คัดลอกลิงก์เเล้ว

Be my Valentine [Holmes x Gudako]

เมื่อมาสเตอร์ผู้กอบกู้มนุษยชาติถูกนักสืบบ้านนิสัยเสียแกล้งปั่นหัวเล่น เรื่องราวแสนวุ่นวายที่คล้ายโมเม้นท์ปักธงจึงบังเกิดขึ้น ริทสึกะ จะรับมือกับเซอร์แวนท์ของตนได้หรือไม่ หรือว่าเธอจะแพ้อย่างหมดท่า

ยอดวิวรวม

220

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


220

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


9
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  18 ก.พ. 63 / 06:01 น.
นิยาย Be my Valentine [Holmes x Gudako]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


สวัสดีค่าาาาาาาาาาา คนที่หลงเข้ามา 

ฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นตอนที่ดัดแปลงจากบทพูดของเชอร์ล็อคโฮล์มในอีเวนท์วาเลนไทน์เกม F/GO 

แต่ตอนท้ายๆไรต์แต่งเพิ่มเข้าไปเป็นโมเม้นท์มโนของคนขี้มโน 

ก็หวังว่าจะสนุกกันนะคะ แหะๆ ^^


เกริ่นก่อนว่าตัวผู้เขียนมีความชื่นชอบซีรีย์เชอร์ล็อคโฮล์ม ทั้งนิยายและภาพยนต์เป็นทุนเดิม

และเมื่ออิตานักสืบนี่ลงตู้มีหรือจะรอด 

รู้ตัวอีกทีก็หลงรูดจนหมดตัว หมดแบบหมดจริงๆค่ะ... 

(เป็นตัวอย่างที่ไม่แนะนำให้ทำตามเด็ดขาด ถึงจะชอบแค่ไหนก็ควรมีสติในการเปย์) 

และผลมันแน่นอนอยู่แล้ว ใช่ค่ะ... ไม่ได้ค่ะ... 

เงินเดือนทั้งเดือน + เงินเก็บในบัญชีสลายไปในอากาศ ไม่ได้อะไรกลับคืนมา 

(แม้กระทั่งตัว 5 ดาวหลุดเรทอัพก็ไม่มีสักตัว T^T) 





มันเลยเกิดอาการนอยด์ โพสต์บ่นระบายไปเป็นอาทิตย์ๆ + วาดมังงะสั้น(สองหน้าจบ)

จนรีเดือนใหม่แลกตั๋วทอง5ใบประจำเดือน พอดีกับที่ตู้โฮล์มอยู่วันสุดท้าย

 


               เอาวะ...!! ลองดูอีกสัก5ใบไม่ออกก็ไม่ต้องออก! 

ผู้ชายเล่นตัวมากๆผู้หญิงเขาก็ไม่ชอบหรอกนะ!!! 

ถอดใจแล้วว่าเปิดๆไปเถอะเปิดแบบคนสิ้นหวัง อะไรก็เอามาเถอะยังไงก็เกลือ 

สรุป... อิตาคนนี้เดินลอยหน้าเข้าบ้านมาค่ะ... #กำหมัด

เหมือนกับการพูดว่า 

'ต่อให้เธอเอาเงินมากองท่วมหัวก็ซื้อฉันไม่ได้ แล้วก็อย่าได้คิดว่าจะหนีฉันไปไหนพ้น'

(บทพูดของหนุ่มยันเดเระชัดๆ)

 

มันเลยเกิดเป็นความแค้นเคืองส่วนตัว (ออกแนวทั้งรักทั้งชัง)

จากนั้นก็ปั้นนางจนเวลตัวอย่างรวดเร็วแต่ไม่เอาไปใช้งานเพราะยังงอนอยู่ 

ตอนวันเกิดก็มาทำไขสือ(บทพูดวันเกิด) ว่า 

'วันเกิดเธอหรอ? แน่นอนก็ต้องรู้อยู่แล้ว ไปดูที่โต๊ะเอาเองสิฉันวางของที่น่าจะชอบไว้' 

ล่าสุดทีทั้งขำทั้งโมโหก็อิเว้นท์วาเลนไทน์ของ NA ที่ผ่านมานี่แหละค่ะ 

ไรต์ฟาร์มจนเซอร์แวนท์ทุกคนให้ของหมดแล้ว (ไม่ได้ใช้ใบเลือกเพราะแบบสุ่มมันลุ้นดี) 

