王妃 พระชายารั่วซี [สนพ. ปริ๊นเซส พิมพ์ครั้งที่ 3]

ตอนที่ 15 : :: พระชายา :: รั่วซี เล่ม 2 เรื่องจริงที่น่าตระหนก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,449
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 223 ครั้ง
    8 ก.พ. 61

พระชายา [王妃]


:: รั่วซี :: เรื่องจริงที่น่าตระหนก

ณ โรงน้ำชาเลื่องชื่อในเมืองหลวงยามราตรี ปรากฏร่างบุรุษทั้งสามกำลังร่ำสุราอยู่บนชั้นสอง เป็นห้องส่วนตัวตกแต่งอย่างหรูหรา ตรงหน้าต่างเปิดโล่งเพื่อให้ได้รับชมศิลปะการแสดง

เหล่าสตรีมากมายร่ายรำ ทุกนางล้วนรูปร่างอรชรงดงามน่าหลงใหล แต่งกายน้อยชิ้นเนื้อผ้าบางเบาดูยั่วใจ แต่กลับมิอาจทำให้บุรุษทั้งสามหลงเสน่ห์ได้เลย

“โรงน้ำชาอะไรของเจ้า ที่นี่ราวกับหอคณิกาไม่มีผิด” จิ่งลู่บ่นอย่างเอือมระอา เขาไม่น่าหลวมตัวตามออกมาให้เสียเวลานอนเพื่อสุขภาพ ดวงตาที่เอาไว้มองคัดเลือกสมุนไพร ยามนี้ต้องมาเห็นสิ่งที่มีผลต่อโรคหัวใจอย่างน่าโมโห เขาเคยอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยสตรีเกือบเปลือยเช่นนี้เสียที่ไหน

“ฮ้า.. เจ้าเองก็สมควรเปิดหูเปิดตาบ้าง ที่นี่สตรีงดงามแม้ไม่ใช่หอคณิกาแต่ก็ไม่ต่างกันมากมาย” จิ่งเหยียนวางจอกสุราที่เพิ่งกระดกหมดเมื่อสักครู่ลง ก่อนจะส่งสายตากรุ้มกริ่มให้สตรีสองนางที่ช้อนสายตามองมา

โคมไฟหลากสีทำขึ้นอย่างประณีตส่องแสงริบหรี่ ทำให้บางพื้นที่ดูมืดสลัว เสริมอาภรณ์ที่ดูยั่วยวนบางเบาของหญิงสาวทั้งหลายให้น่ามองมากขึ้น

เสียงดนตรีบรรเลงครึกครื้น ผู้คนมาเยือนอิ่มเอมไปกับความสำเริงสำราญ ผิดก็แต่ซุนจื่อในอาภรณ์สีขาว ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา

แก๊ง!

จอกสุราร่วงหล่นจากมือของซุนจื่อตกกระทบโต๊ะส่งเสียงกังวาน เขาระบายความเศร้าหมองด้วยน้ำเสียงอ้อแอเมามาย “ข้าน่ะ.. มันบัดซบ!”

จิ่งเหยียนหยิบจอกใบใหม่มาแล้วรินสุรากลิ่นหอมหวนให้เต็มปริบ ไม่ลืมที่จะขยิบตาให้สตรีด้านล่างไปด้วย “ดื่มเสียให้พอ แล้วเจ้าเรียกพวกเราออกมา ไม่คิดจะเล่าให้ฟังหรือไรว่าประสบปัญหาหนักใจอะไร”

พอถามถึงปัญหา ซุนจื่อพลันเปลี่ยนสีหน้าเป็นเครียดขรึม เขายกกระดกรวดเดียวหมดจอก พลางหยีตาเพราะความรู้สึกแสบร้อนขึ้นจมูก ริมฝีปากบิดเบ้จากกลิ่นหอมฉุนของสุรา น้ำเมาในวันนี้ทั้งร้อนลวกและขมปร่า เขากระแทกจอกลงบนโต๊ะด้วยความอัดอั้น “ข้าทำให้ซีเอ๋อร์เสียใจ..”

ในทีแรกสองพี่น้องไม่ได้สนใจนัก แต่คำบอกเล่านี้ทำให้พวกเขามีปฏิกิริยาฉับไว โดยเฉพาะจิ่งลู่ผู้เบื่อหน่าย รำคาญสตรีมากมายที่เอาแต่มองมา “เจ้าทำให้นางเสียใจ? คงมิใช่เรื่องในวันนี้กระมัง”

ซุนจื่อยกกาสุราที่เด็กรับใช้เพิ่งนำมาส่งให้ใหม่เมื่อสักครู่ กระดกกรอกปากหลายอึกด้วยความรู้สึกผิด

จิ่งลู่เห็นท่าทีทุกข์ระทมเช่นนี้ ใบหน้าหล่อเหลาแบบบริสุทธิ์แลไม่พอใจ เขาขยับริมฝีปากเทศน์สหายไปว่า “เจ้าคงมิได้โทษซีเอ๋อร์ว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดใช่หรือไม่ ถ้าเจ้าทำเช่นนั้นนับว่าเป็นพี่ชายที่แย่มาก เจ้าน่ะไม่รู้อะไร ซือหม่าฮุ่ยหลิงต่างหากที่เป็นคนก่อเรื่องก่อราวให้วุ่นวาย ซีเอ๋อร์เป็นผู้ถูกกระทำมาโดยตลอด”

