[FIC EXO] ++{SEHUN X YOU} Bride of monarch ดั่งฤทัยราชัน

ตอนที่ 10 : ดั่งฤทัยราชัน-09-เมื่อยามระตีระรานกมล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,478
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 152 ครั้ง
    14 พ.ค. 61

-09-

 


เมื่อยามระตีระรานกมล...

 

 

ดุจทิพาระเรื่อระรองรุจี                  สะส่องฉะฉายพิภพธตรี        ธ แดนดล

เมื่อณยามรตีระรานกมล                อุราระริกระรัววะวน            วะวาบวาม

ชายและหญิงจะชิดจะติดจะตาม       เเฉล้มเฉลาประดุจยะยาม    พิมานชัย   


                                                                   -นรินทร์ภิญญา-

 

“ออกมาทำอะไรดึกดื่นๆ” สุรเสียงทุ้มดังขึ้นจากข้างหลังจนคนที่อยู่ในห้วงของความคิดสะดุ้งตกใจ หันกลับไปมองก็เจอเข้ากับพระพักตร์ราบเรียบบ่งบอกถึงความไม่พอใจที่พอรู้สึกพระองค์ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอกับร่างนิ่มนวลตรงหน้าพระพักตร์นี่

 

“ออกมารับลมเพคะ คืนนี้อากาสดี” ทูลตอบเสียงเบา

 

“เข้ามาได้แล้ว อากาศเย็น” ใบหน้าเล็กงอลงเล็กน้อยเมื่อถูกพระบัญชาเสียงห้วน แต่เธอจำต้องยอมทำตามคำสั่งนั้น เบี่ยงตัวเดินผ่านพระสวามีช้าๆและก้าวขึ้นบนพระแท่นบรรทมพร้อมกับดึงเอาผ้านวมขึ้นคลุมกาย

 

“อื้อ!” หลุดเสียงออกมาไม่เบานักเมื่อถูกรวบตัวเข้าไปในอ้อมพระอุระและกอดรัดเอาไว้ ปากเล็กเม้มแน่นเมื่อพระหัตถ์ซุกซนเลื้อยเข้าไปในชุดนอนบางเบา ควานหาประทุมถันคู่สวยและคลี่อุ้งพระหัตถ์ครอบครองเอาไว้ ร่างแน่งน้อยดิ้นขลุกขลักอย่างจะต่อต้านแรงบีบกลับเพิ่มมากขึ้นจนต้องยอมอยู่นิ่งๆ

 

“ปล่อยหม่อมฉันเถอะเพคะ....” เอ่ยกระซิบท่ามกลางความมืด

 

“ไม่ปล่อย มีปัญหาอะไรมั้ยเจ้าจอม…?” สุรเสียงยียวนจนเธอกรุ่นโกรธ ขยับตัวกลับไปจ้องมองพระพักตร์อย่างตัดพ้อ ก่อนจะเป็นฝ่ายหรุบสายตาลงต่ำเมื่อสายพระเนตรคมกริบจ้องมองกลับ

 

“แล้วหม่อมฉันจะนอนได้ยังไงเพคะ ถ้าพระองค์ทำแบบนี้”

 

“ก็นอนไปสิ...หรืออยากได้อีกรอบ?

 

“หมะ...ไม่เพคะ” แก้มนวลขึ้นสีจัดเมื่อบทรักของเธอกับพระสวามีพึ่งผ่านไปได้เพียงชั่วโมงกว่าๆเท่านั้น  กลีบปากสีระเรื่อเผลอขยับอย่างขัดใจและนั่นก็ทำให้พระองค์รู้สึกว่ากำลังเห็นอะไรสักอย่างที่ดูเล็กๆน่ารักขยับไปมา และไม่รอนานกลีบพระโอษฐ์หยักก็ประทับลงจุมพิตแรงๆและผละออก

 

“เงียบเสียงแล้วก็นอนซะ ถ้าเธอไม่อยากให้ฉันทำแบบนั้นกับเธออีกรอบ” คนฟังที่หน้าแดงก่ำจากจุมพิตเมื่อครู่รีบปิดเปลือกตาลงอย่างรวดเร็วก่อนจะถูกขยับร่างให้ซุกเข้ากับอ้อมพระอุระ พระปัสสาสะอุ่นร้อนรินรดหน้าผากนวลอยู่ซ้ำๆแบบนั้นราวกับกำลังขับกล่อมเธอให้หลับใหล และไม่นานร่างเล็กก็จมเข้าสู่ห้วงนิทรา........

 

 

 

เจ้าจอมลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเวลารุ่งเช้าพอดี แต่ก็คงจะช้ากว่าพระสวามีเมื่อเธอเห็นที่ว่างข้างกันและสัมผัสที่เย็นชืดบ่งบอกว่าพระองค์คงตื่นนานแล้ว  ขยับตัวลงจากพระแท่นก่อนจะเผลอยิ้มออกมานิดๆเมื่อเห็นว่าชุดนอนที่ถูกปลดสายเมื่อยามราตรีเพื่อให้พระองค์เข้าครอบครองก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นคู่แฝดของเธอถูกดึงขึ้นมาและจัดให้อยู่ในสภาพที่ดีแล้วเรียบร้อย สาวเท้าเข้าไปในห้องสรงน้ำและปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจากร่างกายก่อนจะหย่อนตัวลงในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่กำลังอุ่นได้ที่และโรยเอาไว้ด้วยกลีบกุหลาบสีแดงหอมฟุ้งที่พระพี่เลี้ยงมณฑาคงจะเข้ามาเตรียมไว้ให้ เอนต้นคอพิงลงกับขอบอ่างก่อนจะปิดตาลงช้าๆเพื่อซึมซับความผ่อนคลาย

 

จ๋อม...

