[FIC EXO] ++{SEHUN X YOU} Bride of monarch ดั่งฤทัยราชัน

ตอนที่ 2 : ดั่งฤทัยราชัน-01-คำเอ่ยขอที่ไม่อาจปฏิเสธ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    8 ม.ค. 61

-01-

คำเอ่ยขอที่ไม่อาจปฏิเสธ




 

 

“หนูมาเเล้วค่ะ~~” เจ้าจอมเดินเข้ามาหาเเม่เเละยายที่นั่งอยู่กลางเรือน เมื่อเข้ามาใกล้ผู้ใหญ่ก็เปลี่ยนเป็นคลานเข่าเข้ามาหาเเทนเเละค่อยๆนั่งลงพับเพียบอย่างเรียบร้อย ก่อนที่มือเล็กจะฉวยเอาดอกบัวที่วางอยู่ตรงหน้าเเละเริ่มลงมือพับอย่างชำนาญ

 

“เเล้วยายกับเเม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับหนูเหรอคะ?” เหมือนจะกระหวัดนึกได้ถึงคำพูดของแม่เเละยายก่อนจะไปเปลี่ยนผ้าถุงจึงเอ่ยถามขึ้น

 

“คือ...” พิกุลอึกอักเมื่อสบสายตากลมโตใสเเจ๋วของลูกที่รอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ

 

“เอ้อ..อืม การเรียนเป็นไงบ้างลูก เที่ยวเล่นเก็บดอกบัวอยู่ทุกวี่วัน หนังสือหนังหาอ่านทบทวนเเล้วรึ” เป็นคุณยายที่เอ่ยถามขึ้นมา พิกุลจึงแอบสบตาผู้เป็นเเม่อย่างหนักใจ

 

“หนูสอบเสร็จเเล้วนะคะคุณยาย เหลือวิชาทั่วไปอีกวิชาเดียวเท่านั้นเอง  หนูอ่านทบทวนไว้นานเเล้วค่ะเหลือทวนนิดๆ” นึกว่าเรื่องอะไร ยายกับเเม่ก็ทำหน้าเครียดเชียว

 

“เเล้วหนูมีแฟนรึยังหละลูก...” คำถามตรงๆจากมารดาพาลให้แก้มใสขึ้นสีระเรื่อ เมื่อกระหวัดถึงคนที่ตนก็คุยๆกันอยู่

 

“หยะ...ยังหรอกค่ะเเม่ เเต่คนคุย...ก็มีบ้างค่ะ” เพราะไม่เคยโกหกจึงต้องเอ่ยบอกเบาๆอย่างเหนียมอาย

 

“ใช่พ่อหินมั้ยลูก…. เเม่เดาถูกมั้ย”

 

“เอ่อ..ค่ะเเม่”  เอ่ยรับเสียงเบา “พี่หินหรือเหมันตฺ์” เป็นลูกของป้าไหมบ้านอยู่แถวปากทางเข้าบ้านของเธอไม่ไกลกันนัก พี่เขาเป็นพี่เจ้าจอมปีนึง เรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาลัยเดียวกับเธอ เพราะเห็นกันมาเเต่เล็กแต่น้อยพี่เขาจึงอาสารับส่งตอนไปเรียน แม้บางวันจะไม่มีคลาสก็ยังอุตส่าห์ไปส่ง แต่ก็ดีเพราะตัวเเทบจะติดกันเเละพี่หินก็เเข็งแกร่งสมชื่อ จึงไม่มีใครกล้าที่จะวอเเวกับเจ้าจอม เพราะกลัวในความเถื่อนของพี่เขาที่เธอก็ต้องปรามเอาอยู่บ่อยๆ

 

เเละเเเน่นอนความผูกพันย่อมถักทอไปเรื่อยๆ เเต่เจ้าจอมยังไม่พร้อมที่จะเรียกใครว่าแฟนเพราะการปลูกฝังจากมารดาเเละยายว่าให้ตั้งใจเรียนให้จบ จึงได้เเค่เพียงพัฒนามาเป็นศึกษากันได้เพียงเเค่เดือนกว่าๆเท่านั้นเอง แม้จะรู้จักกันมาเกือบๆยี่สิบปีเเล้วก็ตาม

 

“เเล้วคบกันเเล้วยัง หืม...” ผู้เป็นเเม่เอ่ยถาม

 

“หยะ...ยังค่ะ เจ้าจอมเเค่กำลังศึกษากับพี่เขาเฉยๆ พึ่งได้เเค่เดือนกว่าๆเองค่ะ”

 

“ดีเเล้วลูก...” ยังดีที่ลูกยังไม่ได้ปลงใจกับพ่อเหมันต์เพราะไม่เช่นนั้นสิ่งที่เธอกำลังจะพูดต่อไปนี้ อาจเป็นการทำลายจิตใจของลูกจนแทบจะเเตกสลายก็ได้

 

“เจ้าจอม”

 

“คะ?” ขานรับเเต่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเพราะมัวเเต่ง่วนอยู่กับการพับดอกบัว

 

“หนูต้องเเต่งงานเเล้วนะลูก/นี่ค่ะเเม่!” มือที่ยื่นดอกบัวให้มารดาชะงักไปก่อนที่ปทุมมาในมือจะหลุดตกลงพื้นอย่างเเรงจนก้านหักด้วยความตกใจ

 

“ว่าไงนะคะเเม่...พูดเรื่องอะไรกัน” ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยความตกใจในสิ่งที่ได้ยิน ก่อนจะพยายามรวบรวมความคิดที่กระจัดกระจายเเละระบายยิ้มบางเบา

