[FIC EXO] ++{SEHUN X YOU} Bride of monarch ดั่งฤทัยราชัน

ตอนที่ 17 : ดั่งฤทัยราชัน-15-ดีกันนะ...พระชายา+บทอัศจรรย์+

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,478
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 318 ครั้ง
    24 ส.ค. 61

-15-


ดีกันนะ...พระชายา


 


 

“ฮึก...อย่าร้อง...อย่าร้องนะเจ้าจอม” เอ่ยบอกตัวเองซ้ำๆพร้อมกับยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากสองปรางแก้ม เอนตัวพิงกรอบหน้าต่างในห้องนอนเหม่อมองต้นดอกปีปที่ตะหง่านสูงอย่างเหม่อลอย ก้านดอกสีขาวหอมกรุ่นที่ร่วงโรยปลิดจากขั้วพร่างพรูลงสู่พื้นราวกับม่านฝนตามแรงลมที่พัดโบก ยังไม่สามารถดึงใจเธอออกจากความร้าวรานที่เกิดขึ้นได้เลย เธอกำลังสับสน...หลายต่อหลายครั้งที่พระสวามีมีท่าทางหึงหวงห่วงใยกัน จนดึงใจของเธอให้หวั่นไหว แต่สุดท้ายความหวังลมๆแล้งๆก็ถูกดับลงเพียงเพราะคำตรัสนั้น....

 

อ้อ...อย่าคิดว่าที่ฉันทำไปเพราะความพิศวาสหึงหวงเธอ เพราะความจริงฉันห่วงว่าราชวงศ์ของฉันต้องแปดเปื้อนกับเรื่องคาวโสมมของเธอต่างหาก ขนาดฉันย้ำนักย้ำหนาเธอก็ยังไม่ฟังและยิ่งไปกว่านั้นขนาดฉันอยู่ด้วยเธอยังกล้าทำขนาดนี้ ไม่ต้องนึกถึงตอนไม่มีฉันเลยว่าเธอจะเหลวแหลกได้ขนาดไหน! 

 

“พระองค์มีคนในพระทัยอยู่แล้ว เลิกเพ้อฝันสักทีเจ้าจอม...” เจ็บร้าวในใจจนไม่อยากจะทำอะไรทั้งนั้นนอกจากร้องไห้...ร้องไห้ให้กับหัวใจไม่รักดี

 

 

พระองค์ละล้าละลังอยู่นานสองนานกับการจะเปิดประตูห้องนอนเข้าไปทั้งๆที่มันเป็นเรื่องง่ายแสนง่ายที่สุด แต่ทว่าพระชายาที่วิ่งหนีขึ้นมาก่อนหน้านั้นทำให้เรื่องง่ายหกลับกลายเป็นเรื่องยากขึ้นมาแทน

 

“ช่างสิ! มันไม่ใช่เรื่องที่ฉันต้องใส่ใจ” สุดท้ายทิฐิก็เป็นฝ่ายชนะ หมุนวรองค์กลับไปยังเรือนชานกลางบ้านและประทับนั่งบนเบาะ พยายามไม่ใส่ใจแต่พระเนตรก็เอาแต่หันมองบานประตูไม้ที่ปิดสนิทแทบจะทุกเวลา จนบางครั้งก็เริ่มหงุดหงิดที่พระองค์ต้องมาทำอะไรที่ดูเหมือนงี่เง่าแบบนี้

 

“โธ่เว้ย!” สบถเสียงดังพร้อมกับลุกขึ้นเพื่อเข้าไปหาพระชายา ทว่าเดินไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมารดาและยายของเจ้าจอมเดินขึ้นบนบ้านมาพอดี

 

“องค์ชาย! เสวยพระกระยาหารเช้ารึยังเพคะ”

 

“เอ่อ เรียบร้อยแล้วครับ”

 

“แล้วนี่เจ้าจอมไปไหนเพคะ ทำไมไมอยู่ดูแลพระองค์”

 

“อยู่ในห้องหนะครับ คงพักผ่อน”

 

“หือ?...ไม่สบายหรือเพคะ”

 

“เอ่อ...เห็นบ่นว่าปวดหัวนิดหน่อยครับ” จำยอมเลยตามน้ำไปเพราะพระองค์ก็ไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยออกไปว่าอย่างไรดีกับอาการของพระชายา

 

“ตายจริง งั้นเราเข้าไปดูยายหนูกันดีกว่าค่ะแม่” นางพิกุลหันไปเอ่ยกับมารดาจนพระองค์ต้องรีบให้วรกายขวางไว้เสียก่อน

 

“อย่าดีกว่าครับ สงสัยเธอพึ่งหลับเดี๋ยวผมดูแลเอง ไม่ต้องห่วงนะครับ อีกอย่างเจ้าจอมก็ไม่ได้เป็นหนักอะไรเลยครับ”

 

“เอางั้นเหรอเพคะ งั้นหม่อมฉันฝากยายหนูด้วยนะเพคะ คืนนี้หม่อมฉันกับแม่จะค้างที่วัดเลย นี่ก็กลับมาเตรียมของ”

 

“ครับ ไม่ต้องห่วงนะครับ”

 

