[FIC EXO] ++{SEHUN X YOU} Bride of monarch ดั่งฤทัยราชัน

ตอนที่ 4 : ดั่งฤทัยราชัน-03-คืนเเรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,913
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    6 ก.พ. 61

-03-

 

คืนแรก

 




 

หลังจากแกว่งไกวหัวใจเธอไปทั้งดวง วรองค์สูงใหญ่ก็สาวพระบาทหนีไปยังทิศทางอื่น ทิ้งเธอไว้ให้นั่งอยู่คนเดียวในห้องโดยสารโอ่โถง เจ้าจอมเหลือบมองไปรอบๆอย่างเหงาหงอยเมื่ออยู่คนเดียวมาเนิ่นนานเเล้ว เเก้วน้ำหวานตรงหน้าก็ไม่ได้รับการเเตะต้องเพราะไม่มีความรู้สึกอยากลิ้มรสสิ่งใดเลยสักนิด ใบหน้าหวานซึมเศร้าลง ทั้งๆที่เธอจากบ้านเมืองมาไกล ไร้ซึ่งผู้คนที่คุ้นเคยเเต่เขา...ไม่สิ องค์ชายเซฮุนกลับทิ้งให้เธออยู่คนเดียว

 

พระทัยร้าย...พระทัยร้ายที่สุดเลย

 

 

@พระตำหนักเหมันตลายา

 

 

เหล่าทหารในชุดเต็มยศพร้อมกับเหล่าข้าราชบริพารยืนเรียงรายเป็นระเบียบสองข้างเพื่อถวายการต้อนรับเเด่องค์รัชทายาทเเละว่าที่พระชายา ทันทีประตูรถพระที่นั่งเปิดออก พระหัตถ์หนาก็ยื่นออกมาเพื่อให้เจ้าจอมจับไว้เเละก้าวลงจากรถ นอกจากนั้นยังทรงแสดงความเป็นสุภาพบุรุษด้วยการยืนบังให้ร่างน้อยเพราะกลัวชายกระโปรงจะเลิกขึ้นจนอาจเห็นต้นขาของเธอ

 

"ขอบพระทัยเพคะ" องค์ชายทรงพยักหน้ารับกับคำขอบคุณนั้น ก่อนจะกางต้นแขนออกนิดๆเพื่อให้ร่างน้อยเกาะเกี่ยวเอาไว้ เจ้าจอมใจเต้นตึกตักเมื่อคนที่ใจร้ายบนเครื่องบินแปรเปลี่ยนเป็นสุขุมนุ่มลึกจนเธอตามไม่ทัน

 

 

"หม่อมฉันขอถวายพวงบุปชาติเเด่องค์รัชทายาทเเละว่าที่พระชายาเพคะ" นางกำนัลย่อตัวเเละยื่นพานที่วางพวงมาลัยดอกไม้ที่ถักทอกรองมาอย่างสวยงามมาตรงหน้า องค์ชายหนุ่มยื่นพระหัตถ์ออกไปหยิบขึ้นมาและค่อยๆวางพวงมาลีที่ทำเป็นมงกุฎลงบนศีรษะของคนข้างกาย ส่วนอีกพวงก็คล้องไว้กับข้อมือของตน

 

ตึกตักตึกตัก

 

เสียงหัวใจในอกซ้ายเต้นดังเป็นจังหวะกับการชิดใกล้นั้น เผลอตกในห้วงภวังค์จนกระทั่งพระองค์เเตะลงบนเเขนของเธอเป็นเชิงบอกให้ออกก้าวเดินต่อไป

 

 

องค์ราชินีแห่งหิมันตลายาทรงรอท่าอยู่สุดปลายแถว แย้มสรวลให้ประทับบนพระพักตร์ก่อนจะโอบกอดร่างสูงใหญ่ของพระนัดดาเเน่นและถอนวรองค์ออกมาเพื่อกอดเจ้าจอมด้วย

 

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านเรานะ วิลลิส หนูเจ้าจอม” ตรัสด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนที่จะสาวพระ บาทนำเธอและองค์เซฮุนกลับเข้าสู่ท้องพระโรง นางกำนัลพาร่างบางไปนั่งอยู่คนละฝั่งกับองค์รัชทายาทหนุ่ม ที่ตอนนี้กำลังสาวพระบาทตรงไปยังที่ประทับทางขวาขององค์ราชินิ

 

“เดินทางมาไกลเหนื่อยมั้ยลูก เจ้าจอม”  ตรัสถามร่างบางที่นั่งนิ่งเพราะไม่รู้ว่าจะวางตัวอย่างไรกับความยิ่งใหญ่โอ่โถงนี้