 

“หนูยังไม่รีบเเต่งหรอกค่ะเเม่...หนูกับพี่หินพึ่งจะศึกษาดูใจกันเองยังไม่คบกันด้วยซ้ำ...อีกอย่างเเม่กับยายก็บอกเจ้าจอมเองไม่ใช่หรือคะ ว่าให้เรียนจบก่อน ค่อยคิดเรื่องนี้....” สาวน้อยเอ่ยเสียงหวานโดยไม่รู้ว่าชีวิตตนกำลังจะผกผันแปรเปลี่ยนอย่างไม่คาดคิด

 

 

“เจ้าจอมเอ้ย....คนที่หนูจะเเต่งงานด้วยหนะไม่ใช่พ่อหินหรอกลูก ไม่ใช่คนธรรมดาด้วยซ้ำ...เเต่ว่าที่สามีหนูหนะคือองค์รัชทายาท....แห่งราชอาณาจักรหิมันตลายา” คุณยายพูดด้วยเสียงเนิบนาบเเต่ทว่าแฝงความกังวลในน้ำเสียง

 

“หมะ...หมายความว่ายังไงคะ...แม่...ยาย...หนูไม่เข้าใจ” เจ้าจอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนนั้นคนนี้ทีอย่างไม่เข้าใจ

 

“มาหาเเม่มาเจ้าจอม” แม่เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงบางเบาสั่นเครือ ร่างบางเม้มปากแน่นก่อนจะค่อยๆขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ จนกระทั่งแม่ยกมือขึ้นลูบหัวเธอเบาๆ

 

“หนูรู้ใช่มั้ยว่าตัวเองมีเชื้อสายหิมันตลายาจากพ่อ...”

 

 

......

 

“พ่อของลูกเป็นข้าราชบริพารใกล้ชิดของราชวงศ์แห่งหิมันตลายาแต่เพราะพ่อมีครอบครัวจึงทิ้งงานที่นั่นมาอยู่กับแม่ที่นี่....และมีหนู”

 

........

 

“แต่เมื่อสองวันก่อน...ราชินีพิมพ์พิลาไลย ส่งพระราชสาส์นมาหาเราที่นี่ พระองค์ทรงเลือกหนู...ให้เป็นว่าที่พระชายาขององค์ชายโอเซฮุน ผู้ครองบัลลังก์คนต่อไป....”

 

“แต่หนูไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวกับหนูตรงไหน...ได้โปรด หลอกหนูว่าแม่เเค่ล้อเล่น...”พูดถึงตรงนี้น้ำใสๆก็เอ่อคลอดวงตา

 

“เจ้าจอม...มันคือเรื่องจริงลูก...เเละเเม่กับยายไม่สามารถขัดพระประสงค์ได้....”  นางพิกุลร้าวรานไม่เเพ้กัน ส่วนหญิงชราที่นั่งเอนหลังกับหมอนอิงก็ต้องซ่อนความหม่นเศร้าเอาไว้ภายใต้ดวงตาสีขุ่นเทาเท่านั้น

 

“ไม่ค่ะ...เจ้าจอมไม่เเต่ง....ไม่มีทาง!”  ร่างบางถลันลุกขึ้นวิ่งหนีลงจากเรือนอย่างรวดเร็วพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินเป็นสาย ร่างน้อยวิ่งลงเรือลำเดิมที่จอดเทียบท่าเอาไว้ก่อนจะจ้วงพายตรงไปยังกอบัวทั้งหลาย มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาไม่หยุดเมื่อมันยังคงไหลอาบเรื่อยๆ จนกระทั่งเรือลอยลำอยู่กลางสายน้ำที่รายรอบด้วยบัวงามที่เริ่มหุบกลีบลงเมื่อเวลาล่วงเข้าสู่เย็นย่ำ

 

“ไม่จริง...นี่มันเรื่องบ้าอะไร”  พร่ำถามซ้ำๆแต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบ เหล่าดอกบัวต่างซบคอลงกับใบเหี่ยวเฉาราวกับกำลังเสียใจไปกับเด็กสาวที่กำลังโศกโศกากับเรื่องที่ได้ฟังมา

 

เธอยังอยู่เเค่ปีสอง ทำไมต้องไปเจอกับเรื่องราวเหล่านั้น ยังอยากที่จะร่ำเรียนเเละเป็นครูตามที่ตั้งใจเอาไว้ เเต่เหมือนความฝันที่เฉิดฉายกำลังจะสะดุดลง....ไหนจะเรื่องพี่หิน...เเค่นั้นความปวดหนึบก็บีบอัดเข้ากลางอก....เธอจะทำเช่นไรดี....

 

นั่งร้องไห้อยู่กับเหล่าอุบลบานอยู่นานจึงได้ยอมพายเรือกลับบ้านเมื่อตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า  ใบหน้าว่างเปล่าแต่ทว่าเต็มไปด้วยความคิดที่ยุ่งเหยิงในสมอง เดินทอดน่องเอื่อยๆขึ้นมาจากท่าเรือเพื่อตรงเข้าบ้าน ทุกอย่างดูเหน็บหนาวไปหมด เเม้เเต่กลิ่นดอกปีปที่ตนชื่นชอบก็ไม่อาจดึงใจให้ก้มลงเก็บมาเสียบแซมหูได้เฉกเช่นทุกครั้ง....

 

ใครกัน.....

