ก้าวสู่การเป็นนักเขียน

ตอนที่ 62 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 มี.ค. 50


10 ขั้นบันไดแรก สู่การเริ่มต้นนิยายเรื่องใหม่ของคุณ
------ - ---------- - -------- - ---------- - -------------

ว่ากันว่า เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ดังนั้นเราน่าจะมีการวางแผนให้ดีก่อนเริ่มเขียนนิยายเพื่อให้มีชัยกันนะครับ
ผมจะขอแบ่งเป็นขั้นตอนง่าย ๆ สำหรับทั่นที่ไม่เคยเขียนมาก่อนก็อาจจะลองสร้างผลงานของตัวเองกันดูครับ

1. แรงบันดาลใจ

เริ่มจากแรงบันดาลใจให้คุณสนใจการเขียนนิยาย ทุกคนย่อมมีสิ่งนี้อยู่ไม่อย่างนั้นการจะเขียนไปเรื่อย ๆ โดยไม่เบื่อไปก่อนคงจะยากมาก ทำไมคุณถึงอยากแต่งเนื้อเรื่องของตัวเองสักเรื่อง อาจเป็นเพราะความชอบ ความประทับใจในความสนุกอะไรสักอย่าง เกม การ์ตูน หนัง ฯลฯ การที่คุณอ่านเรื่องเหล่านั้นแล้วรู้สึกสนุกมากจนอยากจะลองเขียนตามขึ้นมาดู เป็นจุดเริ่มต้นของนักเขียนหลาย ๆ คน ทั้งเรื่อง original ( นิยายที่เอามาจากการ์ตูน ) กับเรื่องที่เขียนเองทั้งหมด ต่างก็ได้รับอิทธิพลจากเรื่องที่ผู้เขียนชื่นชอบกันแทบทั้งนั้น แรงบันดาลใจเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นในขั้นแรกที่จะขาดเสียไม่ได้เลย นอกจากนั้นคุณควรจะตั้งเป้าหมายว่าเขียนเพื่ออะไร เช่น ฝึกฝีมือดู อยากสร้างผลงานเก็บไว้ หรือเขียนเพื่อความสนุกสนาน

2. แนวเรื่อง

ก่อนจะคิดไปถึงท่าไม้ตายของตัวละคร เรื่องของคุณต้องการระบุแนวเรื่องก่อนนะครับ จะเขียนแนวไหนเป็นตัวกำหนดเส้นทางเดินชั่วชีวิตของนิยายคุณเลยทีเดียว แนวที่มีก็เช่น สงครามบู๊ล้างผลาญมหาเทพอสูรซาตาน แฟนตาซีนักดาบโจรจอมเวทย์นักบวช หรือแนวโรงเรียนเวทย์มนต์พลังพิเศษเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ เป็นแนวยอดนิยมที่เห็นกันได้ทั่วไป ส่วนแนวอื่น ๆ ก็มีให้เห็นกันอยู่ไม่น้อยแต่ส่วนใหญ่ไม่เกินเรื่องสองเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นแนวไหนก็ตาม คุณต้องถามตัวเองว่าอยากจะเขียนเรื่องแบบไหนล่ะ ?

ตัวอย่าง เนกิมะ การ์ตูนสาวน้อยที่ผมติดตามอ่านรายสัปดาห์ โรงเรียนที่ใหญ่ที่สุด มีครูเป็นจอมเวทย์ปะปนกับนักเรียน แนวเรื่องก็จะสไตล์แฟนเซอร์วิส เวทย์มนต์ผจญภัยในโรงเรียนกับกิจกรรมของเหล่านักเรียนหญิงไม่ธรรมดาที่มารวมกันในชั้นเรียนของตัวเอก หรือถ้าตรงข้าม เป็นแนวมืดมนก็อย่างเช่น Berserk แนวเรื่องก็แบบตัวเอกที่เป็นเครื่องสังเวยถูกปีศาจไล่ล่า ดิ้นรนเอาชีวิตรอด ท่ามกลางสงครามของประเทศต่าง ๆ และศาสนจักร จนได้พรรคพวกมาทีละคนร่วมต่อสู้กับกองทัพปีศาจ

