[AU Fic FFVII] Cream and Sugar หอมหวนกลิ่นนมและน้ำตาล (ฟิคแปล YAOI)

ตอนที่ 2 : Chapter 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    20 มิ.ย. 63

Title: Cream and Sugar หอมหวนกลิ่นนมและน้ำตาล

Story: CorvidKohai

Translator: KITDS

 

Chapter 2

มันไม่แย่เท่าที่คลาวด์คิดไว้

เขาคิดว่าทีฟาจะมาโอ๋เขาไม่ลืมหูลืมตา เธอไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรพอ และในบางสถานการณ์เธอก็สามารถดื้อด้านได้พอ ๆ กับเขา เขาคิดว่าเธอจะมาบ่น มายุ่มย่าม และมาจุกจิกเรื่องเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่ทำแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย

เขาไม่ได้บอกหญิงสาวไปว่าชีวิตเขาในมิดการ์เป็นยังไงตั้งแต่เขามาถึง และเธอก็ไม่ได้ถาม เธอไม่ถาม แต่เธอก็อาศัยอยู่ในเมืองนี้มานานพอจะเดาคร่าว ๆ ได้ แม้คลาวด์จะไม่เคยอยู่คนเดียว ไม่เคยได้รับความเป็นส่วนตัวจริง ๆ บนถนนด้านนอกนั่น แต่เขาก็ไม่เคยชินกับความสนใจเหมือนที่ได้รับในตอนนี้ ถ้าเขาไม่เล่นเกม เขาก็ถูกมองข้ามโดยสิ้นเชิง ถ้าเป็นคนจรจัด ไม่มีใครอยากจะเห็นคุณด้วยซ้ำ และมันก็เป็นแบบนั้นสำหรับคลาวด์ เขารู้สึกประหม่าถ้ามีใครมาจ้องเขานาน ๆ ถ้าเขาไม่ได้กำลังให้บริการอะไรสักอย่างอยู่ เขาก็ไม่รู้จะทำตัวยังไงกับการเป็นเป้าสายตาแบบนั้น

ทีฟามัวแต่คอยเฝ้ามองเขา เธอปล่อยให้เขามา ๆ ไป ๆ ตามใจอยาก แต่ก็ขู่เขาเสมอว่าถ้าเขาหนีไปไหนเธอจะไปตามลากเขากลับมา เธอไม่ได้เฝ้าเขาตลอดเวลา และบอกบาเร็ตตอนเขาไม่อยู่ให้ทำเหมือนกัน พวกเขาให้เขาทำงานเป็นบ๋อย/เด็กล้างจานเพื่อให้เขาไม่ต้องเป็นจุดสนใจ แต่ในระหว่างเดือนนั้นก็ให้เขาเข้ามาทำงานหลังบาร์บ้าง เพื่อให้เขาเตรียมพร้อมเมื่อต้องดูแลลูกค้าด้วยตัวเอง เขารับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ดี เพราะว่าพวกเขาค่อยเป็นค่อยไป และอย่างระมัดระวังจนเขาไม่ทันสังเกตมันเลย

มันใช้เวลาสักพัก แต่เขาก็กลับมาดูพอสุขภาพดีขึ้นมาบ้าง มันไม่มีถุงใต้ตาเขา มือเขาไม่สั่น และหุ่นเขาก็ดูเป็นกระดูกน้อยลง เขาได้อาบน้ำทุกวัน ซึ่งทีฟามั่นใจว่าเขาอาบทุกวันเพราะก่อนหน้านี้เขาไม่ได้อาบเลยเป็นเวลานาน

เวลานาน ที่กินระยะเวลาเกือบห้าปี ทีฟาไม่ได้บอกอะไรเขา แต่วันหนึ่งเธอก็เห็นเขาตอนที่เขาจ้องหนังสือพิมพ์ไม่วางตากับวันที่บนนั้น เธอไม่รู้มาก่อนว่าเขาหลงวันหลงคืนขนาดไหน แต่ตอนที่เขาวิ่งหนีกลับไปที่ห้องตัวเอง เธอก็ปล่อยให้เขามีเวลาอยู่กับตัวเอง

