[FIC EXO] ++{SEHUN X YOU} Bride of monarch ดั่งฤทัยราชัน

ตอนที่ 13 : ดั่งฤทัยราชัน-12-กลับเมืองไทย-100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,271
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 242 ครั้ง
    18 มิ.ย. 61

-12-

กลับเมืองไทย

 




                               ดวงกมลเเช่มชื่นระรื่นร่า

                 พระชายาจะกลับไทยใจผ่องศรี

        ผ่านสองเดือนเหมือนผ่านนานนับปี

                 ด้วยหน้าที่พลัดนางจากมารดา

                 นกเหล็กเจ้ากลางปีกรอล้อเตรียมเคลื่อน

        จะลอยเลื่อนกลางลมชมเวหา

        กลับสู่ถิ่นคืนสู่ฐานจากนานมา

          หอบกายาเพื่อหลบพักตักมารดร

                                                -นรินทร์ภิญญา-

 

 

รุ่งขึ้นเจ้าจอมก็ถูกปลุกตั้งแต่เช้าโดยพระพี่เลี้ยงคู่ใจ ความเหนื่อยล้าที่สะสมทำให้เธอนั่งนิ่งๆราวกับตุ๊กตาให้นางกำนัลจัดการกับเรือนร่างและการแต่งกายให้  เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ถูกเชิญให้ออกจากตำหนักเพื่อเดินทางไปยังมหาวิหารพยัคฆาเมฆินทร์อันเป็นที่ประกอบราชพิธีสำคัญซึ่งตั้งอยู่ใจกลางของพระบรมมหาราชวังหิมันตลายาแห่งนี้

 

พระสวามีประทับรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อทอดพระเนตรเห็นเธอก็ทรงเบือนพระพักตร์ไปทางอื่น ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าจอมก็ไม่ยอมเหมือนกันและก็เธอแสดงท่าทีไม่ยอมนั้นด้วยการไม่กล่าวทูลสิ่งใดกับพระองค์ แม้จะก้าวเดินพร้อมกันเข้าไปในห้องโถงพระราชพิธีด้วยการแสดงกิริยาราวกับอยู่กันคนละโลก ไร้ซึ่งสิ่งใดที่บ่งบอกว่ากำลังจะจดทะเบียนสมรสเฉกเช่นคู่แต่งงานคู่อื่นๆ

 

ทั้งสองพระองค์ประทับยืนในห้องรับรองราชสักขี ไม่กี่อึดใจสมเด็จพระนางเจ้าพิมพ์พิลาไลย เหมันติยะราชเทวี ทินกร ได้เสด็จพระราชดำเนินเข้ามายังห้องรับรองราชสักขี พร้อมด้วยพลเอกทยุธร เสนาบดีกลาโหม ประธานองคมนตรี โดยจะมีนายธีรวุฒิ องคมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ทูลเกล้าฯ ถวายทะเบียนสมรสแด่องค์ชายและพระชายา

 

องค์ชายวิลลิส เหมันติยะราชภูมินทร์ ทินกร โอเซฮุน ทรงประทับนั่งบนเก้าอี้บุกำมะหยี่สีเลือดนกเบื้องขวา ส่วนพระเจ้าวรวงศ์เธอ เจ้าจอมกัลยา เหมันติยะราชนารี ทินกร พระวรชายาประทับลง ณ เบื้องซ้าย โดยมีองค์ราชินีประทับนั่งอยู่ใจกลางเป็นองค์ประธานพิธี....

 

 

เจ้าจอมพยายามฝืนยิ้มออกมาเมื่อเธอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังสวมหัวโขนอยู่ ณ ช่วงพิธีการสำคัญนี้ปรายตามองพระสวามีที่อยู่ในชุดสูทพอดีองค์ในรูปแบบทางการด้วยร่องรอยของความน้อยใจ เพราะพิธีจดทะเบียนสมรสที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันและรวดเร็วแบบนี้เกิดจากการเอาแต่พระทัยและความเผด็จการของพระองค์เองทั้งนั้น!.........แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่นั่งมองพระองค์ที่ตวัดปากกาลงพระนามาภิไธยบนกระดาษทะเบียน และเลื่อนมาตรงหน้าเธอเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

เธอก้มลงมองปากกาในมืออย่างชั่งใจ เพราะเมื่อเธอเซ็นชื่อตัวเองลงไปแล้วบ่วงโซ่ที่มองไม่เห็นก็จะยิ่งรัดแน่นขึ้นจนยากที่จะแกะออก เงยหน้าขึ้นแอบมองพระพักตร์ของพระสวามีที่อยู่ข้างๆกันก็พบว่าทรงทอดพระเนตรมายังเธออยู่ก่อนแล้วด้วยสายพระเนตรราบเรียบแต่ทว่าแฝงความกดดันอยู่ในนั้น พยายามรวบรวมสมาธิให้กลับคืนมาและลงมือตวัดเซ็นลงไป...

 

บ่วงโซ่เกิดขึ้นแล้ว...