“ได้ฟังแบบนี้หม่อมฉันก็วางใจ ขอบพระทัยเพคะ...ไปแม่พิกุล ไปเตรียมของกัน” ประโยคสุดท้ายหญิงสูงวัยหันกลับไปเอ่ยกับลูกสาวก่อนจะจูงมือกันไปยังอีกฟากของเรือน พ่นพระปัสสาสะหนักๆก่อนจะเบือนพระพักตร์กลับไปมองประตูห้องนอนและตัดสินพระทัยเปิดประตูเข้าไป

 

“ยังไม่เลิกร้องอีกรึไง? อะไรนิดหน่อยก็ร้องไห้บ่อน้ำตาเธอนี่มันผลิตทุกเวลาไม่มีหยุดพักเลยรึไง” เจ้าจอมเหลือบหางตามองขวางๆเมื่อเห็นร่างของพระสวามีในสายตาพร้อมกับถ้อยตรัสไม่เข้าหู ยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาลวกๆก่อนจะหมุนตัวเดินหนี หัตถ์หนาคว้าเข้ากับข้อมือเล็กๆและดึงให้เซถลากลับมาซบกับพระอุระแกร่งพร้อมกับกอดรัดเอาไว้ เจ้าจอมขยับดิ้นอย่างไม่ยินยอมไม่นานนักก็หมดแรงและพิงตัวลงอย่างไร้เรี่ยวแรง ภายในห้องเย็นยะเยือกจากแรงลมที่พัดผ่านเพราะท้องฟ้าเบื้องบนที่กำลังตั้งเค้าเมฆฝนมาอีกรอบจนมืดมัวทั่วสารทิศ

 

“เลิกร้องไห้ได้แล้ว” เชยคางเล็กให้แหงนเงยขึ้นสบสายพระเนตรกับพระองค์ก่อนจะใช้พระอังคุฐเกลี่ยเม็ดน้ำใสๆออกจากปรางแก้มให้อย่างเบามือ

 

“ปล่อยหม่อมฉัน...” เอ่ยเสียงราบเรียบ ความน้อยใจสะท้อนอยู่ในอกไม่หาย เกลียดตัวเองทุกครั้งที่เผลอหวั่นไหวไปกับสัมผัสอ่อนโยนแบบนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า

 

“พูดเป็นคำเดียวรึไง?

 

“.......อย่าเพคะ” ย่นคอหนีแทบไม่ทันเมื่อพระพักตร์ก้มต่ำลงอย่างจะตักตวงความหวานจากกลีบปากบางของเธอ

 

“ทำไม....หืม?

 

“อย่าทำแบบนี้...หม่อมฉัน...” อึกอักพูดไม่ออก ทำตัวไม่ถูกเพราะพึ่งจะทะเลาะกันไปเมื่อเช้าหยกๆแต่นี่พระองค์กลับอ่อนโยนจนเธอไม่รู้ว่าจะทำตัวแบบไหนกับการเปลี่ยนไปมาของพระสวามี

 

“จำไว้นะเจ้าจอม...”  ประคองใบหน้าเล็กเอาไว้ไม่ให้เบือนหนีและตั้งใจฟังถ้อยตรัสเพียงอย่างเดียว ลมข้างนอกค่อยๆทวีความรุนแรงขึ้นเสียงคนรอบข้างบ้านร้องโวยวายให้เก็บผ้าที่ตากเอาไว้ เสียงบานประตูตึงตัง หรือแม้แต่ลมที่กำลังพัดกลุ่มผมให้ปลิวสยายก็ไม่สามารถดึงความสนใจไปจากเธอได้ราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงภวังค์

 

“เธอเกิดมาเพื่อเป็นของฉันเพียงคนเดียว....เจ้าจอมกัลยา”

 

~บทอัศจรรย์~

 

ฟ้าพิโรธโหดสะบัดซัดพื้นโลก

ลมกรรโชกโยกสะเทือนเรือนสั่นไหว

อสนีบาตฟาดเปรี้ยงเพี้ยงบรรลัย

 พายุใหญ่ดุจลงทัณฑ์ลั่นแดนดิน

ทั้งบรรพตก็สั่นครั่นครื้นไหว

ชลาลัยกระฉอกสาดเข้าฟาดหิน

 ฝูงมัจฉาขึ้นวนแหวกแทรกธารริน

กระโดดดิ้นเล่นกายกลางสายชล

สะเทือนถึงเขาสุเมรุที่เด่นหล้า

ถึงหกฟ้าหกแผ่นเเคว้นเมืองหน

ถึงสัตบริบัณฑ์เจ็ดชั้นชน

 ถึงธารวนมหานทีสีทันดร

ณ บัดดลกลีบผกาที่ตูมเต่ง

ก็บานเบ่งรับพิรุณกรุ่นเกสร

 คลี่สล้างชูช่ออรชร

 ดังงามงอนอ้อนพระองค์ให้หลงนาง

 มธุกรจึ่งบินวนลงไซ้ซาบ

ละอองอาบกลิ่นสุคนธ์กลางฝนพร่าง

ว่อนวะวนทั่วก้านแก่นแผ่นใบบาง

พิศรางชางชื้นชอุ่มภุมรี

จับพระหัตถ์ขึ้นล่องฟ้าเวหาหาว

สุกสกาวดารารัตน์ประภัสร์ศรี

เกษมสันต์รสสวาทนาถนารี

องค์ภูมีจุมพิตรับประทับตรา

กรกอดรัดกัญญาลูบจูบกระหม่อม

กลิ่นกรุ่นหอมอวลอบตรลบนาสา

เชยชิดเนื้อชระอ้อนแอบแนบกายา

สู่นิทราสุขภิรมย์สมฤดี      

           -ตรีสินธุ์ , นรินทร์ภิญญา-

 

