พ่ายรักจ้าวดวงใจ

ตอนที่ 24 : หวั่นไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,934
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    21 ธ.ค. 61


***อย่าลืม คอมเม้นท์ กดส่งกำลังใจ และกดfavorite รับการแจ้งเตือนนิยายกันด้วยน้าา 

ข่าวดีค่ะ!! ไรเตอร์รีปริ๊นหนังสือพ่ายรักจ้าวดวงใจและล่ารักจ้าวดวงใจมาเพิ่มแล้วนะคะ ท่านใดชอบเก็บสะสมหนังสือรีบสั่งกันได้เลยจ้าา 

​สำหรับสายe-bookมีวางในMEBแล้วนะคะ เข้าไปโหลดมาฟินกันแบบจัดเต็มได้เลยค่า >> คลิก



รถยนตร์สีขาวคันกะทัดรัดที่ดูเหมาะแก่การใช้งานของผู้หญิงไม่น้อยนั้นแล่นเข้ามาจอดที่บริเวณลานจอดรถด้านหน้าของอาคารสูงกว่าสิบชั้นซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานข่าวซิงหว๋า สำนักข่าวชื่อดังของฮ่องกง จอมขวัญก้าวออกจากตัวรถคันประจำที่เพิ่งไปเอามาจากคอนโดของตนหลังจากที่จอดทิ้งไว้นานนับเดือนตั้งแต่ที่ย้ายไปประจำอยู่ที่เซี่ยงไฮ้เมื่อก่อนหน้าที่ผ่าน มือเรียวสวยหยิบกุญแจขึ้นมาล็อครถให้เรียบร้อยก่อนจะเดินตรงเข้าไปในอาคารสูงใหญ่ตรงหน้าทันที

นักข่าวสาวชาวไทยขึ้นลิฟท์ไปยังแผนกกองข่าวของตน ก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปยังห้องทำงานของบรรณาธิการข่าวประจำสำนักงานใหญ่ของซิงหว๋าในฮ่องกงในเวลาต่อมา มือเรียวสวยยกขึ้นเคาะประตูเบาๆสองสามครั้งเป็นการขออนุญาติผู้ที่อยู่ด้านใน ก่อนที่หญิงสาวจะผลักประตูเข้าไปในวินาทีต่อมาเมื่อได้รับคำอนุญาติจากเจ้าของห้องเรียบร้อยแล้ว

“เป็นยังไงบ้างจ๊ะจอม ไม่ได้เจอกันนานเลย สบายดีหรือเปล่า” มิเชล หัวหน้ากองบรรณาธิการของสำนักข่าวซิงหว๋าประจำสำนักงานใหญ่ที่ฮ่องกงเอ่ยทักทายเมื่อเห็นจอมขวัญก้าวเข้ามาในห้องหลังจากที่ไม่ได้พบกันมานานเนื่องจากอีกฝ่ายทำเรื่องย้ายไปประจำอยู่ที่เซี่ยงไฮ้เมื่อสองเดือนก่อน

“สบายดีค่ะ พี่มิเชลล่ะคะ” จอมขวัญที่นั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามตอบกลับโดยไม่ลืมไถ่ถามเจ้านายสาวใหญ่วัยใกล้สี่สิบตรงหน้ากลับไปด้วยเช่นกัน

“ก่อนหน้านี้สบายดีจ้ะ แต่ตอนนี้กำลังปวดหัวเพราะเรื่องของเราน่ะสิ” มิเชลหยอกนักข่าวสาวรุ่นน้องที่ตนเอ็นดูมาตั้งแต่อีกฝ่ายเข้ามาทำงานใหม่ๆอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะเอ่ยถามเข้าประเด็นในประโยคต่อมา “ถูกเบื้องบนเรียกตัวกลับด่วนแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นน่ะจอม”

มิเชลเอ่ยอย่างพอจะคาดเดาได้ว่าคำสั่งเรียกตัวนักข่าวสาวชาวไทยผู้เป็นรุ่นน้องของตนกลับจากการย้ายไปประจำการที่เซี่ยงไฮ้นั้นไม่ใช่เพียงการสั่งย้ายธรรมดาทั่วไปเป็นแน่ ด้วยจอมขวัญเพิ่งโทรมารายงานเธอไปเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนว่ากำลังทำเรื่องขออยู่ที่เซี่ยงไฮ้ต่อเพื่อตามคดีสำคัญที่เธอส่งไปสืบให้เรียบร้อยเสียก่อน ทว่าจู่ๆเช้าวันนี้ก็กลับมีคำสั่งย้ายอีกฝ่ายกลับฮ่องกงอย่างเร่งด่วน ซึ่งเป็นคำสั่งตรงจากผู้บริหารระดับสูงของสำนักข่าวซิงหว๋าเสียด้วย ดังนั้นคิดไปว่าอีกฝ่ายอาจจะไปขัดขาหรือขวางหูขวางตาผู้มีอิทธิพลคนไหนในตอนที่ย้ายไปอยู่เซี่ยงไฮ้ก็เป็นได้

มิเชล หัวหน้ากองบรรณาธิการชาวอังกฤษที่ย้ายถิ่นฐานมาทำงานในฮ่องกงนั้นไม่ได้รู้เลยว่า แท้จริงแล้วนักข่าวสาวรุ่นน้องของตนไม่ได้ไปขวางตาผู้มีอิทธิพลคนใดในเซี่ยงไฮ้อย่างที่คาดคิดไว้เลยแม้แต่น้อย ทว่าหญิงสาวกลับไปถูกตาต้องใจมาเฟียร้ายคนดังแห่งฮ่องกงจนถูกสั่งย้ายกลับมาไม่ให้เธอได้มีโอกาสหลีกหนีไปจากเขาได้อีกเลยแบบนี้ต่างหาก

