย็นชาใส่ปล่อยปละละเลย ฉะนั้นเธอจึงวางใจว่า พี่ชายจะไม่มาหลงรักในรูปกายภายนอกที่เห็น

และในอีกเหตุผลหนึ่งคือ เธอต้องการสั่งสอนเขา ในเรื่องที่เมามายไม่รู้จักระวังตัว เกิดมาในตระกูลแม่ทัพซ้ำยังมีศัตรูมากมาย จะทำตัวเอ้อระเหยสบาย ๆ ไม่ได้ ที่สำคัญคือเขาเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป หากหญิงสาวตรงนี้มิใช่เธออาจเกิดเรื่องร้ายแรงที่ยากจะแก้ไข ด้วยความที่เป็นน้องสาวอายุน้อยกว่า จึงไม่สามารถใช้เป็นคำพูดสอนไปตรง ๆ หวังว่าพี่ชายจะเข้าใจความหมายแอบแฝงในละครโรงนี้

ทว่าคำขอที่เพิ่งกล่าวออกมาซุนจื่อคงให้ไม่ได้ เขาจับไหล่ทั้งสองข้างของหญิงสาว กระชากนางออกจากตัวโดยทันที ตอนแรกเขายังรู้สึกเฉย ๆ แต่ตอนนี้เขารังเกียจนางเหลือเกิน ซีเอ๋อร์เป็นน้องสาวที่เขารักที่สุด จะให้เขาไม่รักนาง ให้เขาตายคงง่ายเสียกว่า

“ข้ายินยอมไม่แต่งภรรยาอื่นเข้าบ้าน เท่านี้น่าจะเพียงพอแล้ว อย่าได้เรียกร้องในสิ่งที่เจ้าจะไม่มีวันได้มัน” น้ำเสียงเขากระด้างเย็นชา ไร้ความปรานีสงสารอย่างตอนแรก

รั่วซีบีบน้ำตามากมาย สะอึกสะอื้นแสร้งเอามือขยี้ตา แต่มุมปากกลับคลี่ยิ้มกว้างโดยที่พี่ชายไม่เห็น

เมื่อสติกลับมาแจ่มชัด ความไม่พอใจก็พลุ่งขึ้นในอก ซือหม่าซุนจื่อหมายจะทดสอบอีกอย่างที่ไม่ใช่แค่หยดเลือดบนที่นอน หากหลีกเลี่ยงสตรีนางนี้ได้ก็ดียิ่งนัก เสียทีที่รูปโฉมงดงามแต่กลับใจคอคับแคบ แม้กระทั่งน้องสาวของเขายังกีดกัน เขาไม่เคยรู้สึกเบื่อหรือรำคาญสตรีใดตั้งแต่แรกเห็นเท่านางมาก่อนเลย

“ว้าย! จะทำอะไรเจ้าคะ” รั่วซียื้อแย่งแขนของตัวเองกลับมาอย่างไร้เรี่ยวแรง ไม่ได้ต่อต้านหนักหน่วงอย่างผู้มีพลังยุทธ์แข็งแกร่ง

ซือหม่าซุนจื่อจับแขนซ้ายนางไว้มั่น สีหน้าของเขาจริงจังจนคิ้วเข้มขมวดแน่น เขาถกแขนเสื้อนางขึ้นจนถึงข้อศอก และสิ่งที่เขาอยากเห็นก็ปรากฏสู่สายตา หาได้สนใจกำไลทองสลักลายมังกร แต่มองข้ามไปยังจุดสีแดงเล็ก ๆ บนท้องแขนขาวเนียน จุดแต้มพรหมจรรย์! เขายังไม่ได้ล่วงเกินนาง!

