Zenteria อาณาจักรมนตรา มายาแห่งหมอก

ตอนที่ 5 : มายาที่ 4 : ตำนาน เรื่องเล่า ประวัติศาสตร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 พ.ย. 58

มายาที่ 4 ตำนาน เรื่องเล่า ประวัติศาสตร์

ท่ามกลางแสงจันทราสีทองอ่อนที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องพักหมายเลข106ช่วยให้เด็กหนุ่มที่ยืนพิงรั้วระเบียงน้อยสามารถอ่านเนื้อหาของหนังสือบนมือของเขาได้

สมุดบันทึกที่แทบจะไม่มีเรื่องราวของเจ้าของบันทึก ส่วนมากนั้นเป็นเรื่องเล่าของผู้กล้าและเรื่องราวของราชวงศ์ที่สิ้นไปแล้วอย่างโพรทิอุสที่เขียนไว้ด้วยลายมือบรรจง

พวกเจ้าเคยได้ยินเรื่องราวของผู้กล้าในตำนานบ้างไหม? ตำนานที่กล่าวถึงวีรบุรุษที่ช่วยปกป้องเราจากภยันตรายใหญ่หลวงอย่างผู้ที่ถูกขนานนามว่าจ้าวปิศาจ

แต่จะเรียกว่าตำนานก็ไม่ถูกนัก ในเมื่อเหตุการณ์เหล่านั้นได้เกิดขึ้นจริง บุคคลเหล่านั้นก็มีตัวตนจริงด้วยเช่นกัน หากแต่เมื่อถูกเล่าปากต่อปาก จากรุ่นสู่รุ่น ความเป็นจริงนั้นก็ถูกบิดเบือนไปตามกาลเวลา

บ้างก็ว่าผู้กล้าสามารถกำราบจ้าวปิศาจได้ บ้างก็ว่าจ้าวปิศาจกลัวจนหลบหนีไป แต่ความจริงแล้วเป็นอย่างไรกัน? เรื่องที่ข้าจะเขียนต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ภายในตำราประวัติศาสตร์ที่ปัจจุบันไม่อนุญาตให้ผู้ใดอ่าน

เรื่องราวได้เริ่มต้นขึ้นในเซนทีร์ศักราชที่2678 ไวส์ อาร์เคอิกหรือผู้กล้าในตำนาน ในขณะนั้นครองตำแหน่งหัวหน้าตระกูลขุนนางใหญ่แห่งอาณาจักรทาร์ฟาเรีย ดินแดนมนุษย์ เขาเป็นชายหนุ่มวัยกลางคนผู้มากด้วยความสามารถและเป็นที่นับหน้าถือตาในสังคม

จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้พบกับชายปริศนา ชายที่มีความต้องการอันบ้าคลั่ง หวังจะครอบครองทั้งมิติเซนทีเรีย ชายผู้มีนามว่า ฮาเดลิส และนั่นคือจุดเริ่มต้นของสงครามครั้งใหญ่รองเพียงแต่สงครามโอแซล**

ไวส์ อาร์เคอิกพยายามทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งแผนการของชายหนุ่มผู้นี้ หากฮาเดลิสกลับมีพลังที่มากมายเหลือล้น ซ้ำร้ายยังมีกองทัพเผ่าพันธุ์แปลกประหลาดเป็นทัพหนุน จนแม้แต่ทั้งกองทัพหลวงจากทั้งสามแดนดินก็ไม่สามารถขัดขวางได้และเชื่อกันว่าฮาเดลิสได้พลังอำนาจแห่งสายหมอกมาครอบครอง และนั่นคือขุมพลังมหาศาลของเขา

จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาค้นพบมนตราโบราณ – มนตราแก้วผลึก – มนต์ที่สามารถผนึกทุกสิ่งได้ เขาจึงยอมแลกตัวเองเข้าปะทะกับฮาเดลิสด้วยความหวังอันริบหรี่ เปิดหาช่องว่างให้มนต์สัมฤทธิ์ผล แม้ตัวเองจำต้องต้องผลมนตราด้วยก็ตามที