“เอ่อ คือ ตอนที่แฝงตัวขึ้นไปสืบคดีบนเรือสำราญ จอมบังเอิญเจอมิสเตอร์เดวิด เฉินกับคุณหยาง เอ่อ มิสเตอร์หลี่หยางเฉิน ที่นั่นน่ะค่ะ พวกเขาจำจอมได้ก็เลยอาจจะสงสัยว่าเรากำลังจับตาดูเขาอยู่น่ะค่ะ”

จอมขวัญรีบเปลี่ยนคำพูดที่เกือบจะเรียกมาเฟียร้ายอย่างสนิทสนมอย่างที่เขาเคยบังคับให้เธอเรียกตั้งแต่เมื่อครั้งที่อยู่บนเรือทันทีด้วยกลัวว่าหัวหน้าของตนจะจับสังเกตถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอและอีกฝ่ายขึ้นมาได้ ดวงหน้าสวยของนักข่าวสาวชาวไทยพลันร้อนผ่าวขึ้นมาทันทียามที่ต้องเอ่ยถึงคนเย็นชาทว่าร้ายกาจเป็นที่สุดนั้น จอมขวัญเอ่ยอ้างไปถึงเหตุการณ์บนเรือสำราญเมื่อหลายวันก่อนขึ้นมาแทนด้วยไม่กล้าบอกอีกฝ่ายว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เธอต้องถูกย้ายกลับมาฮ่องกงอย่างรวดเร็วแบบนี้นั้น เป็นเพราะประธานคนสำคัญของหลี่หลงกรุ๊ปผู้แสนเอาแต่ใจคนนั้นไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีรอดไปได้เหมือนเมื่อสองเดือนก่อนอีกแล้ว

“แล้วพวกเขาสงสัยหรือเปล่าว่าเรากำลังตามคดีอะไรกันอยู่”

เพราะกำลังสนใจอยู่กับคำพูดที่นักข่าวสาวรุ่นน้องบอกว่าการแฝงตัวขึ้นไปสืบคดีบนเรือสำราญถูกผู้ต้องสงสัยล่วงรู้เข้าเสียแล้ว ทำให้มิเชลที่ได้รับรายงานความเคลื่อนไหวของคดีมาจากจอมขวัญตั้งแต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะไปขึ้นเรือสำราญเพื่อตามดูเดวิด เฉินซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับต้นๆของคดีนั้น รีบถามถึงประเด็นสำคัญโดยไม่ทันได้สังเกตเลยแม้แต่น้อยว่าคู่สนทนาของตนนั้นหน้าแดงระเรื่อขึ้นมายามเอ่ยถึงใครบางคนอย่างน่าสงสัยเป็นที่สุดเสียแล้ว

คำถามของหัวหน้างานผู้ที่เธอนับถือเป็นรุ่นพี่คนสนิทในฮ่องกงเพราะอีกฝ่ายคอยสอนงานให้มาตั้งแต่เมื่อแรกๆที่ตนเข้ามาทำงานนั้นทำให้จอมขวัญชะงักไปเล็กน้อย จอมขวัญขบริมฝีปากล่างแผ่วเบาอย่างใช้ความคิดอยู่ชั่วครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบไปอย่างไม่ค่อยมั่นใจเท่าไร

“จอมไม่แน่ใจเหมือนกันน่ะค่ะ ว่าพวกเขาสงสัยมากน้อยแค่ไหน” จอมขวัญขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยพลางตอบกลับไปตามความจริง

เพราะตั้งแต่พบกับหลี่หยางเฉินบนเรือสำราญ เดอะ สตาร์ ออฟ ซี ลำนั้น จอมขวัญพบเจอกับเดวิด เฉินและได้พูดคุยกันอย่างจริงจังเพียงแค่ครั้งเดียวในตอนที่อีกฝ่ายชวนเธอไปดินเนอร์เพียงเท่านั้น หลังจากที่จอมขวัญอ้างไปว่าเธอขึ้นเรือมาพักร้อนนั้น นักธุรกิจหนุ่มคนดังของเซี่ยงไฮ้ไม่ได้มีทีท่าว่าจะสนใจหรือสงสัยใดๆเลยแม้แต่น้อย

แม้กระทั่งมาเฟียหนุ่มเจ้าของเรือสำราญลำนั้นเองก็ไม่เคยเอ่ยถึงหรือทำราวกับว่ารู้เรื่องคดีที่เธอจงใจแฝงตัวขึ้นมาสืบคดีเลยแม้แต่น้อย มีเพียงเมื่อค่ำคืนสุดท้ายบนเรือเท่านั้นที่อีกฝ่ายพยายามเค้นความลับจากเธอเรื่องคาเรนและสาเหตุที่เธอแฝงตัวขึ้นมาบนเรือเพียงเท่านั้น ทว่าหลังจากที่เขาตักตวงความสุขจากร่างงามอย่างเอาแต่ใจตลอดทั้งค่ำคืนและจับตัวเธอกลับฮ่องกงมาในเช้าวันรุ่งขึ้นแล้วนั้น หลี่หยางเฉินก็ไม่ได้เอ่ยถึงหรือซักถามใดๆเกี่ยวกับเรื่องที่เธอแฝงตัวขึ้นไปสืบคดีบนเรือสำราญอีกเลยแม้แต่น้อย และนั่นทำให้จอมขวัญไม่อาจคาดเดาได้เลยว่ามาเฟียหนุ่มสงสัยเธอมากน้อยเพียงใดกันแน่