เขามักจะขี้หงุดหงิดกับทุกคนที่ไม่ใช่ลูกค้า ถ้าใครมาซื้ออะไร เขาก็จะสุภาพเต็มรูปแบบ และยิ้มอย่างพอเหมาะ แต่เมื่อเป็นเจส บิกส์ เวดจ์ บาเร็ต หรือทีฟา เขาจะกลายเป็นคนงี่เง่าคนหนึ่ง ตอนแรกมันแย่ถึงขั้นเลวร้าย เมื่อมันแทบไม่มีคำไหนเลยที่เขาพูดแล้วจะไม่หยาบคาย เขาตกลงจะอยู่ที่นี่ ตกลงจะช่วยและทำงานให้พวกเขา แต่มันก็ยังขัดกับศักดิ์ศรีของเขา จากสายตาที่พวกเขามองมายังเขา โดยเฉพาะเจส กับดวงตาสงสารที่เธอมองเขาในตอนแรก เธอพยายามจะเอาใจเขา และเขาก็ใจร้ายกับเธอกลับ แต่โชคดีที่เธอเป็นคนหนังหนา และไม่ติดใจอะไรกับแมวไม่เชื่องที่เพื่อนเธอตัดสินใจรับมาเลี้ยงตัวนี้

แต่ทุกอย่างก็เข้าที่ในสิ้นเดือนแรก เขายังหยาบคายอยู่ แต่เขาก็พูดมันด้วยสีหน้าไม่จริงจังจนทำให้คนอื่นรู้ว่าชายหนุ่มแค่พูดเล่นหรือไม่ก็รักษาหน้าตัวเองเท่านั้น เขายังไม่ชอบการรับความใจดีจากคนอื่น แต่ในตอนนี้เขาเลิกกินหัวคนอื่นจากการพยายามหยิบยื่นความช่วยเหลือแล้ว เขาแค่ทำสีหน้าหมองและปัดมือที่ยื่นมาพวกนั้นทิ้ง และเมื่อพิจารณาจากตอนแรก มันก็นับว่าพัฒนาแล้ว

และเดือนแรกก็จบลง และร้านกาแฟก็กำลังจะเปิด คลาวด์จำยอมมาเข้าร่วมประชุมการดำเนินการทุกการประชุมส มันมีเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งที่พวกเขาตกลงกันไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องสีร้าน หรือเฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องทำเอสเปรสโซ่

มันคือชื่อร้าน

พวกเขานั่งถกชื่อต่าง ๆ แต่ก็ไม่มีชื่อไหนเข้าท่า คลาวด์แค่นั่งค่อมอยู่ที่เก้าอี้ของเขา พรมนิ้วลงบนหน้าโต๊ะด้วยความเบื่อหน่าย เขามาช่วย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ต้องการความช่วยเหลือของเขา

เขาเกือบจะหลับด้วยความเบื่อจนเวดจ์เหลือบมองมาทางเขาและพูดขึ้นมา “แล้วชื่อ คลาวด์ไนน์(Cloud Nine– สวรรค์/เมฆชั้นเก้า) ล่ะ?”

ดวงตาของคลาวด์เบิกกว้างเมื่อได้ยินชื่อของตัวเอง และเข้าใจคำที่เพิ่งพูดไปตามมา เมื่อพวกมันเข้าหัวเขา ทุกคนก็มองมาทางเขา และเขาก็ขมวดคิ้ว

“ไม่มีทาง” เขาบอก

“ทำไมล่ะ? มันฟังดูเหมือน เซเว่น เฮเว่น (Seventh Heaven – สวรรค์ชั้นเจ็ด) ให้ความรู้สึกคล้าย ๆ กันด้วย และนายก็จะเป็นหน้าฉากให้เราอยู่แล้ว ใช่ไหมล่ะ? มันก็ฟังเข้าท่าดีออก”

“อย่าแม้แต่จะคิดเลย” คลาวด์เถียงกลับ

แต่ทีฟามีรอยยิ้มกริ่มอยู่บนใบหน้า รอยยิ้มหยอกล้อที่บอกว่ายิ่งคลาวด์ต่อต้านมากเท่าไหร่ เธอก็จะยิ่งทำแบบนั้นมากเท่านั้น

เขาเบนหน้าหนีและส่งเสียงไม่พอใจ พลางทิ้งตัวลงบนเก้าอี้

“มันน่ารักดีออก” เธอกล่าวทำให้คลาวด์จ้องเธอเขม็ง

“มันไม่น่ารัก มันเฉิ่มต่างหาก”

“มันน่ารักดีออก” เจสเสริม

“น่ารักมากด้วย” เวดจ์เห็นด้วย

บิกส์แค่หัวเราะ

และคลาวด์ก็หน้ามุ่ยกว่าเดิม

“พวกนายมันพวกกวนประสาททั้งนั้น รู้ตัวไหม? อย่ามาตั้งชื่อธุรกิจบ้า ๆ นี่ตามชื่อฉัน มันไม่ใช่ความคิดฉันด้วยซ้ำ”

“เราต้องทำให้มันดูน่าเชื่อถือ คลาวด์” เวดจ์บอก “ถ้าเราตั้งชื่อตามชื่อนาย และทำให้ดูเหมือนนายเป้นเจ้าของ มันจะดูเหมือนเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพวกเราน้อยลง และจะดูเหมือนเป็นของนายคนเดียวมากกว่า”

