ก้าวสู่การเป็นนักเขียน

ตอนที่ 90 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,879
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ม.ค. 51


นิยายส่วนใหญ่  เท่าที่เห็น  มักจะข้ามฉากเหล่านี้ไป  เปลี่ยนเป็นการบรรยายโดยรวม
เพราะถ้าจะให้เขียนบอกว่า  สเต็บที่หนึ่งทำท่าแบบไหน  สเต็บที่สองทำท่าแบบไหน
คงเป็นเรื่องยาก  แล้วคนอ่านคงงงมากๆ ด้วย
ทีนี้  ในนิยายของกรเอง  เรื่อง  วีรบุรุษสุดขอบฟ้า  ๒  ที่กำลังเขียนอยู่
วางเรื่องไว้ว่า  จะมี  ฉากรำดาบ  ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวสกายเรี่ยน

กรเคยคิดท่าทางเล่นๆ ตอนยังไม่ได้เริ่มเขียนว่า  ท่ารำดาบต้องเป็นแบบนี้ ๆ ๆ ๆ ๆ

แต่พอถึงคราวที่ต้องลงมือเขียนแล้ว   ก็พยายามบรรยายให้ละเอียด
และพอเขียนจบฉากนั้น  มาลองนั่งอ่าน  ปรากฏว่า  ตัวเราเองเข้าใจ  แต่ไม่รู้คนอ่านจะงงไหม
( คิดว่า  งง  แน่นอน ! - ฟันธง  ฟันธง  ฟันธง  -  นิยมใช้กันจริง  คำนี้  ใช้มั่ง )

ขออนุญาตหยิบยกฉากนั้นมาให้อ่าน

เป็นฉากที่  เซน  กำลังสอน  ซึกิ  นักเรียนชาวต่างอาณาจักร  รำดาบระดับที่หนึ่ง  ซึ่งบรรยายไว้ดังนี้
"  ซึกิวาดดาบด้วยมือข้างขวาชี้ปลายดาบตรงไปทางขวามือเหยียดจนสุดแขน  ก่อนชักกลับเฉียงดาบลงข้างลำตัวฝั่งตรงข้ามพร้อมหมุนตัวเคลื่อนไปทางซ้ายรอบหนึ่งแล้วเฉียงดาบลงทางข้างตัวด้านขวาพร้อมกางขาออกตามธรรมชาติ  เขากลับหลังหันวาดดาบเฉียงขึ้นออกไปทางขวามือซึ่งก็คือทางด้านซ้ายของเมื่อสักครู่อย่างอ่อนช้อย  ก่อนวาดดาบลงทายังทิศทางตรงข้ามด้วยท่ายืนแบบเดิมและดีดขาลอยตัวขึ้นไปบนอากาศอ้อมปลายดาบเป็นวงกลมสามร้อยหกสิบองศา  เขายกดาบเฉียงขึ้นอีกครั้ง  ชักกลับให้ปลายดาบชี้ไปทางซ้ายมือ  เขาวาดดาบลงเฉียงไปทางด้านล่างซ้าย   ก่อนถีบเท้าลอยตัวขึ้นบนอากาศเป็นวงกลมอีกหนึ่งรอบ  เขายืนกางขาหันมาทางผม  วาดดาบไปทางขวามือสุดแขน  แล้วชักดาบกลับมาขนาดกับพื้นดินสูงระดับอกพร้อมใช้มือซ้ายจับปลายดาบ  ก่อนโค้งคำนับ "
ขอคำแนะนำจากชาวเจเจว่า  เขียนแบบนี้จะงงไหม
แล้วทำอย่างไรให้เขียนได้เข้าใจง่าย  เห็นภาพ  และผู้อ่านไม่อ่านแล้วงงไปกว่านี้


( เพิ่มเติม )

พอเขียนจบ  ลองนึกดู  มีนิยายใกล้ตัวเรื่องหนึ่ง  ( มันวางอยู่ตรงโต๊ะข้างๆ คอม )
ก็มีฉากบรรยายทำนองนี้อยู่  แต่นั้นคือ  การแข่งขันควิดดิช  ของ  แฮร์รี่  พอตเตอร์
เจเคสามารถอธิบายการแข่งขันได้โดยที่คนอ่านอ่านแล้วเห็นภาพ  ไม่งง
โดยเฉพาะตอน  ควิดดิชนัดชิงแชมป์  ของเล่มสาม  ซึ่งส่วนตัวกรคิดว่าเป็น
การแข่งขันควิดดิชที่มันที่สุด  เจเค  อธิบายฉากนั้น  โดยใช้  " - - "  การเปลี่ยน
การบรรยายท่าในสเต็บต่อไป  ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยให้คนอ่านอ่านเข้าใจขึ้นรึเปล่า  ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ

ลองดู  ... 