ท้ายที่สุด สงครามก็จบลง ด้วยความสูญเสียครั้งใหญ่รอบที่สองของมิติ ฮาเดลิสและไวส์ถูกผนึกไว้ภายในแท่งแก้วคล้ายคริสตัล ซ่อนไว้ภายในสถานที่ที่ไม่มีใครรับรู้ ป้องกันมิให้ผนึกถูกผู้ใดคลายลง

เมื่อฮาเดลิสหมดสิ้นอำนาจด้วยพลังแห่งมนตรา กองทัพของเขาก็สลายหายไปเหลือทิ้งไว้เพียงฝุ่นธุลี ชวนให้เป็นข้อสงสัยจนถึงปัจจุบันว่าเผ่าพันธุ์ปริศนานั้นคืออะไร หรือเป็นเพียงสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเท่านั้น

เมื่อวันเวลาผ่านไป เรื่องราวที่แท้จริงก็ค่อยๆถูกลืมเลือน ไม่สิ หากจะพูดให้ถูกคือถูกแต่งแต้มเพื่อเป็นเรื่องเล่าก่อนนอนสำหรับเด็กน้อย

แต่ก็ไม่แน่ เรื่องที่ข้าเพิ่งเล่าไป อาจจะเป็นเพียงหนึ่งเรื่องราวที่ถูกเติมแต่ง รังสรรค์โดยใครบางคนก็ได้? ในเมื่อสิ่งใดจริง สิ่งใดเท็จ ใครเป็นผู้กำหนดกัน?

เฟเรสขมวดคิ้วมุ่นกับบางอย่างที่สะกิดใจเขา ภาพที่เขาเห็นปรากฏกลับเข้ามาในหัว ภาพของผลึกคริสตัลที่เขาเห็นเพียงเสี้ยวหนึ่ง

“หรือว่าจะเกี่ยวข้องกัน...”ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง อำนาจ สิ่งที่เขาตามหาจะอยู่กับจ้าวปิศาจอย่างงั้นหรือ?

“ถ้าใช่ ก็ต้องหาและคลายผนึก ไม่สิ มันไม่ง่ายขนาดนั้น...”เฟเรสเอ่ยเสียงเคร่งเครียด ก่อนที่เขาจะปิดสมุดบันทึกลง เขามองบันทึกในมือ ในใจอดคิดไม่ได้ว่าสมุดบันทึกที่เขาเคยคิดว่าธรรมดากลับไม่ธรรมดาอย่างที่คิด

“ฟริเซีย โพรทิอุส เจ้าเป็นใครกันแน่”

 

 

“ทำไมหาไม่เจอสักทีนะ!”หญิงสาวผมสีทองโวยวายภายในห้องสมุดที่มีแสงจากแสงจันทร์และโคมไฟจากโต๊ะทำงานที่มีให้ ดีที่ตอนนี้ไร้ซึ่งคนรวมถึงบรรณารักษ์ทำให้ไม่มีใครสามารถว่าเธอที่มาส่งเสียงดังได้

บนโต๊ะไม้เต็มไปด้วยหนังสือมากมายที่ว่าด้วยสัตว์วิเศษต่างๆ แต่ไม่ว่าเธอจะหาสักกี่เล่มก็หาเรื่องของตัวที่เธอเห็นไม่เจอสักที ถึงแม้ว่าที่เธออ่านจะยังไม่ถึงหนึ่งในห้าของหนังสือทั้งหมดก็เถอะ

เธอวางหนังสือเล่มหนาในมือลงเสียงดัง แต่เพราะแรงหนังสือกระแทกทำให้สองสามเล่มที่วางอยู่ใกล้ๆร่วงลงไปที่พื้นห้องสมุด