“ฉันไม่เชื่อสักนิดว่านั่นเป็นเหตุผลจริง ๆ ของพวกนาย”

“แต่มันก็ดูเข้าท่านี่” บิกส์เสนอ

คลาวด์เมินอีกฝ่ายไป

“งั้นคลาวด์ไนน์นะ” บาเร็ตประกาศ ดวงตาฉายแววขบขัน

คลาวด์พิงเก้าอี้พร้อมส่งเสียงครวญและยกแขนขึ้นปิดตา

และด้วยเหตุนั้น คลาวด์ไนน์ก็เตรียมพร้อมเปิดร้าน พวกเขามีสินค้าพร้อมแล้ว คลาวด์เองก็ตั้งตาเรียนวิธีการบริหารคาเฟ่ตาแตก เขาไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเครื่องดื่มแม้แต่น้อย ที่นิเบลไฮม์มีแค่กาแฟดริป แค่นั้น เขาไม่เคยได้ยินชื่อเอสเปรสโซ่ด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงเครื่องดื่มอีกหลายโหลที่สามารถทำได้ด้วยเอสเปรสโซ่ เขาใช้เวลาหลายต่อหลายชั่วโมงบนเครื่อง PHS ที่อวาลานช์ซื้อมาให้เขา (บางทีเพื่อให้สามารถติดต่อเขาได้ถ้าจำเป็น) เพื่อศึกษาเกี่ยวกับมัคคิอาโต้และคาปูชิโน่และคอร์ทาโด้ ชื่อของทุกเครื่องดื่มฟังดูแปลกประหลาดสำหรับเขา เขายังเคยชินกับสิ่งของต่าง ๆ จากนิเบลไฮม์

แต่เขาก็ทำการบ้าน และเขาก็ทำมันได้ดีด้วย ถ้าคลาวด์ไนน์จะเป็นธุรกิจของเขา เขาก็จะตั้งใจทำมัน แม่เขาสอนเกี่ยวกับจริยธรรมในการทำงานอย่างตั้งใจจนเขาจำขึ้นใจ เขาจะไม่ทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ ถ้ามันจะเป็นโปรเจกต์ของเขา มันก็จะเป็นงานที่ดีที่สุด เขาตั้งใจอย่างสุดความสามารถในการทำคาเฟ่นี้ให้ออกมาดีมากพอที่ผู้คนจะกลับมาที่นี่เพื่อกาแฟ ไม่ใช่เพราะสารเสพติด ไม่ใช่แค่เพราะว่าตัวเขาเองที่ไม่ยอมรับสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่มันจะเป็นฉากหน้าที่ดีกว่าถ้าธุรกิจมันเป็นไปได้ดี

เมื่อกำลังจะข้ามเดือน คลาวด์ไนน์ก็เปิดร้าน พวกเขายื่นแจกใบปลิวและโฆษณาร้านตั้งแต่หนึ่งเดือนก่อนเปิด ซึ่งช่วยทำให้มีคนมาในวันเปิดตัววันแรกของพวกเขา และยิ่งมีคนเยอะไปอีกเมื่อพวกเขาแจกเครื่องดื่มฟรีในวันนั้น ลูกค้าทุกคนพอใจเพราะยังไงพวกเขาก็ได้เครื่องดื่มฟรี คลาวด์เองก็พึงพอใจเพราะมีคนมาเยอะ และเขามีโอกาสได้ฝึกใช้เครื่องทำเอสเปรสโซ่โดยไม่เสียเปล่า และเขาต้องฝึกด้วย เพราะเขาไม่เคยใช้เครื่องนี่มาก่อน เขาดูวิดีโอมามาก อ่านบทความก็ไม่น้อย เขาเข้าใจวิธีการทำงานตามทฤษฎีของมัน แต่มันก็ต้องอาศัยความคล่องมือด้วย และเขาจำเป็นต้องฝึกมือเพื่อการนั้น

คนอื่นที่พวกเขาจ้างมาทำงานที่ร้าน ซึ่งต่างก็รู้ถึงธุรกิจที่แท้จริงที่พวกเขาทำ ก็ไม่ได้มีประสบการณ์ในการทำกาแฟมากไปกว่าเขาเลย เขาเลยไม่สามารถมอบหมายงานให้พวกเขาจะสนใจแต่การบริหารร้านอย่างเดียวได้ พวกเขาเหมือนจะเป็นกลุ่มที่ไม่ได้เหมาะสมกับงานนี้สักเท่าไหร่นัก