 

“มะ ไม่เท่าไหร่เพคะเสด็จย่า” ทูลตอบเสียงเบา ยิ่งองค์ราชินีทรงฉลองพระองค์ที่ปักทอสวยงามเป็นลวดลายอ่อนช้อย ดิ้นขลิบทองวาววับราวกับเปล่งรัศมีเรืองรอง ยิ่งทำให้เธอมิกล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองสบพระพักตร์ของพระองค์ด้วยซ้ำไป

 

“แล้ววิลลิสหละลูก เป็นไงบ้าง แล้วระหว่างเดินทางมาดูแลน้องดีมั้ยลูก” เบือนพระพักตร์ไปตรัสถามพระราชนัดดาที่ประทับนิ่งอยู่อีกฝั่ง

 

“เอ่อครับสมเด็จย่า” ร่างบางแอบเม้มปากเล็กน้อยเมื่อได้ฟังดังนั้น เฮอะ! พระทัยร้ายกับเธอสุดๆต่างหากหละแต่ก็นะเธอไม่กล้าจะเอื้อนเอ่ยอะไรออกไปหรอก

 

“จ้ะดีแล้ว” แย้มพระโอษฐ์เล็กน้อยก่อนจะเบี่ยงพระพักตร์กลับมา องค์ราชินีกวาดสายพระเนตรไปทั่วท้องพระโรงที่เต็มไปด้วยเหล่าข้าราชบริพารมากมายและเอ่ยตรัสเสียงดังก้องทั่วท้องพระโรง

 

“นี่คือคุณเจ้าจอมกัลยา  สิริสกุล ว่าที่พระชายาแห่งองค์ชายโอเซฮุน ขอให้ทุกคนปฏิบัติและให้เกียรติต่อเธอเฉกเช่นเดียวกับเราและองค์ชาย” เมื่อถึงประโยคนี้องค์รัชทายาทหนุ่มก็เงยพระพักตร์ขึ้นจ้องมองร่างเล็กที่เผลอเงยหน้าขึ้นมองพระองค์พอดี ร่างเล็กจึงรีบก้มหน้างุดๆลงเพราะรู้สึกไม่ดีกับสายพระเนตรที่จ้องมองกัน

 

“พระเจ้าค่ะ/เพคะองค์ราชินี” เสียงทูลตอบดังกังวานทั่วท้องพระโรงใหญ่

 

“เอาหละ งั้นหลานๆก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนก่อนเถอะเดินทางมาเหนื่อยๆ  อ้อเจ้าจอม นี่คือมณฑา เธอจะเป็นนางกำนัลที่คอยดูแลว่าที่พระชายาซึ่งก็คือหนูจ๊ะ”

 

“เพคะองค์ราชินี หม่อมฉันจะดูแลว่าที่พระชายาให้ดีที่สุดเพคะ” นางกำนัลวัยกลางคนน้อมตัวรับพระบัญชานั้นด้วยกิริยาอ่อนช้อย

 

“หนูเจ้าจอมฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”

 

“เพคะคุณเจ้าจอม มากับมณฑาเถิดค่ะ มณฑาจะพาไปพักผ่อน ทางนี้เพคะ” ส่งยิ้มให้เธออย่างชอบใจในความสวยหวานของว่าที่พระชายาตัวน้อยที่ดูนุ่มนิ่มน่ามองไปทุกส่วน เจ้าจอมหันกลับไปถอนสายบัวเพื่อแสดงความเคารพก่อนจะเดินตามพระพี่เลี้ยงคนใหม่ออกไปอย่างเชื่องช้าแต่ทว่าสำรวม

 

“ถูกใจกับว่าที่พระชายาที่ย่าหาให้หรือเปล่าวิลลิส” ตรัสถามพระราชนัดดาที่วางสายตาตามหลังแม่หนูตัวน้อยจนลับไปกับทวารท้องพระโรง

 

“เสด็จย่าแน่ใจแล้วหรือถึงได้เลือกเธอขึ้นมาเคียงคู่กับหลาน” ตรัสถามตรงๆทันทีเมื่ออยู่กับผู้เป็นย่าตามลำพัง

 

“ทำไมหลานถึงได้เอ่ยถามย่าเช่นนั้น?” พระขนงขมวดม้วนทันทีเมื่อพระองค์ได้ฟังรับสั่งถามจากพระนัดดา

 

“บางครั้งสิ่งที่เราเห็นอาจไม่ตรงตามที่เราคิดเสมอไป  เช่นบางสิ่งที่เรามองว่าดีอาจไม่ได้ดีอย่างที่เราคิดก็ได้ จริงรึเปล่าพระเจ้าค่ะ สมเด็จย่า”