“ถ้าอย่างนั้นระหว่างนี้พี่จะให้จอมรับผิดชอบงานอื่นไปตามปกติก่อน เพราะว่าเราอาจจะกำลังถูกคนพวกนั้นจับตามองอยู่ก็เป็นได้” มิเชลคิดหาหนทางแก้ไขไปตามสถานการณ์ ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาเมื่อนึกถึงเรื่องสำคัญอีกอย่างขึ้นมาได้ “เมื่อวานนี้พี่โทรคุยกับเอ็มม่าเรียบร้อยแล้วนะจ๊ะ ทางนั้นจะดึงวิเวียนเข้ามาช่วยคดีนี้ด้วย ระหว่างที่จอมทำงานไปตามปกติก็ค่อยหาทางสืบข้อมูลของหลี่หลงกรุ๊ปไปอย่างลับๆก่อน ส่วนทางเซี่ยงไฮ้วิเวียนจะช่วยตามคดีและประสานงานกับตำรวจที่นั่นให้อีกแรงหนึ่ง”

หัวหน้ากองบรรณาธิการชาวอังกฤษเอ่ยไปตามข้อสรุปที่ได้ปรึกษากับเอ็มม่า ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานที่คุ้นเคยกันอยู่พอสมควรตั้งแต่ก่อนหน้าที่อีกฝ่ายจะย้ายไปขึ้นตำแหน่งที่เซี่ยงไฮ้เมื่อหลายปีก่อน มิเชลรู้ดีว่าพวกเธอไม่สามารถส่งจอมขวัญกลับไปที่เซี่ยงไฮ้ได้อีกแล้วเป็นแน่ เพราะคำสั่งย้ายนี้ถูกส่งมาจากผู้บริหารโดยตรง ซึ่งหากจอมขวัญย้ายกลับไปเซี่ยงไฮ้อีกครั้งก็จะยิ่งทำให้อีกฝ่ายเป็นที่น่าสงสัยและโดนจับตามากขึ้นอีกเป็นได้

และนั่นทำให้เอ็มม่าตัดสินใจดึงวิเวียนขึ้นมาเป็นตัวประสานในคดีนี้ แม้ว่านักข่าวสาวลูกครึ่งอิตาเลียนคนนั้นจะเป็นนักข่าวสายบันเทิงไม่ใช่สายสังคมโดยตรงอย่างจอมขวัญ ทว่าการที่อีกฝ่ายมีคอนเนคชั่นและรู้จักกับคนดังทั้งในเซี่ยงไฮ้ไม่น้อยไปกว่านักข่าวคนใดเลยนั้นก็อาจช่วยจอมขวัญในเรื่องของข้อมูลได้มากอย่างแน่นอน ส่วนมิเชลและจอมขวัญก็จะคอยสืบข้อมูลความเกี่ยวข้องระหว่างเดอะ สตาร์ ออฟ ซี เรือสำราญในเครือของหลี่หลงกรุ๊ปกับคดีตามที่เคยได้รับเบาะแสมาแบบเงียบๆต่อไป

“ค่ะ จอมพอจะได้คุยกับวิเวียนมาคร่าวๆบ้างแล้วแต่ยังไงเดี๋ยวจะโทรคุยกันเรื่องรายละเอียดของคดีอีกทีน่ะค่ะ” จอมขวัญเอ่ยด้วยในเช้าเมื่อวานที่ผ่านมาตอนที่ได้คุยกับวิเวียนนั้น อีกฝ่ายต้องรีบไปประชุมสรุปข่าวเสียก่อนจึงทำให้พวกเธอยังไม่ได้ลงรายละเอียดของคดีกันเท่าไรนัก

“โอเคจ้ะ ถ้ายังไงช่วงนี้เพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ จอมก็เข้าสำนักงานมาจัดการเรื่องทำสกู๊ปข่าวไปตามปกติก่อนนะ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าค่อยออกไปทำข่าวข้างนอกอีกทีนะจ๊ะ” มิเชลเอ่ยอย่างเห็นใจไม่น้อยยามมองดวงหน้าที่มีร่องรอยของความอ่อนเพลียหลงเหลืออยู่ให้เห็นของนักข่าวสาวรุ่นน้องเพราะเข้าใจไปว่าจอมขวัญเพิ่งจะเดินทางกลับมาจากเรือสำราญเพราะคำสั่งเรียกตัวด่วนจึงอาจจะเหนื่อยล้าจากการเดินทางก็เป็นได้ “วันนี้จอมก็กลับไปพักผ่อนก่อนแล้วกันจ้ะ พรุ่งนี้ค่อยเข้ามาเริ่มงานจริงจังอีกทีก็ได้”

“ไม่เป็นค่ะพี่มิเชล จอมว่าจะไปคุยรายละเอียดงานกับเพื่อนๆก่อนน่ะค่ะ ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่เป็นห่วงจอม” จอมขวัญเอ่ยพลางยิ้มจืดเจื่อนขอบคุณหัวหน้างานของตน ด้วยหญิงสาวรู้ดีแก่ใจนักว่าเธอไม่ได้เหนื่อยจากการเดินทางอย่างที่อีกฝ่ายเข้าใจเลยแม้แต่น้อย ทว่าสาเหตุที่ทำให้จอมขวัญอ่อนเพลียสะสมมาตั้งแต่เมื่อวันก่อนแล้วนั้นเป็นเพราะบทรักร้อนแรงแสนเอาแต่ใจของมาเฟียหนุ่มเมื่อค่ำคืนก่อนบนเรือสำราญลำนั้นต่างหาก “เอ่อ ถ้ายังไงจอมไม่รบกวนเวลาพี่มิเชลแล้ว ขอตัวไปคุยงานก่อนนะคะ”

