คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Fiction : ... [KaiStal] Fiction : มุม... [KaiStal] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
หมายเหตุ ::: 
ฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องแนว ช-ญ และเป็นเพียงแค่ฟิคที่แต่งเพื่อความสนุกและจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น!!!
ไม่ชอบอะไรยังไง สามารถกดปิดได้ :)



สวัสดีค่ะ
เป็นครั้งแรกที่ได้ลงฟิคลงให้อ่านในเว็บ ฟิคเรื่องนี้แต่งไว้เมื่อสามสี่ปีที่แล้วได้มั้ง
หากผิดพลาดประการใดก็ขอโน้มรับทุกประการ
และถ้าหากไม่สนุกก็ขอโทษด้วย แค่อยากลองแชร์ฟิคในจินตนาการให้คนอื่นได้อ่านมั้ง หลังจากที่อ่านของคนอื่นมาตั้งนานและตั้งเยอะ
ขอบคุณค่ะ


เพื่อความอรรถรส เปิดเพลง มุม ของ Playground 
อาจจะสร้างบรรยากาศให้บ้างก็ได้นะคะ ไม่มากไม่น้อยเกินไป :)











เนื้อเรื่อง อัปเดต 19 ม.ค. 61 / 02:42



 

 

           

กว่าเวลาปีนึง ที่เค้าได้แต่แอบมองเธออยู่ตรงนี้ ตรงมุม ๆ นึงที่ไม่มีใครสังเกต...

กว่าเวลาปีนึง ที่เธอได้แต่แอบมองเค้าอยู่ตรงนี้ ตรงมุม ๆ นึงที่ไม่มีใครสนใจ...

 

 

 

หากใครคนนึงมีคำถาม สักวันเขาอยากจะพบใคร

คำตอบในใจคือใครที่คุณต้องการ

เธอคือคนที่ดีพร้อม ใครๆ ต่างพากันชอบเธอ

เธอคือคำตอบที่ทุกหัวใจใฝ่ฝัน


คิมจงอิน  นักเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่สองห้องห้า เป็นเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่แอบรักนางฟ้าแสนสวยอย่าง จองซูจอง เธอเป็นดั่ง ดอกฟ้า ที่อยู่สูง ส่วนเค้าน่ะหรอ ก็แค่... หมาวัด ละมั้ง

จงอินคิดว่านี่เป็นเรื่องตลก ผู้ชายอย่างเค้าแม้จะเป็นเพียงแค่ผู้ชายธรรมดา แต่กลับมีสาว ๆ ทั่วสารทิศมารุมล้อม พวกเธอคอยประเคนเค้าประหนึ่งเป็นจ้าชายเลยละมั้ง ด้วยความว่าหน้าตาหล่อเหลา ใบหน้าคมคาย ริมฝีปากหนาเย้ายวน นัยน์ตาดุจดั่งหมาป่า ผิวสีแทนเซ็กซี่บ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าของสีผิวเล่นกีฬามาแค่ไหน ร่างกายแข็งแกร่งสูง เค้ากลายเป็นเป้าหมายของสาว ๆ ทั่วรอบโรงเรียน และไม่มีใครไม่รู้จักคิมจงอินผู้นี้เลย

แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลก เพราะทั้งที่เค้ามีสาว ๆ คอยลุ้มรอบ แต่สายตาของเค้ากลับมองเห็นเพียงเธอ... เธอที่ทำเค้าปั่นป่วน

จองซูจองเป็นเด็กนักเรียนดีเด่น แน่นอนว่าต้องอยู่ห้องหนึ่ง ซึ่งต่างจากเค้าที่อยู่ห้องห้า เธอสวย เธอเป็นลูกคุณหนู แต่เธอกลับไม่มีเพื่อน นั่นแหละที่จงอินคิดว่านี่มันเป็นเรื่องตลก... ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นเด็กนักเรียนดีเด่น สวย รวย เป็นที่ชื่นชอบของหนุ่ม ๆ เชียวละ แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีใครเข้าใกล้ อาจเป็นเพราะเธอเป็นคนเงียบ ๆ ด้วยละมั้ง บวกกับใบหน้าสวยแต่ติดหยิ่ง แต่น่าค้นหานั้นด้วย

อย่าถามเลยว่าเค้ารู้ได้ไง ในเมื่อเค้าคอยสังเกตเช้าเย็นขนาดนี้

มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่นะ ความรู้สึกที่หัวใจเต้นแรงแค่พบเห็น อาจจะตั้งแต่ที่เค้าเห็นเธอมานั่งอ่านหนังสือหลบมุมอยู่ตรงต้นไม้ ในตอนที่เค้ากำลังเล่นบาสอยู่กับเพื่อน ๆ ตอนที่เค้ากำลังจะไปเก็บลูกบาสที่ลอยกระเด็นไปไกล เค้าเห็นผู้หญิงผมยาวคนหนึ่งนั่งก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสืออยู่ด้วยความขมักเขม้น ลูกบาสกลิ้งไปตรงยังเธอ โดยที่เธอเอาแต่ก้มหน้าอ่านไม่หันมามองเลย ทั้งที่เค้าก็วิ่งออกจะมีเสียง แต่ดูเหมือนผู้หญิงข้างหน้านี่จะไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลย

และวินาทีนั้นในที่สุดผู้หญิงที่เอาแต่ก้มหน้าอ่านหนังสือก็เงยหน้าขึ้นมามอง จงอินเค้าเข้าใจทันทีว่า ความรัก มันเป็นยังไง...

