Zenteria อาณาจักรมนตรา มายาแห่งหมอก

ตอนที่ 10 : Special ; X'Mas::2014

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 มี.ค. 58

 
 
X'Mas Special's

           “หิมะ...”เสียงทุ้มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เจ้าของเสียงคือเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำสนิทในชุดสีเข้มตัดกันสีขาวสะอาดของปุยหิมะที่กำลังร่วงหล่นลงมา หิมะในยามราตรีนั้นราวกับเรืองรองหากมองจากเบื้องล่างนี้ มือหนาขยับกระชับเสื้อเข้าหาตัวมากขึ้นเมื่อสายลมหนาวตัดสินใจเริ่มพัดหวีดหวิว ใบหน้าของเขานั้นถูกปกปิดด้วยผ้าพันคอผืนหนาไปเกือบครึ่ง

รอบตัวเขานั้นเป็นป่าทั้งสองฝากฝั่ง ทางเบื้องหน้าเป็นทางลาดสูงขึ้นไปยังยอดเขาเตี้ย ถามว่าเขามาทำอะไรในที่เปลี่ยวอย่างนี้ยามค่ำคืนน่ะหรือ? เขาคงจะไม่มาหากเพื่อนรักทั้งสองไม่ตัดสินใจนัดพบกันที่บ้านพักตากอากาศที่เขามีอยู่บนยอดเขานั่น หลังจากที่พวกเขาได้แยกย้ายไปทำงานตระกูลก่อนหน้านี้

แถมรถม้าที่เขาใช้นั่งโดยสารมาตลอดดันมาตกหล่มหินตั้งแต่ตีนเขา จะให้รอรถม้าคันใหม่ก็ดูจะไม่ทันการ แถมช่วงหน้าหนาวนี้ร้านต่างๆในแถบชนบทก็พากันปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว ครั้นจะจ้างเกวียนหรือรถขึ้นมาก็หาไม่ได้ ทำให้เด็กหนุ่มไม่มีทางเลือกนอกจากเดิน... ใช่! เดินขึ้นเขายามวิกาลด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวรับหิมะแรกของสัปดาห์สุดท้ายของฤดูกาล

ร่างสูงล้วงหยิบนาฬิกาพกขึ้นมาเปิดดู เข็มบนหน้าปัดนั้นชี้บอกเวลาสองทุ่มกว่า

เหลือเวลาอีกกว่าสองชั่วโมงจนกว่าจะถึงเวลานัด เฟเรสถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาขยี้ผมตัวเองน้อยๆด้วยความหงุดหงิดใจ ก่อนจะสาวเท้าเดินหน้าต่อไป

การเดินขึ้นเขาปกติว่ายากลำบากแล้ว เด็กหนุ่มยังดวงไม่ดีต้องมาเดินขึ้นในวันที่หิมะนั้นปกคลุมหนาเลยข้อเท้าขึ้นมาหน่อย เขาจึงต้องใช้ทั้งแรงกายในการก้าวแต่ละก้าวและแรงใจ...ในการไม่อยากทำลายบริเวณโดยรอบด้วยความหงุดหงิดไปเสียก่อน

หายใจเข้า... ก้าวเท้าถัดไป

หายใจออก... ก้าวอีกข้าง

เด็กหนุ่มทวนในใจไปเรื่อยๆ แต่พอขึ้นมาได้เกือบครึ่งทางการเดินปกติก็เกือบจะกลายเป็นกึ่งกระทืบเท้าเสียแล้ว...