ซาซิเรียก้มลงไปเพื่อเก็บหนังสือทั้งสามเล่ม เธอมองหน้าปกของหนังสือทั้งสองเล่มก่อนจะสะดุดใจในเล่มที่สาม ‘Lore of Lionel’

“อืม...มันจะเกี่ยวข้องกันมั้ยน้า”หญิงสาวพึมพำ ก่อนที่จะวางอีกสองเล่มลงและเปิดเล่มที่สามนั้นอ่าน แต่หลังจากอ่านจนหมดเล่มเธอก็ไม่พบข้อมูลที่ต้องการเลยแม้แตน้อย

“โธ่ นึกว่าจะเจออะไรบ้างนะเนี่ย เห็นหน้าตาคล้ายๆ...”เธอเงียบเสียงไปเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วเจอภาพวาดของสัตว์วิเศษที่ว่าในกรอบรูปสีทองลอยอยู่เหนือโต๊ะตรงหน้าเธอนี่เอง!

ซาซิเรียเอื้อมมือไปแตะภาพนั้น แสงขาวพลันสว่างวาบพร้อมๆกับสติของเธอที่ดับวูบลงและศีรษะที่ลงกระแทกกับพื้นโต๊ะ

“บอกเขาจะดีหรอครับ?”เสียงนุ่มเอ่ยถามขึ้นมาจากเงามืดของชั้นหนังสือ เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเทาเข้มเดินออกมาพลางหยิบกรอบรูปขึ้นมามอง เขาคือหนึ่งในนักเรียนชั้นปีหนึ่งของปราการเหมันต์ ตำแหน่งพ่อพระประจำปราการ คิลรัส โอรีเวีย

“ยังไงซะ ทุกอย่างก็ต้องเริ่ม”โซลีเรีย โครเทไลน์ เด็กสาวผู้เฉยชาเพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวของคิลรัสเอ่ยบอก แววตาสีน้ำทะเลจับจ้องไปที่รูปภาพนั้นเช่นเดียวกัน แต่กลับดูเหมือนทอดมองบางอย่างที่อยู่ไกลกว่านั้น เธอถอนหายใจแผ่วเบาราวกับเหนื่อยอ่อนแม้ใบหน้าจะไม่เปลี่ยนแปลงก่อนจะพูดต่อ

“ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็มีเป้าหมายเดียวกัน....ในตอนนี้ แต่หากเป็นพวกเขา แม้แต่พวกนั้นก็ไม่คิดจะขัดขวาง”

“นั่นสินะครับ ผมลืมไปเลย พวกเขาจะช่วยให้งานของเราง่ายขึ้น แต่หลังจากนั้น...เลือดจะเจิ่งนองอีกรึเปล่าครับ? ไม่สิ ผมต้องถามว่ามันจะร้ายแรงแค่ไหนสินะครับ?”คิลรัสถามด้วยความไม่แน่ใจ เพราะไม่ว่าจะทางไหน พื้นดินก็จะแดงฉาน ต่างแค่มากหรือน้อยเท่านั้น 

“ขึ้นอยู่กับว่าความลับนั้นจะมีในโลกรึเปล่า”โซลีเรียกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่แยแส ก่อนจะค่อยๆเดินออกจากห้องสมุดไป คิลรัสมองหญิงสาวผู้สลบไสลด้วยสายตาสงสารกับสิ่งที่พวกเธออาจจะต้องเผชิญ ก่อนจะจะเดินตามเพื่อนสาวออกไป ทิ้งให้ซาซิเรียอยู่เพียงลำพังอย่างแท้จริง

 

 

ดวงตาสีท้องฟ้ากวาดมองรอบตัวที่เป็นเหมือนห้องตันไร้ซึ่งทางเข้าและทางออก เบื้องหน้าของเธอเป็นแผ่นหินขนาดใหญ่ที่สลักข้อความไว้ เหนือข้อความทั้งหมดเป็นรูปวาดด้วยหมึกสีดำเลือนๆเป็นรูปสัตว์วิเศษที่เธอกำลังตามหา แต่ที่ดึงความสนใจเธอออกจากเป้าหมายนั้นคือถ้อยคำที่ถูกสลักไว้

นี่มัน...มาเลดิก***’ซาซิเรียมองอย่างแทบไม่เชื่อสายตาในเมื่อภาษาที่แทบจะไม่มีคนรู้จักในปัจจุบันกลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอ!

