fahba
ดู Blog ทั้งหมด

ตามรอยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

เขียนโดย fahba
 

ตามรอยบะหมี่กึ่ง สำเร็จรูป 




    ใครต่อใครคงเคยลิ้ม รสชาติเหนียวนุ่มของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป พลางซดน้ำซุปรสชาติหอมหวานกลมกล่อมราวกับมีเนื้อหมูกุ้งไก่อยู่ในชาม ด้วยความสะดวกในการปรุงที่ใช้เวลาไม่มากกว่า 2-3 นาที รสชาติอันโอชะ และราคาแสนย่อมเยา ทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกลายเป็นที่นิยมของผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว แต่จะมีใครรู้บ้างว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเข้ามาเมืองไทยครั้งแรกเมื่อไร 


มีสินค้าไม่กี่ชนิดในประเทศไทย ที่จะสามารถทำให้ชื่อยี่ห้อสินค้า กลายเป็นชื่อเรียกของผลิตภัณฑ์ เช่น ผงซักฟอก ถูกเรียกว่าแฟ้บ หรือ ผ้าอนามัย ถูกเรียกว่า โกเต๊ก ทั้ง ๆ ที่ยี่ห้อนั้นๆไม่ได้เป็นสินค้าตัวแรกที่คนไทยรู้จักด้วยซ้ำ 











และหนึ่งในนั้นก็คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ถูกเรียกว่า มาม่า ทั้ง ๆ ที่มาม่า เป็นบะหมี่สำเร็จรูปยี่ห้อที่ 4 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย นับจากยี่ห้อแรก คือ ซันวา ถือกำเนิดขึ้นในราวปีพ.ศ.2514 – 2515 ตามมาด้วย ยำยำ ไวไว และมาม่า ในเวลาไล่เลี่ยกัน จนกระทั่งปัจจุบัน ขณะที่คนไทยบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากถึง 5-6 ล้านซองต่อวัน 

ตามประวัติศาสตร์ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศไทย “ซันวา” บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อแรกมีต้นแบบมาจากบะหมี่ญี่ปุ่นที่ต้องต้มก่อนกิน ในขณะที่ยำยำ ไวไว และมาม่า พัฒนามาจากบะหมี่ไต้หวันที่สามารถเติมน้ำร้อนเพียง 3 นาทีก็อร่อยได้ทันที ซึ่งในปัจจุบันนี้บะมี่กึ่งสำเร็จรูปกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวแทนความสะดวก สบาย สามารถที่หากินได้ง่าย และมีขายทั่วไป จนเกือบจะเรียกได้ว่า กินแทนข้าว 


ซึ่งในอดีตนั้นได้มีการออกรสชาติของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ตรง ๆ รสชาติง่ายๆ และที่สำคัญโดนใจของคนไทยนั้นก็คือ ซุปไก่ และหมูสับ ตามมาด้วยรสชาติยอดนิยมที่ถูกใจคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นั่นคือรสต้มยำกุ้ง ซึ่งกลยุทธทางการตลาดถือเป็นสิ่งที่สำคัญ 

โดยการที่ให้ผู้บริโภคลองชิมฟรี ทำให้ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศไทยได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และได้เกิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาหลากหลายยี่ห้อ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค ซึ่งก่อนที่จะมีการออกรสชาติออกมาสู่ตลาดนั้น ผู้ผลิตจะต้องมีการพิจารณาองค์ประกอบหลายๆด้าน

เช่น แนวโน้มความต้องการของผู้บรโภค เทรนด์แฟชั่นของอาหารในช่วงนั้นๆ ความเป็นไปได้ในการผลิต ซึ่งกว่าที่มาเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้นจะผ่านกระบวนการมากมายในการผลิต ตั้งแต่การคิดค้นหารสชาติ การที่จะต้องทดลองผลิต ผ่านการลองลิ้มชิมรส และรวมไปถึงวัตถุดิบในการผลิต ซึ่งสิ่งที่
สำคัญมาก 





