[FIC EXO] ++{SEHUN X YOU} Bride of monarch ดั่งฤทัยราชัน

ตอนที่ 12 : ดั่งฤทัยราชัน-11-ความน้อยใจของพระชายา--100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,867
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 278 ครั้ง
    8 มิ.ย. 61

-11-


ความน้อยใจของพระชายา

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง



“ยังไม่หายโกรธอีกเหรอ...หืม” เอ่ยกระซิบบางเบาพลางรั้งร่างบอบบางให้ขยับแนบชิดกับพระองค์มากขึ้น เจ้าจอมเอาแต่เงียบสนิทและเหม่อลอยไปยังผนังห้องสีสะอาดทั้งๆที่ไม่มีอะไรน่ามอง

 

“เจ้าจอม....” พลิกกายเล็กให้หันกลับมาหาพระองค์และใช้นิ้วพระหัตถ์เชยคางเล็กให้เงยขึ้นสบสายพระเนตรช้าๆ

 

“ฮึกๆ...” เพียงสบสายตาก็เหมือนจะร้องไห้ขึ้นมากอีก เธอเพียงแค่เสียใจที่พระองค์ทรงทำตามพระทัยโดยไม่สนเสียงเอ่ยห้ามของเธอแม้แต่น้อย

 

“เดี๋ยวซื้อขนมให้โอเคมั้ย” เอ่ยหลอกล่อราวกับเธอเป็นเด็กน้อย

 

“หม่อมฉันไม่ใช่เด็กนะ!” แหวขึ้นมาก่อนจะฟาดมือลงบนพระอุระแกร่งเปลือยเปล่าเต็มแรง

 

“นี่ๆๆ พระทัยร้ายที่สุด หม่อมฉันเกลียดพระองค์แล้ว!” ปล่อยให้ตีพระองค์จนเธอพอใจจึงได้จับมือเล็กๆนั้นเอาไว้ก่อนจะเอ่ยตรัสนุ่มนวล

 

“พอใจแล้วใช่มั้ย งั้นฟังดีๆนะ พรุ่งนี้ตอนแดดร่มๆไปรอฉันที่ทุ่งดอกไม้หลังวังนะ โอเคมั้ย...หืม”

 

“ทำไมต้องไปเพคะ” ชะงักนิ่งไปพร้อมกับดวงใจน้อยๆที่โหมกระหน่ำเต้นตึกตักเมื่อคิดได้ว่าพรุ่งนี้เป็นวันพิเศษอะไร

 

“ไปเหอะน่า” บ่ายเบี่ยงก่อนจะพลิกวรกายเตรียมขยับลงจากพระแท่น แต่เจ้าจอมก็เยื้อยุดข้อพระกรไว้ก่อน

 

“บอกหม่อมฉันมานะเพคะ!” บทจะดื้อก็ดื้อขึ้นมาจนน่าตี

 

“งั้นแลกกับการที่เรามา...รับรุ่งอรุณเช้านี้ดีมั้ยนะ”  สายพระเนตรกรุ้มกริ่มจนคนตัวเล็กสะเทิ้นอาย รีบปล่อยมือพร้อมกับม้วนตัวเข้าไปอยู่ในผ้าห่มทันที

 

“กลับตำหนักพระองค์ไปเลย!” โผล่มาแค่ตาพร้อมกับเอ่ยไล่พระสวามีเสียงดังลั่นจนพระองค์หัวเราะชอบใจ

 

หือ?.....โมเม้นต์หายากนะเนี่ยที่พระสวามีจะหัวเราะขนาดนี้เนี่ย....

 

“สัญญานะว่าจะไป?

 

“เพค้าาาาาาาา”ลากเสียงยาวประชดประชัน พระองค์ส่ายพระเศียรอย่างเอือมระอาก่อนจะหายลับเข้าห้องสรงไป

 

“จะมีอะไรรึเปล่านะ...” อมยิ้มอยู่คนเดียวนิดๆพร้อมกับสองปรางแก้มที่เห่อร้อนจนต้องยกมือเล็กๆขึ้นกอบกุมเอาไว้

 

 

..................................................................

 

 

วันนี้เจ้าจอมกัลยารีบเข้าครัวกับพี่มณฑาตั้งแต่เช้า ทำขนมเค้กหน้ารักๆหนึ่งปอนด์พร้อมกับตกแต่งข้างหน้าว่า

 

‘Happy Mensiversary’

 

ทำไปก็อมยิ้มไปอย่างมีความสุขพร้อมกับแอบคิดอยู่ในใจว่าพระสวามีจะชอบหรือไม่ เป็นที่น่าเอ็นดูของเหล่านางกำนัลที่คอยช่วยเป็นลูกมืออยู่ไม่ไกล

“เสร็จแล้ว!” ยิ้มร่าเริงเมื่อเค้กที่ทำสวยงามดั่งใจ

 

“สวยมากเลยเพคะพระชายา”

 

“ขอบใจจ้ะ งั้นเราวานเอาเค้กเข้ากล่องแล้วก็แช่ในตู้เย็นไว้ให้ด้วยนะ เดี๋ยวเราจะขึ้นไปเปลี่ยนชุดก่อน”

 

“ได้เพคะ” ยิ้มหวานเป็นเชิงขอบคุณก่อนจะรีบขึ้นห้องบรรทมเพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยมีพระพี่เลี้ยงคู่ใจเป็นลูกมือ

 

“ทรงพระสิริโฉมมากเพคะพระชายา ไปกันเพคะ ใกล้เวลานัดแล้ว”

 

“จ้ะ”

 

กล่องเค้กผูกโบวางไว้บนตักพร้อมกับการจับวางอย่างทะนุถนอม ดวงใจลิงโลดอย่างตื่นเต้นเมื่อใกล้เวลานัดเต็มที สาวเท้าเล็กๆไปตามทางเข้าศาลาสีขาวที่เดิมก่อนจะขมวดคิ้วสงสัยเมื่อดอกกุหลาบที่เคยปลูกเรียงรายกลับกลายเป็นพุ่มดอกแก้วเจ้าจอม ซึ่งเป็นดอกไม้โบราณของไทย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยทันที

 

“เอ๋? พี่มณฑาคะ ใครเอาดอกไม้มาปลูกแทนดอกกุหลาบคะเนี่ย แถมเป็นดอกไม้ไทยด้วย”

 

“หม่อมชั้นก็ไม่ทราบเพคะ เมื่อก่อนเป็นดอกกุหลาบนี่เพคะ”

 

“นั่นหนะสิคะ”

 

“เดี๋ยวหม่อมฉันถามคนสวนให้นะเพคะ เข้าในศาลาก่อนเถอะเพคะ จะได้ประทับนั่ง” พยักหน้าหงึกหงักตามคำบอกก่อนจะรีบเดินเข้าไปในศาลา  ระหว่างที่นั่งรอเธอก็กวาดสายตาไปรอบๆเพื่อสำรวจก่อนจะสะดุดเข้ากับบ้านหลังใหญ่ที่สร้างในสไตล์ยุโรปที่แทรกตัวอยู่บริเวณท้ายท้องทุ่ง

 

