[ Short Fic OS/SF ] มุมห้องสมุด

ตอนที่ 4 : หนังสือเล่มที่ I : ดั่งดวงใจกษัตริย์ บทที่ 3 ♤namjin♧

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 321
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    30 เม.ย. 62

 ดั่งดวงใจกษัตริย์
บทที่ 3






      บริเวณภายในท้องพระโรงกว้างใหญ่ซอกจินเห็นองครักษ์ทั้งสองพร้อมนายทหารอีกจำนวนไม่ถึงสิบนายกำลังต่อสู้กับผู้คนอีกจำนวนหลายสิบคน ผู้คนเหล่านั้นต่างมีขนาดตัวที่สูงใหญ่และกำยำกว่าองครักษ์และนายทหารทุกนาย ตอนนั้นเองที่ซอกจินสังเกตุเห็นมีนายทหารบางนายบาดเจ็บสาหัสหลายนายแต่ก็ยังต่อสู้กับอีกฝ่ายต่อ
    "นั้นมันพวกนักโทษกับพวกมือสังหารที่แหกคุกนิ!" หัวใจในอกแทบดิ่งวูบ หล่นหายจากตัวในทันทีที่ได้ยินคำบอกของจีมิน ซอกจินที่เพิ่งได้ยินเรื่องนักโทษและมือสังหารแหกคุกเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทว่าไม่เคยคาดคิดว่าจะต้องมาเผชิญหน้ากับเหล่านักโทษและมือสังหารเหล่านี้ ถึงตอนนี้จะมีองครักษ์มือดีและนายทหารจำนวนนึงอยู่ แต่ก็เหมือนจะสู้รบกับฝ่ายตรงข้ามได้ไม่มากนักเพราะอีกฝ่ายมีขนาดและฝีมือกว่า
     "เราจะทำอย่างไรกันดีจีมิน แทฮยอง ทหารบาดเจ็บกันหลายนายเลย ฝั่งเราก็ดูจะเริ่มรับมือได้ไม่มากแล้วด้วย" ซอกจินเอ่ยถามน้ำเสียงร้อนรน ภาพนักโทษและมือสังหารตรงหน้าที่กำลังต่อสู้กับนายทหารเมื่อครู่สร้างความหวาดหวั่นในอก
      "แทฮยองกับพี่จินหลบอยู่ในห้องเครื่องกันให้ดีนะครับ อย่าให้พวกนั้นเจอตัวเด็ดขาด เดี่ยวจีมินจะวิ่งไปตามพวกทหารที่เหลือในค่ายด้านข้างมาช่วยเอง ห้ามให้พวกนั้นเจอตัวกันเด็ดขาดเลยนะ" จีมินที่พาซอกจินกับแทฮยองมาหลบด้านในห้องเครื่องเอ่ยสั่ง
     "แล้วจีมินจะหลบพวกนั้นออกไปยังไงละ" แทฮยองถามด้วยความกังวลใจ
     "อย่าลืมสิว่าเรามีประตูลับอยู่ตรงนั้นไง" จีมินเอ่ยตอบพลางหันไปทางประตูลับที่พวกเขาทั้งสามเพิ่งเข้ามา
     "งั้นให้พี่กับแทฮยองไปด้วยนะจีมิน ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยกัน" ซอกจินบอกด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงเป็นใย  จีมินยิ้มให้กับความเป็นห่วงของคนพี่ ที่จิมินไม่อยากให้ทั้งพี่จินและแทฮยองออกไปด้วยก็เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าด้านนอกจะมีพวกนักโทษและมือสังหารอีกหรือเปล่า เลยให้รออยู่ในห้องเครื่องแทน
    "ไม่ต้องเป็นห่วงจีมินหรอกครับพี่จิน อย่าลืมสิครับว่าผมกับแทฮยองเป็นภรรยาขององครักษ์องค์ราชานะครับ เรื่องต่อสู้พวกเราก็พอมีทักษะป้องกันบาง จีมินจะรีบไปรีบกลับมาครับ พี่จินไม่ต้องห่วงนะครับ" จีมินยิ้มตอบ ก่อนจะรีบวิ่งออกไปทางประตูลับทันทีเพราะไม่มีเวลามากพอแล้ว 
     เสียงต่อสู้ของผู้คนในท้องพระโรงยังคงดังอย่างต่อเนื่องอีกหลายครั้งจนซอกจินต้องจับมือแทฮยองแน่นด้วยความหวาดกลัว 
     "พี่เป็นห่วงทหารที่บาดเจ็บด้านนอกจังแทฮยอง" ซอกจินพูดออกมาด้วยความเป็นห่วงเหล่าทหารนักรบที่บาดเจ็บเมื่อครู่ แทฮยองหันมองหน้าที่แสนเป็นห่วงนายทหารของซอกจินก็ได้แต่ยิ้มอย่างเอ็นดูและบีบมือกลับเบาๆไปเพื่อคลายความกังวลของคนพี่ลงบ้าง ตั้งแต่ก่อนเข้ามาแล้วที่คนๆนี้เป็นห่วงคนรอบข้างมากกว่าจะนึกห่วงตัวเองก่อนว่าจะเป็นอันตรายหรือไม่ ทำไมกันนะพี่ซอกจินถึงได้มีจิตใจที่ดีเกินกว่าใครๆทั้งแผ่นดินที่ตัวเขาเคยพบเจอมา
     ลังเลอยู่เพียงนิดเดียวซอกจินก็ตัดสินใจจะลุกเดินออกไปด้านนอก แทฮยองที่อยู่ข้างๆกันต้องรีบดึงมือคนพี่กลับแทบไม่ทัน