จอมขวัญรีบตัดบทสนทนาทันทีเมื่อเพียงแค่นึกถึงเหตุการณ์ที่น่าอับอายในคืนสุดท้ายบนเรือซึ่งกำลังลอยลำอยู่กลางมหาสมุทรนั้น ดวงหน้าสวยก็พลันร้อนผ่าวขึ้นมาครามครัน จนหญิงสาวหวาดหวั่นใจนักว่าอีกฝ่ายจะสังเกตเห็นท่าทางราวกับคนที่กำลังเขินอายของตนเองแบบนี้ หญิงสาวรอจนหัวหน้ากองบรรณาธิการพยักหน้าตอบรับเป็นการอนุญาติ ก่อนจะรีบก้าวเดินออกมาจากห้องทันทีในเวลาต่อมา

จอมขวัญไปทักทายเพื่อนร่วมงานที่กำลังตื่นเต้นไม่น้อยกับการกลับมาอย่างรวดเร็วของหญิงสาว ทว่าเรื่องคำสั่งย้ายด่วนของจอมขวัญนั้นนอกจากมิเชลซึ่งเป็นหัวหน้าโดยตรงของตนเองและวิเวียนซึ่งถูกเอ็มม่าเรียกตัวเข้าไปคุยด้วยเพื่อดึงเข้ามาร่วมในคดีนั้น ไม่มีใครรับรู้ถึงความผิดปกติในคำสั่งเรียกตัวกลับครั้งนี้ของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย ด้วยทุกคนไม่ได้รู้เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ว่านักข่าวสาวชาวไทยได้ทำเรื่องขออยู่ต่อที่เซี่ยงไฮ้ไม่เมื่ออาทิตย์ก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้ต่างก็คาดคิดกันไปว่าจอมขวัญกลับมาฮ่องกงตามกำหนดการเดิมหลังจากที่ย้ายไปประจำที่เซี่ยงไฮ้ครบสองเดือนแล้วเพียงเท่านั้น ซึ่งจอมขวัญเองก็ไม่คิดจะเอ่ยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นใดๆเลยแม้แต่น้อย

หญิงสาวพูดคุยกับเพื่อนนักข่าวคนอื่นในรายละเอียดของงานใหม่ที่จะรับมาทำระหว่างที่ยังไม่ได้ออกไปทำข่าวข้างนอกอยู่นานหลายชั่วโมง ก่อนที่เธอจะเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ส่วนตัวต่างๆกลับมาวางที่โต๊ะทำงานของตนซึ่งห่างหายไปกว่าสองเดือนแล้วอีกครั้ง กว่าที่จอมขวัญจะจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นและกลับออกมาจากสำนักข่าวนั้นกาลเวลาก็ล่วงเลยมาถึงช่วงเลิกงานยามเย็นเสียแล้ว

รถสีขาวที่ถูกจอดนิ่งอยู่นานหลายชั่วโมงก็กลับมาแล่นทะยานออกสู่ท้องถนนอีกครั้ง ทว่าเป้าหมายของมันในครั้งนี้ไม่ใช่เพนเฮ้าส์หรูที่หญิงสาวโดนมาเฟียร้ายยื่นข้อเสนอกึ่งบังคับให้อยู่กับเขาที่นั่นอย่างที่ควรจะเป็นเสียแล้ว จอมขวัญขับรถมุ่งหน้าไปยังเส้นทางสู่ถนนแคนตันในเขตจิมซาจุ่ยซึ่งนับได้ว่าเป็นเขตเศรษฐกิจและการค้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของฮ่องกงซึ่งอยู่ห่างไปจากตึกสำนักข่าวซิงหว๋าไม่มากเท่าไรนัก หญิงสาวจอดรถที่บริเวณด้านหน้าห้องเสื้อขนาดใหญ่ซึ่งตกแต่งอย่างเรียบหรูแห่งหนึ่งบนถนนแคนตัน ก่อนจะผลักประตูกระจกเข้าไปด้านใน

พนักงานในชุดยูนิฟอร์มสีสุภาพทว่าดูเรียบหรูสวยงามสมกับเป็นพนักงานของแบรนด์เสื้อผ้าที่กำลังมาแรงที่สุดในฮ่องกงขณะนี้นั้นรีบเดินเข้ามาต้อนรับลูกค้าสาวอย่างรวดเร็วก่อนจะก้มศีรษะลงเล็กน้อยเป็นการทักทายเมื่อจดจำได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายคือเพื่อนสนิทของผู้เป็นนายซึ่งเคยมาที่ร้านอยู่บ่อยครั้งเมื่อสองเดือนก่อน

จอมขวัญส่งยิ้มทักทายพนักงานสาวตรงหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินลึกเข้าไปยังมุมด้านในของห้องเสื้อ วินาทีต่อมาริมฝีปากเล็กก็ขยับยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นร่างบอบบางของรินดา เพื่อนรักของตนซึ่งมีดีกรีเป็นถึงนางเอกชื่อดังของเมืองไทยทว่าผันตัวมาเป็นดีไซเนอร์เต็มตัวอยู่ที่ฮ่องกงเรียบร้อยแล้วในยามนี้