ใช่แล้วค่ะ... คนที่มาคนสุดท้ายคือนังนักสืบนิสัยเสียนี่ #กำหมัดอีกรอบ


ที่จริงก็มีจิ้นกับเซอร์ฯคนอื่นๆบ้าง อย่างเบดิเวียร์
(ที่ไม่ค่อยจะอวยเลยจริงจริ๊งแค่ยัดจอก100และเป้าหมายnp5เท่านั้นเอง)

แล้วก็ยังมีกรรณะผู้แสนดี กับด็อคเตอร์โรมัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น

แรงชิพของคู่ กิลเธอเรีย มันแรงกว่าเลยไม่ค่อยได้ปั่นอาร์ตหรือเขียนถึงคนอื่นสักเท่าไหร่

#นี่แกบ่นยาวขนาดนี้อะไรห๊ะ!!



ยังไงก็ฝากผลงานทั้งเรื่องนี้และเรื่องอื่นๆด้วยนะคะ
รักรีดเดอร์ทุกโคนนนนนนน <3 




 


B
E
R
L
I
N
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 ก.พ. 63 / 06:01


 

 

 

 

Be my Valentine

 

 

 

“โฮล์มหรอ? ฉันไม่เห็นเขารอบๆนี้เลยนะ”

 

ดาวินชีพูดกับฉันเมื่อถามถึงโฮล์ม ก่อนจะหันกลับไปทางโต๊ะทำงานแล้วยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มไปพลางอ่านหนังสือเล่มหนาเตอะ ดวงตาใต้กรอบแว่นลอบมองฉันผ่านเลนใสเป็นพักๆ มันดูมีประกายซุกซนแปลกๆ เหมือนว่ากำลังสนุกกับอะไรบางอย่างซึ่งฉันเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจนัก เพราะเธอยังมีกิจวัตรแปลกๆที่แหวกสามัญสำนึกอีกมาก

 

“ก็ไม่แปลกที่เขาจะออกไปไหนโดยไม่ได้บอก แต่ถ้าเธอต้องการทำไมไม่ลองเรียกเขาดูล่ะ?”

 

เรียกไปก็ใช่ว่าจะมาหาเลยสักหน่อย... เจ้านักสืบบ้านั่นฟังฉันที่ไหนล่ะ

 

ฉันบ่นในใจพลางส่งเสียงหัวเราะแห้งๆ ถ้าดาวินชีบอกว่าไม่เห็นล่ะก็คงต้องลองไปถามคนอื่นๆในคาลเดียดู ฉันคิดเขาว่าคงไปไหนไม่ไกลนักหรอก เผลอๆอาจจะหมกตัวนอนอ่านหนังสืออยู่ในห้องก็ได้ ก็ช่วงนี้น่ะไม่มีภารกิจสักหน่อย

 

“ถ้างั้นฉันจะลองไปหาที่อื่นดูนะคะ”

 

ดาวินชีไม่ได้พูดอะไรกลับมานอกเหนือจากนั้น เธอยังคงสนใจหนังสือบนโต๊ะนั่นมากกว่า ฉันเลยเดินออกมาจากห้องทันทีเพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของเธอมากเกินไป

 

ให้ตายสิ หมอนั่นจะทำตัววุ่นวายไปถึงไหนกันนะ ทั้งที่เป็นวันหยุด เป็นอีเว้นท์สำคัญแท้ๆแต่กลับหายหัวไปตั้งแต่เช้าจนถึงบัดป่านนี้ ไอครั้นจะไม่ให้ก็ไม่ได้ด้วย ขืนมารู้ทีหลังว่าทุกคนได้ช็อคโกแลตจากฉันยกเว้นตัวเองมีหวังเป็นเรื่องใหญ่อีก

 

จะหาหมอนั่นได้จากที่ไหนกันนะ…

 

ฉันพยายามเค้นความคิดว่าวันๆนึงโฮล์มจะไปที่ไหนบ้าง ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลยทั้งที่เป็นเซอร์แวนท์ของฉันแท้ๆ เขาชอบทำตัวน่าสงสัยไปซะทุกอย่าง ไปไหนก็ไม่ค่อยจะบอก ชอบผลุบๆโผล่ๆด้วยตัวเอง เวลาชวนไปทำภารกิจด้วยกันก็ไม่ค่อยอยากจะไป บางทีเขาก็ทำให้ฉันคิดว่าเขานี่แหละเป็นตัวอันตรายขนานแท้ แต่ในเวลาสำคัญก็ดันโผล่มาช่วยได้ทันเวลาตลอด ให้ตายเถอะ ไม่เห็นจะเข้าใจเลย!!