ใครต่อใครคงเคยลิ้ม รสชาติเหนียวนุ่มของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป พลางซดน้ำซุปรสชาติหอมหวานกลมกล่อมราวกับมีเนื้อหมูกุ้งไก่อยู่ในชาม ด้วยความสะดวกในการปรุงที่ใช้เวลาไม่มากกว่า 2-3 นาที รสชาติอันโอชะ และราคาแสนย่อมเยา ทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกลายเป็นที่นิยมของผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว แต่จะมีใครรู้บ้างว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเข้ามาเมืองไทยครั้งแรกเมื่อไร 


มีสินค้าไม่กี่ชนิดในประเทศไทย ที่จะสามารถทำให้ชื่อยี่ห้อสินค้า กลายเป็นชื่อเรียกของผลิตภัณฑ์ เช่น ผงซักฟอก ถูกเรียกว่าแฟ้บ หรือ ผ้าอนามัย ถูกเรียกว่า โกเต๊ก ทั้ง ๆ ที่ยี่ห้อนั้นๆไม่ได้เป็นสินค้าตัวแรกที่คนไทยรู้จักด้วยซ้ำ 











และหนึ่งในนั้นก็คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ถูกเรียกว่า มาม่า ทั้ง ๆ ที่มาม่า เป็นบะหมี่สำเร็จรูปยี่ห้อที่ 4 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย นับจากยี่ห้อแรก คือ ซันวา ถือกำเนิดขึ้นในราวปีพ.ศ.2514 – 2515 ตามมาด้วย ยำยำ ไวไว และมาม่า ในเวลาไล่เลี่ยกัน จนกระทั่งปัจจุบัน ขณะที่คนไทยบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากถึง 5-6 ล้านซองต่อวัน 

ตามประวัติศาสตร์ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศไทย “ซันวา” บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อแรกมีต้นแบบมาจากบะหมี่ญี่ปุ่นที่ต้องต้มก่อนกิน ในขณะที่ยำยำ ไวไว และมาม่า พัฒนามาจากบะหมี่ไต้หวันที่สามารถเติมน้ำร้อนเพียง 3 นาทีก็อร่อยได้ทันที ซึ่งในปัจจุบันนี้บะมี่กึ่งสำเร็จรูปกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวแทนความสะดวก สบาย สามารถที่หากินได้ง่าย และมีขายทั่วไป จนเกือบจะเรียกได้ว่า กินแทนข้าว 


ซึ่งในอดีตนั้นได้มีการออกรสชาติของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ตรง ๆ รสชาติง่ายๆ และที่สำคัญโดนใจของคนไทยนั้นก็คือ ซุปไก่ และหมูสับ ตามมาด้วยรสชาติยอดนิยมที่ถูกใจคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นั่นคือรสต้มยำกุ้ง ซึ่งกลยุทธทางการตลาดถือเป็นสิ่งที่สำคัญ 

โดยการที่ให้ผู้บริโภคลองชิมฟรี ทำให้ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศไทยได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และได้เกิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาหลากหลายยี่ห้อ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค ซึ่งก่อนที่จะมีการออกรสชาติออกมาสู่ตลาดนั้น ผู้ผลิตจะต้องมีการพิจารณาองค์ประกอบหลายๆด้าน

เช่น แนวโน้มความต้องการของผู้บรโภค เทรนด์แฟชั่นของอาหารในช่วงนั้นๆ ความเป็นไปได้ในการผลิต ซึ่งกว่าที่มาเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้นจะผ่านกระบวนการมากมายในการผลิต ตั้งแต่การคิดค้นหารสชาติ การที่จะต้องทดลองผลิต ผ่านการลองลิ้มชิมรส และรวมไปถึงวัตถุดิบในการผลิต ซึ่งสิ่งที่สำคัญมาก 

FW MAIL

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น