ยุฟฟี่ คิราซากิเป็นน้องเล็กสุด คลาวด์ก็พอเดาได้ว่าเธอเป็นชาววูไทจากชื่อของเธอ แต่เธอก็ชอบบ่นในภาษานั้นด้วยเวลาหงุดหงิด และนั่นก็บอกที่มาที่ไปของเธอได้เป็นอย่างดี เขาไม่รู้ว่าเธอมาลงเอยที่มิดการ์ได้ยังไง และเขาก็ไม่ได้ถาม มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขา เขาไม่จำเป็นต้องถามหญิงสาวด้วยซ้ำว่าทำไมเธอถึงอยากจะต่อต้านชินระ แต่เธอก็เป็นคนช่างจ้อ และเธอช่วยขายของได้ เธอจะช่วยเขารับมือลูกค้าได้เยอะแน่ ตราบใดที่เธอควบคุมอารมณ์ตัวเองอยู่

ซิด ไฮวินด์ดูมีเหตุผล เขาเสนอตัวอธิบายถึงธุรกิจเกี่ยวกับจรวดให้คลาวด์ฟัง เขาบอกว่าเขากลับมาที่มิดการ์ด้วยความหวังที่จะรีดเงินจากชินระเพื่อเริ่มโปรแกรมของเขาใหม่ แต่มันก็ไม่สมหวัง เขากำลังคิดว่าจะทำยังไงต่อไปตอนที่เขาได้ยินชื่อของอวาลานช์และตัดสินใจว่าถ้าเขาทำงานร่วมกับชินระไม่ได้ เขาก็จะทำงานอยู่ฝ่ายตรงข้าม เขาเป็นคนขี้หงุดหงิดและคลาวด์ก็เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่เหมาะกับงานบริการลูกค้า แต่เขาชอบซิด โดยเฉพาะกับความตรงไปตรงมาไม่โกหก และการที่อีกฝ่ายไม่ทำตัวสงสารเขาตอนที่เขารู้ว่าคลาวด์มาทำงานที่นี่ได้ยังไง คลาวด์ตัดสินใจเงียบ ๆ ว่าเขาจะเป็นคนทำเครื่องดื่ม ไม่ใช่เสิร์ฟพวกมัน

ส่วนวินเซนต์ก็... เอ่อ เขาก็คือวินเซนต์ ไม่มีนามสกุล ไม่มีประวัติบอก เหมือนว่าเขาจะทำงานให้อวาลาน์มานานแล้ว เขาเป็นคนที่พาองค์กรจากการเป็นผู้ก่อการร้ายเพื่อสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นองค์กรอาชญากรรม จู่ ๆ เขาก็โผล่มา บอกว่าได้ยินถึงเรื่องของพวกเขาและอยากจะช่วย และเขารู้วิธีต่าง ๆ ที่จะทำให้ได้รับผลประโยชน์ก้อนโต ไม่มีใครรู้ว่าก่อนหน้านั้นเขาทำงานอะไร หรือเขารู้วิธีตั้งองค์กรอาชญากรรมได้ยังไง แต่พวกเขาต่างรู้สึกขอบคุณที่เขาปรากฏตัวขึ้นมาและปล่อยให้ชายหนุ่มเก็บความลับของเขาได้ เขาทำงานกับคลาวด์ โดยจะเป็นคนดูแลหลังร้าน ชายหนุ่มจะอยู่กับพวกเขาอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น เขาจะเป็นคนดูแลธุรกิจใต้ดินของพวกเขาให้

ยุฟฟี่และซิดมันจะเดินชนกัน ทำให้พวกเขาจ้องหน้ากันบ่อย ๆ คลาวด์เองก็ยังมีปัญหากับการทำฟองนม ซิดมักจะสับสนระหว่างคาปูชิโน่และลาเต้ ยุฟฟี่เล่นสนุกกับไซรับรสต่าง ๆ และทำเครื่องดื่มที่ทำให้ถูกคืนกลับมาแม้จะไม่เสียค่าใช้จ่ายในวันเปิดร้านวันนั้น วินเซนต์ก็ยืนเงียบอยู่มุมร้าน เฝ้ามองความวุ่นวาย ยกเว้นช่วงหนึ่ง เมื่อตอนจบวัน ตอนที่ยุฟฟี่กับซิดอยู่หลังร้านและพยายามจะห่อน้ำตาล และคลาวด์กำลังไล่ทำเครื่องดื่มหลายรายการสุดท้าย เขาได้ขอร้องให้วินเซนต์มาช่วยทำเครื่องดื่ม โดยบอกชายหนุ่มว่ามันจะไม่ใช่หน้าที่ประจำของเขา วินเซนต์ไม่พูดอะไร แต่เขาก็ดันตัวเองจากกำแพงที่พิงอยู่และพับแขนเสื้อขึ้น เขาทำคาปูชิโน่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แถมยังวาดรู้ดอกไม้ด้วยฟองนมด้านบนด้วยการขยับข้อมือของเขา