 

รถคันหรูสามสี่คันที่จอดเรียงรายอยู่หน้าบ้านชวนให้เธอขมวดคิ้ว  เพราะไม่บ่อยครั้งหรอกที่บ้านของเธอจะมีใครมาหาได้ดูยิ่งใหญ่ขนาดนี้ พ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะค่อยๆรวบชายผ้าถุงให้เรียบร้อยก่อนจะก้าวขาขึ้นเรือน เพราะมีชายแปลกหน้าไม่น้อยกว่าสิบคนที่ยืนกระจายอยู่รอบๆบ้าน แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่อยากที่จะเดินเข้าไปถามสักเท่าไหร่ จวบจนกระทั่งเดินขึ้นมาถึงบนเรือน.....

 

 

ภาพของหญิงสูงวัยเเต่ทว่ายังคงมีเค้าความงามอยู่หันกลับมามองที่เธอก่อนจะแย้มยิ้มอย่างอ่อนหวานนั่งอยู่บนเบาะที่เย็บถักอย่างสวยงามเป็นรูปดอกบัวบานฝีมือของเเม่อยู่ใจกลางเรือน ข้างๆกันมีทั้งมารดาเเละยายของเธอที่นั่งอยู่เบื้องล่างต่ำกว่าอย่างนอบน้อม  เจ้าจอมยืนนิ่งมองเหม่อในภวังค์จวบจนกระทั่งเสียงที่ไพเราะนุ่มหวานจะเอื้อนเอ่ยออกมา

 

“นั่นหนูเจ้าจอมใช่ไหม...โตเป็นสาวสวยขนาดนี้เเล้วรึ  เราคิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกหนู” 

 

“เจ้าจอมมานี่ลูก มากราบองค์ราชินีเร็ว...” นางพิกุลเอ่ยเรียกลูกสาวที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ ก่อนจะค่อยๆก้าวเดินเข้าไปเเละคุกเข่าลงคลานมานั่งข้างๆมารดา ร่างบางก้มตัวลงกราบด้วยกิริยาท่าทางเเช่มช้อย เป็นที่ต้องพระทัยองค์ราชินียิ่งนัก

 

 

“สวย...สวยมาก...งดงามเเช่มช้อยทั้งรูปร่างเเละกิริยา” ตรัสชมจนคนฟังต้องขวยเขินมิกล้าเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ กระเเสอำนาจที่เเผ่ออกมามันทำให้เจ้าจอมรู้สึกเกรงขาม เเละพอจะทราบว่าท่านคือใครจากบริบทการพูดจาของมารดา

 

“หนูเจ้าจอม แม่เเละยายของหนูบอกเรื่องที่เราส่งสาส์นมาให้เเล้วใช่มั้ยจ๊ะ” ตรัสถามด้วยเสียงที่อ่อนโยน

 

“เพคะ...”

 

“เเล้วหนูว่าอย่างไร...ตกลงใช่มั้ย” พระสุรเสียงเต็มไปด้วยความความหวัง ตรงข้ามกับเจ้าจอมที่น้ำตารื้นเอ่อคลอ

 

“หมะ...หม่อมฉัน...ยังไม่พร้อมสำหรับการแต่งงาน….” คำตอบของลูกสาวทำให้ทั้งเเม่เเละยายใจหายวาบ เพราะเกรงว่าจะทำให้องค์ราชินีแห่งหิมันตลายาขุ่นข้องพระทัย

 

“ทำไมละจ๊ะบอกเหตุผลย่าได้มั้ย?

 

“หม่อมฉันยังเรียนอยู่เพคะคงยังไม่พร้อมสำหรับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้”

 

“ย่ามิว่าอันใดเรื่องนั้น...จะส่งเสียเหมือนเช่นเคยด้วยซ้ำ...เพียงเเต่ต้องการให้หนูช่วยเข้าพิธีอภิเษกกับองค์ชายวิลลิส...หลานของย่าเอง...เพื่อให้ถูกต้องตามกฎมณเฑียรบาลว่า...กษัตริย์ต้องมีราชินีคู่พระทัย...เพราะฉะนั้นหากจะเเต่งตั้งองค์รัชทายาทก็จำต้องเเต่งตั้งพระชายาด้วย...เเละหนูคือคนที่ย่าเลือก...” รับสั่งอย่างไม่ถือพระองค์ ยิ่งเห็นความอ่อนช้อย กิรยาวาจางดงามยิ่งต้องพระทัยของพระนางยิ่งขึ้นไปอีก

 

“แต่หม่อมฉันเป็นเพียงชาวบ้านต่ำต้อย. มิบังอาจเอื้อมอยู่ในตำแหน่งของพระชายาให้บัลลังก์แปดเปื้อนหรอกเพคะ...” เจ้าจอมพยายามหาเหตุผลร้อยแปดมากมายเพื่อมาเอ่ยปฏิเสธ เเต่สาวน้อยคงไม่รู้ว่าพระนางเจ้าจากแดนไกลจะทรงถอดพระทัยง่ายๆซะเมื่อไหร่กัน

 

“หนูมีสายเลือดหิมันตลายา เป็นถึงลูกทหารเอกของย่า เเม้จะเป็นเลือดผสมเเต่กระนั้นย่าก็ยังยินยอมเเละเลือกเเล้วว่าหนู...คือพระชายาที่จะเคียงคู่กับหลานของย่าสืบต่อไป” สุรเสียงเเน่วเเน่จนเธอต้องเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรช้าๆ เเละเมื่อหันกลับไปมองทั้งยายเเละเเม่ ทั้งสองก็ยิ้มให้อย่างตื้นตัน เเละพยักหน้าให้ยินยอม เพราะพอจะจับใจความได้ว่า...ที่ตนได้ร่ำเรียนอยู่สุขสบายอย่างทุกวันนี้เป็นเพราะใคร...