 

และฉันเป็นคนที่ประทับใจเธอเช่นกัน

แต่ฉันก็ไม่กล้าที่จะพูดไป

ได้แต่ยิ้มให้เธอเบาๆ อยู่ในมุมที่เธอไม่สนใจ

แอบมองดูเธอไกลๆ อย่างนี้ต่อไป

 

จองซูจอง ชอบที่จะนั่งอ่านหนังสือที่ใต้มุมต้นไม้ร่มเย็นนี้ก่อนกลับบ้านเสมอ แม้เสียงแว่ว ๆ จากพวกที่มาเล่นบาสจะดังมา แต่มันไม่ได้ทำลายสมาธิเธอมากนักหรอก เพราะเธอมีสมาธิอยู่เสมอ เธอเป็นเด็กหญิงสาวที่เก็บตัว เงียบ เธอไม่ได้ตั้งใจจะเป็นแบบนี้หรอกนะ แต่เธอมักจะถูกกดดันจากสิ่งแวดล้อม เธอเป็นนักเรียนหัวกระทิ เรียนเก่ง ขยัน บวกด้วยหน้าตาสวยหยิ่งเลยมักถูกคนรอบข้างรังแกเสมอ เพราะฉะนั้นเธอจึงต้องอยู่คนเดียวอย่างนี้

แต่ เค้า... คนนั้น กลับทำให้เธออยากรู้ว่าการที่มีเค้าอยู่ข้าง ๆ มันจะทำให้เธอรู้สึกดีแค่ไหนกันนะ

คิมจงอิน ผู้ชายที่ทำเธอใจเต้นตั้งแต่ได้สบตาครั้งแรกที่เจอในตอนที่เค้ามาเก็บลูกบาส เธอไม่รู้ว่าไอความรู้สึกแบบนี้ มันคืออะไร ความรู้สึกที่ว่าหัวใจเต้นจนแทบระเบิด มันรัวจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก

นี่เป็นสาเหตุหนึ่งด้วยละมั้งที่ทำให้เธอชอบที่จะมานั่งอ่านหนังสือตรง ๆ นี้เพราะเธอจะได้มองเค้าโดยที่เค้าไม่รู้ จากมุม ๆ หนึ่งที่สาเหตุเห็นเค้าได้ชัดเจน

และแม้จะเป็นแบบนั้นแต่เธอก็ไม่กล้าที่จะพูดมันออกไป เพราะเค้าเป็นหนุ่มหล่อของโรงเรียน หนุ่มฮอต ที่สาว ๆ ต่างก็ชื่นชอบ เพราะเค้าเป็นคนสดใสร่าเริง รอยยิ้มน่ารักขี้เล่นเซ็กซี่ที่ทำผู้หญิงเคลิ้ม เธอเองก็เป็นคนหนึ่งในนั้นที่หลงไปกับรอยยิ้มของเค้า รอยยิ้มที่ทำให้เธอยิ้มตาม แต่เธอไม่กล้ายิ้มให้เค้าเห็นหรอกนะ ได้แต่แอบยิ้มอยู่ตรงมุมใต้ต้นไม้ร่มเย็นข้าง ๆ สนามบาสนี้เสมอ

 

ได้แอบมองเธอข้างเดียวอยู่ที่มุมนี้

ก็พอแล้วไม่มีเงื่อนไขใดๆ ในความหวังดี

แค่ได้ชอบเธออยู่ตอนนี้

ก็ถือเป็นโชคชะตาดีๆ ที่คนอย่างฉันได้เกิดมาพบกับเธอ

 

ซูจองไม่เคยขอให้เค้าหันมามองเธอ และเธอก็ไม่ต้องการให้เค้ารับรู้ด้วยว่าเธอแอบมองเค้า เธอเพียงต้องการเท่านี้ แค่แอบมองอยู่ตรงมุมนี้ก็พอใจแล้ว...

คิมจงอิน เป็นผู้ชายแบบไหนกันนะ ทำไมเค้าถึงทำให้เธอชอบได้มากขนาดนี้ ทำไมเธอถึงต้องชอบเค้านะ ผู้ชายที่ใครต่อใครต่างก็หลงใหล เค้ามันฮอตจริง ๆ แหละอย่างที่สาว ๆ คนอื่นชอบพูดกัน

จงอินกำลังเล่นบาสอย่างสนุกสนานอยู่กับเพื่อน มุมปากมีรอยยิ้มจาง ๆ เหมือนเด็ก ๆ เสื้อเชิ้ตสีขาวของจงอินถูกปลดกระดุมออกสองสามเม็ด เผยให้เห็นแผลงอกกล้ามสวย ที่ทำเธอหน้าร้อนผ่าว แม้ว่าจะแค่เห็นแวบ ๆ ก็เถอะ แต่มันก็ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะเขินอาย ชายเสื้อหลุดลุ่ย เสื้อสูทนอกที่เป็นยูนิฟอร์มของโรงเรียนก็ถูกถอดออก เน็คไทก็โยนข้าง ๆ กับเสื้อสูท

ซูจองสังเกตรอบทิศก็เห็นบรรดาสาว ๆ ที่มาดูเค้าเล่นบาสอยู่คนละมุมคนละที่ และกริ๊ดกร๊าดกันอย่างสนุกที่ได้เห็นกล้ามอกที่โผล่พ้นเสื้อมา ทำเอาบรรดาแฟนคลับแทบจะลมจับเลยกันเลยละ

และนั่น... ทันทีที่เธอหันไปมองเค้าอีกรอบ เธอก็เห็นสายตาของเค้าที่มามองเช่นกัน

หัวใจเธอสูบฉีดเลือดทันที ที่เห็นเค้ามองมา เอ๊ะ? แต่มันจะเป็นไปได้เหรอ ในเมื่อเค้าแค่อาจจะมองเฉย ๆ ไม่ได้สนใจ แต่เหมือนแค่มองรอบ ๆ มากกว่าจะหันมามองตรง ๆ อย่างสนใจ และเธอก็ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองด้วยว่าเค้าอาจจะเห็นเธอ เห็นว่าเธอคอยมองเค้าอยู่ตรงนี้ และเค้าก็อาจจะสนใจเธอ นั่นมันค่อนข้างจะไร้สาระ ในเมื่อมีสาว ๆ ทั่วรอบสนามบาส เค้าคงไม่หันมามองมุม ๆ ตรงที่เธออยู่หรอก...