“นั่นบ้านใครเหรอคะพี่มณฑา” เอ่ยถามพร้อมกับชี้นิ้วไปยังทิศทางนั้น

 

 “บ้านของท่านเจ้าคุณต่างประเทศเพคะ บิดาของแม่คริสตัล” เอ่ยเล่าแผ่วเบา มิน่าหละวันนั้นเธอถึงได้บอกว่าองค์เซฮุนมาหาเจ้าหล่อน

 

“ไม่มีอะไรหรอกนะเพคะ อย่าทรงคิดมากเลย องค์รัชทายาททรงเลิกรากับแม่คริสตัลไปตั้งปีกว่าแล้วเพคะ และไม่มีวันที่จะหวนกลับไปหาเจ้าหล่อนด้วย เชื่อพระทัยพระสวามีนะเพคะ” เจ้าจอมคิดตามพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ 

 

 

“ทำไมยังไม่มาอีกนะ”  ชะเง้อชะแง้มองต้นทางอยู่นานก็ไม่มีทีท่าว่าพระสวามีจะเสด็จมาสักที ท้องฟ้าข้างบนจากที่เคยสว่างแจ่มจ้าก็เริ่มกลับกลายเป็นสีนิลทะมึนดำ บ่งบอกว่าอีกไม่นานหยาดพิรุณก็คงจะโปรยหล่นลงมาแน่แท้  หัวใจจากที่เคยลิงโลดก็กลับกลายเป็นเหี่ยวเฉาราวกับดอกไม้ที่ถูกลืมรดน้ำ

 

ครืน...ครืน...

 

คัคนานต์เบื้องบนเริ่มส่งเสียงร้องคำรามพร้อมกับลมที่แปรเปลี่ยนเป็นพัดโบกกระโชกแรงจนดอกไม้ไหวเอนตามแรงนั้น พระพี่เลี้ยงรีบรวบกระโปรงและวิ่งออกมาหาพระชายาที่ประทับมองอย่างรอคอย

 

“อีกไม่นานฝนก็คงจะตก เสด็จกลับเถอะเพคะ”

 

“แต่พระองค์รับสั่งให้เรามารอ...เราก็ต้องรอ”

 

“พระองค์ต้องเข้าพระทัยเพคะ เชื่อมณฑานะเพคะกลับไปถวายที่พระตำหนักก็ได้” หันกลับมามองพระพี่เลี้ยงอย่างเศร้าหมองก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ มณฑายิ้มออกมาได้เมื่อพระชายายอมเชื่อหล่อน เดินกลับไปเอาเค้กในศาลาก่อนจะรีบชวนเธอกลับทันที

 

เพราะคิดว่าจะเป็นการมาพบกันส่วนพระองค์รถม้าจึงถูกสั่งให้กลับไป มณฑาจึงได้แต่ขอโทษขอโพยเธอขณะที่เดินเท้ามุ่งกลับเข้าสู่พระราชวัง

 

“ไม่เป็นไร เราเดินได้แค่นี้สบายมาก” อมยิ้มน้อยๆเมื่อพระพี่เลี้ยงดูท่าว่าจะห่วงเธอเกินจริง และขณะนั้นเองรถยนต์คุ้นตาก็แล่นผ่านหน้าเธอไปตามทางและมันคงจะไม่สลักสำคัญอะไรมากถ้าคนที่กำลังบังคับพวงมาลัยอยู่นั้นจะไม่ใช่พระสวามีที่เธอรอคอยร่วมสองชั่วโมงกับคริสตัล....นั่งเคียงคู่กันไป

 

เพราะเธอแทรกตัวอยู่ในดงดอกไม้คนทั้งคู่จึงไม่ทันได้สังเกตว่าเธอยืนมองจากตรงนี้ มือไม้อ่อนแรงจนพระพี่เลี้ยงต้องตรงเข้ามาประคองไว้

 

“อาจจะไม่ใช่อย่างที่พระองค์คิดก็ได้นะเพคะพระชายา พระทัยเย็นก่อนนะเพคะ”

 

“เราไม่เป็นอะไรพี่มณฑา พาเรากลับตำหนักเถอะ” แม้จะไม่พูดออกมาแต่พระพี่เลี้ยงก็ทราบดีถึงความเจ็บปวดนั้น ตลอดทางที่ก้าวเดินเธอก็เอาแต่เงียบ....เงียบจนได้ยินเสียงของหยาดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา

 

“ตายแล้ว! ฝนตกแล้วเพคะพระชายาเราไปหลบที่เพิงตรงนั้นก่อนเถอะเพคะ” ยังไม่ทันจะถึงในตัววังเลยด้วยซ้ำฝนก็ตกลงมาเสียก่อน มีเพียงเพิงเล็กๆคับแคบที่คนงานคงสร้างไว้หลบร้อนเท่านั้นที่มองเห็นในสายตา มณฑารีบจูงเธอเข้าไปในนั้นและชลธารจากเบื้องบนก็กระหน่ำโหมลงมาทันที

 

“คลุมองค์เองไว้เพคะพระชายา” พระพี่เลี้ยงปลดผ้าคลุมของตนมาห่มตัวของเธอเอาไว้ เพราะเพิงที่เข้ามาหลบนั้นเล็กและคับแคบมากเสียจนไม่อาจกำบังสายฝนที่สาดเข้ามาตามแรงลมได้เลยสักนิด สุดท้ายทั้งเจ้าจอมและพี่มณฑาก็เปียกชุ่มไปด้วยกัน

 

“โปรดลงพระอาญาแก่หม่อนฉันเถืดเพคะพระชายา ที่ไม่สามารถดูแลพระองค์ได้” นางก้มตัวลงร้องไห้เมื่อเห็นสภาพน่าสงสารของคนตัวน้อยที่ตัวสั่นระริกด้วยความเหน็บหนาวจากลมฝน เจ้าจอมฝืนยิ้มออกมาด้วยกลีบปากสีซีดเซียวและคว้าเอาตัวพระพี่เลี้ยงขึ้นมากอดเอาไว้เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นให้แก่กัน

 

“ไม่เป็นไร...เราต่างหากที่ต้องขอบคุณที่พี่มณฑาไม่เคยทิ้งเราเลย” น้ำเสียงเจือด้วยความหน่วงร้าวในใจเมื่อเธอคิดกระหวัดถึงคนที่ทิ้งให้เธอต้องมาอยู่ในสภาพนี้

 

“โถ...พระชายาของหม่อมฉัน” ยิ่งเห็นอนงค์นางเศร้าสร้อยแบบนั้นเธอก็ยิ่งสงสาร ท้องฟ้าก็มืดดำลงทุกที ฝนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก  แต่ทว่าเจ้าจอมกับนิ่งเฉยกับสภาพแวดล้อมรอบกายสิ่งที่เจ็บปวดและเหน็บหนาวที่สุดก็คือการที่พระสวามี

 

เลือกจะไปกับคนอื่น....และหลงลืมถ้อยคำที่ตรัสไว้

 

 

................................................................