ปกติเขาคงจะไม่บ่นอะไร เพราะในวัยเด็กเขาเองก็เดินเล่นขึ้นลงเขาอยู่บ่อยๆ แต่นั่นมันเป็นช่วงเวลาที่พื้นเป็นพื้นดินธรรมดาและอากาศก็ไม่ได้หนาวเย็นขนาดนี้ ถ้าจะให้พูดตามตรงคือเขาที่สวมถุงเท้าทับสองสามชั้นตามด้วยบู๊ทขนสัตว์คู่หนาทับกางเกงขายาวตัวอุ่นซึ่งถือว่าหลายชั้นพอสมควรยังรู้สึกว่าเท้านั้นค่อยๆชาจากความเย็น

ตอนแรกเขาก็คิดที่จะติดต่อเพื่อนทั้งสองให้แวะมารับตอนขาขึ้น แต่เขาก็ดันลืมผลึกเลโฟร์ในการติดต่อสื่อสารไว้ที่บ้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เป็นคืนคริสต์มาสที่แย่ที่สุด...เฟเรสอดจะบ่นในใจไม่ได้ แม้จะทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับชะตากรรม เพราะจะให้ใช้เวทเทเลพอร์ตก็ดูจะเปลืองแรงมากเกินไปหน่อย แต่ถ้าถึงคราวคับขันจริงๆนั้นก็อาจจะอีกเรื่องหนึ่ง

หลังจากเดินไปได้สักพัก ก็ได้ยินเสียงเดินหยุบหยับบนพื้นหิมะจากทางด้านซ้าย เสียงของขาทั้งแปดของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่คุ้นเคย...

พอหันไปทางต้นเสียงเขาก็พบเจอกับเพื่อนเก่า(?)ที่ไม่ได้เจอกันมานานหลายปี ตั้งแต่เขามาครั้งล่าสุดเมื่อสี่ปีก่อน อารัคเน่ แมงมุมยักษ์ตัวกว่าสองเมตร ดวงตากลมโตสีแดงทั้งแปดดวงจ้องมาที่เขา เขี้ยวทั้งสองอาบเคลือบด้วยพิษร้ายแรง มันยกขาแหลมขึ้นมาสองข้างและค่อยๆเดินเข้ามาหาเขา ราวกับจับจ้องเหยื่อ

เฟเรสมองแมงมุมยักษ์ตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉยไร้ซึ่งความหวั่นเกรง แต่แล้วเรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเจ้าแมงมุมค่อยเอาขาแหลมๆนั่นมาเขี่ยผมบนหัวเฟเรสเบาๆราวกับลูบหัว อารัคเน่ส่งเสียงแหลมๆเบาๆราวกับจะทักทายหลังจากไม่ได้เจอกันมานาน

“ไง สบายดีนะ?”เด็กหนุ่มทักทายอย่างสนิทสนม

เจ้าแมงมุมพยักหน้าขึ้นลงราวกับตอบคำถามนั้น มันยกขาที่สามขึ้นมาชี้ไปที่หลังของมันเองล่วงหน้าก่อนจะใช้ขาหน้าทั้งสองโอบตัวเขาขึ้นไปนั่งบนหลัง

“ขอบคุณ”เขาลูบหัวมันเบาๆ เหมือนสมัยเด็กที่เขาชอบทำ ซึ่งอารัคเน่ก็เหมือนจะชอบใจส่งเสียงตอบรับกลับมา “แล้วลูกๆเจ้า?”

อารัคเน่ยกขาสองข้างขึ้นมาแนบหน้าข้างขวา ทำท่าสื่อว่าลูกน้อยของมันกำลังหลับสบายอยู่ที่โพรง ส่วนใครเป็นคนสอนภาษามือพื้นๆพวกนี้ให้มันน่ะหรอ? ก็เขากับพวกเมฟิสตอนที่ยังเป็นเด็กนั่นแหละ

ระหว่างทางไปยังจุดหมาย เฟเรสหวนคิดถึงตอนเด็กที่เขาเจอกับอารัคเน่ขึ้นเป็นครั้งแรก เขาจำได้ว่าตอนนั้นพวกเขาวิ่งหนีมันกันแทบตาย แต่สุดท้ายก็ได้มันนี่ล่ะ ที่ช่วยพวกเขาให้รอดจากการตกเหว

.

.