แค่นี้เธอก็มีความสุขแล้วละ เธอไม่จำเป็นต้องไปบอกชอบหรอกเพราะเธอก็ไม่รู้ว่าเค้าจะคิดเหมือนเธอมั้ย

           

หากเราใกล้กันมากกว่านี้ สักวันมันอาจจะไม่ดี

บางสิ่งในใจฉันอาจทำเธอลำบาก

ก็ปล่อยเธอลอยอยู่บนฟ้า ขอมองดูเธอจากพื้นดิน

แค่เพียงได้เห็นเธอก็สุขใจแล้ว

 

บ้าจริง! ทั้งที่ก่อนหน้าแดดส่องแสงจ้าเลย แต่ตอนนี้ฝนกลับตกลงมาไม่ขาดสาย ซูจองไม่ได้พกร่มมาด้วยสิ และเธอก็ไม่คิดว่าฝนจะตกด้วย นี่มันน่าหงุดหงิดจริง ๆ !

หลังจากที่เธออ่านหนังสือ(และเอาแต่มองเค้า)จนเวลาเลยไปเกือบจะหกโมงอยู่แล้ว เมื่อเธอหันไปมองในสนามบาสก็โล่งแล้ว เธอจึงรีบโทรหาคนขับรถจากบ้านให้มารับ ป่านนี้ทุกคนคงกลับบ้านกันหมดแล้วมั้ง เธอเก็บข้าวของใส่กระเป๋าก่อนเดินไปยังหน้าป้ายรถเมล์โรงเรียน สายฝนที่สาดเทมาอย่างหนัก และข้างหน้าเหมือนมีเงาอะไรสักอย่างกำลังวิ่งตรงมาทางนี้ เธอหรี่ตามองดู เพราะเงาที่ว่าค่อนข้างสูงอยู่ แต่ดูเหมือนจะเป็นคนมากกว่า

 

‘ป่านนี้ยังมีคนไม่กลับบ้านอีกหรอ’    ซูจองขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิดอยู่ในใจ

 

‘แต่ถ้าเป็นคนอื่นล่ะ ถ้าเกิดเป็นโจรมาปล้นล่ะ ถ้าเกิดเค้าลักพาตัวไปข่มขืนล่ะ’

 

ซูจองได้แต่มองอย่างตัวแข็ง เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าเงาที่วิ่งดุ่ม ๆ มานี้เป็นนักเรียนในโรงเรียนนี้หรือเปล่า แต่เงานั้นมาใกล้แล้วเธอก็โล่งใจเมื่อพบว่า กางเกงของเค้าเป็นกางเกงสีน้ำเงินของโรงเรียนเธอ และชายเสื้อที่หลุดลุ่ย เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมสองสามเม็ดที่ทำให้เห็นแผลงอก เน็คไทสีแดงก็ถูกสวมใส่อย่างหลวม ๆ เธอไม่เห็นหน้าเค้าเพราะเค้าเอาเสื้อสูทของโรงเรียนบังฝนกำลังวิ่งมาทางนี้

ซูจองแทบจะสิ้นสติทันทีที่ร่างกายชายหนุ่มที่วิ่งตรงมายังที่เธอเอาเสื้อสูทที่คลุมบังฝนไว้ออกเป็นคิมจงอิน นักเรียนที่เธอเอาแต่แอบมองเค้ามานานแล้ว เธอแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้ใกล้ชิดกันวันนี้ ดูเหมือนเค้าเองก็ตกใจเล็กน้อยที่เห็นเธอ เค้าที่ยืนฝั่งขวาของเธอ

ทั้งเค้าและเธอต่างก็ไม่ได้พูดอะไรด้วยกัน ตอนนี้เธอได้ยินแค่เสียงสายฝนที่ปรกลงยังพื้น กับเสียงหัวใจเธอ

 

‘ภาวนาให้เค้าไม่ได้ยินด้วยเถอะ’

 

ซูจองได้แต่ภาวนาในใจ อกสั่นใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมา เธอประหม่าที่เค้ามายืนอยู่ข้าง ๆ เธอได้กลิ่นน้ำหอม กลิ่นเหงื่อ และกลิ่นฝนปะปนกันไปจากร่างกายของเค้า และนั่นทำให้เธอใจเต้นหนักกว่าเก่า ราวกับเธอไปวิ่งมาสักห้ากิโลเมตรได้

ซูจองอยากจะหยุดเวลาช่วงนี้ไว้ แต่อีกใจนึงก็อยากจะหนีไปให้พ้น ๆ เพราะหัวใจของเธอมันกำลังทำงานอย่างหนักเลยละ แต่เธอก็ไม่อยากให้ช่วงเวลานี้หายไปด้วย เพราะไม่รู้ว่าจะมีโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกันแบบนี้อีกหรือเปล่า มันช่างทำให้เธอ... นอนหลับฝันดีแน่ ๆ คืนนี้!

ไม่ทันที่เธอจะได้เพ้ออะไรไปมากกว่านี้ สายฝนเริ่มโปรยปรายหนักเข้าเรื่อยจนสาดกระเด็นมาจนถึงตัวเธอ ซูจองขยับตัวออกห่าง และนั่นทำให้เธอขยับเข้าใกล้เค้าไปด้วยเช่นกันจนเธอขยับจนไปชนเค้า และเมื่อรู้ตัวว่าชนเธอก็รีบถอยห่างออกมาทันที เลือดสูบฉีดไปยังใบหน้าของเธอ

 

“ขะ ขอโทษ”   ซูจองเอ่ยขอโทษออกมาอย่างสั่น ๆ

 

“ไม่เป็นไร”  จงอินก็หันมาตอบเธอเพียงสั้น ๆ และเค้าเริ่มสังเกตเห็นว่าผู้หญิงตรงหน้าเริ่มจะเปียกฝน เข้าเลยดึงแขนเธอเข้ามา ซูจองตกใจจนทำอะไรไม่ถูกที่อยู่ ๆ ชายหนุ่มตรงหน้ามาจับแขนเธออย่างถือวิสาสะ จากตอนแรกที่เค้ายืนอยู่ฝั่งขวา เค้าขยับให้เธอมายืนตรงเค้า และเค้าไปยืนตรงเธอ สลับตำแหน่งกัน