ไม่สิ ตอนนี้ข้อมูลสำคัญกว่าเรื่องนั้นหญิงสาวตั้งสติก่อนจะแปลข้อความตั้งแต่บรรทัดแรกยันบรรทัดสุดท้าย

หากผู้ใดพบเห็นล้วนแล้วนึกถึงไลโอเนล แต่นามของมันนั้นคือ เลโอนาร์ด

หากว่ากันตามตรงแล้วมันคือขั้วตรงข้ามของกันและกัน รวมถึงเคราะห์ร้ายที่ยากต่อการสืบพันธุ์ของเลโอนาร์ด ในขณะที่ไลโอเนลหามีปัญหาใดไม่

มันมีเขาคดสองเขา สองเขี้ยวยาวน่าหวาดเสียว ปีกแกร่งสีทมิฬต่างจากขนนกสีบริสุทธิ์ กายสีเทาเงินและขนสีเงินยวงตัดกับสีทองคำ พละกำลังมหาศาลเหนือสิ่งใด นิสัยเป็นมิตรแตกต่างจากภายนอก ตรงข้ามกันนั้นไลโอเนลนั้นดุร้ายแม้มีภาพลักษณ์ประดุจเทพ น่าเสียดายนักที่น้อยรายจะได้พานพบ

ตามตำนานว่ากันว่า หากผู้ใดได้เป็นนาย จะเป็นนายของทั้งเผ่าพันธุ์ เปรียบได้ดั่งพระเจ้า เพราะถึงแม้จะรักสงบ แต่กลับยากจะเชื่อใจใคร

ครั้งสงครามฮาเดลิส มีผู้กล่าวไว้ ถึงสัตว์ร้ายคลับคล้ายไลโอเนลเคียงคู่จ้าวปิศาจ พร้อมตราเหนือธงรูปสัตว์ร้ายนั้น

หากเลโอนาร์ดเป็นข้ารับใช้แห่งจ้าวปิศาจ ผู้นั้นจะใช่ปิศาจแน่หรือ ในเมื่อในสายตาของเลโอนาร์ดที่เป็นมิตรที่สุดแห่งสัตว์วิเศษทั้งมวลกลับเปรียบดั่งพระเจ้า?

หรือจะเป็นไปได้หรือไม่ หากมีมนตราใดที่สามารถควบคุมจิตใจได้?

ทันทีทีซาซิเรียอ่านจบ เธอก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา เมื่อเงยหน้ามองไปรอบตัวก็เป็นบรรยากาศคุ้นเคยของห้องสมุด 

“เมื่อกี้มัน...เราหลับไปหรอเนี่ย?”หญิงสาวถามตัวเองงงๆ ซาซิเรียถอนหายใจ ก่อนจะลงมือค้นคว้าหาข้อมูลต่อ เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เธออ่านในความฝันนั้นเป็นความจริงหรือไม่

เพราะตอนนี้เธอไม่แน่ใจสักเท่าไหร่ ว่าเมื่อครู่เป็นความจริงหรือเป็นเพียงฝันที่เธอจินตนาการขึ้นมาเอง

 

 

“คุณย่าคะ เล่าให้หนูฟังก่อนนอนอีกได้มั้ยคะ”เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กสาววัย8ขวบดังขึ้น ในขณะที่เธอกำลังมุดเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนหนา ทำให้หญิงชราที่นั่งอยู่เก้าอี้ไม้ข้างๆยิ้มอย่างเอ็นดู

ภายในห้องนั้นเป็นห้องเล็กๆที่มีเตียงไม้ที่เด็กน้อยกำลังนอนอยู่ ตู้เสื้อผ้าไม้ที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของห้อง พื้นห้องที่ปูด้วยพรมสีน้ำตาลอ่อน โคมแขวนตามมุมทั้งสี่ถูกจุด ทำให้ภายในห้องดูอบอุ่นด้วยแสงไฟสีส้มนวล

“ได้สิจ้ะ วันนี้หลานอยากฟังเรื่องอะไรล่ะ หืม?”

