ก้าวสู่การเป็นนักเขียน

ตอนที่ 86 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,067
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 พ.ย. 50


Q : สืบเนื่องจากกระทู้  สารพันข้อสังเกตเกี่ยวกับนิยายในช่วงๆ นี้  เรื่องนามปากกา ทำให้อยากขอความแนะนำจากพี่ๆค่ะ ความจริงพร่างคิดเรื่องนี้อยากมีนามปากกาที่จะอยู่กับตัวไปตลอดมานานแล้ว แต่ไม่ทราบว่าจะทำยังไงดี เพราะรู้สึกไม่มั่นใจว่าแค่"ชื่อๆนึง"ที่เราชอบ หรือต้องสื่อถึงอะไรบ้าง?

ยอมรับว่ายังมองไม่ออกค่ะว่าชื่อแบบไหนสื่อถึงนิยายแนวไหน เพราะเพิ่งเริ่ม(ชอบ)อ่านหนังสือจริงๆจังๆมาได้ไม่กี่ปี (ประมาณสามปีเห็นจะได้) และไม่เคยใส่ใจเรื่องนามปากกาของคนเขียนเลยว่าให้ความรู้สึกเกี่ยวกับนิยายเรื่องนั้นๆยังไง ส่วนใหญ่ถ้าพร่างจะอ่านหนังสือสักเรื่องก็จะดูที่ชื่อเรื่องก่อน ตามด้วยการอ่านหน้าแรก หน้ากลาง และหน้าสุดท้าย ส่วนนามปากกาหรือชื่อคนแต่งจะดูก็ต่อเมื่อเรื่องที่อ่านถูกใจมากๆ...

อยากให้เพื่อนๆ พี่ๆ ช่วยแนะนำ หรือถ้ายกตัวอย่างด้วยก็จะดีค่ะ...ว่าชื่อแบบไหนสื่อถึงนิยายแนวไหน และให้ความรู้สึกขัดกับเนื้อเรื่องหรือชื่อเรื่องอย่างไร...

ถึงตอนนี้พร่างเองก็ยังไม่มีนามปากกาจริงๆสักที เพราะความรู้สึกไม่มั่นใจว่ามันจะเหมาะกับเรื่องหรือแนวที่เราแต่งหรือเปล่านี่ล่ะค่ะ...


A : พี่คิดว่าตัวอักษรมันมีโหงวเฮ้งของมัน  ก็เหมือนที่ปัด ใช้คำว่า ปัทม์  แทนนั่นแหล่ะ  จริงอยู่..คุณค่าของหนังสือมันอยู่ที่เนื้อหาในหนังสือ ไม่ได้อยู่ที่นามปากกา  เหมือนกับการคบคน ก็คบกันที่นิสัยใจคอ  ไม่ได้คบกันที่หน้าตา

แต่อย่างไรก็ตาม ก็คงไม่แย้งว่า.. สำหรับการพบกันครั้งแรก คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน หน้าตาและบุคลิกภายนอก ย่อมมีผลต่อการเข้ามาติดต่อปฏิสัมพันธ์  เหมือนกับเวลาไปสมัครงาน เขาก็จะดูที่บุคลิกท่าทาง นิสัย การพูดจา ตัดสินกันเป็นด่านแรก  ก่อนจะเปิดการสัมภาษณ์ซักถาม ดูประวัติ+คุณสมบัติ และความสามารถ

ถ้าหน้าตาดูดี บุคลิกการแต่งตัวดูดี  เหมาะสมกับงาน.. เห็นปั๊บมันก็ปิ๊งตาคนเลือกแล้ว

รูปเล่มรูปปก + นามปากกาก็ฉันใดฉันนั้น

นอกจากนี้.. มันก็เหมือนเป็นความเชื่อนะ    ชื่อคนมันควรจะดวงสมพงษ์กับเจ้าตัว  จะขับหรือจะส่ง จะมากจะน้อยก็ย่อมมีผลต่อชะตาชีวิต  มิฉะนั้นบางคนคงไม่ไปดูดวง หาชื่อที่ส่งเสริมดวงชะตาหรอกหรือ ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ล่ะนะ  ชื่อมันมีผลต่อคนจริงๆ

