รักนี้เธอเลือกใคร?

ตอนที่ 3 : แว่นสีชา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 132
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 ต.ค. 59

เปลวไฟที่กำลังจะเผาร่างของหญิงทั้งสอง ถูกแช่แข็งด้วยพลังพิเศษของผู้มาเยือน ร่างบางทั้งสองเป็นอิสระจากการถูกพันธนาการ ท่ามกลางเหล่าชาวบ้านที่ต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้า ผู้ที่มาช่วยพวกเธอคือหญิงสาวสามพี่น้องและผู้มาเยือนปริศนา

“พวกคุณไม่เป็นอะไรใช่มั๊ยคะ” มายาถามขึ้นในขณะที่อุ้มโรบินไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง

“ฉันไม่เป็น ขอบคุณมากนะ”โรบินค่อยๆลืมตามองหน้าผู้ที่ช่วยเธอไว้แล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง

“พวกเจ้ารู้ได้ยังไงกันว่าพวกเรากำลังอยู่ในอันตราย”แฮนค็อกที่ถูกประคองโดยมาเรียถามบ้าง

“ท่านพี่มายากินผล จีโตะ จีโตะ เข้าไปเลยสามารถใช้พลังจิตระบุตำแหน่งของคนที่เคยพบได้ พวกเราเลยสามารถรู้ได้ว่าพวกคุณโรบินกำลังต้องการความช่วยเหลือค่ะ”

      “พวกเราสามคนขี้ขลาดเกินกว่าจะมากันเอง แต่เพราะคุณทหารเรือตัวสูงๆที่บังเอิญเดินเข้ามาในโรงแรมบอกว่าจะมาเป็นกำลังหนุนให้พวกเราเลยกล้ามาช่วยพวกคุณนี่แหละค่ะ”

      “ทหารเรือ...ตัวสูงๆหรอ”โรบินถามด้วยความสงสัย

      “ค่ะชายคน น....นั้นไงคะ” มาเซลหยุดการพูดไว้เพียงแค่นั้นเมื่อมองไม่เห็นทหารเรือร่างสูง

      “เรากลับไปโรงแรมก่อนเถอะค่ะ”มายาเอ่ยขัดขึ้น ก่อนที่ทั้ง5คนจะเดินมารวมตัวกันแล้วหายแวบไปในช่วงพริบตา

ณ โรงแรม

“เมื่อกี๊มันอะไรกันทำไมจู่ๆก็มาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ”แฮนค็อกถามด้วยสีหน้าที่มึนงงเมื่อจู่ๆเธอก็วาบจากกลางฝูงชนมายังห้องโถงในโรงแรม

“ฉันกินผลวาโตะ วาโตะเข้าไป เลยทำให้สามารถไปที่ไหนก็ได้ในระยะ10เมตรค่ะ”มาเรียคลายข้อสงสัยของแฮนค็อกทันที

ในขณะที่สามพี่น้องกำลังทำแผลให้โรบินและแฮนค็อกอยู่นั้น ภายใต้ความมืดได้มีเงาของผู้มาเยือนลึกลับ เงาของร่างสูงปรากฏขึ้นหลังโซฟาที่พวกโรบินนั่งอยู่

“ชอบทำอะไรเสี่ยงๆไม่เปลี่ยนเลยนะเธอเนี่ย”เสียงทุ้มต่ำที่แฝงความเอื่อยเฉื่อยของเจ้าของเงาลึกลับ เอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น โรบินหน้าถอดสีทันทีที่ที่ได้ยินเสียงนั้นเพราะเธอรู้ได้ทันทีว่าเจ้าของเสียงคือใคร

“อ...อาโอคิยิ คุซัน”โรบินพูดชื่อเจ้าของเสียงออกมาด้วยอาการที่หวาดกลัว พร้อมกับค่อยๆหันหลังไปหาเจ้าของเสียง

“โตมาเป็นผู้หญิงที่สวยน่าดูเลยนี่ นิโค โรบิน”ชายร่างสูงผิวแทนผมสั้นหยิกสีดำสวมแว่นทรงกลมสีชาในชุดพลเรือเอกนามว่าอาโอคิยิ คุซันพูดอย่างใจเย็นก่อนจะเดินไปหาโรบินที่นั่งอยู่อย่างช้าๆ