ตอนนี้กลายเป็นว่าเค้าเริ่มจะเปียกแทนเธอซะแล้วสิ

ซูจองที่ยังไม่หายตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ก็ได้แต่ยืนนิ่ง สมองหยุดทำงานเรียบร้อย และเธอเพิ่งค้นพบว่าตัวเธอสั่นขึ้นมานิด ๆ ความร้อนอ่อน ๆ จากมือของเค้าที่จับแขนเธอเมื่อกี้ยังหลงเหลืออยู่ ซูจองนึกอยากมุดหน้าเข้าสู่พื้นดินก็ตอนนี้ละ เธออายจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว

 

“เอ่อ.. เมื่อกี้ขอโทษด้วยนะที่อยู่ดี ๆ ทำแบบนี้ ฉันเห็นว่าเธอจะเปียกฝนอยู่แล้ว”

 

จงอินเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ ทำลายความเงียบที่นอกจากเสียงฝนแล้ว

 

“ไม่ ไม่เป็นไร ฉันคงงี่เง่าเองละ”

 

พระเจ้า! เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่เธอจะได้คุยกะเค้า คุยกะเค้าเนี่ยนะ!! บางทีเธออาจจะฝัน เลยจิกเล็บตัวเองไปในอุ้งมือ แต่มันก็เจ็บจริง!

ให้ตายเถอะ! นี่มันเรื่องน่าเหลือเชื่อมาก!!!

 

“อันที่จริง เธอก็ไม่น่าจะตกใจขนาดนั้นนะ รังเกียจฉันหรือไง”  จงอินกล่าวขำ ๆ มุมปากหยักเป็นรอยยิ้มขึ้นเล็กน้อย

“เปล่า เปล่านะ!”  ซูจองตกใจโพล่งพูดออกมาอย่างรวดเร็ว และวินาทีนั้นเธอคิดว่า ... ตัวเองทำพลาดไปแล้ว เพราะทันทีที่เธอหันเข้าไปสบกับนัยน์ตาหมาป่านั้นก็ทำให้รู้ว่าเธอกำลังโดนแกล้ง เลือดในกายพากันพร้อมใจสูบฉีดมายังใบหน้า ซูจองรีบหันหน้าหนีทันที ไม่อยากให้เค้าเห็นว่าเธอกำลังอายมากแค่ไหน เธอพยายามตีสีหน้านิ่งเอาไว้ ทั้ง ๆ ที่แก้มยังมีสีระเรื่อประดับอยู่ และจงอินก็เห็นมันได้ชัดเจนเลยละ

 

‘น่ารักชิบ!’   นั่นคือสิ่งแรกที่เค้าคิดหลังจากที่ได้ว่าเธอกำลังเขินเค้า มันทำให้เค้าใจชื่นไม่ใช่น้อยเลยละ

 

สายฝนสาดเข้ามาจนถึงตัวเค้าเริ่มเปียกแล้ว และในไม่ช้ามันต้องไปถึงเธอแน่ ทำไงดี ไม่อยากให้เธอเปียกเลย กลัวเธอจะเป็นหวัด เค้าหันไปมองรอบ ๆ ว่ามีอะไรพอจะบังฝนได้บ้างหรือเปล่า แต่ดูเหมือนจะไม่มีพอจะบังฝนได้เลย เค้าลอบสังเกตเธอ ก็เห็นว่าเธอไม่ได้พกร่มอะไรมาเลย

นั่นสินะ อา~ เธอจะพกมาได้ไง ในเมื่ออากาศเมื่อตอนกลางวันแดดยังเปรี้ยงอยู่เลย อยู่ดี ๆ ก็ฝนตกซะงั้น สถานการณ์แบบนี้คงไม่มีใครคาดคิดทันหรอกเนอะ เค้าเหลือบมองข้างล่างก็เห็นสูทนอกที่เค้าถืออยู่ พลันความคิดก็ปิ๊งไอเดียออก มันอาจจะดูเลี่ยน ๆ อยู่บ้าง แต่ว่าของแบบนี้ใช่ว่าจะหาง่าย ๆ สักหน่อยนี่เนอะ ไม่ลองไม่รู้  J

จงอินขยับตัวเข้าหาหญิงสาวก่อนจะเอาเสื้อสูทมาคลุมตัวเองก่อนจะเผื่อแผ่ไปยังเธอ

ซูจองได้แต่แข็งทื่อเพราะตอนนี้ระยะเค้ากับเธอมันใกล้ชิดขนาดไหน และที่เค้าทำเพื่อไม่ให้เธอโดนฝนสาดไปด้วย ทำเอาเธอได้แต่ก้มหน้าและแอบอมยิ้มออกมาอย่างเงียบ ๆ เธอไม่กล้ายิ้มกว้างหรอกนะ เพราะเดี๋ยวเค้าจะรู้ เดี๋ยวเค้าจะหาว่าบ้าเอา

สภาพตอนนี้ถ้ามีใครเห็นคงจะฟิน คงจะเขินแทนน่าดู ผู้ชายตัวสูงที่กางเสื้อสูทบังฝนที่สาดเข้ามา และก็กางไปจนถึงตัวหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าอมยิ้มเขิน ๆ อยู่กับตัวเองคนเดียว ชายหนุ่มเองก็เอาแต่มองนู้นนี้นั้นไปเรื่อย แต่มุมปากกลับมีรอยยิ้มเล็ก ๆ

 

‘ยังไม่อยากให้คุณคังมาเลย ยังไม่อยากกลับบ้าน อยากอยู่ตรงนี้นาน ๆ จัง แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงแค่ไหนเถอะ’

 

‘หากพระเจ้ามีอยู่จริง ช่วยหยุดเวลาตรงนี้ไปนาน ๆ ได้มั้ยนะ ผมยังอยากอยู่ที่นี่ ตรงนี้กับเธอนาน ๆ จัง’

 

มีเพียงแค่เสียงสายฝนกับเสียงหัวใจของคนสองคนที่แข่งกันเต้น บางจังหวะก็เต้นพร้อมกันยังไม่น่าเชื่อ