 

เจ้าจอมตื่นขึ้นมาอีกทีก็ย่ำดึกมากแล้วหลังจากที่ถูกดูดกลืนเรี่ยวแรงของร่างกายจนแทบหมดสิ้นจากพระสวามี เธอเผลอหลับไปก่อนด้วยความเหนื่อยล้าโดยที่ไม่รู้เลยว่าพระองค์หยุดทุกอย่างเอาไว้แค่นั้นหรือดำเนินไปจนสิ้นสุด...คิดถึงแค่นี้แก้มสาวก็แดงปลั่งขึ้นทันตา ข้างนอกฝนยังคงตกพรำอยู่จนได้ยินเสียงแต่ก็ซาลงอยู่มากพอควร ขยับจะลุกขึ้นแต่ทว่าก็ถูกสายพระเนตรดุๆของพระองค์ที่กำลังแนบโทรศัพท์เข้ากับพระกรรณอยู่

 

“นายก็ทำตามแบบที่ฉันบอกเลยแล้วกันอชิระ เดี๋ยวฉันกลับไป” ตรัสรับสั่งกับอชิระแต่ถึงกระนั้นก็ไม่ยอมละสายตาไปจากกายเล็กของพระชายาเลยแม้แต่น้อย เจ้าจอมกัลยาร้อนผ่าวไปทั้งร่างรีบกระชับผ้าห่มให้แน่นขึ้น เขินอายไปหมดจนตัดสินใจจะก้าวลงจากเตียงทว่ากลับถูกวงแขนแกร่งคว้าเอาไว้เสียก่อน ร่างแน่งน้อยเซล้มลงบนพระสนับเพลาของพระสวามีและปลายจมูกโด่งก็ชนเข้ากลับพระอุระแกร่งจนเผลอสูดกลิ่นหอมอ่อนๆของพระองค์เข้าเต็มปอด พระองค์ยุติปลายสายลงอย่างไม่สนพระทัยก่อนจะกลับมาดึงเจ้าตัวน้อยให้กลับขึ้นมาซบแนบวรกายแกร่งบนเตียง

 

“จะไปไหน...หืม”

 

“เจ้าจอม...ไม่นอนกับพระองค์คืนนี้ เจ้าจอมจะไปนอนกับแม่”

 

“เสียใจด้วย...แม่เธอไปนอนที่วัดกับยาย และอีกอย่างคิดเหรอว่าฉันจะปล่อยเธอไปง่ายๆ?

 

“ไม่...เจ้าจอมอึดอัด ยังไงก็ไม่นอนกับพระองค์” ปากเล็กๆที่พระองค์ช่วงชิมอยู่บ่อยครั้งว่าแสนหวานขนาดไหนงอลงอย่างเริ่มที่จะพยศอีกครั้ง

 

“ไม่จริงมั้งที่ว่าอึดอัด...เพราะขนาดชั้นทับเธอทั้งตัว...เธอยังเต็มใจเลย” ตรัสพร่าพรายข้างใบหูเล็ก เจ้าจอมแก้มแดงขึ้นอีกเท่าตัวจนร้อนไปหมด มือเล็กๆผลักพระอุระแรงๆแต่การกระทำกลับไม่สัมฤทธิ์ผลแม้แต่น้อย

 

“พระองค์...หยาบคายที่สุด”

 

“เปล่าเลย...ฉันพูดความจริงต่างหาก” ตรัสอย่างเอ็นดูพระชายาที่เขินม้วนไปทั้งตัว ขยับกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกก่อนจะค่อยๆดึงผ้าห่มที่คนตัวน้อยพันเอาไว้รอบๆเรือนกายออกจนหมด คนตัวเล็กตาโตขึ้นอีกเท่าตัว...นี่พระองค์ยังไม่อิ่มอีกรึไงกัน... ถึงบทรักเมื่อชั่วโมงก่อนๆจะเต็มไปด้วยความร้อนแรงทว่าเจือปนไปด้วยความอ่อนโยนเป็นครั้งแรก แต่ใช่ว่าเจ้าจอมจะมีเรี่ยวแรงให้พระองค์ดูดกลืนขนาดนี้นะ...!

 

“มาเถอะคนดี...” ย้ำถ้อยตรัสนั้นก่อนจะโยนผ้าห่มที่ทรงคิดว่ามันเกะกะหนักหนาลงไปบนพื้น และประคองกายเล็กให้เอนหลังลงบนที่นอนอีกครั้ง

 

“หมะ ไม่เอานะเพคะ...เจ้าจอมเหนื่อยแล้ว” พึมพำกับอ้อมอกของพระสวามีเสียงสั่นไปหมดจากการลูบไล้ไปมาทั่วผิวเนียน

 

“ไม่ได้...ต้องลงโทษแมวน้อยจอมพยศ” แค่นั้นก็ดั่งคำตัดสินสุดท้าย เจ้าจอมได้แต่โอบกอดวรกายเอาไว้ยามถูกพาเข้าสู่วังวนแห่งความหฤหรรษ์นั้นเพื่อเป็นหลักประคองกาย

 

“พระองค์...อื้อ...”