“เฟเรส ซาครอส รอข้าด้วย!!!”เสียงตะโกนของเด็กน้อยวัยเจ็ดแปดขวบที่กำลังวิ่งหนีแมงมุมยักษ์สีดำมะเมื่อมด้านหลัง ขาเล็กๆของเขาก้าวไม่ทันเพื่อนสนิทที่ขายาวกว่าเขาหน่อย

“ขืนอยู่รอก็โดนมันงาบพอดี เจ้านั่นแหละที่ต้องเร่งความเร็วขึ้นน่ะ เมฟิส”ซาครอสที่นำหน้าสุดตะโกนกลับมา แต่ดูจากสีหน้าของทั้งสามคนนั้นเหนื่อยกันพอตัวทีเดียว ดวงตาสีอำพันกลมโตเหลือบกลับมามองเบื้องหลังเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปมองทางต่อ

“...”เฟเรสไม่พูดอะไรตั้งหน้าตั้งตาวิ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว แต่ดูจากดวงตาก็รู้ว่าเขากลัวเจ้าแมงมุมที่ตัวใหญ่กว่าเขาโขนั่นแค่ไหน ผมสีดำสั้นนั้นยุ่งเหยิงไม่แพ้เพื่อนๆของเขาจากการที่วิ่งแล้วลมปะทะหน้า

เด็กหนุ่มทั้งสามคนวิ่งหน้าตั้งโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ วิ่งเลยผ่านป้ายไม้เก่าๆที่เขียนไว้อย่างรางเลือนว่า ระวัง! หน้าผาด้านหน้า

หลังจากวิ่งมาสักพัก เฟเรสที่นำหน้าสุดก็ต้องเบรกเมื่อเห็นว่าทางข้างหน้าของเขามันไม่มีทางต่อ แต่ด้วยความเร็วที่เขาวิ่งมาทำให้เขาหยุดไม่อยู่ ซาครอสกับเมฟิสด้านหลังนั้นก็สภาพไม่ต่างกัน ซ้ำยังวิ่งเข้ามาชนด้านหลังจนเขาซวนเซตกเหวกันสามคนซ้อนไปในที่สุด!

“เหวอ!!”เฟเรสร้องเสียงหลง เสียงของทั้งสามคนก้องไปทั่วหุบเหวแข่งกับเสียงคลื่นน้ำด้านล่างหน้าผา เด็กหนุ่มผมดำไหวตัวคว้าเส้นเถาวัลย์ที่ยื่นออกมาจากผาหวังว่ามันจะช่วยอะไรเขาได้บ้าง อีกข้างก็ถูกซาครอสคว้าไว้ ในขณะที่เมฟิสกอดเอวซาครอสไว้แน่น ดวงตาสีใบไม้ของเจ้าตัวมองลงไปด้านล่างอย่างหวาดๆ

“เฟเรส เจ้าดึงไว้อีกสักพักไหวมั้ย?”ซาครอสถามอย่างยากลำบาก เพราะแรงที่เมฟิสเกาะเข้าไว้ก็ไม่ใช่น้อยๆ “ข้าขอเวลาร่ายเวทแปป”

“ข้าน่ะไหว แต่ไม่รู้ว่าเถาวัลย์มันจะรับน้ำหนักพวกเราได้แค่ไหน ยังไม่รวมเจ้าแมงมุมยักษ์นั่นอีก”เฟเรสตอบกลับไป ดวงตาสีน้ำเงินหรี่มองเถาวัลย์เหนือหัวที่ดูค่อยๆตึงตัวราวกับสามารถขาดได้ทุกเมื่อ แถมมองเลยขึ้นไปก็พบกับเจ้าแมงมุมที่เหมือนกำลังก้มมองพวกเขา

เสียงร่ายเวทของซาครอสดังขึ้นแผ่วเบา แต่ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงบทเวท เถาวัลย์นั้นก็ขาดผึงอย่างไม่เป็นใจ

สามหน่อร้องเสียงหลงกันอีกรอบพลางหลับตาปี๋ เสียงร่ายเวทขาดห้วงด้วยอารามตกใจ แต่แรงปะทะก็ไม่มาตามที่พวกเขาคิด เฟเรสค่อยๆลืมตาเงยหน้าขึ้นไปมองแรงตึงๆที่ข้อมือ

ใยสีขาวพันอยู่รอบๆรั้งเขาไว้ไม่ให้ร่วงหล่นลงไป...