คลาวด์จ้องอีกฝ่ายค้างอยู่นาน จนยุฟฟี่และซิดพุ่งออกมาจากหลังร้าน

เขาหันไปจัดการกับทั้งสองคน เพราะตอนนี้ไม่มีลูกค้าแล้ว แต่เมื่อเขาเดินผ่านวินเซนต์เขาก็บอกว่า “เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว นายจะต้องสอนฉันทำด้วยนะ”

และพวกเขาก็ทำจนทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ตอนแรกมันลุ่ม ๆ ดอน ๆ ไปบ้าง จากการที่คนที่มาส่วนมากมาเพราะราคาที่ถูกและตำแหน่งของร้านมากกว่าเพราะรสชาติกาแฟ แต่พวกเขาก็ทำมันดีขึ้นเรื่อย ๆ หลายเดือนผ่านไป ผู้คนเริ่มมาจากเขตอื่นเพื่อมาร้านพวกเขา วินเซนต์ได้สอนคลาวด์วาดรูปด้วยนมร้อนและฟองนม และพวกเขาก็ทำได้ดีขึ้นไปอีกหลังจากนั้น

พวกเขาสับเปลี่ยนหน้าที่กันไปตามวันหยุดของทุกคน แต่ส่วนมากแล้วพวกเขาก็จะทำตามหน้าที่ของตัวเอง ยุฟฟี่ดูแลรับออเดอร์ ซิดทำเครื่องดื่มและโดนเรียกตัวไปบางครั้งเวลาลูกค้ามีคำถามเกี่ยวกับชา และคลาวด์ก็สลับระหว่างสองหน้าที่ตามจำเป็น วินเซนต์มักจะยุ่งอยู่ด้านหลัง แต่ก็สามารถเรียกเขามาช่วยงานได้เวลาต้องการให้ช่วย เมื่อเวลาผ่านไป เขาเริ่มออกมาช่วยโดยไม่ต้องขอด้วยซ้ำ โดยมักจะดันคลาวด์ออกไปข้าง ๆ โดยไม่พูดไม่จาและลงมือทำ

วินเซนต์จำเป็นสำหรับธุรกิจของพวกเขาด้วยเหตุผลหลายอย่าง พวกเขาพึ่งชายหนุ่มเวลาซื้อขายสินค้าที่แท้จริงของพวกเขา เพราะคนอื่น ๆ ไม่เคยมีประสบการณ์ในการดูแลเรื่องพวกนั้นมาก่อน และอาจทำพลาดใหญ่หลวงได้ และพวกเขาก็รู้สึกขอบคุณอีกฝ่ายที่ออกมาช่วยงานด้านหน้าด้วย แต่ที่สำคัญคือเขามีความรู้ในการบริการธุรกิจที่ตัวคลาวด์ที่เป็นคนดูแลร้านขาดไป วินเซนต์สอนเขาจัดการทรัพยากร จัดตารางงาน และทำบัญชี (ทั้งที่ถูกและไม่ถูกกฎหมาย) เพื่อคอยดูการเงินของพวกเขา คลาวด์คงจะไม่ประสบความสำเร็จเลยถ้าวินเซนต์ไม่คอยช่วยชี้แนะเขาอยู่เงียบ ๆ

แต่เกี่ยวกับการทำธุรกิจเบื้องหลังของวินเซนต์ คลาวด์ไม่ค่อยรู้อะไรเท่าไหร่ เขาไม่คิดว่าวินเซนต์ตั้งใจจะปิดบังอะไรจากเขา แต่เขาก็ไม่เกี่ยวข้องกับมัน และเขาก็ไม่สนใจด้วย สิ่งที่เขารู้คือเมื่อมีคนเดินเข้ามาและขอเมนูพิเศษหมายเลขเจ็ดในออเดอร์ของพวกเขา เขาจะต้องเรียกวินเซนต์มาดูแล บางครั้ง สำหรับลูกค้าประจำ คลาวด์เพียงแค่สบตาวินเซนต์เท่านั้น เขาก็จะเดินหายไปด้านหลัง คลาวด์จะบอกให้ลูกค้ารออยู่ด้านข้าง รอรับเครื่องดื่มและถุงกระดาษสีน้ำตาลที่วินเซนต์ไปหยิบมาจากด้านหลัง

บางครั้ง วินเซนต์จะพาลูกค้าไปหลังร้าน และคลาวด์ก็ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นด้านหลังนั้น เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองอยากรู้ไหม เขาเลยเลือกที่จะไม่ถาม