 

สาวพระบาทรัวเร็วตรงไปยังทิศทางของศาลาสีขาวสะอาดที่แทรกตัวอยู่ในดงดอกลาเวนเดอร์ กวาดสายพระเนตรไปรอบๆก่อนจะทอดถอนพระทัยเมื่อไร้แม้แต่เงาของพระชายาตัวน้อย ให้ตายเถอะ! นี่พระองค์มาไม่ทันใช่มั้ย แม้จะทรงหงุดหงิดแต่อีกพระทัยกลับโล่งพระอุระ เพราะฝนที่ตกหนักเป็นชั่วโมงขนาดนี้ หากพระชายายังอยู่ที่นี่ก็อาจจะถูกละอองฝนได้

 

พระองค์ผิดเองที่มาตามนัดช้าทั้งๆที่เป็นฝ่ายบอกกับพระชายาเองแท้ๆ แต่เพราะมีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นนั่นคือพระองค์ขับรถเฉี่ยวคริสตัลที่ปากทางจะเข้าไร่ดอกทิวลิป แม้จะคลางแคลงพระทัยว่าอาจจะเป็นมารยาหญิงของเจ้าหล่อนแต่พอเห็นว่าเธอมีบาดแผลจริงๆก็มิอาจใจร้ายทิ้งหล่อนไว้ที่นั่น และเพราะเป็นการเสด็จส่วนพระองค์จึงไม่มีองครักษ์ติดตามเฉกเช่นทุกครั้ง จึงต้องช่วยเธอ และไหนพอส่งถึงที่บ้านฝนบนฟ้าก็เทกระหน่ำลงมาไม่ลืมหูลืมตา จึงจำยอมต้องพำนักชั่วคราวที่บ้านของเธอเสียอย่างนั้น

 

ช่างเป็นความบังเอิญที่น่าหงุดหงิดจริงๆ!

 

แต่ก็ช่างเถอะค่อยกลับไปหาพระชายาที่ตำหนักก็ได้ เมื่อตรัสกับพระองค์เองแบบนั้นก็ทรงรีบเสด็จขึ้นรถและพาองค์เองกลับตำหนักอย่างเร่งด่วนด้วยความรู้สึกผิดต่อพระชายาเพราะในตอนนี้ฟ้าก็มืดเต็มที.....

 

 

“ฝนหยุดแล้ว เสด็จกลับเถอะเพคะ” มณฑาเอ่ยบอกพระชายาตัวน้อยเบาๆ ซึ่งเธอก็พยักหน้ารับทันที  กว่าที่ฝนจะหยุดท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว ยังดีที่สองข้างทางยังมีแสงสว่างจากหลอดไฟติดเป็นระยะ ท้องทุ่งที่เคยสวยงามเมื่อตอนกลางวันบัดดีดูเป็นเงาทะมึนน่ากลัวแทรกอยู่ในความมืด

 

“ค่อยๆนะเพคะ เดี๋ยวล้ม” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใยจนเจ้าจอมน้ำตาซึม หากพระสวามีดีกับเธอได้สักครึ่งหนึ่งของพี่มณฑาก็คงจะดี  คิดด้วยความน้อยใจ............

 

 

 

อีกด้านก็มีหนึ่งพระองค์ที่กำลังร้อนรุ่มพระทัยเมื่อพระชายาที่ตนหวังจะได้พบหน้าไม่ปรากฏในสายตา หากเจ้าหล่อนไปไปหาพระองค์ที่ทุ่งลาเวนเดอร์แล้วก็ไม่อยู่ที่ห้อง

 

แล้วเธอไปที่ไหนกัน!?

 

ความร้อนรุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธกริ้วสาวพระบาทไปมาในห้องบรรทมจนหงุดหงิดก่อนจะกระแทกพระองค์ลงบนพระแท่นเต็มแรงด้วยความหงุดหงิด หากอีกห้านาทีพระชายาไม่กลับมาจะทรงเสด็จออกหาด้วยองค์เอง!

 

แกร๊กเสียงพระทวารที่เปิดอออกทำให้ทรงตวัดสายพระเนตรไปยังทิศทางนั้น และเห็นพระชายาก้าวเข้ามากับพระพี่เลี้ยงด้วยสภาพมอมแมมเปียกชื้นจนชุดที่สวมใส่ลู่ติดกับเรือนกาย

 

เจ้าจอมกัลยาค่อยๆเปิดประตูห้องบรรทมเข้ามาช้าๆด้วยเนื้อตัวที่เปียกโชก สาวเท้าเข้ามาในห้องบรรทมพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งที่ศีรษะ การก้าวเดินชะงักหยุดเมื่อเห็นร่างสูงของพระสวามีนั่งหน้าถมึงทึงอยู่บนพระแท่น สายพระเนตรกราดเกรี้ยวราวกับจะลงทัณฑ์เธอผ่านสายพระเนตรนั้น

 

 

“ไปไหนมา ถึงได้กลับเอาป่านนี้?!” เพียงแค่เห็นใบหน้าของเธอพระสวามีก็ทรงตรัสถามด้วยสุรเสียงเข้มดุทันที   เจ้าจอมกัลยาเม้มกลีบปากเข้าหากันแน่นอย่างน้อยใจก่อนจะหมุนตัวหนีไปอีกทาง  ซึ่งนั่นก็ทำให้วรองค์ขมวดพระขนงเข้มแน่นอย่างกรุ่นโกรธในกิริยานั้น สาวพระบาทยาวๆไปชิดใกล้และใช้พระหัตถ์หนากระชากต้นแขนเล็กอย่างแรงและดึงให้กลับมาเผชิญหน้ากัน

 

“กล้าดียังไงมาเดินหนีฉัน ห๊ะ!

 

“ปล่อยหม่อมฉันเพคะ...” เพียงแค่เอ่ยพูดหยดน้ำตาก็เอ่อคลออย่างอ่อนแอ และเพียงแค่เผลอกะพริบตาหยดน้ำนั้นก็ไหลลงอาบสองปรางแก้มเป็นทาง  พ่นพระปัสสาสะอย่างแรงด้วยความหงุดหงิดก่อนจะหันพระองค์ไปรับสั่งนางกำนัล

 

“ไปเตรียมน้ำอุ่นแล้วออกไปให้หมด!

 

“ผะ...เพคะ” วิ่งวุ่นกันแทบจะทั้งตำหนักเมื่อองค์เหนือหัวกราดเกรี้ยวแบบนี้ สงสารก็แต่พระชายาตัวน้อยที่ยื่นสั่นระริกในอุ้งพระหัตถ์

 

“นึกบ้าอะไรขึ้นมาถึงได้ไปตากฝนแบบนี้!

 

“...........”

 

“ถามก็ตอบ!

