love is (5SOS)

ตอนที่ 4 : Timeless - 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 ธ.ค. 58




เสียงนกร้องยามเช้าดังกังวาลขึ้นปลุกให้ฉันตื่นขึ้นมา
สิ่งแรกที่ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาเจอก็คือเขา 
แขนของเขาพาดอยู่บนตัวฉันเหมือนกับกลัวฉันจะหายไปไหนไกลตัวเขา
ส่งผลให้ใบหน้าของฉันกับเขาอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ

ปกติเพื่อนกันเขานอนกอดกันแบบนี้มั้ยนะ

ลุคเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของฉัน
ไม่ใช่ว่าฉันไม่มีใครคบนะ แต่ฉันมักจะไปไหนมาไหนแค่กับเขา
ทุกคนเลยเข้าใจว่าเราคบกัน และฉันก็ไม่คิดจะปฏิเสธอะไรจริงจัง
แต่ก็ต้องปฏิเสธทุกครั้งที่มีคนมาถาม เพราะฉันกลัวเขารู้ว่าฉันแอบชอบเขา

ฉันกลัวเขาจะไม่เหมือนเดิมถ้าเขารู้ว่าฉันคิดกับเขาเกินเพื่อน

เสียงเท้ากระทบกับพื้นเป็นเสียงตึงตังที่บ่งบอกว่ากำลังมีคนจำนวนหนึ่งเดินขึ้นบันไดมา
ฉันรีบหลับตาแกล้งทำเหมือนยังไม่ตื่น เพราะไม่รู้ว่าจะทำหน้ายังไงดีถ้ามีคนเปิดประตูเข้ามา
ก็ที่นี่มันห้องของลุคนี่ ถ้าห้องของฉันฉันก็แค่ผลักหมอนี่ออกไปก็พอ 
ผลักเจ้าของห้องตกเตียงคงจะไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่นะ ฉันว่า

เสียงประตูถูกเปิดออกดังลั่นทำให้หัวใจฉันยิ่งเต้นแรงขึ้น จะมีใครจับได้มั้ยนะว่าฉันแกล้งหลับ
หลังจากเงียบไปสักพัก ฉันได้ยินเสียงเป่าปากเบาๆพร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบที่ดังขึ้นรอบๆตัวฉัน

'นอนกอดกันด้วยเว้ย' นั่นเสียงของคาลัม
'คาลัมอย่าเว่อร์ ลุคมันแค่เอาแขนพาดแซม' และคนที่พูดประโยคนี้คือไมเคิลแน่นอน
'เฮ้เฮ้ ถ่ายรูปเก็บไว้แบล็คเมล์มั้ย' แอชตันก็เอากับเขาด้วยหรอ

ฉันรู้สึกว่าหัวใจฉันเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ จะมีใครจับได้มั้ยว่าฉันแกล้งหลับ

และฉันยิ่งใจเต้นแรงยิ่งขึ้นเมื่อรู้สึกได้ว่าแขนของคนข้างๆที่พาดอยู่บนตัวฉันเริ่มออกแรงดึงฉันให้เข้าไปใกล้ตัวเขายิ่งขึ้น พระเจ้า หน้าฉันแดงมากมั้ยเนี่ย อย่าให้ใครรู้เลยว่าฉันแกล้งหลับ

เสียงรอบตัวฉันเงียบไปพักใหญ่ก่อนฉันจะได้ยินเสียงคาลัมกับแอชตันบ่นออกมาเบาๆ
ฉันรู้สึกเหมือนพวกเขากำลังจะเดินออกไป เพราะฉันได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆและเสียงเปิดประตูห้องอีกครั้งนึง
เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย

จู่ๆฉันก็ต้องสะดุ้งขึ้นสุดตัวเมื่อรู้สึกเหมือนมีลมพัดแถวๆหูฉันเหมือนมีคนแกล้งเป่ามันเบาๆ
ก่อนจะตามด้วยเสียงที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดี
"จับคนแกล้งหลับได้หนึ่งคน" เสียงแหบพร่าแบบคนพึ่งตื่นดังขึ้นข้างๆหูฉัน
ฉันรีบลืมตาขึ้นทันที จึงพบกับผู้ชายตาสีฟ้ากำลังนั่งยิ้มเผล่ให้ฉันอยู่

และฉันจึงสังเกตเห็นว่าช่องว่างระหว่างเรามีน้อยมากจนเกินไป
ใครก็ได้ช่วยที ฉันจะต้องระเบิดตัวเองตายเพราะเขินเขาแน่ๆ

"ตื่นแล้วแกล้งหลับทำไมอะ" เขาก้มลงมากระซิบถามฉัน 
โอ้ย เขาเอาหน้ามาใกล้ๆหูฉันทำไม ฉันเขินนะ
ฉันพยายามสูดหายใจเข้าปอดหลายๆครั้งเพื่อควบคุมสติตัวเอง
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ผล ฉันจึงพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งบ้าง

แต่เขากลับเอามือสองข้างกดบริเวณไหล่ของฉันไว้ไม่ให้ลุกขึ้นมาได้
ฉันจึงพยายามดิ้นพร้อมกับตะโกนต่อว่าเขา
เขาไม่สนใจเสียงของฉันกลับเอาแต่หัวเราะอย่างสนุกสนานที่ได้แกล้งฉัน

เสียงประตูเปิดขึ้นอีกครั้ง ตามด้วยหัวของคาลัมค่อยๆโผล่เข้ามาช้าๆ
"เผื่อพวกนายจะลืม พวกฉันยังยืนฟังอยู่หน้าห้องนะ ส่งเสียงกันได้ตามสบายเลย" เขาพูดอย่างยียวน
และนั่นทำให้มีมือที่ไม่ปรากฎเจ้าของโผล่เข้ามาฟาดที่หัวของคาลัมเต็มๆ
ผู้ชายข้างๆฉันหัวเราะอย่างสะใจที่เห็นเพื่อนตัวเองเจ็บตัว

และนั่นก็ทำให้ฉันหัวเราะตามเขาอย่างช่วยไม่ได้

-Timeless-

"ถามจริงๆ ได้กันยัง" คาลัมถามขึ้นขณะที่พวกเราห้าคนกำลังนั่งกินข้าวด้วยกันอยู่
ฉันจ้องหน้าเขาเขม็งอย่างตกใจ เขาถามอะไรเนี่ย นี่ฉันเป็นผู้หญิงนะ!
"ถ้านายไม่โผล่หัวเข้ามาก็คงได้กันแล้ว" คนข้างๆตัวฉันตอบเพื่อนเขาด้วยน้ำเสียงกวนประสาท
ฉันจึงเงื้อมมือขึ้นจนสุดแขนก่อนจะฟาดแรงๆที่หน้าขาของเขา 
"โอ๊ย ตีฉันทำไมอะ" เจ้าของชื่อลุคหันหน้ามาทำตาขวางใส่ฉัน
"พูดอะไรของนายลุค คนอื่นเข้าใจผิดหมด" ฉันว่าเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

แต่ภายในฉันแอบเขินกับตัวเองจนแทบจะลงไปกลิ้งกับพื้น
เขาพูดบ้าอะไรออกมา พูดอย่างนี้อีกครั้งฉันจะทุ่มตัวเองลงไปกับพื้นแล้วนะ

ลุคบ่นอะไรงึมงำๆจับใจความไม่ได้ ก่อนจะลุกหนีไปนั่งหน้าตูมอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง
และนั่นคือท่าไม้ตายลำดับที่สามสิบสามของเขา
ซึ่งเป็นหน้าที่ฉันที่จะต้องตามไปง้อ