 

เสียงที่ดังขึ้นใกล้ๆตัวพร้อมกับสายนทีที่กระเพื่อมไหวทำให้เจ้าจอมผวาตัวขึ้นด้วยความตกใจ และก็เห็นว่าเป็นพระสวามีนั่นเองที่ก้าวขางมาในอ่างและหย่อนพระวรกายลงเคียงข้างเธอ

 

“พระองค์เข้ามาได้ยังไงเพคะ” กดตัวเองลงในน้ำมากกว่าเดิมเพื่อปกปิดเรือนกายเปลือยเปล่า นึกขอบคุณเหล่ากลีบกุพชกะสีสดที่ช่วยอำพรางเนื้อตัวของเธอไม่มากก็น้อยละกัน

 

“หน้าที่ของเธอไม่ใช่เหรอที่ต้องอาบน้ำให้ฉัน สมองเสื่อมรึไง” ถ้อยคำตรัสไม่น่าฟังจนเธอย่นคิ้ว ใบหน้าหวานเง้างอพร้อมกับปิดปากลงอย่างไม่อยากจะเอ่ยอะไรออกมาอีก ขยับตัวเอื้อมไปเอาครีมอาบน้ำที่วางไว้ขอบอ่างก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้พระสวามีอย่างระมัดระวังที่สุด

 

“หันพระปฤษฎางค์มาสิเพคะ หม่อมฉันจะได้สรงน้ำถวาย” เอ่ยกระแทกเสียงประชดประชนจนน่าหมั่นเขี้ยว องค์รัชทายาทยกยิ้มมุมพระโอษฐ์ก่อนจะรวบตัวร่างแน่งน้อยให้ขยับเข้าคร่อมพระเพลาเอาไว้อย่างรวดเร็ว

 

“อ๊ะ! อย่าเพคะ” ใช้สองมือดันไหล่กว้างทรงพลังเอาไว้เพื่อคำยันร่างกาย แก้มสาวเริ่มเห่อร้อนเมื่อ อะไรๆก็แนบชิดกับพระสวามีไปเสียหมด

 

“ถูข้างหน้าก่อน...ค่อยไปถูส่วนอื่นๆ”

 

“.........”

 

รวบรวมกายใจอยู่นานก่อนจะลงมืออาบน้ำได้ นึกโกรธอยู่ครามครันที่ถูกกลั่นแกล้งตลอด พระองค์ไม่รู้เลยรึไงว่าเธอเขินจนจะบ้าตายอยู่แล้ว  พยายามถูฟองเยอะๆเพื่อให้มือเล็กๆไม่ได้สัมผัสกับพระวรกายมากเกินไปลูบไล้ไปมาพระองค์ก็แย้มพระสรวลออกมาได้เมื่อรู้สึกถึงความผ่อนคลายนั้น

 

“เสร็จแล้วเพคะ...” เอ่ยบอกเบาๆพร้อมกับขยับตัวจะลงจากพระเพลาแต่ทว่าอ้อมพระกรที่โอบรอบเอวคอดเล็กของเธอไว้กลับไม่ยอมคลายออกจากกัน

 

“เธอยังไม่อาบเลยนะ ให้ฉันช่วยไหม...หืม” ตรัสเสียงพร่าพรายจนไรขนอ่อนๆลุกชัน เจ้าจอมกัลยาส่ายหน้าดิกก่อนจะก้มใบหน้าลงงุดๆ จึงไม่เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของพระองค์

 

“แต่ฉันจะอาบให้...และเธอก็ไม่มีสิทธิ์ขัดขืน” กระซิบเบาๆก่อนจะโอบแนบร่างเล็กให้แนบกับอ้อมพระอุระ จนพระองค์สัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มของบัวบึงที่ลุ่มหลงยิ่งนัก ก้มพระพักตร์ลงจูบฟัดสองปรางแก้มหอมกรุ่นอ่อนๆหลายครั้งจนพอพระทัย พระหัตถ์หนาเลื่อนลงกอบกุมสะโพกสวยให้กระชับแน่นก่อนจะขยับเข้าหาอย่างหนักหน่วง สองกายร้อนเร่าด้วยเพลิงพิศวาส แม้เจ้าจอมจะขัดขืนแต่สุดท้ายก็ต้องยินยอมในความต้องการของพระสวามี เพลาอุษาสางของเธอถูกต้อนรับด้วยบทบทสังวาสร้อนแรงจากวรองค์หนุ่ม สายธารธารากระฉอกล้นออกจากขอบอ่างตามแรงขยับเยื้อน เจ้าจอมทำได้เพียงเกาะขอบอ่างและซบใบหน้าลงเพื่อให้รองรับศีรษะเธอเอาไว้ ความกระหายที่มากล้นของพระองค์ทำให้เธอหวาดหวั่นและเหนื่อยล้าจนแทบอยากจะร้องไห้..... 