“หนูอยากฟังเรื่องของพระเจ้าค่ะ”เด็กน้อยกล่าว ผู้ที่มีศักดิ์เป็นคุณย่าจึงทำหน้านึกสักพักก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวให้หลานของตนฟัง

 “เรื่องนั้นเริ่มจากความว่างเปล่า และเวทมนต์ได้หลวมรวมเป็นหนึ่ง ก่อร่างสร้างมิติแห่งนี้ขึ้นมา...

เชื่อกันว่าตอนแรกทั่วทั้งมิติเป็นดินแดนที่ปกคลุมไปด้วยหมอก สิ่งมีชีวิตแรกที่ถือกำเนิดขึ้นนั้นคือพระเจ้า ท่านรังสรรค์พืชพรรณ ภูเขา แม่น้ำลำธาร ธรรมชาติ ก่อนที่เผ่าพันธุ์หลักทั้งสามจะถือกำเนิดขึ้น เทพ ปิศาจและมนุษย์ สืบเรื่อยไปจนครบทุกเผ่าพันธุ์ที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน เหมือนเป็นการเตรียมที่อยู่ให้กับทุกเผ่าพันธุ์

ทุกอย่างล้วนมีสมดุลเป็นของมันเอง ทุกสิ่งเกิดจากเวทมนต์ หากมีสิ่งใดตายจากไป ก็กลับเป็นเวทมนต์คืนสู่ธรรมชาติ เวทมนต์ภายในธรรมชาตินั้นจะถูกเรียกว่าพลังเวทอิสระและพลังเวทที่คงในรูปของสิ่งมีชีวิตจะถูกเรียกว่าพลังเวทภายใน

พลังเวททั้งสองประเภทมีสมดุลอย่างเท่าเทียม มีการเวียนว่ายตายเกิด ปริมาณการเกิดและตายจะไม่เท่ากัน แต่ปริมาณพลังเวทอิสระที่กลายเป็นพลังเวทภายในจะเท่ากับปริมาณพลังเวทภายในที่กลายเป็นพลังเวทอิสระ อาจจะเป็นการตายของคนหนึ่งคน แต่เป็นการเกิดของคนสองคนก็ได้ หรืออาจจะเป็นการตายของคนสองคน แต่เป็นการเกิดของคนหนึ่งคน

แต่หากมีสิ่งที่รบกวนสมดุลนั้น หรือธรรมชาติผิดเพี้ยนด้วยเหตุผลบางอย่าง จะเป็นหน้าที่ของพระเจ้าที่จะเข้ามาข้องเกี่ยว แต่ท่านไม่สามารถสังหารสิ่งใด นั่นเป็นกฎที่ตามมาของการมีพลังเหนือผู้อื่น

จึงมีบางครั้งภัยพิบัติที่คร่าชีวิตผู้คน หรือบางครั้งที่ไร้ซึ่งภัยพิบัติ ทุกอย่างอุดมสมบูรณ์เอื้อประโยชน์ทุกเผ่าพันธุ์ นั่นก็เป็นหนึ่งในการแทรกแซงของพระเจ้าในการพยายามประคองสมดุล

พระเจ้ามีข้อห้ามอีกอย่างนั่นก็คือการปกปิดตัวตนของตนเองไม่ให้ใครรับรู้ และนั่นก็คือเรื่องราวของพระเจ้าที่ยายรู้”