"  ซึกิวาดดาบด้วยมือข้างขวาชี้ปลายดาบตรงไปทางขวามือเหยียดจนสุดแขน  - -  ก่อนชักกลับเฉียงดาบลงข้างลำตัวฝั่งตรงข้ามพร้อมหมุนตัวเคลื่อนไปทางซ้ายรอบหนึ่งแล้วเฉียงดาบลงทางข้างตัวด้านขวาพร้อมกางขาออกตามธรรมชาติ  - -  เขากลับหลังหันวาดดาบเฉียงขึ้นออกไปทางขวามือซึ่งก็คือทางด้านซ้ายของเมื่อสักครู่อย่างอ่อนช้อย  - -  จากนั้นเขาวาดดาบลงทายังทิศทางตรงข้ามด้วยท่ายืนแบบเดิมและดีดขาลอยตัวขึ้นไปบนอากาศอ้อมปลายดาบเป็นวงกลมสามร้อยหกสิบองศา  - -  เขายกดาบเฉียงขึ้นอีกครั้ง  ชักกลับให้ปลายดาบชี้ไปทางซ้ายมือ  - -  เขาวาดดาบลงเฉียงไปทางด้านล่างซ้าย  - -   ก่อนถีบเท้าลอยตัวขึ้นบนอากาศเป็นวงกลมอีกหนึ่งรอบ  - -  เขายืนกางขาหันมาทางผม  - -  วาดดาบไปทางขวามือสุดแขน  - -  แล้วชักดาบกลับมาขนาดกับพื้นดินสูงระดับอกพร้อมใช้มือซ้ายจับปลายดาบ  - -  จากนั้นเขาก็โค้งคำนับ "


แต่ก่อนอื่นก็ขอออกตัวว่า ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการบรรยายสักเท่าใดเลย โดยเฉพาะพวกฉากต่อสู้ หรือการร่ายรำท่าเต้นต่างๆ เพราะโดยส่วนตัวแล้ว เวลาอ่าน จะไม่ค่อยชอบอ่านฉากพวกนี้แบบยาวๆ ดังนั้นเวลาเขียน จึงพยายามใส่ให้น้อย บรรยายแบบรวบรัด แต่ให้มองเห็นภาพ ซึ่งบางครั้ง อาจจะต้องใช้เสียง คำสนทนา หรือ การเปรียบเทียบเข้ามาในการบรรยาย ทั้งนี้สิ่งที่คำนึงถึงที่สุดก็คือ

1. คนอ่านมองเห็นภาพ
2. คนอ่าน..ไม่เบื่อ

ดังนั้น..เลยเข้าไปคุยเขี่ยหา ฉากบรรยายการต่อสู้พวกนี้ จากเรื่องที่เขียนไว้ มันไม่ค่อยดีนักหรอกนะ แต่เอามาให้ดู เผื่ออาจจะมีจุดดีให้สังเกตเป็นตัวอย่าง และจุดเสียให้เห็นเพื่อหลีกเลี่ยง

ส่วนใหญ่จะเจอในนิยายกำลังภายในอ่ะนะ

..............................


ตัวอย่างที่ 1 จากเรื่อง "มังกรเจ้าปฐพี"

นางเซียนปีศาจหยกในใจแม้ตื่นตระหนก หากความหวาดหวั่นพลันแปรเปลี่ยนเป็นโทสะ กระชากเสียงเกรี้ยวกราด

" คร่ากุมให้ได้ ปลิดศีรษะมันลงมา.."

