[FIC EXO] ++{SEHUN X YOU} Bride of monarch ดั่งฤทัยราชัน

ตอนที่ 1 : ดั่งฤทัยราชัน-00

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,681
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 126 ครั้ง
    1 ม.ค. 61

บทนำ

องค์ราชินีพิมพิลาไลย

 



 

 

ณ ราชอาณาจักรหิมันตลายา (Kingdom of Himantalaya)

 

 

เเสงจันทร์นวลกระจ่างสาดเเสงทอดยาวลงมากระทบพระวรกายที่ยืนชมพระจันทร์ดวงโตของ พระนางพิมพิลาไลย จนเกิดแสงเงา พระองค์ทอดพระเนตรอยู่เเบบนั้นนานนับครึ่งชั่วโมงเเล้ว ใกล้ๆกันมีคณะเเพทย์ที่เฝ้าอยู่ไม่ห่างเตรียมจะถวายพระโอสถ เเต่กระนั้นก็มิยอมเสวย ทรงยกพระหัตถ์ห้ามเอาไว้ จวบจนกระทั่งเจ้าคุณกลาโหมมาถึงตามรับสั่งที่ให้เข้าเฝ้า

 

“หมอหลวงออกไปเถอะ เรามีเรื่องจะคุยกับท่านเจ้าคุณ”  รับสั่งเสียงเบาก่อนจะทรุดพระวรกายลงบนเก้าอี้บุนวมกำมะหยี่สีเเดง

 

“เเต่องค์ราชินียังไม่ได้เสวยโอสถเลยนะพระเจ้าค่ะ”

 

“เอาไว้ก่อนเถอะ เราขอบใจมาก” ตรัสเสียงนุ่ม คณะเเพทย์จึงจำยอมกราบทูลลา ออกไปจากดาดฟ้า สถานที่ที่องค์ราชินีโปรดปรานเป็นพิเศษ

 

“หากฝ่าบาทไม่ทรงรับโอสถ เมื่อไหร่พระพลานามัยจะเเข็งเเรงหละพระเจ้าค่ะ”

 

 

“เราไม่เป็นไรหรอก ท่านอย่าได้กังวลเลย” ทอดพระเนตรอย่างอ่อนโยนกับความห่วงใยที่ข้ารองบาทคนนี้มีให้กับพระองค์เสมอมา

 

“ขอโทษนะที่ต้องเรียกมาหาดึกขนาดนี้ เรามีเรื่องสำคัญจะให้ท่านเจ้าคุณดำเนินการให้เราอย่างรวดเร็ว

 

“ฝ่าบาทมีพระประสงค์อันใดหรือพะยะค่ะ”

 

องค์ราชินีพิมพิลาไลย เบือนพระพักตร์ออกไปมองท้องฟ้ากระจ่างตรงหน้า เทือกเขาหิมาลัยที่ปรากฏเป็นเงายามต้องเเสงจันทร์กระจ่างดูงดงามแม้เห็นเป็นเพียงในความมืด กลิ่นหอมอ่อนๆของแมกไม้ราตรี โรยระรื่นมาตามสายลมที่พัดโบก ทรงตัดสินพระทัยอย่างเเน่วเเน่ตามที่คาดการณ์เอาไว้เเล้ว พระพลานามัยที่อ่อนแอลงทุกวันตามพระชันษาที่อย่างเข้าสู่หกสิบปลายๆ มันอาจทำให้ศัตรูที่นิ่งเงียบสนิทราวกับคลื่นใต้น้ำได้ใจ เเม้ตอนนี้บ้านเมืองของหิมันตลายาจะสงบสุข  เเต่จะมั่นใจได้อย่างไรหละ? ว่าศัตรูเหล่านั้นจะไม่กระด้างกระเดื่องขึ้นมาสักวัน

 

 

“เราจะสละราชบัลลังก์”  สุรเสียงเเน่วเเน่ที่ตรัสออกมาทำให้คนที่ฟังนิ่งอึ้ง องค์ราชินีจะสละราชบัลลังก์ได้อย่างไร ในเมื่อตอนนี้ผู้สืบสายเลือดของหิมันตลายาหามีไม่....จะมีก็เพียงเเต่ 'องค์ชายเลือดผสม' เพียงเท่านั้น

