[Fic Reborn/KHR] On a snowy day ในวันที่หิมะตก

ตอนที่ 1 : การพบเจอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 338
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    13 ม.ค. 63

ท่ามกลางพายุหิมะโหมกระหน่ำในยามค่ำคืน มันน่าจะเป็นช่วงเวลาพักผ่อนทว่าบ้านหลังเล็กหลังหนึ่งในป่ามีไฟส่องสว่างอยู่ข้างใน โดยปกติไฟมักจะปิดอยู่แต่วันนี้เป็นวันเกิดของลูกสาวบ้านหลังนี้


เด็กน้อยยิ้มร่าเริงพร้อมเป่าเทียนวันเกิดบนเค้กของตนเอง


"หนูดีใจที่สุดเลย"เด็กน้อยกระโดดเกาะพ่อและแม่ของเธอเอง นัยน์ตาสองสีเป็นประกายด้วยความดีใจ


คลุช ซีเครียส เด็กน้อยผมสีเทาผู้ที่เกิดมาพร้อมกับโรคตาสองสีอันเป็นเอกลักษณ์และหาได้ยาก เธอมีร่างกายที่เล็ก ผิวสีขาวราวกับหิมะก็เพราะอยู่กับหิมะมาทั้งชีวิต


และวันนี้ก็เป็นวันเกิดของคลุช วันที่ลมพายุหิมะโหมกระหน่ำ แต่เมื่ออยู่ข้างในบ้านไม้หลังเล็ก ๆ นี้ มันกลับอบอุ่นแตกต่างจากข้างนอกโดยสิ้นเชิง


เด็กน้อยแกะห่อของขวัญขนาดไม่ใหญ่มาก เธอแกะของพ่อก่อนก็พบว่ามันเป็นช็อกโกแลตของโปรดของเธอเอง เด็กน้อยยิ้มออกมาอีกครั้งด้วยความดีใจ พ่อช่างรู้ใจเธอเสียจริง


ต่อไปเป็นของขวัญของแม่เธอเอง แม้ขนาดกล่องของขวัญจะเล็กเท่าฝ่ามือเธอแต่เธอก็ยังตื่นเต้นเพราะการได้รับของขวัญสำหรับเธอนั้นมันมีเพียงแค่ไม่กี่รอบต่อปี


เด็กน้อยฉีกห่อและแกะกล่องของขวัญออกมาก็พบว่ามันคือกุญแจสีเงินเป็นประกายไม่หนักมาก


"มันคือกุญแจอะไรหรอคะ"เด็กถามพลางหันไปมองผู้เป็นมารดาที่ยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน มือสวยเอื้อมมาลูบหัวของเธออย่างอ่อนโยนและรักใคร่


"มันคือกุญแจที่จะสามารถไขทุกอย่างได้จ้ะ แต่มีสิ่งหนึ่งที่มันไขไม่ได้นะ"ผู้เป็นแม่จิ้มเข้าที่หน้าอกของลูกเธอ แล้วพูดต่อ


"นั่นคือจิตใจของมนุษย์ยังไงล่ะ"มันเป็นคำตอบที่เข้าใจยากสำหรับเด็ก และแน่นอนว่าเด็กน้อยอย่างคลุชเองก็ไม่เข้าใจ


"จำไว้นะคลุช ลูกน่ะเป็นคนสำคัญของพ่อและแม่เสมอ สัญญากับแม่นะว่าจะฟังเสียงหัวใจของตัวเอง"แม่โอบกอดเธอไว้ พ่อเองก็เข้ามากอดไว้ด้วย


"ค่ะ หนูสัญญา"ด้วยความที่เป็นเด็ก เธอจึงตอบกลับไปอย่างไร้เดียงสา


งานเลี้ยงดำเนินไปได้ด้วยดีและจบลงด้วยดีเช่นกัน ตอนนี้คลุชกำลังหลับอยู่บนเตียงของตัวเอง กุญแจที่แม่ให้เธอมาเธอก็มัดมันไว้กับผมของเธอเหมือนเครื่องประดับ ห้องของเธอไม่ใหญ่มากนักแต่มันก็เพียงพอที่จะให้คน ๆ หนึ่งหลับได้อย่างสบาย



แต่ดังที่เขาว่า



ความสุขมักอยู่ได้นาน



ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!



เสียงปืนดังขึ้นตามด้วยเสียงกรีดร้องจากด้านนอกทำให้เด็กน้อยสะดุ้งตื่นอย่างตกใจ คลุชหอบหายใจถี่ระรัว ความกลัวเข้าครอบงำเธอ


เกิดอะไรขึ้น?