     "พี่จินจะไปไหน ห้ามออกไปนะครับ ถ้าพวกนั้นมาเจอเข้ามันจะอันตรายเอานะครับ" แทฮยองว่าเสียงดุนิดๆ ให้กับความไม่กลัวอันตรายของคนพี่
     "แต่พี่เป็นห่วงจริงๆนะแทฮยอง" ซอกจินบอกด้วยสีหน้าเป็นกังวล ไม่นึกห่วงว่าถ้าตัวเองโดนเจอเข้าจะเป็นอย่างไร
     "ผมรู้ครับ แต่เราควรรอให้จีมินกลับมาก่อนนะครับพี่จิน เชื่อแทนะ" แทฮยองพูดเสียงอ่อนเพื่อให้คนพี่ลดความกังวล
     "แทไม่เป็นห่วงพี่โฮซอกเหรอ แค่ไปดูให้เห็นกับตาก็ได้นะว่าพวกเขายังไหว ไม่ได้บาดเจ็บมากนัก พี่สัญญาว่าแค่เห็นว่าไม่มีใครเป็นอะไรแล้วจะกลับเข้ามาหลบในนี้ไม่ให้ใครเจอเลย นะแท" เมื่อได้ยินคนพี่พูดแบบนั้นแทฮยองที่เป็นห่วงสามีอยู่แล้วเลยพยักหน้ายอมคนพี่ไป
     "แต่พี่จินห้ามห่างจากแทเลยนะครับไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม สัญญากับแทก่อน" แทฮยองว่า
     "ครับ พี่สัญญา" ว่าแล้วซอกจินก็ยื่นนิ้วก้อยไปตรงหน้าแทฮยองเพื่อยืนยันคำสัญญาแบบที่เคยทำประจำกับเพื่อนสนิท แทฮยองเห็นอย่างนั้นก็อดยิ้มให้กับความน่ารักเหมือนเด็กของคนพี่ 
    ทั้งสองกุมมือกันแน่นแล้วพากันเดินไปยืนแอบอยู่ข้างประตูห้องเครื่องเพื่อดูสถานการณ์ในท้องพระโรง ตอนนั้นเองที่ซอกจินสังเกตุเห็นองครักษ์ทั้งสองได้รับบาดเจ็บสาหัสกว่านายทหาร องครักษ์ทั้งสองยืนอยู่กลางท้องพระโรงรายล้อมด้วยทหารบาดเจ็บหลายนายที่กำลังต่อสู้กันอยู่ ซอกจินชะโงกหน้าออกไปอีกนิดด้วยความเป็นห่วงก็เห็นนักโทษกำลังจะลอบทำร้ายโฮซอกจากด้านหลังโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว
     "พี่โฮซอกระวังด้านหลังครับ!" ซอกจินตะโกนบอกไปเสียงดังทันทีที่เห็น  โฮซอกที่ได้ยินก็หันกลับมาฟาดดาบใส่นักโทษคนนั้นได้ทันก่อนที่ตัวเองจะเสียท่าให้อีกฝ่าย 
     "เดี่ยวพี่จะเข้าไปช่วยพวกเขาเองนะ แทหลบอยู่ที่นี้รอจีมินมานะ" ซอกจินที่ดึงแทฮยองกลับเข้ามาในห้องเครื่องก่อนจะเอ่ยบอก เพราะที่เขาตะโกนไปเมื่อครู่คงดังพอให้หลายคนได้ยินและอาจจะเดินเข้ามาเจอพวกเขาที่หลบอยู่
     "อย่านะครับพี่จิน พี่จะสู้พวกนั้นอย่างไร" แทฮยองส่ายหน้าปฏิเสธทันทีอย่างไม่เชื่อหู แม้พวกองครักษ์กับพวกทหารมือดียังพลาดท่ากับพวกนักโทษและมือสังหารพวกนั้น เขาเองที่พอมีทักษะป้องกันตัวยังไม่กล้าเข้าไปสู้ แล้วพี่ซอกจินที่บอบบางกว่าแก้วใสอย่างนี้จะไปรับมือกับพวกนั้นได้อย่างไร สิ่งที่พวกเขาทำได้ตอนนี้คือการมีชีวิตรอดรอจีมินที่ไปตามพวกทหารที่เหลือจากค่ายมาช่วย
     "ไม่ครับ แทไม่ให้พี่ไปแน่นอน หลบอยู่ด้วยกันตรงนี้นะครับ อีกเดี๋ยวจีมินก็น่าจะตามทหารจากในค่ายมาช่วยแล้ว ไหนพี่จินสัญญาแล้วไงครับว่าจะแค่ไปแอบดูแล้วจะเข้ามาหลบด้วยกัน" แทฮยองตอบเสียงสั่น
     "ไม่ได้หรอกแท เมื่อกี้พี่ตะโกนเสียงดังขนาดนั้น พวกนั้นคงได้ยินแล้วรู้ว่ามีคนอยู่ตรงนี้ ถึงพี่จะต่อสู้ไม่เป็น แต่อย่างน้อยพี่ก็อาจล้อเพื่อถ่วงเวลาให้พวกนั้นสนใจพี่แทนที่จะเข้ามาถึงในห้องเครื่องนี้ได้ ถ้าพวกนั้นเจอแทแล้วทำร้ายแทขึ้นมา พี่ขอเป็นโดนแทนเสียดีกว่า" เอ่ยจบซอกจินก็วิ่งออกไปจากห้องเครื่องโดยไม่ฟังคำคัดค้านของแทฮยอง 
     ซอกจินวิ่งออกมายืนอยู่หน้าห้องเครื่อง ก่อนจะเห็นนักโทษร่างยักษ์กำลังเดินมาทางห้องเครื่อง ร่างยักษ์นั้นมองมาทางซอกจินด้วยสายตาเย้ยยั้น ร่างกายสั่นสะท้านถึงขั้วหัวใจในอกทันทีที่เห็นร่างยักษ์นั้นที่กำลังเข้ามาใกล้ ซอกจินยืนนิ่งค้างเป็นรูปปั่นอยู่หลายวินาทีก่อนจะคิดไปถึงแทฮยองที่อยู่ด้านในห้องเครื่อง สัญชาตญาณสั่งให้ตนเองวิ่งไปคว้าดาบที่ตกอยู่ใกล้ๆขึ้นมาถือในมือแน่น แม้ดาบในมือจะหนักและใหญ่กว่าแขนตัวเองเพียงใดก็ไม่กลัว เพราะยามนี้นักโทษร่างยักษ์นั้นย้ำเท้าเข้ามาใกล้ซอกจินด้วยสีหน้าเยาะ ซอกจินทำได้แค่รวบรวมแรงทั้งหมด กวัดแกว่งดาบในมืออย่างสเปะสะปะเพื่อป้องกันตัว 