 

“ย่าไม่รู้หรอกนะว่าหลานไปเห็นหรือได้ยินสิ่งใดมา แต่ทุกสิ่งที่ย่าได้กระทำลงไป ย่าได้ใคร่ครวญและไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว เพราะย่าคงไม่ไปคว้าเอามลทินที่ไหนมาแปดเปื้อนราชวงศ์ของเรายกตัวอย่างเช่น แม่สาวคริส…’ ” ตรัสถามกลับด้วยสุรเสียงนิ่งเรียบเยือกเย็นแต่ทว่านั่นกลับแทงใจดำผู้เป็นหลานเสียเต็มแรง 

 

“เสด็จย่า!”  พักตร์หล่อเหลาเขม็งเครียดเมื่อรับรู้ได้ว่าผู้เป็นย่าจะกล่าวถึงใคร

 

“เอาหละ หลานควรไปพักผ่อนได้แล้วเดินทางมาเหนื่อยๆ” ทรงตัดบทพระนัดดาก่อนจะพยักหน้าให้นางกำนัลเข้ามาประครองพระองค์เพื่อกลับพระตำหนัก ทิ้งให้วรองค์สูงใหญ่ยืนนิ่งเมื่อบาดแผลในพระทัยยังไม่จางหายดี……..

 

 

 

 

“ถึงแล้วเพคะ พระตำหนักปีกซ้ายเป็นของพระชายา ส่วนปีกขวาตรงนั้นเป็นขององค์รัชทายาทเพคะ” มณฑาเอ่ยแนะนำสถานที่ให้กับสาวน้อยจากแดนไกลที่เมียงมองอย่างตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามตรงหน้า

 

“ขอบคุณค่ะพี่มณฑา” กระพุ่มมือขึ้นไหว้อย่างงดงามแต่ทว่าคนถูกไหว้กลับลุกลนคว้ามือเล็กไว้วุ่นพัลวัน

 

“อย่าเพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันโดนพระอาญา คุณเจ้าจอมมีศักดิ์เหนือดิฉันแล้วนะเพคะ รอแค่เวลาแต่งตั้งอย่างทางการเท่านั้น”

 

“อ่าเจ้าจอมขอโทษค่ะ” ยิ้มอย่างเจื่อนๆจนน่าสงสาร มณฑาจึงต้องรีบเอ่ยบอกอย่างเอ็นดู

 

“คุณเจ้าจอมพักผ่อนเถอะเพคะ หม่อมฉันได้ตระเตรียมทุกอย่างไว้ให้แล้ว พรุ่งนี้องค์ราชินีรับสั่งให้หาแต่เช้า คุณเจ้าจอมจะได้พักผ่อนเต็มที่”

 

“ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” ยิ้มหวานขอบคุณอย่างจริงใจ

 

“เพคะ”

 

 

เมื่อบานประตูปิดเข้าหากันสนิทร่างบางก็สาวเท้าเข้าสำรวจห้องของเธอเอง  ในพระตำหนักแห่งนี้ถูกตกแต่งอย่างสวยงามด้วยรูปแบบตะวันตก ทำให้ดูเหมือนกับว่าเธออยู่ในโลกแห่งเทพนิยาย ทั้งโคมไฟระย้ากลางห้องที่ส่องแสงสะท้อนสวยงาม ม่านมุ้งที่ระย้าพลิ้วไหวตรงเตียงน้อยที่ห้อยระโยงลงมายังมุมเสาสี่ด้านและรัดผูกไว้ด้วยผ้าขลิบทองปักลายดอกพิกุล  ผ้าปูเตียงสีขาวสะอาดที่ถูกปักลวดลายลงบนผืนผ้าเป็นรูปกินรีลงเล่นน้ำในสระอโนดาต ดูมีกลิ่นอายความเป็นไทยที่ผสมกลืนกลืนเข้ากับรูปทรงตะวันตกได้อย่างดี

 

กลิ่นดอกปีป

 

กลิ่นหอมดอกไม้ที่คุ้นเคยทำให้ร่างเล็กหันมองมาต้นตอของกลิ่นก่อนจะมองเห็นม่านดอกไม้ที่หน้าต่าง สาวเท้าไปยังตรงนั้นทันทีและก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่าเป็นดอกปีบที่เธอชอบหนักหนาถูกร้อยกรองเป็นม่านดอกไม้สด ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆตามสายลมที่พัดพลิ้วมา

 

“สวยจังไม่คิดเลยว่าจะได้เจอที่นี่” น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาเมื่อรู้สึกคิดถึงบ้านที่จากมา ราวกับทุกอย่างในห้องนี้ถูกเสกสรรขึ้นเพื่อเธอ