 

“อย่าตกใจไปเลย หิมันตลายาต้องมีกษัตริย์ที่เข้มเเข็ง หากยังมีเพียงราชินีแก่ๆที่เเสนอ่อนแอเช่นเรา เยี่ยงไรประเทศจะปลอดภัย”

 

“เเต่ราชวงศ์….ยังไม่มีองค์รัชทายาทเลยนะพระเจ้าค่ะ”

 

“ท่านเจ้าคุณลืม 'องค์ชายวิลลิส' ไปได้อย่างไรกัน” พระพักตร์อ่อนโยนขึ้นเมื่อคิดถึงพระราชนัดดาของพระองค์

 

“พระองค์ทรงทำแบบนั้นไม่ได้นะพระเจ้าค่ะ!” เจ้าคุณกลาโหมแทบจะหยุดหายใจเมื่อได้ฟังรับสั่ง

 

“ทำไมจะไม่ได้เล่าท่านเจ้าคุณ วิลลิสเป็นหลานชายของเรา เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของหิมันตลายา”

 

“กระหม่อมเกรงว่าจะมีการคัดค้านจากราชบริพารทั้งหลาย เเละอาจเป็นเหตุให้เกิดการก่อกบฏได้ เพราะนี่ก็ถือเป็นการละเมิดกฎมณเฑียรบาลของประเทศนะพระเจ้าค่ะ”

 

“เราเป็นราชินีที่ปกครองประเทศย่อมมีสิทธิ์เลือกผู้สืบบัลลังก์อย่างชอบธรรม อีกอย่างเราก็ไม่เห็นว่าจะมีผู้ใดเหมาะสมไปกว่าหลานชายของเราอีกเเล้ว พวกข้าราชบริพารที่วันๆมิทำสิ่งใดให้เกิดประโยชน์พวกนั้น รังเเต่จะพาบ้านเมืองล่มจม เหตุใดเราต้องให้ค่าราคากับคนพวกนั้นด้วยเล่า”  เจ้าคุณแอบยิ้มมุมปากเมื่อได้ฟังรับสั่งเช่นนั้น หากได้มาฟังพระองค์รับสั่งเองคงได้หัวหดกันเป็นแน่ ส่วนตัวเขาเอง 'องค์ชายวิลลิส' เหมาะสมกับการครองบัลลังก์หิมันตลายา เพราะพระปรีชาสามารถมากมายที่พระองค์เองศึกษาทั้งการเมืองการปกครอง ทั้งศาสตร์อื่นๆ เเต่กระนั้นติดเพียงเเค่พระองค์ทรงเป็นรัชทายาทเลือดผสมเท่านั้นเอง

 

“ส่วนเรื่องสายเลือดนั้น เราเองคิดว่าจะเลิกกฎนี้ไปเสีย เพราะกฎนี้ทำให้หิมันตลายาสูญเสียผู้ปกครองที่มากความสามารถไปกี่คนเเล้ว....” กล่าวถึงตรงนี้พระพักตร์ก็สลดเศร้าลงเมื่อคิดถึงความหลัง

 

“ทรงอย่ากังวลพระทัยไปเลยพระเจ้าค่ะ พรุ่งนี้กระหม่อมจะเรียกประชุมเหล่าบริพาร งานนี้ผู้คิดคดทั้งหลายคงได้เห็นหางกันเป็นเเน่”

 

“เราก็คิดเช่นนั้น ถึงได้อยากจะจัดการทุกอย่างโดยเร็ว อ้อ! เตรียมจดหมายให้กับเราด้วยพร้อมล่ามภาษาไทย งานนี้เราจะจัดการเเต่งตั้งทั้งองค์รัชทายาทเเละ 'ชายาคู่บัลลังก์' ไปพร้อมๆกันเลยทีเดียว" พระพักตร์มุ่งมั่นหมายมาด สิ่งที่พระนางทรงคิดเอาไว้ จักต้องสำเร็จสมดั่งพระทัยหมายเเน่นอน.....