3. แนวความคิดหลัก

concept เป็นเหมือนกับจุดเด่นที่ทำให้นิยายแต่ละเรื่องแตกต่างกัน การเขียนนิยายแฟนตาซีที่มีแต่ตัวเอก พรรคพวก กับอาชีพต่าง ๆ แล้วก็จอมปีศาจ บุกตะลุยไปเรื่อย ๆ เป็นเส้นตรง จะดูซ้ำซากและเกลื่อนกลาดมากถ้าปราศจาก concept ของเนื้อเรื่อง ในบางครั้ง concept ก็เป็นจุดที่เด่นที่สุดของเรื่องหนึ่ง หรืออาจจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นก็ได้ คำอธิบายของสิ่งนี้อาจจะดูคลุมเครือเกินไป แต่ถ้าคุณจะเขียนนิยายสักเรื่องการมี concept เจ๋ง ๆ ไม่ซ้ำใครก็คืออาวุธหลักที่จะทำให้ผู้อ่านสนุกได้เป็นอย่างดี

ตัวอย่าง Death Note สมุตโน้ตมรณะในมือของ ไลท์ ที่คิดจะฆ่าคนชั่วสร้างโลกที่มีแต่คนดี ก่ออาชญากรรมฆ่านักโทษ กับ L นักสืบที่ไม่มีใครรู้ชื่อจริง อัจฉริยะที่จะต้องสืบค้นหาคิระให้ได้ การต่อสู้ของ ไลท์ กับ L ใครจะเป็นฝ่ายหาตัวจริงของศัตรูและกำจัดได้ก่อนกัน !? ตัวอย่างอีกเรื่องคือ ดราก้อนบอล ที่ตอนแรกเป็นการค้นหาลูกแก้วมังกรที่สามารถขอพรอะไรก็ได้ แต่หลังจากฟรีสเซอร์ เรื่องนี้ก็กลายเป็นการ์ตูนซูเปอร์ไซย่าไปเสียมากกว่า เหอะ ๆ แต่ก็สนุกจนดังไปทั้งประเทศไทย

4. ระบบการต่อสู้

ไม่ว่าคุณจะเขียนนิยายอะไร นอกจากแนวรักโรแมนติก คงหลีกเลี่ยงการต่อสู้ไม่พ้นแน่ ๆ แนวคิดในการสร้างระบบต่อสู้ที่สนุกและพลิกแพลงจะทำให้ฉากต่อสู้มันส์ไม่น่าเบื่อ หรือบางทีจุดนี้อาจจะเป็นจุดขายของนิยายของคุณแทนที่จะเป็นเนื้อเรื่องเลยก็ได้ เปรียบได้กับเกมไฟนอลแฟนตาซี ที่มีส่วนเกมภาษากับส่วนฉากต่อสู้ เกมนี้สนุกและโด่งดังมากก็เพราะเนื้อเรื่องที่ยอดเยี่ยม และระบบการต่อสู้ผสมผสานที่สนุกแปลกใหม่ต่างจากดรากอนเควสท์ที่เก็บเลเวลอย่างเดียว
ระบบการต่อสู้ผมจะแบ่งเป็น 2 ประเภทก็คือ

- เน้นกระบวนท่า ความเท่ห์ ความสวยงาม ความคิดสร้างสรรค์ จะเน้นที่ท่าระดับต่าง ๆ ยันไม้ตาย ใช้สัญลักษณ์ ตั้งชื่อวิชา วัดกันที่พลังเป็นหลัก ท่าพวกนี้เน้นที่ตัวละครกับความเท่ห์เป็นหลัก จะเขียนยังไงให้ดูโดดเด่น ดูแข็งแกร่งน่าเกรงขาม และการจับคู่พลิกแพลงผลแพ้ชนะระหว่างตัวละครกับท่าหลาย ๆ อัน
ตัวอย่าง เคียว บลีช กับหนังจีนกำลังภายใน ท่าไม้ตายจะมีระดับขั้น รูปร่าง ตั้งชื่อ กระบวนท่าโดดเด่นแตกต่างกันไป

- เน้นกลยุทธ์ ความสามารถ ทักษะการรุกรับวางแผน จะเน้นที่วิธีการ เงื่อนไข เทคนิกต่าง ๆ มากกว่าใช้พลังวัดกัน พลังพิเศษของตัวละครเป็นอย่างไรจะเป็นจุดเด่นของตัวนั้น จะเขียนยังไงให้พลิกล๊อค เอาชนะตามเงื่อนไขแบบคนอ่านนึกไม่ถึงว่ามีวิธีแบบนั้นอยู่ การจับคู่พลิกแแพลงระหว่างความสามารถหลาย ๆ อย่าง
ตัวอย่าง HxH โจโจล่าข้ามศตวรรษ ความสามารถจะมีแบ่งเป็นสายตามลักษณะการใช้งาน มีเทคนิกที่ตัวละครจะใช้ความสามารถตัวเองแตกต่างกันไปได้