พ่อกับแม่ล่ะ?


คำถามมากมายเกิดขึ้นภายในหัวของเธอ เด็กน้อยตั้งสติและเดินไปที่ประตูห้องแล้วเปิดมัน ภาพตรงหน้าที่เธอเห็นทำให้เธอแทบหยุดหายใจ


พ่อและแม่ของเธอนอนอยู่บนพื้น แต่ที่ ๆ พวกเขาทั้งสองนอนอยู่กลับมีเลือดสีแดงฉานท่วมพื้น รอบด้านเต็มไปด้วยสีแดงทั้งผนังบ้าน เก้าอี้ ประตู เหมือนถูกย้อมสีใหม่ ๆ


คลุชช็อคค้างกลับภาพตรงหน้า ตัวของเธอสั่นระริกไม่ต่างจากดวงตาสองสีที่สั่นคลอน


".....คลุช...หนี...ไป....แม่...ขอ...โทษ...."แม่ของเธอใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่เหลือบอกแก่เธอก่อนที่จะจากลูกรักของตนเองไป


และแม่ของเด็กน้อยก็ไปจริง ๆ ไปพร้อมกับพ่อของเธอ


คลุชทรุดตัวลงกับพื้นเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง น้ำตาของเธอค่อย ๆ ไหลออกมาทีละหยดจนไหลเป็นสาย


"พ่อคะ!!แม่คะ!!"คลุชวิ่งเข้าไปหาพวกเขา ชุดนอนกระโปรงสีขาวสะอาดกลายเป็นสีแดงเพราะโดนเลือดที่พื้นแต่เธอไม่สน


ผู้ก่อเรื่องทั้งหมดยืนมองเหตุการณ์ด้วยความเบื่อหน่ายราวกับเห็นเรื่องพวกนี้มานับไม่ถ้วน เขาเป็นผู้ชายร่างสูงออกไปทางผอม ผิวขาวซีดเหมือนสีผม สวมหน้ากากไว้ปิดบังใบหน้าและชุดสูทสีดำสนิท ที่มือของเขามีดอกโรสแมรี่ถือไว้อยู่ช่อหนึ่ง


"ร่ำลากันเสร็จรึยัง"เสียงนุ่มทุ้มพูดขึ้นอย่างเบื่อหน่าย ชายคนนั้นจับคอเสื้อของเด็กหญิงแล้วยกขึ้นมา การกระทำนั้นทำให้เด็กคนนั้นตกใจเป็นอย่างมากแล้วยิ่งทำให้เธอร้องไห้หนักขึ้นไปอีก


"กรี๊ดด!! ปล่อยหนูลงนะ ฮึก...ฮือ"คลุชดิ้นไปมาเพื่อให้หลุดจากการจับกุมของเขาแต่มันเป็นการกระทำที่ไร้ประโยชน์


ปั้ก!!


"อั่ก!"คลุชสะอึกออกมาเพราะมือแกร่งฟาดไปที่ท้ายทอยของเด็กน้อย แรงที่ฟาดเพียงพอต่อการที่ทำให้เด็กน้อยสลบไปได้


ชายหนุ่มชุดสูทสีดำเหวี่ยงตัวเด็กสาวขึ้นพาดบ่าแล้วเปิดประตูบ้านเดินลงภูเขาหิมะไปทั้งที่ยังมีพายุแต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเขา




เขาเดินมาถึงตีนเขาในเวลาอันรวดเร็ว เขาไม่รอช้าเดินไปที่รถสีดำสนิท เขาวางตัวเด็กสาวไว้ข้างหลังเบาะคนขับแล้วฉีดยาสลบไปหนึ่งสลิงใส่เด็กสาว เสร็จแล้วจึงขับไปที่ไหนสักที่หนึ่ง ระหว่างทางก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมารายงาน


"ท่านครับ ผมจับลูกหลานของตัวทดลองมาได้แล้วครับ จะรีบนำกลับไปทันทีครับ"ชายหนุ่มวางสายแล้วหันไปมองเด็กสาวที่อยู่ท้ายรถด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาได้ ข้าง ๆ เธอมีดอกโรสแมรี่วางไว้อยู่






คลุชตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตนเองอยู่ในห้องขังใต้ดิน ด้วยความที่เพิ่งฟื้นจากอาการสลบจึงทำให้เธอเวียนหัวนิดหน่อย เด็กน้อยใช้มือเล็ก ๆ กุมหัวไว้เพราะความมึนงง