กล่าวถึงตรงนี้จิ่งลู่ก็อดที่จะสงสารรั่วซีไม่ได้ ตั้งแต่รู้จักกันมา เขาก็ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วซีเอ๋อร์นั้นแข็งนอกอ่อนใน นางวางตัวว่าเข้มแข็งอยู่เสมอก็เพื่อปกป้องตัวเองเท่านั้น ใครกันที่อยากจะมีปัญหาวิ่งเข้าใส่เสียทุกครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นเวรเป็นกรรมอะไรของนาง ตั้งแต่เรื่องของหลิวหนิงฮวากับเจียวหลานแล้ว

ซุนจื่อยกแขนปาดสุราที่ไหลออกจากปาก เขาจ้องหน้าสหายทั้งสองเขม็ง ในดวงตาลุกโชนด้วยไฟแค้น ใช่ เขาแค้นตัวเองยิ่งที่ตบตีนาง

“ข้าทำร้ายจิตใจนางไม่พอ ยังลงมือกับนางอีกด้วย” ดวงตาแดงระเรื่อเมื่อนึกถึงน้ำตาที่ไหลลงมาราวทำนบแตกของน้องสาว นางรักเขา เขารู้ แต่เขากลับทำร้ายคนที่รักด้วยมือที่ควรจะปกป้องนาง

“อะไรนะ!” สองพี่น้องโพล่งออกมาพร้อมกัน พวกเขาคิดว่าซุนจื่อแค่ต่อว่าสักเล็กน้อย ไม่นึกว่าจะถึงขนาดลงมือทำร้ายร่างกาย

จิ่งเหยียนเลิกทำสายตาเจ้าชู้ใส่สตรีด้านล่าง แล้วกลับมาสนใจสหายอย่างเต็มที่ “เจ้าบ้าไปแล้ว ถึงจะโกรธนางอย่างไร เหตุใดไม่ถามความให้กระจ่างก่อน”

“นางปากแข็งนัก ไม่ยอมเล่าอะไรสักอย่าง ซ้ำยังทำสีหน้าเย็นชาไม่รู้สึกรู้สาในสิ่งที่เกิดขึ้น ตอนนั้นข้าขาดสติ พอมารู้ตัวอีกทีก็ทำร้ายนางไปแล้ว เฮ้อ.. นางถึงกับระบายความคับแค้นใจให้ฟังมากมาย ทั้งที่ไม่เคยบอกกล่าวอะไร นางคงผิดหวังในตัวข้ามากเหลือเกิน”

“เจ้าคงมิได้เตะนางใช่หรือไม่” จิ่งลู่ถามพลางจับผิด ขัดเคืองแทนซีเอ๋อร์ยิ่งนัก น้ำเสียงจึงแข็งกระด้างเย็นชา

“เปล่า ข้าตบนาง ด้วยมือนี้” ซุนจื่อยกมือขวาขึ้นมาให้สหายดูด้วยสีหน้าเมามาย บนนั้นยังมีคราบเลือดติดอยู่ไม่ได้ล้างออกไป

“จะ เจ้า!” จิ่งลู่เห็นคราบสีแดงบนมือของสหาย เขาโกรธจนสั่นไปทั้งตัว มือทั้งสองคลำหาตามแขนเสื้อ ไม่ทราบว่าได้พกโอสถรักษาบาดแผลกับลดปวดมาด้วยหรือเปล่า

“นางโกรธเจ้าหรือไม่” จิ่งเหยียนถามบ้าง

“โกรธหรือ? ฮ่า ๆ นางไม่แม้แต่จะโกรธข้าด้วยซ้ำ นางกลับกอดข้าด้วยความรู้สึกรักมากมาย ซ้ำยังอภัยให้อย่างง่ายดายอีกด้วย”

ซุนจื่อหัวเราะราวกับคลุ้มคลั่ง กรอกสุราลงคอไปอีกหลายอึก หากซีเอ๋อร์ด่าทอเขาสักคำคงจะรู้สึกดีกว่านี้ แต่นางกลับดูอ่อนแอราวกับจะแตกหักได้ เบาบางเหมือนกับจะหายไปได้ทุกเมื่อ เขามันแย่ที่สุด แค่เห็นว่านางเข้มแข็งก็ให้ผู้อื่นทำร้ายนางได้หรือ แค่เห็นว่าผู้อื่นไร้เรี่ยวแรงก็ให้ผู้นั้นข่มเหงนางได้ใช่หรือไม่ เขามันหน้ามืดตาบอดจริงแท้

จิ่งลู่ขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ไม่มีทางที่นางจะไม่เอาคืนเจ้าหรอก แม้นางจะอภัยให้ก็ตาม รอยแผลในใจที่เจ้าสร้างเอาไว้ ความเจ็บปวดนั้นจะคอยทำร้ายนางอยู่เรื่อยไป ซีเอ๋อร์คงไม่พูดกับเจ้าอีกหลายวันเป็นแน่”

“นั่นคือสิ่งที่ข้ากลัวอย่างที่สุด นางทำให้ข้าคาดเดาไม่ถูก” ซุนจื่อตอบ มองไปบนเวทีแสดงที่เปลี่ยนจากร่ายรำมาเป็นเล่นพิณ ทำให้เขามองเห็นภาพซ้อน ว่าสตรีอื่นเป็นน้องสาวกำลังดีดพิณด้วยท่วงทำนองเศร้าสร้อย ความรู้สึกผิดในใจยิ่งกดทับจนเจ็บปวดมากกว่าเดิม ดวงตาพร่าเลือนเพราะเมามายเห็นสตรีผู้นั้นเป็นน้องสาวไปเสียแล้ว เขาลุกขึ้นยืนเหมือนถูกสะกด