 

“พระองค์รับสั่งให้หม่อมฉันรอ...ไม่ใช่เหรอเพคะ”

 

“.........” เป็นพระองค์ที่เป็นฝ่ายเงียบแทน

 

พระองค์บอกหม่อมฉันให้รอ...แล้วก็ไปกับคนรักเก่าของพระองค์....ไม่เป็นไรเพคะ หม่อมฉันเข้าใจ...น้ำเสียงน้อยใจมาพร้อมกับดวงตากลมโตที่ตัดพ้อ

 

“น้ำสรงเสร็จแล้วเพคะ” เสียงของนางกำนัลดังขึ้นขัดจังหวะความน่าอึดอัดในตอนนี้ เจ้าจอมจะบิดแขนออกจากพระสวามีแต่พระองค์ก็ทรงบีบเอาไว้แน่นและเมื่อทุกคนออกไปแล้วก็ทรงลากร่างแน่งน้อยให้เดิมตามเข้ามาในห้องสรงน้ำ

 

“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ...ปล่อย”

 

“อ๊ะ!” อุทานเสียงหลงเมื่อองค์รัชทายาทหนุ่มรวบแขนของเธอเอาไว้และผลักให้ถอยชิดกับผนังเย็นเฉียบ ก่อนจะดันพระวรกายสูงใหญ่ลงมาแนบชิด

 

“อยู่เฉยๆ!” เจ้าจอมแทบไม่กล้าหายใจเมื่อพระพักตร์แนบชิดขนาดนี้

 

“อย่านะเพคะ!”  สะดุ้งสุดตัวเมื่อพระองค์เริ่มปลดเปลื้องชุดที่เธอสวมอยู่

 

“บอกให้อยู่เฉยๆไง!” สุรเสียงดุดันจนเธอทำได้เพียงหลับตาลงแน่นเนื้อตัวสั่นระริก ไม่ถึงนาทีเจ้าจอมก็ถูกปอกเปลือกจนเหลือเพียงเนื้อตัวขาวผ่องสะท้อนกับแสงไฟ

 

เพราะองค์เป็นฝ่ายหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อร่างน้อยที่เปลือยเปล่ายืนสั่นระริกอยู่หน้าพระพักตร์ รีบจัดการกับวรกายเองบ้างก่อนจะช้อนร่างเล็กขึ้นในอ้อมพระกรและก้าวลงสู่อ่างอาบน้ำวนขนาดใหญ่ด้วยกัน

 

“จะ...จะทำอะไรเพคะ”

 

“ก็แค่อาบน้ำ...” แม้จะอยากขัดขืนแค่ไหนก็ไม่อาจทำได้ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลและความหนักอึ้งจนแทบอยากจะหลับลงตรงนี้ ทำได้เพียงปล่อยให้พระองค์ลูบไล้ฟองครีมอาบน้ำไปทั่วทั้งตัว

 

 

พลิกกายเล็กให้หันกลับเข้ามาหาพระองค์ก่อนจะดึงตัวให้ก่ายเกยอยู่บนพระสนับเพลา  ความงดงามตรงหน้าทำให้พระองค์ไม่อาจยังพระทัย ตวัดโอบร่างเล็กไว้แน่นและกดพระโอษฐ์ลงบนปากเล็กนิ่มเย็นชืดนั้น

 

“อึก...อือ.....” ลมหายใจอุ่นร้อนถูกพ่นออกมาไม่ขาดสายบ่งบอกว่าพิษไข้เริ่มรุกราน ดวงตากลมโตปรือปิดลงเรื่อยๆก่อนจะค่อยๆเอนซบถลาลงบนอ้อมพระอุระแกร่ง

 

“เจ้าจอม...เจ้าจอม!” ตรัสเรียกเสียงดังเมื่อคนตัวเล็กเงียบไป

 

“...........”

 

“เจ้าจอม!

 

“พะ...เพคะ”

 

“เป็นอะไร?!” พระขนงขมวดแน่นเมื่ออีกคนมีท่าทางไม่ดี

 

เจ้าจอมทำได้เพียงแค่ซบใบหน้าลงกับพระอังสาเมื่อไร้สิ้นเรี่ยวแรง ไม่มีแม้แต่สติที่จะมาอายว่าตนอยู่ในสภาพเปลือยกายอยู่ในอ่างอาบน้ำกับพระสวามี  พระโอษฐ์หยักแนบลงบนหน้าผากเล็กเพื่อวัดไข้แล้วความร้อนผ่าวก็บอกว่าเธอเป็นไข้จริงๆ

 

“เจ้าจอม...”

 

“อือ.....”

 

“ถ้าไม่สบายหนักหละก็ โดนดีแน่” แม้จะเอ่ยดังนั้นแต่ก็ทรงรีบล้างเนื้อตัวของทั้งพระองค์และพระชายา เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็รีบช้อนร่างที่หลับใหลให้กลับเข้าสู่ห้องบรรทม จัดการสวมชุดให้ เช็ดตัว และหายาให้เธอกิน  ดูท่าว่าคืนนี้พระองค์จะไม่ได้นอนทั้งคืนแน่..........

 

 

..........................................................................

 

 

ร่างเล็กขดตัวลงแม้จะอยู่ภายใต้ผ้าห่มนวมผืนหนาแล้ว ใบหน้าหวานแดงก่ำร้อนผ่าว กลีบปากเล็กอวบอิ่มที่เคยเป็นสีระเรื่อราวกับกลีบกุหลาบกลับกลายเป็นสีซีดแตกแห้งอย่างน่าสงสาร และเพียงแค่พระหัตถ์หนาวางทาบลงบนหน้าผากเนียนก็ต้องรีบชักออกเมื่อมันร้อนระอุไม่ต่างจากเตาไฟ

 

“พระชายา...เจ้าจอม...” ตรัสเรียกพระชายาตัวน้อยแผ่วเบา

 

เปลือกตาสีมุกค่อยๆปรือเปิดขึ้นอย่างยากลำบาก รู้สึกปวดเนื้อปวดตัวไปหมด ศีรษะก็หนักอึ้งแถมปวดจนแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ในลำคอแห้งผากจนไม่สามารถส่งเสียงตอบรับได้ ภาพตรงหน้าเลือนราง  เมื่อเห็นว่าคนตัวน้อยสิ้นไร้เรี่ยวแรงจึงหันกลับไปหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆมาเช็ดตัวเพื่อลดไข้กับเธอ

 

เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ทรงเลือกเสื้อตัวใหญ่ๆมาสวมให้และสาวพระบาทลงไปยังห้องเครื่องด้วยพระองค์เองจนเป็นที่แตกตื่นของเหล่านางในครัวกันหมด

 

“ทำข้าวต้มให้ชั้นและยกขึ้นไปที่ห้องบรรทมภายในครึ่งชั่วโมง เข้าใจมั้ย!