“ทำงานหนักจนไม่สนใจลูกค้าเลยนะคะ คุณดีไซเนอร์คนขยัน” จอมขวัญเอ่ยหยอกเย้าอย่างไม่จริงจังนักเมื่อเพื่อนสนิทตรงหน้าที่กำลังยืนหันหลังก้มลงมองแบบชุดบนทำงานของตนนั้นราวกับจะจดจ่อสมาธิและความสนใจทั้งหมดทั้งมวลไปกับงานจนไม่ทันได้รับรู้การมาถึงของผู้มาใหม่เลยแม้แต่น้อย

คำทักทายที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดรวมทั้งน้ำเสียงที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีนั้นทำให้รินดาที่กำลังง่วนอยู่กับการแก้แบบเสื้อผ้าที่จะออกในคอลเลกชั่นใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้นั้นชะงักไปเล็กน้อย อดีตนางเอกสาวชื่อดังของไทยที่ลาออกจากวงการมาใช้ชีวิตในฮ่องกงอย่างถาวรแล้วนั้นหันขวับมาทางต้นเสียง ก่อนดวงตากลมโตคู่สวยจะเบิกกว้างขึ้นในวินาทีต่อมาเมื่อเห็นเจ้าของคำทักทายอย่างชัดเจนแล้ว

“จอม!” รินดาที่รีบวางดินสอสำหรับแก้แบบในมือลงบนโต๊ะทำงานแทบจะทันทีที่เห็นเพื่อนรักปรากฏตัวนั้นเอ่ยถามพลางยิ้มกว้างออกมาทันทีอย่างทั้งตกใจและดีใจกับการมาถึงของเพื่อนรักในยามนี้ ร่างบอบบางรีบก้าวตรงเข้ามาหาพลางสวมกอดเพื่อนรักที่ไม่ได้พบกันมาเกือบสองเดือนแล้วทันที “คิดถึงจอมมากเลยรู้ไหม”

“เราก็คิดถึงดาที่สุดเลยเหมือนกันจ้ะ” จอมขวัญกอดตอบพลางเอ่ยยิ้มๆด้วยเธอเองก็คิดถึงอีกฝ่ายไม่ต่างกัน

“แล้วนี่จอมมาได้ยังไงน่ะ” รินดาถามทันทีหลังจากที่คนทั้งสองผละห่างออกจากกันเล็กน้อยพลางมองสำรวจนักข่าวสาวไปในทีเพื่อดูให้เห็นกับตาว่าอีกฝ่ายแข็งแรงสบายดีอย่างที่คิดไว้หรือไม่

“จอมก็ขับรถมาน่ะสิ” จอมขวัญแกล้งเอ่ยเย้าอีกฝ่ายอย่างทุกครั้ง

“จอมอ่ะ ดาหมายถึงว่าจอมกลับมาฮ่องกงตั้งแต่เมื่อไรต่างหากล่ะ รู้หรอกว่าเพื่อนคงไม่เดินมาจนถึงห้องเสื้อแน่อยู่แล้ว” รินดาเอ่ยประชดอย่างไม่จริงจังเท่าไรนัก ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแปลกใจแกมสงสัยเมื่อนึกถึงครั้งล่าสุดที่โทรคุยกับอีกฝ่ายเมื่อเกือบสองอาทิตย์ก่อนแล้ขึ้นมาได้ “แล้วไหนจอมบอกว่าจะขออยู่ทำงานต่อที่เซี่ยงไฮ้ไม่ใช่หรอ ทำไมจู่ๆถึงรีบกลับมาฮ่องกงแบบนี้ล่ะ”

คำถามของเพื่อนสนิททำให้จอมขวัญชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเพิ่งนึกได้ว่าเธอเคยบอกรินดาไปแบบนั้นตั้งแต่ก่อนจะได้เบาะแสสำคัญเกี่ยวกับเดอะ สตาร์ ออฟ ซีและขึ้นไปสืบคดีบนเรือสำราญลำนั้นเสียแล้ว

“จอมเพิ่งจะกลับมาถึงเมื่อวานนี้นะ เอ่อ พอดีมีงานด่วนก็เลยถูกหัวหน้าเรียกตัวกลับอย่างกะทันหันน่ะ” จอมขวัญเอ่ยอ้างไปแบบนั้นพลางส่งยิ้มจืดเจื่อนให้อีกฝ่ายอย่างไม่ต้องการพูดถึงเหตุการณ์น่าอับอายที่เกิดขึ้นบนเรือสำราญและเป็นสาเหตุหลังที่ทำให้เธอถูกมาเฟียจอมเผด็จการคุกคามอย่างหนักแบบนี้ ก่อนจะเอ่ยถามกลับไปถึงเรื่องอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงออกจากหัวข้อสนทนาเมื่อครู่ในทันที “แล้วดาล่ะเป็นยังไงบ้าง ยังงานหนักเหมือนเดิมหรือเปล่า”

“ก็นิดหน่อยน่ะจ้ะ ช่วงนี้กำลังเร่งแก้แบบชุดของคอลเลกชั่นใหม่อยู่น่ะ” รินดาเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แม้งานจะยุ่งและเหนื่อยเพียงใดทว่าเมื่อมันเป็นงานที่เธอชอบ หญิงสาวก็รู้สึกมีความสุขไปกับมันไม่น้อยจึงไม่ได้รู้สึกเหนื่อยหน่ายใดๆเลยแม้แต่น้อย

“แล้วนี่เรื่องดาเตรียมงานแต่งไปถึงไหนแล้วจ๊ะ ใกล้เรียบร้อยแล้วหรือยัง” จอมขวัญเอ่ยไปถึงวันสำคัญของเพื่อนรักกับนักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นน้องชายต่างมารดาของหลี่หยางเฉินที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้านี้แล้ว