 

คิดถึงบ้านคิดถึงเหลือเกิน

 

“ดูท่าว่าตำหนักนี้จะถูกใจมากกระมัง!”สุรเสียงกระด้างเหน็บแนมดังขึ้นจากข้างหลังจนคนที่ตกอยู่ในห้วงภวังค์สะดุ้งสุดตัว เมื่อหันกลับไปมองก็เจอกับว่าที่พระสวามีที่จ้องมองมายังเธอด้วยพระพักตร์ที่บึ้งตึง

 

“เพคะ” ทูลตอบเรียบนิ่งก่อนจะหันกลับไปสนใจม่านกรองดอกปีบต่ออย่างเมินเฉย คนใจร้ายแบบองค์รัชทายาทโอเซฮุนเจ้าจอมไม่อยากจะเสวนาด้วยหรอก

 

“อ๊ะ!

 

“กล้าดียังไงถึงมาเมินฉัน!” พระหัตถ์หนากระชากต้นแขนเล็กให้มาประจันหน้า พร้อมตรัสถามลอดไรพระทนต์อย่างเคร่งเครียด  ทำให้ร่างน้อยหลุบตาลงต่ำเพราะเกรงกลัวในอารมณ์ของคนที่กำลังบีบกำต้นแขนเล็กของตนแน่น

 

……

 

 “มีปากก็พูด!” หยดน้ำรื้นขึ้นมาขอบตาเด็กสาวจนแดงก่ำด้วยความกลัวที่วรองค์สูงตะคอกใส่  จมูกเล็กแดงก่ำเมื่อเธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้ ….เพราะเธอกลัวเสียงดัง โดยเฉพาะการตะคอกแบบนี้ ทำไมทำไมถึงต้องใจร้ายใส่กันขนาดนี้ด้วย

 

 

เสียงพ่นลมหายใจกระแทกดังข้างใบหูก่อนที่จะใช้พระหัตถ์หนาบีบเข้าที่คางเล็กอย่างแรง และบังคับให้เงยขึ้นเพื่อรองรับกลีบพระโอษฐ์หยักร้อนที่กำลังจะแนบลงบดเคล้ากลีบปากเล็ก แม้เด็กสาวจะพยายามขัดขืนแต่สุดท้ายก็ต้องยอมเมื่อไม่อาจต้านแรงกำลังขององค์รัชทายาทอสูรผู้นี้ได้

 

พระองค์ตักตวงความนุ่มละมุนอย่างเอาแต่พระทัยพร้อมกับค่อยๆดันร่างเล็กให้ถอยหลังไปยังแครื่องบรรจถรณ์ที่ถูกปูลาดไว้  ร่างเล็กเสียหลักล้มหงายลงนอนโดยมีพระวรกายสูงใหญ่ทาบทับลงมาอีกขั้นจนเจ็บจุกไปหมด  พยายามใช้กำปั้นเล็กๆทุบลงบนพระอุระหนั่นแน่นเพื่อประท้วง แต่พระองค์ก็ไม่ไยดี

 

“ฮึกๆ หม่อมฉันเจ็บ” เพื่อพระองค์ถอนพระพักตร์เพื่อไล้ลามไปยังซอกคอขาว ร่างน้อยถึงได้มีเสียงสะอื้นออกมาจากลำคอ จมูกเล็กๆแดงช้ำเมื่อน้ำหูน้ำตาไหลรินออกมา

 

“คิดจะใช้น้ำตาเพื่อสร้างภาพว่าตัวเองเป็นผู้หญิงอ่อนแอ บริสุทธิ์สดไร้มารยาอย่างนั้นเหรอ?...น่ารำคาญ”

 

“ถ้าทรงรำคาญก็ไม่ต้องมาใกล้หม่อมฉัน” เชิดหน้าขึ้นพร้อมกับกลีบปากเล็กที่เบะออกจากกันราวกับเด็กน้อย พร้อมกับพยายามดันวรกายออกจากการทาบทับแต่ก็เหมือนว่าพระองค์ทรงยังไม่พอใจกับการกลั่นแกล้งนี้ถึงได้จงใจทิ้งน้ำหนักลงมาอีกครึ่ง

 

“ฮื้อ! หม่อมฉันหนักนะเพคะ”

 

“ฉันไม่ได้หนักด้วยสักหน่อยนี่” ดูท่าว่าจะทรงอารมณ์ดีขึ้นเมื่อเห็นท่าทางน่ารักนั่นถึงได้อมยิ้มขณะกลั่นแกล้งเจ้าจอมอย่างไม่รู้พระองค์

 

“ฮื้อ!” ส่งเสียงด้วยความขัดใจเมื่อความพยายามไร้ผล จนสุดท้ายพระองค์ถึงได้ยอมขยับกายลงมาข้างๆคนตัวเล็กเมื่อดูท่าทางว่าจะหนักจริงจัง

 

“จะไปไหน!”รวบเอวเล็กเข้าแนบกับวรกายพร้อมกับตวัดพระกรรัดรึงเอาไว้อีกชั้นจนคนตัวเล็กดิ้นไม่หลุด ให้ตายเถอะวันนี้เจ้าจอมหมดเรี่ยวแรงแล้วนะ!