 

“เรียกฉันว่า...วิลลิส...”

 

“อื้อ...วิลลิสคะ...”

 

 




แม้จะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหนแต่เจ้าจอมก็บังคับตัวเองให้ตื่นแต่เช้า เพราะกลัวว่าพระสวามีจอมเผด็จการจะตื่นขึ้นมารังแกกันอีกรอบ แม้จะปวดขบไปทั้งตัวก็ตาม

 

“จะรีบไปไหน...หืม” ทั้งๆที่คิดว่าตัวเองขยับร่างกายเบาที่สุดแล้ว แต่ทว่าคนที่พึ่งหลับไปไม่กี่ชั่วโมงก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจนได้ แอบถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อถูกรวบร่างเข้าไปกอดอีกรอบ

 

“เจ้าจอมตื่นแล้ว จะออกไปทำกับข้าว”

 

“มีมณฑาไว้ทำไมกัน?

 

“ก็ที่นี่มันเมืองไทย มันคือบ้านของเจ้าจอม เจ้าจอมก็ต้องทำเองทุกอย่างสิคะอีกอย่างเจ้าจอมจะทำอาหารไทยด้วย พี่มณฑาก็คงไม่ถนัดเท่าไหร่”

 

“แต่ฉันยังไม่อยากตื่นตอนนี้ นอนลงซะ” ตรัสจบก็กอดรัดแม่ตัวน้อยแรงขึ้นอีกและฝังปลายจมูกลงกับซอกคอหอมๆพร้อมกับปิดเปลือกตาลง

 

“แล้วแต่พระองค์เพคะ แต่เจ้าจอมจะตื่นแล้ว” เอ่ยพร้อมกับแกะพระกรที่รัดรึงเอาไว้ออกจากตัวเป็นพัลวัน จนพะองค์ต้องลุกขึ้นและมองพระชายาดุๆ

 

“พยศอีกแล้วนะ! เมื่อคืนยังวิลลิสคะ วิลลิสขามา กอดเจ้าจอมแรงๆนะคะอยู่เลย ทำไมตอนเช้าถึงดีดดิ้นจะออกไปแบบนี้ห๊ะ!?” แก้มสาวร้อนวูบลามไปถึงลำคอ หันกลับไปทุบลงบนพระอุระแรงๆอย่างกระเง้ากระงอด ชอบนักที่จะแกล้งเธอแบบนี้

 

“พระองค์ลามกตลอดเวลาเลย! วันนี้เจ้าจอมจะไม่นอนกับพระองค์อีก”

 

“งั้นก็ไม่ต้องออกไปเลยดีไหม? ดูท่าว่าเธอจะไม่ดื้อก็แค่ตอนอยู่ใต้ร่างของฉันเท่านั้นนะ” สุรเสียงกรุ้มกริ่มพร้อมกับทำท่าว่าจะก้มลงมาหาเธออีกรอบจนต้องรีบยกสองมือขึ้นกั้นขวางไว้

 

“ไม่เอาแล้วเพคะ...นะเพคะ วันนี้เจ้าจอมจะพาพระองค์ไปพายเรือเล่นด้วย เช้าๆแบบนี้อากาศกำลังดี” เอ่ยชักแม่น้ำทั้งห้าสายมาเกลี้ยกล่อมตาแป๋ว จนพระองค์เองอดที่จะเอ็นดูไม่ได้ แย้มพระโอษฐ์ให้กับเธอก่อนจะยอมปล่อยแรงกอดรัดออก

 

“ก็ได้...”

 

“งั้นเจ้าจอมไปเตรียมฉลองพระองค์ให้นะเพคะ รอแปปนึง...” รีบลุกขึ้นจากเตียงนอนก่อนจะรีบสาวเท้าเข้าไปจัดการกับตัวเองและตระเตรียมให้กับพระสวามีทันที

 

 

งดงามราวกับภาพวาด...

 

นั่นคือคำอธิบายคนตรงหน้าพระพักตร์ได้เป็นอย่างดี ภาพของพระชายาตัวน้อยที่นั่งอยู่บริเวณท้ายเรือกำลังเอื้อมมือไปสัมผัสกลีบของดอกบัวที่พร้อมใจกันแย้มบานรับแสงอรุณยามเช้า พร้อมกับรอยยิ้มหวานๆทั้งกลีบปากเล็กและแวววามของนัยน์ตาสุกปลั่งราวกับลูกแก้วที่ต้องแสงอาทิตย์ องค์รัชทายาทหนุ่มเฝ้ามองอยู่เงียบๆเมื่อเห็นว่าเจ้าจอมกัลยามีความสุขมากแค่ไหน เจ้าหล่อนเอาแต่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วไปมา บ้างก็เอื้อมมือไปเก็บดอกบัว บ้างก็หักเอาฝักสีเขียวอวบกลมขึ้นมา ก้มลงแกะยุกยิกอยู่คนเดียว ไม่นานก็ส่งเม็ดสีขาวเล็กแค่ปลายนิ้วก้อยเล็กๆในมือให้กับพระองค์

 

“ลองชิมดูนะเพคะ ฝักบัวที่นี่หวานมากๆเลย เจ้าจอมกินมาตั้งแต่เด็กแถมชอบมากๆด้วย” ยื่นมือไปรับก่อนจะลองชิมตามคำเชิญชวนของคนที่รอลุ้นกับคำตอบ และเมื่อพระองค์พยักหน้าให้ว่าหวานจริงตามคำบอก เจ้าตัวก็ยิ้มเสียจนแก้มแทบปริ

 

“ชอบดอกบัวมากเหรอ?