ไม่นานรถจากบ้านที่ซูจองโทรมาก็มาจอดถึง คนขับรถเปิดประตูรถก่อนจะกางร่มแล้วรีบเข้าหาตัวหญิงสาว ชายหนุ่มวัยทองรีบร้อนวิ่งเข้าหาคุณหนูของบ้าน

 

“คุณหนูครับ ขอโทษที่มาสายครับ ฝนตกหนักมาก ผมไม่กล้าขับเร็ว ๆ เลย”  คนขับรถรีบวิ่งมายังซูจองพร้อมกับกางร่มให้ ได้แต่กล่าวขอโทษอย่างรู้สึกผิดที่ปล่อยให้คุณหนูซูจองยืนตากฝน แม้ข้าง ๆ จะมีชายหนุ่มคอยกางเสื้อสูทบังฝนให้ก็เถอะ

 

แต่เอ๊ะ? ผู้ชายอย่างนั้นหรอ!?

 

“เอ่อ...”  คุณคังคนขับรถได้แต่กระอักกระอ่วนทันทีที่เค้าคิดได้ว่าตอนนี้คุณหนูเจ้านายของเธออยู่ในสภาพไหนกับผู้ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

 

“มะ ไม่เป็นไรค่ะ กลับเถอะ”  ซูจองเดินไปยังเบาะหลังของรถ คุณคังเปิดประตูให้ ในขณะที่อีกมือก็คอยกางร่มให้ด้วย ซูจองจับขอบประตูรถก่อนจะก้าวขาขึ้นรถ แต่ไม่ทันจะได้ก้าวก็ชะงักทันที ราวกับนึกคิดอะไรได้

ซูจองเม้มปากแน่น ก่อนจะหันไปหาจงอิน แล้วเอ่ยปากขอบคุณเบา ๆ อย่างประหม่า

 

“ขอบคุณนะ”   ทันทีที่หญิงสาวพูดจบก็ก้าวขึ้นไปรถอย่างช้า ๆ คุณคังคนขับรถปิดประตูเบา ๆ ก่อนจะรีบเดินไปยังตำแหน่งคนขับ ชั่วแวบที่เค้าหันไปมองชายหนุ่มที่มองมายังรถ แต่ดูเหมือนสายตาของคนตรงหน้าจะทะลุผ่านเข้ามาในรถให้ได้

 

รถค่อย ๆ เคลื่อนออกไป จงอินยังคงอยู่ที่เดิม มองรถที่กำลังแล่นออกไปอย่างช้า ๆ

เห้ออออออ ~

จงอินถอนหายใจออกมาอย่างเซ็ง ๆ ที่พระเจ้าช่างไม่เมตตาเค้าเอาซะเลย อุตส่าห์ได้อยู่ใกล้แล้วแท้ ๆ แต่สุดท้ายก็ได้แค่นี้

 

อีกด้านนึง

ซูจองก็ได้แต่มองหันหลังกลับไปยังชายหนุ่มที่เพิ่งจะยืนบังฝนให้ สายตาเธอมองเค้าจนลับไป เธอหันกลับมาและถอนหายใจออกอย่างแผ่วเบา ในมือที่ถือผ้าเช็ดตัวที่คนขับรถของเธอที่เพิ่งส่งมาให้ และเธอก็เหลือบไปมองแขนเธอที่เมื่อไม่กี่นาทีมานี้ เพิ่งจะโดนผู้ชายคนนั้นจับมา

พลันทันทีเธอก็เริ่มรู้สึกร้อนวูบ ๆ ตรงใบหน้า ให้ตายสิ! เมื่อกี้เค้ากับเธอเพิ่งจะอยู่ใกล้กันนะ แค่ห่างกันเพียงไม่ถึงนาทีเธอก็เริ่มคิดถึงเค้าอีกแล้วหรอเนี่ย เธอรู้สึกราวกับจะประสาทตาย

และแม้จะเป็นแบบนั้น แต่ใบหน้าเธอก็เต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มเล็ก ๆ คนขับรถที่แอบมองเธอจากกระจกหลัง ก็แอบอมยิ้มไปด้วย นี่เป็นครั้งแรกเลยนะมั้ง ที่คุณหนูของบ้านยิ้มออกมาอย่างเขิน ๆ สงสัยซะแล้วสิว่า ไอ้หนุ่มเมื่อกี้มันมีดีอะไร ถึงทำให้คุณหนูยิ้มออกมา ตั้งแต่ที่เค้าจำได้ คุณหนูซูจองไม่ค่อยร่าเริง ไม่ค่อยยิ้มตั้งแต่พ่อกับแม่ย้ายไปทำงานที่อังกฤษเลย...

แต่สงสัยคราวนี้ความรักจะทำให้คุณหนูยิ้มแย้ม คุณคังก็ได้แต่หวังว่าเธอจะมีรอยยิ้มแบบนี้ไปนาน ๆ ก็พอ...

 

วันถัดมา

หลังจากซูจองกลับบ้าน เธอรีบกินข้าวกินยาแล้วเข้านอนทันที เพราะเธอกลัวจะเป็นหวัด แต่กว่าจะหลับได้ก็ใช้เวลานานพอตัวเลยละ ต้องขอบคุณฤทธิ์ยาด้วยละมั้งที่ช่วยให้เธอผล็อยหลับไปได้ ถ้าไม่มียาแก้หวัดแก้ไข้ที่กินแล้วง่วงละก็ เชื่อเถอะ เธอนอนไม่หลับทั้งคืนแน่ ๆ คงเอาแต่คิดถึงเรื่องเมื่อวานซ้ำไปซ้ำมา เมื่อคืนเธอเองก็ยังเก็บเอาไปฝันเลย เช้าตื่นมาก็ยังนึกถึงหน้าผู้ชายคนนั้นเป็นคนแรกด้วยซ้ำ