 

“พระองค์กลับตำหนักได้แล้วเพคะ นี่ก็ดึกมากแล้ว”

 

“กล้าไล่ฉัน?!” เลิกพระขนงไปด้วยเมื่อตรัสถาม

 

“เปล่าเพคะ แต่ถ้าพระองค์อยากจะประทับที่นี่หม่อมฉันจะลงไปนอนที่พื้นให้”

 

“จะเป็นผัวเมียกันแล้วก็นอนด้วยกันเลยสิ จะลงไปนอนข้างล่างทำไม ฮึ?

 

“ไม่ได้เพคะ เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”

 

“จะเป็นตอนนี้เลยมั้ยหละ?!” ตรัสจบก็ทำท่าว่าจะเข้าปลุกปล้ำร่างเล็กอีกรอบจนมือเล็กต้องรีบยกขึ้นกันไว้

 

“ไม่เอานะเพคะ หม่อนฉันเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ถ้าจะกรุณาทรงปล่อยให้หม่อมฉันพักผ่อนเถอะนะเพคะ” เอ่ยวอนขออย่างอ่อนหวานเผื่อว่าจะแปรเปลี่ยนพระทัยของพระองค์ได้

 

“ก็แค่นั้น” ตรัสจบก็รั้งร่างเล็กให้แนบกับพระวรกายมากยิ่งขึ้นพร้อมกับเอื้อมพระหัตถ์ลงไปดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างของเธอกับพระองค์เอาไว้

 

“เอ่อ….” ใบหน้าหวานแดงก่ำเมื่อตนไม่เคยใกล้ชิดบุรุษเพศขนาดนี้มาก่อน ในตอนนี้เธอใกล้กับพระองค์มากจนแทบจะไม่มีอากาศผ่านร่างที่แนบชิดกันไปได้

 

“เอ้า! พักผ่อนสิ ขอเองไม่ใช่เหรอ”

 

“พระองค์ไม่ทรงกลับ

 

“ตำหนักฉัน จะนอนที่ไหนก็ได้ หลับตาซะไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” ตรัสด้วยเสียงเข้มดุจนคนฟังคอหด เจ้าจอมรีบปิดเปลือกตาลงแน่นและพยายามภาวนาให้ตนหลับเร็วๆ  โดยไม่รู้ว่าวรองค์สูงใหญ่ยังคงลืมพระเนตรจ้องมองวงหน้าสวยนั่นพร้อมกับแย้มพระโอษฐ์บางเบากับความน่ารักนั่น…….

 

เธฮนี่มันยังไงกันแม่เจ้าจอมน้อย…..

 

 

 

 

 

ครั้นรุ่งอรุณเบิกฟ้าส่องแสงทองอ่อนๆระเรื่อแก่พิภพพื้น เหล่าสกุณาก็กางปีกบินร่อนออกจากรังรวงที่หลับนอน สองร่างที่อยู่ในห้วงนิทราตลอดคืนยังไม่มีใครฟื้นตื่น จวบจนกระทั่งพระพี่เลี้ยงมณฑาเปิดพระทวารเข้ามาพร้อมกับเหล่านางกำนัลเพื่อเตรียมตัวให้กับว่าที่พระชายาที่จะเข้าเฝ้าองค์ราชินีในเช้าวันนี้

 

“ว้าย!” เหล่านางกำนัลแรกรุ่นหวีดร้องพร้อมกับยกมือขึ้นปิดตาด้วยความขวยเขิน เมื่อเห็นองค์รัชทายาทและว่าที่พระชายาบรรทมหลับในอ้อมกอดของกันและกัน ใบหน้างามของว่าที่พระชายาก่ายเกยอยู่บนพระอุระกว้างโดยมีอ้อมพระกรตวัดร่างน้อยๆเอาไว้แน่น ส่วนพระพักตร์คมเข้มก็ก่ายเกยอยู่บนกลุ่มผมนุ่ม รอยยิ้มประดับบนใบหน้าของสองพระองค์ราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงความฝันที่แสนหวาน