 

“เพคะ พอๆกับดอกปีปเลย เอาที่จริงเจ้าจอมก็ชอบดอกไม้ทุกดอกนั่นแหละเพคะ แต่ว่าชอบมากหน่อยก็สองดอกนี้แหละ”

 

“งั้นเหรอ...” ตอบรับคำบอกเล่าของเจ้าตัวเบาๆ เมื่อพระชายาหันกลับไปสนใจเหล่าอุบลบานรอบๆตัวแล้ว จึงได้แต่ทรงคิดหาทางอยู่ในพระทัยเงียบๆ

 

ว่าจะทรงนำดอกบัวที่ผลิบานงดงามเช่นนี้...กลับไปปลูกที่พระตำหนักสองเราอย่างไรดี

 

 

วันนี้คือกำหนดกลับอย่างกะทันหันของพระองค์เนื่องจากราชกิจเร่งด่วนที่เข้ามา และแน่นอนว่าพระองค์ก็ต้องบังคับหอบหิ้วเอาพระชายาตัวน้อยกลับไปด้วยกันอยู่ดี หลังจากล่ำลา...เอ่อ...เรียกว่าแม่ยายสินะ?...ก็น่าจะใช่หละมั้ง  เสร็จเรียบร้อยแล้วพระองค์พร้อมด้วยพระชายาก็เสด็จมายังสนามบินเพื่อประทับนั่งเครื่องบินส่วนพระองค์กลับหิมันตลายาทันที

 

“เจ้าจอมยังไม่อยากกลับเลยนะเพคะ ไหนว่าจะให้อยู่ได้เจ็ดวันไง” นึกว่าที่เงียบมาตลอดจะเป็นเพราะเชื่อฟังง่ายๆและเลิกดื้อเสียที ทว่าพอเครื่องบินหันเหทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า แม่เจ้าจอมก็เริ่มส่งเสียงประท้วงออกมาทันที

 

“วันที่ก็วันที่หกแล้ว กลับก่อนแค่วันเดียวจะเป็นไรไป” เงยพระพักตร์ขึ้นจากการอ่านเนื้อหางานที่อชิระส่งมาให้ตรัสตอบคนที่กำลังทำหน้ามุ่ยอยู่ข้างๆ

 

“ไม่เป็นไรได้ไงเพคะ ตั้งวันนึงเลยนะเพคะ! อย่างน้อยเจ้าจอมก็ได้นอนบ้านอีกวัน” เถียงกลับฉอดๆจนน่าตี

 

“ยังไงก็ได้กลับมาอีกอยู่แล้ว จะโวยวายไปทำไม”

 

“ก็พระองค์ผิดสัญญาก่อนนี่” ตัดพ้อเสร็จก็หันหน้าออกนอกหน้าต่างพร้อมกับยกแขนขึ้นกอดอกเอาไว้แน่นอย่างงอนๆ

 

“ทำไมเธอชอบเข้าใจอะไรยากจัง! อยากงอนก็งอนไปเลยนะ น่ารำคาญ!” ตรัสเสียงดุจนคนที่งอนอยู่แอบเหลือบมองอย่างน้อยใจ พระองค์ก็แบบนี้ตลอด...จะง้อหน่อยก็ไม่เคยมี....อยากจะร้องไห้ออกมาแต่ก็ต้องกลั้นไว้จนปลายจมูกแดงก่ำไปหมด

 

“อ๊ะ!” เผลอส่งเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆก็ถูกยกขึ้นจนตัวลอยและวางลงบนพระสนับเพลาอย่างรวดเร็ว

 

“ปล่อยเลยนะ! ไหนว่าเจ้าจอมน่ารำคาญไง ถ้างั้นก็ไม่ต้องมายุ่ง ไม่ต้องมาอยู่ใกล้เลย!” สองมือยกขึ้นทุบตีพระอุระแกร่งและผลักไสให้ออกห่าง แต่พระองค์ก็ไม่คิดที่จะปัดป้อง แรงเท่ามดตัวจ้อยแบบนี้ทำอะไรพระองค์ให้ระคายไม่ได้เลยแม้เพียงนิด ยอมให้คนขี้น้อยใจทุบตีแผลงฤทธิ์อยู่แบบนั้น

 

“เหนื่อยแล้วรึไง?” พอพระชายหยุดการกระทำลงก็ทรงตรัสถามเบาๆ ไม่บ่อยครั้งหรอกนะที่จะทรงยอมแม่จอมดื้ออะไรขนาดนี้

 

“..........” พอทำอะไรไม่ได้ก็แกล้งไม่ยอมพูดยอมจา จนพระสวามีได้แต่แอบลอบมองพร้อมกับยิ้มอย่างเอ็นดู

