love is (5SOS)

ตอนที่ 14 : Breathless - 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ธ.ค. 58

แอมเบอร์ไม่รู้สึกตัวว่าเธอเดินออกมาจากสวนสาธารณะนั่นยังไง
เธอไม่รู้ว่าไมเคิลหายไปจากสายตาเธอตอนไหน
ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะเดินไปทำอะไร

ภาพต่างๆตรงหน้าเธอเป็นเพียงภาพเบลอๆที่มีแสงจ้าจนแสบตา 
ผู้คนต่างเดินผ่านเธอไปคนแล้วคนเล่า คนเก่าเดินผ่านไปและมีคนใหม่เดินผ่านมา
แอมเบอร์ไม่ได้สนใจว่าคนเหล่านั้นจะมองเธอว่ายังไง เธอไม่เคยสนใจสายตาของคนอื่น

ชีวิตของเธอคือดีแลน สายตาของเธออยู่ที่ดีแลน
เหมือนกับที่ชีวิตของดีแลนคือของเธอ สายตาของเขามีแค่เธอ
พวกเรามีกันและกันเสมอ เขาอยู่ข้างกายเธอเสมอ

แต่ตอนนี้เธอมองไปทางไหนกลับไม่เจอดีแลนเลย

เธอเดินผ่านเส้นทางอันแสนคุ้นเคย ที่เธอกับเขาเคยเดินเคียงข้างกัน
มือของดีแลนมักจะคอยให้ความอบอุ่นแก่มือเธอตลอดเส้นทาง
แต่ปัจจุบันนี้ เมื่อแอมเบอร์ยกมือของเธอขึ้นมามองดูเธอเห็นแต่ความว่างเปล่า

สัมผัสสุดท้ายของมือดีแลนคือตอนที่เธอจับมือเขาครั้งสุดท้ายก่อนที่จะปิดฝาโลงศพของเขาลง มือของดีแลนทั้งแข็งและเย็น แอมเบอร์ยังคงจำความรู้สึกหนาวเย็นนั้นได้ดี นอกเหนือจากความเย็นของมือดีแลนสิ่งที่ทำให้เธอเจ็บจนจะขาดใจก็คือการที่เธอต้องรับรู้ว่ามือของเขาจะไม่มีทางขยับมาเกาะกุมมือเธอได้อีกตลอดไป

น้ำตาของแอมเบอร์ทำให้มือข้างที่เธอมองอยู่กลายเป็นภาพมัวๆภาพหนึ่ง

โลกใบนี้ช่างว่างเปล่าเหลือเกินสำหรับเธอ

เขาช่างใจร้ายกับเธอเหลือเกินที่ทิ้งเธอเอาไว้อย่างนี้

เจ้าร้านดอกไม้ตรงหัวมุมถนนยังคงยืนจัดระเบียบสิ่งของต่างๆอยู่หน้าร้านของเขาเหมือนเดิม เด็กๆต่างวิ่งเล่นไปมาตามทางเดินราวกับอยู่ในสนามเด็กเล่น พ่อแม่ของพวกเขายังตะโกนปรามลูกด้วยประโยคเดิมๆ เหมือนกับที่เธอและดีแลนเคยชี้ชวนกันดูทุกครั้งที่พวกเขาเดินผ่าน

แต่วันนี้เธอกลับยืนมองภาพเหล่านั้นโดยไร้เงาของคนที่เคยยืนเคียงข้าง

มือของเธอว่างเปล่า ใจของเธอแตกสลาย

ดีแลนเคยบอกกับเธอว่า ต่อให้เขาจากไป เขาจะมองดูเธออยู่บนท้องฟ้า เขาจะรอคอยวันที่เธอกับเขาจะได้พบกันอีกครั้ง แอมเบอร์เช็ดน้ำตาลวกๆและแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าข้างบน เธอสงสัยว่าดีแลนจะอยู่ตรงไหนของฟากฟ้า เขาจะมองเธอจากตรงไหน เธออยากรู้ว่าบนฟ้าจะเป็นยังไง ดีแลนจะเหงามั้ย เขาจะคิดถึงเธออยู่รึเปล่า

น้ำตาของเธอไหลลงมาชโลมทั่วใบหน้าอีกครั้งหลังสิ้นสุดความคิดนั้น

ถ้าเป็นเธอตายไปแทนดีแลนก็คงจะดี เธอจะได้เป็นคนเฝ้ามองเขาและเขาจะได้มีชีวิตอยู่

เสียงรถแล่นผ่านไปมาบนถนนเรียกความสนใจเธอไปจากความคิดของตัวเอง รถคันน้อยใหญ่ต่างวิ่งด้วยความเร็วอย่างไม่ยอมกัน รถใหญ่ปาดหน้ารถเล็ก คนขับรถคันที่โดนปาดหน้าลดกระจกลงมาด่าทอตามหลังรถคันนั้น ทั้งๆที่ภาพตรงหน้าวุ่นวายขนาดนั้น สายตาของแอมเบอร์กลับทอดมองออกไปอย่างไม่มีจุดหมายท่ามกลางความวุ่นวาย