นี่มันชักจะเลยเถิดไปใหญ่แล้วนะ ดูเหมือนเธอจะฟอลอินเลิฟอาการหนักเชียวละ

ตอนพักกลางวัน

หลังจากกินข้าวคนเดียวเงียบ ๆ เสร็จแล้ว ซูจองก็เดินมายังสวนเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ ตรงนี้ก็เป็นพื้นที่ ที่เธอชอบมานั่งอ่านหนังสือเล่น ๆ ก่อนเข้าเรียน ที่ตรงนี้ค่อนข้างใกล้กับตึกที่เรียน เธอเลยเลือกที่จะอ่านตรงนี้ ส่วนตรงต้นไม้ข้าง ๆ สนามบ้านนั่นละ ไว้อ่านก่อนกลับบ้าน  J

ระหว่างที่ซูจองกำลังนั่งอ่านอยู่นั้น โทรศัพท์ในกระเป๋าเรียนเธอก็สั่นจนเธอได้ยิน เธอรีบควานหาโทรศัพท์ เบอร์ที่โชว์โทรเข้ามาทำให้เธอยิ้มก่อนจะรีบรับทันที

‘แม่’

 

“ค่าา ~”  ซูจองทักเสียงหวาน

 

“ซูจอง สวัสดีจ๊ะ ลูกรัก ทำไรอยู่จ๊ะ กินข้าวแล้วยังเอ่ย”  ปลายสายตอบกลับมาอย่างเอ็นดู

 

“กินแล้วค่ะ กำลังจะอ่านหนังสืออยู่ค่ะ แม่มีไรหรอคะ”  ซูจองพับเก็บหนังสือก่อนจะมองไปยังเบื้องหน้าและตอบปลายสายไปด้วย

 

“แม่โทรมาขัดจังหวะลูกเปล่าจ๊ะ”

 

“ไม่เลยค่ะ แม่จะกลับมาเมื่อไหร่ หนูคิดถึง”  ซูจองพูดด้วยน้ำเสียงอ้อน ๆ จนแม่ของเธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบา ๆ

           

“แม่ต้องขอโทษนะ ที่ต้องโทรมาบอกอย่างนี้ แต่ว่า พ่อยังต้องดูงานที่นี้อีกสี่เดือนน่ะจ๊ะ แม่ขอโทษจริง ๆ นะซูจอง”  ปลายสายเอ่ยอย่างเสียใจจริง ๆ

 

ซูจองที่ได้ยินแบบนั้นก็จากที่ยิ้มก็ค่อย ๆ เลือนหายไป จากใบหน้าที่ยิ้มแย้มกลายเป็นหน้าเศร้าทันที

 

“ซูจองจ๊ะ ฟังอยู่หรือเปล่า แม่ขอโทษจริง ๆ แม่เสียใจจริง ๆ”  คนเป็นแม่ก็ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ขอโทษ

 

“ค่ะ ไม่เป็นไร รีบ ๆ กลับมานะคะ”  ซูจองพยายามปรับเสียงให้เป็นปกติที่สุดเพื่อไม่ให้คนปลายสายเป็นห่วง แต่ถึงอย่างนั้นแม่เธอก็รู้อยู่ดีว่าเธอรู้สึกยังไง

 

“แม่สัญญาว่าจะกลับไปแน่ ต้องขอโทษจริง ๆ ทางนี้เร่งงานด่วนมาก พ่อหนูต้องคอยดูอยู่ตลอด เดี๋ยวแม่กลับไป แม่จะซื้อของฝากไปให้นะ”  คนเป็นแม่พยายามปลอบใจลูกให้รู้สึกดีขึ้น

 

“ไม่เป็นไรค่ะ แม่ หนูจะรอนะคะ”

 

“จ๊ะ แม่ต้องวางแล้วนะ ไว้แม่จะโทรหาใหม่นะจ๊ะ ตายจริง! แม่ลืมเอาเอกสารให้พ่อเลย แม่วางก่อนนะจ๊ะ”  ทันทีที่ปลายสายพูดจบสายก็ตัดทันที

 

ซูจองวางโทรศัพท์บนตัก ได้แต่มองอย่างเลื่อยลอย หญิงสาวถอนหายใจออกมา ก่อนจะมองตรงไปยังท้องฟ้าอย่างเหม่อลอย

 

แต่ถ้าวันนึงเธอเหนื่อยล้าจากเรื่องต่างๆ

จนเธอรู้สึกว่าโลกนี้เหมือนกับไม่เหลือใคร

โปรดจงรู้เอาไว้ ว่าโลกนี้ยังมีความห่วงใย

จากมุมเล็กๆ ตรงนี้เสมอ

 

คิมจงอินรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกกวนตอนนอนกลางวันของเค้า ทั้ง ๆ ที่คิดว่าสวนนี้จะไม่มีใครมาซะอีก เค้านอนพิงอยู่ตรงต้นไม้ใหญ่ หลังแกร่งแนบไปกับต้นไม้อย่างไม่กลัวตก ขายาวเหยียดตรง ทันทีที่หูเค้าเริ่มรับประสาทได้ หลังจากตื่นแล้ว เค้าก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนนึงกำลังคุยอะไรสักอย่าง น้ำเสียงเศร้า ๆ จนเค้าชะโงกหน้าจากต้นไม้มองไปยังเบื้องล่างเพื่อดูว่าใครกันที่มาทำลายบรรยากาศการนอนของเค้า

และเมื่อเค้าเห็นผู้หญิงผมยาวเหยียดตรง ผมสีดำประกายสีน้ำตาลอ่อน ๆ เค้าก็รู้ทันทีว่าเธอคือใคร แล้วทำไมเสียงเธอถึงได้เศร้านัก ท่าทางเธอเหมือนคนคุยโทรศัพท์ เธอกำลังคุยกะใคร?