“ก็ใกล้เสร็จแล้วล่ะ ส่วนใหญ่ดาจะรับผิดชอบเรื่องชุดกับเลือกของชำร่วยที่จะใช้ในงาน ส่วนเรื่องสถานที่กับการเตรียมงานในส่วนอื่นๆคุณชาร์ลจะเป็นคนจัดการเสียส่วนใหญ่น่ะ” ว่าที่จ้าสาวคนสวยเอ่ยด้วยสีหน้าที่ฉายชัดถึงความสุขยามที่พูดถึงวันสำคัญของตนกับชายคนรักที่เวลาใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว ก่อนหญิงสาวจะเอ่ยต่อเมื่อนึกถึงเรื่องสำคัญบางอย่างขึ้นมาได้ “จริงสิ ดาเพิ่งจะส่งแบบชุดเพื่อนเจ้าสาวที่จอมเลือกไปสั่งตัดเมื่ออาทิตย์ก่อนนี้เองเพราะกลัวว่าจะไม่ทันน่ะ ไม่รู้ว่าเพื่อนจะกลับมาเร็วกว่าที่คิดแบบนี้ ไม่อย่างนั้นจะได้ให้จอมลองดูเนื้อผ้าจริงเทียบกับแบบดูอีกทีก่อน เผื่อจะอยากแก้ไขตรงไหนน่ะ”

ดีไซเนอร์สาวชาวไทยเอ่ยอย่างเสียดายไม่น้อยด้วยในตอนนั้นจอมขวัญบอกว่าจะอยู่ทำงานทีเซี่ยงไฮ้ต่อ และอาจจะมาที่ฮ่องกงใกล้ๆช่วงวันจัดงานเลยนั้น ทำให้รินดาตัดสินใจรีบส่งแบบซึ่งจอมขวัญเลือกไว้เมื่อครั้งล่าสุดที่คุยกันไปสั่งตัดเรียบร้อยตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ก่อนจนทำให้เพื่อนรักไม่ทันได้มาดูแบบเนื้อผ้าจริงด้วยตัวเองเสียก่อนแบบนี้

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ยังไงจอมก็กลับมาอยู่ฮ่องกงไม่ได้ไปไหนแล้ว ไว้เดี๋ยวชุดเสร็จแล้วค่อยมาลองใส่จริงๆทีเดียวเลยก็ได้จ้ะ” จอมขวัญส่งยิ้มให้เพื่อนรัก ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาอย่างรู้สึกผิดไม่น้อยที่ตนต้องย้ายไปทำงานที่เซี่ยงไฮ้จนไม่ได้อยู่ช่วยงานเพื่อนรักแบบนั้น “จอมขอโทษด้วยนะที่ช่วยที่ผ่านมาไม่ค่อยได้อยู่ช่วยดาจัดเตรียมงานเท่าไรเลยน่ะจ้ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก แค่จอมมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ ดาก็ดีใจมากแล้วล่ะจ้ะ” รินดาเอ่ยพลางส่งยิ้มให้เพื่อนรักที่สนิทที่สุดในชีวิตจากใจจริง  

“จ้ะ ไว้ช่วงใกล้ๆยังไงเดี๋ยวจอมจะไปช่วยเจ้าสาวแต่งตัวด้วยนะ เอาให้สวยจนคุณชาร์ลตะลึงไปเลยเชียวล่ะ” จอมขวัญเอ่ยหยอกล้อเพื่อนรัก ก่อนจะเอ่ยถามต่อเมื่อเหลือบไปมองนาฬิกาภายในร้านที่บ่งบอกว่ากำลังห้วงเวลาเริ่มเข้าสู่หัวค่ำเสียแล้ว “ว่าแต่วันนี้ดามีนัดกับคุณชาร์ลหรือเปล่าน่ะ พอดีจอมว่าจะชวนไปดินเนอร์ด้วยกันเสียหน่อย”

จอมขวัญถามอย่างเกรงใจไม่น้อยด้วยไม่รู้ว่าเพื่อนรักของตนนัดกับว่าที่สามีของอีกฝ่ายไว้ก่อนหน้าที่เธอจะมาถึงแล้วหรือไม่

“ไม่ได้มีนัดอะไรเป็นพิเศษหรอกจ้ะ ถ้ายังไงเดี๋ยวดาโทรบอกคุณชาร์ลก่อนนะ แล้วเราไปหาอะไรอร่อยๆกินกัน” รินดาเอ่ยพลางเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานเมื่อครู่ขึ้นมากดโทรออกหานักธุรกิจหนุ่มคนดังของเอเชียที่มักจะมารับเธอด้วยตนเองหลังจากเลิกงานเสมอ

ไม่กี่นาทีต่อมานางเอกสาวชื่อดังของเมืองไทยที่ยามนี้ผันตัวมาเป็นดีไซเนอร์อย่างเต็มตัวแล้วนั้นก็จัดการเก็บของใส่กระเป๋าสะพายใบเล็กของตนให้เรียบร้อยแล้วจึงสั่งงานกับพนักงานเล็กน้อย ก่อนจะออกจากห้องเสื้อไปพร้อมกับนักข่าวสาวชาวไทยผู้เป็นเพื่อนรักที่ไม่ได้พบเจอกันมานานกว่าสองเดือนแล้วแบบนี้