ดวงตาสีน้ำเงินเงยมองสูงขึ้นไป เจ้าแมงมุมยักษ์ค่อยๆสาวใยพร้อมพวกเขาขึ้นไปช้าๆ ช้าๆ จนในที่สุด เท้าพวกเขาก็เหยียบพื้นดินกันอีกครั้ง

และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพต่างเผ่าพันธุ์ระหว่างพวกเขา...

.

.

เฟเรสพูดคุยกับมันเรื่อยๆระหว่างทาง พูดให้ถูกคือเขาเป็นฝ่ายเล่าให้มันฟังฝ่ายเดียวเสียมากกว่า เขารู้สึกว่าตัวเองพูดมากกว่าเวลาอยู่กับเพื่อนรักทั้งสอง แต่คงเพราะอีกฝ่ายนั้นโต้ตอบเขาอะไรไม่ได้มากและบางครั้งเขาเองก็อยากจะพูดบ้างเหมือนกัน หากเป็นเพื่อนทั้งสองแล้วเขาพูดมากผิดวิสัยอย่างนี้ คงมีได้แซวหรือหยอกล้อประปรายแน่ๆ

ระหว่างทางความคิดของเฟเรสก็เริ่มเปลี่ยนไป อารมณ์ที่ขุ่นมัวค่อยๆจางลง การได้พบกับเพื่อนแมงมุมทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาก

บางทีนี่อาจจะไม่ใช่คริสต์มาสที่แย่ที่สุด หากข้าไม่ได้เดินเท้า คงไม่ได้พบเจอสหายที่ห่างกันมานาน

ไม่นานนักอารัคเน่ก็พาเขามาถึงบ้านพักของเขา บ้านไม้ชั้นเดียวเบื้องหน้าตั้งตระหง่าน แสงไฟสีส้มนวลส่องรองๆจากหน้าต่างที่มีผ้าม่านปกปิดด้านข้างบางส่วนท่ามกลางความมืดเย็นของบรรยากาศโดยรอบ

“เจ้าไม่ทักทายพวกนั้นหน่อย?”เฟเรสถามหลังจากปีนลงมาจากหลังอารัคเน่เรียบร้อยแล้ว และมันก็ทำท่าเหมือนจะเดินจากไปทันที

แมงมุมยักษ์ส่ายหัวเป็นเชิงว่าไม่ทักทาย ก่อนมันจะยกขาข้างหนึ่งมาโบกไปมากล่าวลาเด็กหนุ่มแล้วเดินหายเข้าป่าไป เฟเรสหันกลับมาแล้วเดินไปเปิดประตูไม้เข้าตัวบ้านไป

ความอบอุ่นคือความรู้สึกแรกที่เขาสัมผัสได้....

เปลวเพลิงในเตาผิงคุกรุ่นส่องสว่าง มอบทั้งแสงสว่างและความร้อนตัดกับความหนาวเย็นด้านนอก โคมไฟระย้าใจกลางห้องทอแสงนวลทำให้บรรยากาศดูอบอวลด้วยความอบอุ่น มุมห้องมุมหนึ่งตกแต่งด้วยต้นสนสีเขียวชอุ่มที่เต็มไปด้วยของตกแต่งมากมายอย่างงดงาม ใต้ต้นคริสต์มาสนั้นมีกล่องของขวัญวางเรียงรายอยู่ แต่ภายในห้องนั่งเล่นนั้นกลับไร้วี่แววผู้คน

เฟเรสเดินลึกเข้าไปในตัวบ้านท่ามกลางความเงียบนั้น เขาเดินเปิดดูห้องนอนใหญ่ที่พวกเขาพักรวมกัน แต่ภายในห้องนั้นก็มืดสนิท เตาผิงภายในห้องนอนก็ไม่มีเค้าว่าถูกจุดมาก่อนทำให้เด็กหนุ่มปิดประตูแล้วเดินไปยังห้องถัดไป ห้องครัว