ในเสียงตวาดดัง สะบัดแพรยาวที่ปลายด้านหนึ่งผูกติดด้วยมีดพุ่งแหวกฝ่าอากาศ จู่โจมเข้าหาเจ้าเล้งอ๋องดุจงูสายฟ้า เจ้าเล้งอ๋องย่อตัววูบ กลิ้งเบี่ยงไปด้านข้างทอดหนึ่ง ปาดฝ่ามือกระแทกใส่บริวารชุดเทาซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด ผลักเข้าหาคมมีดใช้ร่างเลือดเนื้อของมันรับมีดบินของนาง จากนั้นม้วนตัวไปกับพื้นอีกครา ยื่นมือตะปบกระบี่ที่บริวารชุดเทาผู้เคราะห์ร้ายเมื่อครู่ทำตกไว้บนพื้น สะบัดกระบี่ฟันสังหารบริวารชุดเทาอีกสองคนล้มลง ค่อยหันไปร้องบอกบุตรชาย

" เซี่ยวม้อ…รีบหนีไปก่อน.."

เพิ่งขาดคำ ข้างหูได้ยินเสียงแหลมเล็กดังหวืดหวือเข้ามาใกล้ ประกายมีดวาววับสะท้อนเข้าสู่คลองจักษุ นางเซียนปีศาจหยกมิยอมปล่อยโอกาสให้เขาตั้งตัวแม้แต่น้อย ซัดแพรซ่อนมีดจู่โจมเข้ามาอีกครั้ง


จะเห็นว่าอากัปกิริยา การต่อสู้การรับมือ การใช้กระบวนท่าของพระเอก จะบรรยายแค่กว้างๆ เพื่อให้คนอ่านจินตนาการเอาเอง ซึ่งหากคนอ่านเป็นคอกำลังภายใน และเคยดูหนังกำลังภายใน ในจินตนาการจะเหนภาพการต่อสู้ที่มากกว่าที่บรรยาย แต่หากคนอ่านไม่เคยดูหนังมาก่อน ก็จะแค่พอทราบว่า มันเกิดอะไรขึ้นตอนนั้น ซึ่งไม่ได้บรรยายมากจนเกินไป จนคนอ่านรู้สึกมึนและเบื่อ

.............................................



ตัวอย่างที่ 2 อีกตอนหนึ่งจากเรื่อง "มังกรเจ้าปฐพี" เหมือนกัน

เซียงกัวอิดกุนรับกระบี่มาถือไว้ หางตาลอบเหลือบมองเจ้าเล้งอ๋องแว่บหนึ่ง จากนั้นค่อยสะบัดกระบี่ร่ายรำเพลงกระบี่เอกยุทธท่าที่หนึ่งออกมา

เห็นกระบี่ขยับกรีดกรายดุจท่าผีเสื้อขยับปีก พลิ้วไปพร้อมกับท่าร่างที่เคลื่อนไปมาในตำแหน่งมุมสามเส้า เท้ามือลำตัวล้วนขยับประสานลงจังหวะกันอย่างรัดกุม นี่เป็นเพียงกระบวนท่าแรก ทั้งยังไร้พลังภายในแฝงใดใดก็ยังก่อกวนนัยน์ตาผู้คนจนพร่าลาย ถึงกับสะกดคนชุดดำจนยืนจ้องดูด้วยความตื่นเต้นสนใจอย่างมิยอมให้อากัปกิริยาใดคลาดสายตา

เซียงกัวอิดกุน ร่ายรำอย่างแช่มช้าต่อไปอีกสองกระบวนท่า คล้ายจงใจคล้ายไร้เจตนา สองเท้าเคลื่อนคล้อยหมุนกายเข้ามา ยิ่งมายิ่งขยับเข้าใกล้ร่างที่ถูกพันธนาการของเจ้าเล้งอ๋องและดาวมารแดง หากสายตาของคนชุดดำจับจ้องสนใจอยู่ที่การเคลื่อนไหวมือเท้าและปลายกระบี่ของมัน ทั้งยังเชื่อมั่นว่ามันมิกล้าเล่นลวดลายใด ดังนั้นจึงปล่อยให้มันเคลื่อนไหวโดยไม่ขัดขวางห้ามปราม

ทว่าทันใดนั้นเอง.. เด็กน้อยผู้นี้พลันกระทำบางสิ่งที่ไม่ว่าผู้ใดก็คาดคิดไม่ถึง !

