รักนี้เธอเลือกใคร?

ตอนที่ 2 : การเผาแม่มด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 ต.ค. 59

ในค่ำคืนที่มืดมิดไม่มีแม้ดวงดาว มีเรือบรรทุกสินค้าลำใหญ่ลอยอยู่ท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรงและคลื่นลูกใหญ่ที่โหมกระหน่ำกลางแกรนด์ไลน์   ในเรือลำนั้นมีเพียงลูกเรือที่กลายเป็นหินและหญิงสาวสองคน

 “โรบิน...เราจะแวะที่เกาะใกล้ๆก่อนนะพายุแรงขนาดนี้เดินเรือต่อไปมีแต่จะอันตรายมากขึ้น”แฮนค็อกที่เนื้อตัวเปียกปอนจนชุดกี่เพ้าของเธอแนบกับร่างบางจนเห็นสัดส่วนได้อย่างชัดเจนกล่าวขึ้นด้วยความเหนื่อยหอบ

“ฉันเห็นด้วยนะ....ฉันจะไปรวบรวมเงินจากในเรือ คืนนี้เราจะพักบนเกาะนั้นกัน”โรบินที่เนี้อตัวเปียกไม่แพ้กันตอบ

ณ เกาะแห่งหนึ่งในแกรนด์ไลน์

หญิงสาวสองคนเดินหาที่พักท่ามกลางพายุฝนด้วยเนื้อตัวเปียกปอน ในมือของทั้งสองถือถุงสีน้ำตาลที่ภายในบรรจุเงินอยู่จำนวนหนึ่ง  ทั้งสองเดินมาจนถึงหน้าโรแรมขนาดเล็กสภาพไม่ดีมากนัก เมื่อทั้งสองเข้าไปข้างในก็พบกับหญิงสาวผมสีทองหน้าตาสะสวยสามคนในชุดคล้ายแม่ชีของศาสนาคริสต์คนหนึ่งยืนอยู่ที่เค้าเตอร์และอีกสองคนที่กลางห้องโถง

“ยินดีต้อนรับค่ะ คุณลูกค้าคงจะเจอพายุมาสินะคะเชิญนั่งตรงนี้ก่อนค่ะ”หญิงสาวคนหนึ่งพูดพร้อมกับนำทางทั้งสองคนไปที่โซฟาหน้าเตาผิง หญิงสาวอีกคนนำผ้าห่มและโกโก้ร้อนๆมาให้เพื่อคลายความหนาว

“ขอบคุณมากนะคะ พวกเราต้องการห้องพักสักห้องไม่ทราบว่าที่นี่ยังมีห้องว่างอยู่หรือเปล่าคะ”โรบินกล่าวขอบคุณด้วยท่าทางเป็นมิตร ในขณะที่รับแก้วโกโก้จากหญิงสาว

“ได้สิคะ เดี๋ยวจะนำทางไปที่ห้องให้ค่ะ”หญิงสาวคนที่ดูท่าทางเป็นผู้ใหญ่ที่สุดตอบ

“คือว่าพวกเราไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยนที่นี่พอจะมีขายบ้างมั๊ย”โรบินถามพลางดึงคอเสื้อตัวเองเล็กน้อย

“ขอโทษนะคะแต่ที่นี่ไม่มีเสื้อผ้าขายหรอกค่ะ แต่ยืมชุดพวกเราก่อนได้นะคะขนาดคงพอๆกัน”หญิงสาวคนที่ท่าทางร่าเริงตอบก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้องๆหนึ่งบนชั้นสอง

 

 

ณ ห้องพัก

       โรบินและแฮนค็อกเดินเข้ามาในห้องพักที่หญิงสาวทั้งสามจัดได้ให้ ในห้องขนาดกลางที่มีเพียงเตียงนอนสำหรับสองคนห้องน้ำ ตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงาน และชั้นหนังสือเท่านั้น

“โรบิน เจ้าทำแบบนี้อีกแล้วนะ” แฮนค็อกพูดขึ้นด้วยท่าทางเขินอาย เมื่อเห็นโรบินถอดชุดที่เปียกชุ่มออกทั้งที่เธอยังอยู่ในห้อง

“ก็ชุดมันเปียกฉันกลัวจะไม่สบายเอา นี่เธออายฉันหรอทั้งๆที่เมื่อตอนที่อยู่บนเรือเราเพิ่งทำเรื่องแบบนั้นกันไปเองนะ”โรบินพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่คำพูดของเธอทำให้อีกคนหน้าแดงจนเหมือนมะเขือเทศสุข

    !ก๊อกๆ!