 

เอาเถอะ จะยังไงก็แล้วแต่ ลองไปถามคนที่พอจะสนิทกันดูก่อนก็แล้วกัน

 

พอคิดดังนั้นฉันจึงมุ่งหน้าไปยังห้องของเซอร์แวนท์ตนหนึ่งที่คิดว่าน่าจะสนิทสนมกับโฮล์มนิดหน่อย ฉันลงมือเคาะประตูเรียกอยู่สองสามครั้ง ไม่นานเจ้าของห้องก็เปิดออก ฉันต้องก้มมองผู้หญิงที่เป็นเจ้าของห้องนั่นเป็นเพราะว่าส่วนสูงของเธออยู่ต่ำกว่าระดับสายตาพอสมควร เธอคือ เฮเลน่า บราวาตสกี้ เธอมองฉันกลับด้วยสีหน้าฉงนเล็กน้อยเพราะพวกเราพึ่งจะแยกกันมาก่อนหน้านี้ไม่นาน

 

“มีอะไรเหรอมาสเตอร์?”

 

“เอ่อ... พอจะรู้ไหมคะว่าโฮล์มอยู่ไหน?”

 

“มิสเตอร์ซิกเกอร์สันน่ะเหรอ? ฉันไม่เห็นเขาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”

 

“ซิกเกอร์สัน?” ฉันทวนชื่อแปลกที่เธอเรียก เฮเลน่าร้อง‘อ๊ะ’ ขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะไขข้อข้องใจให้

 

“ขอโทษที่ทำให้สับสนนะ พอดีมันเป็นนามแฝงของเขาน่ะ ว่าแต่มีอะไรงั้นเหรอ?”

 

“คือว่าฉันจะเอาช็อคโกแลตให้เขาน่ะค่ะ...” ว่าแล้วฉันก็ยื่นห่อช็อคโกแลตสีแดงสดในมือให้ดู เฮเลน่าชะงักไปเล็กน้อยเหมือนนึกอะไรออก ท่าทีเปลี่ยนไป เธอดูกระอักกระอวน เริ่มหลบสายตาและเปลี่ยนเรื่องพูดคุย

 

“คือมันค่อนข้างจะพูดยาก... แต่ว่าฉันเองก็ไม่รู้จริงๆว่าเขาไปไหนเหมือนกัน ลองไปถามคนอื่นดูอีกทีนะ” เธอตัดบทสนทนาแล้วปิดประตูห้อง ทิ้งฉันให้ยืนคว้างคุยกับอากาศตามลำพังด้วยความงงงวยขั้นสุด

 

แล้ว… จะไปถามใครดีล่ะเนี่ย

 

ระหว่างที่กำลังมืดแปดด้านอยู่นั้นก็เหลือบไปเห็น เฟลกัส ที่กำลังเดินไปทางโรงอาหารพอดี ฉันจึงไม่ลังเลพุ่งตัวเข้าไปถามทันที

 

“คุณเฟลกัส พอจะเห็นโฮล์มบ้างไหมคะ?”

 

“โฮล์มหรอ? ข้าเห็นเขาอยู่นะเมื่อไม่นานนี้เอง แต่หมอนั่นเดินบ่นพึมพำอะไรอยู่คนเดียวไม่รู้ก็เลยไม่ได้เข้าไปทักน่ะ”

 

ฉันฟังไม่ผิดใช่ไหม เขาบอกว่าสวนไปไม่นานนี้แสดงว่าหมอนั่นต้องยังไปไหนไม่ไกลมาก ไม่ได้การล่ะ! ต้องรีบตามไปก่อนที่จะหายไปอีก

 

“ขอบคุณมากค่ะ!”