     โชคเข้าข้างอยู่บ้างเมื่อร่างยักษ์ตรงหน้าหยุดชะงักไม่เข้ามาใกล้ นั้นสร้างความขุ่นเคืองแก่อีกฝ่ายไม่น้อย ด้วยความโกรธเกรี้ยวร่างยักษ์ตรงหน้าก็ยังพยายามเดินอ้อมเพื่อเข้ามาให้ถึงตัวซอกจินให้ได้ แต่ซอกจินก็ยังหลบหลีกได้อย่างหวุดหวิดแล้วแกว่งดาบในมือไปด้วย ทว่าเสี้ยววินาทีเดียวที่ซอกจินเพลอไปเห็นแทฮยองที่วิ่งตามเขาออกมาจากห้องเครื่อง ร่างยักษ์ตรงหน้าซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักก็คว้าดาบในมือซอกจินไว้ได้แล้วออกแรงดึงเบาๆมาถือไว้แทน 
     "พี่จิน! ระวัง!" เสียงตะโกนของแทฮยองที่กำลังวิ่งมา เรียกให้องครักษ์ทั้งสองที่กำลังต่อสู้อยู่หันมามองด้วยความตกใจไม่น้อย ซอกจินกระโจนหลบออกมาได้อย่างเฉียดฉิว แต่ดันเสียหลักล้มลงกองกับพื้น ตอนจังหวะพยุงตัวลุกขึ้น ร่างยักษ์นั้นก็เดินถือดาบตรงเข้ามาพร้อมกับฟาดในมือลง ซอกจินที่เห็นดังนั้นทำได้เพียงยกแขนขึ้นป้องกันตัวทันที ระหว่างที่องครักษ์ทั้งสองกำลังวิ่งเข้ามาช่วย แทฮยองที่วิ่งเข้ามาใกล้กว่าใช้มีดสั้นที่ตกอยู่แถวนั้นมาขว้างใส่ตรงต้นคอด้านหลังร่างยักษ์ ก่อนที่ร่างใหญ่จะลงไปกองกับพื้นทำให้ดาบที่กำลังจะฟาดลงเต็มกำลังนั้นเฉียวแขนเล็กแทนที่จะฟันตัดแขนบาง
    "ไม่นะ! พี่จิน" แทฮยองตะโกนด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเข้าไปนั่งกอดพยุงซอกจินไว้ในอ้อมกอด เลือดสีสดมากมายไหลออกมาจากบาดแผลที่แขนเล็กนั้นอย่างน่ากลัว 
     ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่ว สติสัมปชัญญะสุดท้ายบ่งบอกว่าเห็นองครักษ์ทั้งสองเข้ามาเรียกให้เขาไม่หลับ ทันใดนั้นเสียงมากมายดังกึกก้องลั่น นักโทษและมือสังหารร่างยักษ์มากมายถอยหนีทันทีแต่ก็ไม่ทัน เสียงคำรามโหยหวนดังสนั่นทั่วท้องพระโรง ก่อนร่างใหญ่โตทั้งหมดจะล้มลงบนพื้น ดิ้นพล่านอย่างทุรนทุราย แล้วแน่นิ่งจมลงในกองเลือด ซอกจินพยายามเปิดเปลือกตาอันหนักอึ้งตามคำสั่งขององครักษ์และแทฮยอง บัดนี้ทั้งร่างไม่มีเรี่ยวแรงอีกแล้ว รับรู้เพียงเห็นจีมินวิ่งเข้ามาหาด้วยหยาดน้ำตานองหน้าและหยดน้ำตาของแทฮยองที่หยดลงมาบนใบหน้าเขา แทฮยองสะอื้นตัวโยนจนน่าสงสารเรียกเขาไว้ไม่ให้หลับ เขาได้แต่พยายามยิ้มตอบทั้งหมดไปว่าไม่เป็นอะไร แต่มันก็ยากลำบากเกินไป ด้านหลังจีมินปรากฏวรองค์สูงกำยำขององค์นัมจุนในชุดนักรบที่ทอดเนตรมายังเขา
     "เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง" สุรเสียงก้องกังวานเข้ามาในสติอันเลือนราง 
     ทุกอย่างเหมือนภาพฝัน ความเจ็บปวดยังคงอยู่เพียงบางเบา มีเพียงความชาเข้ามาแทนที่ จีมินลุกยืนหลบไปหายุนกิที่บาดเจ็บแทน ให้วรกายสูงใหญ่ย่อองค์ลงช้อนร่างบอบบางขึ้นจากอ้อมกอดแทฮยอง ซอกจินพยายามฝืนเงยหน้าขึ้นสานสบ ดวงเนตรคมสีดำดั่งนิลเนื้องามที่ปรากฏรอยสั้นไหวราวกำลังกลัว องค์นัมจุนทอดพระเนตรร่างบอบบางในอ้อมอุระ ทรงสัมผัสได้ถึงความอุ่นที่เริ่มซีดเย็นขึ้นทุกขณะ แรงกระเพื้อมไหวจากการหายใจอ่อนแรงลงทุกที...ทุกที
     พลันนั้นองค์ราชาก็ทรงตัดสินพระทัยโน้มพักตร์ลงประทับจุมพิตบนหน้าผากมน พร้อมรับสั่งเสียงแผ่วชิดหน้าผากร่างบอบบางในอ้อมกร
      "อย่ากังวลไป หมอกำลังมา ขอเพียงเจ้าอดทนหน่อย ได้ไหม หื้ม" ซอกจินหลับตาลงพลางพยักหน้า หัวใจในอุระซ้ายที่เขาซบอยู่นั้นกำลังเต้นแรงทะลุเกราะจนรับรู้ได้ หากแต่ก็ยังรับรู้ถึงความรู้สึกอ่อนโยนจากอ้อมกรที่โอบกายเขาไว้ มั่นใจทีเดียวว่าตนเองจะปลอดภัยจากอันตรายทั่งปวง ในความเลื่อนรางของสติที่ใกล้ดำดิ่งสู่ภวังค์ หูแว่วยินสุรเสียงทรงอำนาจดังอยู่ชิดหน้าผาก