แอมเบอร์รู้สึกเหมือนเห็นเงาไหวๆเรียกความสนใจเธอ เธอหันกลับมาสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะต้องเบิกตาโพลงกับสิ่งที่เธอเห็น

ดีแลนกำลังยืนส่งยิ้มให้เธออยู่ที่ใจกลางถนน

'แอมเบอร์ มานี่สิ' เสียงดีแลนสะท้อนดังก้องหูของแอมเบอร์
'มาสิ เราจะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง' น้ำตาของเธอไหลออกมาไม่หยุดกับภาพตรงหน้า ดีแลนกำลังยิ้มให้เธอ ผมสีดำเข้มของเขาสะบัดพลิ้วไปตามลม เขาค่อยๆกางแขนออกเพื่อรอรับเธอเข้าไปในอ้อมกอดของเขา

สิ่งที่เธอต้องทตอนนี้คือเดินตรงออกไปตรงนั้น ตรงกลางถนน ตรงจุดที่เขายืนรอเธออยู่

ในเมื่อชีวิตของเธอไร้ความหมายที่จะอยู่ต่อ ที่เธอควรทำในตอนนี้มีอยู่อย่างเดียว

เธอต้องไปอยู่กับดีแลน

เธอแค่เดินออกไปกลางถนนนั้น แล้วจะไม่มีใครมาพรากดีแลนไปจากเธอได้อีก

-Breathless-

ไมเคิลแอบเดินตามแอมเบอร์ไปตามทางเดิน

หลังจากเห็นอาการของแอมเบอร์ ไมเคิลรู้สึกไม่ค่อยสบายใจยังไงบอกไม่ถูก ถ้าให้ไมเคิลเดาเอาจากอาการของแอมเบอร์ ไม่เพราะดีแลนทิ้งเธอก็ต้องเป็นเพราะดีแลนจากเธอไปแบบไม่มีวันหวนกลับมาแอมเบอร์ถึงได้มีสภาพแบบนี้

ซึ่งถ้าให้เดา ไมเคิลขอเดาว่าเป็นอย่างหลัง อาการของเธอดูเจ็บปวดเกินกว่าคนที่ถูกทิ้งอยู่มากโข

แอมเบอร์เดินร้องไห้ไปตามทาง ผมสีเข้มของเธอพันกันจนยุ่ง เธอเดินอย่างไม่มั่นคงบนรองเท้าส้นสูงของเธอ ไมเคิลรู้สึกอึดอัดกับภาพตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก แอมเบอร์ดูจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอไม่ได้สนใจรอบๆตัวของเธอ ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าไมเคิลเดินตามหลังเธอห่างกันแค่ไม่กี่ก้าวทั้งๆที่ไมเคิลก็ไม่ได้หลบซ่อนไม่ให้เธอเห็นแต่อย่างใด

ถ้าไม่ใช่เพราะเธอมัวแต่เสียใจก็คงเป็นเพราะสายตาของเธอไม่เคยมีไมเคิลอยู่ในนั้นแม้แต่นิดเดียว

และความคิดนั้นมันน่าขันจนไมเคิลอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ...ขมดีนะความรู้สึกนี้

ความเจ็บปวดแล่นเข้ามาบีบรัดหัวใจของไมเคิลตลอดการเดินทาง ผู้หญิงตรงหน้าไมเคิลกำลังจะแตกหักและบุบสลายลงอย่างช้าๆ จากที่ไมเคิลเห็นแอมเบอร์ดูเปราะบางมาก มากจนเขาแทบไม่เชื่อว่าคนตรงหน้าเขาคือผู้หญิงเข้มแข็งที่ยิ้มได้กับทุกสถานการณ์

น้ำตาของแอมเบอร์ดูเหมือนจะไม่มีวันหมด เธอร้องไห้เหมือนกับจะสิ้นใจตาย น้ำจากนัยน์ตาคู่นั้นค่อยๆไหลอาบแก้มของเธอจนมันวาว ตาของเธอบวมเป่งจนไมเคิลแทบจะมองไม่เห็นดวงตาสีเขียวคู่โตอันทรงเสน่ห์ของเธอ