 

ฉันโค้งให้เล็กน้อย จากนั้นก็รีบวิ่งไปตามทางเดินที่ถึงจะมีกฎว่าห้ามวิ่งก็ตาม ก็ได้แต่ภาวนาให้ไม่มีใครเห็นจะได้ไม่ถูกลงโทษทีหลัง ไม่นานนักฉันก็มาถึงสุดทางของชั้นด้วยความหวังเต็มเปี่ยม

 

ฉันค้อมตัวยืนหอบอยู่หน้าห้องสมุด ไอร้อนจากร่างกายและเลือดลมที่สูบฉีดทำให้หัวใจเต้นแรงจนสะเทือนไปถึงในหู ให้ตายเถอะ ฉันเริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าฉันแค่เหนื่อยหรือกำลังตื่นเต้นที่จะให้ช็อคโกแลตทำมือนี่กับโฮล์มกันแน่

 

ไม่สิ ไม่ใช่! ฉันจะตื่นเต้นไปทำไม มันไม่ได้มีความหมายสำคัญอะไรสักหน่อย! ก็แค่ช็อคโกแลตตามมารยาทต่างหาก!

 

ฉันสูดหายใจเข้าออกลึกๆอย่างช้าๆ พยายามลดอาการประหม่าของตัวเองลงแต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย ทุกวินาทีที่ค่อยๆเลื่อนเปิดประตูหัวใจฉันก็เต้นแรงขึ้นทุกครั้งจนแทบกระเด็นออกมาจากในอก...

 

พระเจ้า... ยุบหนอ พองหนอ... เย็นไว้ ริทสึกะ ไม่เห็นมีอะไรให้เธอต้องตื่นเต้นสักนิด อีกฝ่ายก็แค่เซอร์แวนท์ที่ชอบเต๊ะท่าไปวันๆเท่านั้น... ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น

 

ฉันตัดสินใจเปิดประตูพรวดเข้าไปทีเดียวเพื่อให้ทุกอย่างจบสิ้นพร้อมกับตะโกนเรียกชื่อเขาออกไปสุดเสียง

 

“โฮล์ม!!”

 

ทว่าเสียงตะโกนนั้นกลับทำให้ทุกคนในห้องสมุดหันมามองฉันเป็นตาเดียว

 

เจกิลล์ ฮาน และเช็คสเปียร์หันมองหน้ากันไปมาสลับกับมองฉัน ทำนองว่า‘มาสเตอร์เป็นอะไรน่ะ’ แน่นอนว่ามันทำให้ฉันอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี แถมเจ้าตัวดีดันไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย!

 

นี่ฉันทำไปเพื่ออะไรเนี่ย!

 

“แหะๆ ขอโทษที่มารบกวนค่ะ”

 

ฉันรีบขอโทษแล้วเตรียมหนีออกจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด แต่เจกิลล์หลุดขำออกมาเบาๆ พร้อมพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงเจือขบขัน

 

“ขอโทษนะครับ แต่ว่ามิสเตอร์โฮล์มไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก ว่าแต่พวกคุณมีใครเห็นเขาบ้างไหม?”

 

เจกิลล์หันไปถามเพื่อนร่วมห้องอีกสองคน หนึ่งในนั้นตอบสวนมาทันควันแบบไม่ต้องคิดอะไรให้มากความเสียเวลา

 

“ไม่รู้ ไม่เห็น แล้วก็ไม่สนใจด้วย” ฮานกล่าวอย่างหงุดหงิด เพราะมันทำให้เขาเสียเวลาและสมาธิจากการอ่านหนังสือ ส่วนเช็คสเปียร์นั้นเลือกจะวางปากกาในมือแล้วทำท่านึกครึ้มเหมือนที่ชอบทำ คาดว่ากำลังจินตนาการถึงนิยายอะไรสักอย่างอยู่ ก่อนจะกล่าวอะไรที่ฟังชวนงงจนอยากขอฟังใหม่อีกรอบ

 

“ไม่มีสิ่งใดใหม่ภายใต้ตะวัน ทุกอย่างมันชัดเจนอยู่แล้วแต่ต้น”

 

“อ... อะไรนะคะ...”

 

พอฉันถามกลับไปแบบนั้น ทั้งสามคนกลับทำหน้าตาแปลกๆ โดยเฉพาะฮาน เขาดูจะอารมณ์เสียเอามากๆถึงขนาดสบถออกมาเป็นคำหยาบที่ออกอากาศไม่ได้ ขัดกับรูปร่างหน้าตาที่เหมือนเด็กประถม

 

“ไม่ได้เรื่อง! ไม่ได้เรื่องสุดๆ!” เขาปิดหนังสือเสียงดังสนั่นแล้วลุกขึ้นยืน ดวงตากลมโตทั้งสองข้างจ้องมาที่ฉันราวกับกำลังตำหนิติเตียนขนานใหญ่ “เป็นมาสเตอร์ประสาอะไรของเธอถึงไม่รู้จักกระทั่งคำพูดของเซอร์แวนท์!”