แต่มันก็เป็นช่วงเดือนแรก ๆ ที่คลาวด์ยังปรับตัวอยู่ เขาไม่ได้ยึดมั่นในอวาลานช์ ไม่ใช่ แม้ว่าเขาจะอยากต่อต้านชินระจากการปฏิเสธไม่รับเขาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งให้เขากลายเป็นคนไร้บ้าน มันก็ไม่ได้ทำให้เขาเป็นเหมือนคนอื่น ๆ เขาสนใจที่จะช่วยอลาวานช์เพราะพวกเขาช่วยเขา เขามอบหลังคาคุ้มหัวและอาหารให้เขากิน

แต่เมื่อเขาปรับตัวได้ เขาก็ช่วยเรื่องด้านหลังมากขึ้น ตอนแรกเขาไม่ชอบและไม่พอใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เขาตกลงช่วยเพราะเขาไม่อยากได้รับการสงเคราะห์จากอวาลานช์ และทีฟาก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเธอไม่ยอมให้เขาไม่รับมัน แต่อวาลานช์ก็ดูแลเขาตั้งแต่วันที่ทีฟาลากเขาที่ทั้งเตะและร้องโวยวายเข้ามา มันไม่ใช่เขาเลยถ้าเขาจะไม่รักษาน้ำใจพวกนั้น โดยเฉพาะเมื่อไม่ว่าจะผ่านไปหลายเดือน พวกเขาก็ยังมีความจริงใจที่จะช่วยเหลือเขาอย่างเต็มความสามารถ พวกเขาเหมือนจะเห็นด้วยกับทีฟา ที่ว่าจะดูแลพวกพ้องของตัวเอง และตอนนี้เหมือนว่ามันจะรวมเขาเข้าไปด้วย

เขาเป็นเด็กชาวนิเบล เหมือนกับทีฟา เขาเข้าใจดีว่าพวกเขาดูแลพวกพ้องของตัวเองเสมอ และถ้าอวาลานช์จะรับเขาไปดูแล เขาก็จะตอบแทนด้วยการทำแบบนั้นเหมือนกัน

เขาช่วยทำความสะอาดห้องด้านบนเซเว่น เฮเว่นที่ใช้เป็นที่พัก รวมถึงทำความสะอาดบาร์เมื่อมีเวลา และเขาก็ผลัดเวรออกไปซื้อของและทำอาหารด้วย เขายืนยันจะล้างจาน แต่ก็เฉพาะเวลาที่เขาไม่เหนื่อยแทบขาดใจหลังจากกลับมาจากเข้ากะและเวลาที่บางคน (ซึ่งปกติคือทีฟา) ไม่มาก่อกวนให้เขาไปนอนแทนมาล้างจาน และมันไม่ช่วยอะไรเลยที่เขาไม่ยอมหยุดจนกว่าจะถูกบังคับให้หยุด เขามักจะอ้างว่าเขาไม่สามารถทิ้งยุฟฟี้และซิดให้อยู่แค่สองคนได้ เขาจะยอมถูกโน้มน้าวให้พักได้ก็ต่อเมื่อมีคนมายืนยันว่าวินเซนต์สามารถดูแลแทนเขาได้ และคำยืนยันนั้นต้องมาจากทีฟาหรือไม่ก็ตัววินเซนต์เองเท่านั้น เมื่อมันมาจากทีฟา มันมักจะมาพร้อมกับคำขู่ไม่น้อยที่เธอจะอุ้มเขาไปพัก ส่วนวินเซนต์ก็มักจะมองเขาด้วยสายตาดุที่ทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมา

แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่พอ เขายุ่งตัวเป็นเกลียวระหว่างงานที่ร้านกาแฟและหน้าที่ที่เขาตั้งขึ้นเองในร้านเซเว่น เฮเว่น แต่มันเพราะเขาไม่คิดจะทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ เขาดื้อดึงจะเรียนรู้เพื่อช่วยงานวินเซนต์หลังร้าน ทีฟาดุเขาจากการโหมงานหนัก บิกส์บอกว่ามันไม่จำเป็น เจสบอกว่าแค่นี้เขาก็พักผ่อนไม่เพียงพอแล้ว แต่บาเร็ตกลับสนับสนุน คลาวด์ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นคนตั้งใจทำงาน แม้เขาจะไม่สนใจเกี่ยวกับเป้าหมายขององค์กร บาเร็ตแอบไม่เห็นด้วยที่เขาไม่สนใจที่จะเอาคืนชินระที่ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่มันก็เป็นความจริง ทุกคนเห็นถึงความตั้งใจในการทำงานของเขา และบาเร็ตก็เข้าใจว่าพวกเขามีคนไม่พออยู่แล้ว