"เฮ้ มันงอนอีกแล้ว เธอไปง้อเถอะ เดี๋ยวคาลัมจะเก็บกวาดให้เอง"แอชตันพูดขึ้นมาเบาๆ คาลัมจึงเงยหน้ามองเขาอย่างหงุดหงิดที่โดนมัดมือชก ก่อนจะบ่นออกมาดังๆให้คนที่มุมห้องได้ยิน "ฉันไปง้อเอง ส่วนเธอไปเก็บกวาด" แล้วเขาก็ลุกจากโต๊ะไปนั่งง้อลุคแทนฉัน

ภาพตรงหน้าเป็นภาพที่สยองขวัญที่สุดที่ฉันเคยเห็น ผู้ชายวัย15กำลังนั่งง้องอนกัน
คนหนึ่งติดจะกวนตีน อีกคนหันมามองฉันอย่างโกรธๆพร้อมกับพยายามเอาเท้ายันเพื่อนตัวเองออกไป
และมันคงอดสูมากจนไมเคิลต้องไปลากคาลัมให้กลับมาทำหน้าที่ของตนเอง
"เธอไปง้อ พวกฉันจะได้ซ้อมดนตรีซักที" เขาสั่ง

ดังนั้น ฉันจึงเริ่มต้นง้อเขาในแบบที่ฉันใช้ทุกครั้งเวลาที่เขางอน

ฉันใช้เวลาห้านาทีในการสะกิดเขา มันไม่ได้ผล
ฉันจึงกระตุกชายเสื้อเขาแรงๆประมาณห้านาที มันเคยได้ผล แต่ตอนนี้มันไม่ได้ผล
ฉันเลยยื่นหน้าเขาไปยิ้มตาปิดให้เขา ปกติวิธีนี้ได้ผลชะงัด แต่ครั้งนี้กลับไม่
ดังนั้นฉันจึงยื่นหน้าไปงับแขนเขาเบาๆหนึ่งที มันได้ผลมั้ง เขาหันหน้ามามองฉันอย่างเคืองๆ

"เล่นอะไรของเธอ" เขาถามฉัน แต่ยังไม่ยอมสบตาฉัน
"งอนอะไรของนาย ดีกันเร็วเดี๋ยวไมเคิลดุฉันที่ทำให้พวกนายไม่ได้ซ้อม"
เขาไม่ตอบอะไรฉัน ดังนั้นฉันจึงใช้ไม้ตายใบสุดท้าย

ฉันเอื้อมมือไปกอดเขาแรงๆพร้อมกับเอาหน้าแนบที่ต้นแขนของเขาและถูกลับไปกลับมาแรงๆ

ได้ผล เขาหันมาขำใส่ฉันก่อนจะเอื้อมมือมายีผมฉันจนเละ

เสียงของเด็กผู้ชายสามคนดังขึ้นแถวๆประตูห้องอาหาร
ฉันและลุคหันไปมองที่ต้นเสียงจึงพบว่าพวกเขาสามคนกำลังนั่งดูพวกเราอยู่

"เลี่ยนขนาดนี้คบๆกันเองไปเถอะ จะได้ไม่เป็นภาระของโลก"แอชตันพูดดังๆพร้อมรอยยิ้มประจำตัวเขา
"จะได้ไม่ต้องเป็นภาระพวกฉันที่ต้องมานั่งถ้ำมอง" คาลัมพูดเสริมเสียงดัง

ลุคกับฉันจึงได้แต่หันมามองหน้ากัน

แล้วยิ้มกว้างๆให้กันก่อนจะวิ่งไปเข้าหาพวกเขาอย่างสนุกสนาน

-Timeless-

ฉันนั่งมองท้องฟ้าอย่างไร้จุดหมาย
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่วันที่ผู้หญิงคนนั้นกับลุคมาที่ห้องนี้

ลุคไม่เคยกลับมาที่นี่อีกเลย

ในมือของฉันถือกรอบรูปที่ใส่รูปถ่ายของเราเอาไว้ด้านใน
ฉันมองมันอย่างเหงาๆ
รูปนี้ถูกถ่ายสมัยเรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ ทุกความทรงจำในตอนนั้นมีแต่รอยยิ้ม