 

 

 

เจ้าจอมเดินเข้าไปในห้องพระกระยาหารอย่างเชื่องช้าตามหลังพระสวามี เพราะการถูกพระองค์กอดรัดตลอดรุ่งอรุณจึงไม่อาจข่มความอ่อนล้าไว้ได้มากนัก แตกต่างจากพระสวามีที่ไร้ซึ่งความอ่อนล้าอิดโรยไม่เหมือนเธอ ภูษาคลุมถูกเอามาสวมทับเอาไว้บนกายอ้อนแอ้นเพื่อปกปิดร่องรอยช้ำสีกุหลาบ หย่อนตัวลงบนเก้าอี้ที่พระองค์เคลื่อนออกให้ช้าๆพร้อมกับเอ่ยขอบพระทัย องค์ชายวิลลิสพยักรับนิดๆก่อนจะสาวพระบาทไปประทับยังฝั่งขวาขององค์ราชินี

 

“เจ้าจอม...”

 

“เพคะ...” เงยหน้าขึ้นขานรับคำตรัสเรียกของเสด็จย่าเบาๆ

 

“ไม่สบายรึเปล่าลูก ดูอิดโรยไม่น้อยเลย” สุรเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย พระนางสังเกตเห็นแล้วตั้งแต่พระชายาเดินมาพร้อมหลานชายตัวดี ไหนจะดวงตากลมโตที่ฉายแววเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิดนั่นอีก เจ้าจอมลอบเงยหน้าขึ้นมองพระสวามีแล้วก็เห็นพระองค์คลี่ผ้าคลุมพระเพลาขององค์เองอย่างไม่ได้ยินการสนทนานี้

 

“ไม่เป็นไรเพคะ เสด็จย่า...เจ้าจอมสบายดีเพคะ”

 

“จ้ะ...” พระนางพิมพ์พิลาไลยได้แต่ค่อนขอดพระราชนัดดาในพระทัย ปากก็เอาแต่ดุพระชายาบ้าง บอกว่าไม่ชอบบ้าง แต่ดูการกระทำสิอยู่กันไปนานกว่านี้แม่ตุ๊กตาตัวน้อยไม่ยับเยินมากไปกว่านี้รึไงกันนะ!

 

“แล้วเรื่องฮันนีมูนหละว่าไง จะไปที่ไหนกัน หืม...วิลลิส”

 

“หลานเห็นว่าควรจะเลื่อนออกไปก่อน ตอนนี้งานทางราชกิจหลานยุ่งมากพระเจ้าค่ะ”

 

“จะยุ่งอะไรนักเชียวหละวิลลิส ไปไม่ถึงเดือนหรอกคงไม่กระเทือนราชกิจสักเท่าไหร่นัก”

 

“แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือราชกิจมิใช่หรอกหรือเสด็จย่า ส่วนอะไรที่ ไม่สำคัญเอาไว้ทีหลังก็ได้” เน้นคำว่าไม่สำคัญจนใครๆฟังก็ต้องรับรู้ว่าเจ้าจอมคือสิ่งนั้นที่เอ่ยถึง

 

ไม่สำคัญ.....

 

หัวใจดวงน้อยปวดแปรบขึ้นมาจนต้องแอบกำมือเข้าหากันแน่นที่ใต้โต๊ะ แสร้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไรทั้งๆที่รู้สึกก่อนจะก้มลงจัดการอาหารในจานตนเองเงียบๆ

 

องค์ราชินีลอบมองพระชายาตัวน้อยอย่างสงสาร แม้เธอจะแสดงออกมาว่าตนเข้มแข็งเพียงใด แต่แวววามแห่งความเศร้าในดวงตากลมโตนั่นก็ไม่อาจโกหกใครได้

 

ว่าเธอก็มีหัวใจ....ว่าเธอก็เจ็บเป็น

 

 

 

............................................................

 

 

หลังจากผ่านมื้อเช้าไปแล้วพระสวามีก็ทรงเสด็จไปยังห้องทรงงานทันทีและดูท่าว่าจะประทับอยู่ที่นั่นทั้งวัน ส่วนเสด็จย่าก็เสด็จเข้าที่ประทับเพราะพระพลานามัยไม่สู้แข็งแรงนัก เจ้าจอมจึงได้แต่นั่งเหงาอยู่ใต้ชิงช้าไว้ในสวนข้างพระตำหนักเพราะไม่มีอะไรให้ทำ ถ้าหิมันตลายามีสระบัวให้เธอพายเรือไปเก็บเหมือนที่เมืองไทยก็คงจะดี คิดอยู่ในใจก่อนจะส่ายศีรษะไปมากับความคิดเหลวไหลของตัวเอง มันจะไปมีได้อย่างไรกันหละ

 

เฮ้อ....