 

“เพคะองค์ชาย”  ทรงได้รับรับคำตอบแล้วก็รีบเสด็จขึ้นไปประทับกับพระชายาอย่างรวดเร็ว  และเมื่อชามข้าวต้มร้อนๆถูกยกเข้ามาด้วยเวลาที่พอพระทัยจึงโบกพระหัตถ์ให้นางกำนัลออกไปและหันวรองค์กลับไปปลุกพระชายา

 

“เจ้าจอม...ตื่นมาทานข้าวต้มก่อน...จะได้ทานยาด้วย” ตรัสเรียกพระชายาด้วยสุรเสียงอ่อนโยนพร้อมกับช้อนร่างเล็กขึ้นเอนนั่งพิงกับพระอุระแกร่ง ทรงเป่าข้ามต้มร้อนๆให้พออุ่นเพื่อจะป้อนคนป่วยที่กำลังสะลึมสะลือ

 

“ไม่...หิว....”  เสียงแหบแห้งแทบจะจับใจความไม่ได้ 

 

“ไม่หิวก็ต้องกิน จะได้กินยา…!” สุรเสียงตรัสพระบัญชาเสียงเข้มจนเธอต้องค่อยๆเผยอปากออก แต่เมื่อไร้เรี่ยวแม้แต่จะบังคับกลีบปากให้เปิดขึ้น ข้ามต้มจึงหกรดเลอะเทอะ ทำให้พระองค์รีบคว้าทิชชู่มาซับทำความสะอาดให้พร้อมกับตรัสดุด้วย

 

“อ้าปากกว้างๆ เดี๋ยวก็หกอีก” ดุราวกับกำลังตรัสกับเด็กตัวเล็กๆ คราวนี้เจ้าจอมจำต้องบังคับตัวเองให้เปิดปากขึ้น ในใจอยากจะเถียงพระสวามีแทบตายแต่ก็ไร้เรี่ยวแรง  ฝืนอ้าปากรับได้แค่สามคำเธอก็ส่ายศีรษะปฏิเสธที่จะกินต่อ

 

“อ้าปากกินอีกเดี๋ยวนี้นะ กินไปแค่นี้จะหายได้ยังไง”

 

“แต่จะไม่ไหวแล้ว...”

 

“ถ้าไม่กินจะป้อนแบบอื่นนะ” ปรือตาขึ้นมามองอย่างสงสัยกับคำตรัสขู่ของพระสวามีก่อนจะเห็นรอยยิ้มมีเลศนัยของพระองค์

 

“ฉันจะป้อนเธอ...ด้วยปากของฉันเอง” ไม่ตรัสเฉยๆ ยื่นพระพักตร์เข้ามาใกล้จนเธอแทบจะใช้ลมหายใจร่วมกับพระองค์ด้วยซ้ำ

 

“ทรงเผด็จการที่สุด!”  บ่นพร้อมกับใบหน้าซีดเซียวที่บูดบึ้ง

 

“ไม่อยากให้เผด็จการก็เลิกดื้อกับฉันสิ” น้ำเสียงของวรองค์ที่ถูกต่อว่านุ่มทุ้มอ่อนโยน คนที่ไม่อยากถูกป้อนด้วยพระโอษฐ์หยักนั้นจึงจำต้องอ้าปากรับข้าวต้มกลิ่นหอมๆนั่นคำแล้วคำเล่าจนเหลืออยู่ก้นชามนิดหน่อยถึงได้ปฏิเสธว่าตนไม่ไหวแล้วจริงๆ

 

“เก่งมากคนดี” ตรัสชมพร้อมกับทรงจุมพิตลงบนหน้าผากอุ่นๆให้รางวัลคนเก่งด้วย  แก้มสาวร้อนวูบขึ้นจนเธอนึกว่าพิษไข้ที่ตีกลับ เพราะการกระทำเมื่อครู่ทำให้เธอหวั่นไหวไปหมด แต่ก็ยังนึกขึ้นได้ว่ายังโกรธอยู่ก็สะบัดหน้าหนีพร้อมกับล้มตัวลงนอนหันหลังให้ ทำท่าว่าจะหลับตาลงอีกครั้งถ้าไม่ติดที่ทรงตรัสเรียกเอาไว้

 

“อย่าพึ่งนอน ลุกมากินยาก่อน”

 

“ไม่”

 

“ได้ยังไง ลุกมา”

 

“ไม่!

 

“พึ่งชมว่าเป็นคนเก่งไปหยกๆ”

 

“แล้วไงเพคะ” มือเล็กๆดึงขึ้นมาเพื่อจะคลุมโปงให้มันจบๆไป แต่พระสวามีก็ยื้อไว้เร็วเหลือเกิน

 

“ถ้าไม่ลุกมากินยาจะจับปล้ำ” ตรัสขู่เสียงดัง แล้วก็ดูเหมือนจะได้ผลเมื่อเธอลุกขึ้นมาอย่างกระฟัดกระเฟียดพร้อมกับใบหน้าที่งอง้ำ

 

“ไหนเพคะยา จะได้กินให้มันจบๆ!

 

“นี่” ยื่นยาและน้ำให้คนป่วยที่รีบรับมาและโยนเข้าปากตามด้วยน้ำหนึ่งแก้วเต็มๆในเวลาไม่กี่วิ ทำท่าว่าจะล้มตัวลงนอนต้นแขนเล็กก็ถูกฉุดรั้งเอาไว้อีกเสียก่อน ดวงตากลมโตขุ่นเคืองเงาวับอย่างตำหนิเมื่อถูกขัดจังหวะอีกรอบ

 

“อะไรอีกเพคะ”

 

“ขอค่ามัดจำที่ดูแลก่อน” ยังไม่ทันหายงงกับคำพูดนั้น บุรุษพยาบาลที่หล่อที่สุดในโลกก็ยื่นพระพักตร์เข้าแนบชิด เชยคางเล็กให้แหงนเงยเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆแนบกลีบพระโอษฐ์ลงจุมพิตบนกลีบปากแห้งซีดเซียวของพะชายา คลึงเคล้าเบาๆอย่างยั่วเย้าหยอกเอิน ก่อนจะเพิ่มแรงบดจูบให้หนักหน่วงขึ้นจนสามารถส่งพระชิวหาแทรกซอนเข้าสู่อุ้งปากเล็กที่จำยอมเผยอออกให้พระองค์เข้าหาความนุ่มหวานล้ำละมุน ดูดดุนกับลิ้นเล็กๆที่พยายามหลบหนีจนเธอรู้สึกตัวตื่นจากภวังค์

 

“อ่อยอ่อมอั้นอะ!” (ปล่อยหม่อมชั้นนะ!) ร้องอุทธรณ์ด้วยเสียงอู้อี้ไม่เป็นภาษาเพราะถูกประกบปากปิดแนบชิด พระองค์จึงจำต้องถอดถอนพระโอษฐ์ออกมาช้าๆแม้จะทรงเสียดายความหวานล้ำที่ติดอยู่ปลายลิ้นไม่น้อย  แต่กระนั้นสองหัตถ์หนาก็ยังคงประคองพวงแก้มนุ่มอุ่นๆเอาไว้

 

“นอนได้แล้ว” จุมพิตอีกครั้งบนหน้าผากเนียนและกดเธอให้เอนหลังลง เจ้าจอมมองตาขวางๆ แต่ก็ยอมขยับตัวซุกในผ้าห่มที่พระสวามีคลี่คลุมตัวให้

 

องค์รัชทายาทหนุ่มที่อยู่ในตำแหน่งพระสวามีมองกิริยานั้นด้วยความเอ็นดูและทรงประทับเฝ้าอยู่ตรงนั้น เมื่อเห็นว่าพระชายาค่อยๆจมเข้าสู่ห้วงนิทราด้วยฤทธิ์ยาแล้วก็ทรงลุกยืนจัดการกับข้าวของทั้งหมดด้วยพระองค์เองก่อนจะสาวพระบาทขึ้นร่วมบนแท่นนอนเดียวกันกับพระชายา.......

 

 

 

....................................................................