 

หะ...?

 

หมอนั่นเคยพูดอะไรแบบนั้นตอนไหนเหรอ?

 

ราวกับว่าฮานอ่านใจฉันออก เขาเกาหัวตัวเองด้วยท่าทีหงุดหงิดจนอยากจะเขวี้ยงทุกอย่างตรงหน้าให้หายขัดใจ และเริ่มร่ายยาวเป็นชุด

 

“ฟังนะ! ถึงฉันจะไม่ได้สนใจอะไรในตัวนักสืบนั่นนักหนาแต่กับแค่หนังสือเกี่ยวกับเชอร์ล็อคโฮล์มน่ะหามาอ่านซะบ้างสิยัยเบื๊อก! เธอคิดว่าคนอย่างหมอนั่นมันเข้าใจง่ายนักรึไง เธอควรจะศึกษาคนผ่านเรื่องราวของพวกเขาบ้าง ไม่ใช่สักแต่ว่า‘ไว้มาทำความรู้จักกันในคาลเดียหลังอัญเชิญออกมาก็ได้’ แบบนั้นมันใช้ได้ที่ไหนกันหะ!!!”

 

บรรยากาศในห้องตึงขึ้นมาทันตา ฮานหอบแฮ่ก ในขณะที่ฉันได้แต่ยืนทำตาปริบๆ ทุกอย่างที่เขาพูดไม่มีผิดไปเลยแม้แต่นิดเดียว ฉันเป็นอย่างที่เขาว่าเพราะงั้นถึงได้ไม่รู้ว่าเซอร์แวนท์ของตัวเองคิดอะไร ไปที่ไหน หรือต้องการอะไร

 

เจกิลล์เหลือบมองเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือมาหา แต่ฉันถอยเท้าออกมาให้พ้นจากระยะ มันทำให้เขาต้องชักมือกลับแล้วเปลี่ยนเป็นลูบท้ายทอยตัวเองไปมา เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงในสถานการณ์แบบนี้ เช็คสเปียร์ที่ดูจะเป็นคนที่มีวาทศิลป์และทักษะการโน้มน้าวเลือกจะเป็นคนไกล่เกลี่ยทุกฝ่าย เขาหัวเราะออกมาเหมือนเช่นทุกครั้ง

 

“น่าๆ เรื่องแบบนี้มันคือความโรแมนติกส่วนบุคคล” เขาตบบ่าฮานเต็มแรงจนคนตัวเล็กกว่าเซถลาพร้อมพูดต่อ “มาสเตอร์เองก็มีวิธีทำความสนิทกับเซอร์แวนท์ของตัวเองนายเองก็น่าจะเข้าใจไม่ใช่เหรอ?”

 

ฮานจิปากแล้วเลือกจะเดินหนีไปยังด้านในสุดของห้องสมุดเพื่อตัดความรำคาญทั้งหมด

 

“ขอโทษด้วยนะมาสเตอร์ แต่พวกข้าไม่มีใครเห็นโฮล์มหรอก เขาไม่ได้มาที่นี่หลายวันแล้ว” เช็คสเปียร์หันมาขอโทษฉัน ถึงน้ำเสียงจะฟังดูเป็นปกติแต่ว่าความกังวลฉายออกมาทางสีหน้าชัดเจน

 

“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะลองไปหาเขารอบๆอีกทีนะคะ”

 

ฉันโค้งให้แล้วหมุนตัวกลับมาทางประตู จังหวะที่กำลังก้าวเท้าออกไปนั้นเช็คสเปียร์ก็บอกบางอย่างเพิ่ม

 

“นี่คุณหนู ทำไมไม่ลองไปที่ห้องควบคุมดูล่ะ แบบประมาณว่านิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวน่ะ”

 

นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวเหรอ... คงไม่หรอกมั้ง... แถมดาวินชีเองก็บอกว่าไม่เห็นโฮล์มด้วยเหมือนกัน

 