เขาอนุญาตให้วินเซนต์สอนงานคลาวด์ได้

เขาหมายถึง “ฝึก” คร่าวๆ และใช่ วินเซนต์สอนเขาเท่าที่บาเร็ตจำเป็นให้เขารู้ แต่ส่วนหนึ่งในการฝึกของคลาวด์คือการป้องกันตัวเอง พวกเขาดูแลพวกพ้อง ใช่ แต่ถ้าคลาวด์อยากเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจนี้ เขาไม่สามารถพึ่งพาคนอื่นให้คอยระวังหลังตลอดเวลาได้ ตอนที่เขาโดนถาม คลาวด์บอกว่าเขารู้พื้นฐานการใช้ดาบนิดหน่อยจากการฝึกกับแม่ของเขา และรู้วิธีการต่อสู้ตัวต่อตัวนิดหน่อยจากการฝึกของซานกัน

วินเซนต์ คนที่มีความเชี่ยวชาญในอาวุธหลากหลายประเภทได้ยื่นข้อเสนอที่จะฝึกเขาอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ก็เตือนเขาถึงข้อจำกัด ถ้าเขาเจอกับโซลเยอร์ แรงและความเร็วของเขาคงสู้ไม่ได้ เขาอาจจะรับมือกับอันธพาลหรือพลทหารราบได้ แต่พวกเขาก็คงจะมีอาวุธปืน โซลเยอร์มักจะได้เปรียบในการต่อสู้ระยะประชิดเพราะความเร็วของพวกเขา ทำให้พวกเขาสามารถลดระยะห่างระหว่างพวกเขากับคู่ต่อสู้ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ยิงหรืออะไร คลาวด์ไม่มีความสามารถนั้น เขาได้เตือนทีฟาแบบเดียวกัน แต่เธอก็ยังยืนยันที่จะสู้มือเปล่า และวินเซนต์ก็เคารพการตัดสินใจนั้น

จากที่เป็นอยู่ คลาวด์ไม่คิดว่าเขามีความสามารถพอทั้งการใช้ดาบและต่อสู้มือเปล่า เมื่อวินเซนต์ที่มีทั้งความสามารถและความรู้ได้เสนอการใช้ปืนขึ้นมาแทน คลาวด์เลยเลือกใช้ปืนและตั้งใจจะเรียนวิธีการใช้มัน ในตอนแรกความแม่นยำในการเล็งเป้าของเขายอดแย่ แต่ก็เหมือนกับทุกอย่าง เขาทุ่มสุดตัวจนสามารถเรียกได้เกินไป เขาฝึกไม่ยอมหลับยอมนอน และใช้เวลาว่างที่มีทั้งหมดในการฝึกยิงเป้าหมาย และมีหลายครั้งที่เขาหยุดเพราะวินเซนต์ยึดปืนจากมือเขาและมองเขาด้วยสายตาที่ทำให้เขารู้สึกผิด

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ชายหนุ่มก็กลายเป็นนักแม่นปืน วินเซนต์ไม่ค่อยพูดอะไรเวลาเขายอมรับในฝีมือ แต่บางครั้งเขาก็จะพูดขึ้นมาว่า “ดี“ หรือจับบ่าเขา และคลาวด์รู้ว่าเขาก็ทำได้ดี

การฝึกใช้อาวุธนั้นยากยิ่งกว่าการเรียนรู้วิธีการทำงานของอาชญากรรมต่าง ๆ การทำการค้ายาเสพติดไม่ได้ต่างอะไรจากการทำธุรกิจสักเท่าไหร่ แค่มีเรื่องและช่องที่ต้องคอยระวัง มีสายส่งสินค้าที่ต่างกัน และเรื่องจิปาถะอื่น ๆ แต่เขาก็เรียนรู้มันอย่างรวดเร็ว ความรู้ด้านธุรกิจที่เขามีทำให้มันเป็นเรื่องที่เร็วและง่ายขึ้น

เพียงแค่ปีเดียว คลาวด์ไนน์ก็กลายเป็นธุรกิจมีชื่อใต้เพลท และคลาวด์ก็ทำธุรกิจได้อย่างสบายใจพอที่วินเซนต์ไม่จำเป็นต้องมาที่ร้านทุกวัน และตอนนั้นเองที่คลาวด์รู้สึกว่าตัวเองไปได้ดีกับงานนี้ มันเป็นความรู้สึกพิเศษสำหรับเขา สมัยเรียนเขาทำได้ไม่ดีเท่าไหร่เพราะเขาไม่ชอบและไม่สนใจจะลงมือเรียน เขาไม่เก่งด้านการใช้แรงต่าง ๆ เพราะโครงสร้างร่างกายของเขา เขาไม่เก่งด้านมนุษย์สัมพันธ์เพราะนิสัยของทั้งตัวเขาและคนอื่น แต่เขาไม่จำเป็นต้องมีพละกำลังอะไรมากในการใช้ปืน แค่ความแม่นยำ เขามักจะเป็นคนหัวไว แต่ไม่เคยมีแรงใจจะทำอะไร แต่ตอนนี้เขามีแล้ว เขาเคยได้ยินบาเร็ตบอกทีฟา โดยให้เธอสัญญาว่าจะไม่บอกคลาวด์ ว่าเขาดีใจที่เธอลากเขามาวันนั้น