 

 

THAILAND

 

                                            “น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา  แหวกว่ายปทุมมาอยู่ไหวไหว                          นิลุบลพ้นน้ำอยู่รำไร                ตูมตั้งบังใบอรชร”

 


 คำประพันธ์ข้างต้นบรรยายภาพตรงหน้าของเด็กสาวได้ดีที่สุด ดอกบัวหลายดอกที่ชูรับหยอกล้อกับสายลม ทั้งสีขาว สีชมพู. สีม่วง เเข่งกันเบ่งบานรับเเสงแดดอ่อนๆในยามเช้า. ราวกับจะหลอกล่อให้คนที่กำลังยืนมองต้องหาทางไปเก็บมาเสียให้ได้ เหล่ามัจฉาหลากพันธ์แหวกว่ายอยู่ในท้องน้ำสีใสดูเป็นคลื่นเล็กๆบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของที่แห่งนี้  ไม่รีรอที่จะยั้งใจ ขาเล็กก้าวลงจากท่าน้ำข้างบ้านเเละสาวเท้าลงบนเรือที่ผูกเอาไว้กับบันไดที่ส่วนปลายจมอยู่ในน้ำ เเววตาสุกสกาวใสเเจ๋วยามได้จับไม้พายเเละเริ่มออกเเรงจ้วงลงในธารธารา  ให้เรือค่อยๆเคลื่อนออกจากท่าโดยมีจุดมุ่งหมายคือเหล่าปทุมมาสีสวยกลางสายน้ำ

 

“หวาา สวยจัง” เสียงหวานเอ่ยออกมาราวกับละเมอ  เเม้จะเห็นมาตั้งเเต่ยังเล็ก เเต่กอบัวเหล่านี้ก็ยังทำให้เธอตื่นเต้นทุกครั้งยามเบ่งบานอวดสีสวยๆนี่

“เจ้าจอม!  ไปทำอะไรตรงนั้นลูก”  เสียงผู้เป็นเเม่ที่ดังจากข้างหลังเรียกให้  ‘เจ้าจอมกัลยาหันกลับไปมอง เเละก็เจอกับร่างของมารดาที่ยืนทำสีหน้าอย่างระอาอยู่ตรงท่าน้ำที่เธอพึ่งพายเรือออกมาไม่นานนี้

 

“หนูมาเก็บดอกบัวจ้ะเเม่” เอ่ยตอบพร้อมกับยิ้มหวานๆให้กับมารดา

 

“ดื้อนักเชียว รีบเก็บรีบเข้ามา เเม่มีเรื่องจะคุยด้วย” พูดมาถึงตรงนี้ใบหน้าของมารดาก็กลับกลายเป็นหวั่นวิตกก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว เด็กสาวพยักหน้ารับก่อนจะหันกลับไปเก็บดอกบัวต่ออย่างมีความสุข

 

เจ้าจอมกัลยา อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้กับมารดาเเละคุณยายของเธอ ส่วนผู้เป็นพ่อเสียชีวิตด้วยโรคร้ายไปเมื่อสามปีที่เเล้ว วันนี้เจ้าจอมพึ่งจะได้พักจากการกรำอ่านหนังสือสอบมิดเทอมมานานหลายสัปดาห์ จึงได้ลงตัวกับการพายเรือมาเก็บดอกบัวเพื่อพักผ่อน  ซึ่งเจ้าจอมเรียนคณะครุศาสตร์เอกภาษาไทยที่มหาลัยประจำจังหวัดห่างจากบ้านเพียงสามสิบกว่ากิโลจึงได้พักอยู่ที่บ้านเลย เเละก็เป็นเรื่องที่ชอบใจของเธอยิ่งนัก เพราะเจ้าจอมหนะติดบ้านมากๆเลยหละ…..

