รักนี้เธอเลือกใคร?

ตอนที่ 1 : บทที่1 พบเจอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 288
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ต.ค. 59

ณ โรงงานนรกของพวกมังกรฟ้า

ภายในโกดังขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสินค้าและเหล่าทาสผู้โชคร้าย พวกเขาถูกซื้อตัวมาโดยพวกมังกรฟ้า ชนชั้นสูงที่ถือเอาอัมนาดของเงินเป็นใหญ่ เหล่าทาสทั้งหลายกว่า1000ชีวิตกำลังเดินเรียงกันเป็นแถวยาว แบกของต่างๆนาๆที่หนักเอาการ ที่ข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยโซ่เส้นหนา ไม่มีความปราณีใดแม้จะเป็นเด็กก็ตาม

“เอ้า! เดินเข้าไปไอ้พวกทาส 555 อย่าอู้เชียวนะโว้ย!” ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทขนสัตว์สีแดงที่แสนจะอบอุ่น ออกคำสั่งกับพวกพลางตีแซ่ให้กระทบกับพื้นจนเกิดเสียง

“นี่แก!คิดจะอู้รึไงลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้” ชายร่างสูงด่าทอเด็กชายคนหนึ่งที่หมดแรงจนล้มลงก่อนจะใช้แซ่ในมือฟาดลงไปที่กลางแผ่นหลังบางๆของเด็กชาย

“นี่!พวกเจ้าไม่เห็นรึไงว่าเด็กคนนี้ไม่มีแรงที่จะลุกแล้วนะ ให้เขาพักสักหน่อยไม่ได้รึไง หากเป็นพวกเจ้าบ้างพวกเจ้าลุกไหวรึเปล่า” หญิงสาวเจ้าของผมยาวสีดำเงารูปร่างสูงโปร่งสัดส่วนที่ได้รูป ใบหน้าที่สวยงามและนัยน์ตาน้ำทะเลลึก นามว่าโบอา แฮนค็อก พูดกับชายร่างสูงด้วยความโกรธ พร้อมกับประคองร่างของเด็กชายที่นอนกองกับพื้นขึ้นมา

“นี่แก!กล้าดียังไงมาต่อต้านพวกฉัน เฮ้ย!!!จับนางนี่ไปขังในห้องมืดแล้วลงโทษให้มันรู้สำนึกซะว่าอย่ามาปากดีกับพวกเรา”ชายร่างสูง ออกคำสั่งให้พวกลูกน้องนำตัวโบอาไปลงโทษด้วยสีหน้าที่ขึ้นสีจากความเกี้ยวโกรธ  


Boa parts

ณ ห้องขังใต้โรงงาน

เราถูกพาตัวมายังห้องขังใต้ดินของโรงงาน ที่นี่ช่างมืดมิดและเหม็นกลิ่นคาวเลือดเหลือเกิน

“เข้าไปข้างในซะ แล้วพวกฉันจะมาลงโทษแกให้หลาบจำเตรียมใจรอไว้ได้เลย นังตัวดี”เหล่าชายร่างสูงที่พาตัดเธอมาพูดด้วยความพอก่อนจะเดินจากไป

เจ้าพวกนั้นช่าง โหดร้ายยิ่งกว่าสัตว์และน่าเกียจยิ่งกว่าขยะ ในห้องมืดนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากผนังห้องที่ทรุดโทรมและช่องระบายอากาศที่อยู่สูงเกินกว่าที่เราจะปีนหนีได้ ที่นี่มีห้องขังเพียงสองห้องเท่านั้น คือห้องที่เราอยู่ละห้องตรงข้ามเรา ห้องขังฝั่งตรงข้ามของเรามีเงาของคนถูกตรึงอยู่ในท่ายืน แต่มันมืดมากจนเราไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของคนๆนั้น เจ้านั่นอาจจะถูกจับมาเพราะต่อต้านเหมือนเราก็ได้ เราต้องทำความรู้จักไว้เสียแล้วเผื่อจะรวมมือกันได้