 

พรูลมหายใจอย่างเบื่อๆ เธอถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำอะไรที่คนธรรมดาเค้าทำกัน ไม่ว่าจะเป็นเข้าครัว เย็บปักถักร้อยซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่เธอชอบทั้งนั้น ซึ่งคนที่บัญชาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนพระสวามีฤทัยมืดมัวนั่นแหละ แม้จะอยากบ่นแต่ก็ทำได้แค่เก็บเอาไว้ในใจเพราะกลัวจะถูกตรัสถ้อยวจีร้ายๆให้เจ็บช้ำน้ำใจอีก คิดถึงตรงนี้ก็พ่นลมหายใจเสียอีกเฮือกใหญ่จนมณฑาที่อยู่รอถวายงานใกล้ๆได้แต่แอบมองด้วยความสงสาร นางจึงคลานเข้าไปใกล้ๆและเอ่ยทูลเสียงเบา

 

“เป็นอะไรหรือเพคะพระชายา หม่อมฉันเห็นทอดถอนพระทัยเสียหลายครั้ง”

 

“เจ้าจอมเบื่อจังเลยค่ะ ยิ่งถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำนู่นทำนี่เจ้าจอมยิ่งรู้สึกเบื่อมากกว่าเดิม”

 

“โถ...พระชายาของหม่อมฉัน เอาอย่างนี้มั้ยเพคะ บริเวณหลังพระราชวังมีทุ่งลาเวนเดอร์กับทุ่งทิวลิปกว้างสุดลูกหูลูกตาเลยหนาวๆแบบนี้คงเริ่มบานแล้ว ไปดูกันมั้ยเพคะ”

 

“จริงเหรอคะพี่มณฑา เจ้าจอมอยากไปค่ะ”

 

“แต่พระชายาต้องทรงไปขออนุญาตองค์ชายโอเซฮุนก่อนนะเพคะ...ไปโดยไม่ทูลขอจะโดนดุเอา”

 

“แต่ว่า...” พอได้ยินดังนั้นใจดวงน้อยที่พองฟูก็แฟบลงอย่างบอกไม่ถูก แม้จะแต่งงานกันมาได้ราวหนึ่งสัปดาห์แล้ว เธอก็ยังคงกลัวการเผชิญหน้าหรือเอ่ยอะไรกับพระสวามีอยู่ดี แต่ทว่าความน่าเบื่อที่เธอเผชิญก็ผลักดันให้เธอยอมทำตามคำพูดของพระพี่เลี้ยง ยืนนิ่งอยู่หน้าห้องทรงงานราวๆห้านาทีได้แล้ว ในมือก็มีถาดกาแฟร้อนกับของว่างที่นำมาถวาย สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเองก่อนจะยกมือขึ้นเคาะลงบนบานประตูไม้หน้าสามครั้ง

 

ก็อกๆ

 

“ใคร...” สุรเสียงราบเรียบที่ส่งผ่านออกมาทำให้เธอยิ่งใจเต้นแรง

 

“เจ้าจอมเองเพคะ...” พระสวามีเงียบไปชั่วครู่ก่อนเสียงทุ้มที่เอ่ยตอบรับจะดังลอดออกมาให้ได้ยิน

 

“เข้ามา...”

 

เมื่อได้รับอนุญาตเธอก็เดินเข้าไปในห้องทรงงานด้วยการช่วยเหลือเปิดพระทวารให้จากพี่มณฑา สายพระเนตรคมกริบละจากเอกสารเบื้องหน้าขึ้นมามองที่เธอโดยไม่ละห่างออกไปแม้แต่วินาทีเดียว จนเธอสาวเท้ามาหยุดอยู่เบื้องพระพักตร์

 

“มีอะไร”

 

“หมะ หม่อมฉันนำเครื่องว่างมาถวายเพคะ” วางถาดในมือลงและเลื่อนไปให้อย่างระมัดระวัง

 

“ขอบใจ” ตรัสออกมาหลังทรงหรี่พระเนตรมองอย่างสงสัยที่เธอนำของว่างมาให้พระองค์เอง ก่อนจะทรงก้มลงใช้พระหัตถ์ตวัดปากกาลงในกระดาษต่อ แต่ทว่าพอเซ็นลงไปได้สามหน้าพระองค์ก็รู้สึกว่าพระชายายังไม่ได้ไปไหน จึงทรงเงยพระพักตร์ขึ้นมองเธออีกรอบและก็เห็นว่าเธอกำลังก้มหน้าพร้อมกับกำมือตัวเองแน่น ปากเล็กๆก็ถูกฟันขาวขบเม้มอย่างกำลังตัดสินใจอะไรอยู่ จ้องมองอยู่นานอย่างสงสัยพระทัยก่อนจะลุกขึ้นสาวพระบาทอ้อมมายังหน้าโต๊ะทรงงาน ก่อนจะพิงบั้นพระองค์ลงบนขอบโต๊ะ

 

“มีอะไรจะพูด!?

 

“อ๊ะ!” ท่าทางตกใจนั่นทำให้พระองค์ทราบว่าเจ้าจอมไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าพระองค์มาหยุดประทับอยู่ตรงหน้าเธอ

 

“ว่าไง?” ยกพระกรขึ้นกอดไว้ตรงพระอุระก่อนจะตรัสถามอีกรอบ

 

“คือ หม่อมฉันจะมาทูลขออนุญาตไปทุ่งลาเวนเดอร์กับพี่มณฑาเพคะ” พูดออกไปแล้ว เจ้าจอมพูดออกไปแล้ว ให้ตายเถอะ! เธอหายใจไม่ทั่วท้องเลย

 

“หือ.....ที่หลังวังหนะเหรอ?