“คือว่า..ดิฉันเอาชุดเปลี่ยนมาให้ค่ะ” เสียงของหญิงสาวท่าทางร่าเริง

“ขอบคุณมากนะคะ”โรบินที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กปกปิดร่างกายเปิดประตู เพื่อรับเสื้อผ้าและยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“เอาเสื้อผ้าของพวกคุณมาให้ดิฉันสิคะ ดิฉันจะเอาไปซักให้” หญิงสาวท่าทางร่าเริงเสนอขึ้น ก่อนที่จะรับชุดที่เปียกชุ่มทั้งสองแล้วเดินไปที่ห้องโถง

โรบินนำเสื้อผ้าทั้งสองชุดไปแขวนในตู้เสื้อผ้าชุดที่ได้มานั้นเป็นชุดแบบเดียวกับหญิงสาวผมทองทั้งสาม แฮนค็อกนอนหลับใหลด้วยความอ่อนล้าบนเตียงโดยที่ร่างกายมีเพียงผ้าห่มผืนหนาปกปิด โรบินเดินสำรวจชั้นหนังสือก่อนจะหยิบหนังสือเล่มหนาจากชั้นนั่ง ลงบนเก้าอี้ไม้ วางหนังสือบนโต๊ะพลางส่องโคมไฟให้ใกล้หนังสือ บรรจงเปิดหน้าแรก แล้วอ่าน

เมื่อหลายร้อยปีก่อน ณ หมู่เกาะเล็กๆกลางมหาสมุทร แม่ชีสามพี่น้องที่ถูกอ้างว่าเป็นแม่มดมีเวทมนตร์คาถาที่ชั่วร้าย เหล่าชาวบ้านต่างพากันปลุกระดมพลเพื่อจับตัวแม่ชีทั้งสาม ทั้งสามคนซึ่งที่จริงเป็นเพียงแค่แม่ชีที่รักสงบธรรมดาจึงไม่อาจสู้คนมากมายที่มาจับพวกตนได้ สามพี่น้องถูกจับตรึงกับเสาไม้สามต้นและถูกเผาทั้งเป็นท่ามกลางผู้คนมากมายที่มามุงดูวาระของสามพี่น้อง ในขณะที่เปลวไฟลุกโชติช่วงท่ามกลางเสียงร้องโหยด้วยความทรมานของผู้ที่ถูกเปลวไฟกัดกิน “ข้าขอสาปแช่งพวกเจ้าทุกคน จงพบแต่หายนะในเร็ววัน” เสียงสาปแช่งด้วยความเคียดแค้นของผู้เป็นพี่ดังขึ้นและค่อยๆดับลงพร้อมกับลมหายใจของทั้งสามคน

“ช่างน่าสงสารสามพี่น้องนั่นจริงแล้วทำไมถึงได้โดนเข้าใจผิดได้นะ”โรบินพึมพำกับตัวเองหลังอ่านย่อหน้าแรกจบ

   !ก๊อกๆ!

“มีอะไรรึเปล่าคะ”เมื่อโรบินเปิดประตูก็พบกับหญิงสาวท่าทางร่าเริงคนเดิมยืนทำท่าเขินอายอยู่หน้าประตู

หญิงสาว : คือว่าดิฉันมารบกวนพวกคุณรึเปล่าคะ

โรบิน     : ไม่ค่ะ ฉันยังไม่ได้นอน แล้วมีเรื่องอะไรหรอคะถึงได้มาหาถึงที่ห้อง

หญิงสาว : คือว่าฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณค่ะ

ทั้งสองคนเดินออกมานั้นบนโซฟาหน้าเตาพิงที่ห้องโถง

“คุณไม่หนาวหรอคะแต่งตัวแบบนั้น”หญิงสาวท่าทางร่าเริงถามเมื่อเห็นโรบินในชุดกระโจมอก

“ไม่หรอกคะ แล้วเรื่องที่จะคุย.....?โรบินตอบแบบเรียบๆและส่งยิ้มเล็กๆตามแบบของเธอ

มาเซล : ดิฉันชื่อว่ามาเซลค่ะส่วนพี่สาวของดิฉันคนที่ดูเป็นผู้ใหญ่ชื่อมายาส่วนอีกคนชื่อมาเรีย