 

“หรือว่าหนูมีคนรักแล้ว

 

“ไม่เพคะเจ้าจอมยังไม่มีใคร ลูกสาวของหม่อมฉันคร่ำเคร่งแต่เพียงการเรียน จึงไม่เปิดใจให้ใครเพคะ” นางพิกุลรีบทูลตอบพระราชินีอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวลูกสาวของนางจะเอื้อนเอ่ยตามความจริง

 

“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าปฏิเสธเลยนะ...คำขอของย่าอาจดูใจร้ายกับหนู...เเต่เชื่อเถอะว่าชีวิตต่อไปนี้ของหนูจะมีความสุข ทั้งเเม่เเละยายจะอยู่อย่างสุขสบาย...หากหนูตกลง”

 

..........  มีเพียงหยดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเมื่อทราบดีถึงความนัยของพระสุรเสียง

 

“เอาเถอะ ย่าคงจะเร่งรัดหนูเกินไป งั้นย่าจะให้เวลาหนูสามวัน...เเล้วย่าจะส่งองครักษ์มารับคำตอบ....หวังว่าเจ้าจอมคงจะไม่ทำให้ย่าผิดหวังนะจ๊ะ”

 

……........................................................................

 

องค์ชายโอเซฮุนหรืออีกพระนามคือองค์ชายวิลลิส’  ทรงทอดถอนพระทัยอย่างหน่วงหนักเมื่อได้รับพระราชสาส์นจากสมเด็จย่า. พระองค์ไม่เคยคิดที่จะต้องการขึ้นครองบัลลังก์เลยสักนิด เพราะพระองค์ทราบดีถึงกฎมณเฑียรบาล ว่าผู้ขึ้นครองราชย์ต้องมีสายเลือดหิมันตลายาอย่างแท้จริง หาใช่องค์ชายเลือดผสมเฉกเช่นพระองค์......

 

 

ในตัวของพระองค์มีเลือดหินมันตลายาจากองค์พระบิดา เเต่ทว่ามารดาของพระองค์เป็นเพียงสามัญชนเชื้อชาติเกาหลีครึ่งอังกฤษ ฉะนั้นจึงไม่เพียงเลือดผสม พระองค์ยังมีเลือดเสี้ยวอีก จึงไม่สบายพระทัยนักหากต้องขัดกับกฎบ้านเมืองที่ตราเอาไว้....เเต่เมื่อทราบถึงคำกราบทูลของท่านเจ้าคุณกลาโหม พระองค์ก็สงสารสมเด็จย่าเพราะทรงต้องเหน็ดเหนื่อยพระวรกายมานานหลายปี ตั้งเเต่พระบิดาของพระองค์เองสวรรคตไปพร้อมพระมารดา.............

 

 

“ฝ่าบาทจะเสวยพระกระยาหารเช้าเลยมั้ยพะเจ้าค่ะ” 'อชิระ' ค่อยๆเดินเข้ามาทูลถามพระองค์ที่ประทับอยู่บนโซฟากลางห้องพักหรู

 

“เอากาแฟมาก็พอ เเล้ววันนี้เรามีเรียนอะไรบ้างอชิระ” ตรัสถามโดยไม่ละพระเนตรจากกระดาษตรงหน้า

 

 “วันนี้พระองค์ทรงมีคลาสเรียนภาษาไทยตอนเก้าโมงเช้าพะยะค่ะ”

 

“อืม ไปเตรียมตัวเถอะ” รับสั่งเสียงนิ่งเรียบจนเป็นที่สงสัยขององครักษ์คู่พระทัย

 

เมื่อองครักษ์ออกไปแล้วพระองค์ก็ลุกขึ้นเดินไปจัดการกับตัวเองบ้าง พระองค์เลือกที่จะมาศึกษาต่อปริญญาเอกที่เมืองไทย เพราะเห็นจากในอินเทอร์เน็ตว่ามีวัฒนธรรมที่งดงามและเบื่อทางตะวันตกที่เรียกได้ว่าอยู่มาครึ่งค่อนชีวิต....เเละนั่นแหละนะพระองค์จึงตัดสินพระทัยมาที่เมืองไทย พระองค์ไม่ชอบการวุ่นวายมีพิธีการ ทรงต้องการใช้ชีวิตเฉกเช่นสามัญชนธรรมดา จึงทรงมาศึกษาต่อที่นี่กับองครักษ์คู่พระทัยอย่างอชิระโดยไม่เปิดเผยพระองค์เองว่าทรงเป็นใคร  ในมหาวิทยาลัยเเละเพื่อนร่วมคลาสจึงรู้จักพระองค์ในนาม “โอ เซฮุน” นักศึกษาชาวต่างชาติเเค่นั้นเอง

 

 

“ซาหวัดดี มิสจินตานา” เอ่ยทักทายครูที่สอนภาษาไทยด้วยสำเนียงแปร่งปร่า แต่กระนั้นก็ได้รับรอยยิ้มตอบกลับอย่างใจดี

 

“สวัสดีเซฮุน  พูดคล่องขึ้นทุกวันนะ”

 

“นิดน่อยขรั่บ”  ยิ้มรับกับคำชมก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเพื่อรอเรียน

 

“วันนี้ อาจารย์ไม่ได้จะมาสอนพวกเราเฉยๆนะคะ  อาจารย์มีนักศึกษาครูที่จะมาลองฝึกสอนพวกเราดูรับรองว่านักศึกษาจะต้องชอบแน่ๆ” เสียงพูดเป็นภาษาอังกฤษที่คล่องเเคล่วเเม้จะเป็นครูภาษาไทยจากมิสจินตนาดังอยู่บริเวณหน้าห้อง ทำให้นักศึกษาต่างตื่นเต้นที่จะได้พบเจอกับคนที่อาจารย์บอก ก่อนที่ประตูหน้าห้องจะถูกผลักเข้ามา เเละร่างบอบบางของสตรีตัวน้อยจะก้าวเข้ามาด้วยท่าทางสง่าเเละเต็มไปด้วยความมั่นใจไม่เคอะเขิน....