 

“เพคะ...พี่มณฑาก็เลยบอกให้หม่อมฉันมาทูลขอพระองค์ก่อน” ก้มหน้าจนคางแทบจะชิดกับอกของตัวเองขณะเอ่ยพูด จนวรองค์ที่กอดอกอยู่ตรงหน้าอดที่จะแย้มพระโอษฐ์ด้วยความเอ็นดูนิดๆ

 

“ก็ไปสิ แต่ให้อชิระพาไปก็แล้วกัน...แค่นี้ใช่มั้ยจะทำงานต่อ?!” เสียงเข้มที่ตอบกลับทำให้คนฟังใจเสียเพราะคิดว่าพระองค์จะทรงกริ้วที่เธอมารบกวนเวลาทรงงาน

 

“ขอบพระทัยเพคะ” เอ่ยจบก็รีบวิ่งออกมาทันทีและเมื่ออกมานอกห้องแล้วเธอถึงได้หายใจทั่วท้อง

 

“เป็นยังไงบ้างเพคะพระชายา” มณฑาที่รอลุ้นด้วยกันที่หน้าห้องรีบทูลถามทันที

 

“ทรงอนุญาตค่ะพี่มณฑา แต่ว่าให้อชิระเป็นคนพาไป”

 

“ได้เพคะ ทรงรอที่ห้องนั่งเล่นนะเพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันจะไปเตรียมของกับบอกอชิระเตรียมรถม้าให้”

 

“ค่ะ”

 

 

 


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 


ภาพทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงสดใสที่ปลูกยาวเป็นแถวไกลสุดลูกหูลูกตาสลับแซมด้วยแถวดอกทิวลิปหลากสีสันทำให้คนที่พึ่งเคยเห็นตื่นเต้นจนเผลอตัวยิ้มกว้าง ความสวยงามตรงหน้าทำให้เจ้าจอมแทบอยากจะวิ่งเข้าไปในทุ่งดอกไม้เต็มที ติดแต่พี่มณฑาที่ยุดกระโปรงเธอไว้และเอ่ยบอกให้อดใจรอเพราะรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่

 

“พระทัยเย็นก่อนเพคะ”

 

“สวยมากเลยค่ะ เจ้าจอมอยากให้ถึงเร็วๆ”

 

“เดี๋ยวก็ถึงเพคะ” มณฑายิ้มกับความน่ารักร่าเริงราวกับเด็กน้อยของพระชายา หลายวันมานี้ดวงตากลมโตที่สวยหวานดุจดวงตาของมฤคีถูกฉายแววความหม่นเศร้าจนน่าสงสาร มีวันนี้ที่พระองค์เธอยิ้มกว้างจนพาพื้นโลกสดใส

 

ทันทีที่รถม้าจอดสนิทร่างเล็กก็รวบชายกระโปรงยาวและสาวเท้าลงจากรถม้าทันที ทุ่งลาเวนเดอร์ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมส่งกลิ่นหอมฟุ้งราวกับกำลังกระจายมนต์ดึงดูดให้เธอเข้าหา

 

“สวยจัง” ย่อตัวลงจนอยู่ระดับเดียวกับทุ่งลาเวนเดอร์ ใช้นิ้วเกลี่ยๆกับดอกเล็กๆอย่างทะนุถนอม เกิดมาก็พึ่งจะได้เห็นเป็นครั้งแรก ไม่แปลกที่เธอจะตื่นเต้นขนาดนี้

 

“เจ้าจอมขอเดินเล่นนะคะ” หันกลับไปเอ่ยขอพระพี่เลี้ยงเสียงหวาน

 

“ตามพระทัยเลยเพคะ” เมื่อได้ฟังก็ยิ้มร่าออกมาได้ สองขาเล็กก้าวยาวไปตามทางเดินเล็กที่เป็นแนวยาวคั่นกลางระหว่างแปลง

 

“นอกจากอัญมณีที่เป็นทรัพยากรสำคัญของหิมันตลายาแล้ว ดอกไม้ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญรองลงมาอีกด้วยนะเพคะ เพราะเห็นว่ายังมีประชาชนบางส่วนที่ยากไร้และไม่มีที่ทำกินองค์รัชทายาทจึงมีพระดำริให้ใช้ที่หลังวังปลูกดอกลาเวนเดอร์กับทิวลิปเพคะแล้วให้เหล่าประชาชนกลุ่มนั้นเข้ามาทำงานแทน...”

 

“เอ๋? เป็นความคิดขององค์วิลลิสเหรอคะ”

 

“ใช่แล้วเพคะ”

 

เจ้าจอมพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะแอบชื่นชมพระสวามีในใจกับความคิดที่ก้าวไกลของพระองค์นั้น เดินไปไม่นานนักก็เจอเข้ากับที่พักขนาดกลางคล้ายศาลาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักผ่อน แต่ทว่าการออกแบบที่ดูมีลวดลายสวยงามมากกว่าที่จะเป็นที่พำนักของคนธรรมดาจึงหันกลับไปหาพระพี่เลี้ยงที่รีบทูลตอบทันทีอย่างรู้พระทัย

 

“องค์รัชทายาทมีรับสั่งให้สร้างไว้เพคะเพราะชอบเสด็จมาดูงานที่นี่อยู่บ่อยครั้ง เพื่อประทับชั่วคราว”

 

 

“เจ้าจอมเข้าไปได้มั้ยคะ”

 

“ได้เพคะ” ก้าวเข้าไปช้าๆก่อนจะเห็นว่าทางที่ทอดยาวเข้าสู่ศาลานั้นปลูกดอกกุหลาบเอาไว้ด้วยเป็นแนวยาว กำลังอวดช่อชูชันแข่งกับสีม่วงของท้องทุ่งจนดูเป็นจุดเล็กๆท่ามกลางมหาสมุทรสีม่วงอ่อน

 

“สวยจัง” รีบย่อตัวลงจะสูดเอากลิ่นกุหลาบแต่ทว่าด้วยความไม่ระมัดระวังมือที่คว้าจะจับเอาต้นกุหลาบก็ถูกหนามแหลมเกี่ยวเอาเป็นแผลทางยาว

 

“โอ๊ย!” สะบัดมือออกพร้อมกับขยับตัวลุกขึ้น

 

“พระชายา!