5. โครงเรื่อง

การวางโครงเรื่องคร่าว ๆ นั้น จะมีประโยชน์เป็นอย่างมากหลังจากที่คุณเริ่มเขียนไปแล้ว โครงเรื่องในตอนเริ่มต้นไม่ต้องละเอียดนักแต่วางแผนไปยาว ๆ จนถึงบทสรุปในตอนจบได้เลย
การวางโครงเรื่องอาจจะใช้วิธีกำหนดบทบาทขึ้นมาก่อน แล้วค่อยเลือกตัวละครของผู้สมัครที่เหมาะสมมาใส่ในบทนั้นทีหลัง
ถ้าหากคุณสามารถกำหนดเงื่อนไข หรือลักษณะเรื่องราวที่คุณอยากได้ก่อนก็จะง่ายขึ้น ยกตัวอย่างสถานการณ์ก็คือ อยากเขียนเรื่องที่ฝั่งตัวเอกจับกลุ่มรวมกันเป็นทีม แล้วแต่ละทีมประลองต่อสู้กัน เรื่องที่มีคนชั่วสามารถใช้พลังก่ออาชญากรรมนอกกฏกติกาได้ เรื่องที่ความสามารถของตัวเอกจะต้องเป็นความลับ เรื่องที่จะต้องมีการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก
เขียนเงื่อนไขต่าง ๆ ลงบนกระดาษ แล้วคุณก็ลองคิดดูว่าเนื้อเรื่องแบบไหนที่จะตรงตามสิ่งที่คุณต้องการทั้งหมด โดยเทียบวิธีการต่อสู้ประกอบด้วย จากนั้นก็เขียนเหตุการณ์คร่าว ๆ โดยไม่ต้องกำหนดตัวละครตายตัวนัก เรียงไปเรื่อย ๆ จนถึงบทสรุปของเรื่องราวในแต่ละตอน


6. กำหนดรายละเอียด

หลังจากที่คุณพอจะได้เนื้อเรื่องคร่าว ๆ ของคุณเองแล้ว สิ่งที่คุณควรจะเตรียมไว้ก็คือ ตั้งชื่อให้กับ NPC ทั้งหลายแหล่ ( ตัวละครที่คุณสร้างเองไม่ใช่จากการรับสมัคร ) ตั้งชื่อให้กับพลังจิตที่ใช้ต่อสู้ อาวุธเครื่องมือ กำหนดรายละเอียดของสิ่งเหล่านั้น เวทย์มนต์ต่าง ๆ หรือข้อมูลของเผ่าพันธุ์ อาณาจักร องค์กร ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะทำให้โครงเรื่องของคุณแน่นและมั่นใจยิ่งขึ้น เขียน ๆ ไปไม่มีผิดพลาดหลงลืม หรือออกทะเลไปเลย

ถ้าหากคุณสามารถคิดไอเดียที่จะใช้กับ concept ในเรื่องของคุณ ทำให้มันหลากหลาย ไอเดียที่จะพลิกผัน หักมุม หรือสร้างสรรค์เรื่องราวให้ประทับใจ อย่าเก็บเอาไว้ในหัวอย่างเดียวแต่ขอให้จดลงในกระดาษ พยายามสะสมไอเดียต่าง ๆ ที่คิดได้เพื่อจะนำมันกลับไปเขียนเป็นโครงเรื่องหลักในแต่ละบทย่อย ๆ ของคุณ เวลาเขียนไปเรื่อย ๆ จะมีประโยชน์มากถ้าคุณคิดอะไรไม่ออกเมื่อไหร่ก็จับที่จดไว้มาดู ถ้าคิดได้ก็ต่อเติมเข้าไปให้สนุกยิ่งขึ้น

7. เตรียมความพร้อม

ก่อนที่คุณจะเริ่มลงมือเขียนจริง ๆ แล้ว ลองทบทวนตารางเวลาในแต่ละวันดูก่อน คุณพอจะมีเวลาในวันไหนบ้างติด ๆ กันสักอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ในแต่ละอาทิตย์จะมีวันที่เขียนได้กี่วัน เผื่อเหลือเผื่อขาดกี่วัน เทียบกับลักษณะนิสัยของคุณที่จะไปเล่นเกม เดินห้าง ทำการบ้าน ฯลฯ คุณมีเวลาว่าง ๆ เหลืออีกกี่ชั่วโมง และคุณอยากจะให้เวลากับนิยายกี่วันวันละกี่ชั่วโมง คร่าว ๆ แล้วประมาณว่าในแต่ละตอนที่คุณเขียนนั้น จะยาวสักเท่าไหร่ ความถี่ที่จะลงคือ 2-3 วันครั้งหรืออาทิตย์ละครั้ง