“แล้วพระเจ้านี่เป็นอมตะหรอคะ?”เด็กสาวถาม

“น่าจะใช่นะจ้ะ ยายเองก็ไม่เคยเจอซะด้วย”หญิงชรากล่าว ก่อนจะก้มลงไปหอมหน้าผากของหลานสาว

“นอนได้แล้วล่ะจ่ะ ฝันดีนะจ้ะ”

++++++++++++++

*เซนทีร์ศักราช(ซ.ศ.)[Zentir Era(Z.E.)] – ศักราชที่ใช้ในมิติเซนทีเรีย เริ่มนับศักราชแรกหลังจากสงครามโอแซลจบลง ปัจจุบันในเนื้อเรื่องตรงกับซ.ศ.3214

**สงครามโอแซล – สงครามแบ่งแยกดินแดนทั้งสาม ดินแดนแห่งมนุษา ดินแดนแห่งเทวาและดินแดนแห่งปิศาจ เกิดในยุคก่อนซ.ศ.[Before Z.E.]

***ภาษาในเซนทีเรียแบ่งเป็นทั้งหมดสี่ภาษา คือ เดอุส(ภาษาเผ่าเทพ) เดโมเนีย(ภาษาเผ่าปิศาจ) ฮูมาน่า(ภาษามนุษย์)และมาเลดิก(ภาษาของเผ่าพันธุ์ที่ถูกสาป คือ ดาร์กเอลฟ์ จตุรมนุษย์**** คนแคระ)

****จตุรมนุษย์ – ครึ่งเผ่าพันธุ์ระหว่างมังกรกับมนุษย์ ไม่ใช่ผลผลิตระหว่างการสมสู่ของมังกรและมนุษย์ แต่เป็นเผ่าพันธุ์หนึ่งที่มีมาตั้งแต่แรกเริ่ม อาศัยอยู่ในดินแดนปิศาจ โดยมีสองร่างคือร่างมังกรและร่างมนุษย์ ที่ถูกเรียกว่าจตุร เพราะจตุรมนุษย์จะมีเชื้อสายของมังกรสี่ธาตุหลักเท่านั้น คือ มังกรดิน น้ำ ลมและไฟ

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

129 ความคิดเห็น

  1. #103 Yuliala (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 23:50
    ตอนนี้เพิ่มปมปริศนาอีกแล้ว
    :)
    #103
    0
  2. #78 Oriel (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2557 / 10:59
    ค้างคา~~~~~ 
    ย่าหลานนี่ใครเนี่ย!?
    #78
    0
  3. #76 Sreyer (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2557 / 23:16
    รีบๆมาต่อน้าาา อยากอ่านฉากบู๊เร็วๆ*^*
    #76
    0
  4. #75 Woogyuism (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2557 / 18:52
    มาต่อเร้ววววววววว
    #75
    0
  5. #15 Little icedevilz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 / 19:00
    กดหานิยายอ่าน เจอเรื่องนี้อัพพอดีเลยแวะเข้ามาก่อนเลย =w=
    จะรออีก 1.5 เปอร์ที่เหลือนะ ทิ้งไว้ซะค้างคาาา
    มาต่อให้จบเร็วๆเน้อ อยากรู้แล้วว่าน้ำในแก้วมันมีอะไรแอบแฝง (?)
    #15
    0
  6. #14 Little icedevilz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 เมษายน 2555 / 18:11
    สู้ๆจ้า รอให้มาอัพครบร้อยเน้อ
    หายไปนาน แอบคิดถึงนะเนี่ย ฮิๆ =w=
    #14
    0
  7. #12 Oriel (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2555 / 21:39
    แพทจี้สู้ๆ
    #12
    0
  8. #10 Little icedevilz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 เมษายน 2555 / 15:43
    คิดถึงเรื่องนี้จังเลย หายไปนานมากกกกก
    พยายามเข้า เอาชนะอาการดองเค็มให้ได้นะ! ><

    #10
    0