แฮนค็อกที่สังเกตอาการของโรบินมาตลอดรีบคว้ามือของโรบินมาจับไว้แล้วกอดเธออย่างแน่นเพื่อให้เธอรู้สึกปลอดภัย ตัวของโรบินนั้นเย็นเฉียบราวกับว่าตัวเธอนั้นถูกแช่ด้วยน้ำแข็งของคุซันเรียบร้อยแล้ว

“เธอคือโบอา แฮนค็อกสินะเธอสองคนเป็นเอ่อ...เป็นนั่นกันสินะ พวกนักดนตรีเนี่ย”คุซันพูดอย่างงงพลางมองมาที่แฮนค็อกที่กำลังกอดโรบินอยู่

“ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้! ถ้าอยากจะจับฉันก็เข้ามาเลยสิ!โรบินพูดอย่างดึงดันและลุกขึ้นยืนในท่าพร้อมสู้

“อย่าโหดร้ายนักสิพี่สาว วันนี้ฉันไม่ได้จะมาจับใครหรืออะไรทั้งนั้นแค่บังเอิญเดินละเมอมาก็เท่านั้นเอง”คุซันพูดอย่างขอไปทีก่อนจะนั่งลงบนโซฟาที่เหลืออีกตัว ทำให้โรบินหยุดการต่อสู้ไว้และค่อยๆนั่งลงดังเดิม

“น..นี่มันเรื่องอะไรกันน่ะ โรบิน”แฮนค็อกที่ยังคงไม่เข้าใจกับเห็นการณ์ตรงหน้าถามขึ้น

“ม..ไม่มีอะไรแค่เห็นว่าเป็นทหารเรือเลยกลัวว่าเขาจะมาจับพวกเราน่ะ”โรบินตอบปัดทันที

“คุณคุซันคะ เรื่องเมื่อครู่ขอบคุณมากนะคะถ้าไม่ได้คุณพวกฉันก็คงไม่กล้าไปช่วยพวกคุณโรบิน”มายากล่าวอย่างสุภาพกับผู้มีพระคุณ

“อืม..ไม่เป็นไรฉันทนเห็นสาวสวยอกสะบึมเป็นอันตรายไม่ได้หรอก แล้วก็เมื่อกี๊ฉันอธิบายเรื่องผู้มีพลังพิเศษให้ชาวบ้านฟังแล้ว ต่อจากนี้พวกเธอก็ไม่ต้องหลบซ้อนอีกแล้วนะ”คุซันพูดหน้านิ่งพลางเอานิ้วชี้เกาที่แก้มตัวเองแต่สายตาของเขาก็ยังจ้องมองโรบินอย่างไม่ละสายตา

เมื่อเรื่องทุกอย่างจบลงพวกชาวบ้านได้ให้เรือเดินทางหนึ่งลำพร้อมอาหารแก่พวกโรบินเพื่อเป็นการขอโทษที่พวกเขาเกือบจะเผาพวกเธอ เรือที่พวกชาวบ้านให้มานั้นเป็นเรือลำเล็กที่มีหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องน้ำและพื้นที่ว่าบริเวณกลางลำเรือถึงจะเป็นเรือขนาดเล็กแต่ดูแข็งแรงทนทาน พวกโรบินที่ออกเดินทางต่อมาจนค่ำได้ตัดสินใจที่จะหยุดพักกลางทะเลก่อนที่จะเดินทางต่อในตอนเช้า

“โรบิน เจ้ากับทหารเรือคนนั้นมีเรื่องอะไรกันมาก่อนหรอทำไมเจ้าถึงได้มีท่าทางหวาดกลัวขนาดนั้น”แฮนค็อกในชุดเสื้อกล้ามสีเทาและกางเกงขาสั้นสีแดงที่กำลังนั่งหวีผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนของเรือถามโรบินที่นอนคว่ำอ่านหนังสืออยู่บนเตียงด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่ในห้องเดียวกัน