สองเพื่อนรักชาวไทยที่ย้ายมาใช้ชีวิตในฮ่องกงนั้นพากันไปทานมื้อค่ำในร้านอาหารอิตาเลียนแห่งหนึ่งภายในห้างฮาเบอร์ซิตี้ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเกาะฮ่องกง คนทั้งสองสั่งอาหารกับพนักงานที่มายืนรอบริการอยู่ชั่วครู่หนึ่งก่อนที่พนักงานสาวจะถอยห่างออกไปเมื่อรับรายการอาหารเรียบร้อยแล้ว

“จริงสิ แล้วแผลนั่นเป็นยังไงบ้างน่ะดา หายสนิทดีแล้วหรือเปล่า”

จอมขวัญเอ่ยถามไปถึงแผลถูกยิงที่บริเวณไหล่ด้านขวาของรินดาซึ่งได้มาเมื่อครั้งที่อีกฝ่ายถูกหลี่ผิง ผู้เป็นอาบุญธรรมของชาร์ลและหลี่หยางเฉินจับตัวไปเพื่อหวังจะล่อชาร์ลมาสังหารเมื่อหลายเดือนก่อนนั้น เป็นเวลาช่วงเดียวกันกับที่เธอถูกมาเฟียหนุ่มซึ่งร่วมมือกับน้องชายต่างมารดาของตนวางแผนแสร้งตายเพื่อตบตาหลี่ผิงจับไปในตอนนั้น ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังช่วงบ่าและไหล่ขวาของเพื่อนรักอย่างเป็นห่วงไม่น้อยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่อีกฝ่ายโดนยิงในครั้งนั้น แม้ว่ามันจะผ่านมานานกว่าสองเดือนแล้วก็ตาม

“หายดีแล้วล่ะ โชคดีที่มันไม่ลึกถึงขนาดทิ้งรอยแผลเป็นไว้อย่างที่คิดไว้เลยน่ะ” รินดาเอ่ยพลางยกมือขึ้นแตะบริเวณรอยแผลที่จางหายไปเรียบร้อยแล้วนั้น ก่อนคิ้วเรียวสวยจะขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ใบหน้างดงามหมดจดนั่นก็ปรากฏร่องรอยของความเป็นกังวลที่ไม่อาจปกปิดไว้ได้มิดยามเอ่ยประโยคต่อมา “ที่เรากังวลที่สุดไม่ใช่เรื่องแผลเป็น แต่เป็นคนที่ฝากรอยแผลนี้ไว้มากกว่าน่ะสิ”

รินดาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเคร่งเครียดไม่น้อย

“ยังไม่ได้เบาะแสของคนสารเลวนั่นเพิ่มเติมเลยหรอดา”

จอมขวัญที่พอจะรู้รายละเอียดเรื่องการต่อสู้ครั้งใหญ่ของหลี่ผิงและชาร์ลจากรินดามาบ้างเมื่อครั้งที่เธอไปดูแลอีกฝ่ายที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเอ่ยถามอย่างเป็นกังวลแทนเพื่อนรักไม่น้อยเพราะหากคนร้ายยังลอยนวลอยู่แบบนี้ก็ยังไม่อาจวางใจได้เลยแม้แต่น้อยว่าจะเกิดอันตรายใดๆซ้ำรอยขึ้นมาอีกหรือไม่

“คุณชาร์ลบอกว่าพี่ชายของเขา เอ่อ คุณหลี่หยางเฉินกำลังตามเบาะแสของคนร้ายอยู่น่ะ”

 รินดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าเดิมอย่างระมัดระวังด้วยนอกจากเธอและจอมขวัญซึ่งเคยตามสืบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างชาร์ลกับหลี่หลงกรุ๊ปมาก่อนหน้านี้ตามคำขอของเธอนั้น น้อยคนนักที่จะรู้ว่าชาร์ล ลี นักธุรกิจหนุ่มคนดังเจ้าของ แกรนด์ ลี คอร์ป บริษัทยักษ์ใหญ่ของเอเชีย ผู้ซึ่งทุกคนคิดว่าเป็นคู่ปรับตัวฉกาจทางธุรกิจของหลี่หลงกรุ๊ปนั้น แท้จริงแล้วชายหนุ่มก็คือทายาทลำดับที่สองของตระกูลหลี่และเป็นน้องชายร่วมบิดากับหลี่หยางเฉิน มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลคนนั้นนั่นเอง

“ฉันเคยได้ยินคุณชาร์ลคุยกับคุณอลันด้วยว่า บางทีหลี่ผิงอาจจะมีผู้มีอิทธิพลสนับสนุนอยู่เบื้องหลังก็เป็นได้น่ะ” รินดาเอ่ยต่ออย่างเป็นกังวลนักเมื่อเธอเคยบังเอิญไปได้ยินการสนทนากันระหว่างชายคนรักกับอลัน ผู้เป็นมือขวาคนสนิทของอีกฝ่าย

คำบอกเล่าของเพื่อนรักทำให้จอมขวัญเม้มปากเข้าหากันแน่น ดวงหน้าสวยพลันปรากฏร่องรอยของความเป็นกังวลขึ้นมาทันทีอย่างที่เจ้าตัวไม่อาจปกปิดได้มิด หัวใจดวงน้อยรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาครามครันยามที่ได้ยินว่ามาเฟียหนุ่มผู้แสนร้ายกาจคนนั้นกำลังตามสืบเบาะแสของหลี่ผิงซึ่งหลบซ่อนตัวอยู่ และอาจจะมีใครบางคนคอยให้การช่วยเหลือสนับสนุนอยู่ในเงามืดแบบนั้น หลี่หยางเฉินซึ่งอยู่ในที่แจ้งนั้นย่อมมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเสียเปรียบศัตรูที่หลบซ่อนตัวอยู่เป็นแน่ ความคิดที่ว่าอีกฝ่ายอาจจะกำลังตกอยู่ในอันตรายนั้นทำให้จอมขวัญปวดหนึบในหัวใจขึ้นมาครามครันราวกับว่ามันกำลังถูกบีบรัดจากภายในอยู่อย่างไรอย่างนั้น นักข่าวสาวชาวไทยจมอยู่ในห้วงความรู้สึกสั่นไหวของตนจนไม่ทันได้รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าพนักงานได้นำอาหารที่สั่งไว้มาเสิร์ฟเรียบร้อยแล้ว