ฉันเดินคอตกกลับไปทางห้องของตัวเองพลางมองห่อช็อคโกแลตในมือที่เปียกเหงื่อและยับยู่ยี่หมดสภาพ ก่อนจะยัดตัวเองลงซอกกำแพงเล็กๆ ทำไมฉันต้องวิ่งตามหาเขาเหมือนคนบ้าขนาดนี้ด้วย... แค่ช็อคโกแลตวาเลนไทน์ตามมารยาทฉันไม่ต้องให้ก็ได้ เขาไม่มีสิทธิ์มาโกรธอะไรฉันสักหน่อย ก็ตัวเองดันไม่อยู่ที่คาลเดียเองนี่ บ้าเอ้ย...! แล้วทำไมน้ำตางี่เง่านี่ต้องไหลออกมาด้วย ไม่เห็นจะเข้าใจเลย ฉันไม่ได้เสียใจอะไรสักหน่อย ไม่เลยสักนิด! ฉันแค่เหนื่อยเท่านั้นเอง

 

หรือว่าที่จริงแล้วหมอนั่นตั้งใจจะหลบหน้าฉันอยู่กันแน่นะ...
 

 

ระหว่างที่คิดเรื่องของโฮล์มไปพลาง จู่ๆคำถามหนึ่งที่เขาเคยถามผุดขึ้นมาในหัว

 

‘สีของเธอคือสีอะไร’

 

ทั้งใบหน้า น้ำเสียง ท่าทาง ทุกอย่างยังคงชัดเจนราวกับเป็นเรื่องเมื่อวาน ฉันไม่เข้าใจคำถาม ไม่สิ จะพูดให้ถูกคือ ไม่เคยเข้าใจอะไรเลยสักอย่างเกี่ยวกับตัวเขาต่างหาก ในขณะที่โฮล์มกลับรู้จักฉันดีกว่าตัวเองซะอีก ไม่เว้นกระทั่งเรื่องที่เขาเป็นคนที่ฉันต้องการมากกว่าใครทั้งหมด...
 

“รุ่นพี่ทำอะไรอยู่หรือคะ?”
 

เสียงหวานดังเรียกออกจากหลุมความคิดทำให้ฉันต้องรีบปาดน้ำตาออกลวกๆ ก่อนจะผุดลุกพร้อมยิ้มกลบเกลื่อน
 

“พอดีฉันเมื่อยน่ะเลยนั่งพักแปปนึง ว่าแต่กำลังจะไปไหนหรอมาชู” ฉันมองไปที่กล่องอะไรบางอย่างในมือเธอ
 

“นี่น่ะเหรอคะ?” เธอชูกล่องในมือให้ดูแล้วพูดด้วยท่าทางน่ารัก “พอดีฉันจะเอาช็อคโกแลตไปให้คุณพ่อค่ะ ของรุ่นพี่ก็มีนะคะ ฉันวางไว้ให้ที่ห้องแล้ว”
 

“อื้ม ขอบใจนะ” ฉันยิ้มให้พร้อมกับเอื้อมมือไปลูบศีรษะเธอเป็นรางวัลเล็กน้อย แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่ออยู่ดีๆมาชูก็พูดชื่อโฮล์มขึ้นมา
 

“จริงด้วย! ฉันได้ยินมาจากคนอื่นๆว่ารุ่นพี่ตามหาคุณโฮล์มอยู่”
 

“อืม ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ฉันว่าจะกลับห้องแล้ว”
 

“ไม่ได้นะคะ! ก็เพราะเป็นคนสำคัญไม่ใช่เหรอคะ!?”
 

“ก็ฉันไม่รู้นี่ว่าหมอนั่นอยู่ไหน อีกอย่าง นี่มันก็ดึกมากแล้ว วันนี้ฉันเหนื่อยมากๆเลย” ฉันเหนื่อยมากจริงๆ และอยากกลับห้องตัวเองไปพักผ่อนให้เร็วที่สุด พรุ่งนี้ต้องออกไปทำภารกิจอีก เฮ้อออออ อยากหยุดต่อสักพักแท้ๆ
 

มาชูกอดอกพลางพยักหน้าแทนการบอกว่า ‘เข้าใจแล้วค่ะ’ ก่อนจะพูดในสิ่งที่ฉันไม่คาดฝันว่าจะได้ยิน
 