“ไม่มีอะไรหรอก ...... ฉันขอออกไปสูดอากาศก่อนนอนหน่อยนะ”โรบินตอบปัดก่อนจะลุกเดินออกไปจากห้อง แฮนค็อกที่ได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้ถามต่อหรือเซ้าซี้แต่อย่างใด

โรบินเดินขึ้นมาที่หัวเรือ แหงนหน้ามองดวงดาวก่อนจะนึกย้อนถึงเรื่องในอดีตของตน

เมื่อหลายปีก่อน

“เซาโร!หนีไปกับฉันนะอย่าปล่อยฉันไว้คนเดียว”เด็กหญิงตัวเล็กผมดำเจ้าของนัยน์ตาสีเขียวน้ำทะเล พูดกับเพื่อนเผ่าคนยักษ์ที่ท่อนล่างถูกแช่แข็งอยู่กับพื้น ท่ามกลางเสียงปืนใหญ่จากเรือรบของกองทัพเรือที่กระหน่ำยิงมายังเกาะที่เด็กหญิงอยู่อย่างไม่ยัง

“หนีไปซะ โรบิน และจงจำไวอย่าให้รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าของเธอ เดชิชิชิชิชิ”เสียงสุดท้ายของเพื่อนเพียงคนเดียวของเด็กหญิงค่อยๆหายไปและแทนที่ด้วยเสียงระเบิดมากมาย เด็กหญิงวิ่งสุดกำลังไปยังเรือแต่ก็ไม่ทันเรือลำนั้นได้ออกไปเสียแล้ว

“ขึ้นเรือนั่นไปซะ ไปตามทางที่ทำไว้แล้วเธอจะรอด”ชายร่างสูงสวมแว่นสีชา บอกกับเธอก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในกองเพลิง เธอวิ่งไปยังเรือพายลำเล็กและพายออกจากเกาะที่กำลังจะจมโดยที่ไม่หันหลังกลับมามอง เบื้องหน้าของเธอ เธอเห็นเรือที่เพิ่งออกจากเกาะถูกปืนใหญ่ยิงและจมในทันที เธอเป็นเพียงคนเดียวที่รอดจากเหตุการณ์นั้นมาได้ เกาะที่จมไปนั้นคือเกาะโอฮาร่าเกาะที่ศึกษาอักษรโบราณ เมื่อคนในเกาะตายหมดคนที่สามารถอ่านอักษรโบราณได้จึงมีเพียงเธอเท่านั้น เธอถูกตั้งค่าหัวและถูกเหล่าคนที่ต้องการประโยชน์จากเธอตามล่า เธอจึงหนีหัวซุกหัวซุนและใช้ชีวิตอย่าหลบๆซ่อนๆกับพวกโจรสลักมากมายและถึงแม้นว่าจะถูกหักหลังเธอก็สามารถรอดตายมาได้ตลอด  จนเมื่อเธออายุได้ประมาณ18ปีเธอได้พบกับทหารเรือคนหนึ่ง นามว่าอาโอคิยิ คุซํน เขาและเธอรู้จักกันตอนที่กลุ่มโจรสลัดที่เธอเข้าร่วมถูกจับ ในครั้งนี้เธอหนีไม่ทันและถูกจับกุม ผู้ควบคุมครั้งนี้คือ คุซัน ในระหว่างนำตัวไปยังที่คุมขัง เขาและเธอได้พูดคุยกันจนสนิทสนมและเกิดเป็นความรัก คุซันปล่อยโรบินจากการจับกุมเขาและเธอเดินทางไปยังที่ต่างๆด้วยกันมากมาย เธอรักเข้าหมดหัวใจและเชื่อในตัวเขา จนกระทั่งเขาและเธอเดินทางมาที่เกาะของเหล่ามังกรฟ้าและรัฐบาลโลก เขาหักหลังเธอด้วยการส่งตัวเธอให้กับเหล่ามังกรฟ้าและรัฐบาลเพื่อแรกกับตำแหน่งพลเรือเอก เพราะสำหรับรัฐบาลนิโค โรบินมีค่ามากในการคืนชีพอาวุธโบราณ