“เจ้าจะไปไหน” จิ่งเหยียนรั้งแขนสหายเอาไว้เมื่อเห็นท่าไม่ดี เมามายถึงเพียงนี้ถ้าปล่อยไปก็ไม่พ้นไปมีเรื่องกับผู้อื่น

“ข้าจะลงไปพาซีเอ๋อร์ขึ้นมา ใครบังอาจให้นางไปนั่งเล่นพิณที่ตรงนั้น!” ซุนจื่อชี้ลงไปให้สหายดู สีหน้าของเขาโกรธจัด

จิ่งลู่ถอนหายใจยาวเหยียด สหายของเขาเป็นหนักถึงกับเห็นภาพลวงตาเสียแล้ว “เจ้าต้องดีกับนางให้มาก ไถ่โทษในการกระทำอันสิ้นคิด มิใช่ทำตัวบ้าคลั่งเช่นนี้ นั่นน่ะใช่น้องสาวของเจ้าเสียที่ไหนกัน”

พอถูกขัดใจเข้าหน่อยก็ฮึดฮัด “เจ้าเองก็คิดจะหลอกล่อน้องสาวของข้าเหมือนกับอาเหยียนใช่หรือไม่!” ซุนจื่อหัน

กลับมาหาเรื่องจิ่งลู่ กระชากคอเสื้ออีกฝ่ายอย่างไม่เกรงใจ

จิ่งเหยียนตบหน้าผากตัวเองหนึ่งครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาอย่างร้ายกาจ ที่สตรีใดมองมาเป็นต้องอ่อนระทวย บัดนี้เปลี่ยนเป็นเหนื่อยหน่าย ก่อนจะห้ามทัพเอาไว้อย่างยากลำบาก ด้วยแรงกำลังดุดันของสหายที่ขาดสติ สุรากานี้ฤทธิ์มันแรงจริง ๆ “พอเลยทั้งสองคน ใช่เรื่องที่พวกเราจะต้องมาทะเลาะกันหรือไม่”

จิ่งลู่ไม่ได้ตอบคำใด ยกมือกระชับคอเสื้อสีเขียวมรกตให้เข้าที่เข้าทาง เขาน่ะหรือคิดจะหลอกล่อนาง.. ซีเอ๋อร์มากกว่ากระมังที่เป็นฝ่ายล่อลวงเขา

“กินเสียจะได้เลิกบ้า” จิ่งลู่ยื่นโอสถสงบใจให้ซุนจื่อ

จิ่งเหยียนรีบรับมาแทนแล้วกรอกปากสหายทันที ด้วยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะทำสีหน้างงงวยไม่เข้าใจ

ซุนจื่อกลืนลงไปโดยที่ไม่รู้ว่าคืออะไรด้วยซ้ำ แต่เมื่อจะต่อว่าจิ่งเหยียน หางตากลับมองเห็นใครบางคนที่ทำให้เขาสนใจ “องค์รัชทายาท? น้องรอง?

สองพี่น้องหันไปมองตามสายตาของสหาย ก็เห็นว่าเป็นองค์รัชทายาทอวี่เหวินหยางจวินกับซือหม่าเนี่ยเฉิงจริง ๆ

“น้องชายเจ้าเป็นคนขององค์รัชทายาทหรอกหรือ” จิ่งเหยียนเป็นฝ่ายถามขึ้นมา

“ข้าเองก็เพิ่งรู้” ซุนจื่อขมวดคิ้ว มองทั้งสองที่หายไปทางมุมหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องส่วนตัวไม่ต่างจากที่พวกเขานั่งอยู่ แม้จะเป็นห้องส่วนตัวแต่หาได้มีประตูปิดมิดชิด เป็นเพียงม่านร้อยอัญมณีเท่านั้น

“จับตาดูซือหม่าเนี่ยเฉิงเอาไว้ เรื่องในวันนี้เป็นไปมิได้ที่เขาจะไม่แก้แค้นให้ซือหม่าฮุ่ยหลิง” จิ่งลู่เอ่ยขึ้นบ้าง

“อืม..” ซุนจื่อเห็นด้วย แม้น้องรองจะไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา แต่ก็รักฮุ่ยหลิงไม่แพ้กับที่เขารักซีเอ๋อร์

“มาเถิด! ดื่ม ๆ” จิ่งเหยียนรินสุราให้ทุกคน บรรยากาศอึดอัดเมื่อสักครู่จางหายไปแล้ว ตอนนี้พวกเขาอยู่ในโรงน้ำชาควรจะสนุกสนานถึงจะถูก

จิ่งลู่รับมาดื่มบ้าง ส่งโอสถหลายอย่างให้ซุนจื่อ เพื่อมอบให้กับซีเอ๋อร์ รู้สึกเป็นห่วงนางไม่น้อยเลย

ซุนจื่อยกจอกที่สหายรินให้ดื่มรวดเดียวหมด ครุ่นคิดกับสิ่งที่เห็น เรื่องที่น้องรองเป็นคนขององค์รัชทายาทคงต้องรายงานท่านพ่อให้รู้ด้วย



รั่วซีใส่สีขาวทั้งตัวเพื่อให้ดูน่ารักบริสุทธิ์ เธอมาด้วยใบหน้าแท้จริง มาตามเส้นทางที่เสวี่ยหมิงเคยพาเข้า เป็นเส้นทางลับที่เขามักจะแอบเข้าวังเสมอ เมื่อองครักษ์เฝ้ายามเห็นก็จำรั่วซีได้อย่างแม่นยำ ความงามพิลาสล้ำถึงเพียงนี้หามีผู้ใดเทียบเคียงได้ พวกเขาปล่อยให้นางเข้าไปอย่างง่ายดาย