โรบิน  : ฉันชื่อ โรบินส่วนคนที่อยู่บนห้องชื่อแฮนค็อก

มาเซล : พวกคุณคงเป็นนักเดินทางสินะคะ คือว่าฉัน..ไม่เคยได้ออกไปจากที่นี่เลยค่ะ โลกภายนอกเป็น         ยังไงบ้างหรอคะ

โรบิน  : ฉันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องภายนอกมากหรอกนะ ฉันเองก็เพิ่งได้ออกทะเลเมื่อไม่นานมานี้เอง (สีหน้าของเธอดูมีความสุขและตื่นเต้นมาเลยนะมาเซล)

มาเซล : คุณช่วยเล่าเกี่ยวกับเรื่องของโลกภายนอกให้ฉันฟังบ้างมั๊ยคะ

โรบิน  ได้สิ อืม....จะเริ่มยังไงดีนะ ในแกรนด์ไลน์ก็มีเกาะน้อยใหญ่มากมายมีสิ่งแปลกๆมากมาย มีผู้มีพลังพิเศษเยอะแยะไปหมดทั้งที่เป็นคนดีและคนเลว

มาเซล : ผู้มีพลังพิเศษ คืออะไรคะ?

แทนที่จะตอบเป็นคำพูด โรบินใช้พลังของเธองอกแขนของเธอออกมาจากไหล่ของมาเซล ทำให้มาเซลตกในและสีหน้าเปลี่ยนไปทันที

มาเซล : ค..คุณ ห้ามออกไปข้างนอกเด็ดขาดเลยนะคะ ถ้าพวกชาวบ้านรู้พวกคุณอาจจะถูกจับเผาได้นะคะ

โรบิน  : ทำมันต้องถูกจับเผาด้วยหละ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ

“เพราะพวกนั้นจะคิดว่าคุณคือแม่มดหนะสิคะ”มายาหญิงสาวผู้พี่พูดขึ้นพลางเดินลงมาจากบันได

มายา : สมัยก่อนเคยมีพวกผู้มีพลังพิเศษสามคนถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแม่มดชั่วร้าย และถูกจับเผาทั้งเป็นจนทุกวันนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่ ฉันกับมาเรียเองก็เป็นพวกมีพลังพิเศษเหมือนกันเลย เพราะความกลัวพวกเราเลยไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกและต้องคอยหลบซ่อนพลังของตัวเองและไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้มาเซลที่เป็นคนธรรมดาฟังเพื่อให้เธอปลอดภัยตลอดมาถ้าไม่มีมันพวกเราคงไม่ต้องหลบซ่อนแบบนี้

“ไร้สาระสิ้นดี พวกชาวบ้านชั่งโงเขลานัก เจ้าควรไปนอนได้แล้วโรบิน” แฮนค็อกที่ยืนอยู่ตรงบันไดพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจก่อนจะเดินกลับเข้าไปยังห้องนอน

โรบิน  : ฉันขอโทษแทนเธอด้วยนะ ขอตัวก่อน..............พลังพิเศษเป็นสิ่งที่ทำให้พวกคุณพิเศษกว่าคนอื่นๆ ดังนั้นอย่าเกียจพลังของตัวเองเลยนะคะ

เมื่อพูดจบโรบินก็เดินตามแฮนค็อกไปยังห้องนอน และทุกคนก็แยกย้ายกันไปนอนเช่นกัน

เช้าวันรุ่งขึ้น

“นี่ค่าที่พักค่ะ ขอบคุณสำหรับชุดนะคะขอชุดของพวกเราคืนด้วย”โรบินจ่ายเงินที่หน้าเค้าเตอร์

“ค่าที่พักพวกเราไม่รับหรอกค่ะ นี่ค่ะชุดของพวกคุณแต่มันยังไม่แห้งเลยถ้าไม่รังเกียจเอาชุดของพวกเราไปแทนได้เลยค่ะ”มาเรียยื่นชุดกี่เพ้าสองตัวที่ยังคงชื้นอยู่เล็กน้อยให้โรบิน

“ขอบคุณมาก ลาก่อนนะคะ”โรบินรับชุดและเอ่ยลาพร้อมกับแฮนค็อกก่อนจะเดินออกจากโรงแรมด้วยชุดของหญิงสาวสามคนนั้น

       โรบินและแฮนค็อกเดินเข้าไปในตัวเมืองเพื่อหาซื้อเสื้อผ้าและอาหารสำหรับการเดินทางครั้งต่อไป ทั้งสองเดินไปเลื่อยๆจนมาถึงหน้าหน้าซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่ง