“เจ้าหนะ ชื่ออะไร เราชื่อโบอา แฮนค็อก” เราถามคนที่ห้องฝั่งตรงข้ามแบบไม่หวังว่าจะได้คำตอบ แล้วก็เป็นจริง มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่เป็นคำให้เรา

“นิโค โรบิน” ไม่นานนักหลังจากเงียบมานานเราก็ได้คำตอบ

“เสียงของเจ้าดูไม่มีเรี่ยวแรงเอาเสียนะ พวกมันอดอาหารเจ้างั้นรึ โรบิน ก่อนที่เราจะได้คำตอบเจ้าพวกสวะก็เข้ามาพอดี

“ได้เวลาเจ็บตัวแล้วนังตัวดี!

“ลูกพี่นางนี่น่าตาสวยใช้ได้เลยนะครับ”

“ก็จริงของแก ฉันว่าเราเปลี่ยนจากการลงโทษเป็นการคืนความสุขให้ทาสดีมั้ย555

เสียงสวะพวกนั้นทำให้เราสะดุ้งเล็กน้อย นี่เราต้องถูกพวกมันทำอะไรกันแน่ คืนความสุขให้นักโทษอย่างนั้นรึ หึ หึ คิดว่าตัวเองเป็น......รึไง ไอ้พวกเดนนรก

“พวกคุณ ห้ามทำอะไรเธอคนนั้นนะ” โรบินนี่เจ้าเสียสติไปแล้วรึไงถึงได้พูดแบบนั้น

“นี่แกคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงได้มาสั่งพวกฉันฮะ! นิโค โรบิน” ร่างสูงคนหนึ่งเดินตรงไปที่ห้องฝั่งตรงข้ามพร้อมกับพูดด้วยความโกรธ

“ถ้าพวกคุณทำร้ายเธอคนนั้นแม้นแต่นิดเดียวฉันจะกลั้นใจตาย แล้วพวกคุณก็จะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุติโบราณอย่างแน่นอน” นี่มันอะไรกันอาวุติโบราณมันคืออะไร พวกผู้คุมเลิกมองฉันแล้วหันไปยังห้องฝั่งตรงข้ามของฉันแทนร่างสูงคนหนึ่งปลดกุญแจห้องขังของโรบิน

“ก็ได้ พวกฉันจะไม่ทำร้ายนางนี่ แต่!แกต้องรับแทนนางนี้ทุกอย่าง555” ไม่นะโรบินกำลังจะถูกลงโทษแทนเรา

“พวกเจ้าบ้าไปแล้วรึไงกันความผิดเราก็มาลงโทษที่เราสิ”คำพูดของเราเป็นเหมือนสายลมในตอนนี้ เหล่าร่างสูงไม่สนในและเดินเข้าไปในห้องขังนั้น  เราได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและทรมานของเธอคนนั้นบอกกับเสียงหัวเราะด้วยความพอใจของเหล่าสวะอยู่นาน เวลาผ่านเลยไปหลายชั่วโมงจนในที่สุดก็เงียบลง พวกผู้คุมไปกันหมดแล้วเหลือไว้เพียงร่างที่นอนหมดสติของหญิงสาว