 

เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วองคมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงได้เชิญสมุดทะเบียนนั้น ทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าพิมพ์พิลาไลยให้ทรงลงพระนามาภิไธยเพื่อเป็นราชสักขีพยาน จากนั้นนายทยุธร นายธีรวุฒิและสำนักงานเขตการปกครองร่วมกันลงนามเป็นราชสักขีด้วยในฐานะเจ้าพนักงาน เสร็จแล้วนายธีรวุฒิจึงได้ถวายสมุดทะเบียนสมรสนั้นแด่องค์รัชทายาทและพระชายา ก่อนจะเป็นการฉายพระรูปร่วมกัน จึงเป็นอันเสร็จพิธี....

 

 

เมื่อส่งเสด็จย่ากลับพระตำหนักแล้วเจ้าจอมกัลยาก็หมุนตัวเตรียมจะเดินหนีทันที บรรยากาศคุกกรุ่นอึดอัดเพราะความโกรธและน้อยใจของเธอ พระองค์ก็คือพระองค์ที่ทำทุกสิ่งอย่างลงไปด้วยความเอาแต่พระทัยและสนองความสะใจขององค์เองเท่านั้น แต่ทว่าสองขาเล็กที่กำลังก้าวเดินก็ต้องชะงักหยุดเมื่อได้ยินสุรเสียงดังก้องจากทางด้านหลัง

 

“มณฑา!

 

“เพคะ! องค์ชาย” รีบย่อตัวพร้อมกับร่างที่สั่นระริกเพราะสัมผัสได้ถึงสุรเสียงห้วนสั้นนั้นดี

 

“บอกพระชายาของเจ้าด้วยว่าให้ไปพบเราที่ห้องทำงานภายในห้านาทีนี้!

 

“ตะ...แต่ว่าพระชายาประทับอยู่...”

 

“ทำตามคำสั่งเรา!” มณฑาแทบอยากจะร้องไห้เมื่อไม่รู้ว่าองค์เหนือหัวทรงหงุดหงิดพระทัยอันใดมา ส่วนเจ้าจอมก็ได้แต่กรอกตาขึ้นมองข้างบนอย่างเอือมระอากับการตีวัวกระทบคราดของพระสวามี

 

“เอ่อ...พระชายาเพคะ...”

 

“เราไม่ไปพี่มณฑา บอกพระองค์ด้วยว่าเจ้าจอมจะกลับตำหนักแล้ว!” ต่างคนต่างไม่ยอมกัน ยิ่งวรองค์ได้สดับฟังเช่นนั้นก็ยิ่งกริ้วมากขึ้นจนพระพี่เลี้ยงแทบอยากจะหายไปจากการเป็นเส้นแดนเขตกลางตรงนี้

 

“มณฑา!

 

“ผะ..เพคะ”

 

“ถ้าเจ้าทำตามคำสั่งเราไม่สำเร็จเราจะสั่งโบยเจ้าห้าสิบที!” ต้องการจะเอาชนะด้วยไม้ตายสุดท้ายที่พระองค์รู้ดีว่าเป็นจุดอ่อนของพระชายา และแน่นอนว่าส่งผลตามพระทัยทุกประการเมื่อร่างบางหันขวับกลับมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

 

“มันจะมากเกินไปแล้วนะเพคะ!

 

“ตรงไหนที่ว่ามากไป...” ถ้อยตรัสอย่างไม่รู้สึกอะไรยิ่งทำให้พระชายาตัวน้อยแทบจะปรี๊ดแตก มือเล็กกำเข้าหากันแน่นก่อนจะพรูลมหายใจออกมาแรงๆเมื่อรู้ดีว่าตนไม่เคยชนะพระสวามีได้เลยสักที

 

กระแทกตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามพระพักตร์อย่างแรงพร้อมกับกอดอกและเบือนหน้าหนีไปทางอื่นก่อนจะเอ่ยกระแทกกระทั้นอย่างหงุดหงิด

 

“มีสิ่งใดจะตรัสกับหม่อมฉันก็รีบตรัสมาเถอะเพคะ หม่อมฉันต้องรีบไปเก็บกระเป๋ากลับไทย”

 

“ฮึ!...ระริกระรี้อยากกลับนักนะเจ้าจอม! กำหนดการก็ตั้งอาทิตย์หน้าไม่ใช่รึไง”

 

“หม่อมฉันรอเวลานี้มานานแสนนาน จะเตรียมตัวไว้แต่งแต่เนิ่นๆก็ไม่เห็นแปลกนี่เพคะ” วองค์สูงใหญ่กำพระหัตถ์แน่นเพื่อระงับไม่ให้พระองค์ตรงเข้าไปรังแกพระชายาให้ช้ำอีกรอบ

 

“สรุปยังไงก็จะกลับให้ได้ใช่มั้ย!?” ตรัสถามด้วยสุรเสียงราบเรียบพร้อมกับทิ้งพระองค์ลงบนพระเก้าอี้จนคนฟังแปลกใจว่าพระองค์จะมาไม้ไหน เพราะเมื่อครู่ยังทรงตวาดเธอด้วยสุรเสียงกราดเกรี้ยวอยู่เลย

 

“เพคะ...”