คลาวด์ไม่คิดว่าตัวเองจะมาเป็นบาริสต้า หรือผู้จัดการร้าน ไม่ต้องพูดถึงพ่อค้ายา หรือไปยิงนู่นนี่ แต่โชคชะตามันก็พลิกผัน เหมือนว่าเขาจะเจอทางที่ใช่ของตัวเองแล้ว

 TBC...


ll TALK WITH TRANSLATOR ll

สวัสดีครับผม ขอโทษด้วยนะครับที่หายหน้าไปนาน แหะๆ

เผอิญเจองานนอกนิดหน่อยด้วยแล้วก็ปัญหาส่วนตัวนิดหน่อยด้วย ตอนนี้อาจจะน่าเบื่อนิดนึง แต่ตอนหน้าพระเอกของเราจะโผล่มาแล้วล่ะครับ! อดใจรอกันนิดนึงนะครับผม ตอนนี้ไม่ได้มีการตรวจคำผิดแต่อย่างใด ถ้ามีอะไรยังไงสามารถแจ้งได้นะครับ น้อมรับคำติชมเสมอครับ

ไว้พบกันใหม่ตอนหน้า

ด้วยรัก

พาร์ท

Killer in the Dark Shadow

 

 

 

 

SNAP
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น

  1. #31 Omel (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 02:41
    ขอบคุณที่เอาฟิคนี้มาแปลนะคะ แปลดีมากเลยค่ะ❤ ตอนนี้วินเซนต์นี่เหมือนคุณแม่ที่เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว5555
    #31
    0
  2. #30 Moomin_Hate_Monday (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 13:06
    คิดถึงเรื่องนี้มากเลยยย ในที่สุดก็มาต่อแล้ววว💕
    #30
    0
  3. #29 CHICKENoodle (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 04:32

    ตอนนี้เห็นพัฒนาการความเก่งของพี่คลาวด์เลยค่ะ รู้สึกทุกคนจะเอ็นดูคลาวด์กันหมดเลย☺// ทำไมแปลดีอีกแล้วนะคะะะ ขอบคุณไรท์ที่ไม่ทิ้งไปไหนนะคะ มีปัญหาอะไรก็สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #29
    0
  4. #28 Annamamana (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 12:33
    เเงงงงงงง เเปลดีมากเรยค่ะ ชอบมากๆเรยยยยยยยย🥰🥰🥰
    #28
    0
  5. #27 Love Asuita (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 09:13
    สนุกมากค่ะ แปลดีมากๆค่ะ แต่อาจะมีพิมพ์ผิดพิมพ์ตกบ้าง แต่มีน้อยมากค่ะ สู้ๆนะคะ ขอบคุณที่แปลค่ะ❤️
    #27
    0
  6. #26 jeeho2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 08:25

    อื้อหืออ ภาษาอ่านง่ายมากเลยค่ะขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะ สู้นะคะ 💛💛
    #26
    0
  7. #25 -ParumuFft- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 07:39
    ชอบมากเลยค่ะ ติดตามเสมอเลยย ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะ💖
    #25
    0
  8. #24 บลาบลา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 02:35

    ขอบคุณที่แปลค่ะ เราชอบเรื่องนี้มากๆ นออยู่ตลอดเลย

    #24
    0
  9. #23 TanuGI_Tan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 02:08

    งุ้ยย รอนานมากเลยย เเต่ไม่ต้องรีบนะะ รอได้~~❤❤
    #23
    0
  10. #22 magi-kun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 00:39
    สนุกมากเลยค่ะ☺️ ติดตามตั้งแต่เรื่องที่แล้ว ไรท์เลือกฟิคที่น่าสนใจมาแปลเสมอเลย

    ที่ต้องปรับคิดว่าเป็นการเรียงประโยคกับการใช้สรรพนามนะคะ สู้ๆนะคะ ไรท์

    ช่วงนี้อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยนะคะ เรารอไรท์เสมอค่ะ😊
    #22
    1
    • #22-1 Dark Shinigami(จากตอนที่ 2)
      21 มิถุนายน 2563 / 01:42
      ขอบคุณมากครับ
      ไว้ผมจะปรับแก้ตามคำแนะนำนะ เรื่องนี้แอบแปลเรื่องสรรพนาม/เรียงประโยคยาก เพราะต้นฉบับมาเต็มเลย แต่เดี๋ยวผมจะลองลดทอนลง/ใช้คำให้หลากหลายขึ้นดู จะได้อ่านง่ายขึ้นครับ
      #22-1