แม้ภายนอกจะดูสงบนิ่งแต่ในใจหาได้สงบไม่ เธอมีความรู้สึกกลัวอยู่บ้าง เพราะผู้ที่จะได้พบเป็นฮ่องเต้ พระองค์มีอำนาจเหนือผู้ใดในแคว้น หากสิ่งที่เธอจะมาสนทนาด้วยเป็นเรื่องร้ายแรงที่ไม่อาจให้ใครล่วงรู้ มิแคล้วจะโดนฆ่าปิดปาก ถ้าเธอหนีก็เดือดร้อนถึงครอบครัว มีแต่ยอมจำนนเท่านั้นในเมื่อเลือกที่จะมาแล้ว เสี่ยวเยี่ยไม่ได้อยู่กับเธอจึงไม่ได้พามันมาด้วย

หญิงสาวหาทางหนีทีไล่ให้กับตนเอง รู้ทั้งรู้ว่าเป็นการกระทำที่โง่มากที่มาในวันนี้เพียงลำพัง ทว่าเธอก็ไม่อาจปล่อยเสวี่ยหมิงให้ทนทรมานกับสิ่งลี้ลับที่เกิดขึ้นบนตัวเขาได้ เกล็ดนั่นมันจะต้องหวนกลับมาทำร้ายเขาทีหลังนอกจากจะประดับอยู่บนนั้นแน่

รั่วซีขอเดิมพันกับฮ่องเต้ดูสักครา ในเมื่อเสวี่ยหมิงรักเธอแม้เขาจะไม่เคยพูดออกมาแต่ก็รู้สึกได้ชัดเจนนัก ฮ่องเต้ที่รักเสวี่ยหมิงมากกว่าโอรสองค์ใดย่อมละเว้นเธอ หรือถ้าเรื่องราวเกิดพลิกผันเธอจะวางเดิมพันอย่างอื่นเพื่อให้รอดพ้นจากวันนี้ไป

รั่วซีเดินมาตามทางด้วยใจเต้นระทึก ใบหน้ายังคงงดงามดุจเดิมทว่าที่มุมปากกลับแตก เธอไม่อาจใช้เครื่องประทินโฉมหนา ๆ เพื่อปกปิดจึงได้ปล่อยเอาไว้เช่นนี้ ซ้ำร้ายที่แก้มยังมีรอยฝ่ามือแดงจาง ๆ ประทับอยู่อีกด้วย แม้เกลี่ยแป้งให้หนากว่าปกติแล้วก็ตาม แต่เพราะต้องมาพบฮ่องเต้เธอก็ไม่อยากประทินโฉมจนหน้าเทา จากที่จะให้ดูน่ารักน่าสงสาร เกรงว่าจะกลายเป็นน่าสั่งประหารเสียมากกว่า

“ยินดีต้อนรับซื่อเสียวเจี่ย[1] โปรดรอสักครู่จะมะคะ” ขันทีหน้าตำหนักทำความเคารพรั่วซี ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในเพื่อกราบทูล

“ขอบคุณมู่กงกงที่เป็นธุระให้” หญิงสาวค้อมศีรษะลงเป็นเชิงให้เกียรติ

ภายในตำหนักส่วนพระองค์ ฮ่องเต้อวี่เหวินเทียนหลงขมวดพระขนง เลื่อนพระหัตถ์ไปตามแผ่นป้ายเพื่อเลือกนางสนมมาปรนนิบัติ ช่างเป็นการละเลือกที่ลำบากใจเสียเหลือเกิน แต่เมื่อได้ยินขันทีเข้ามากราบทูลว่าผู้ใดมาขอเข้าเฝ้า บุรุษวัยกลางคนที่ร่างกายยังหนุ่มแน่นพลันกระตือรือร้นขึ้นหลายส่วน ผู้เป็นฮ่องเต้ปัดถาดใส่แผ่นป้ายรายชื่อสนมให้พ้นทาง แล้วอนุญาตให้ขันทีนำตัวนางเข้ามาได้ วันนี้พระองค์จะไม่ทำหน้าที่ของฮ่องเต้ยามราตรี แต่จะสนทนาพาทีกับลูกสะใภ้แทน

รั่วซีเข้ามาด้วยใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ฮ่องเต้ตรงหน้ายังคงเหมือนวันแรกที่ได้พบเจอ ใบหน้าหล่อเหลาคล้ายคลึงกับเสวี่ยหมิงอยู่หลายส่วน ทว่ากลับดูน่าเกรงขามมากด้วยบุญบารมี รัศมีความสูงส่งกดดันอยู่รอบด้านพาลให้อึดอัดหายใจไม่ค่อยออก ยามนั้นเธอมีเสวี่ยหมิงมาด้วยจึงไม่ค่อยรู้สึกประหม่า แต่วันนี้นั้นต่างกันความเป็นความตายอยู่แค่เอื้อมมือ

กระโปรงยาวสีขาวพลิ้วไหวอ่อนหวาน ตามแบบที่รั่วซีพยายามทำให้ออกมาดูดีที่สุด “ถวายพระพรหวงช่าง[2] หม่อมฉันเสียมารยาทแล้วที่มาขอเข้าเฝ้ายามวิกาลเช่นนี้เพคะ”