นั่นคือสิ่งแรกที่เค้าอยากรู้

 

‘ไม่เป็นไรค่ะ แม่ หนูจะรอนะคะ’

 

แม่? หรอ ฟังดูแล้ว เหมือนเธอจะต้องรอแม่อะไรทำนองนั้นเลย ว่าแต่รออะไร แม่เธอไปไหนหรอ? เค้าสังเกตเธอก็ค้นพบว่าเธอเหม่อ ๆ สีหน้าเหมือนคนเศร้าซึม ไม่อยากเห็นเธอเป็นแบบนี้เลยแฮะ

จงอินค่อย ๆ ปีนต้นไม้ลงไปยังข้างล่าง เสียงต้นไม้ดังหนักจนซูจองสะดุ้งก่อนจะหันไปมองข้างบนก็พบร่างของผู้ชายที่เพิ่งจะยืนตากฝนกับเธอเมื่อวานเอง ฉับพลันหัวใจเธอก็เริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อนึกถึงไปยังเรื่องเมื่อวาน

แต่นี่มันบ้าบอจริงๆ ! ทั้ง ๆ ที่เธอควรจะคิดเรื่องแม่ แต่ผู้ชายตรงหน้ากลับทำเธอเริ่มปั่นเป๋ ซูจองได้แต่มองผู้ชายตรงหน้าอย่างคาดโทษที่ทำให้รู้สึกใจเต้น ผิดเวลา!

จงอินยิ้มแหย ๆ เมื่อคนตรงหน้าส่งสายตาค้อน ๆ มาให้

 

“สวัสดี มานั่งทำไรตรงนี้หรอ”  และเป็นเค้าเองที่เริ่มต้นบทสนทนา

 

“เปล่า”  น้ำเสียงนิ่ง ๆ ตอบกลับมาก่อนจะสะบัดหน้าไปทางอื่น อากัปกิริยานั้นอดไม่ได้ที่จะทำให้เค้ายิ้มออกมาเล็กน้อย

 

“เธอดูเศร้า ๆ นะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”

 

“ยุ่ง!”  เมื่อได้ยินอีกคนตอบมา ก็ทำเค้าหัวเราะออกมาเบา ๆ กับอาการดื้อ ๆ ของเธอ ท่าทางเธอเหมือนคนงอนเลยแฮะ

 

“เฮ้ ฉันมีไรจะให้น่ะ”  จงอินเตรียมมายากลเล็ก ๆ ไว้กับหญิงสาว ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องเอามาใช้ หลังจากที่ไปฝึกเรียนมากับพี่ชายน่ะนะ และนี่มันก็น่าอายด้วย ให้ตายสิ!

 

แต่เพื่อไม่ให้คนตรงหน้าเศร้าไปมากกว่านี้ เค้าก็อยากทำอะไรให้เธอพอใจ แม้ว่าปกติเธอจะไม่ยิ้มอยู่แล้ว แต่เค้าก็ไม่อยากให้เธอทำหน้านิ่งแต่ดูเศร้าหรอกนะ

ซูจองหันไปหาจงอินขมวดคิ้วอย่าง งงๆ ที่หนุ่มตรงหน้าที่บอกจะมีไรอะไรให้ และเธอก็เห็นว่าจงอินกำมือทันทีที่เธอหันมาสนใจเค้า ก่อนจะแบมือออก และก็กำมืออีกรอบ เธอมองมันอย่างงง ๆ ว่ามันมีอะไร เพราะก่อนหน้านี้ตอนเค้าแบมือออกก็ไม่ยักจะมีอะไร และพอเค้าแบมือออกอีกครั้งก็เป็นดอกกุหลาบสีแดงอยู่ในมือของเค้าซูจองมองมันอย่างตะลึง หัวใจเต้นถี่รัว ก่อนจะเงยหน้ามองจงอินอย่างคนฉงนสงสัย ก่อนจะรับมันไป

 

“จะถามล่ะสิ ว่าทำได้ไง บอกไม่ได้หรอก มายากลน่ะเป็นความลับ J”  จงอินตอบด้วยเสียงยียวนก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ หญิงสาว

 

ซูจองที่ได้ยินอย่างนั้นก็ย่นจมูกใส่อย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหันหน้าหนี ที่เค้ามานั่งใกล้เธออีกแล้ว โอ้! ตายๆ อย่างนี้ มีหวังเค้าได้ยินเสียงหัวใจเต้นแน่ ๆ แม้จะเป็นแบบนั้น แต่เธอก็ไม่ยักลุกขึ้นหนี จงอินก็เอาแต่นั่งมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย เวลาผ่านไปสักนิด ก็เป็นฝ่ายจงอินอีกครั้งที่พูดเพื่อทำลายความเงียบ

 

“ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าเธอมีเรื่องอะไรในใจเปล่า แต่ว่าทำสีหน้าแบบนั้นไม่ดีเลย”

 

“สีหน้าแบบไหนหรอ”  ซูจองหันไปถามอย่างงงๆ

 

“ก็สีหน้าแบบนี้ไงล่ะ”  จงอินพูดจบก็ทำสีหน้าเศร้า ๆ แบบตลก ๆ ให้เธอ ทันทีที่เธอเห็นก็ยิ้มออกมาทันใด เพราะใบหน้าของเค้าตอนทำสีหน้ามันน่ารักแล้วก็ตลกจริง ๆ

 

จงอินหัวเราะออกมาก่อนสบตากับซูจองอย่างตรง ๆ และนั่นทำให้ซูจองรู้ว่าเธอกำลังหลุดยิ้มออกมา เธอรีบหุบยิ้ม ก่อนจะกุลีกุจอเก็บของใส่กระเป๋าแล้วรีบลุกขึ้นอย่างลน ๆ จนข้าวของในกระเป๋าหล่นกระจัดกระจาย จนเธอต้องนั่งยอง ๆ เก็บอีกครั้ง

พระเจ้า!! นี่มันน่าอายมาก เธอกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย เธอจะเป็นบ้าประสาทตายอยู่แล้ว

 

“เอ่อ... เธอไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้นะ มันยังไม่ถึงเวลาเรียนสักหน่อย”  จงอินพูดไปเก็บของให้ซูจองไปพลาง

 