“โรบิน โรบิน เจ้าเป็นไงบ้าง”เราพยายามเรียกเธอแต่ก็มีเสียงตอบรับ เธอคงเจ็บจนหมดสติไปจริงๆ ไม่นานนักแสงสว่างจากดวงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาผ่านช่องระบายอากาศของห้องขังทำให้เราได้เห็นใบหน้าเธอคนที่ช่วยเราไว้ อะไรกัน นี่พวกมันทำอะไรกับเธอกันแน่ ภาพตรงหน้าเราคือหญิงสาวหน้าตาสะสวยผมดำเงาจมูกที่โด่งเป็นสันและริมฝีปากบางที่หน้าทะนุถนอมนัยน์ตาสีเขียวน้ำทะเลที่ลึกลับหน้าค้นหา เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งไม่เหลือชื้นดี ที่ข้อมือและข้อเท้าของเธอถูกล่ามด้วยโซ่ที่หนาและแข็งแรงร่างกายของเธอเต็มไปด้วยบาดแผลจากการทารุน ของเหลวสีแดงสดซึมอยู่ระหว่างบาดแผลที่มีอยู่ทั่วร่างกาย ลมหายใจที่รวยรินของเธอทำให้เรารู้สึกสงสารและเจ็บปวด ทำไมเราต้องเจ็บปวดกับเธอด้วยนะ  

“นี่เจ้าหนะ ทำไมถึงได้ช่วยเราเอาไว้”

“ฉันแค่อยากช่วยก็เท่านั้น” เธอได้สติแล้ว เสียงของเธอแม้ฟังดูไร้เรี่ยวแรงแต่ไม่มีแม้นอาการของความเจ็บปวดในเสียงนั้น เธอคงมีความทะนงตัวสูงสินะ

“เจ้าทำอะไรผิดงั้นรึ ถึงได้โดนทรมานจนสภาพเป็นแบบนี้”

“......ความผิดของฉันคือการที่ฉันเกิดมา” คำตอบของเธอทำให้ฉันรู้สึกแปลกใจและเศร้าในเวลาเดียวกัน

เราถูกขังอยู่ในนี้เป็นเวลาหลายวันแล้วพวกร่างสูงไม่ได้ลงโทษเราอีก แต่พวกนั้นจะเข้ามาหาโรบินทุกวัน พวกนั้นบังคับเธอให้อ่านอักษรแปลกๆและเมื่อเธอไม่ทำตามพวกมันก็จะมอบสิ่งตอบแทนเป็นแซ่หรือไม่ก็อดอาหารเธอ โหดร้ายจริงๆ เราและโรบินพูดคุยกันทุกวันจนเรารู้ว่าอักษรที่พวกมันให้เธออ่านคืออักษรโบราณที่มีแต่เธอเท่านั้นที่อ่านและแปลมันได้ เราทั้งสองคนเริ่มสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ และนั่นทำให้ฉันเจ็บปวดขึ้นเรื่อยๆเมื่อเห็นเธอถูกทำร้าย

“ออกมาได้แล้ว แกพักมาพอแล้วออกไปทำงานของแกต่อได้แล้ว”ร่างสูงเปิดประตูห้องขังของฉันพร้อมกระชากฉันออกมาจากห้องขังอย่างแรง นี่เราจะได้เจอเจ้าอีกรึเปล่านะ โรบิน

 

ณ โรงงานนรกของพวกมังกรฟ้า

เราถูกพาตัวกลับมาที่โกดังและบังคับให้ทำงานต่อไป ในใจของเรายังคงคิดถึงคำพูดของโรบิน ผิดที่ฉันเกิดมา มันหมายความว่ายังไง เราไม่เข้าใจจริงๆ เสียงกรีดร้องของเธอยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเราตลอดเวลาทั้งยามหลับและยามตื่น

“เราอยากเจอเจ้าเหลือเกิน นิโค โรบิน” หลายวันผ่านไปเรายังคงคิดถึงแต่ใบหน้าของเธอคนนั้น แต่คงไม่มีวันได้เจอเธออีกแล้วนอกจากเราจะ......ใช่ถ้าเราได้เข้าไปในนั้นอีกครั้งเราต้องได้เจอเธออีกแน่ ไม่ได้ถ้าเราเข้าไปเธอคนนั้นต้องโดนทำโทษแทนเราอีกแน่ เราจะไม่ยอมให้เธอต้องเจ็บเพราะเราอีกแล้ว เราจะไม่ได้เจอเธอแล้วจริงๆหรอ