เห็นกระบี่เหล็กพลันเปล่งประกายวาบเจิดจ้าขึ้น รุ้งสีขาวลากพุ่งออกจากปลายกระบี่ฟันใส่โซ่ตรวนหนาห้าหุนที่ผูกยึดข้อมือเจ้าเล้งอ๋องขาดสะบั้นปลดปล่อยคนเป็นอิสระ

และก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะทรุดลงกับพื้น เซียงกัวอิดกุนสะกิดเท้าหมุนตัววูบสะบัดส่งพลังฝ่ามือหนุนเนื่องฝ่าอากาศตบคลายจุดให้กับเขา

กระบี่เหล็กย่อมไม่สามารถฟันโซ่เหล็กหนาห้าหุนขาดสะบั้น ยกเว้นถูกส่งเสริมด้วยพลังภายในอันแข็งแกร่ง..!

เซียงกัวอิดกุนถึงกับเกร็งพลังสามสุดยอดขึ้นเต็มที่ บังคับลมปราณกระบี่ฟันโซ่ตรวนให้กับเขา แล้วยังใช้ฝ่ามือตบคลายจุดแต่ไกล นี่ถึงกับเป็นฝีมืออันน่าแตกตื่นสะท้านแผ่นดินเพียงไหน ทั้งหมดลงมืออย่างรวดเร็วสะกดคนชุดดำจนตะลึงลานกับที่ มิทันยื่นมือสะกัดขัดขวางได้

อันนี้เจตนาบรรยายชัดถึงอากัปกิริยาตอนร่ายรำกระบี่ของเซี่ยวม้อ ทั้งนี้เพราะมันมีความสำคัญในฉากนั้น เพราะการร่ายรำกระบี่นี้ จงใจร่ายรำเพื่อหลอกล่อฝ่ายตรงข้ามให้มอง "เพลงกระบี่" จากนั้นฉกฉวยโอกาสที่อีกฝ่าย เผลอมองเพลิน ฟันโซ่ช่วยเหลือพ่อที่ถูกจับมัดไว้ แต่เพื่อไม่ให้คนอ่านรู้สึกเบื่อ หรือรำคาญตอนอ่าน เพราะหากบรรยายละเอียดว่า สะบัด..เหยียด.. ชี้ แทง กระบี่อย่างไร ก็ใช้การบรรยายแบบกว้างๆเชิงเปรียบเทียบ เช่น " เห็นกระบี่ขยับกรีดกรายดุจท่าผีเสื้อขยับปีก พลิ้วไปพร้อมกับท่าร่างที่เคลื่อนไปมาในตำแหน่งมุมสามเส้า เท้ามือลำตัวล้วนขยับประสานลงจังหวะกันอย่างรัดกุม" ให้คนอ่านจินตนาการเอามากกว่า เป็นต้น

..............................................


ตัวอย่างที่ 3 จากเรื่อง "เทพบุตรผู้พิชิต"

หึ หึ …….!

เสียงหัวเราะในลำคอเย็นยะเยือกของใครบางคนที่ลอยมาจากบนกำแพง ปลุกสติของชายหนุ่มจนสะท้านตื่นจากภวังค์

เขาเงยหน้าขึ้นบนนั้นอีกครั้ง เป็นเวลาเดียวกับร่างสีดำของคนผู้นั้นทะยานลงมาจากกำแพง เหมือนเหยี่ยวดำตัวใหญ่ที่ร่อนโฉบลงมา หยั่งสองเท้าลงแตะพื้นด้วยท่าร่างอันสวยงาม

“ แกเป็นใคร ? ”

ชายหนุ่มเพ่งตามองอีกฝ่ายซึ่งยังไม่อาจบ่งชัดว่าเป็นมิตรหรือศัตรู เห็นฝ่ายตรงข้ามมีรูปร่างโปร่งสันทัด แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตและกางเกงสีดำทั้งชุด สวมหน้ากากปิดบังใบหน้าดูลึกลับ เพียงดูจากท่าทางการเคลื่อนไหวอันแคล่วคล่องปราดเปรียว ที่พลิ้วตัวลงมาจากบนกำแพงสูงก็ดูออกว่า ผ่านการฝึกฝนวิชาการต่อสู้มาจนอยู่ในระดับยอดฝีมือคนหนึ่ง