     "อดทนไว้นะ เจ้าจะต้องไม่เป็นอะไรเด็กน้อย" ก่อนที่สติจะหายไปไม่รับรู้สิ่งใดอีก
     "คนที่บาดเจ็บจงไปรักษาตัว คนที่ไม่เป็นอะไรจงจัดการที่นี้ให้เรียบร้อย จีมิและแทฮยองพวกเจ้าไปดูแลสามีพวกเจ้าเถอะ ส่วนซอกจินข้าจะพาเขาไปดูแลเอง" องค์นัมจุนรับสั่งทันทีที่เห็นหมอหลวงวิ่งเข้ามา ทุกคนก้มหัวรับคำดำรัสทันที ก่อนวรกายใหญ่จะนำร่างแน่งน้อยในอ้อมกรเดินนำหมอหลวงขึ้นห้องอีกคนไป
     ใช้เวลาเพียงไม่เกินครึ่งชั่วโมง ท้องพระโรงที่เคยมีร่างไร้วิญญาณของนักโทษและมือสังหารถูกเก็บกวาดไปหมดพร้อมกับกองเลือดมากมาย จนดูเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน 
     "น่าแปลกนะขอรับฝ่าบาท ทั้งที่ได้รับรายงานมาพวกนักโทษและมือสังหารพวกนี้แหกคุกออกมาแล้วพากับหลบขึ้นไปทางฝั่งตะวันตก หากแต่ทรงพาทหารมือดีไปตามจับไม่พบแม้แต่เงา กลับเข้ามาก่อความวุ่นวายในปราสาทแทน เหมือนต้องการลวงฝ่าบาทออกจากปราสาท" องครักษ์ที่ยืนอยู่ข้างบัลลังก์สีทองฝั่งขวาอย่างยุนกิเอ่ยทูลด้วยความแคลงใจ
หลังจากให้ภรรยาทำแผลเสร็จก็รีบกลับมาช่วยทุกคนเก็บกวาดท้องพระโรง เหมือนมีทั้งโชคดีและร้ายกับเหตุการณ์เมื่อครู่ โชคยังดีที่ทั้งสามคนกลับมาจากทุ้งหลังปราสาทมาเจอพวกเขาเข้า จีมินเลยวิ่งออกไปตามพวกทหารในค่ายมาช่วยพวกเขา อีกทั้งขบวนออกรบขององค์ราชากลับมาพอดีจึงได้เข้ามาช่วยไว้ได้ทันก่อนที่จะมีใครล้มตายไป หากแต่ก็ยังมีความโชคร้ายที่ซอกจินได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเข้าช่วยพวกเขาและเพื่อปกป้องแทฮยอง เขาเข้ามาช่วยทั้งที่สู้ไม่เป็น ไม่ห่วงแม้แต่ตัวเองเพราะห่วงคนอื่นมากกว่า เด็กคนนั้นใสซื่อแสนดีเกินหาคำใดเปรียบเทียบได้ 
      "ข้ากำลังคิดว่าจะต้องมีใครอยู่เบื้องหลังการสังหารผู้คุมคุกใต้ดินและช่วยนักโทษกับมือสังหารแหกคุกแน่" องค์ราชาดำรัสเสียงเรียบ
     "เช่นนั้นกระหม่อมจะให้สายสืบเร่งสืบหาขอรับฝ่าบาท" องครักษ์โฮซอกที่ยืนข้างบัลลังก์ฝั่งซ้ายทูลบอก
     "เป็นอย่างไรบ้าง เรียบร้อยดีไหม" รับสั่งถามถึงอาการของคนตัวเล็กที่เข้าอุ้มไปส่งในห้องนอนเพื่อให้หมอหลวงจัดการต่อ หมอหลวงที่เดินเข้ามาในท้องพระโรงจึงก้มหัวทำความเคารพแล้วจึงทูลตอบ
     "อาการบาดเจ็บปลอดภัยดีแล้วพระเจ้าค่ะ ส่วนเรื่องบาดแผลแค่หมั่นเปลี่ยนสมุนไพรบ่อยๆจะไม่มีแผลเป็นแน่นอน กระหม่อมจัดยาสมุนไพรต่างๆไว้เรียบร้อยแล้ว แค่พักผ่อนและทานยาอย่างต่อเนื่องก็จะหายดีพระเจ้าค่ะ" องค์ราชาพยักพระพักตร์รับ หมอหลวงจึงก้มหัวโค้งลาแล้วเดินออกไป 
    "เหล่าผู้ดูแลล่ะ" รับสั่งถามถึงจีมินและแทฮยอง กับเหล่าองครักษ์ แต่หฤทัยกลับกระหวัดนึกถึงใบหน้านวลหวาน ตลอดเวลาหลายวันยามเสด็จขึ้นไปตามจับนักโทษและมือสังหารที่ฝั่งตะวันตก หลายครั้งทรงหวนนึกถึงความอบอุ่นของร่างบอบบางในอ้อมกร
      แม้ตลอดพระชนยี่สิบหกชันษาจะชาชินกับความตายของใครๆแต่นี้เป็นครั้งแรกที่ทรงปรารถนาไม่ให้ความตายไหลคืบคลานหาคนผู้นี้
     "คลุกตัวดูแลจินอยู่ขอรับฝ่าบาท" ยุนกิทูล
     "จิน?" ขนงเข้มเลิกสูงอย่างแปลกพระทัยกับคำเรียกขานที่องครักษ์ทั้งสองมีต่อซอกจิน
     "ซอกจินบอกให้เรียกเขาเหมือนคนธรรมดาขอรับ ไม่ให้มีคำว่าท่านนำชื่อพวกกระหม่อมเลยติดปาก" คำกราบทูลของโฮซอกองรักษ์มือซ้ายจุดรอยแย้มสรวลบางเบาแต้มอยู่ตรงมุมโอษฐ์