ผู้เป็นฮ่องเต้เคลื่อนย้ายตัวเองมาหาลูกสะใภ้ ชายอาภรณ์สีทองอร่ามลากตามพื้นพรม พระหัตถ์จับไหล่กลมมนทั้งสองประคองนางลุกขึ้นให้นั่งลงบนเก้าอี้นุ่ม แล้วรินน้ำชาให้ด้วยความเอาใจใส่ สีพระพักตร์แลดูอารมณ์ดีอย่างยิ่ง

“อย่าได้มากพิธี ดื่มเสียกำลังร้อน ๆ คืนนี้อากาศเย็นนัก แล้วเจ้าสี่เล่าไม่ได้มาด้วยกันหรอกรึ”

“วันนี้หม่อมฉันมาคนเดียวเพคะ” รั่วซีตอบเสียงอ่อนหวาน พร้อมรอยยิ้มที่งดงามประหนึ่งบุปผาแรกแย้ม งัดจริตจะก้านเท่าที่มีออกมาจนหมด

ท่วงท่ากิริยาทุกอย่างล้วนทำให้ผู้มองลุ่มหลงได้อย่างง่ายดาย ไม่เว้นแม้กระทั่งฮ่องเต้ที่ผ่านสตรีมามากมาย พระองค์ถึงกับทอดพระเนตรนางอย่างตะลึงงันอีกหน วงหน้าเล็กรูปไข่อาบไล้แสงจันทร์นวลผ่องที่สะท้อนกับแสงโคมแก้วดารา ยิ่งขับเน้นให้งดงามขึ้นไปอีกหลายส่วน ดวงตาดอกท้อที่จ้องมองมาเป็นประกายสดใส แฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นและยำเกรงอยู่ในที แก้มนวลอมเลือดฝาดราวผลท้อสุก ริมฝีปากแดงระเรื่อดุจผลอิงเถา[3] ดูนุ่มนิ่มสุขภาพดี

โอ.. ลูกสะใภ้คนนี้ช่างงดงามเปรียบได้กับเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ อาภรณ์สีขาวที่นางใส่นั้นดูเข้ากันกับรูปร่างเล็กเพรียวบาง ความงามที่ไร้ซึ่งการปรุงแต่งใด กลับดูไม่น่าเบื่อและผ่อนคลายถึงเพียงนี้เชียวหรือ เจ้าสี่ช่างน่าอิจฉาเสียเหลือเกิน

“ใครทำร้ายเจ้ากัน มาให้เจิ้น[4] ได้ดูชัด ๆ” อวี่เหวินเทียนหลงเชยดวงหน้าน้อยที่ก้มงุดลงไปขึ้นมาให้สบพระเนตร ดวงตาคมเต็มไปด้วยเสน่ห์จ้องพิจารณาที่ริมฝีปากของลูกสะใภ้อย่างจริงจัง

รั่วซีจำใจเงยขึ้นมา หลบสายตาแสร้งเหนียมอาย เผยอริมฝีปากน้อย ๆ ชาดที่ทาไว้บาง ๆ ช่วยให้ริมฝีปากชุ่มฉ่ำ เวลาฉีกยิ้มหรือขยับจึงไม่เจ็บเพราะปากแตกมากนัก ใจของรั่วซีเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง ไม่รู้จะเริ่มพูดอย่างไรดี ฮ่องเต้จะเปลี่ยนท่าทีอ่อนโยนนี้เป็นโหดร้ายใส่เธอหรือไม่

“หม่อมฉันกระทำเรื่องไม่ดีจึงถูกลงโทษนิดหน่อยเท่านั้นเพคะ”

อวี่เหวินเทียนหลงทำเสียงจิ๊กจั๊กในลำพระศอ ก่อนจะวางพระหัตถ์ลงบนโต๊ะดังเดิม “แม่ทัพซีฮุยนี่ก็กระไร ตบตีบุตรสาวเช่นนี้ใช้ได้ที่ไหน ประเดี๋ยวพรุ่งนี้เจิ้นจะสั่งลงโทษเขาให้ยืนตากแดดสักชั่วยาม[5] เรียกร้องความเป็นธรรมให้เจ้าดีหรือไม่”

“มิเป็นไรเพคะ หม่อมฉันสมควรโดนแล้ว” รั่วซีไร้ซึ่งคำปฏิเสธ เธอโยนความผิดนั้นไปให้บิดาหน้าตาเฉย หญิงสาวไม่อยากยืดเยื้อเวลาให้ดึกไปกว่านี้ จึงได้นำเกล็ดจากแผ่นหลังเสวี่ยหมิงออกมา วางมันลงบนโต๊ะน้ำชา ดันไปทางฮ่องเต้ให้ได้ชมดู

“นี่คือ..” ฮ่องเต้ขมวดพระขนงมุ่น เกล็ดสีฟ้าประกายน้ำเงินทั้งแข็งและเย็น พระองค์หยิบมันขึ้นมาทอดพระเนตรใกล้ ๆ เมื่อรู้ว่าเป็นอะไรถึงได้ผ่อนคลายสีหน้าลง “เกล็ดมังกรฟ้า เจ้าสังหารมันได้ด้วย เก่งกาจยิ่งนัก”

รั่วซีใจเต้นกระหน่ำดั่งรัวกลอง เหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมตามกรอบหน้า ฮ่องเต้บอกว่ามันคือเกล็ดมังกรฟ้า! จะเป็นไปได้อย่างไรก็ในเมื่อเธอเอามาจาก..