 

“ดียืนยันแบบนี้ก็ดี...”

 

“........” เงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์เมื่อเธอรับรู้ได้ถึงรอยยิ้มเยือกเย็นของพระสวามี ความรู้สึกกำลังร้องเตือนเธออย่างบ่าคลั่งถึงเลศนัยที่แฝงมานั้น

 

“งั้นฟังชั้นให้ดีๆนะพระชายา...การกลับไปเรียนของเธอมีข้อแม้ว่า เธอจะต้องไปกลับไทยและหิมันตลายาทุกวัน ไม่อนุญาตให้เธอค้างคืนโดยไม่มีชั้นอยู่ด้วย หวังว่าจะเข้าใจนะ...ฮึ!

 

บ้าไปแล้ว.....ทรงบ้าไปแล้วรึไง!

 

“ทรงคิดอะไรอยู่เพคะ!” ถลันตัวลุกขึ้นตะโกนก้องเสียงดังเมื่อความโกรธของเธอพุ่งสูงขึ้นขีดสุด พระองค์พูดเหมือนให้เธอไปกลับกรุงเทพ-ปริมณฑล ทั้งๆที่ระยะทางจากการบินของเครื่องบินไทย-หิมันตลายาใช้เวลายาวนานถึง 7 ชั่วโมง! งั้นวันๆเธอก็ไม่ต้องทำอะไร นอกจากแค่ใช้ชีวิตอยู่บนเครื่องบินเธอก็แทบจะไม่มีเวลาหายใจด้วยซ้ำ!

 

แกล้งกันชัดๆ...!

 

“ทำไม? ถ้าทำตามข้อตกลงไม่ได้ชั้นก็ไม่อนุญาตให้เธอไปเรียนต่อ...ว่าไงตกลงจะเรียนต่อมั้ย?” เจ้าจอมโมโหจนน้ำตาคลอกับความใจร้ายของพระสวามีจ้องมองพระองค์ผ่านม่านน้ำตาที่พร่ามัวเธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังคุยอยู่กับปีศาจซาตานอะไรสักอย่างโดยที่ตัวเองเหมือนกับมนุษย์ตัวกระจ้อยที่ยืนนิ่งอย่างรอรับสภาพตามแต่จะบังคับชีวิตเธอให้เดินไปทางใด...

 

“อย่าคิดนะเพคะว่าพระองค์ทำแบบนี้แล้วหม่อมฉันจะยอม ยิ่งทรงร้าย หม่อมฉันก็ยิ่งเกลียดพระองค์ จำเอาไว้นะเพคะ...ไม่ว่าอย่างไรหม่อมฉันก็จะเรียนต่อ พระองค์ไม่มีวันจะขวางทางหม่อมฉันได้!” ตะโกนทั้งน้ำตาก่อนจะหันหลังวิ่งหนีออกมาจากห้องทรงงานทันที

 

“เจ้าจอม!” ตวาดกร้าวตามหลังอย่างโมโหแต่ก็ทรงทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายจึงระบายความกริ้วด้วยการกวาดเอาเอกสารที่วางเรียงอยู่บนโต๊ะให้หล่นปลิวลงบนพื้นอย่างแรง

 

“โธ่เว้ย!

พระพี่เลี้ยงวัยกลางคนได้แต่จ้องมองแผ่นหลังที่สะท้านขึ้นลงจากการกรรแสงของพระชายาตัวน้อยด้วยความสงสาร เธอไม่ทราบถึงเหตุที่ทำให้พระชายาวิ่งกลับมาที่ตำหนักและก้าวขึ้นบนแท่นนอนก่อนจะฟุบพระพักตร์ลงบนพระเขนยพร้อมกับกรรแสงอย่างหนักเช่นนี้ แต่ถ้าเดาก็คงจะเกิดจากพระสวามีแน่นอน

 

“พระชายาเพคะ...”

 

“ฮือออออ...” ยังสงสะอื้นไห้ไม่หยุดจนเธอแทบอยากจะร้องตาม ขยับตัวเข้าไปใกล้และแตะลงบนพระขนองนั้นแผ่วเบา

 

“พระชายาเพคะ...”

 

“ฮืออออ พี่มณฑา” ขยับลุกจากพระแท่นก่อนจะโถมเข้ากอดเธอเต็มแรง

 

“ทรงเป็นอะไรเพคะ กรรแสงทำไม...”

 

“พระทัยร้าย...ร้ายที่สุด” หลังจากพ่นคำบริภาษเธอก็เล่าเอ่ยถึงสาเหตุการณ์ร้องไห้ให้พระพี่เลี้ยงฟัง และแน่นอนว่ามณฑาก็ตกใจไม่แพ้กัน

 

“แล้วจะไม่ทรงเหนื่อยแย่หรอกหรือเพคะ พอกลับมาถึงได้จะทรงได้พักผ่อนแค่ไหนกันเชียว ก็คงต้องรีบเตรียมเสด็จกลับไปเรียนอีก...”