 

“ไม่กี่วันเธอก็ได้กลับมาเรียนแล้ว....ถ้าวันไหนว่างๆจะพากลับมานอนอีกโอเคไหม?” ถ้อยเสียงอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็นจนเจ้าจอมหันขวับมามอง และก็เห็นว่าพระพักตร์ที่ชอบแสดงความดุดันแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ  เธอพยักหน้ารับเบาๆอย่างยอมเชื่อฟังก่อนจะถูกกดศีรษะให้เอนลงซบกับพระอังสาทั้งๆที่ยังนั่งอยู่บนตักแบบนั้น

 

“พระองค์สัญญากับหม่อมฉันแล้วนะเพคะ”

 

“ฉันสัญญา...แต่คนที่ดื้อเมื่อครู่นี้ต้องถูกลงโทษก่อนนะ”

 

“เอ๋?...อะไรกันเพคะ” ดีดตัวขึ้นทันทีแต่ถูกอ้อมพระกรกอดรัดเอาไว้เสียแน่น

 

“พระชายาที่ไม่ยอมเชื่อฟังต้องถูกลงโทษ” ยืนยันถ้อยตรัสเดิมพร้อมกับพระพักตร์ที่ยื่นเข้ามาใกล้จนเธอแก้มแดงปลั่งเอียงหลบให้วุ่น สุดท้ายก็ถูกตรึงไว้ด้วยพระหัตถ์หนา

 

“จะ...เจ้าจอมไม่อยากถูกลงโทษนะเพคะ”

 

“ไม่มีทาง...เธองอแงเองนะ” สิ้นคำตรัสนั้นกลีบปากเล็กก็ถูกแนบลงประทับอย่างอ่อนหวานจนเกินกว่าที่จะเป็นการลงโทษ ร่างบางยกแขนขึ้นคล้องรอบพระศอเอาไว้อย่างยึดเป็นหลัก ปากเล็กขยับตามรสจุมพิตของพระสวามีอย่างน่ารักจนพระองค์พอพระทัย มอบจูบหวานล้ำหลอมละลายแม่ตัวน้อยครั้งแล้วครั้งเล่าเนิ่นนานจนแทบขาดใจ....

 

 

องค์รัชทายาทและพระชายาเดินทางถึงหิมันตลายาก็ดึกมาก ซึ่งพออาบน้ำเสร็จหัวถึงหมอนเธอก็ทำท่าว่าจะหลับทันที แต่เพราะความรับผิดชอบที่ถูกอบรมมาตลอดทำให้เธอต้องฝืนทนความง่วงและเหนื่อยล้าลุกขึ้นมาตระเตรียมข้าวของสำหรับสรงน้ำให้พระสวามี

 

“ลุกมาทำไม” ตรัสถามคนที่กำลังยืนเลือกเสื้อคลุมอยู่ตู้เสื้อผ้า ทั้งๆที่ตาก็จะหลับแหล่มิหลับแหล่

 

“ก็เตรียมพระภูษาให้พระองค์ไงเพคะ” คำตอบนั้นทำให้พระองค์แย้มพระโอษฐ์ออกมาอย่างพึงพอใจแต่ก็ปฏิเสธที่จะสวมพระภูษานั้น

 

“ทำไมหละเพคะ เจ้าจอมเลือกให้ไม่ถูกพระทัยเหรอ?

 

“เปล่า...แต่ฉันว่าจะไม่ใส่นอนหนะ อึดอัดจะตาย....” คำตรัสนั้นทำให้คนที่ง่วงๆอยู่ตาตื่นทันที

 

“ไม่ได้ๆ พระองค์ต้องสวมนะเพคะ อากาศเย็นออก เดี๋ยวไม่สบาย”

 

“ไม่ต้องห่วง ฉันมีฮีทเตอร์ส่วนตัว” ยิ้มกรุ่มกรุ่มจนเธอหวั่นใจ พระองค์ไม่รีรอให้เจ้าตัวน้อยคิดทันความนัยนั้น รีบย่อพระองค์ลงช้อนร่างบางขึ้นและสาวพระบาทไปยังเตียงนอนทันที

 

“อีกแล้วนะเพคะ ปล่อยเจ้าจอมนะ!” เสียงร้องขาดหายไปเมื่อถูกกอดรัดเอาไว้แน่นและกดให้เธอซบใบหน้าลงกับอ้อมพระอุระ รับเอาไออุ่นจากกายนุ่มนิ่มให้สมกับคำว่า ฮีทเตอร์ส่วนตัว

 

 


 à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ สวิตเซอร์แลนด์

 


“เสร็จเรียบร้อยแล้วเพคะ” มณฑาเอ่ยบอกพระชายาเสียงเบาหลังจากจัดการรวบเส้นผมนุ่มไว้กลางศีรษะให้เป็นหางม้าและปล่อยลูกผมให้คลอเคลียกับกรอบหน้าหวานดูเรียบง่ายแต่ทว่าแฝงความสวยสมวัยเอาไว้ด้วย

 