      "ช่างไม่ถือตัวเสียจริง เด็กน้อย" รับสั่งสุรเสียงเรียบเบาๆ หากแต่องครักษ์ที่ยืนขนาบเคียงข้างบัลลังก์ทั้งหันมองหน้ากันอย่างงุนงง องค์ราชาที่แสนเย็นชาดุจฤดูหนาวของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก นับตั้งแต่ซอกจินมาอาศัยอยู่ที่นี้ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เมืองแห่งความตายแห่งนี้คงดูสดใสขึ้น ยิ่งหากซอกจินผู้แสนบริสุทธิ์ดั่งแก้วใสผู้นี้เป็นองค์ราชินีเคียงข้างกษัตริย์ทิศใต้แห่งนี้ องค์ฝ่าบาทคงมีชีวิตชีวามากขึ้น
       อาการบาดเจ็บของซอกจินค่อยๆดีขึ้นแบบก้าวกระโดด จนกระทั่งวันที่สาม ยามนี้แผลที่แขนเรียวเริ่มหายดีจนขยับแขนได้แล้ว
       "พี่จินต้องกินอาหารกับสมุนไพรมากๆนะครับ พี่รู้ไหมพี่โฮซอกขึ้นไปฝั่งตะวันตกเพื่อหามาให้พี่โดยเฉพาะเลยนะครับ" แทฮยองบอกเมื่อเห็นซอกจินวางช้อนลง ทุกวันแทบจะตลอดเวลาทั้งจีมินและแทฮยองนั้นอยู่ดูแลซอกจินตลอดทุกเรื่อง ซอกจินยังทำอะไรเองไม่ได้เพราะยังเจ็บแขนอยู่ ส่วนเหตุผลอีกอย่างเพาระพวกเขาปล่อยให้พี่จินเจ็บตัวเพื่อแทฮยอง ซุปในถ้วยกระเบื่องสีขาวสะอาดยังเหลืออยู่กว่าครึ่ง เหมือนกับในทุกครั้งที่นำมาให้ทาน ซอกจินเพียงฝืนยิ้มหวานมาให้แทฮยองแทน เขาพะอืดพะอมเกินกว่าจะฝืนทานต่อจนหมดจริงๆ
      "พี่อิ่มแล้วจริงๆครับแท" ซอกจินเอ่นบอกเสียงหวานมือข้างที่ไม่เจ็บยกขึ้นลูบผมนิ่มของแทฮยองที่นั่งอยู่บนเตียงนอนด้านข้าง แทฮยองได้ทีก็ซุกซบหัวลงบนหน้าท้องแบนราบของคนพี่
      "พี่จินรู้ไหมว่าครับ ว่าหลายวันมานี้ พี่ยุนกิกับพี่โฮซอก รวมทั้งทหารหลายนายแวะเวียนกันหาสมุนไพรมาให้พี่เยอะมากจนจีมินต้องห้ามไม่ให้เอามาให้กันแล้วนะครับ" จีมินที่เดินมาเอาถ้วยซุปไปเก็บยื่นสมุนไพรให้คนพี่ดื่ม ก่อนจะยื่นแก้วน้ำให้ เมื่อเก็บของเสร็จก็เดินขึ้นเตียงอีกข้างแล้วซบหน้าลงบนหน้าท้องแบนราบข้างๆแทฮยองด้วย 
      "อ้อนกันใหญ่เลยนะ" ซอกจินเอ่ยเสียงหวาน พลางยกมือลูบหัวเด็กหนุ่มทั้งสอง สองคนที่ปกติขี้อ้อนอยู่แล้ว ช่วงนี้ยิ่งอ้อนเข้าไปใหญ่ ซอกจินก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงชอบเข้ามาอ้อนเข้ามาคลอเคลียร์เหมือนลูกแมวอยู่เรื่อย นับตั้งแต่ที่ซอกจินคนนี้ไม่สนใจชีวิตตัวเอง ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยแทฮยอง โฮซอก และทุกคนในท้องพระโรงวันนั้น จีมินและแทฮยองที่รักซอกจินอยู่แล้วยิ่งรักอีกคนเสียจนไม่รู้จะรักอย่างไร โฮซอกและยุนกิที่รับรู้ถึงเรื่องนี้ จึงทำทุกอย่างแม้จะต้องขึ้นไปหาสมุนไพรที่ฝั่งตะวันตกก็ทำเพื่อตอบแทนกับสิ่งที่ซอกจินทำไว้ รวมถึงพวกทหารต่างๆที่รับรู้ถึงเรื่องนี้ด้วย
     "ขอบคุณนะครับพี่จิน ที่ช่วยชีวิตแท และทุกคนไว้" แทฮยองเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง ทำให้ซอกจินที่ฟังยิ้มออกมา
     "เพราะมันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว ถ้าพี่ไม่ล้อพวกนั้นไว้ แทก็อาจโดนทำร้ายนะสิ" ซอกจินบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
    "เพราะพี่แสนดีแบบนี้ไงครับ พวกผมถึงได้รักพี่จนไม่รู้จะรักยังไงแล้ว" แทฮยองพูดพลางกอดคนพี่แน่นขึ้น
    "ใช่ ดีนะครับที่ฝ่าบาทเสด็จกลับมาทัน ไม่เช่นนั้นพวกเราเองก็ไม่รู้จะเป็นยังไง" คำพูดของจีมินทำให้ซอกจินหวนนึกไปถึงสัมผัสก่อนจะหมดสติไป เขารับรู้ถึงอ้อมกอดของกษัตริย์ทิศใต้ ไยองค์ราชาทิศใต้ที่ใครๆต่างบอกว่าน่ากลัว ถึงประทานความอบอุ่นแก่เขาถึงเพียงนี้..
     ท่ามกลางความรู้สึกหวามไหวระคนไม่แน่ใจ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นแทรกความเงียบ จีมินเป็นคนลุกเดินไปเปิดประตู
     "ฝ่าบาท เสด็จกลับมาแล้วจิน พระองค์มีพระประสงค์จะมาเยี่ยม จึงให้พี่เข้ามาบอกเราก่อน" เป็นโฮซอกที่เดินเข้ามาบอก