 

“เป็นอะไร!” สุรเสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากข้างหลังทำให้คนที่เจ็บมืออยู่เผลอเลื่อนแผลเอาไว้ข้างหลังอย่างตกใจราวกับเด็กน้อยที่กำลังปกปิดความผิด ซึ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะทำแบบนั้นไปทำไม

 

“พระองค์!

 

“องค์ชาย!” การเสด็จมาของพระองค์ทำให้ทั้งเจ้าจอมและพระพี่เลี้ยงตกใจบวกกับสุรเสียงทุ้มเข้มนั้นด้วย

 

“เอ่อ...” เพราะรู้ว่าจะได้สดับฟังคำโป้ปดของคนตัวน้อยจึงทรงสาวพระบาทยาวๆมาหยุดยืนตรงหน้าของเธอและใช้ความรวดเร็วดึงแขนที่ซ่อนไว้ข้างหลังออกมาดู

 

“โดนอะไรมา...”

 

“เอ่อ...หนามกุหลาบเกี่ยวเพคะ” อ้อมแอ้มตอบเมื่อน้ำเสียงที่ตรัสถามดุห้วนราวกับเธอกำลังโดนพ่อดุอยู่

 

“เป็นเด็กรึไงถึงได้เที่ยวหาเรื่องเจ็บตัวแบบนี้”

 

“เปล่าสักหน่อยเพคะ หม่อมฉันแค่จะจับต้นเฉยๆ”

 

“ยังจะเถียงอีก...” ดุพระชายาตัวน้อยก่อนจะจูงให้เธอเดินตามเข้าไปในศาลาที่พักซึ่งทั้งพระพี่เลี้ยงและอชิระก็ถอยออกห่างไม่ตามเสด็จอย่างรู้หน้าที่ เมื่อมาถึงก็ใช้พระหัตถ์กดคนตัวน้อยให้นั่งลงก่อนจะประทับลงตาม

 

“ไหนดูซิ...ไม่ลึกมากหรอก”

 

“เห็นมั้ยเพคะ แค่นิดเดียว”

 

“ยังอีก....!” พอถูกดุจริงจังก็หน้าหงอย ได้แค่มองวรองค์ที่สาวพระบาทไปหยิบกล่องพยาบาลที่ถูกวางไว้บนชั้นเหนือศีรษะและกลับมาประทับข้างเธอเช่นเดิม มือเล็กถูกจับไปวางไว้ที่พระเพลาและโดนสำลีชุบแอลกอฮอล์ค่อยๆเช็ดรอบบาดแผลให้ ทุกการกระทำเต็มไปด้วยความอ่อนโยนจนเธอไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด

 

“ขอบพระทัยเพคะ” เมื่อเสร็จแล้วก็เอ่ยขอบพระทัยพระสวามีเสียงเบาพร้อมกับก้มหน้างุดเมื่อรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวบริเวณสองข้างแก้ม

 

“ไม่เป็นไร...”  เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเสียงที่ปราศจากความเข้ม ห้วน ดุดัน จนเผลอยิ้มหวานๆออกมาซึ่งมันก็เผลอแกว่งไกวดวงหทัยแข็งกระด้างยิ่งนักจนต้องกระแอมในคอกลบเกลื่อนเมื่อเป็นครั้งแรกที่รู้สึกพระองค์ว่าทำตัวไม่ถูก

 

“กลับได้รึยัง?

 

“ตะ แต่หม่อมฉันพึ่งมานะเพคะ”

 

“พึ่งมาแต่ได้แผลแล้วเนี่ยนะ”

 

“.....ขอหม่อมฉันอยู่ต่อนะเพคะ” เอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับช้อนสายตาขึ้นมองพระสวามี วรองค์หนุ่มรีบดึงพระเนตรออกห่างจากใบหน้าหวานทันทีเมื่อความรู้สึกบางอย่างราวกับกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วจนมาหยุดที่ดวงหทัยในอุระข้างซ้าย

 

“ก็ได้...อยากจะไปดูที่ไหนต่อ”

 

“ทิวลิปเพคะ เจ้าจอมพึ่งได้ดูแค่ดอกลาเวนเดอร์เอง”

 

“ไปสิ” ตรัสจบก็ยันพระองค์ขึ้นเต็มความสูงก่อนจะหันกลับมายื่นพระหัตถ์ให้กับเจ้าจอมที่กำลังจะลุกขึ้น

 

“เอ่อ....”