“จอม จอมขวัญ!” รินดาเรียกเพื่อนรักที่นั่งนิ่งราวกับคนที่กำลังจมอยู่กับความคิดของตนจนลืมสิ่งรอบข้างไปเสียแล้วแบบนั้นด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามในประโยคต่อมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายสะดุ้งน้อยๆก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองคนเรียกอย่างงุนงง “คิดอะไรอยู่น่ะ จู่ๆก็เงียบไปตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”

“เอ่อ พอดีเรากำลังคิดเรื่องงานอยู่น่ะ” จอมขวัญที่เพิ่งได้เสียงของเพื่อนรักเรียกสติกลับมารับรู้รอบข้างอีกครั้งเอ่ยอ้างไปถึงเรื่องงานพลางยิ้มจืดเจื่อนกลบเกลื่อนท่าทางผิดปกติของตน ก่อนดวงตาคู่สวยจะจับจ้องอาหารสองสามจานที่ถูกนำมาเสริ์ฟเรียบร้อยแล้วก่อนจะเอ่ยเปลี่ยนเรื่องในทันที “อาหารที่นี่น่ากินจัง เราทานกันเลยดีกว่านะจ๊ะดา”

ไม่พูดเปล่า นักข่าวสาวชาวไทยจัดการเตรียมช้อนส้อมเพื่อลงมือรับประทานอาหารตรงหน้าทันทีเพื่อกลบเกลื่อนอาการร้อนรนในใจอย่างน่าประหลาดของตนเองที่ก่อตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วอย่างไม่ทันตั้งตัวเลยแม้แต่น้อยนั้น

รินดามองเพื่อนสนิทที่กำลังเตรียมลงมือจัดการอาหารตรงหน้าอย่างแปลกใจไม่น้อยกับท่าทางนิ่งเงียบจนน่าแปลกใจของอีกฝ่ายเมื่อตอนที่เธอเอ่ยถึงเรื่องหลี่ผิงในนาทีก่อน ทว่าเมื่อเห็นอีกฝ่ายกลับมามีท่าทีปกติอีกครั้งก็คลายความสงสัยไม่ได้เอ่ยซักไซ้ไล่เรียงใดๆอีก ด้วยคิดว่าจอมขวัญอาจจะกำลังคิดหนักเรื่องงานอย่างที่อีกฝ่ายบอกไว้ก็เป็นได้

นักข่าวสาวชาวไทยมองเพื่อนรักที่เลิกจับจ้องมองเธออย่างสงสัยแล้ว ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นยามที่นึกถึงความรู้สึกสั่นไหวอย่างน่าประหลาดของตนเพียงแค่คิดว่ามาเฟียแสนเย็นชาคนนั้นจะตกอยู่ในอันตรายอย่างที่เธอนึกกลัวนั้น

หรือว่าเธอกำลังเป็นห่วงมาเฟียร้ายผู้นั้น

เสียงเล็กๆเสียงหนึ่งดังขึ้นในส่วนลึกของหัวใจ จอมขวัญกัดริมฝีปากไว้แน่นเมื่อรับรู้ได้ถึงหัวใจดวงน้อยที่เต้นรัวเร็วขึ้นมาครามครัน

ก่อนดวงตาคู่สวยจะหม่นแสงลงเล็กน้อยในวินาทีต่อมาเมื่อความจริงที่ว่ามาเฟียหนุ่มเป็นอาจเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยในคดีอันตรายที่เธอกำลังตามสืบอยู่นั้นปรากฏชัดขึ้นมาในห้วงความคิด ตอกย้ำให้หญิงสาวเจ็บปวดใจไม่น้อยเมื่อนอกจากเธอจะปล่อยตัวให้อีกฝ่ายเชยชมร่างงามอย่างไม่อาจต้านทานได้เลยแม้แต่น้อยนั้น

หัวใจดวงน้อยก็ทำราวกับจะเผลอไผลหวั่นไหวไปกับมาเฟียร้ายซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งในคดีอย่างน่าละอายเป็นที่สุดเสียแล้ว


**************************************************************************************


สวัสดีค่ะนักอ่านที่น่ารักทุกท่าน


ตอนหน้าจะอัพเฮียหยางเป็นตอนสุดท้ายแล้วนะคะ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะเริ่มอัพเดวิดแล้วค่าา

​สำหรับสายe-bookมีวางในMEBแล้วนะคะ เข้าไปโหลดมาฟินกันแบบจัดเต็มได้เลยค่า >> คลิก

หนังสือพ่ายรักจ้าวดวงใจและล่ารักจ้าวดวงใจ สนใจสั่งจองได้ที่ facebook :: ดลกร/Donlakorn/ดลรัก หรือ line :: @donrakbook จ้า (อย่าลืม@น้า) 

***อย่าลืม คอมเม้นท์ กดส่งกำลังใจ และกดfavorite รับการแจ้งเตือนนิยายกันด้วยน้าา 

รักนักอ่านทุกท่านค่ะ <3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

58 ความคิดเห็น