     "เดี่ยวผมลงไปเข้าเฝ้าองค์ราชาเองดีกว่าครับ" ซอกจินที่ลุกขึ้นนั่ง เอ่ยบอกน้ำเสียงเป็นกังวล 
     "ดื้อเสียจริง" วรองค์กำยำใต้ฉลองพระองค์สีดำขององค์นัมจุนเดินเข้ามา ก่อนจะเอ่ยสุรเสียงดุแต่แฝงด้วยความเอ็นดู สายเนตรจดจ้องดวงหน้าหวานนวลในชุดเดรสแขนยาวสีฟ้าอ่อนนิ่งอยู่หลายนาที ก่อนจะสาวพระบาทตรงเข้ามาใกล้ แทฮยองลุกออกไปยืนข้างจีมินที่ยืนอยู่ใกล้ประตู กับอีกสององครักษ์ จีมินและแทฮยองต่างก้มหัวโค้งทำความเคารพ เมื่อซอกจินเห็นท่าทีของทั้งสอง ก็พยายามลุกขึ้นจะโค้งหัวตาม แต่ความชาแล่นแปลบบริเวณขาเพราะที่กึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหัวเตียงเมื่อกี้ ทำให้ซอกจินกือบเสียหลักหน้าคะมำ พลันท่อนแขนกำยำประคองรั้งเอวบางไว้ได้ทัน
     "วันนี้เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ดูยังแข็งแรงขึ้นเท่าไรเลยนิ" รับสั่งถามสุรเสียงเรียบขณะประคองร่างบอบบางอีกฝ่ายให้กึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหัวเตียงเหมือนก่อนหน้าไว้ ทว่าพระทัยกลับเจือรอยหงุดหงิดอย่างไม่อาจห้ามได้ เมื่อวรกายกำยำนั่งลงบนเตียงนิ่มข้างซอกจิน ทั้งสี่คนที่ยืนอยู่ใกล้ประตูก็โค้งหัวเล็กน้อยแล้วเดินออกจากห้องนอนไปโดยไม่ลืมปิดประตู 
     องค์นัมจุนทรงวางหัตร์ลงบนศรีษะทุยสวยที่เปียผมไว้เรียบร้อย แล้วลูบขึ้นลงเบาๆราวเอ็นดู
     "ผมไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆครับ คุณไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ เอ่อ..ขอรับฝ่าบาท" รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นบนดวงหน้างามละไม ทูลเสียงตะกุกตะกักเพราะไม่คุ้นชินกับการใช้คำราศัพท์
     "ต่อไปก็อย่าซนอีกรู้ไหม เจ้าตัวแค่นี้ เกิดอะไรขึ้นมากกว่านี้จะทำเช่นไร" สุรเสียงดุดันรับสั่งราวกับเขาเป็นเพียงเด็กน้อยไรเดียงสา แต่ถ้อยดำรัสถัดมากลับบ่งชัดถึงพระเมตตาขององค์ราชาผู้ยิ่งใหญ่
      "ถ้าเจ้าไม่ชินกับคำราชาศัพท์ก็ไม่จำเป็นต้องใช่หรอก คำพูดสวยหรูไม่อาจวัดความภักดีจากหัวใจผู้ใดได้" ซอกจินเงยหน้าขึ้นสบดวงเนตรคมดุดันอย่างไม่แน่ใจ
      "คุณดีต่อผมเหลือเกิน" เนตรสีดำมีแววไหววูบเล็กน้อยยามรับสั่ง
      "เพราะเจ้าแสนดีกับทุกชีวิตก่อนต่างหาก ข้ารู้เรื่องที่เจ้ายอมเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงเพื่อแทฮยองและเหล่าทหารแล้ว" ถ้อยดำรัสขององค์ราชาทำให้ซอกจินแปลกใจ เมื่อดำรัสต่อมาว่า
      "ตัวข้าเองก็เคยได้เจ้าช่วยไว้เช่นกัน" 
      "ผมเนี้ยนะครับเคยช่วยคุณ" 
      "ครั้งหนึ่งเราเคยพบกัน ที่บ่อน้ำท้ายหมู่บ้านที่เจ้าอาศัยอยู่" ซอกจินขมวดคิ้วกับถ้อยดำรัสแสนแปลก ยังไม่ทันถามต่อ องค์ราชาก็ทรงเอื้อมหัตถ์มาตรงหน้า..หัตถ์ทั้งสองทาบลงบนแก้มนวล เพียงปลายดัชนีสัมผัสผิวนวลแผ่วเบาทะนุถนอม พลันนั้นก็หวนนึกถึงใบหน้าชายปริศนาที่ตัวเองช่วยไว้ซ้อนทับกับใบหน้าหล่อคมเบื้องหน้า เค้าโครงแจ้งชัดแก่หัวใจเป็นครั้งแรก..ใบหน้าของบุรุษปริศนานั้นเป็นพิมพ์เดียวกับพักตร์ขาวคมเข้ม 
      เพียงไร้หนวดเคลากับผมหน้าม้าที่ถูกตัดสั้นขึ้นก็จำไม่ได้เชียวเหรอซอกจิน วินาทีนั้นดวงหน้าหวานแดงก่ำขึ้นอย่างระงับไม่อยู่ เมื่อหวนนึกถึงสัมผัสร้อนรุ่มที่เคยบดคลึงเคลิบเคลิ้มอยู่บนริมฝีปากเขา ซอกจินผงะถอยหลังออกจากหัตถ์อุ่นทันที อายจนต้องก้มหน้างุดหลบยามพึมพำถามเสียงอ่อย
      "คุณไม่ใช่แค่นายทหารนักรบเหรอครับ แล้ว ทำแบบนั้นทำไมกันค" นี้ตัวเขามององค์ราชาแห่งทิศใต้เป็นแค่ทหารหรอกหรอ ซอกจิน