“นี่แก เอาอาหารนี่ไปให้นักโทษในห้องขังมืดทีสิ เคยเข้าไปแล้วใช่ไหมหละฉันขึ้นเกียดไป” เหมือนสวรรค์โปรด ร่างสูงที่กำลังเมาได้ที่ยื่นถาดอาหารให้เรา เราจะได้เจอเธอแล้ว เรารีบวิ่งไปที่ห้องขังมืดพร้อมกับถือถาดอาหารอย่างระมัดระวัง ด้วยความหวังที่จะได้เจอเธอคนนั้นอีก

 

ณ ห้องขังใต้โรงงาน

เมื่อมาถึงเราก็รีบตรงไปยังห้องขังของโรบิน

“โ.......รบิน” สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าเราคือร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวที่ชุ่มไปด้วยเลือดและมีเพียงโซ่พันธนาการเท่านั้นบนร่างกาย

“โรบิน พวกมันทำอะไรเจ้าทำไมเจ้าถึงอยู่ในสภาพแบบนี้!

“แ....ฮนค็อก”เธอเรียกชื่อเราก่อนสติจะดับลง เราทำอะไรไม่ได้เลยแม้จะรู้สึกเจ็บใจและแค้นมากเพียงใดก็ตาม พวกร่างสูงเดินเข้ามาลากตัวเราออกไปเพื่อให้ทำงานต่อเราไม่อยากทิ้งเจ้าไปตอนนี้เลย

ณ โรงงานของมังกรฟ้า

ภาพของเธอยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเราในทุกขณะเราไม่อาจลบมันออกไปได้ เราจะช่วยเธอได้ยังไงกัน ในคืนนั้นขณะเรากำลังนอนคิดถึงภาพของเธอ เราก็เหลือบไปเห็นแสงสีทองที่อยู่หลังกองสินค้าขนาดใหญ่ เราลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปดูอย่างระมัดระวัง เมื่อเดินไปถึงสิ่งที่เราเห็นคือผลไม้รูปร่างขนาดไม่ใหญ่มาก เหมือนมีแรงดึงดูดอะไรบางอย่างทำให้เราหยิบมันขึ้นมา

“นี่แกกำลังทำอะไรอยู่ทำไมไม่นอน ฮะ!”ฮึ๊ย!มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย เสียงร่างสูงที่ดังขึ้นนั้นทำให้เราตกใจจนเผลอเอามันเข้าปากเพื่อที่จะซ่อน

“ป..เปล่านี่ เราไม่ได้ทำอะไรกำลังจะไปนอนแล้วด้วย” เราพูดในขณะที่อมผลไม้นั้นอยู่เต็มปากจนแก้มตุ่ย

“นี่แกอมอะไรอยู่ในปากคายออกมาเดี๋ยวนี้” ใครมันจะคายให้โง่หละ เรากลืนมันลงคอไปอย่างรวดเร็วแล้วอ้าปากให้ร่างสูงดูว่าไม่ได้อมอะไรไว้ก่อนจะรีบวิ่งไปที่นอน  นี่เรากลืนอะไรลงไป แต่ก็ชั่งมันเถอะคงไม่เป็นอะไร....มั้งนะ

วันต่อมาในขณะที่เรากำลังทำงานเหมือนอย่างทุกวัน

“นี่แก ช่วยเอานี่ไปให้คนในห้องขังที” ร่างสูงขี้เมาพูดพร้อมยื่นถาดอาหารให้เรา ขี้เกียดจริงๆเลยนะเจ้าสวะ แต่ก็ดีเราจะได้เจอเธออีก ตอนนี้เธอจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้