 

“ทรงบีบบังคับเจ้าจอมทุกอย่าง..แต่เจ้าจอมไม่ยอมแพ้หรอกนะ ยิ่งทรงใจร้ายเจ้าจอมก็ยิ่งไม่อยากยอมแพ้” เอ่ยทั้งน้ำตาอย่างน่าสงสารจนมณฑาอดที่จะสะท้อนใจไปด้วยไม่ได้ แต่เพราะเป็นเพียงข้าราชบริพารต่ำต้อยคงไม่มีอำนาจสิ่งใดจะช่วยเหลือองค์หญิงตัวน้อยได้เลย

 

ก็ทำได้เพียงสงสารแค่นั้น.....

 

 

..........................................................................

 

“ขอให้เจ้าจอมของย่าเดินทางปลอดภัยนะจ๊ะ” องค์ราชินีตรัสอวยพรให้กับพระชายาที่เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์เพื่อทูลลากลับประเทศไทยอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อไปศึกษาต่อ

 

“ขอบพระทัยเพคะเสด็จย่า...” ก้มลงกราบแนบตักอย่างอ่อนช้อย ทรงมีพระเมตตาต่อเจ้าจอมมากมายเหลือเกิน ทำให้การใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างบ้านต่างเมืองของเธอตลอดเวลาสองเดือนกว่าๆไม่ลำบากสิ่งใดเลย

 

“แล้วนี่อีกนานรึเปล่าย่าถึงจะได้เจอกับเจ้าจอมอีก...ย่าต้องคิดถึงหนูแน่ๆ” ตรัสถามด้วยสุรเสียงอ่อนโยน

 

“เจ้าจอมกลับไปเตรียมตัวลงทะเบียนแค่อาทิตย์เดียวเพคะ...หลังจากไปเรียนเจ้าจอมก็ไปกลับเพคะ ไม่ได้อยู่ที่ไทย....”

 

“หือ?...หนูหมายถึงไปกลับทุกวันงั้นหรือ?!

 

“เพคะ....”

 

“ตายจริง แล้วจะไม่เหนื่อยแย่หรือ การเดินทางใช้เวลาน้อยๆเสียเมื่อไหร่”

 

“.........” เจ้าจอมเงียบเสียงลงเพราะนั่นเป็นความจริง แต่เธอก็ไม่อาจคัดค้านคำตรัสของพระสวามีได้

 

“เพราะวิลลิสใช่มั้ยลูก....?

 

“........” ความเงียบคือคำตอบที่ดีที่สุดในเวลานี้ พระนางลอบมองพระชายาด้วยความสงสาร แต่เพราะหลังจากพิธีอภิเษกพระราชนัดดาของพระองค์ก็เป็นผู้มีสิทธิในพระชายาทุกอย่าง พระนางทำได้เพียงช่วยทัดทานเท่านั้นเอง การตัดสินใจก็อยู่กับองค์เซฮุนอยู่ดี นี่พระนางจะมีบาปกรรมติดตัวมั้ยนะที่ลากสาวน้อยไร้เดียงสาให้มามีชีวิตที่น่าสงสารแบบนี้

 

 

“เจ้าจอมกลับไปพักผ่อนเถอะลูก พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้า”

 

“เพคะเสด็จย่า” ก้มลงกราบแนบพระเพลาขององค์ราชินีช้าๆซึ่งคราวนี้พระนางก็ทรงจับมือของเธอเอาไว้ด้วย

 

“ย่าขอโทษนะลูก...” มีเพียงรอยยิ้มที่แสนเศร้าเท่านั้นที่ส่งกลับคืนสู่พระนาง.....

 

 

เจ้าจอมเลือกที่จะเดินไปนั่งลงบนชิงช้าในสวนพฤกษาข้างตำหนัก เงยหน้าขึ้นมองจันทราที่สาดส่องแสงสีเหลืองนวลแต่งแต้มผืนกำมะหยี่สีนิลของฟากฟ้ากว้าง พรุ่งนี้เธอจะได้กลับบ้านแล้ว กลับไปหาที่ๆที่เธอคิดถึงอยู่ทุกลมหายใจ แม้เธอจะมีเวลาเพียง 1 อาทิตย์เท่านั้นที่จะจัดการเกี่ยวกับเรื่องการเรียนของเธอ ทั้งการลงทะเบียนและทุกๆอย่าง หลังจากนั้นเมื่อเปิดภาคเรียนเธอก็จะได้ไปกลับทุกวันจนแทบจะเรียกว่าไม่มีแม้เต่เวลาที่จะเจียดกลับบ้านเลยด้วยซ้ำ ยิ่งคิดถึงตรงนี้เธอก็ยิ่งถอดถอนลมหายใจอย่างหนักหน่วง...

 

กลับไทยก็เหมือนไม่ได้กลับ....