“มิใช่เพคะ หม่อมฉันมิได้สังหารสัตว์เทพชิงหลง แต่เกล็ดนี้ หม่อมฉันแกะมาจาก..” รั่วซีอ้ำอึ้ง เตรียมตัวลุกขึ้นตั้งท่าป้องกัน หากฮ่องเต้ต้องการสังหารก่อนฟังความ

“หม่อมฉันแกะมาจากแผ่นหลังของเสวี่ยหมิงเพคะ!” เสียงหวานตอบชัดถ้อยชัดคำ

“เจ้าว่าอย่างไรนะ!” เสียงตวาดกร้าวแฝงไว้ด้วยพลังยุทธ์ พระพักตร์อ่อนโยนพลันเปลี่ยนเป็นดุดัน แววพระเนตรเย็นยะเยียบจ้องมองยังลูกสะใภ้ ราวกับคนแปลกหน้าที่กำลังจะก่อกบฏ

รั่วซียกมือขยุ้มหน้าอก เจ็บร้าวเข้าไปถึงข้างใน เธอพยายามใช้ปราณในร่างเป็นเกราะป้องกันอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่วายกระอักเลือดสืบเนื่องจากพลังยุทธ์กดดัน ที่แฝงมากับเส้นเสียงของฮ่องเต้ เธอยกมือซับเลือดด้วยใบหน้าซีดเซียว หญิงสาวลุกขึ้นยืนระวังภัย เมื่อเห็นฮ่องเต้ลุกจากที่นั่งเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้ พลังยุทธ์แรงกล้ากดข่มจนเธอไม่อาจต้านทานไหว ถอยหลังร่นไปจนชิดกำแพง

ฮ่องเต้แลดูขาดสติไปฉับพลัน พระองค์ยกพระหัตถ์ทรงพลังคว้าไปที่ลำคอของลูกสะใภ้ ยืนกักนางไว้กับกำแพงให้อยู่ใต้อาณัติโดยมิได้ออกแรงบีบแต่อย่างใด “เจ้าได้บอกเรื่องนี้กับใครหรือไม่”

รั่วซีส่ายหน้า ก่อนจะตอบด้วยเสียงหวานแหบเครือ เธอเจ็บร้าวไปหมดทั้งตัว พลังยุทธ์ของฮ่องเต้คงเกินระดับเก้าเป็นแน่ “หวงช่าง ได้โปรดบอกหม่อมฉัน เสวี่ยหมิงเป็นอะไรกันแน่ พระองค์รู้หรือไม่ว่าร่างกายของเขาอ่อนแอลงทุกทีแล้ว เขาอาจจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานก็ได้นะเพคะ ที่หลังของเขาขึ้นเกล็ดสีฟ้าประกายน้ำเงินพวกนี้เป็นจำนวนมาก และมันก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามวันเวลาที่ล่วงเลยไป”

อวี่เหวินเทียนหลงถึงกับพระหัตถ์สั่น สีพระพักตร์เคร่งเครียดเปลี่ยนเป็นรู้สึกผิด พระองค์ไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย รู้เพียงว่าบุตรชายต้องทุกข์ทรมานในคืนวันพระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น อาการทุกอย่างถูกปกปิดไม่ให้พระองค์ได้รับรู้

“มันไม่ควรจะเป็นเช่นนี้! จะมีเกล็ดขึ้นได้อย่างไรกันหากมิได้ถูกกระตุ้นด้วยพลังอำนาจที่แข็งแกร่งกว่า” มังกรทองในตำนานไม่มีอยู่อีกแล้ว เรื่องเหล่านี้มันไม่สมควรจะเกิดขึ้น!

รั่วซีขมวดคิ้วครุ่นคิด อะไรคือถูกกระตุ้นด้วยพลังอำนาจที่แข็งแกร่งกว่า? ฮ่องเต้บอกว่านั่นคือเกล็ดมังกรฟ้า ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าสัตว์เทพทั้งสี่ คงไม่พ้นหวงหลงสัตว์เทพในตำนานที่หายสาบสูญ รั่วซีเบิกตากว้างเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ตกลงไปในหุบเหว เสวี่ยหมิงตามลงไปช่วยเธอ และหลังจากวันนั้นมา เกล็ดสีฟ้าประกายน้ำเงินก็เริ่มขึ้นบนแผ่นหลังของเขา มู่เฟยจับสัมผัสของคำสาปได้ ถึงได้ลอบทำร้ายเสวี่ยหมิงเช่นนี้ เธอโกรธแค้นจนแทบจะกระอักเลือดอีกหน

รั่วซีจับพระหัตถ์ของฮ่องเต้ที่ค้างอยู่ตรงลำคอออก เมื่อเห็นท่าทีพระองค์อ่อนลงแล้วจึงได้รีบเอ่ยต่อไป “เขาถูกอักขระอะไรใช่หรือไม่เพคะ หากเป็นเช่นนั้นหม่อมฉันช่วยได้ คำสาปที่อยู่บนหลังของเขาหม่อมฉันจะรักษาเองเพคะ”

ฮ่องเต้ที่ก้มพระพักตร์ลงด้วยความแค้นใจเงยขึ้นทันควัน พระองค์จ้องลึกเข้าไปในดวงตากระจ่างใสคู่นั้นด้วยความกรุ่นโกรธ ลูกสะใภ้ผู้นี้เหตุใดถึงอวดเก่งนัก เหตุใดต้องเอ่ยวาจาให้ความหวังกันด้วย นางรักษาดวงตาและร่างกายที่ไม่อาจก้าวข้ามไประดับเจ็ดได้ ก็คิดว่าจะลบล้างคำสาปนี้ได้ด้วยหรือ

“วันนี้เจิ้นจะปล่อยเจ้าไป เห็นแก่ที่หมิงเอ๋อร์รักเจ้าอย่างสุดหัวใจ อย่าได้เอ่ยเรื่องนี้กับใคร”

รั่วซีรีบคว้าจับแขนของฮ่องเต้ที่หันหลังจากอย่างอ่อนแรง เธอไม่มีทางยอมแพ้หากมิได้ความจริง “หม่อมฉันมีดาบตัดอักขระเพคะ!”