 

“เร็ว...อย่าให้ต้องพูดซ้ำ” เมื่อได้ยินก็วางมือลงและถูกกอบกุมเอาไว้แน่น สาวเท้าตามเสด็จที่ยอมลดจังหวะช้าลงเมื่อพระชายาที่ช่วงขาสั้นกว่าเกือบเท่าตัวว่าจะตามไม่ทันเป็นภาพที่ทุกคนที่รออยู่ข้างนอกแอบลอบยิ้มกันถ้วนหน้า

 

“อชิระ”

 

“พระเจ้าค่ะ” เงยหน้าขึ้นและส่งมือออกไปรับพระภูษานอกมาถือไว้ เมื่อพระองค์ทรงถอดออกจนเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตข้างในและพับขึ้นจนถึงพระกโบร และหันกลับไปคว้าเอามือเล็กๆของพระชายาอีกรอบและดึงให้เดินตามพระองค์ไปยังทิศทางของทุ่งทิวลิป

 

“ไม่ต้อง” เอ่ยห้ามเมื่อเหล่าบริพารตั้งท่าจะตามเสด็จ ทุกคนจึงหยุดตัวลงปล่อยให้องค์รัชทายาทและพระชายาเสด็จแค่สองพระองค์

 

 

 

 

“สวยจังเลยเพคะ”

 

“อยากได้มั้ยหละ เก็บเอาเสียสิ” สุรเสียงอ่อนลงกว่าทุกครั้ง รอยยิ้มที่แสดงความดีใจนั่นทำให้พระองค์รู้สึกแปลกๆจนอยากจะทำให้เธอยิ้มบ่อยๆ

 

“ได้เหรอเพคะ”

 

“ได้สิ”

 

“งั้นเจ้าจอมขอตัดไปใส่แจกันที่ตำหนักหน่อยนะเพคะ” ทูลขออนุญาตเสียงเบา

 

“ตำหนักไหน?

 

“ก็ตำหนักของหม่อมฉันไงเพคะ”

 

“แล้วตำหนักของเราหละ...!?

 

“........” เหมือนจะรู้สึกพระองค์ว่าเผลอตรัสสิ่งที่อยู่ในพระทัยออกมา เจ้าจอมก้มหน้าลงต่ำทันทีเมื่อไม่สามารถควบคุมสิ่งที่อยู่ในอกให้เต้นเป็นจังหวะธรรมดาได้

 

“อยากจะเอาไปไว้ที่ไหนก็เอาไปเถอะ” สุรเสียงเจือด้วยความกรุ่นกริ้วนิดๆก่อนจะหันพระขนองให้เธอ เจ้าจอมใจเสียขึ้นมาอีกครั้งเพราะไม่รู้ว่าเธอทำอะไรให้ไม่พอพระทัยอีก

 

“พระองค์เพคะ...” เอ่ยเรียกพระสวามีแผ่วเบา

 

“........”  เมื่อได้รับเพียงความเงียบงันจึงทำใจกล้าเดินไปหยุดที่หน้าพระพักตร์และเอื้อมมือไปแตะข้อพระกรเบาๆด้วยความหวั่นเกรง ด้วยความสูงเพียงพระอุระบึกบึนของพระสวามีจึงเหมือนกับเธอเป็นเพียงกระต่ายตัวน้อยๆที่กำลังยืนอยู่หน้าราชสีห์ตัวใหญ่ที่กำลังอารมณ์ขุ่นมัวอย่างไรอย่างนั้น

 

“โปรดสีไหนเพคะ หม่อมฉันจะเก็บถวาย”

 

“ไม่ต้อง เก็บไปก็อยู่ที่ห้องของเธอนี่ไม่ได้ชอบหรือไม่ก็คงไม่สำคัญ ตัดเอาสีที่เธอชอบเถอะ”

 

“ไม่ใช่นะเพคะ หม่อมฉันจะเก็บถวายให้ที่ตำหนักอินทรราชภิรมย์ตำหนักของเราเพคะ” เพียงแค่ได้ยินความขุ่นหมองก็เหมือนจะจางหาย พระเนตรที่หันมองทุ่งเวิ้งว้างกลับมาจ้องมองใบหน้าหวานของพระชายาก่อนจะเบี่ยงพระองค์ไปหยิบตะกร้าที่วางไว้ไม่ไกลนักขึ้นมาถือไว้และเอ่ยกลับพระชายาเสียงดุแต่ทว่าก็อ่อนลงกว่าเดิม

 

“จะเก็บก็รีบเก็บสิ!

 

“เพคะ...” เมื่อพระองค์ยอมเอ่ยตรัสด้วยคนตัวน้อยก็ร่าเริงรับกรรไกรในมือของพระองค์มาถือเอาไว้และสาวเท้าไปจนแนบชิดกับต้นทิวลิปสะพรั่ง

 

“อย่าตัดแบบนั้น...กรรไกรจะบีบท่อส่งน้ำ ดอกจะอยู่ไม่นาน” เอ่ยปรามด้วยเสียงที่อ่อนลงก่อนจะสาวพระบาทเข้าแนบชิดจากข้างหลัง เอื้อมพระหัตถ์มาจับลงบนกรรไกรที่อยู่ในมือของพระชายาจนเสมือนเป็นการโอบกอดกลายๆและขยับพามือเล็กๆตัดไปด้วยกัน

 

“นี่...ต้องตัดแบบนี้ เข้าใจรึเปล่า”

 

ตึกตัก...ตึกตัก

เสียงหัวใจของเจ้าจอมกัลยาเต้นดังจนแทบจะออกมานอกอก สองแก้มเห่อร้อนจนเหมือนถูกใครเอาไฟมาอัง ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเธอตัดได้กี่ดอกแล้ว เหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในนภากาศที่เบาบางดุจขนสกุณาไพรที่หลุดละล่องยามขยับปีกโบยบิน

 

“เข้าใจรึยังแม่เจ้าจอม...”