 

“เสด็จเข้าตำหนักเถอะเพคะ น้ำค้างเริ่มลงแล้วเดี๋ยวจะทรงไม่สบาย” พระพี่เลี้ยงเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบเมื่อพระชายาเหม่อมองดวงจันทร์กลมโตเนิ่นนาน  เจ้าจอมพยักหน้ารับก่อนจะกระชับผ้าคลุมเข้ากับตัวและสาวเท้าเดินกลับตำหนักพร้อมพระพี่เลี้ยง ก่อนจะสงสัยเมื่อคราวนี้พี่มณฑาไม่เข้ามาในห้องบรรทมด้วยเหมือนทุกครั้ง

 

“เสด็จเข้าไปพระองค์เดียวเถอะเพคะ หม่อมฉันจะอยู่หน้าห้องบรรทมไม่ไปไหนหรอกเพคะ” แม้จะสงสัยแต่ก็ยอมปิดประตูลงเบาๆและก้าวเดินเข้าสู่ส่วนในที่เป็นจุดตั้งแท่นบรรทม แล้วเธอก็ต้องเข้าใจว่าเหตุใดพี่มณฑาจึงไม่เข้ามาด้วยเฉกเช่นทุกครั้ง

 

เพราะการเสด็จมาของพระองค์ที่ประทับนิ่งอยู่บนแท่นบรรจถรณ์นี่ไง......

 

“มีอะไรกับหม่อมฉันหรือเพคะ” ทูลถามเสียงเบาก่อนจะหันกลับไปถอดผ้าคลุมและพาดไว้อย่างเป็นระเบียบ เฉไฉเดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้งและลงครีมบำรุงอย่างเชื่องช้าเพื่อยืดเวลาที่ต้องขึ้นร่วมบนเตียงกับพระสวามีหลังจากที่ไม่เสด็จมาที่นี่เกือบๆห้าวัน

 

“อ๊ะ!” เผลออุทานเสียงดังเมื่ออยู่ดีๆก็ถูกอุ้มจนตัวลอยและพากลับไปวางลงบนเตียง ก่อนจะถูกกอดรัดเอาไว้ บังคับให้อยู่ในอ้อมพระอุระของพระองค์

 

“นั่นเป็นคำทักสามีที่ไม่ได้นอนร่วมเตียงตั้งสี่วันรึไง?!” ถ้อยตรัสห้วนดุ

 

“แล้วจะให้หม่อมฉันทูลว่าอะไรหละเพคะ...” เอ่ยอย่างหนักอกหนักใจแถมหนักตัวด้วยเพราะพระองค์ที่ทิ้งน้ำหนักลงบนเธอเสียหมด หนักจะตายอยู่แล้ว!

 

“พรุ่งนี้จะกลับไทยแล้วนี่ คงจะตื่นเต้นหน้าดู” พลิกวรกายลงข้างๆก่อนจะหยัดชันพระองค์ตะแคงข้าง ไม่วายยื่นพระโอษฐ์ลงมาจุมพิตที่แก้มเธอแรงๆอีกด้วย พระองค์นี่ก็ยังไงนะ!

 

“หนึ่งอาทิตย์ที่ไม่มีฉันห้ามเถลไถลเด็ดขาด...ฉันจะให้มณฑาไปอยู่เป็นเพื่อนพร้อมกับราชองครักษ์ เธอต้องนอนที่บ้านเท่านั้น ห้ามไปค้างที่อื่น...ห้ามกลับบ้านเกินหกโมง ห้ามคุยกับผู้ชายคนอื่น...โดยเฉพาะไอ้เหมันต์นั่น เข้าใจมั้ย?” เจ้าจอมเม้มปากแน่นเมื่อรู้สึกว่าตนถูกจำกัดอิสรภาพของชีวิต

 

“พระองค์ไม่มีสิทธิบงการบังคับชีวิตของหม่อมฉันถึงขนาดนี้นะเพคะ!

 

“อย่าขึ้นเสียง พูดดีๆชั้นไม่ชอบ!” ทรงปรามพระชายาตัวน้อยด้วยสุรเสียงเข้มขรึมอย่างไม่ชอบใจ เจ้าจอมอึดอัดจนน้ำตาคลอ

 

“แล้วพระองค์น่าพูดด้วยดีๆตรงไหนเพคะ เผด็จการ จอมอำนาจ บีบบังคับคนอื่นโดยไม่สนใจว่าจะรู้สึกยังไง...”

 

“เฮอะ! ฉันให้เธออยู่ที่นั่นได้ตั้งเจ็ดวันโดยไม่มีฉันก็ดีขนาดไหนแล้ว บ้าอำนาจตรงไหนกัน!

 

“เพราะทรงติดราชกิจต่างหากหละเพคะ” สวนกลับอย่างไม่ยอม

 

“แล้วไง รู้แล้วก็ดี ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่ ไปกลับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลยเป็นไง?!” เจ้าจอมทำได้เพียงกัดฟันแน่นก่อนจะหันหลังให้พระองค์ เกลียดๆๆๆๆโกรธจนแทบจะร้องไห้แล้ว!

 

“........”