แต่ไม่ใช่เธอคนเดียวที่อยู่ในห้องขัง ยังมีเด็กผู้หญิงอีกสองคนที่คาดว่าน่าจะอายุมากกว่าเธอเล็กน้อยอยู่ในห้องขังเดียวกับเธอ คลุชเพิ่งพบว่าชุดของตนเองถูกเปลี่ยนให้เป็นชุดกระโปรงที่คล้ายกับชุดคนไข้เหมือนเด็กคนอื่น ๆ เพียงแต่พวกเขามีผ้าพันแผลพันอยู่ทั้งแขนและขา ความกลัวเริ่มกัดกินเธออีกแล้ว


"น-นี่ พวกเราอยู่ที่ไหนเหรอ"คลุชเข้าไปเขย่าตัวอีกสองคนที่อยู่ห้องขังเดียวกับเธอที่ตอนนี้กำลังนอนหลับอยู่กับพื้นเย็นเพราะในห้องขังนี้ไม่มีอะไรเลย


"...อืม เธอมาใหม่หรอ"คนที่อายุมากกว่าตื่นขึ้นมาอย่างสลึมสลือพร้อมขยี้ตาก่อนจะอธิบายให้ฟัง


"คนที่มาอยู่ที่นี่จะต้องกลายเป็นตัวทดลองหรือไม่ก็เครื่องจักรสังหาร จะอยู่รอดได้ต้องแข็งแกร่งเท่านั้น เธอเองก็พักซะบ้างสิ"คลุชเหมือนโดนตัดความหวัง เธอนั่งกอดเข่าไว้ด้วยความหวาดกลัว ดวงตาสั่นระริกน้ำตาสีใสไหลออกมาไม่หยุด ตอนนี้พ่อกับแม่เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง พวกเขาตายแล้วเหรอ มีเพียงเสียงสะอื้นดังกึกก้องไปทั้งใต้ดิน


ในรุ่งเช้าเธอจึงถูกพาตัวไปทดลอง....


สารพัดการทดลองที่จะสรรหามาได้


เจ็บ


เจ็บเหลือเกิน


ใครก็ได้พาเธอออกไปจากขุมนรกนี้ที


ในห้องขังใต้ดินนี้มีเพียงเสียงกรีดร้องของเด็กทุกคนที่ถูกพาลงมา






สี่ปีผ่านไป

ช่วงเวลายาวนานที่คลุชได้อยู่ที่นี่ เธอทั้งถูกฝึกเป็นทหาร ทั้งถูกทดลอง ตอนนี้ความรู้สึกหรืออุณหภูมิต่าง ๆ ไม่มีผลต่อเธออีกแล้ว ผู้ใหญ่แต่ละคนที่ทดลองเธอต่างบอกว่าคุณสมบัติทางกายภาพของเธอนั้นวิเศษกว่าเด็กคนอื่นประมาณว่ามีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ทำกิจกรรมติดต่อกันได้นานแทบทั้งวัน และอื่น ๆ อีกสารพัด


ตลอดเวลาที่คลุชอยู่ที่คุกใต้ดินไซบีเรียแห่งนี้เธอก็สวมแค่เสื้อผ้าบาง ๆ อาหารก็มีแค่น้ำกับขนมปังมื้อละก้อน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงผอมแห้งและตัวเล็ก ตาข้างขวาของเธอที่เป็นสีเหลืองอำพันถูกพันไว้ด้วยผ้าพนแผลด้วยเหตุผลบางประการ


พวกเขาเอาแต่บอกว่าเธอคือตัวทดลองและทหารที่พวกเขาภาคภูมิใจที่สุด แต่นั่นไม่ได้ทำให้คลุชดีใจเลย เพราะตอนนี้หัวใจของเธอชินชาและไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว เธอต้องทำตามคำสั่งของพวกเขาไม่อย่างนั้นเธอก็ตาย


เธอแค่อยากออกไปจากที่นี่....อยากใช้ชีวิตเหมือนเด็กปกติ



แต่คงได้แค่หวัง...