“เหตุใดเจ้าถึงหลอกลวงข้า มีจุดประสงค์ใดกัน!” ชายหนุ่มบีบแขนนางแน่น รอบร่างมีไอสีดำครอบคลุม พลังยุทธ์ถูกปล่อยออกมาส่วนหนึ่ง

รั่วซีเจ็บถึงกระดูก เห็นทีเธอต้องยุติเสียตอนนี้แล้ว มิเช่นนั้นคงได้ตบตีกันแน่ เธอสะบัดแขนให้หลุดจากการคร่ากุม พลิ้วกายลงจากเตียง ก่อนจะเสยผมที่ยาวสยายไปไว้ด้านหลัง สีหน้าเธอเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็ง ทั้งห่างเหินและไม่เป็นมิตร

“พี่ใหญ่ วันนี้ท่านทำให้ข้าเจ็บ ฉะนั้นข้าจะไม่พูดกับท่านแล้ว” รั่วซีกลับมาพูดด้วยเสียงเดิม

ซือหม่าซุนจื่อตกใจเบิกตากว้าง น้ำเสียงของซีเอ๋อร์! และเมื่อมองไปรอบ ๆ ก็เห็นได้ชัดว่าที่นี่คือเรือนมู่ตาน ห้องนอนน้องสาวของเขา!

ในหัวคล้ายเกิดการระเบิดขึ้น ซุนจื่อกลายเป็นทำอะไรไม่ถูก แม้จะตกใจกับรูปโฉมไร้รอยบากลึกบนนวลแก้ม ทั้งยังงดงามจนแทบจะหายใจหายคอไม่ออก แต่เขากลับหวาดกลัวในสิ่งที่นางเอ่ยออกมาเมื่อครู่ มากกว่าจะไปนึกติดใจในตรงนั้น

ซุนจื่อรู้สึกทึ่งมากเช่นเดียวกัน ก่อนที่จะเกิดรอยแผลอัปลักษณ์ นางมิได้งดงามจนน่าตกตะลึง แม้จะดูคล้ายกันอยู่บ้าง หากแต่ผิวกายนวลเนียนกว่ามาก ใบหน้าขาวใสพวงแก้มอมชมพูอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เหมือนน้องสาวผู้หยิ่งผยองในความทรงจำ

“ซีเอ๋อร์.. ข้าไม่รู้ ข้าไม่ได้ตั้งใจ” ชายหนุ่มแก้ตัวผลุนผลันลุกขึ้นจากเตียง ยื่นมือออกไปหมายคว้านางมากอดอีกหน

รั่วซีปัดออกโดยพลัน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยียบ “พี่ใหญ่มิใช่รังเกียจข้าหรอกหรือ อยู่ห่างกันไว้คงจะดีเสียกว่า” เธอเชิดหน้าทำปึ่งงอน

ซุนจื่อตัวแข็งทื่อ เลือดในกายเย็นเฉียบ “ไม่ใช่เช่นนั้น ข้าคิดว่าเจ้าเป็นผู้อื่น หากรู้ว่าเป็นเจ้าข้าจะไม่ทำเช่นนี้ ซีเอ๋อร์.. ยกโทษให้ข้าเถิดนะ” เขาเลียนแบบนางทำหน้าตาน่าสงสาร

“ฮึ!” รั่วซีแค่นเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะยกแขนขึ้นมา ถกให้ดูรอยแดงที่ถูกบีบแน่นเมื่อสักครู่

ซือหม่าซุนจื่ออยากจะเอาศีรษะโขกกับเสาเตียง ได้แต่ร่ำร้องในใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเบาหวิว “ข้าขอโทษ..”

รั่วซีเห็นว่าลงโทษเขาเพียงพอแล้ว จึงผ่อนลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ช่างเถิด แต่พี่ใหญ่ห้ามมาคุยกับข้าเจ็ดวัน”

“ไม่ได้ ข้าทำไม่ได้”

“หนึ่งเดือน!”