 

 

ร่างบางสาวเท้าขึ้นบนตัวบ้านที่ออกเเบบเป็นเรือนไทยพร้อมกับดอกบัวที่เก็บมาเต็มอ้อมเเขน รู้สึกได้ถึงความแปลกๆของบรรยากาศจากสายตาของมารดาเเละผู้เป็นยาย ค่อยๆวางดอกบัวในวงเเขนลงบนเสื่อที่ถูกปูไว้เบาๆเเละเงยหน้าขึ้นมายิ้มหวานๆให้กับหญิงต่างวัยทั้งสองคน

 

“เจ้าจอมจะพับดอกบัวใส่ในเเจกันถวายพระเเล้วก็ใส่เเจกันให้พ่อด้วย อ้อ! หนูเก็บฝักบัวมาฝากคุณยายด้วยนะคะ” เพราะรู้ว่ามารดาตั้งท่าจะบ่น ร่างบางก็รีบเอ่ยออดอ้อนดักทางเอาไว้ก่อน เเละก็สำเร็จเมื่อมารดาพยักหน้ารับเเละไม่ได้บ่นให้อย่างที่ตนเตรียมใจมา

 

“ไปผลัดผ้าถุงไปลูก เปียกซะขนาดนั้นเเล้วค่อยออกมาพับกลีบบัว ยายกับเเม่มีเรื่องจะคุยกับหนูด้วย” คุณยายเอ่ยกับเธออย่างอ่อนโยน เจ้าจอมพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายก่อนจะลุกเดินไปยังห้องของตัวเองอย่างเรียบร้อยตามเเบบกิริยาที่ถูกปลูกฝังมาตั้งเเต่เด็กๆ

 

“เเม่ว่ายัยหนูจะว่าอย่างไรคะ” พอร่างบางของลูกสาวหายลับจากสายตา นางพิกุลก็เอ่ยถามมารดาด้วยความหวั่นวิตก

 

“เจ้าจอมหนะหัวอ่อน แกก็คงจะฟังเรานั่นแหละ”

 

“แต่หนูสงสารลูก เเกต้องห่างจากอ้อมอกของเรา เเละอีกอย่างมัน...”

 

“นั่นก็สุดเเต่ชะตาจะกำหนดเเล้วหละ เราฝืนลิขิตฟ้าไม่ได้หรอก” หญิงชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเเผ่วเบาพร้อมกับวางสายตาลงยังกองดอกบัวที่หลานสาวเก็บมาด้วยแววตาที่ไหวระริก........

 




 

Talking with หมูอ้วน

 

สวัสดีค่ะรีดเดอร์ ฟ้าเองงงงงนะคะ ดีใจมากที่ได้เปิดเรื่องใหม่สักทีหลังจากที่รีรออยู่นาน ก็หวังว่าเรื่องนี้รีดเดอร์จะยังคงให้การต้อนรับที่อบอุ่นเหมือนเดิมนะคะ ยังไงก็จะพยายามอัพให้ อาจจะหายไปบ้างเพราะการเรียนที่ทับคอ ยังไงก็ขอให้เดินไปด้วยกันอีกเรื่องนะคะ>.<

รัก

Littlesky

 

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 126 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,093 ความคิดเห็น

  1. #498 Iglues_M (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 13:51
    รอค่าาาา
    #498
    0
  2. #157 Itim902 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 09:21
    ชอบมากกกก
    #157
    0
  3. #61 liana (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 09:35
    เราเพิ่งจะได้มาอ่าน ติดสอบมาหลายสัปดาห์มากกT T

    ภาษาดีมากกกกเลยค่ะ จะติดตามต่อไปนะคะ
    #61
    0
  4. #29 งืม ‘ㅅ’ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:35
    ชอบบบบบ รอติดตามเลยค่าาาา
    #29
    0
  5. #22 babemay (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 08:24
    ฮือชอบค่ะ ชอบการบรรยายมาก ดีมากเลยค่ะ
    #22
    0
  6. #14 sarunpron (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 23:38
    ชอบเนื้อเรื่องงง
    #14
    0
  7. #9 คุณนายคิม * (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 19:48
    ชอบฟีลฟิคนี้จังงงงงง
    #9
    0
  8. #1 mystery_pp (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 22:27
    รอนะไรท์~~~ เชื่อฝีมือการแต่งของไรท์เสมอออออ :)
    #1
    0