วันนี้เจ้าจอมมีราชกิจที่ต้องออกเยี่ยมราษฎรในต่างเมืองร่วมกับพระสวามีเป็นครั้งแรก ก่อนที่จะกลับไปเรียนต่อ แม้ตอนแรกพระสวามีจะคัดค้านบ้างก็ตามแต่เธอก็อยากทำตัวให้มีประโยชน์เหมาะสมกับตำแหน่งที่ตัวเองได้รับบ้าง เอ่ยขอบพระพี่เลี้ยงคู่ใจเบาๆพร้อมกับสอดแขนเข้ากับเสื้อคลุมตัวใหญ่ไปด้วย เพราะช่วงนี้หิมันตลายาอยู่ในช่วงฤดูหนาวแม้จะไม่ได้หนาวขนาดที่หิมะตก แต่ก็ยังถือว่าหนาวกว่าที่เมืองไทยอยู่ดี

 

“เสร็จแล้วเหรอ” องค์ชายเซฮุนเอ่ยถามพระชายาที่เดินออกมาหน้าตำหนัก ก่อนจะเดินมารับร่างเล็กที่กำลังเดินลงบันไดมา

 

“เพคะ”

 

“อชิระจัดการข้าวของเสร็จเรียบร้อยแล้ว ออกเดินทางกันเถอะ” จับจูงมือเล็กๆให้เดินตามไปขึ้นบนรถที่จอดรออยู่ ไม่นานนักก็ค่อยๆเคลื่อนออกจากวัง

 

“หนาวรึเปล่า?” พระองค์หันมาตรัสถามร่างเล็กที่กำลังตื่นตาตื่นใจกับวิวทิวทัศน์รอบตัวรถ

 

“กำลังพอดีเพคะ...แล้วนั่นเมืองที่เราจะไปเหรอเพคะ” ทูลถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น กับภาพตรงหน้าที่ฉายวิวของบ้านเรือนประชาชนที่ปลูกสร้างแซมสลับกับภูเขาอย่างลงตัว ตัดกับต้นไม้สีเขียวๆดูสบายตาไกลออกไปเป็นเทือกเขาหิมาลัยที่ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลังดูแข็งแกร่งแต่ทว่าดูแทรกความสบายตาด้วยองค์ประกอบอื่นๆ มีทะเลสาบใสแจ๋วสะท้อนภาพนั้นราวกับกระจกบานใหญ่ดูสวยงามราวกับสวรรค์ที่สรรเสกขึ้นมา

 

“ใช่...นั่นคือเมืองบาเธนส์ ที่ๆเรากำลังจะไป”

 

“สวยมากเลยเพคะ เจ้าจอมชอบ” หันกลับมายิ้มตาหยีจนคนแอบมองเฝ้าเอ็นดูอยู่ไม่ห่าง จนต้องรีบสั่งองค์เองให้รีบดังพระทัยกลับมาโดยเร็ว

 

“อืม...ทำตื่นเต้นเป็นเด็กๆไปได้” แกล้งกลบเกลื่อนพระทัยที่กำลังเต้นแรงเอาไว้ด้วยถ้อยตรัสนั้น

 

“อ้าว...ก็เจ้าจอมไม่เคยเห็นนี่นา....เจ้าจอมขอเลื่อนกระจกลงสักหน่อยได้มั้ยเพคะ เจ้าจอมอยากดูชัดๆ” ทูลขออนุญาตเสียงเบาเมื่อเห็นพระองค์เอื้อมพระหัตถ์ไปคว้าเอาเอกสารขึ้นมาเปิดอ่าน

 

“แล้วแต่” ร่างบางส่ายศีรษะอย่างระอากลับความเปลี่ยนไปมาของพระสวามีแต่ก็ไม่ถือสาอะไร ขยับตัวไปชิดกับกระจกรถก่อนจะค่อยๆกดเลื่อนกระจกลงช้าๆ สายลมค่อยๆพัดเข้ามาจนกลุ่มผมนุ่มปลิวระริก แม้อากาศจะเย็นจนแก้มแดงไปหมดแต่เพราะความสวยที่ดึงดูด พระชายาจึงเลื่อนใบหน้าออกไปรับลมพร้อมกับสูดอากาศเต็มๆปอด

 

“ยื่นหน้าออกไปอะไรขนาดนั้น” ตรัสเสียงเข้มอย่างดุๆก่อนจะคว้าเอาต้นแขนเล็กให้ถอยกลับเข้ามาในตัวรถพร้อมกับเลื่อนกระจกขึ้นปิด

 

“นี่เจ้าจอมดูอยู่นะ!

 

“อากาศเย็นหนะเห็นมั้ย แก้มแดงจมูกหมดแล้ว!” บ่นพระชายาที่ทำตัวเป็นเด็กๆพร้อมกับถอดเอาผ้าพันพระศอขึ้นมาพันให้กับเธออีกชั้นพร้อมกับเสื้อคลุมอีกตัวจนดูกลมๆตันๆไปหมด

 

“ก็เจ้าจอม...”

 

“ไม่ต้องพูดแล้ว...ไม่งั้นจะลงโทษนะ” ตรัสพร้อมกับโน้มวรองค์มาใกล้จนเธอย่นคอหนีแทบไม่ทัน

 

“เพคะๆ เจ้าจอมไม่เถียงแล้ว!

 

“ก็แค่นั้น...” เมื่อพอพระทัยก็ยืดพระองค์กลับไปนั่งเช่นเดิมพร้อมกับก้มลงอ่านเอกสารต่อ พร้อมกับแอบเหลือบมองพระชายาเป็นระยะๆ

 

ไม่รู้สิ...เห็นแก้มกลมๆขึ้นเป็นลูกๆตอนงอนทีไร....