บางครั้งฉันก็คิดเสมอว่าเราคิดผิด ที่เปลี่ยนสถานะจากเพื่อนมาเป็นแฟนกัน
ถ้าตอนนี้เรายังเป็นเพื่อนกันเรื่องมันคงไม่กลายเป็นแบบนี้

"เธอจะนั่งอยู่ตรงนั้นทั้งวันเลยรึไง" เสียงคุ้นเคยของแอชตันดังขึ้นใกล้ๆฉัน
ช่วงนี้พวกเขาผลัดกันแวะมาทุกครั้งที่ว่าง จนฉันเคยชินและปล่อยเขาทำอะไรที่อยากทำกันตามสบาย
ฉันหันหน้าไปมองเขาเพียงเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปมองท้องฟ้าเหมือนเดิม

เหมือนที่ทำมาทั้งวัน

ฉันมองท้องฟ้าในเช้านี้ด้วยความรู้สึกอยากจะลองบินออกไปตรงท้องฟ้านั่นดู
ฉันอยากรู้ว่าถ้าตกลงไปจะเจ็บกว่าที่ฉันเจ็บตอนนี้รึเปล่า

"แซม ไม่เอาน่า สภาพเธอดูไม่ได้เลย" เขาพูดขึ้นอย่างห่วงใย "อย่าไปบอกใครนะว่าเธอเคยเป็นราชินีงานพรอม" เขาแหย่ฉันด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก ก่อนจะเงียบไปเมื่อฉันไม่ตอบอะไร

ก่อนที่ฉันจะได้ยินเสียงเสียดสีของเสื้อผ้าที่ขยับตามจังหวะการเดิน
และรู้สึกถึงอ้อมกอดอันห่วงใยของเพื่อนที่รักและเป็นห่วงฉัน
ฉันกอดเขากลับก่อนจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

"ฉันจะทำยังไงดี"ฉันกลืนก้อนสะอื้นก่อนจะถามเขาอย่างจนตรอก

"เธอจะผ่านมันไปได้" เขาพูด "เธอเข้มแข็งแบบนั้นเสมอ"

"นายว่าเขาจะกลับมามั้ย" ฉันถามแอชตันเบาๆอย่างไม่มั่นใจ
เขาไม่ตอบอะไรฉัน และนั่นเป็นคำตอบชั้นดีในสถานการณ์แบบนี้

"ฉันคิดว่าฉังคงยื้อมันต่อไปไม่ไหวแล้ว" ฉันพูดอย่างคนปลงตก "ฉันจะบอกเลิกเขา"

ก่อนที่แอชตันจะได้ตอบอะไรฉัน
เสียงของตกแตกดังขึ้นทำให้ฉันและเขาหันไปมองอย่างตกใจ
คนที่ฉันพึ่งพูดถึงกำลังยืนอยู่ตรงนั้น จ้องมาทางฉันและแอชตันด้วยสายตาโกรธแค้น
พวกเราได้แต่ยืนนิ่งมองเขาอย่างตกตะลึง เขากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ได้ยินอะไรไปบ้าง

"แอชตัน" เขาพูดเสียงต่ำอย่างคนกำลังข่มอารมณ์ "ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้"

เจ้าของชื่อแอชตันมองเขาและฉันสลับกันอย่างลังเล
แต่ก่อนที่เขาจะตัดสินใจได้ว่าจะอยู่หรือจะไป ลุคก็เดินเข้ามาลากแขนของฉันออกมาจากเพื่อนของเขา
เพราะกริยาของลุค ทำให้แขกผู้มาเยือนต้องรีบเข้ามายกมือห้ามอย่างตกใจ
"เฮ้ย ใจเย็น กลับแล้วๆ"แอชตันพูดก่อนจะรีบเดินออกไปพลางส่งสายตามองฉันอย่างเป็นห่วง
ฉันพยายามส่งสายตาบอกเขาว่าฉันโอเคกลับไป ไม่ให้เพื่อนของพวกเราต้องเป็นห่วงฉันไปมากกว่านี้