 

 

“อ๊ะ!” เป็นร่างเล็กที่รู้สึกตัวตื่นก่อน รีบลุกออกจากอ้อมกอดอุ่นพร้อมกับขยับกายหนีเป็นพัลวันพวงแก้มนุ่มขึ้นสีแดงปลั่งราวกับผลมะเขือเทศ  วรองค์สูงใหญ่ค่อยๆขยับนิดๆก่อนจะเปิดเปลือกพระเนตรขึ้นและชันวรกายขึ้นนั่ง

 

“มีอะไรกันแต่เช้า!” ตรัสถามด้วยเสียงที่เจือด้วยความไม่พอพระทัย  เจ้าจอมยอมรับในตัวพระองค์เลยจริงๆ ทั้งที่มีคนเข้ามาเห็นฉากน่าอายเมื่อครู่ แต่พระองค์กลับทรงทำพระพักตร์เรียบนิ่งได้ราวกับไม่เคยเกิดสิ่งใดขึ้น

 

“พระอาญามิพ้นเกล้าเพคะ หม่อมฉันมิทราบจริงๆว่าองค์รัชทายาทประทับอยู่ที่นี่ วันนี้องค์ราชินีมีรับสั่งให้พวกหม่อมฉันเข้ามาแต่งองค์ว่าที่พระชายาและพาวงองค์เธอเข้าเฝ้าตอนเก้านาฬิกาเพคะ”  มณฑาทูลตอบวรองค์สูงใหญ่เพราะเกรงว่าพระองค์จะทรงกริ้ว

 

“ก็ไปจัดการซะสิ” ตรัสจบก็เบือนพระพักตร์กลับไปทอดพระเนตรร่างบางที่นั่งก้มหน้างุดๆอยู่อีกฟากฝั่งเตียง  มุมพระโอษฐ์ยกขยับขึ้นก่อนจะสาวพระบาทออกจากห้องไป

 

“ไปเตรียมน้ำอุ่นซะสิ พวกหล่อนจะมายืนขวยเขินอะไรกัน!” เอ่ยดุนางกำนัลทั้งหลายที่รีบแยกย้ายกันตามคำสั่งทันที ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาหาร่างบางของว่าที่พระชายา

 

“คุณเจ้าจอม”

 

“เอ่อหมะ ไม่มีอะไรนะคะมณฑาเจ้าจอมกับองค์รัชทายาทแค่นอนเอ่อ ไม่สิ….คือ” ลิ้นพันกันมั่วไปหมดแต่ดูเหมือนว่าพูดไปจะแย่ลงเรื่อยเสียเปล่าเมื่อเงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้มนิดๆของพระพี่เลี้ยง

 

“ไม่ต้องเอ่ยอะไรหรอกเพคะ เดี๋ยวพระชายาไปสรงน้ำกันก่อนดีกว่า”

 

“แต่ว่า….” ยังคงอิดออดเมื่อรอยยิ้มยังไม่จางไปจากใบหน้าของพระพี่เลี้ยงวัยกลางคน

 

“เสด็จเถอะเพคะ เอาเป็นว่ามณฑาเชื่อก็แล้วกัน”

 

“มณฑาอ่ะ” อมลมจนพวงแก้มยุ้ยเมื่อรู้ว่าพระพี่เลี้ยงยังไม่ได้เชื่อตามที่พูด ก้าวขาลงจากเตียงก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างงอนๆ

 

 

“งามมากเพคะ” มณฑาเอ่ยชื่นชมอย่างปลื้มใจที่สามารถเนรมิตแม่ตุ๊กตาตัวน้อยให้แปรเปลี่ยนไปราวกับคนละคน  เจ้าจอมค่อยๆหันกลับไปมองตัวเองในกระจกก่อนจะทำหน้าตกตะลึง

 

นี่เธอเหรอทำไมถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้….

 

ใบหน้าหวานถูกเครื่องสำอางแตะแต้มลงไปอย่างพอดี ดูเปล่งปลั่งดูงามตาไปเสียทุกส่วน เส้นผมที่เคยถูกปล่อยยาวตรงคลอเคลียแผ่นหลังจนเกือบถึงบั้นท้ายสีดำสนิท ถูกถักเกล้าขึ้นถักทอไว้และดัดลอนอ่อนๆตรงปลาย เรือนร่างบอบบางถูกสวมทับด้วยชุดสีขาวอมเทาที่ตัดเย็บด้วยผ้าชีฟองพลิ้วไปกับลำตัว ปักเย็บด้วยเพชรแวววาวตรงไหล่ทั้งสองข้างพร้อมกับปล่อยชายลงยาวเท่ากับชายกระโปรง ตรงเอวคอดก็มีผ้าผืนเล็กที่ตัดเย็บเข้ารูปกับส่วนโค้งเว้าอีกรอบ