 

“ไม่เอาน่า...วันนี้ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาทะเลาะ...นอนเถอะ” เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์เริ่มคุกกรุ่นจึงทรงตรัสขึ้นเบาๆ ดึงเธอเข้าไปกอดรับเอาไว้จากทางด้านหลัง ก่อนจะใช้พระหัตถ์ลูบลงบนกลุ่มผมนุ่มของเธอบางเบาอย่างขับกล่อม

 

“.........” หลับตาลงอย่างไม่อยากจะเสวนาอะไรด้วยอีก แต่ในใจกลับเต้นระริก เพราะไม่มีวันใดที่ทรงประทับด้วยแล้วเจ้าจอมจะไม่เปลืองตัว ทว่าวันนี้คงเป็นวันโลกพลิกหละมั้งที่พระสวามีทรงเพียงแค่โอบกอดเธอเอาไว้เบาๆ กระทั่งได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าพระองค์บรรทมหลับเสียแล้ว

 

แอบเอี้ยวตัวกลับไปมองนิดหน่อยก่อนจะเห็นว่าพระองค์บรรทมแล้วจริงๆ สงสัยจะเหนื่อยจากราชกิจมากมายถึงได้หลับเร็วแบบนี้ ลองขยับตัวจะออกจากอ้อมพระพาหา ขยับอย่างไรก็ไม่สามารถหลุดพ้นจึงได้แต่หน้างอลงและยอมอยู่นิ่งๆแทน

 

“คนอะไร หลับแล้วยังเหนียวอีก ฮึ้ย!

 

 

พรมสีแดงถูกปูลาดยาวจากพลับพลาชั่วคราวไปจนถึงตัวเครื่องบินที่จอดตระหง่านอยู่ไม่ไกล เจ้าจอมยู่ใบหน้าเข้าหากันเมื่อพระสวามีกำลังย้ำคำตรัสเดิมจนเธอแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว

 

“ไหน...ทวนคำสั่งซิ” ตรัสเอ่ยกับพระชายาที่กำลังงอแงราวกับเด็กๆเมื่ออยู่ลำพังแค่สองพระองค์

 

“ไม่เอาเพคะ....”

 

“พูดมา...” สุรเสียงต่ำลงเป็นสัญญาณว่ากำลังจะดุเธอ

 

“ฮืยยย...ห้ามเถลไถล ต้องนอนที่บ้านเท่านั้น ห้ามไปค้างที่อื่น ห้ามกลับบ้านเกินหกโมง ห้ามคุยกับผู้ชายคนอื่น... พอใจรึยังเพคะ!?

 

“ยัง...เธอลืมข้อสุดท้าย”

 

“อะไรอีกหละเพคะ!” สิ้นคำพูดก็ต้องรีบหุบปากเมื่อทรงตวัดเธอเข้าสู่อ้อมพระอุระ โน้มพระพักตร์ลงมาจนแทบจะจุมพิตกัน ใบหน้าหวานแดงระเรื่อซับสีเลือดขึ้นทันตา แอบลอบมองเหล่าข้าราชบริพารก็เห็นว่าทุกคนทำเป็นไม่สนใจ หันน้าออกไปคนละทิศละทาง

 

“ห้ามคุยกับนายเหมันต์...ข้อนี้สำคัญมาก ห้ามลืม...ห้ามขัดขืน ถ้ายังดื้อเจอดีแน่” ข่มขู่จนคนตัวน้อยขนลุกซู่ ช้อนสายตาขึ้นมองก็พบกับสายพระเนตรจริงจังที่จ้องมองวงหน้าของเธอแน่วนิ่ง

 

“.......”

 

“จำ...และทำให้ได้ทุกข้อเข้าใจมั้ย” ครานี้สุรเสียงทุ้มอ่อนโยนขึ้นก่อจะแปรเปลี่ยนเป็นจุมพิตลงบนหน้าผากเนียนเบาๆ

 

“...เพคะ”

 

“นี่” พระหัตถ์หนายื่นถุงกระดาษเล็กๆให้กับเธอ เจ้าจอมทำหน้าตาสงสัยก่อนจะเอื้อมมือไปรับมา

 

“อะไรเหรอเพคะ?

 

“เปิดดูสิ” ลอบยกยิ้มมุมพระโอษฐ์เมื่อเห็นพระชายาค่อยๆเปิดถุงออกดูปากเล็กๆขมุบขมิบดูน่ารักปนเอ็นดูไม่วายก็คงจะว่าให้พระองค์นั่นแหละ  ดวงตากลมโตมองเห็นสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดวางนิ่งอยู่ในกล่อง เจ้าจอมเงยหน้าขึ้นมองพระสวามีก่อนจะหยิบออกมาช้าๆ

 

“ฉันซื้อให้ เอาไว้ติดต่อกับฉันในเครื่องมีแค่เบอร์ของฉันกับองครักษ์ประจำตัวเท่านั้น ห้าม บันทึกเบอร์อื่นอีกเด็ดขาดเข้าใจมั้ย?

 

“มันแพงเกินไปเพคะ หม่อมฉันคงรับไว้ไม่ได้” ทำท่าว่าจะปิดถุงและส่งคืนพระองค์แต่ทว่าพระพักตร์กลับกลายเป็นบึ้งตึงดุดันเสียก่อน

 

“มีสักครั้งมั้ยที่จะไม่ขัดใจ!?