“ก่อนหน้านี้ฉันเจอคุณโฮล์มที่ห้องควบคุมค่ะ”
 

“ห้องควบคุม? จะเป็นไปได้ไงก็ดาวินชีบอกว่า—” ไม่ทันพูดจบประโยคมาชูก็พูดแทรกขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
 

“ฉันขอยืนยันว่าฉันเจอเขาที่นั่นจริงๆค่ะ ที่เหลือก็แล้วแต่รุ่นพี่แล้วว่าเอายังไงต่อ ถ้ายังไงฉันขอตัวไปหาคุณพ่อก่อนนะคะ” มาชูส่งยิ้มหวานให้แล้วเดินจากไป
 

 

ห้องควบคุมเหรอ... หรือว่าหมอนั่นอาจจะเรย์ชิพกลับมาหลังจากที่ฉันออกมาจากห้องก็ได้ ก็คงมีแต่ต้องไปลองไปดู อีกสักนิดละกัน ถ้าไม่เจอก็เอาไว้หาโอกาสให้เขาในปีหน้าแทน
 

 

ฉันเดินกลับมาที่ห้องควบคุมอีกครั้งหลังจากวิ่งวุ่นไปทั่วคาลเดียทั้งวันจนขาล้า เมื่อเปิดประตูออกสายตาก็ปะทะกับร่างของดาวินชีที่ยังคงนั่งอยู่ในตำแหน่งเดิมพร้อมหนังสือในมือไม่ไปไหน เป็นภาพเดียวกันกับตอนที่ฉันออกไปเช้า
 

“โฮล์ม...” ฉันเรียกชื่อเบาๆ พร้อมกับปิดประตูห้อง ดาวินชีละสายตาจากหนังสือ มือข้างหนึ่งยกขึ้นขยับแว่นตาแล้วจ้องมองมาทางฉันเล็กน้อย
 

“ในที่สุดก็กลับมาสักทีนะ” เธอพูดเนิบๆ พลางลุกจากเก้าอี้ตัวนั้นเดินมาหยุดยืนประจันหน้า ฉันพยายามกวาดตามองไปทั่วห้องเพื่อหาโฮล์มต่อ แต่ไม่ว่ายังไงในห้องนี้ก็ไม่มีคนอื่นเลยนอกจากพวกเราสองคน
 

“อย่าบอกนะว่า…”
 

“ใช่แล้ว ฉันเอง” เขาหัวเราะชอบใจแล้วค่อยๆลอกหน้ากากยางออก ใบหน้าหวานของดาวินชีกลับเป็นหน้าคมสันของโฮล์มเป็นที่เรียบร้อยในแบบที่ยังสวมชุดกระโปรงอยู่ เขาเสยผมที่ลงมาปรกหน้าขึ้น ดวงตาคมสีเขียวมองฉันด้วยหางตาชี้ๆพร้อมกับมอบรอยยิ้มมุมปากแสนเจ้าเล่ห์ ทั้งหมดนั่นมันทำให้ฉันรู้สึกอยากปล่อยหมัดใส่เขาสักตุ้บสองตุ้บให้หายแค้น
 

“โธ่เอ้ย! อยู่ที่นี่ก็น่าจะบอกกันตั้งแต่แรก! เอ้า! เอาไป” ฉันยัดห่อช็อคโกแลตยับยู่ยี่ใส่มือเขา โฮล์มเลิกคิ้วสูงมองสิ่งที่อยู่ในมือตนราวกับกำลังถามว่า เจ้าก้อนนี่มันคืออะไรกันแน่
 

“ช็อคโกแลตน่ะ” พอฉันบอกไป โฮล์มก็ทำการแกะห่อกระดาษสีแดงออก ฉันพยายามใช้หางตาดูว่าสภาพมันเป็นยังไงบ้าง จากที่คิดช็อคโกแลตน่าจะละลายจนเสียรูปร่างไปหมดแล้ว เนื่องจากอยู่ในมือฉันที่วิ่งไปวิ่งมาทั้งวัน
 

และแน่นอนว่ามันเป็นอย่างที่คิด เจ้าก้อนสี่เหลี่ยมนั่นกลายเป็นก้อนอะไรก็ไม่รู้ที่ดูแฉะๆเละๆเหนอะหนะน่าขนลุก
 

“จะทิ้งไปก็ได้นะ” ฉันบอกเขาแต่โฮล์มกลับไม่พูดอะไร ก่อนจะใช้ปลายลิ้นตวัดช็อคโกแลตบนห่อขึ้นมากินโดยไม่ใช้มือหยิบเพราะเขาสวมถุงมือสีขาวอยู่ จากนั้นก็เลียริมฝีปากตนและจงใจมองมาทางฉันอย่างมีเลศนัยน์ เล่นเอารู้สึกร้อนวาบไปทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ

 

ให้ตายเถอะ ทำไมหมอนี่ถึงได้ร้ายกาจได้ขนาดนี้กันนะ!
 