หากคุณลองก๊อปปี้นิยายที่คุณเคยอ่านมาเทียบความยาวดูจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ดูปริมาณแล้วก็ดูขนาดของไฟล์ว่ากี่ KB เพื่อที่ว่าทุกครั้งที่คุณพิมพ์ต่อจะได้รู้ความยาวคร่าว ๆ ของแต่ละตอนว่าพิมพ์ไปถึงกี่ KB แล้ว และคุณใช้เวลาไปเท่าไหร่ จะทำให้กำหนดความถี่กับปริมาณเวลาแต่ละตอนได้ง่ายขึ้น

8. ใบสมัคร

ออกแบบใบสมัครให้เข้ากับเนื้อเรื่อง concept ของคุณ ระบบการต่อสู้ของคุณ รายละเอียดไม่ควรจะมีน้อยเกินไปเพราะจะทำให้ผู้สมัครมองแนวทางไม่ถูก และไม่ควรจะมีมากเกินกว่าความสามารถที่คุณเองจะนำไปเขียนมากนัก ขั้นตอนนี้คุณอาจจะดูใบสมัครของกระทู้อื่น ๆ หลาย ๆ อันเป็นแนวทาง ก็จะออกแบบใบสมัครได้ตรงตามความต้องการของคุณมากขึ้น
ใบสมัครควรจะมีการตั้งหัวข้อที่ชัดเจน อธิบายว่าคุณต้องการให้กรอกข้อมูลอย่างไร มีเงื่อนไขอย่างไร เอาขนาดไหน ใส่ได้กี่อย่าง ห้ามใส่อะไรบ้าง

9. บทนำ

มาถึงจุดนี้ คุณก็จะต้องเริ่มเขียนจริง ๆ แล้ว นิยายที่ไม่มีบทนำจะทำให้ผู้อ่านไม่รู้ว่าผู้เขียนจะเขียนออกมาสไตล์ไหน บางทีผู้สมัครอาจจะอยากได้แนวหนึ่ง แต่พอเขียนมาเป็นอีกแนว หรือคนที่อยากอ่านแนวของคุณกลับไม่มาสมัครเพราะคุณไม่ได้ลงบทนำให้เขาดูก่อน และที่สำคัญ ตัวคุณเองหากเป็นผู้เริ่มต้นเขียนเป็นครั้งแรก ก็จะต้องเริ่มเก็บประสบการณ์จากบทนำครั้งนี้ เพื่อนำกลับไปเตรียมตัวใหม่ในข้อ 7. ว่าคุณยังจะสามารถเขียนได้เท่าเดิมรึเปล่า หรืออาจจะเขียนได้มากขึ้น

ผู้ที่เริ่มเขียนเป็นครั้งแรกหลายคนล้มเลิกไปก็เพราะว่า คิดอะไรไม่ออก ไม่มีเวลาพอ เหนื่อยเบื่อหรือท้อ เพราะการลงมือเขียนมันเสียเวลามากกว่าที่คิดไว้ แต่ถ้าคุณลองเขียนบทนำและวางแผนก่อนแล้วเหตุการณ์เหล่านั้นก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ

10. ตั้งกระทู้

และแล้วก็ถึงเวลาตัดสินกันเสียที คุณอาจจะใช้เวลาหนึ่งวันเต็ม ๆ ในการทำตามข้อ 1-9 หรืออาจเป็นอาทิตย์ หรืออาจจะวางแผนกันเป็นเดือนก็ได้
การตั้งกระทู้ มีตัวอย่างที่ดี ๆ มากมายอยู่ในบอร์ด ลองเปิดดูหลาย ๆ กระทู้แล้วก็นำมาเป็นแนวทางจะช่วยได้ง่ายขึ้นมาก
ภายในกระทู้จะมีข้อมูลตั้งแต่บทนำ การสมัคร ไอเดีย concept ของเรื่องของคุณต่าง ๆ

แต่ถ้าอยากจะนำเสนอนิยายของคุณให้ผู้ที่ลองคลิกเข้ามาดูโดยละเอียด ลองกรอกข้อมูลตั้งแต่ข้อ 1 ถึง 9 ที่มีทั้งหมดของคุณลงไปเลยก็ได้

สุดท้ายก็ ขอให้คุณเริ่มต้นชีวิตของนักเขียนสมัครเล่นไปได้ด้วยดีนับจากนี้ไป
ถึงแม้จะเขียนจบไม่จบ มีคนติดตามมากหรือน้อยก็ตาม แต่ถ้าผลงานที่คุณสร้างขึ้นเป็นความภูมิใจของคุณก็นับว่าประสบความสำเร็จแล้วล่ะครับ

602 ความคิดเห็น

  1. #500 proteios (@boss-krub) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 17:50

    แต่งไปเรื่อย - -

    #500
    0