 

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเจ้าจอมก็กลับกลายเป็นคนที่พูดน้อยลง เพราะยังฝังใจกับเหตุการณ์วันนั้น แต่ถึงจะน้อยอกน้อยใจมากแค่ไหนแต่เรื่องกิจของพระชายาที่ตนต้องรับผิดชอบก็ไม่ขาดตกบกพร่องรวมไปถึง...การร่วมหลับนอนบนบรรจถรณ์ในยามค่ำคืน.....

 

คืนนี้ก็เช่นกันที่เธอต้องปรนนิบัติต่อองค์เอกบุรุษแห่งหิมันตลายาสมดังคำว่า  “สตรีต้องเป็นโสเภณีบนเตียงให้กับสามี”  หลังจากเสร็จสิ้นทุกอย่างทั้งๆที่เธอควรจะได้นอนหลับตาลงจากความเหนื่อยล้า แต่ก็ยังต้องฝืนลุกขึ้นมาเพื่อหายาที่ไหว้วานพระพี่เลี้ยงให้หามาให้เพราะตนรู้ดีว่ายังไม่พร้อมสำหรับการก่อกำเนิด องค์รัชทายาทอันดับที่สองในเวลานี้

 

“ยังไม่หายป่วยเหรอถึงได้กินยา” สุรเสียงทุ้มนุ่มลึกดังขึ้นจากข้างหลังมาพร้อมกับอ้อมพระกรที่ตวัดรัดเอวเล็กและดึงให้แนบกับอรองค์

 

“เปล่าเพคะ หม่อมฉันทานยาคุม...” รับรู้ได้ถึงอ้อมกอดที่กระด้างขึ้นก่อนที่การกอดรัดจะถูกปล่อยออก ได้ยินเสียงพ่นลมปัสสาสะจากข้างหลังก่อนที่พระสวามีจะกระแทกพระบาทไปทิ้งวรกายลงบนแท่นนอนอย่างแรง จนคนที่ไม่รู้ตัวเองว่าผิดอะไรได้แต่มองตามอย่างงุนงง  วางแก้วน้ำลงบนถาดให้เรียบร้อยก่อนจะสาวเท้าขยับกายขึ้นบนเตียงอีกด้านช้าๆ สะบัดผ้าห่มเตรียมนอนพร้อมกับลอบมองพระปฤษฎางค์หลายต่อหลายครั้งอย่างไม่รู้ว่าตนควรจะเอื้อนเอ่ยสิ่งใดดี

 

“ทำไม ไม่อยากมีลูกกับชั้นมากรึไง!?” สุรเสียงหาเรื่องดังขึ้นทำลายความเงียบพร้อมกับพระองค์ที่หันกลับมาจ้องเธอเขม็ง

 

พอได้ฟังก็พอจะทราบสาเหตุแห่งความกริ้วนั้น เจ้าจอมกัลยาพ่นลมหายใจระบายอย่างหนักหน่วง สุดท้ายเรื่องค้างคาในใจที่คิดไว้ว่าจะเอาไว้คุยในตอนที่โอกาสเหมาะสมก็คงต้องพูดในวันนี้  เธอขยับร่างกายนั่งให้มั่นคงก่อนจะสูดลมหายใจเข้าและรวบรวมความกล้าเอ่ยทูลพระสวามีออกไป

 

“ไม่ใช่แบบนั้นเพคะ หม่อมฉันแค่คิดว่าในตอนนี้หม่อมฉันยังไม่พร้อม...”

 

“ตรงไหนที่บ่งบอกว่าเธอยังไม่พร้อม!?

 

“หม่อมฉัน...จะกลับไปเรียนต่อเพคะ” พูดถึงตรงนี้ก็ก้มหน้างุดลงเพราะความกล้าถูกใช้หมดแล้ว   

 

            เมื่อนั้น                         ภูมีสดับคำชายา

เอกบุรุษกริ้วโกรธา                  ดังนภาพิโรธขึ้นคราครัน

สุรเสียงตวาดกึกก้อง                มิไยอนงค์น้องโศกศัลย์

ลมเพชรหึงพัดต้องพลัน           ศรีสุดาจาบัลย์เพราะสวามี

สาดแรงอารมณ์กระหน่ำซัด     อึดอัดในอกตระหนกหนี

ล้วนแต่ตรัสถ้อยด้อยวจี            บ่มีถนอมน้ำใจนาง

บ สดับ บ ไตร่ตรึกตรอง          โทสะว่องวิ่งวนปนถากถาง

อัสสุชลล้นซาบอาบสองปราง  ทิวทางแก้มแม่ชื้นขื่นขมทรวง

                                                                   -นรินทร์ภิญญา-

 

 

“ชั้นเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่อนุญาต!” พระหัตถ์หนาเอื้อมมาบีบลงบนต้นแขนเล็กจนผิวนุ่มบุ๋มลงตามรอยกำลังนั้น ใบหน้าหวานเบ้ลงตามแรงบีบแต่ก็ฝืนกลั้นเสียงร้องเอาไว้

 

“แต่พระองค์ไม่มีสิทธิกีดกันหม่อมชั้นขนาดนี้นะเพคะ อีกไม่กี่ปีหม่อมชั้นก็จะจบแล้ว...ได้โปรดประทานอนุญาตแก่หม่อมฉันเถิดเพคะ” พยายามใช้ไม้นวมวิงวอนขอแต่ก็ใจแป้วเมื่อพระพักตร์เขม็งเครียดขึ้นเรื่อยๆ

 

“ฉันไม่อนุญาตก็คือไม่อนุญาต!” สุรเสียงกราดเกรี้ยวจนเธอสะดุ้งด้วยความตกใจ และนั่นก็ทำให้เจ้าจอมหมดความอดทน  ร่างเล็กสะบัดแขนออกจากอุ้งพระหัตถ์ก่อนจะเอ่ยเสียงดังด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ

 

“พระองค์ไม่มีสิทธิที่จะห้ามหม่อมฉัน! รู้มั้ยเพคะว่าพระองค์ทรงไร้เหตุผลยิ่งกว่าใครในชีวิตที่หม่อมฉันเคยเจอมา หม่อมฉันเกลียดคนแบบพระองค์ที่สุด!” ขยับตัวก้าวขาลงจากเตียงด้วยแรงอารมณ์ ตั้งใจว่าจะกลับไปนอนที่ตำหนักของตนเอง คุยเรื่องนี้ทีไรทะเลาะกันตลอดจนเจ้าจอมเหนื่อยแล้วที่จะพูดคุย

 

สาวพระบาทแค่สามก้าวก็ตามพระชายาทัน คว้าเอาคนตัวเล็กไว้และเหวี่ยงให้กลับไปล้มลงบนเตียงนอนเช่นเคย

 

“ปากดีขึ้นทุกวันนะพระชายา!” ตวาดกร้าวตามแรงพระอารมณ์ที่พุ่งสูง

 

“หม่อมฉันพูดความจริงต่างหาก! ทั้งๆที่หม่อมฉันคุยกับพระองค์ดีๆแล้ว แต่ก็ทรงไม่รับฟังอะไรหม่อมฉันเลย อ้อ...ใช่สิ หม่อมฉันไม่ได้ชื่อคริสตัลนี่” แสยะยิ้มสมเพชตัวเองพร้อมกับกล่าวประชดประชัน