“ ไม่อยากเชื่อ… งานชิ้นแรกในฮ่องกง ของนักเรียนระดับเกรดเอจากสถาบันเอซีไอ คือช่วยเด็กหญิงจับลูกแมว ประสบผลยอดเยี่ยมๆ ”

พูดพลางก็ปรบมือชมเชย

เจิ้งอี้เซินรู้สึกจิตใจเขม็งตึงเครียด ! ....เรื่องการแอบเข้าเรียนในสถาบันเอซีไอเป็นเรื่องที่ถูกปกปิดไม่ให้ทางบ้านรู้ แล้วคนผู้นี้เป็นใครถึงได้รู้จักเขาขนาดนี้ ....อย่าแต่รูปร่างและน้ำเสียงอีกฝ่ายยิ่งดูยิ่งฟังชักคุ้นๆแฮะ

กระชากหน้ากากมันลงมาก็คงรู้เอง !

สมองพอสั่งการเช่นนั้นมือก็ฉกปราดจู่โจมออกไปทันที คนชุดดำเบี่ยงตัวหลบอย่างว่องไว เหมือนสามารถคำนวณออกทุกกระบวนท่าการจู่โจมของเขา จึงตั้งรับมือไว้อย่างมั่นคง

หากน่าเสียดาย… ที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ทันนึกถึงท่าไม้ตายสุดท้ายของเขา

ชายหนุ่มพลิกข้อมือขวาหงายขึ้นพลางเสือกมือออกไปข้างหน้า เส้นไหมบางเบาสีขาวเล็กๆสิบกว่าเส้น…ถูกยิงออกจากสายคาดบนข้อมือพุ่งเข้าหาคนชุดดำ โอบตวัดรัดร่างของอีกฝ่ายไว้

“ เฮ้ย….อะไรวะเนี่ย ? ”

เสียงอุทานแบบ ‘เก๊กหลุด’ ดังลั่น พอท่าทางเย็นชานั้นสลายตัว เขาก็เดาออกทันทีว่าคนผู้นี้เป็นใคร ใบหน้าสง่างามคลายความตึงเครียด ปรากฏรอยยิ้มสะใจแต้มบางๆขึ้นมุมปาก

ร่างสูงพุ่งเวียนไปรอบๆคนชุดดำสองสามรอบ พาเอาไยไหมโอบรอบรัดร่างนั้นไว้แน่น อย่าได้เห็นว่าไยไหมนี้บอบบาง หากแต่มันสร้างขึ้นมาจากไยสังเคราะห์ที่เหนียวแน่นพอๆกับลวดสลิง แต่ทว่าบางและเบาเหมือนปุยฝ้าย ลำพังเรี่ยวแรงคนต่อให้แข็งแกร่งสักเพียงไหน แต่ก็อย่าหมายว่าจะกระชากดึงให้ขาดได้

คนผู้นั้นพลาดท่าถูกมัด.. สองมือไม่อาจขยับเคลื่อนไหว

เจิ้งอี้เซินเคลื่อนตัวมาเบื้องหน้าอีกฝ่ายอีกครั้ง ยื่นมือออกปลดหน้ากากใบนั้นลงมาอย่างง่ายดาย

แล้วใบหน้าคมคายแจ่มใส ที่กำลังแสยะปากทะเล้นใส่เขาของฝ่ายตรงข้ามก็ปรากฏแก่สายตา... คนชนะถึงกับถอนใจเฮือก.. ก่อนจะใช้หน้ากากใบนั้นเคาะใส่หัวคนตรงหน้าอย่างสนิทสนม

“ เฮ่อ… ชินตะ… ไอ้บ้าเอ๊ย...ฉันนึกแล้วว่าต้องเป็นนาย ”


อันนี้ก็เป็นการบรรยายการต่อสู้ประลองยุทธ แบบใช้สิ่งแวดล้อมและความคิด ความรู้สึกของตัวละคร เข้ามาบรรยายแทนการบรรยายแบบตรงๆ ว่าตัวละครสู้กันยังไง

602 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 ธันวาคม 2552 / 21:57

    ที่แท้ -- สไตล์ Dr.Pop มาจาก ป้าเจเคนี่เอง =[]=!!

    #421
    0