 

พระองค์ก็เผลอแย้มพระโอษฐ์ทุกที....

 

 

 

 100%

 

ฟ้าดินก็แยกไรต์กับรีดไม่ขาด ภพชาติแยกเราห่างกันไม่ได้~~~ แต่งานทำได้ค่ะ เป็นงานที่พรากเราห่างกันขนาดนี้!!! ขออภัยด้วยนะคะ ฟ้าจะพยายามหาเวลาว่างมากกว่านี้นะคะ>.<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 318 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,093 ความคิดเห็น

  1. #477 chaompph (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 00:20

    แงงน่ารักกที่สุดเลยยยย

    #477
    0
  2. #414 manomer (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 05:21
    เอ็นดูน้อง น้องบอบบางมากเลยใช่มั้ยเพคะ จมูกแดงนิดแดงหน่อยไม่ได้ ต้องห่อน้องเป็นก้อนเชียว แหมมมม รักน้องแล้วก็พูด
    #414
    0
  3. #388 TongBaek_Exopink (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 17:22

    แงง น่ารักกก
    #388
    0
  4. #387 nannapatmqntree (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 06:42
    แงน่ารักที่สุดเลย;-;
    #387
    0
  5. #386 sptprang01 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 19:37
    แง้้้้้ ชอบมาเลย
    สู้ๆนะคะ จะตามไปหาในทวิตแง่วววว
    #386
    0
  6. #385 유비~🎵 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 22:03
    งื้ออออออ มุ้งมิ้งมากเว่อ

    สู้ๆค่ะไรท์ รอเสมอค่า
    #385
    0
  7. #384 mybirthdayismonday1044 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 10:16

    เขินมากกด้วย
    #384
    0
  8. #383 galaxy_fanfan12 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 09:43
    ไรท์ต้องสู้!!! รีดก็จะสู้เช่นกัน ฮึบ!!!!
    #383
    0
  9. #382 Itim902 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 23:25
    พระองค์ทรงน่ารักเสมอ
    #382
    0
  10. #381 ohtao (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 23:23
    เจ้าจอมน่ารักจังเลยต้ะ อยากหอมหัว
    #381
    0
  11. #380 Ppoto (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 22:52
    ในที่สุดไรท์ก็มา5555
    #380
    0
  12. #379 pakkadqq (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 22:40
    องค์ชายยยยย เดี๋ยวนี้หวานนะเพคะ เขิงงงตัวม้วนเลย ฮีทเตอร์ส่วนตัวววววว
    #379
    0
  13. #378 ParkMild (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 22:33
    น่ารักจังเลบ
    #378
    0
  14. #377 lhiver18 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 22:33

    พระองค์อารมณ์แปรปรวนจริงเพคะ แกล้งพระชายาตลอดๆ
    #377
    0
  15. #376 u.under (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 22:18
    งื้อ ดุจังๆ 😁😁
    #376
    0
  16. #375 nannapatmqntree (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 23:54
    โอยยยย ไม่อ่อนโยนนนน><
    #375
    0
  17. #374 rrattanaporn12 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 23:47

    ง้ออีกค่ะๆๆ หวานกว่านี้นานๆเลยค่ะ ชอบมากกกก

    ง้อแบบนี้เจ้าจอมยอมตลอด ใครกันแน่ที่เอาแต่ใจ เห้อออๆบอกรักหวานๆน่ะเมื่อไหร่จะบอกเจ้าจอมสักทีนะ

    #374
    0
  18. #373 유비~🎵 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 22:12
    โอยยยยยยย อ่านตอนนี้แล้วเหมือนเป็นไบโพล่าอ่ะ
    เราอ่านต่อจากตอนที่แล้วคือน้ำตาไหล แต่พอบทอัศจรรย์มาเรื่อยๆคือเขินแบบบิดกับผ้าห่มจนเป็นดักแด้แล้ววววววว ><
    #373
    0
  19. #372 babemay (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 20:06
    โอ้ยแล้วก็มาง้อด้วยวิธีเนี้ย! ชอบนะคะแต่ก็โกรธ พูดจาร้ายๆกับน้องแล้วก็มาทำแบบนี้ ฮือ ขอชมกลอนหน่อยค่ะ แต่งดีมากๆเลย ดีแบบเสมอต้นเสมอปลายเลย ;-; ดีมากๆเลยค่ะ
    #372
    0
  20. #371 lhiver18 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 00:31
    วิลลิสสสสส
    #371
    0
  21. #370 mystery_pp (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 00:15
    ไรท์เก่งมากเลยยย สู้ๆนะคะ
    #370
    0
  22. #369 ParkMild (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 22:46
    สุขสันต์วันเกิดเอ็กโซแอลค่าไรท์เตอร์
    #369
    0
  23. #368 Jongin_p (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 22:33
    ฮือออออออ
    #368
    0
  24. #367 mybirthdayismonday1044 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 22:28
    บทกลอนสุดยอดมากๆๆค่ะ เก่งมาก
    #367
    0
  25. #366 Veevee25182520 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 22:14
    ฟินมากก
    #366
    0