ทันทีที่ประตูปิดลง ความเข้มแข็งปลอมๆของฉันก็หมดไป

"ต้องการอะไร" ฉันถามเขาเสียงแผ่วพร้อมกับพยายามดึงตัวเองออกจากเขาด้วยความกลัว

"เธอจะบอกเลิกฉันงั้นหรอ" เขาตวาดออกมาเสียงดังลั่นก่อนจะเขย่าตัวฉันอย่างรุนแรง
ฉันพยายามที่จะทำเป็นไม่รู้สึกอะไร ทั้งที่จริงๆแล้วฉันกลัวเขาจนสั่นไปหมด
พระเจ้า ทำไมเขาเป็นแบบนี้ ฉันคิดอย่างสิ้นหวังก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาอย่างเก็บไม่อยู่

เพราะยืนอยู่ใกล้กัน ฉันจึงได้กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยคลุ้งออกมาจากตัวเขา
กลิ่นของแอลกอฮอล์ในอากาศผสมกับกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงที่ฉันไม่คุ้นจมูก

และนั่นทำให้ฉันรู้สึกว่าสิ่งที่ฉันตัดสินใจนั้นถูกต้อง

"ใช่"ฉันพูดทั้งน้ำตา "ใช่! ฉันจะเลิกกับนาย" ฉันเพิ่มเสียงขึ้นตามแรงอารมณ์
เขาเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่จะปล่อยตัวฉันแล้วเอาโทสะของเขาไปลงกับของในห้อง

ฉันสะดุ้งสุดตัวทุกครั้งที่ของใช้ในห้องตกลงกระทบกับพื้น

"ลุค คุณต้องการอะไรกันแน่ ทำแบบนี้ทำไม" 
เขาไม่ตอบอะไรฉัน แต่เขาก็ไม่หยุดพาลไปลงกับของ ห้องทั้งห้องกำลังจะเละด้วยน้ำมือเขา

ฉันรอจนเขาหยุดทำตัวบ้าคลั่ง ก่อนจะค่อยๆพูดต่อ

"ไม่รักฉันแล้วรั้งฉันไว้ทำไม" ฉันถามอย่างไม่เข้าใจพร้อมกับเดินไปจับแขนเขาไว้แน่น

"ถ้าไม่รักฉันแล้วก็ปล่อยฉันไปเถอะ" ฉันกลั้นใจพูดจนจบประโยคก่อนจะซบหน้าลงกับหลังเขาแล้วร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร

นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันได้สัมผัสตัวเขา

เขายืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้ตอบอะไร แต่ก็ไม่ได้สะบัดตัวเขาออกจากการเกาะกุมของฉัน

ฉันยังพอมีความหวังอยู่บ้างใช่มั้ย

TBC

จริงๆตั้งใจว่าจะแต่งห้าตอนจบ ตอนนี้คิดว่าห้าตอนไม่น่าจบ ฮือ
ตอนนี้เบื่อกับการอ่านหนังสือมากกก เลยปั่นน้องจบหนึ่งตอน ฮือ
The Devil Within & Body on me สอบเสร็จจะแต่งต่อนะคะ 
ผู้ชายขี้งอนแบบลุคในเรื่องนี้มีจริงๆนะคะ ชีวิตจริงเจอมาแล้วสองคนแทบจะบวชชีตลอดชีวิตเลยค่ะ
ส่วนหญิงแบบน้องนางนี่ไม่รู้ฮะว่ามีจริงมั้ย งือ

ขอบคุณที่อ่านจนถึงบรรทัดนี้ค่า

รักลุคเท่าฟ้า

ปล- editแก้สำนวนค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

7 ความคิดเห็น