 

“.........”

 

“เจ้าจอม...”

 

“.........”

 

“เจ้าจอม!

 

“เพคะ...อ๊ะ!” เพราะมัวแต่อยู่ในห้วงภวังค์จึงตกใจกับสุรเสียงที่เอ่ยเรียกดังก้องทำให้เธอเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วจนปลายจมูกชนกลับนาสิกโด่งของวรองค์สวามี

 

ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมร้อนๆที่กระทบผิวแก้ม…………..

 

ใกล้จนสามารถเห็นเงาของตัวเองที่สะท้อนฉายในพระเนตรสีนิลราวกับคัคนานต์ยามราตรี...........

 

นี่มันวันอะไรของเจ้าจอมกันนะ.......

 

 

 

“วิลลิสคะ!

 

!!!

 

Talking

 

กราบสวัสดีค่าาาา บทประพันธ์ข้างต้นเป็น อิทิสังฉันท์ 20 เป็นครั้งแรกที่ลองแต่งติชมได้นะคะ>< อยากลองทุกรูปแบบเลย อยากลองพัฒนาตัวเองให้แตกต่างจากที่เคยแต่งมาหวังว่าทุกคนจะชอบน้าาา ปล.ลาไปสอบของจริงนะคะ เพราะอัพหมดทั้ง 3 เรื่องแล้ว เจอกันกลางๆพฤษภานะคะ><

 

ศัพท์ยาก*

กุพชกะ = กุหลาบ

พระขนอง = หลัง

 

 

B
E
R
L
I
N
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 152 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,093 ความคิดเห็น

  1. #209 Yamstyle (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 12:10

    หืออ เขาจะประทะกันครั้งเเรกเเล้ว เจ้าจอมต้องสู้!! สู้ๆนะคะไรท์ สนุกมากเลยย

    #209
    0
  2. #206 ajiye02 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 18:33
    แม่เจ้าจอมน้อย
    #206
    0
  3. #205 mystery_pp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 14:10
    มาต่อเร็วๆนะคะไรทททท์~~~
    #205
    0
  4. #204 galaxy_fanfan12 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 09:12
    ฟินจนต้องอ่านซ้ำ ขอเอนซีอีกได้มั้ยไรท์ชอบมากกกกก
    #204
    0
  5. #203 maynaistagram (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 17:32
    แกว่าใครมา คริสตัล??
    #203
    0
  6. #202 galaxy_fanfan12 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 10:11
    ฟินง่าาาาาาาาาา กริ้วนิดๆนี้คืองอนใช่มั้ยเพคะพระองค์5555 ว่าแต่คริสตันจะมาทำไมมมมมมมม!?!?!!?
    #202
    0
  7. #201 u.under (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 22:31
    อั๊ยสู้ๆ จ้า รอเด้อจ้า
    #201
    0
  8. #200 KKimmm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 11:20
    สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้น้าาา เจ้าชายคือดีมากกกก
    #200
    0
  9. #197 darklavender (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 06:13
    สนุกค่ะ ขอฟินๆไม่เอาม่าได้มั้ยคะ แงงง
    #197
    0
  10. #196 pcyckk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 02:24
    น่าร้ากกกก สู้ๆกับการสอบนะคะ!! รอนะ
    #196
    0
  11. #195 sptprang01 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 23:51
    เจ้าจอมน่ารักมากเลยยยย สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้
    #195
    0
  12. #194 Crystal Clean (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 23:11
    เจ้าจอมน่ารักกก
    #194
    0
  13. #191 ParkMild (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 22:51
    เจ้าจอมต้องขยันทำตัวน่ารักๆน้า เจ้าชายจะได้ใจเต้นแรงบ่อยๆจนตกหลุมรักไปเล้ยย ว่าแต่ถ้ายโดนรังแกบ่อยขนาดนี้ไม่นานก็น่ามีตัวน้อยล่ะน้าา เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ
    #191
    0
  14. #190 filmy_9 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 22:26
    รอนะคะ สู้ๆนะคะ
    #190
    0
  15. #189 ohtao (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 21:36

    สำลักความรัก หอมความรัก ฮืออออออ

    #189
    0
  16. #188 pakkadqq (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 21:17
    เจ้าจอมมมมม เจ้าขายเพค่ะ ทำไมเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายละกัน ใจดีกับเจ้าจอมหน่อยเพค่ะ ใครใครมาบังอาจขัดการสวีทของเจ้าชาย
    ปล.แต่งกลอนดีอีกแล้วว
    ปล.2 ตั้งใจสอบนะคะ สอบเสร็จแล้วสัญญากันน้าต้องมาอัพพ แวะมาเอากำลังใจได้เสมอนะคะ
    #188
    0
  17. #187 babemay (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 21:12
    ไรท์แต่งกลอนดีตลอดเลยค่ะ ชอบมากๆ โอย แล้วเจ้าชายของเราก็ยังเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายตล๊อด ใครมาเรียกอีกนะ คริสตัลหรอ ?
    #187
    0