“ทำไม ทำไมคุณทำกับฉันแบบนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันยอมให้คุณทุกอย่างทั้งความเชื่อใจ ทั้งร่างกาย ทั้งหัวใจ! ทำไมกัน...อาโอคิยิ คุซัน”เสียงคร่ำครวญของหญิงสาวที่แม้จะเจ็บปวดเพียงใดก็ไม่อาจส่งถึงจิตใจที่เยือกเย็นของพลเรือเอกได้เลย

หญิงสาวถูกทรมานในโรงงานนรกนานแรมวันแรมเดือนแรมปีความรักเปลี่ยนเป็นความแค้นและจางหายไปตามกาลเวลา แต่แผลเป็นของความเจ็บปวดไม่ว่าจะนานเพียงใดก็ไม่สามารถลบมันออกจากใจเธอได้อีกเลย

 

ในขณะที่โรบินกำลังนึกถึงอดีตของตนนั้นไม่ทันระวังตัวแม้นแต่น้อย ร่างสูงเดินเข้ามาหาโรบินจากทางด้านหลังอย่าแผ่วเบาก่อนจะสวมกอดเธอจากด้านหลังอย่างรวดเร็วและรุนแรง

“ค...คุซันปล่อ...!คำพูดของโรบินถูกปิดด้วยริมฝีปากหยาบหนาของคุซัน โรบินดิ้นรนสุดกำลังแต่ก็ไม่อาจสูงแรงของร่างสูงได้ เธอเม้มปากไว้อย่างสุดแรงเพื่อไม่ให้ชายตรงหน้ารุกล้ำไปมากกว่านี้

“มากับฉันซะ!นิโค โรบิน”คุซันถอนจูบที่รุนแรงออกจากริมฝีปากบางก่อนจะพูดอย่างเย็นชาเช่นเคยพร้อมกระชากแขนเธอให้ตามเขาไปยังพาหนะที่รออยู่ โรบินที่พยายามขัดขืนแต่ไม่เป็นผลจึงส่งเสียงเรียกแฮนค็อกที่อย่าในห้องนอนอย่างสุดเสียง

“เจ้าน่ะปล่อยเธอเดี๋ยวนี้นะ”แฮนค็อกที่วิ่งขี้นมาจากห้องนอน เล็งลำแสงเมโร เมโรไปทางคุซันก่อนออกคำสั่งอย่างดุดัน

“โอ้ว!มาพอดีเลย ขอยืมตัวคนรักของเธอหน่อยนะ พี่สาว”คุซันพูดอย่างยียวน ก่อนจะใช้มือข้างที่สวมถุงมืออยู่ตะหวัดโซที่ทำจากหินไคโรให้รัดตัวแฮนค็อก เมื่อแฮนค็อกถูกรัดด้วยโซนั่น เธอก็หมดแรงและล้มลงกองกำพื้น มือของเธอพยายามจะเอื้อมให้ถึงตัวโรบินที่อยู่ห่างออกไปพอสมควรดวงตาที่กำลังจะปิดมองเห็นภาพหญิงผู้เป็นที่รักกำลังถูกพาตัวไป ช่างเป็นภาพที่หน้าเจ็บในเสียจริง คุซันชกเข้าที่ท้องของโรบินอย่างแรงหนึ่งที่เพื่อให้เธอสงบลงร่างบางหมดทางสู้ถูกอุ้มพาดบ่าร่างสูง ก่อนที่เขาจะเดินมายังแฮนค็อกที่นอนหมดแรงอยู่ ร่างสูงผู้โหดร้ายจับร่างบางของแฮนค็อกโยนลงทะเลอย่างไม่ลังเลและไมรู้สึกอะไรก่อนจะอุ้มโรบินไปยังเรือยนต์ลำเล็กของตนแล้วขับออกไป  น้ำตาของโรบินค่อยๆเอ่อล้นออกมาหากแต่น้ำตานั้นไม่ได้เกิดจากความเจ็บทางกายแต่เป็นความเจ็บปวดที่เห็นคนรักของตนถูกจับโยนลงทะเลที่หนาวเย็นต่อหน้าต่อตา..........

...............................To be continued……………………………….

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #2 Michru (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 06:26
    คุซัน!!!
    #2
    0