 

 

“สวัสดีค่ะทุกคน ฉันชื่อเจ้าจอมกัลยา เรียกสั้นๆว่าเจ้าจอมก็ได้ วันนี้ดิฉันจะรับหน้าที่สอนภาษาไทยให้กับทุกคนเองค่ะ”  เอ่ยออกมาอย่างคล่องแคล่วดูธรรมชาติบ่งบอกว่าเธอคนนี้เตรียมตัวมาดีเเค่ไหน เเม้จะใช้อีกภาษาก็ตาม

 

เผลอแย้มพระสรวลออกมาอย่างไม่รู้พระองค์กับความสวยงามหน้าพระพักตร์ ดวงหน้าสวยหวานที่มีจมูกโด่งสวยรับกับกลีบปากได้รูป ผิวขาวเนียนละเอียด สัดส่วนโค้งเว้าราวกับถูกสลักเสลาจากทวยเทพ ปล่อยเส้นผมยาวสยายคลอเคลียเเผ่นหลัง พร้อมกับสัดส่วนความสูงที่หากถอดรองเท้าคัทชูนั่นออกคงจะเพียงเเค่ระดับพระอุระของพระองค์เองเเน่ๆ

 

“ทรงสนพระทัยหรือพะยะค่ะ”  อชิระโน้มตัวมาเอ่ยเย้าองค์ชาย

 

“เปล่า...” เเต่กระนั้นสายพระเนตรก็ไม่ละห่างจากร่างบางเลยสักนิด

 

“ไม่สนพระทัยก็ดีเเล้วพระเจ้าค่ะ มิเช่นนั้นพระองค์จะทรงต้องพระทัยคนมีเจ้าของเสียเปล่า”

 

“หมายความว่าอย่างไร” พระขนงเข้มขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยในคำพูดนั้น

 

“เจ้าหล่อนเป็นดาวคณะครุศาสตร์ เห็นคนลือกันให้ทั่วทั้งมหาลัยเลยว่าเธอกำลังศึกษาดูใจกับอดีตเดือนคณะวิศวะปีสามชื่อเหมันต์พระเจ้าค่ะ” อชิระกราบทูลอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ได้ฟังเช่นนั้นพระทัยที่คับฟูก็รู้สึกหน่วงๆอย่างบอกไม่ถูก

 

“นี่นายเป็นคนสนใจเรื่องผู้อื่นถึงขนาดนี้เลยเหรออชิระ เเล้วเราเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าห้ามใช้ราชาศัพท์กับเราเมื่ออยู่ข้างนอก” แสร้งว่าให้คนคู่พระทัยเพื่อสลัดความรู้สึกแปลกๆให้หลุดพ้น

 

“ขอประทาน...ขอโทษครับ...เเต่เรื่องนี้ใครๆก็รู้ทั้งมหาลัยแหละครับ ผมไม่ตั้งใจสืบเสาะเรื่องก็ลอยเข้าหูอยู่ดี”

 

“อืม...” รับสั่งสั้นๆอย่างไม่อยากฟังต่อ พระองค์ไม่อยากจะยอมรับเลยว่ารู้สึก 'เสียดาย' อยู่ไม่น้อย

 

 

.........................................................................

 

“เป็นยังไงบ้างเจ้าจอม ขอบใจนะที่วันนี้มาช่วยอาจารย์สอน” อาจารย์แม่เอ่ยกับเธอเมื่อสอนเสร็จเเละกำลังเก็บข้าวของในมือลงกระเป๋า

 

 

“ไม่เป็นไรค่ะอาจารย์ เจ้าจอมต่างหากที่ต้องขอบคุณอาจารย์นะคะ ที่ช่วยให้หนูได้ทีโอกาสฝึกประสบการณ์ของตัวเอง”  ถ้อยคำอ่อนหวานนอบน้อม ทำให้เจ้าจอมเป็นที่รักยิ่งของอาจารย์ในสาขาเเละท่านอื่นๆ อาจารย์จินตนายิ้มรับอย่างเอ็นดู เจ้าจอมกัลยาคือลูกศิษย์ที่เธอหมายมั่นปั้นมือว่าจะให้เดินตามรอย

 

 

“เเล้วนี่จะกลับเลยมั้ย ครูว่าวันนี้เธอหน้าซีดๆ เป็นอะไรหรือเปล่า”

 

“เอ่อ...เจ้าจอมต้องเคลียงานก่อนสอบนิดหน่อยค่ะอาจารย์ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”  เธอจะบอกได้อย่างไรถึงความอัดอั้นในใจที่ตนแบกรับเอาไว้

 

“ดูเเลตัวเองบ้างนะ….กลับไปพักผ่อนเถอะไป”  น้ำเสียงของอาจารย์เต็มไปด้วยความอารี

 

“ค่ะ หนูลาเลยเเล้วกันนะคะอาจารย์”  พนมมือไหว้ก่อนจะเดินห่างออกมา โดยมีจุดมุ่งหมายคือลานม้านั่งใต้ต้นจามจุรี ที่นั่นเงียบสงบไม่ค่อยมีผู้คน เธอจึงอยากไปนั่งพักเพื่อให้ความหน่วงหนักในใจคลายลงบ้าง....เเม้เพียงเล็กน้อยก็ดี

.