“ส่งเงินมาไม่งั้นแกกับลูกตาย”เสียงชายฉกรรจ์ ร่างสูงใหญ่กำลังข่มขู่หญิงชราและเด็กชายด้วยมีดพกโดยมีชายร่างสูงอีก 5 คน ยืนมุงอยู่

“ครัช”

“เมโร เมโร”

มือสองข้างงอกขึ้นมาจากไหล่ทั้งสองของชายคนที่ถือมีดแล้วหักคอชายคนนั้น ร่างสูงที่หันมาตามเสียง ก็กลายเป็นหินในทันใด

“พวกเจ้าไม่เป็นอะไรใช่มั๊ย”แฮนค็อกถามหญิงชราและเด็กชายพร้อมกันประคองตัวหญิงชราให้ลุกขึ้น และโรบินก็ประคองเด็กชายเช่นกัน

“ข...ขอบใจมากนะนางหนู พ..พวกเธอเมื่อครู่นี้หนะ”หญิงชราพูดด้วยเสียงสั่นคลอน ก่อนจะรีบพาเด็กชายเดินจากไป

“เขาคงคิดว่าเราเป็นแม่มดสินะ”โรบินพูดอย่างเรียบเฉยเช่นเคย

“เจ้าอย่าใส่ใจเลยโรบิน”แฮนค็อกพูดตัดบทก่อนจะเดินออกจากซอยนั้น

“พ....พวกแก ป...เป็นแม่มด”เสียงร่างสูงที่นอนกองกับพื้นพูดขึ้นอย่างหวาดกลัว โรบินและแฮนค็อกไม่ได้สนในอะไรละเดินจากไป ไม่นานหลังจากเหตุการณ์นั้น ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินอยู่ตรงใจกลางเมือง ทั้งสองถูกพวกชาวบ้านเข้าล้อม ในมือพวกชาวบ้านต่างถืออาวุตนาๆชนิด หนึ่งในหมู่ชาวบ้านคือพวกร่างสูงที่ถูกโรบินและแฮนค็อกจัดการเมื่อไม่นานมานี้

“เจ้าพวกโง่เขลาแม่มดมันมีจริงที่ไหนกัน เมโร เมะ....”แฮนค็อกพูดออกมาด้วยความโกรธและกำลังจะทำให้พวกชาวบ้านกลายเป็นหินต่ก็ถูกโรบินห้ามไว้เสียก่อน

“สู้ไปมีแต่จะทำให้พวกเขายิ่งเข้าใจผิด ถ้าเป็นแบบนั้นพวกมาเซลจะแย่เอานะ”โรบินพูดขึ้นพลางจับมือ    แฮนค็อกไว้แน่น แล้วทั้งสองคนก็ยอมให้ชาวบ้านจับแต่โดยดี  ทั้งสองถูกตรึงกับเสาไม้สองเสากลางกองไม้ที่พร้อมจะติดไฟและเผาร่างของทั้งสองได้ทุกเมื่อ

“เผานาง เผานาง เผานาง เผานาง” เสียงเชียร์ของชาวบ้านที่พร้อมใจกันดังขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน  ในขณะที่ร่างสูงคนหนึ่งจะกำลังเอาน้ำมันลาดไปที่กองไม้จนชุ่ม และร่างสูงอีกคนเดินถือคบเพลิงเข้ามาที่กองไม้

“ด.....เดี๋ยวก่อน ย...อย่างเผาพวกเธอเลยนะ”หญิงชราพร้อมกับเด็กชายที่พวกโรบินช่วยไว้พูดขึ้น

“ทำไมหละป้าพวกเธอเป็นแม่มดชั่วร้ายนะ”ชาวบ้านคนหนึ่งถาม

“พวกเธอช่วยฉันกับหลานไว้ตอนที่ถูกพวกชายฉกรรจ์พวกนั้นข่มขู่เอาเงิน ถ้าไม่ได้พวกเธอฉันกับหลานคงตายไปแล้ว”หญิงชราพูดขึ้นพลางชี้นิ้วไปยังร่างสูงสองคนที่ถือคบเพลิงอยู่น่ากองไม้ ในขณะที่พวกชาวบ้านกำลังลังเล ร่างสูงก็โยนคบเพลิงใส่กองไม้จนไฟลุกโชนท่วมร่างของโรบินและแฮนค็อก.........

...............................To be continued……………………………….

 

   

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น