วันต่อมาคลุชมีภารกิจให้ไปสังหารคนคนหนึ่งเพื่อการทดลอง หัวหน้าของเธอยื่นภาพคนที่เธอต้องสังหารให้ เขาสวมหมวกเหล็กจนแทบปิดหน้า ตามลำตัวมีแต่ลายตารางหมากรุกทั้งถุง หมวก และใบหน้า เนคไท รองเท้า และที่อื่น ๆ อย่างละนิด


หัวหน้าของเธอบอกว่าเขาชื่อเช็คเกอร์เฟช เขาถูกขนานนามว่าปีศาจที่ไม่มีใครฆ่าเขาได้ คลุชไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะปกติภารกิจที่เธอทำนั้นสำเร็จลุล่วงทั้งสิ้น เธอค่อนข้างมั่นใจในฝีมือ



หัวหน้าของเธอบอกว่าเขามักจะลงมาจากยอดเขาแห่งหนึ่งในบางวันเพื่อมาซื้อของในเมืองแล้วกลับขึ้นไป ที่พักอาศัยของเขาอยู่ในป่าทึบที่ไม่มีใครเข้าไปได้



มีคนรับภารกิจนี้รวมคลุชทั้งสิ้นหกคน พรุ่งนี้พวกเขาต้องเดินทางไปที่หุบเขาของเช็คเกอร์เฟชเพื่อลอบสังหาร



ในคืนนั้นคลุชนอนไม่หลับอีกเช่นเคยเหมือนทุกคืน ไม่รู้ทำไมเธอรู้สึกเจ็บแปล๊บในอก รู้สึกเหมือนว่าจะทำภารกิจผิดพลาด



เด็กสาวสะบัดหัวไล่ความคิดอัปมงคลออกไป เธอต้องทำได้อยู่แล้ว เด็กสาวได้แต่ปลอบตนเองในใจ






วันรุ่งขึ้นคลุชถือสไนเปอร์คู่กายออกมาท่ามกลางหิมะพร้อมกับคนอื่น ๆ เรื่องการใช้อาวุธเธอไม่เคยเป็นสองรองใคร ทุกคนเข้าประจำที่พร้อมโจมตี ตอนนี้รอแค่เหยื่อของพวกเขาออกมา



และแล้วก็ออกมา



เช็คเกอร์เฟช



เขาเดินลงมาจากภูเขาในเสื้อโค้ทพร้อมไม้เท้าและไม่ลืมหมวกเหล็กอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยท่าทางสบายใจ


คลุชล็อคเป้าหมายไว้ก่อนจะเริ่มเหนี่ยวไก แต่รุ่นพี่ของเธอกลับบุ่มบ่ามซะนี่สิ พวกเขาทั้งหมดกระโจนเข้าไปหาชายหนุ่มนามเช็คเกอร์เฟช ในมือถือของพวกเขามีดไว้หมายจะปลิดชีพ



แต่เช็คเกอร์เฟชไม่ได้มีท่าทีตกใจใด ๆ เขาเพียงแต่เดินลงเขาต่อไปเรื่อย ๆ ในขณะที่รุ่นพี่ของเธอคนหนึ่งกำลังจะใช้มีดแทงลงไปที่หัวใจของเขา เช็คเกอร์เฟชก็ใช้มือหยุดไว้ทันแล้วหักคอรุ่นพี่ของเธอทีละคน



"ชิ!"คลุชจิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์แล้วเล็งเปล้าไปที่หัวใจของเขา แต่เขาหันมาแสยะยิ้มให้เธอผ่านเลนส์ปืนสไนเปอร์แล้วหายไป



คลุชเพิ่งรู้สึกตัวว่ามีใครมายืนอยู่ด้านหลังของเธอ เมื่อหันไปก็พบกับหมวกเหล็กอันคุ้นเคย เด็กสาวเบิกตากว้าง เช็คเกอร์เฟชมาอยู่ด้านหลังของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กัน



"สไนเปอร์ต้องรวดเร็วว่องไว แต่เธอเป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ"เสียงนุ่มทุ้มของเช็คเกอร์เฟชพูดคล้ายเยาะเย้ย



"ตายซะเจ้าปีศาจ!!"คลุชหยิบมีดออกมากำลังจะแทงชายหนุ่ม 



"ฉันชอบในจิตวิญญาณอันแน่วแน่ของเธอ แต่ตอนนี้ฉันคงต้องขอให้เธอพักก่อน"ไวเท่าความคิด ภาพตรงหน้าของดับวูบลงไปกะทันหันเหมือนคนเป็นลมสลบลงไป



เช็คเกอร์เฟชมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ ทำไมเด็กอย่างเธอถึงมาอยู่ที่ที่อันตรายแบบนี้ได้



เขาเพียงอุ้มเด็กสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินกลับขึ้นเขาไป









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #16 polytome (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 13:12

    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #16
    0
  2. #15 sa5sa5sa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 11:49

    เป็นกำลังใจให้นะคะ^_^
    #15
    0