“เจ็ดวันก็ได้..” ซือหม่าซุนจื่อหน้าม่อยคอตก แต่เมื่อเห็นมุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจึงได้วางใจว่า ซีเอ๋อร์มิได้โกรธแล้วจริง ๆ นางเพียงต้องการทำโทษเขาเท่านั้น

ผู้เป็นพี่ชายค่อยขยับเข้าไปใกล้น้องสาว แล้วรีบรวบกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขน เขาลูบลงไปบนเรือนผมสีน้ำตาลนุ่มสลวยอย่างรักใคร่เอ็นดู เหตุใดเขาถึงได้ลืมกลิ่นกายนางไปได้ กลิ่นหอมราวกับบุปผาหายากที่ไม่มีอยู่ในแคว้นใด ทั้งที่เขากอดนางออกบ่อยครั้งไป

รั่วซีไม่ได้พูดอะไร เธอรับรู้ได้ว่าพี่ชายสำนึกผิดจริง ๆ แต่ก็ทำใจแข็งไม่กอดตอบ ยืนนิ่งเป็นท่อนไม้อยู่เฉย ๆ

“คุณหนูเจ้าคะ องค์ชายสี่ให้คนมาเชิญไปที่วังหมอกมรกตเจ้าค่ะ มีเรื่องด่วนให้คุณหนูช่วยเหลือ” เสียงของซิ่วฟางเซียนดังอยู่ภายนอกห้อง

“บอกเขารอสักครู่ ประเดี๋ยวข้าขอแต่งตัวก่อน” เธอตอบกลับไป ก่อนจะเงยหน้าส่งสายตาห้ามปรามเมื่อพี่ชายทำท่าจะขอตามไปด้วย ความจริงเธอไม่อยากปิดบังอะไรซุนจื่ออีก แต่อาการของเสวี่ยหมิงไม่อาจให้ผู้อื่นรู้ได้ เธอไม่รู้ว่าเขาต้องการพบเรื่องอะไร

“พี่ใหญ่ ข้าไปไม่นานหรอก ท่านไม่ต้องห่วง” เธอกำชับให้ความมั่นใจกับพี่ชาย ก่อนจะไล่เขากลับไปอาบน้ำที่เรือนโม่ลี่ เพราะเธอก็จะรีบแต่งตัวเช่นกัน ยังดีว่าสุราที่เขาดื่มเข้าไปไม่มีกลิ่นติดตัวในตอนนี้ มิเช่นนั้นเธอคงต้องอาบน้ำใหม่



[1] กูเหนียง หมายถึง แม่นาง




[1] ซื่อจี้เจี๋ย หมายถึง สี่ฤดูกาล

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 247 ครั้ง

34,990 ความคิดเห็น

  1. #32215 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 20:07
    มันต้องมีเหตุการณืเข้าใจผิดคนละคนแน่เลยมั้งเนี่ย
    #32215
    0
  2. #31874 Sense.Serene (@sense143) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 19:40
    อย่างน้อยนางเอกก็ทีแผลที่ไหล่ไว้ยืนยันตัวตนเฮ่อ ไม่อยากให้เข้าใจกันผิดเลย
    #31874
    0
  3. #31558 มูมู (@mumuka) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 20:53
    องค์ชายใจเย็นๆ เป็นเอามากจริงๆถึงขนาดจะไปฆ่าเมียปลอมๆของนางเอกเลยที่เดียว
    #31558
    0
  4. #30001 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 20:57
    ถถถถถถ องค์ชายใจเย็นนะ5555
    #30001
    0
  5. #29341 deepforest (@deepforest) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 13:15
    นั่น องค์ชายถึงกับวางแผนเจี๋ยนศัตรูหัวใจกันทีเดียว ใจเย้นนน
    #29341
    0
  6. #29189 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 22:36
    องค์ชายสี่เป็นเอามากน่ะเนี่ย