 

“อย่าดึงคนอื่นเข้ามาเกี่ยวเรื่องนี้!” พยายามหักห้ามอารมณ์ไม่ให้พุ่งเข้าไปหักคอเล็กๆที่เชิดขึ้นอย่างท้าทายนั่น

 

“.......” จ้องพระพักตร์ของพระองค์ด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอด้วยความน้อยใจ เม้มปากตัวเองเข้าหากันแน่นก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

 

“หรือที่เธออยากกลับไปที่นั่นนักเพราะคนชื่อเหมันต์นั่นใช่มั้ย!?” เอาอีกแล้วคำถามเดจาวูที่เธอเกลียดที่สุด แต่เพราะความน้อยเนื้อต่ำใจจึงเลือกที่จะประชดออกไปเสียงดัง

 

“ใช่เพคะ พี่หินเค้ารอหม่อมฉันอยู่ ต่อให้หม่อมฉันเป็นยังไงเค้าก็จะรอ ได้ยินมั้ยเพคะ!” ตะโกนก้องทั้งน้ำตา ความน้อยใจจากวันครบรอบยังไม่หายพระองค์ก็กลับมาย้ำซ้ำเติมจนเธอเจ็บร้าว

 

“เจ้าจอม!”  สุรเสียงดังอัสนีพิโรธคำราม  เจ้าจอมพึ่งเคยเห็นกับตาก็วันนี้กับคำว่า “โกรธจนตัวสั่น” เป็นอย่างไรจากภาพของพระสวามีที่ปรากฏตรงหน้าตอนนี้

 

“ฮึก...เพราะองค์ก็ทรงเอาแต่องค์เองเป็นศูนย์กลางไม่เคยคิดถึงจิตใจของคนอื่น หม่อมฉันแค่อยากกลับไปเรียนต่อ เหตุใดถึงไม่ฟังเหตุผล...”

 

“งั้นเหรอ! แล้วเหตุผลที่ร่ำร้องอยู่ปาวๆนี่ก็อยากกลับไปหาไอ้ชู้รักของเธอนั่นไม่ใช่เหรอ ห๊ะ! แล้วจะชักแม่น้ำทั้งห้ามาหาเหตุผลดีๆทำไม! พอเถอะมันทุเรศ!” ยิ่งฟังก็ย่างเจ็บจนมันถูกระบายออกเป็นหยาดน้ำตา กล้ำกลืนก้อนสะอื้นแข็งๆลงในอกก่อนจะเอ่ยออกมาช้าๆ

 

“อย่าลืมสิเพคะ เรายังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันเพราะฉะนั้นทางกฎหมายพระองค์ไม่มีสิทธิในตัวหม่อมฉัน...หม่อมฉันไม่มีสิทธิในตัวของพระองค์ เราสองไม่มีอะไรสักนิดที่ผูกมัดกันเลย!” เพราะราชกิจที่รัดพระองค์ไว้แน่นหนา การจดทะเบียนสมรสก็เลยถูกกำหนดกันเอาไว้คร่าวๆเท่านั้นและเธอก็รู้ดีว่าพระองค์มิได้เต็มพระทัยอภิเษกสมรสกับเธอการผูกมัดด้วยทางกฎหมายจึงถูกเลื่อนแล้วเลื่อนอีก แต่ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องดีที่เจ้าจอมสามารถหยิบยกมันขึ้นมาต่อรองได้...แต่มันกลับไม่ใช่ผลดีในตอนนี้.....

 

“เจ้าจอม! อยากไปหามันมากขนาดนั้นเลยใช่มั้ยห๊ะ! ได้! ฉันจะทำให้เธอต่ำตม เปื้อนคาวจนไม่มีหน้ากลับไปหามันเลยคอยดู!” ตรัสจบก็โถมตัวเข้าทาบทับพระชายาตัวน้อย รวบสองแขนเล็กที่ปัดป้องเอาไว้เหนือศีรษะ ระดมปล้นจูบอย่างกักขฬะป่าเถื่อน หัตถ์หน้าก็บีบขย้ำลงบนผิวเนื้อจนช้ำขึ้นทันตา ซุกไซ้ลำคอขาวอย่างแรงจนไรพระมัสสุบาดผิวนุ่มระคาย ฝากฝังรอยรักจากการขบเม้มพระโอษฐ์ให้แดงช้ำเจ็บแสบจนคนถูกกระทำน้ำตาร่วง

 

“ฮืออออ ปล่อยนะ! ปล่อยยยยย” ดิ้นรนสุดชีวิตแต่ก็ไร้ซึ่งความหมาย การกระทำจาบจ้วงรุนแรงจนเธอแทบขาดใจ

 

“อย่าหวังว่าเธอจะได้ลอยหน้าลอยตากลับไปหามันนะเจ้าจอมกัลยา!” เงยหน้าขึ้นมาเค้นสุรเสียงใส่เธอดังลั่น

  

  “ได้...ในเมื่ออยากกลับนักฉันก็จะให้เธอกลับ....”

 

“...........”

 

“แต่วันพรุ่งนี้เตรียมตัวไปจดทะเบียนสมรสซะ!

 

 

100%

 

ฮือออออ วนเวียนกับการทะเลาะต่อไปก่อน ทั้งพระองค์และแม่หนูเจ้าจอมไม่ได้แต่งงานด้วยความรัก แถมมีตัวแปรมาขัดขวางอย่างแม่คริสตัลและพี่เหมันต์อีกแน่นอนค่ะว่าฉากหวานจึงประปรายเล็กน้อย ฉากอารมณ์จึงเยอะ เพราะฉะนั้นอย่าพึ่งเบื่อเรานะเตงงงงงงง><

 

ศัพท์ยาก

ไรพระมัสสุ = ไรหนวด

พระอังสา = บ่า,ไหล่

 

กลอนข้างต้นเป็นกลอนบทละครนะคะ เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่ลองแต่ง5555 ผิดพลาดประการใดขออภัยอย่างสูงเลยนะคะ อย่างที่บอกสิ่งที่คิดหนักในแต่ละตอนคือจะแต่งบทประพันธ์ประเภทไหนลงดี (เพื่อ? 55555) อยากให้การที่มีคำประพันธ์แทรกอยู่ในทุกตอนเป็นเอกลักษณ์ของเรื่องนี้ ดีใจที่มีคนอ่านบอกว่าได้รับความรู้จากการอ่านฟิคของฟ้า นั่นคือจุดมุ่งหมายสูงสุดของเรา  จะได้เป็นการให้ความรู้ทั้งตัวเองและรีดเดอร์ด้วย  อยากจะบอกว่าเราได้ A วิชากวีนิพนธ์นะคะ เพราะอาจารย์จะให้แต่งคำประพันธ์ในข้อสอบแต่ไม่บอกว่าจะให้แต่งอะไร จึงไม่รู้ว่าจะเตรียมตัวยังไงดี แล้วหวยก็มาออกที่ อิทิสังฉันท์20 ค่ะทั่นผู้โชมมมม  ซึ่งฟ้าลองแต่งครั้งแรกในชีวิตตอนประกอบเรื่องนี้ ในแชป เมื่อยามระตีระรานกมล(ย้อนไปอ่านได้น้าาาา) และหัวข้อยังเกี่ยวกับความรักอีก จึงแอบหยิบจากนิยายตัวเองไปนิดนึง555 ปรับแต่งนิดหน่อย ซึ่งแบบโชคเข้าข้างมากกก ทำให้จำฉันทลักษณ์ได้ จำคำศัพท์ได้โอ๊ยยยดีใจที่สุดขอบคุณนักอ่านนะคะที่ทำให้ฟ้าอยากสรรค์สร้างผลงาน จนมีประโยชน์ในชีวิตจริงได้ขนาดนี้  เราดีใจมากจริงๆ พูดมากก็อย่าพึ่งรำคาญเราเลยนะคะ55555555 ดีใจกับเราหน่อยยยยยย > <