ณ ห้องขัง

เราเดินมาจนถึงประตูทางเข้าห้องขังมืด เราก็ได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและเสียงหัวเราะที่หน้ารังเกียจของสวะ ประกอบกับเสียงแซ่กระทบกับเนื้อและเสียงเนื้อกระทบกัน เรารู้ได้ทันที่ว่าโรบิน กำลังถูกทำอะไรอยู่ ความโกรธของเรากำลังเพิ่มขึ้น เราเปิดประตูอย่างรุนแรงเพื่อให้เกิดเสียงดัง หวังว่าจะพอทำให้พวกสวะหันมาสนใจและหยุดการกระทำได้แค่นั้นได้ แต่เมื่อเราเปิดประตูเข้าไป สิ่งที่เราเห็นคือภาพของหญิงสาวผู้เป็นที่รักของเรากำลังถูกกระทำเกินกว่าที่เราจับรับได้ ความโกรธบอกความแค้นของเราถึงขีดสุด ในตอนนี้ร่างกายเราเหมือนมีปีศาจเข้าครอบงำ เราเดินตรงไปยังห้องขังทันที

“ไอ้พวกสวะ ตายซะ! เมโร เมโร่” สิ้นคำพูดนั้นพวกร่างสูงทุกคนในนั้นกลายเป็นหินกันหมด นี่เราทำอะไรลงไป เราทำได้ยังไง รึว่า!ผลไม้ที่เรากินไปเมื่อคืนจะเป็นผลไม้ปีศาจ เราสลัดความคือนั้นแล้วรีบประคองร่างที่บอบช้ำของโรบินขึ้นมาแนบกับตัวเรา

“โรบิน เจ้าต้องไปเป็นอะไรนะ เราจะพาเจ้าออกไปจากที่นี่เอง” เราพูดอะไรไปตอนนี้เธอคงไม่สามารถรับรู้ได้เพราะเธอได้หมดสติไปในขณะที่ถูกลงโทษแล้ว เราฉวยเสื้อผ้าของสวะมาใส่ให้ร่างบาง ใช้พลังของเราทำให้โซ่ที่พันธนาการเราทั้งสองอยู่กลายเป็นหินแล้วทุบมันจนแตก เราแบกร่างบางขึ้นบนหลังแล้วเดินออกไปยังห้องขังมืด ในใจคิดเพียงแต่ว่าต้องไปจากที่นี่ให้ได้ เราแบกร่างบางไปที่โกดังขนส่งสินค้าแล้วพาตัวเราเองกับร่างบางไปเข้าไปซ่อนในเรือหวังจะหนีไปพร้อมๆกับเรือขนสินค้า

“โรบิน เราทั้งสองคนกำลังจะได้เป็นอิสระแล้วนะ” เราพูดพลางกอดร่างบางที่หมดสติไว้แน่

ณ เรือขนส่งสินค้า

เมื่อเรือขนสินค้าเดินเรือมาถึงกลางแกรนด์ไลน์ เราคิดว่ายึดเรือลำนี้ด้วยพลังของเรา เราทำได้แน่เพราะบนเรือนี้ไม่มีพูดใดมีพลังพิเศษ มีแต่พวกสวะเท่านั้น

“เจ้าพวกสวะ เรือลำตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเราแล้วจนยอมจำนนแก่เราซะ” เราขึ้นไปยังหัวเรือและชี้นิ้วไปยังเหล่าสวะ

“นี่แก ออกมาจากโรงงานได้ยังไง พวกเราจับมัน” พวกร่างสูงที่เห็นเราต่างพากันวิ่งกรูเข้ามาเพื่อที่จะจับเรา

“ช่างโง่เขลาเสียจริง เมโร เมโร่!พวกสวะกลายเป็นหินไปกว่าครึ่ง แต่ทันได้นั้นตอนที่เราไม่ทันได้ระวังตัว มือหยาบหนาเข้ามาล็อคแขนเราจากด้านหลัง เสร็จกัน

“เชสฟลูร์ .........ครัช!มือเรียวสวยทั้งหกที่เหมือนดังกลีบดอกไม้ทั้งหกผลิบานรัดตัวสวะที่จับเราก่อนที่เราจะได้ยินเสียงกระดูกหักรัวๆ