 

“งั้นก็...ขอบพระทัยนะเพคะ” เอ่ยพูดเสียงอ่อยๆพร้อมกับปิดถุงลง ใจชื้นขึ้นมาเมื่อทรงคลายความเขม็งเครียดลงและแย้มพระโอษฐ์ส่งให้เธอ

 

“ชั้นไม่ต้องการคำขอบคุณ...ต้องการนี่ต่างหาก” แนบกลีบพระโอษฐ์ลงจุมพิต ขยับตามพระทัยแต่ทว่านุ่มนวล ดูดซับความหวานเก็บเกี่ยวไว้ใช้ในตลอดเจ็ดวันที่ห่างกันจนคนที่ยังอ่อนประสบการณ์แทบขาดใจ

 

“อื้อ...~” ส่งเสียงประท้วงจนต้องยอมปล่อยน้องให้หอบหายใจเข้าปอด พระองค์ชอบนักแหละที่เห็นใบหน้าหวานแดงก่ำพร้อมกับกลีบปากที่เจ่อบวมเพราะแรงกดจูบแบบนี้...

 

“อยากได้อะไรก็บอกอีกฉันอีก ไม่ก็บอกองครักษ์...เข้าใจมั้ย?

 

“เพคะ...”

 

“อยู่ที่นั่นก็ดูแลตัวเองดีๆด้วย ห้ามป่วยเข้าใจมั้ย!?” ถ้อยคำน่าฟังแต่ทว่าสุรเสียงก็เข้มดุตามแบบฉบับของพระองค์จนต้องแอบย่นจมูก เจ้าจอมกัลยาพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาช้าๆและเอ่ยทูลกับพระสวามีบ้าง

 

“พระองค์ก็ทรงพักผ่อนบ้างนะเพคะ...ช่วงนี้เห็นราชกิจหนักๆตลอดเลย อย่าทรงงานดึกมากนะเพคะ....”

 

“ทำไม...เป็นห่วงเหรอ”

 

“เปล่าเพคะ...หม่อมฉันพูดตามหน้าที่ของพระชายาที่ควรพึงกระทำ” เมื่อสดับฟังเสร็จก็ต้องส่ายพระเศียรอย่างระอา นี่เจ้าหล่อนเป็นยังไงกัน แทนที่จะออดอ้อนฉอเลาะเฉกเช่นผู้หญิงคนอื่นที่พระองค์เคยผ่านมา มีแต่พระชายาเด็กน้อยนี่หละมั้งที่ไม่เคยพูดให้พระองค์ชื่นใจสักที

 

“เฮอะ! เครื่องจะออกแล้ว ไปเถอะ” เบือนพระพักตร์หนีไปอีกทางพร้อมกับเอ่ยตรัส เจ้าจอมที่ไม่รู้ว่าตนทำอะไรผิดจึงย่อตัวลงแสดงความเคารพเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวเพื่อนเดินไปขึ้นเครื่อง แต่ทว่าเดินไม่ถึงก้าวก็ถูกดึงแขนเอาไว้จนตัวหมุนกลับไปซบอยู่กับอ้อมพระอุระบึกบึน ในขณะที่ยังคงมึนงงอยู่ถ้อยคำตรัสอบอุ่นก็ดังขึ้นเบาๆให้ได้ยินแค่สองพระองค์

 

“เดินทางปลอดภัยนะ....พระชายา” เจ้าจอมลอบยิ้มบางเบาก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักกับพระอุระเบาๆ องค์รัชทายาทดันร่างเล็กออกเบาๆและโน้มพระองค์จุมพิตหน้าผากเล็กนั้นเบาๆราวกับสัมผัสจากปีกขนอ่อนๆของเหล่าสกุณา....

 

“ขอบพระทัยเพคะ...องค์วิลลิส” เอ่ยเรียกพระนามเป็นครั้งแรกอย่างกล้าๆกลัวๆพร้อมกับหัวใจดวงน้อยที่เต้นดัง กลีบปากเล็กถูกขบเม้มเบาๆด้วยฟันซี่เล็กบ่งบอกว่าเธอกำลังทำตัวไม่ถูกและกลัวว่าจะถูกพระองค์กริ้ว แต่ทว่าพระสวามีกลับทรงทำเพียงแค่พยักหน้าพร้อมกับส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้ ก่อนที่พระหัตถ์หน้าจะแตะลงบนคางเล็กและเชยให้เงยขึ้นมองสบสายพระเนตร ทรงใช้พระอังคุฐค่อยๆแตะให้กลีบปากสีอ่อนหลุดออกจากการถูกฟันซี่เล็กๆขบเม้มเอาไว้

 

“อย่ากัดปากแบบนี้...มันทำให้ฉันอยากกดจูบลงบนปากเธอซ้ำๆและอีกอย่าง...” ตรัสเสียงเบาก่อนจะเลื่อนพระพักตร์เข้าใกล้และทรงกระซิบประโยคข้างหลังชิดกับใบหูเล็กๆนั้น

 

“ปากของเธอ...มีไว้ให้ฉันกัดคนเดียวก็พอ”

 

100%

 