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 278 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,093 ความคิดเห็น

  1. #264 nannapatmqntree (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 07:13
    คนใจร้าย!
    #264
    0
  2. #260 AoM_PimtongG (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 17:39
    จะจดทะเบียนแล้วววว
    #260
    0
  3. #259 Yourita (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 16:46
    ขอบคุณที่มาต่อให้นร้าาา มาต่อเร็วๆนร้าาาา สู้ค่าา
    #259
    0
  4. #258 mtrdttt (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 11:43
    วิลลิสก็ไม่ได้ฟังอะไรเล๊ย
    #258
    0
  5. #257 babemay (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 08:19
    โอ๊ยยยยยย ประชดกันไปกันมา วิลลิสก็แสนเอาแต่ใจจริงๆ ฮือ โกรธมากๆ เข้าข้างพระชายามากๆเลยตอนนี้ มาง้อก็ไม่ยอมหรอก ฮึ่ย ทำไมเป็นคนแบบนี้ ทะเลาะกันแล้วจบที่เซ็กส์อีก ไม่ดีเลย สงสารเจ้าจอมจริงๆ
    #257
    0
  6. #256 pcyckk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 23:47
    อย่าประชดพระองค์แบบน้านนนนนน
    #256
    0
  7. #255 MyGoldensky (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 23:42
    โอ้ย ไรท์เก่งมากง่ะ แต่งกลอนได้ดีมากๆ แถมคำบรรยายก็ดี ดีไปหม๊ดดดดด ฮืออ อ สู้ๆนะคะ รอติดตามเสมอค่ะ
    #255
    0
  8. #254 galaxy_fanfan12 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 23:29
    กำลังจะดีแล้วเชียวทำไมอะทำไม ฮืออออ เจ้าจอมก็อย่าประชดพระองค์นักสิส่วนพระองค์ก็รับฟังบ้างเหอะ ไม่ไหวละนะนี้กริ้วละนะตอนต่อไปก็ให้กลับมาคุยกันดีๆอีกนะคะไรท์ ปรับความเข้าใจกันให้ได้น้าาาา
    #254
    0
  9. #253 u.under (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 23:17
    เกรี้ยวกราดได้อีก แอบสงสารนางเองอยู่เด้อ สู้ๆนะคะไรท์ รักๆๆๆ
    #253
    0
  10. #252 lhiver18 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 23:09
    ดีใจด้วยนะคะไรต์ ไรต์แต่งดีมากๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #252
    0
  11. #251 UFOMOMO__MO (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 22:57
    แงงงงงง ไรท์พัฒนาขึ้นเยอะเลยค่ะ ตามฟิคของไรท์ตั้งแต่เรื่องแรก ตอนนี้ไรท์แต่งดีขึ้นเยอะมากๆ แงงงงงง หนูภูมิใจในตัวไรท์มากๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้น้าาา
    #251
    0
  12. #250 sptprang01 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 22:39
    แง้งงงงงงแต่งสนุกมากๆเลยคะ เป็นกำลังใจให้นาค่าาา
    #250
    0
  13. #249 abbypas (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 22:14
    พี่ฟ้าแต่งฟิคเก่งมากๆเลย เป็นกลจ.ให้นะคะ
    #249
    0
  14. #248 mybirthdayismonday1044 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 22:02
    ชอบมากๆเลยย เป็นกำลังใจให้นะคะเก่งมากๆๆ
    #248
    0
  15. #247 ParkMild (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 21:49
    งอนอะไรพี่เขาก็บอกเถอะลูก ทะเลาะกันแบบนี้ไม่ดีแน่ๆ องค์ชายก็อย่าใช้แต่อารมณ์นักเลย เกือบจะดีอยู่แล้วเชียว
    #247
    0
  16. #246 Umjk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 21:49
    เหนื่อยมั้ยคนดีมีพี่เป็นแฟนน~
    #246
    0
  17. #245 pakkadqq (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 21:43
    องค์ชายเจ้าคะ อยากมีองค์ชายด้วยน้อยๆก็บอกเจ้าจอมดีๆก็ได้ แหมมม อารมณ์รุนแรงซะเหลือเกินน เจ้าจอมใจเย็นก่อนนะ อย่าพึ่งเอาพี่หินมาทำให้มันร้อนนน นังคริสตัลลลแกแกทำให้เค้าสองคนทะเลาะกันน
    ปล.ดีใจกับคะแนนสอบด้วยนะคะ เก่งมากกกก ตบมือออ เย้ กลับมาจากค่ายแล้วว มาอัพบ่อยๆเลยนะคะ
    #245
    0
  18. #244 Yourita (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 13:15
    มาต่อเร็วเถอะไรท์ขาาาาา
    #244
    0
  19. #242 Yourita (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 21:06
    ไรท์สุดสวยขาา มาต่อได้แล้วว รอไม่ไหวแล้วค่ะ
    #242
    0
  20. #241 Yourita (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 13:12
    มาต่อเร็วๆเลยค่ะ ไรท์รอไม่ไหวแล้ววว จะบ้าตายแล้วค่ะเพราะติดนิยายเรื่องนี้มาก อ่านจบหนูต้องได้เกรด4วิชาภาษาไทยแน่เลย
    #241
    0
  21. #240 AoM_PimtongG (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 02:53
    เซฮุนใจร้อนเกินไปปป นางเอกก็งอนตามประสาแหละเนอะ
    #240
    0
  22. #239 babemay (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 21:09
    ถึงจะเป็นเหตุสุดวิสัยก็โกรธวิลลิสมากๆ แถมยังมาทำเป็นดุพระชายาอีก น่าตีองค์ชายจริงๆ อยากให้เจ้าจอมงอนหนักๆไปเลย ฮื่อ
    #239
    0
  23. #238 KKimmm (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 20:27
    ทำไมองค์ชายใจร้ายยㅠㅠ งอนหนักๆเลยเจ้าจอม ไม่ไหวแล้ววว!!!!
    #238
    0
  24. #237 mybirthdayismonday1044 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 16:22
    ปล่อยให้รอ แล้วยังมาดุอีกกกก
    #237
    0
  25. #236 Umjk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 14:45
    ตบมั้ยคริสตัล ตบมั้ย!!
    #236
    0