 

“นี่เจ้าจอมเหรอคะสวยจัง” ไม่ใช่ว่าเธอเยินยอตัวเองหรอกนะ แต่เพราะฝีมือของมณฑากับเหล่านางกำนัลต่างหากที่เสกเธอขึ้นมาราวกับเวทมนต์

 

“คุณเจ้าจอมสวยอยู่แล้วเพคะ มณฑากับนางเล็กๆช่วยกันเสริมเต่งนิดหน่อยก็งามถึงเพียงนี้”

 

“เจ้าจอมจะลอยแล้วนะคะ” เอ่ยเย้าพระพี่เลี้ยงเสียงเบาด้วยความเขินอาย

 

“แหมเขินซะน่ารักเชียวนะเพคะ อ๊ะ!…ใกล้ถึงเวลาแล้วไปกันเถอะเพคะ”

 

“ค่ะ” รวบชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะสาวเท้าตามพระพี่เลี้ยงออกไปช้าๆ

 

 

 

“มาแล้วหรือจ๊ะแม่ตุ๊กตาน้อยของย่า” องค์ราชินีที่ประทับนั่งอยู่บนโต๊ะพระกระยาหารที่ตั้งขึ้นบริเวณระเบียงห้องบรรทมเป็นการส่วนพระองค์  ร่างเล็กย่อตัวทำความเคารพอย่างอ่อนหวานก่อนจะค่อยเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่นางกำนัลเลื่อนออกให้

 

“หม่อมฉันขอประทนอภัยเพคะที่ให้องค์ราชินีรอ”

 

“เรียกเสด็จย่าแบบวิลลิสเถอะจ้ะ” ตรัสอย่างอ่อนโยน

 

“พะ เพคะสมเด็จย่า”

 

“หนูสวยมากเลยนะลูก ดูสิราวกับตุ๊กตา” ตรัสชมพร้อมกับแย้มพระสรวลบางเบา

 

“ขอบพระทัยเพคะ องค์เสด็จย่า”

 

“จ้ะ อ้าว! วิลลิสมาพอดี นั่งสิลูก”เอ่ยทักพระนัดดาหนุ่มที่เดินเข้ามาพอดี ร่างบางทำหน้าไม่ถูกกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันทีเมื่อไม่คิดว่าองค์รัชทายาทจะมาด้วย

 

“อรุณสวัสดิ์ครับสมเด็จย่า” ทรงย่อวรองค์หอมพระปรางองค์ราชินีอย่างอ่อนโยนก่อนจะทิ้งพระองค์ลงบนพระเก้าอี้ตรงข้ามกับเจ้าจอมกัลยา

  

“มาครบแล้วก็ลงมือกันเถอะจ้ะ ย่าให้นางกำนัลทำของที่วิลลิสชอบไว้ให้ด้วยนะ”  และทั้งสามพระองค์ก็เริ่มลงมือกับกระยาหารตรงหน้า หลังจากทรงเสวยไปชั่วครู่องค์ราชินีก็ทรงตรัสขึ้นมา

 

“ที่ย่าเรียกเราทั้งสองมาก็เพื่อจะมาบอกให้เราเตรียมตัวสำหรับ พิธีสรงน้ำบุษบง ในอีกสองวันที่จะถึงนี้ด้วยนะจ๊ะ ”

 

??” คงจะมีแต่เจ้าจอมหละมั้งที่สงสัยกับชื่อพิธีที่ตนพึ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก และองค์ราชินีก็เหมือนจะดูออกถึงได้แย้มพระโอษฐ์ออกและเอ่ยตรัสอธิบายให้ร่างบางที่นั่งงุนงงฟัง

 

พิธีสรงน้ำบุษบงจะเป็นพิธีที่ราชนิกูลพร้อมกับว่าที่พระชายาที่กำลังจะเข้าพิธีอภิเษก ลงสรงน้ำที่ลอยด้วยกลีบดอกไม้หอมเจ็ดชนิดในคืนเดือนเพ็ญจ้ะ ย่าก็เลยมาบอกเราทั้งสองคนไว้จะได้เตรียมตัว ”

 

“ครับ เสด็จย่า” องค์รัชทายาทตรัสรับสั่งเบาๆ ก่อนจะตวัดสายพระเนตรขึ้นมองร่างบางที่กำลังมองมาทางพระองค์อยู่พอดี ก่อนจะยกมุมพระโอษฐ์ขึ้นเมื่อร่างเล็กรีบหลบสายพระเนตรคมกริบอย่างรวดเร็ว และถ้ามองไม่ผิดพระองค์เห็นว่าปรางแก้มเนียนขึ้นสีระเรื่อแดงก่ำ

 

“ส่วนหนูเจ้าจอมก็ไม่ต้องกังวลนะจ๊ะ มณฑาจะเป็นคนจัดการและสอนหนูทุกอย่างเอง ไม่ต้องคิดมากนะ”

 

“เพคะ สมเด็จย่า” ยิ้มรับบางเบากับความปราณีที่พระองค์มีให้กับเธอ 

 

 

………………………………………………..