เมื่อแง้มประตูเขาก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันของเพื่อนๆของเขา เมฟิสนั่งโยกเก้าอี้โต๊ะอาหารเล่น ซาซิเรียกำลังช่วยซาครอสเก็บจาน และอาเรสที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตาอบ

“อ้าว มาถึงแล้วหรอ?”เมฟิสทักทายทันทีที่เห็นเขายืนอยู่หน้าประตู เฟเรสพยักหน้าตอบก่อนจะค่อยๆก้าวเข้าไป กลิ่นอาหารหอมฟุ้งทั่วห้องชวนให้น้ำลายสอนั้นชวนให้เขาสงสัยว่าทำไมกลิ่นถึงไม่ลอยออกไปที่ห้องนั่งเล่น

“เจ้ามาได้จังหวะพอดีเลยรู้มั้ย อาเรสเพิ่งอบไก่งวงเสร็จเมื่อกี้นี้เอง”เมฟิสพูดต่อขณะที่พยักเพยิดไปทางเด็กหนุ่มผมสีทองยาวสลวย “แต่เล่นติดต่อไม่ได้แบบนี้ ทำชาวบ้านเขาเป็นห่วงนะเฟ่ย!

“นั่นสิ ข้าลองติดต่อผ่านผลึกเลโฟร์แต่ก็ติดต่อเจ้าไม่ได้ เห็นข้างนอกหิมะหนานึกว่าจะเกิดอะไรขึ้นซะอีก”ซาครอสเสริมขึ้นมา

เฟเรสยิ้มบางๆให้กับประโยคที่เต็มไปด้วยความห่วงใยนั้น เขานั่งลงบนเก้าอี้ที่ล้อมรอบโต๊ะอาหาร บนโต๊ะนั้นเต็มไปด้วยอาหารจานใหญ่สามสี่จาน บวกเพิ่มกับไก่งวงอบที่อาเรสเพิ่งยกออกมาวางกลางโต๊ะ

“เอาล่ะ ในเมื่อมาพร้อมหน้าพร้อมตาก็ไม่ต้องรออะไรแล้ว”อาเรสเอ่ยขณะที่เขานั่งลงตรงหัวโต๊ะ ใบหน้านั้นอมยิ้มหวาน “ลงมือกินกันเลย”

พวกเขาคุยกันไปทานกันไปอย่างสนุกสนาน ไม่นานนักอาหารทุกจานบนโต๊ะก็ถูกจัดการอย่างเรียบร้อย เหลือแค่จานเปล่าและหนุ่มสาวที่อิ่มหนำ

“ออกไปที่ห้องนั่งเล่นกัน”เมฟิสบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ข้าอยากจะแกะของขวัญจะแย่ละ”

ที่เหลือหัวเราะกับคำเอ่ยที่ดูเด็กๆนั่น แต่ที่เมฟิสพูดก็คงไม่ผิดนัก ความตื่นเต้นจากการแกะห่อของขวัญ ไม่ว่าเมื่อไหร่ มันก็ไม่เคยจางหายไป

“เมอร์รี่ คริสต์มาส!”ก่อนที่พวกเขาจะทันแลกของกัน อาเรสก็พูดขึ้นมาพร้อมดึงประทัดสายรุ้ง(ที่ไม่รู้เอามาจากไหน)เสียงดัง ปุ้ง!