อวี่เหวินเทียนหลงชะงัก ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ศัตราวุธในตำนานจะมาอยู่กับนางได้อย่างไร ผู้คนล้วนค้นหาจนแผ่นดินแทบลุกเป็นไฟกลับมิอาจพบเจอ

รั่วซีเห็นพระพักตร์สิ้นหวังของฮ่องเต้ ที่หันกลับมาทอดพระเนตรอย่างเจ็บปวด ก็พาลให้ปวดใจไปด้วย เธอรู้ว่าพระองค์รู้สึกอย่างไร เหมือนตอนที่เสวี่ยหมิงได้ยินว่าเธอจะรักษาดวงตาให้ เขาก็มีอาการเช่นนี้ ความหวังนั้นมันริบหรี่เกินไปจนเลิกหวังไปแล้วใช่หรือไม่ แต่เธอ.. เธอนี่ล่ะที่จะเป็นแสงสว่างให้พวกเขา ส่องนำทางที่มืดมิด พาพวกเขาออกมาให้จงได้ เธอปลดตะเกียบที่เสียบอยู่บนเรือนผมออก

ร่างเพรียวบางถอยห่างจากฮ่องเต้เล็กน้อย เธอชักด้ามสีทองออกจากฝัก และปลดปล่อยรูปลักษณ์ที่แท้จริงให้ฮ่องเต้ได้ทอดพระเนตร

อวี่เหวินเทียนหลงถอยหลังสองก้าว พระองค์ทอดพระเนตรสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าราวกับฝันไป ดาบยักษ์ใหญ่กว่าลำตัวของหญิงสาว ใบมีดแบนหนาคมกริบเป็นสีดำสนิท สันดาบโค้งเล็กน้อยไปจนถึงปลายแหลม และบนนั้นยังสลักอักษรโบราณที่เขียนเอาไว้ว่า ตัดอักขระวรกายอันสูงค่าแทบทรุดลงกับพื้น

พระองค์เอื้อมพระหัตถ์ไปคิดจะสัมผัสมัน แต่ก็นึกได้ถึงความพิเศษที่เคยได้ยินมาจึงได้ชะงักลง ดาบนี้หากทำพันธสัญญาไปแล้ว ไม่ว่าใครก็ไม่อาจแตะต้อง ต่อให้เป็นฮ่องเต้อย่างพระองค์ก็ตาม มันจะทำร้ายผู้ที่ต้องการครอบครองและดีดสะท้อนผู้อื่นให้บาดเจ็บ

“จะ เจ้า!” อวี่เหวินเทียนหลงมีน้ำตาคลอ พระเนตรแดงก่ำพยายามกลั้นมิให้น้ำตาไหลลงมา พระองค์ทอดพระเนตรใบหน้างดงามของลูกสะใภ้อย่างสับสน ก่อนจะตัดสินพระทัยบอกเล่าความจริง ทั้งที่พระองค์ก็สาบานว่าจะไม่ตรัสกับใคร

“หมิงเอ๋อร์เคยถูกลงทัณฑ์ด้วยอักขระแส้กระดูกมังกรฟ้า ติดคำสาปจำต้องเจ็บปวดในทุกคืนที่พระจันทร์เต็มดวง อาการควรจะมีเท่านี้ ทว่าในตอนนี้มันร้ายแรงขึ้นแล้ว เกล็ดบนแผ่นหลังบ่งบอกได้ว่าหมิงเอ๋อร์กำลังจะเปลี่ยนไป ความเป็นมนุษย์ในกายเริ่มถูกครอบงำ คำสาปนี้มิเพียงทำให้เจ็บปวดเท่านั้น แต่ยังฝังชิ้นส่วนของมังกรฟ้าเข้าไปในตัวของเขาด้วย แส้กระดูกที่หายไปแท้จริงแล้วมันไม่ได้หายไป แต่หลอมรวมเข้ากับร่างกายของหมิงเอ๋อร์ เดิมทีมันไม่ควรจะตื่นขึ้นเพื่อครอบงำเขา แต่มิรู้เพราะพลังอำนาจใดที่ทำให้คำสาปสมบูรณ์”

แคร้ง!

รั่วซีปล่อยดาบลงกับพื้นด้วยความตกใจ หมายความว่าอย่างไร เสวี่ยหมิงจะเปลี่ยนไปหรือ เขาจะถูกมังกรฟ้าในร่างครอบงำจนสูญเสียตัวตนไปใช่หรือไม่ เธอรู้สึกรับไม่ได้กับสิ่งที่ได้ยิน หลังจากมีเกล็ดขึ้นก็ผ่านพระจันทร์เต็มดวงมาครั้งหนึ่งแล้ว ตอนนี้เล่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง?

หญิงสาวทรุดตัวลงกับพื้นอย่างสิ้นหวัง ถ้าวันหนึ่งเขาเปลี่ยนไป เปลี่ยนเป็นอีกคนที่ไม่รู้จักเธอ เปลี่ยนเป็นสัตว์ตัวหนึ่งที่ไร้หัวใจของมนุษย์ เธอจะทนได้อย่างไร!