 

 

“มานี่แม่ตากลม” ทันทีที่ออกมาจากห้องขององค์ราชินี พระหัตถ์หนาคว้าหมับเข้ากับต้นแขนเล็กและออกกำลังลากร่างแน่งน้อยให้เดินตามพระองค์ไปอีกทาง

 

“ไม่ต้อง!” ตรัสเสียงเข้มเมื่อพระพี่เลี้ยงและเหล่านางกำนัลทำท่าว่าจะขยับตามแม่ตุ๊กตาที่อยู่ในอุ้งพระหัตถ์ของพระองค์

 

“มะ มีอะไรเพคะ” เอ่ยถามวรองค์เสียงกระตุกกระตักเมื่อโดนลากเข้ามาจนถึงในสวนดอกไม้ใกล้พระตำหนัก ดวงตากลมโตเหลือบมองไปมาเมื่อสถานการณ์เหมือนกับเดจาวู

 

“อยากจูบ”

 

!!!!!!!!

 

 

Talking^^

 

แฮ่ๆ ไม่อยากจะบอกว่าตอนหน้าจะเข้าพิธีสรงน้ำกันค่าาาาาา ขอบอกว่าจะมีการอวดเนื้อหนังนิดๆล่วยยยย //งุ้ยยยยย เลาสะปอยนิดๆโนะ><

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,093 ความคิดเห็น

  1. #64 liana (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 14:32
    มันก็จะเริ่มฟินหน่อยๆ
    #64
    0
  2. #40 meoli (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:31
    ทำไมเขิน องค์ชายบ้าอยากจูบก็บอกกันตรงๆแบบนี้ก็ได้หรออออออ อ้ากกกกกกกก
    #40
    0
  3. #39 pakkadqq (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:18
    แง่มมมมมม เขินนนนน องค์ชายอย่าใจร้านกะเจ้าจอมนักสิ 555555
    #39
    0
  4. #38 byfair (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:58
    เขิงงงง >//////<
    #38
    0
  5. #37 mtrdttt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:13
    เดี๊ยวววววว! ตรงแบบนี้เลยหรอองค์ช๊ายยยย555555
    #37
    0
  6. #36 Ja_1224 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:31
    องค์ชายยย ><
    #36
    0
  7. #35 1234iiploy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:36
    ฟฟงหวกกวงงหวหหวหว
    #35
    0
  8. #34 Sweeties girl (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:01
    เขิลล ตรงเกินนน
    #34
    0
  9. #33 sarunpron (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:24
    ทำไมซึนจังเลยเพคพ
    #33
    0
  10. #32 babemay (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:41
    แหมมมมม โอ้ยยยย คิดไงไปนอนกับน้องคะะะ แหมพอตื่นมามีการมาทำเป็นเกรี้ยวกราด แล้วนี่อะไรคะมีการบอกอยากจูบน้อง น่ารักละซี่ ! นี่คิดว่าต้องมีคนรักเก่าของพี่วิลลิสมารังควาญแน่ๆอีกหน่อย ฮือ
    #32
    0
  11. #31 คุณนายคิม * (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:15
    พ่อหนุ่มซึนตลอดกาลลลล น่ารักจริงๆ
    #31
    0
  12. #30 Ms.Iydah (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:57
    อยากจูบ โอเซฮุนเพคะ หน้ามึนมากเพคะ
    #30
    0
  13. #28 Crystal Clean (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:19
    โอเซฮุนน่ารักกกก
    #28
    0
  14. #27 pprancy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:17
    ทัมมัยต้องอยากจูบด้วย เขินนะ-//-
    #27
    0
  15. #26 mystery_pp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:04
    โอ๊ยย ชอบมากกก มากๆๆๆๆรอนะค้าาาาา แต่แบบ เรื่องนี้แอบอยากให้พรี่ฮุนอ่อนโยนนิดนุงงงง แต่จะแบบไหนรีดก็ชอบค่ะ 5555 ไรท์สู้ๆ
    #26
    0