เขาพับห่อช็อคโกแลตเป็นชิ้นเล็กๆแล้วเก็บมันใส่กระเป๋าเสื้อ ก่อนจะหันไปหยิบหนังสือบนโต๊ะที่อ่านตั้งแต่เช้าแล้วยื่นมันมาตรงหน้า

 

“เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเอานี่ไปสิ”

 

ฉันรับไว้พลางพลิกสำรวจไปมา บนหน้าปกมีชื่อเรื่องเขียนด้วยตัวหนังสือสีแดงสดว่า 'A Study in Scarlet' สภาพดูค่อนข้างเก่าพอสมควรทีเดียวเพราะรูปเล่มยังเป็นแบบเย็บด้วยเชือกอยู่เลย
 

“ขอเอาชื่อเชอร์ล็อคโฮล์มรับประกันว่า นี่คือ ‘คดีแค้นรักสีเลือด’ ฉบับพิมพ์แรก ถ้าไม่แน่ใจจะลองเอาไปให้ มิสมาร์ชเช็คดูก็ได้ เธอคนนั้นน่าจะรู้จักดี”
 

เห... หนังสือเชอร์ล็อคโฮล์มฉบับพิมพ์แรกงั้นเหรอ… หมอนี่ก็ช่างสรรหาของแบบนี้มาจริงๆ ตอนวันเกิดก็ทีนึงแล้ว ฉันจำได้ว่านิยายเล่มนั้นสนุกจนแทบวางไม่ได้เลย
 

“ถือว่าแทนคำขอโทษที่ทำให้วิ่งไปมาทั้งวันแล้วกันนะ”
 

“ใช่! นายทำให้ฉันต้องวิ่งหัวปั่นไปทั้งวัน!!”
 

ฉันโวยวายใส่ทันทีที่พึ่งนึกถึงเรื่องร้ายกาจที่เขาทำในวันนี้ได้ โฮล์มหัวเราะเสียงดังจนตาหยี ก่อนจะยื่นมือมายีผมและไม่วายดึงยางรัดผมออกทำให้ช่อผมของฉันหลุดลุ่ยลงมาจนยุ่งไปหมด
 

“แต่ยังไงก็ขอบคุณนะ...” ฉันยิ้มให้เขาบางๆ ก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่นเพื่อซ่อนความอายเอาไว้ ฉันรู้ตัวว่าหน้าฉันต้องกำลังแดงเอามากๆ c]tในจังหวะที่ไม่ทันตั้งตัว โฮล์มก็ขยับเข้ามาใกล้แล้วใช้มือข้างหนึ่งเสยผมม้าที่ปรกหน้าฉันขึ้น ก่อนจะทาบริมฝีปากบนหน้าผาก จากนั้นก็เลื่อนลงมากระซิบที่ข้างหู
 

“ด้วยความยินดี”

 

!!!!!!!!!!!!!!!
 

เขาทิ้งท้ายไว้อย่างร้ายกาจก่อนจะเดินออกจากห้องไปทิ้งฉันให้ยืนตัวแข็งค้างสติหลุดอยู่คนเดียว ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากราวกับความฝัน แต่สัมผัสอุ่นๆจากริมฝีปากของเขาที่ยังติดอยู่มันช่วยยืนยันว่า มันคือเรื่องจริง
 

เจ้าบ้านี่... แล้วแบบนี้จะไม่ให้ฉันชอบนายได้ยังไงกันเล่า อิตานักสืบนิสัยเสีย!!!

 


--- END ---

 

 

 

 


 

ผลงานอื่นๆ ของ Exorcist_Scarlet

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 หมูหยอง
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:56

    เข้าใจฟิลหมุนกาชาหาเซอร์ของไรท์เลย

    #1
    0