.

.

.

.

.

.

.

“คุณตามฉันมาทำไม!”  เจ้าจอมหันกลับมาถามชายร่างสูงที่ยืนนิ่งชะงักเมื่อเธอหันไปถามเสียงดัง เพราะความเงียบสงบไร้ผู้คนพลุกพล่านเจ้าจอมจึงได้ยินเสียงฝีเท้าอีกคู่อย่างชัดเจน

 

“ฉันเเค่อยากรู้จักเธอ” ถ้อยคำชัดเจนตรงไปตรงมามันทำให้เจ้าจอมรู้สึกไม่ชอบใจนัก ยิ่งท่าทางของเขาที่ดูหยิ่งยโสมันทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกอะไรบางอย่างข่มเอาไว้ เเต่ก็นั่นหละนะ โดยรวมเเล้วมันทำให้เธอรู้สึกไม่ดี

 

 

“ขอโทษนะคะ ดิฉันคิดว่าคุณคงรู้จักดิฉันในคลาสเเล้ว”

 

“แต่ผมอยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้...หรือคุณกลัวว่าแฟนคุณจะว่าเอา” คำถามพร้อมกับคิ้วที่เลิกสูงมันทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ ความรู้สึกบางอย่างร้องบอกให้เธอถอยห่างออกจากเขาให้มากที่สุด....

 

“นี่คุณ!...เอาเถอะ ฉันขอตัวก็เเล้วกันนะคะ”  ว่าจบเจ้าจอมก็หมุนตัวเดินหนีทันทีแม้จะรู้สึกไม่ชอบใจในคำพูดทีเหมือนจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเธอดีเหลือเกิน

 

องค์ชายเซฮุนมองตามหลังเล็กไปจนลับสายตา  ท่าทางหวงตัวของหญิงไทยคนนี้ ทำให้พระองค์ต้องยกยิ้มมุมปาก เหอะ!พยศเเบบนี้ยิ่งทำให้พระองค์อยากจะเอาชนะ

 

“หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะ...มิสเจ้าจอม”

 

 

 

 

 

 

"เจ้าจอม"

 

 

"......."

 

"เจ้าจอม

 

"......."

 

 

จุ๊บ!

 

"อุ๊ย!"

 

เพราะกลีบปากหยักที่กดลงบนแก้มเร็วๆทีนึงทำให้ร่างบางที่นั่งเหม่อลอยอยู่ใต้ร่มจามจุรีคนเดียวตื่นจากภวังค์ เมื่อเห็นว่าเป็นใครใบหน้าหวานก็งอง้ำลง

 

 

"พี่หิน! รุ่มร่ามที่สุดเลย!" โวยวายไม่จริงจังนักพร้อมกับฟาดมือเล็กลงบนต้นเเขนของเขา ก่อนจะเสก้มลงเขียนงานที่ค้างไว้ต่อ

 

 

"น้องหนูโกรธพี่เหรอครับ?" สรรพนามน่ารักถูกยกขึ้นมางอนง้อเมื่อเห็นว่าร่างบางทำเป็นใจจดจ่อกับงานตรงหน้า

 

 

".........."

 

"พี่ซื้อขนมมาฝากน้องหนูด้วย"  ขนมถุงโตพร้อมกับชาเขียวขวดใหญ่ถูกวางลงบนโต๊ะ ซึ่งล้วนเเต่เป็นของชอบเธอทั้งนั้น

 

"ไม่กินจริงๆเหรอ อุตส่าห์เลือกเเต่ของชอบเจ้าจอมมาให้เลยน้าาาา" ยังคงเอ่ยชักชวนเสียงหวานพร้อมกับจัดการฉีกถุงเเละยื่นไปตรงหน้าของคนตัวน้อย

 

ยิ่งพี่เขาทำดีด้วยความอุ่นร้อนที่ขอบตาก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ในตอนนี้เเม้เเต่จะเงยหน้าขึ้นมองพี่เขา....เจ้าจอมก็ยังไม่กล้า

 

"อ่า...งั้นพี่ก็คงต้องง้อแบบนี้แล้วหละนะ"  พี่เหมันต์ลุกจากม้าหินอ่อนขึ้นไปก่อนจะก้าวเดินไปอีกทาง ส่วนเจ้าจอมก็ฟุบหน้าลงกับต้นเเขนเพราะเหนื่อยล้าหนักหน่วงในใจเหลือเกิน....