[1] ซื่อ หมายถึง สี่ / เสียวเจี่ย หมายถึง คุณหนู / ซื่อเสียวเจี่ย หมายถึง คุณหนูสี่

[2] หวงช่าง หมายถึง คำเรียกฮ่องเต้

[3] อิงเถา คือ เชอร์รี่

[4] เจิ้น คือ คำแทนตัวฮ่องเต้

[5] 1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 223 ครั้ง

34,990 ความคิดเห็น

  1. #31765 Sense.Serene (@sense143) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 15:44
    ชาย4โดนพิษพี่หมีแน่เบย
    #31765
    0
  2. #31764 Sense.Serene (@sense143) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 15:44
    พี่หมีน่าร้ากกกก
    #31764
    0
  3. #31687 CreamSe1204 (@CreamSe1204) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 14:30
    รักพี่หมีอ่ะ
    #31687
    0
  4. #31556 มูมู (@mumuka) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 20:18
    ตอนนี้ลุ้นมากๆว่าจะเข้าใจผิดไหม พี่หมีน่ารักมากๆ
    #31556
    0
  5. #29336 deepforest (@deepforest) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 12:52
    งื้อออออ ตอนนี้ลุ้นอยู่อย่างเดียวว่าจะเข้าใจผิดเป็นคนอื่นไหมเนี่ย
    #29336
    0
  6. #29187 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 22:03
    สงสารองค์ชายสี่ รั่วซีจัดการแก้แค้นให้ด้วยน่ะ

    อย่าให้องค์ขายสี่เข้าใจผิดว่ารั่วซีคือฮุ่ยหลิงน่ะค่ะ
    #29187
    0
  7. #28877 minemilk (@pichamine) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 13:20
    รักหมีดำอ่ะ 5555
    #28877
    0
  8. #27131 SeowooPark (@the01yunosama) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 / 13:59
    ม่ายยยยยจะรู้ไม่ได้งั้นน้องก็คาบไปแดกอ่ะดิ
    #27131
    0
  9. #25971 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 23:59
    อาการแบบนี้เค้าเรียกว่าตกหลุมรักนะองค์ชายสี่ 555
    #25971
    0
  10. #23467 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 12:29
    ทำไมรู้สึกฮาหมี 5555555
    จะด่าเค้าแล้วยังให้ขนปลอบใจอีก
    #23467
    0
  11. #23254 yaowarak_w (@yaowarak_w) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 21:00
    อ่านบนนี้ทีไรเขินแทนหมิงหมิงทุกทีเลย
    เพิ่มเติมจ้า
    ต่างๆนาๆ เขียนผิดนะคะ ต้องเป็น=> ต่างๆนานา
    เป็นคำซ้อน 'นานา' เป็นคำจากภาษาบาลี ความหมายคือ ต่างๆ ในภาษาไทยวางไว้ติดกันจึงเป็น คำซ้อน

    ตัวนี้จำได้ เพราะเคยเขียนผิดแล้วอาจารย์ภาษาไทยบอกไว้ ^^
    #23254
    0
  12. #22827 kik1529928 (@kik1529928) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 12:45
    หมิงใจเต้นแรงจะทะละมานอกอกแล้ว5555555555
    #22827
    0
  13. #22699 POSTION (@kkkpit0009) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 13:39
    ขำาาา องค์ชายหัวใจเต้นกับผช555
    #22699
    0
  14. #20228 Aiyahpicha (@Aiyahpicha) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 22:40
    ขอบคุณค่าาาาา
    #20228
    0
  15. #19866 ปีศาจสีเงิน (@aaron-anael-abel) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 10:06
    คุณหมีตลกกก ชอบคุณหมีจัง เหมือนพี่ชายดุๆคนนึงเลยย
    #19866
    0
  16. #19839 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 23:58
    ฮาแหะ ฮ้าๆๆๆ
    #19839
    0
  17. #19511 thavadg0082516 (@thavadg0082516) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 19:45
    ขอบคุณครับ
    #19511
    0
  18. #19376 mii-Yo!! (@kimmania) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 13:39
    ชอบพี่หมีอะะะ ให้ขนขนาดนี้ จะเปนพี่หมีขนแหว่งไหมนั้น
    #19376
    0
  19. วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 09:06
    ทำไมรู้สึกว่าเฮียหมีน่ารัก 5555
    #18899
    0
  20. #17749 Know-Are (@Know-Are) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 16:08
    ไม่ใช่ว้อยนซีซีไม่ใช่เจ้าของผ้าเช็ดหน้าาางือออชายสี่หวังว่าท่านจะรับรู้ด้วยสัมผัสและปัญญาอันหลักแหลมนะงือออ
    ปล.คุณหมีตั้ลล้าคคค
    #17749
    0
  21. #17717 จอมโจรปริศนา (@Red_kill) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 04:41
    ขำเฮียหมี กลัวเด็กน้อยกลัวด้วย...555
    โอ๊ย สงสารองค์ชายมาก สับสนมากไหมตัวเธอออออ 
    #17717
    0
  22. #15656 noo_parekapoom (@noo-pare) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 20:35
    โอย ฮา น่ารักเกินไปแล้ว
    #15656
    0
  23. #15432 'Bëa.K. (@kalojiaki) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 14:39
    ขำน้องหมีในป่าาา 55555
    #15432
    0
  24. #13667 cherryme (@cherryme) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 00:30
    ขำอีหมี!!! 55555555 โอยยยยยจี้มันนน ไม่ไหวแล้ววว เป็นหมีที่โคตรน่ารักกก ขอให้ได้มีบทบาทอีกนะพี่หมี!!
    #13667
    0
  25. #13579 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 17:02
    ชแบบบบบบ
    #13579
    0