“เมอร์รี่ คริสต์มาส!”อีกสี่คนตอบกลับ เสียงหัวเราะจะดังคลอทั่วห้องนั่งเล่น ก่อนที่พวกเขาจะแลกของขวัญกันเหมือนเมื่อครั้งยังเยาว์

“ท่านเฟเรสคะ นี่ค่ะ”ซาซิเรียยื่นกล่องของขวัญทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบนๆให้เขา มันถูกห่อด้วยสีน้ำเงินเลื่อมพันทับด้วยริบบิ้นสีทองเป็นประกาย ของขวัญจากซาซิเรียนั้นเป็นชิ้นสุดท้ายที่เขาได้รับจากทั้งหมด

“ขอบคุณ”เฟเรสกล่าวพลางยื่นห่อกระดาษสีน้ำตาลที่ปิดผนึกด้วยเข็มกลัดริ้บบิ้นสีแดงตัดขอบทองให้อีกฝ่าย ขนาดของมันใหญ่ราวๆสองฝ่ามือกว่าๆ 

ซาซิเรียรับห่อของขวัญไปด้วยหน้าที่แดงฉ่า เธอเอ่ยขอบคุณก่อนจะวิ่งไปนั่งโซฟาเพื่อแกะของขวัญด้วยความเขินอาย

เฟเรสมองตามซาซิเรีย ดวงตานั้นพราวระยับด้วยความขำขันกับท่าทีของอีกฝ่าย เพราะถ้าเกิดอีกฝ่ายแกะของขวัญขึ้นมา คงมีปฏิกิริยาตอบสนองที่น่าเอ็นดูกว่านี้อย่างแน่นอน

ข้าคงจะคิดผิด... นี่คงเป็นคริสต์มาสที่มีความสุขมากที่สุดคริสต์มาสหนึ่งทีเดียว

+++++++

จบลงไปแล้วกับตอนพิเศษครับ

ตอนนี้สั้นกว่าตอนปกติหน่อย แถมแต่งออกมาก็ไม่รู้จะถูกใจหลายๆคนรึเปล่า 5555

ตอนนี้คนที่มีบทจริงๆก็แค่เฟเรสล่ะครับ เขาเป็นพระเอก นานๆทีจะได้ฉายเดี่ยวบ้างอะไรบ้าง

คนอื่นๆนี่เหมือนมาเป็นตัวประกอบฉากเล็กน้อย ขนาดที่ว่าอารัคเน่มายังเด่นกว่า // โดนรีดเดอร์เสย

ผมเป็นคนแต่งฉากพวกนี้ไม่ค่อยเก่ง บิวท์อารมณ์ไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่เลย

ตรงนี้ต้องกราบขออภัยเป็นอย่างสูงครับ! (_ _)

ยังไงก็ Merry Christmas นะครับทุกคน

ขอให้มีความสุขกันถ้วนหน้าครับผม ^ ^

Killer in the Dark Shadow

© Tenpoints!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

129 ความคิดเห็น

  1. #107 Oriel (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มกราคม 2558 / 15:54
    คุณแมงมุมมมมมมมมมมมมมมม
    =W= เท่แฮะ
    ปล.เชียร์ซาครอสต่ออออออ =w=
    #107
    0
  2. #97 Sreyer (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2557 / 20:31
    เปนคริสตมาสที่น่ารัก สดใสมากมาย-..- เป็นเพื่อนกับแมงมุม...? อืม....
    #97
    0
  3. #96 w-rabbit (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2557 / 12:23
    สนุกมากเลย ^^
    #96
    0
  4. #32 Oriel (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2556 / 21:31
    ซาครอสไปอีกแล้วT^T ถึงจะกลับมาโรงเรียน แต่ก็ไม่มีบท T^T
    ปล.ซาครอส ซาครอส ซาครอสสสสส
    #32
    0
  5. #31 Sreyer (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2556 / 00:27
    รู้สึกเหมือนตัวเราเหมือนตัวร้ายในละครไทยที่หาโอกาสจิกกัดนางเอก(!!!??)ได้ตลอดเวลา(ฮาาาา)

    เราจะรอติดตามต่อนะจ้ะ>-<
    #31
    0
  6. #30 Oriel (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2556 / 22:56
    ความลับยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง! และความอยากรู้อยากเห็นของเราก็เพิ่มขึ้นอีก!
    และสุดท้ายนี้...ซาครอสกลับมาโรงเรียนแล้ววววว
    ซาครอสจะมีบทเพิ่มขึ้นแล้ววววว(รึเปล่า?) เย้
    #30
    0