 

เสียงดีดกีตาร์ที่ดังอยู่ใกล้ๆทำให้เจ้าจอมต้องเงยหน้าขึ้นมามอง. เเล้วก็เจอเข้ากับพี่หินที่ส่งยิ้มมาให้อย่างอ่อนโยนก่อนที่มือจะเริ่มเกากีตาร์พร้อมกับเริ่มร้องเพลงช้าๆ

 

รู้ไหมว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน

ความทรงจำเกิดขึ้นเมื่อไหร่

เมื่อไหร่ที่ทำให้เราสองคนเริ่มหวั่นไหว

หรือจะเป็นในตอนที่คุณต้องนอนเสียใจ

หรือในตอนที่เราต้องไกล

มันทำผมได้รู้ว่าคิดถึงแต่คุณ

 

และในตอนนี้ ในเวลานี้

ล่วงเลยมานานเป็นปี

ให้ดวงดาวนั้นเป็นเหมือนพยานว่า

 

ขอสัญญาว่าจะรักเพียงคุณ

ว่าจะรักแค่คุณ ว่าจะรักแค่คุณ เท่านั้น

นานแสนนานก็จะรักเพียงคุณ

ก็จะรักแค่คุณ อยากจะมีแค่คุณคนเดียว

คืนวันที่เราเคยมีแต่ความเหงาใจ

เมื่อมีคุณเข้ามาชิดใกล้

ก็อบอุ่นใจดังไฟที่ร้อนตอนเหน็บหนาว

ลืมเรื่องราวที่ได้เคยบอบช้ำ

ทิ้งมันแล้วโยนมันไปไกล

แล้วในวันพรุ่งนี้ก็จะมีแค่เพียงเรา

ไม่มีใครต้องเหงา และไม่มีใครต้องเศร้า

สองเราเดินเคียงกันไป

ขอสัญญาว่าจะรักเพียงคุณ

ว่าจะรักแค่คุณ ว่าจะรักแค่คุณ เท่านั้น

นานแสนนานก็จะรักเพียงคุณ

ก็จะรักแค่คุณ อยากจะมีแค่คุณคนเดียว…………….

 

 

เมื่อเพลงจบดอกกุหลาบช่อโตก็ถูกยื่นมาให้ตรงหน้า พี่หินพยักเพยิดให้เธอรับไปเมื่อเธอเอาเเต่นิ่งอึ้งอยู่

 

"เป็นแฟนกับพี่นะเจ้าจอม พี่ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะรักใครได้มากขนาดนี้ พี่อยากจะปกป้อง ดูเเล เเละก้าวเดินไปพร้อมๆกันจนถึงวันเเต่งงาน พี่สัญญาว่าพี่จะมีเเค่เจ้าจอม จะรัก  จะสร้างอนาคต จะไม่เหลวไหล เพื่อน้องหนูของพี่"

 

"ฮึกๆ...." เจ้าจอมร่ำไห้ออกมาอย่างไม่อาจทนอดกลั้นมันเอาไว้  หากเป็นวันก่อนเธอก็คงจะดีใจเเละตกลงยอมเป็นแฟนกับพี่หิน....เเต่ตอนนี้เธอทำไม่ได้เเล้ว...เธอมีพันธะเเล้ว

 

"ว่าไงครับ เงียบขนาดนี้คงจะเขินใช่มะ..."

 

"........."

 

 

"ตกลงว่าไงครับ...ถ้าไม่ตอบพี่ถือว่าเราตกล..."

 

 

"เจ้าจอมคงเป็นแฟนกับพี่หินไม่ได้..."  ดอกไม้ในมือถูกยื่นกลับคืนให้กับเจ้าของ แม้ในใจจะปวดร้าวจนแทบจะฝืนไม่ไหว จนแทบอยากจะหายไปจากตรงนี้ ซึ่งก็ไม่ต่างจากอีกคนที่รอยยิ้มเริ่มเลือนหายไปช้าๆ

 

"ทำไมหละ...หรือน้องหนูโกรธที่พี่หอมแก้ม....พี่ขอโทษจริงๆนะ เเต่พี่สัญญาว่าจะไม่เเตะต้องตัวน้องหนูอีก หากไม่ชอบ"  เอ่ยถามอย่างร้อนรน ร่างสูงโปร่งทรุดตัวลงบนม้านั่งที่ตัวติดๆกัน เเววตาเต็มไปด้วยการเว้าวอนและความหวังที่ล้นเปี่ยม

 

 

"ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกค่ะ...เเต่เจ้าจอมเป็นแฟนกับพี่ไม่ได้จริงๆ" ยิ่งพูดน้ำตาก็ยิ่งไหล หัวใจแทบขาดเป็นริ้วๆเมื่อเห็นว่าพี่หินของเธอปวดร้าวเพียงใด

 

"ทำไมหละ...บอกเหตุผลพี่ได้มั้ย" รวบรวมเรี่ยวเเรงเอ่ยถามเเม้ใจแทบจะฝ่อลีบเต็มทน

 

 

"เจ้าจอมกำลังจะเเต่งงาน...."

 

 

“ล้อพี่เล่นรึเปล่าไม่เอาแบบนี้สิ” พยายามเอ่ยพูดอย่างยากลำบากพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวัง

 

“เจ้าจอมไม่ได้ล้อเล่นเจ้าจอมกำลังจะแต่งงาน” เหมือนเข็มนับพันที่พุ่งเข้าทิ่มตำหัวใจ เหมันต์ทิ้งมือลงข้างลำตัวอย่างอ่อนแรงเมื่อได้ยินดังนั้น กีตาร์ตัวโปรดเอนล้มลงบนพื้นหญ้าไม่ต่างจากเจ้าของที่ทรุดตัวลงพื้นอย่างสิ้นหวัง เขาก้มหน้าลงมองเเค่ตักของตัวเอง อยู่นิ่งๆเเบบนั้นไม่ต่างจากร่างบางที่เบือนหน้าหนีเพราะไม่อาจทนเห็นพี่เขาร้าวรานเพราะเธอได้

 

"พี่ไปหาคนอื่นที่ดีกว่าเจ้าจอมเถอะนะคะ...ฮึกๆ....อย่าร้องไห้เพราะเจ้าจอมเลย"  เอ่ยด้วยเสียงที่สั่นพร่าเมื่อสังเกตเห็นรอยหยดน้ำบนกางเกงยีนส์ตัวโปรดของพี่หิน อยากจะโอบกอดพี่เขาเอาไว้เเต่ก็ทำไม่ได้ ตั้งเเต่ตกลงให้คำยินยอมกับองครักษ์ไปแล้ว ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปในทันทีในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที....