    อย่าให้องค์ชายสี่เข้าใจผิดว่ารั่วซีคือฮุ่ยหลิงน่ะค่ะ
    #29189
    0
  7. #29177 -shoyuchan- (@-casswf) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 20:11
    ส่งคนไปสังหาร 5555555 โอ้ย หึงไรเบอร์นั้นคะท่านพี่
    #29177
    0
  8. #28545 ลอยลำไล (@kazka) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 23:01
    โอ๊ยขำอะไรจะห่วงเบอร์นั้น
    #28545
    0
  9. #28080 jsoc (@jsoc99) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 22:43
    อ่านอีกรอบ ตอนนี้แหละตลกดี 555
    #28080
    0
  10. #27153 SeowooPark (@the01yunosama) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 / 18:42
    ความหึงแบบน่ารักนี้ ซีสลับตัวกันแปบจะไปอาบน้ำด้วย -.,-
    #27153
    0
  11. #25975 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 00:38
    ง่ะ ถึงขนาดจะไปฆ่าเมียเสี่ยวซีเลยพระเอกเรา 555
    อยากให้นางเอกรักษาหายแต่พระเอกไม่ยอมบอกว่ามองเห็นแล้ว แล้วได้เห็นหน้านางเอกอ่ะ
    #25975
    0
  12. #23479 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 13:15
    ฟินค่ะ ชอบความเพ้อของชายสี่มากเลย ถึงกับจะไปตามฆ่าเมียเค้า กะจะตัดแขนเสื้อจริงๆแล้วสินะ 555555555555
    #23479
    0
  13. #22700 POSTION (@kkkpit0009) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 13:59
    เเกเบี่ยงเบนเเล้วหรอออ
    #22700
    0
  14. #22064 KaKaewWa (@KaKaewWa) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 23:29
    อ่านไม่ทัน ปิดแล้ว ตะไมมมมม ฮือออออ อยากอ่านต่ออออออ
    #22064
    0
  15. #20230 Aiyahpicha (@Aiyahpicha) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 22:41
    ขอบคุณค่าาาาา
    #20230
    0
  16. #19869 ปีศาจสีเงิน (@aaron-anael-abel) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 10:24
    จะไม่มีดราม่าถูกมั้ย ทุกอย่างจะแฮปปี้ดี๋ด๋า
    #19869
    0
  17. วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 03:36
    จะส่งคนไปฆ่าเมียของว่าที่ภรรยา (?) อุต๊ะ!
    #19856
    0
  18. #19844 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 00:43
    ทำไมบรรยากาศมันสีม่วงๆจัง... ม่วงมากอะ...ม่วงจนเราจิ้นไปไหนๆแล้วนะ...
    #19844
    0
  19. #19829 LOVE Ciel (@meemeecakecake) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 22:31
    น่าร๊ากกก
    #19829
    0
  20. #19585 thavadg0082516 (@thavadg0082516) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 20:49
    ขอบคุณครับ
    #19585
    0
  21. #18750 birumu (@beam_bts) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 01:15
    ชายสี่(บะหมี่เกี๊ยว)ใช่ใช่มะ.....
    #18750
    0
  22. #18411 Lugchit (@lugchit) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 22:22
    ชอบจ้าาาา ส่งแรงใจ
    #18411
    0
  23. #17873 Know-Are (@Know-Are) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 18:27
    บาดแผลนี้แหละจะเป็นเครื่องยืนยัน!!!มันต้องไม่มีการผิดตัวถึงผิดก็แค่ตอนเดียวใช่มั้ยT_T
    #17873
    0
  24. #17719 จอมโจรปริศนา (@Red_kill) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 06:12
    โอ๊ย อ่านตอนนี้แล้วเอ็นดูองค์ชายสี่แรงงงงง นางโครตน่ารักเลย!! 
    ยัยหนูลูก ถ้าจะค่อมเค้าขนาดนี้แล้ว .... จับกดเค้าเลยดีไหมลูก!!!! (สนันสนุนให้นางเอกจับกด)

    ปล. นางเอกเฉลยตัวเร็วๆเถอะ สงสารองค์ชาย สับสนตัวเองแย่แหละ...
    #17719
    0
  25. #17686 nathi1282paple (@nathi1282paple) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 20:11
    สนุกมากเลย..ชอบๆๆ ^_^
    #17686
    0