      แบบนั้นคือแบบไหน.. คงมีเพียงองค์ราชาเท่านั้นที่ทรงรู้ องค์นัมจุนทรงขยับเข้าใกล้พลางทอดเนตรคนที่ก้มหน้างุด รอยแย้มสรวลแต่งแต้มขึ้นตรงมุมโอษฐ์ยามก้มองค์ลงไปใกล้ แล้วกระซิบตอบ
     "ข้าแค่ขอยาเพื่อช่วยร่างกายฟื้นตัว เจ้าคงไม่โกรธข้าหรอกใช่ไหม" โกรธหรอ? ซอกจินเองก็ไม่แน่ใจนักว่าความรู้สึกนั้นรืออะไร แต่มันไม่ได้ใกล้เคียงความไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งยามหวนนึกถึงสัมผัสอบอุ่น มันยิ่งทำหัวใจเขาเต้นแรงขึ้น..แรงขึ้น แรงเสียจนคิดว่าหัวใจในอกอาจหลุดออกมาอยู่เบื้องหน้าองค์ราชาก็เป็นได้
     "เอ่อ..ถ้ามันช่วยให้คุณดีขึ้นได้.." จะพูดว่ายินดี..เขาก็กระดากเขินเหลือเกิน สุดท้ายเลยเอ่ยค้างไว้เพียงเท่านั้น ไม่กล้าแม้แต่เงยสบพระเนตร
     "มันช่วยข้าได้มากเลยทีเดียว วันนั้นข้ามีแรงกลับปราสาทได้ก็เพราะเจ้าช่วยไว้เลยนะ" สุรเสียงทรงพลังทว่านุ่มลึกดังอยู่ใกล้ศรีษะเขา ซอกจินรู้สึกเหมือนวรองค์สูงใหญ่จะเขยิบเข้าใกล้มากขึ้นแทบชิดตัวเขา จนได้กลิ่นหอมเย็นจางๆจากฉลองพระองค์ลอยผ่านมาแตะปลายจมูก คราวนี้ซอกจินขยับตัวอย่างอึดอัด ไม่แน่ใจเสียแล้วว่าสมควรทำตัวอย่างไรถึงจะถูก จะถอยหนีก็เกรงจะทรงดำริว่าเขารังเกียจ แต่จะเขยิบเข้าใกล้กว่านี้หัวใจคงวายเพราะอัตราการเต้นของหัวใจที่แทบจะหลุดออกมานอกอก
      "ผมคิด..เป็นห่วงคุณมาตลอด กลัวคุณจะไปเจอกับคนที่ทำคุณเจ็บ" เพราะรู้สึกว่ายิ่งเงียบ เขาก็ยิ่งคิดไปไกล ซอกจินเลยตัดสินใจบอกความคิดตนเอง พลางแหงนหน้าขึ้นมองพระพักตร์
      "ไม่เจอหรอก เจ้าอย่ากังวลไปเลย" ซอกจินแปลกใจกับรับสั่งขององค์ราชา เพราะเขาไม่คิดว่าองค์ราชาของทิศใต้จะถูกใครทำร้ายได้ง่ายๆ
      "ทำไมวันนั้นคุณถึงถูกทำร้ายครับ" ถามด้วยสีหน้ากังวล
      "พวกฝั่งตะวันออกนะ" 
      "ครับ?" 
      "อย่าใส่ใจเลยเด็กน้อย เจ้าควรพักผ่อนต่อ ยังไม่หายดีเลยนิ" 
      "ครับ" ซอกจินรับคำโดยไม่เอ่ยถามต่อ เพราะองค์ราชาเปลี่ยนเรื่องคุยคงไม่อยากให้ตัวเขารับรู้
      "นอนเถอะ" ทรงเขยิบออกห่างชิดริมเตียงนอนหลังใหญ่สีดำกว้าง แสงสีส้มนวลจากคบไฟบนผนังช่วยส่องให้เห็นห้องนอนสีดำทองแห่งนี้ไม่ให้มืดมิดเกินกว่าสายตาจะมองเห็น แม้จะเป็นเวลากลางวันก็ยังคงดูมืดมัว องค์นัมจุนทรงกวาดเนตรไปรอบๆห้องก่อนหยุดนิ่งทอดมองดวงหน้าหวานงามละไม
     "ห้องเจ้ามืดเกินไปรึเปล่า" เอ่ยถามสุรเสียงคล้ายเป็นห่วง
     "ไม่นะครับ" 
     "อยู่ได้ใช่ไหม" รับสั่งอีกครั้งเพื่อแน่พระทัยว่า เด็กน้อยจะไม่หวาดกลัวเกินไปเมื่อต้องอาศัยอยู่ในปราสาทสีทะมึน..สักระยะใหญ่
     "ได้ครับ ผมชินแล้ว แค่คุณยกห้องนี้ให้ผมอยู่ก็มากเกินพอแล้วครับ" คำตอบแข็งขันที่เจือความถ่อมตัว ช่วยคลายความกังวลในพระทัยลง เจ้าช่างดีเหลือเกิน เด็กน้อย..ของข้า ทรงวางหัตถ์บนศรีษะทุยสวย สัมผัสแผ่วเบาตามเส้นผมอ่อนนุ่ม ก่อนจะเอื้อมดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นกระชับให้อีกฝ่าย 
      "ปราสาทอาจะทะมึนเกินไปสำหรับความอ่อนหวานเช่นเจ้า แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะทำตัวให้ชินสักหน่อย ปราสาทหลังนี้มีทั้งผู้ดูแล องครักษ์ทั้งสอง และนายทหารอีกมากมาย รวมถึงตัวข้าเอง จากนี้ไป จะไม่มีอันตรายใดๆทำร้ายเจ้าได้อีก เด็กน้อย.." ทรงให้สัญญาก่อนวรองค์สูงใหญ่จะลุกเดินลับหายออกไปจากห้อง ซอกจินผ่อนลมหายใจยาว ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวหรือเป็นกังวลแม้แต่น้อย ไม่รู้สิ เขาคงเริ่มชินกับปราสาทสีทะมึนขึ้นมาแล้ว
...บางทีสีทะมึนก็ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป











Talk  กับ หมอหนังสือ


Hi นักอ่านที่รัก และคนที่เพลอหลงเข้ามาที่มุมห้องสมุดที่หมอเฝ้าอยู่ ในที่สุดก็จบไปอีกหนึ่งตอนถ้วนกับ หนังสือเล่นแรก เรื่อง ดั่งดวงใจกษัตริย์  เป็นไงกันมั้งง่ะ ขออภัยในความล่าช้าจริงๆ โอเคหมอไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ หมอแอบอู้ไปดูคอนมานี้แหละ เอาเป็นว่าหมอขอโทษษษษ หมอว่าหมอมั่วกับตอนนี้อีกแล้วนะ เห้อ สำหรับคำผิดนั้นหมอแก้ตัวแล้วนะ เขียนองครักษ์ผิดแบบไม่น่าให้อภัยจริงๆ อันนี้หมอบอกเลยว่า กราบขอโทษด้วยจริงๆ ถ้ายังตกหล่นตรงไหนก็โปรดเมตตาหมอด้วย หมอผิดไปแล้ว ในส่วนของพระเอกและนายเอกของเรานั้น มม.มีน้อยแต่มีนะมากอ่ะ ได้โปรดอดใจรอหน่อยเพราะเดี่ยวตอนหน้าเขาจะมี มม.แบบหวานหยาดเยิ้มให้ทุกคนได้หวีดแน่นอนคะ (ใครที่ไปคอนแล้วได้ยินเสียงบอกรักป๋าแบบดังมากก็ไม่ต้องตกใจนะ หมอเอง ป๋าหล่อจริงๆแก โฮ้กก) แล้วก็เหมือนเดิม ใครมีอะไรที่อยากบอก อยากแนะ ก็บอกกัน แนะกันได้ตามสบายเลยนะ ไม่ว่าอะไรเพราะ หมอฉีดยาแล้วไม่กัดๆ Bye Bye see you เจอกันในตอนหน้าเมื่อนักอ่านทุกคนต้องการ 


หนังสือเล่มที่ I : ดั่งดวงใจกษัตริย์ Namjin
@mininrn 
#มุมห้องสมุด

     



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

60 ความคิดเห็น

  1. #42 mookzee2 (@Mookzee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 00:38
    ทรงอ่อนโยนกับเจ้ากวางน้อยเหลือเกินเพคะ TT
    #42
    0
  2. #28 SpT_9293 (@Kp_4730) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 23:06

    อ่านแล้วอบอุ่นหัวใจมากค่ะ อ่านไปเขินไป(บิดดด)
    #28
    0
  3. #27 NAMFON2663 (@NAMFON2663) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 19:02
    แง้ หวานมากกกกกกก เขินไพหมดแร้วว
    #27
    0
  4. #26 kristkatt (@kristkatt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 18:37
    ชอบมากๆเลยค่ะ

    ฟิคนัมจินในเเบบที่ชอบเเละหามานาน
    #26
    0
  5. #25 ice-Army (@ice-Army) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 00:03
    หนูเขินนนนน แงงงงงงงงรอนะคะ ชอบมากๆๆๆๆติดตามตลอด
    #25
    0
  6. #24 Luckynam (@luckyaudsugnean) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 23:40
    พี่หมอคะ น้องอยากอ่านต่อแล้ว มาอัพต่อเลยนะคะ 😭😭😭 ติดงอมแงมเลยอ่าา หาอ่านแนวนคู่นี้มานาน จนมาเจอนี้แหละ สนุกมากเลยคะ ชอบบง อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆเลย ไฟท์นะคะ
    #24
    0
  7. #23 meepooh-SoNgW (@meepooh-snw) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 20:38
    พี่จินของน้องงงงงง

    ทำไมถึงได้บริสุทธิ์สดใสขนาดนี้กันนะ ใครๆก็เอ็นดู โดยเฉพาะคุณราชา >\\\\<
    ตอนหน้าจะหวานแหวว งื้อออออ มาแล้วฉากสวีทที่รอคอย~~

    หรือว่าจกุกจะเป็นคนที่จะมาแย่งพี่จินกันนะ(?) หรือจริงๆแล้วพี่จินเป็นพี่ชายของจกุกที่เป็นราชาอีกคนงี้ อืมมมมม

    รอตอนต่อไปนะคะ
    รอบทน้องกุกด้วย 55555

    เลิฟไรท์เตอร์
    #23
    0
  8. #20 Reajinkim1 (@Reajinkim1) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 11:00
    ละมุนตุ่นสุๆดไพเรย กึ้ดดดดดดดดดด
    #20
    0
  9. #19 fk1212 (@kikdora) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 00:32
    องค์ราชาทำไมถึงอ่อนโยนและอบอุ่นกับซอกจินได้ขนาดนี้นะๆๆ -/////- ฮืออ ซอกจินกฌคนดีมากๆ เหมือนแก้วใสๆ น่ารักมาก คนดีของน้อง ToT
    #19
    0