ศัพท์ยาก

พระอังคุฐ นิ้วหัวแม่มือ

เสริม*  นิ้วมือ นิ้วพระหัตถ์

นิ้วชี้ - พระดัชนี

          นิ้วกลาง - พระมัชฌิมา

          นิ้วนาง - พระอนามิกา

          นิ้วก้อย พระกนิษฐา

สกุณา-นก

ปล. ไปกรอกแบบฟอร์มยังน้าาาาา จะปิดรับความคิดเห็นแล้วนะคะ>.<

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 242 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,093 ความคิดเห็น

  1. #297 TongBaek_Exopink (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 03:53
    สวีทสุดดด รีบมาต่อน้าา
    #297
    0
  2. #292 Ms.Iydah (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 14:57
    บทพระสวามีจะหวาน ก็หว้านนนนนหวาน
    #292
    0
  3. #291 galaxy_fanfan12 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 12:17
    โอ้ยยยยยย พระองค์งะ อะไรก็ไม่รู้เขินหมดละ😁😁😁
    #291
    0
  4. #290 LIINMK (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 07:53
    เขินแทนนน อืออออ
    #290
    0
  5. #289 Itim902 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 23:37
    ฮืออออออ หวานนนนน ชอบบบบบ
    #289
    0
  6. #288 babemay (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 22:23
    โอยยยยย วิลลิสนี่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจีงๆ แต่ตอนจะไปไทยละหวานเหลือเกินหมั่นไส้ 55555555
    #288
    0
  7. #287 u.under (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 22:09
    มดขึ้นจอละจะ อิอิ
    #287
    0
  8. #286 ohtao (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 21:43
    มีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมด ฮื่อออออ
    #286
    0
  9. #285 lhiver18 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 21:21
    ฮืออออ ชอบบบบบบ ชอบมากกกกกก
    #285
    0
  10. #284 ohtao (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 21:17
    อ่อนโยนเกินไปปป หัวใจรับไม่ไหว
    #284
    0
  11. #283 ohtao (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 21:15
    สำลักฟามรัก >..<
    #283
    0
  12. #282 pakkadqq (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 20:53
    แหมมมมมมม องค์ชายปากหนักจริงเพคะ. ห่วงเจ้าจอมหวงเจ้าจอมก็บอกไปป ปากหนักแบบนี้ คิดถึงเจ้าจอมแย่เลยสิ บินตามเลยเพคะ เจ้าจอมห้ามดื้อน้าา
    #282
    0
  13. #281 Sweeties girl (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 17:37

    ใจร้ายยยย

    #281
    0
  14. #277 babemay (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 19:36
    ชอบบทกลอนโคลงต่างๆที่ไรท์แต่งแต่ละบทมากๆเลยค่ะ อ่านเพลินมากๆ แต่วิลลิสกับเจ้าจอมนี่แบบโอย สงสารเจ้าจอม วิลลิสแสนเอาแต่ใจ สงสารเจ้าจอม อยากให้วิลลิสหายเอาแต่ใจซักที
    #277
    0
  15. #276 nannapatmqntree (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 18:30
    สงสารเต้าจอม มาต่อเร็วๆนะคะ สู้ๆค่ะ
    #276
    0
  16. #275 Yourita (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 18:26
    มาต่อเร็วๆนะคะ สู้ๆ
    #275
    0
  17. #274 mtrdttt (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 15:44
    ไปตามยันที่ไทยก็จบแล๊ววววว
    #274
    0
  18. #273 meoli (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 11:43
    มันจะไปยากอะไร ก็ตามเมียไปสิองค์ชายยยย ไปคุมถึงมหาลัยเล๊ยยยยย
    #273
    0
  19. #272 M_eforever17 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 10:51
    ไปด้วยกันเลยมั้ยเพคะ
    #272
    0
  20. #271 lovecy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 10:18
    มาต่อเร็วๆนะค้าาา รอร๊อรอ คันปากอยากด่าองค์ชาย ใจร้ายยยย
    #271
    0
  21. #270 lovecy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 10:17
    ฮือ สงสารอ่ะ 7 ชม. ก้พักงานแปปนึงแล้วไปอยู่กับเมียเลยเซ่!!
    #270
    0
  22. #269 ohtao (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 09:55
    อย่าดุน้องงง
    #269
    0
  23. #268 galaxy_fanfan12 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 23:24
    มากไปละองค์ชายคนปกติที่ไหนเขาทำกันให้น้องกลับมาแค่เสาร์อาทิตย์ก็พอแล้วหรือถ้าทนไม่ไหวก็บินไปไทยเองสิโถ่วววว //ต่อด่วนๆเลยค่ะไรท์อยากอ่านชอบมักมากกกกกหหหหห
    #268
    0
  24. #267 mybirthdayismonday1044 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 22:59

    หืมมมไปกลับไม่ใช่ใกล้ๆ55555555//ไรท์สู้ๆๆนะคะ

    #267
    0
  25. #266 ParkMild (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 22:17
    องค์ชายเพคะโหดเกินไปหรือเปล่าบินข้ามประเทศนะ อีกอย่างทำตัวเหมือนเด็กำม่มีเหตุผลเลย
    #266
    0