“ขอบใจนะโรบิน!เธอทำฉันอึ้งไปพักใหญ่

“ขอบใจนะแฮนค็อก” เธอกล่าวขอบคุณ ก่อนจะส่งยิ้มเล็กให้เรา หน้าของเราขึ้นสีแดงอย่างไม่รู้เหตุผล เราทั้งสองช่วยกันจนในที่สุดก็สามารถยึดเรือลำนี้ไว้ได้

End Boa parts


ณ ห้องพักใต้เรือ

แฮนค็อกเปิดประตูบานใหญ่ของตู้เสื้อผ้าเพื่อจะหาชุดเปลี่ยน พลางลักลอบมองหญิงสาวที่กำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่ที่เตียง เธอเลือกชุดมาสองชุดของเธอชุดนึงและอีกชุดของโรบิน ชุดของเธอเป็นกี่เพ้าสีม่วงที่ยาวจนถึงตาตุ่มแต่ผ่าข้างซ้ายสูงเกือบถึงก้น ของโรบินก็เช่นกันแต่เป็นสีแดง

“เอ้านี่! เราว่าเจ้าก็ควรจะเปลี่ยนชุดด้วยเหมือนกัน”แฮนค็อกเดินไปหาเธอพร้อมกับยื่นชุดที่เลือกมาให้

“ขอบใจนะ” โรบินกล่าวขอบคุณและส่งยิ้มเล็กๆให้เหมือนอย่างเคย       

“นี่เจ้ากำลังจะทำอะไรของเจ้าหนะ!!แฮนค็อกพูดขึ้นเมื่อเห็นโรบินกำลังจะถอดเสื้อต่อหน้าเธอ ใบหน้าของเธอค่อยๆขึ้นสีแดงด้วยความเขินอาย

“ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าหนะสิ มีอะไรหรอ”โรบินถามด้วยความงง

“ถอดเสื้อผ้าต่อหน้าเราแบบนี้เจ้าไม่รู้สึกอายบ้างรึยังไง”แฮนค็อกพูดพร้อมกับเอามือเรียวงามทั้งปิดตาตัวเอง

“ก็ไม่นะ ก็เราเป็นผู้หญิงเหมือนกันนี่ รึว่าเธออายฉัน ฮึๆๆ”โรบินตอบพลางหัวเราะกับท่าทีเขินอายของอีกฝ่าย

“ป...เปล่าเราไม่ได้อาจเจ้า” แฮนค็อกตอบแต่มือก็ยังปิดตาอยู่

“หรอ ถ้างั้นก็ถอดเสื้อผ้าออกสิ”โรบินพูดพลางถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกก่อนจะเดินไปดึงมือแฮนค็อกที่กำลังปิดตาออก ทำให้แฮนค็อกเห็นร่างเปลือยของเธออย่างชัดเจน โรบินใช้พลังจากผลปีศาจจับแฮนค็อกถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือแต่ร่างเปลือยก่อนที่เธอจะคลายพลังออกหญิงสาวสองคนอยู่ในสภาพที่ร่างกายเปลือยเปล่าไร้สิ่งบดบัง

“โรบิน!! ใส่เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้”แฮนค็อกพูดขึ้นด้วยความอายบวกความฉุนเฉียว

“ไม่เอา”โรบินตอบพร้อมกับหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาพันรอบตัวก่อนจะเดินไปที่ประตูห้อง

“เจ้าจะไปไหนในสภาพแบบนั้น”แฮนค็อกรีบทักท้วงเมื่อเห็นว่าโรบินกำลังจะออกจากห้องด้วยร่างกายที่สวมเพียงผ้าขนหนู

“ฉันจะไปอาบน้ำ เหนียวตัวจะแย่อยู่แล้ว เธอจา.......มาอาบด้วยกันมั๊ยหละ ฮึๆๆๆ”โรบินหันกลับมายิ้มเล็กๆแล้วตอบอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินออกไป

“ร..รอเราด้วย”แฮนค็อกรีบหยิบผ้าขนหนูมานุ่งแล้ววิ่งตามโรบินไปยังห้องอาบน้ำ

ณ ห้องอาบน้ำ

ให้ห้องที่เต็มไปด้วยไอน้ำและฟองสบู่ หญิงสาวสองคนในร่างเปลือยอวดผิวขาวเนียนกำลังอาบน้ำอยู่ในอ่างน้ำอย่างผ่อนคลาย

“ร...โรบินเราถ....ถูหลังให้เอามั๊ย”แฮนค็อกถามพอขยับเข้าไปใกล้  โรบินยิ้มตอบ

“เรากำลังจะไปไหนกันหรอแฮนค็อก”โรบินถาม

“เราจะกลับไปยังเกาะสตรี อมาซอนลิลลี่ บ้านเกิดของเราแล้วเจ้าจะไปที่ไหน”แฮนค็อกตอบพลางถูหลังให้โรบินไปด้วย

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันไม่มีที่จะไปต่อหรือที่จะกลับไปอีกแล้ว”โรบินตอบด้วยสีหน้าที่แสนเศร้า

“เราเสียใจด้วยนะ แล้วเจ้า....จะรังเกียจมั๊ยถ้าเราจะชวนเจ้าไปอยู่ด้วย”แฮนค็อกถามอย่างชั่งใจ

“ไม่รังเกียจหรอกฉันดีใจนะที่เธอชวน แต่ไม่ดีกว่าฉันไม่อยากจะรบกวน”

“เราไม่อยากจะจากเจ้าไป..”แฮนค็อกหยุดถูหลังและทำหน้าเศร้า

“ฉันถูหลังให้เธอบ้างดีกว่า”โรบินรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“เราจะไปที่เกาะสตรีก่อนจากนั้นเราจะนำเรือของเราไปส่งเจ้าเอง”แฮนค็อกพูดพลางหันหลังเพื่อให้โรบินถูหลังให้

มือทั้งสองข้างของโรบินค่อยๆเลื่อยไปลงมาที่เอวคอดของแฮนค็อกและค่อยๆโอบกอดเธอจากด้านหลังหน้าอกอวบอั๋นของโรบินแนบชิดกับแผ่นหลังบางๆของแฮนค็อกหน้าของโรบินค่อยๆซบลงบนบ่าแฮนค็อกเนื้อขาวเนียนของทั้งแนบชิดจนแทบจะรวมเป็นคนๆเดียว

“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะ”โรบินกระซิบเบาๆที่ข้างหูขวาของแฮนค็อก

“ม..ไม่เป็นไร”แฮนค็อกตอบพร้อมหันหน้าไปหาโรบินและโอบกอดเธอ หน้าอกของทั้งสองคนแนบชิดกันขนแทบแยกไม่ออก ใบหน้าของทั้งสองคนอยู่ใกล้กันจนปลายจมูกชนกัน

“เราอยากอยู่กับเจ้าตลอดไป โรบินเจ้ากลับไป อมายซอนลิลลี่ พร้อมกับเราเถอะแล้วเราจะปกป้องเจ้าเอง”  แฮนค็อกกระซิบเบาๆก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะค่อยๆเลื่อยเข้าหากันช้าๆ ริมฝีปากบางๆทั้งสองประสานและเชื่อมกันด้วยลิ้นเล็กๆภายในปาก ทั้งสองถอนจูบออกจากกันช้าๆ

“ได้โปรดพาฉันไปกับเธอด้วยนะแฮนค็อก”โรบินพูดอย่างแผ่วเบา แฮนค็อกตอบด้วยการประกบจูบเธออีกครั้ง ครั้งนี้ยาวนานและดูดดื่มกว่าครั้งก่อนมากมาย..........................

...............................To be continued……………………………….

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น