สำหรับนามปากกา พี่มีความเห็นส่วนตัวดังนี้ (ย้ำ..ว่าเป็นความเห็นส่วนตัวนะคะ ไม่ได้อ้างอิงทฤษฏีอะไร)

1. เป็นชื่อที่อ่านออกเสียงง่าย ไพเราะ ไม่เพี้ยนเสียงจนความหมายอาจจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นที่มันไม่เป็นมงคล

2. ตัวอักษรที่เขียน สวย เก๋  เพื่อความสะดุดตา และเป็นคำที่มีความหมาย (คือแปลได้ความ)

3. เป็นกลางๆ สามารถใช้กับนิยายได้หลายประเภท  ทั้งนี้เพราะพี่มีความเห็นว่า สำหรับนักเขียนใหม่นั้น ไม่ควรจะใช้นามปากกาหลากหลายนัก  อย่างน้อยเพื่อให้คนอ่านได้จำได้ และหากติดใจก็จะติดตามผลงานเล่มต่อไปได้ ยกเว้นมันไม่เข้ากับประเภทนิยายที่แต่งอีกเรื่องหนึ่งจริงๆ หรือเจตนาจะให้คนอ่านลืมนามปากกาเก่า เพื่อเปิดตัวกับนิยายแนวใหม่ จะได้ไม่ฝังใจกับสไตล์เดิมที่เคยเขียน

4. ควรใช้เป็นภาษาไทย  (อันนี้ยิ่งเป็นความเห็นส่วนตัวมากๆไม่ต้องยึดจริงๆจังมากก็ได้นะ ) เพราะรู้สึกว่าเราเป็นคนไทย เขียนหนังสือไทย แต่ทำไมต้องใช้นามปากกาที่เขียนเป็นภาษาต่างประเทศ   ยกเว้นว่าจะแต่งเป็นภาษาอังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส ก็ว่าไปอย่าง  ใช้นามปากกาที่เขียนเป็นภาษาต่างประเทศไปเลย  แต่ถ้าเขียนนิยายที่อิงสถานที่+ตัวละครต่างชาติ หรือต่างดาว  ยังไงก็คนไทยเขียน  ถ้าจะตั้งชื่อให้เป็นภาษาต่างประเทศ ก็เขียนด้วยภาษาไทยดีกว่า  ตัวอย่างเช่น  สมมุติชื่อ     Mura-el   ก็เขียนว่า  มูราเอล  ไปเลย เป็นต้น  ไม่รู้สิ  อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวจริงๆ

 

สำหรับปัด  ความเห็นของพี่คิดว่า ชื่อ ปัทม์ ดูดีมากๆเลยนะคะ  ตัวอักษรก็สวย เก๋ดี ออกเสียงก็ง่าย ความหมายก็ดี ดูกลางๆ และสร้างความรู้สึกใกล้ชิดเป็นกันเองกับคนอ่าน  คือมันไม่เว่อร์ ไม่สูงส่งเกินไปน่ะค่ะ   เรียบแต่เก๋ดี  คุณโป่งเปลี่ยนให้เหรอ..  เลื่อมใสๆจริงๆ

ถ้าถามความเห็นของพี่ พี่คิดว่าถ้าจะออกหนังสือเล่มใหม่ ก็อย่าเปลี่ยนนามปากกาเลยค่ะ   คนอ่านอาจจะไม่คุ้น  อลหม่านฯออกตัวได้สวยแล้ว  ถ้าเปลี่ยนชื่อ ก็อาจเหมือนเป็นการเริ่มต้นแนะนำตัวใหม่กับคนอ่านนะคะ

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อ ปัมท์  ก็กลางๆดีแล้ว ใช้ได้ทั้งนิยายรักกุ๊กกิ๊ก โรแมนติค และแฟนตาซี  ยกเว้นถ้าน้องจะเขียนนิยายกำลังภายใน ใช้ชื่อนี้จึงไม่เหมาะ  อิอิ

ก็แล้วแต่นะคะ.. เป็นแค่ความเห็นส่วนตัว.. ไม่ต้องเชื่อก็ได้จ้า  ^_____^

602 ความคิดเห็น