และเมื่อเหลือของชิ้นสุดท้ายและทั้งคู่ก็ต่างแตะชิ้น ๆ เดียวกันนั่นคือสมุดเล่มเล็กสีฟ้าอ่อนของซูจอง ที่เด็ดกว่านั้นคือ มือของทั้งสองต่างก็จับที่เดียว พูดให้ถูกคือ มือของซูจองจับสันปกสมุดไว้อยู่ แล้วมือของจงอินก็จับเข้าที่มือของซูจองอีกที และนั่นทำให้ซูจองลนยิ่งกว่าเดิม เธอรีบชักมือกลับ และรีบลุกขึ้นทันที

เลือดทั้งร่างกายพากันมารวมใบหน้าของเธอ แก้มแดงระเรื่อ จงอินก็ไม่ต่างกัน แม้ตนจะไม่ได้หน้าแดง แต่หัวใจก็เต้นแรงไม่แพ้กับหญิงสาวตรงหน้าเลย แม้ว่าพวกเค้าจะได้ยินเสียงใจเต้นของกันและกันก็ตาม

จงอินยื่นสมุดสีฟ้าอ่อนที่เค้าเก็บได้ให้เธอ ก้มมองหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตามองนู้นนี้นั้น อย่างหาที่วางสายตาไม่ได้ แก้มแดงของเธอทำเอาเค้าอยากจะกดริมฝีปากกับแก้มนั่นดูสักครั้ง

 

“ขอโทษนะ ไม่คิดว่าจะ... บังเอิญขนาดนั้น”  จงอินพูดขึ้นและเลี่ยงใช้คำพูดที่ชวนอ้วกออกไป

 

ซูจองหยิบสมุดสีฟ้าอ่อนนั่นมาเก็บใส่กระเป๋าก่อนจะขอบคุณเบา ๆ แล้วรีบวิ่งออกไปทันที ในใจของเธอได้แต่กรีดร้องว่า ตาย ตาย ตายแน่ ๆ ! เธอวิ่งออกไปโดยไม่บอกลาคนตรงหน้าสักคำและไม่หันกลับมามองเลย รู้แค่ว่าต้องรีบออกจากตรงนี้ เพราะเรื่องเมื่อกี้ทำเอาเธอ เขินแทบบ้า!

อีกด้านของชายหนุ่ม ที่มองหญิงสาวไปจนลับตา หัวใจยังคงเต้นแรงอย่างคุมไม่อยู่ ไม่รู้เธอจะรู้หรือเปล่านะ ว่าเมื่อกี้ได้สร้างความหวั่นไหวให้กับเค้ามากแค่ไหน สัมผัสแผ่วเบาที่ยังติดตรึงมือของเค้าที่เพิ่งจะจับกับหลังมือของซูจองเมื่อกี้ และเมื่อกี้เธอยิ้มให้เค้าด้วยหนิ ใช่มั้ย ใช่หรือเปล่า

แค่นึกถึงรอยยิ้มของเธอก็ทำให้เค้าอารมณ์ดีเป็นกองแล้ว และร่องรอยจากมือที่จับกับคนตัวเล็กกว่า จงอินก็เอามือมาแนบกับแก้มด้านซ้าย ลูบเบา ๆ ยิ้มกว้างออกมาอย่างรู้สึกดี

แต่.. ให้ตายเถอะ! มีใครบอกมั้ยว่า คิมจงอินคนนี้เป็นโรคจิตเนี่ย เค้าต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ นี่มันไม่ได้โดนมืออะไรจริง ๆ สักหน่อย แค่สัมผัสแผ่วเบาหลังมือเนี่ยนะ

จงอินเมื่อได้สติก็ได้แต่ส่ายหัวแรง ๆ แล้วหัวเราะออกมาราวกับคนบ้า ที่ทำตัวราวกับคนโรคจิตแบบนี้ จงอินทิ้งตัวนั่งลงกับพื้นหญ้าเขียวขจีอีกครั้ง พิงกับต้นไม้อย่างสบาย ๆ เค้าล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะหยิบไอพอดออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วเสียบหูฟัง ก่อนจะเปิดเพลงฟังอย่างสบายอารมณ์

เค้านึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ ก็ทำให้ยิ้มออกมาอีกครั้ง ปากเซ็กซี่ได้รูปผิวออกมาอย่างอารมณ์ดี แต่ว่าอย่างน้อย ภารกิจเค้าก็สำเร็จละนะ

จะอะไรหรอ ก็ทำให้เธอหายจากหน้าเศร้า ๆ ไง J

อืมมมมม ... รอยยิ้มน่ารักนั่น แก้มแดง ๆ นั่น ท่าทางที่รีบลุกลี้ลุกลนราวกับเด็กนั่น อ่า~

ให้ตาย นี่เค้าคงหลงรักเธอเข้าขั้นคลั่งไคล้สุด ๆ เลยละมั้ง…

แล้วเมื่อไหร่จะบอกรักสักทีนะ นั่นสิ เค้าเองก็ไม่รู้ ก็กลัวเธอจะไม่รู้สึกเหมือนกันน่ะสิ ถ้าเกิดบอกไปแล้ว ดันแป๊กล่ะ เค้าไม่ชินด้วยสิกับการจีบหญิง มีแต่คนเข้าหานี่นา

เอาเป็นว่าปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไปก่อนละกันนะ เค้าเองก็มีความสุขกับการได้อยู่แบบนี้เหมือนกัน ...

 

ได้แอบมองเธอข้างเดียวอยู่ที่มุมนี้

ก็พอแล้วไม่มีเงื่อนไขใดๆ ในความหวังดี

แค่ได้ชอบเธออยู่ตอนนี้

ก็ถือเป็นโชคชะตาดีๆ ที่คนอย่างฉันได้เกิดมาพบกับเธอ

 

ได้แอบมองเธอข้างเดียวอยู่ที่มุมนี้

ก็พอแล้วไม่มีเงื่อนไขใดๆ ในความหวังดี

ก็เรื่องดีๆ ที่มีตอนนี้ ก็ได้แต่รู้ว่าเธอคนนี้

ได้มีความสุขแค่เพียงเท่านี้ฉันก็อุ่นใ

ผลงานทั้งหมด ของ xLollipuff . ♥

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น