 

 

"เจ้าจอมกลับนะคะ..." เอ่ยลาเสียงเบาเมื่อไม่อาจทนเห็นน้ำตาของพี่เขา  เเต่ขณะที่กำลังจะหมุนตัวเดินกลับ มือหน้าก็ฉุดรั้งจ้อมือของเธอเอาไว้เบาๆ ก่อนจะสัมผัสได้ถึงวัตถุบางอย่างที่วางลงบนมือของเธอ

 

 

สร้อยขอมือที่สลักชื่อของเราสอง.....

 

HinJaojom

 

"ใส่มันไว้ให้พี่ได้ไหม....เเล้วพี่จะไม่ขออะไรน้องหนูอีก"  เหมันต์เอื้อนเอ่ยอย่างเจ็บปวด ผู้ชายอกสามศอกอย่างเขา ไม่เคยมีน้ำตาเเม้เเต่จะตีรันฟันแทงกับใคร...เเต่ในวันนี้เขากลับร้องไห้...ร้องไห้ให้กับผู้หญิงที่เขารักที่สุด

 

"ฮือออออ...พี่หิน" ทรุดตัวลงร้องไห้อย่างปวดร้าวก่อนจะโอบกอดพี่เขาเอาไว้เเน่น  หินยกสองเเขนโอบกอดตอบเอาไว้เเเละพยายามฝืนยิ้มทั้งน้ำตา

 

"ไม่เอาสิ...น้องน้อยของพี่ไม่เหมาะกับน้ำตาเลยนะ"   ดันร่างเล็กออกเเละยกนิ้วมือเช็ดน้ำตาออกให้ เหมันต์กลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ก่อนจะฝืนยิ้มให้

 

"พี่หิน..."

 

"พี่รักน้องหนูนะ..."  จบคำใบหน้าหล่อเหลาก็เคลื่อนเข้าใกล้ เจ้าจอมค่อยๆหลับตาลงช้าๆเเม้หยดน้ำไร้สีจะยังคงไหลอาบแก้มเป็นทาง

 

 

รสจูบครั้งเเรกในชีวิตช่างเเสนจะเย็นชืดเเละเจือปนไปด้วยความร้าวราน ไม่มีการล่วงเกินไปมากกว่านี้ มีเพียงการสัมผัสแผ่วเบาราวกับปีกผีเสื้อที่แตะเเต้ม ทั้งสองหลับตาซึมซับความรู้สึกดีๆเอาไว้ เพื่อเก็บมันใส่กล่องความทรงจำเเละฝังมันไว้ในห้วงลึกที่สุดแห่งหัวใจ........

 

Talking with หมูอ้วน

 

มาต่อล้าววววว  เป็นไงบ้างคะ ใครสงสารพี่หินเค้าบ้างงงงงง อย่าลืมติดตามตอนต่อไปของเค้าด้วยน้า เนื้อเรื่องก็จะปนกลิ่นอายความเป็นไทยหน่อยๆน้าาา ฉากบ้านก็อยากให้คิดตามภาพเรือนไทยของขุนช้างแบบนี้เลยนะคะ เรียนวรรณคดีมาก็เลยอินๆสักหน่อย ส่วนที่ให้นางเอกเรียนครูนั้นก็เพราะว่าไรต์เองก็เรียนอยู่ ก็เลยไม่ต้องหาข้อมูลมากเพราะเจอในชีวสิตประจำวันบ่อยๆ555 ใครอยากติชมอะไรก็ได้เลยนะคะ ไรต์คิดแท็กได้แล้วนะคะ

 

#ฟิคดั่งฤทัยราชัน

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,093 ความคิดเห็น

  1. #1091 เบ๊บ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2564 / 22:14

    ช่วงแรกก็หน่วงเลยยแง้

    #1,091
    0
  2. #62 liana (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 13:13
    สงสารเจ้าจอมกับหินง่าาาาา //เริ่มเข้าข้างหิน
    #62
    0
  3. #23 babemay (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 08:16
    โอ้ยชอบวิลลิสมากๆ แต่แบบพาร์ทเจ้าจอมกับพี่หินนี่เศร้ามาก ฮือ
    #23
    0
  4. #13 pcyckk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 13:38
    สงสารอ่ะฮืออออ
    #13
    0
  5. #10 คุณนายคิม * (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 00:15
    สงสารพี่หินอ่าาาาาาาา เจ้าจอมก็น่าสงสาร ฮืออออ
    #10
    0
  6. #8 ohtao (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 13:54
    ผมนี่ปูเสื่อรออย่างใจจดใจจ่อเลยครับ
    #8
    0
  7. #7 ohtao (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 13:54
    หูยยยย ชอบอ่า เหมือนเรื่องมีปมอยู่
    #7
    0
  8. #5 yg.laila (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 22:52
    น้ำตาไหลเลยอ่าา ชอบๆ
    #5
    0
  9. #4 mystery_pp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 20:43
    รอค่าาา ไรท์สู้ๆ
    #4
    1
    • #4-1 yg.laila(จากตอนที่ 2)
      8 มกราคม 2561 / 22:51
      น้ำตาไหลเลยอ่าา สู้ๆนะคะไรท์❤️✌🏻️
      #4-1