เธอจะรู้บ้างมั้ยว่าทุกครั้งที่น้ำตาของเธอไหลออกมาเขาเหมือนถูกทรมานให้ค่อยๆตายไปอย่างช้าๆ

ไมเคิลถอนหายใจให้กับภาพตรงหน้า
เขาอยากจะเดินเข้าไปกอดเธอเบาๆแล้วซับน้ำตาพวกนั้นออกจากใบหน้าของเธอ

น้ำตาที่ประกาศความเสียใจของเจ้าของ
น้ำตาที่บ่งบอกว่าเธอรักใครอีกคนมากแค่ไหน
เธอรักเขามาก รักมากจนไมเคิลกลัวว่าแอมเบอร์จะตัดสินใจทำอะไรโง่ๆ

ไมเคิลมองเธอยกข้อมือขึ้นเช็ดน้ำตา แอมเบอร์เงยหน้ามองฟ้าก่อนเธอจะหัวเราะออกมาเล็กน้อยและเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นต่อ ผู้คนบนถนนต่างพากันมองเธอไปตลอดทางแต่ดูเธอจะไม่รู้สึกตัวเอาเสียเลย

เขาทนมองเธอร้องไห้ต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว

ไมเคิลตัดสินใจเร่งฝีเท้าเพื่อเดินให้ทันเธอ แต่ก่อนที่ไมเคิลจะเข้าไปประชิดตัวแล้วคว้าแขนของเธอเอาไว้ จู่ๆแอมเบอร์ก็พุ่งตัวออกไปกลางถนนอย่างรวดเร็ว หัวใจของไมเคิลหยุดเต้นเพราะภาพที่เขาเห็น

เธอกำลังทำอย่างที่ไมเคิลกลัว

ไมเคิลคิดอะไรไม่ออกกับภาพตรงหน้า เขารีบวิ่งไปคว้าร่างของเธออย่างรวดเร็ว กระชากเธอกลับเข้ามาริมทางเดิน แล้วจึงดึงตัวเธอเข้ามาแนบอก รถสปอร์ตยี่ห้อดังแล่นเฉียดเธอกับเขาไปเส้นยาแดงผ่าแปด หัวใจของไมเคิลเต้นแรงจนคร่อมจังหวะ แขนขาของเขาเย็นเฉียบเหมือนกับไม่มีเลือดไหลผ่านแม้แต่น้อย ถ้าเมื่อกี๊เขาดึงเธอเข้ามาไม่ทันจะเป็นยังไง ถ้าเมื่อกี๊มีรถมาชนร่างของเธอกระเด็นไปต่อหน้าต่อตาเขา ตอนนี้ไมเคิลจะเป็นยังไง

แค่คิดไมเคิลก็กลัวจนไม่สามารถปล่อยเธอไปไหนไกลสายตาเขาได้

ไมเคิลก้มมองแผ่นหลังของคนในอ้อมกอด ทำไมเธอถึงคิดสั้นแบบนี้

คนในอ้อมแขนไมเคิลช่างใจร้ายเหลือเกิน นอกจากเธอจะไม่เคยสัมผัสถึงความรักของเขา เธอยังจะพรากความรักของเขาไปจากโลกใบนี้อีก

"แอมเบอร์ คุณทำอะไร ทำไมทำอะไรโง่ๆอย่างนี้" เสียงของไมเคิลดังขึ้นโดยที่เขาไม่รู้สึกตัว คนในอ้อมกอดของไมเคิลไม่ได้ผละออกมามองเขา เธอยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ร้องไห้ แล้วเริ่มทุบตีไปตามหน้าอกของไมเคิล

"ช่วยฉันไว้ทำไม" แขนของเธอฟาดลงมาที่หน้าอกของเขา "จะดึงฉันกลับเข้ามาทำไม" น้ำตาของเธอกลิ้งออกมาจากดวงตาคู่ที่ไมเคิลตกหลุมรักไม่หยุด "ฉันเกือบจะได้ไปอยู่กับคนที่ฉันรักแล้ว คุณจะช่วยฉันเอาไว้ทำไม" แขนของเธอทุบลงที่อกข้างซ้ายของเขา...ตรงตำแหน่งของหัวใจ

และเขารู้สึกเจ็บ... เจ็บเหมือนถูกอะไรกรีด

ไมเคิลไม่ได้เจ็บเพราะถูกเธอทุบตี แต่เขาเจ็บเพราะเธอ
เธอรักดีแลนมากกว่าชีวิตตัวเอง เธอรักเขาจนไมเคิลเหมือนไม่มีตัวตนเลยสำหรับเธอ
เธอรักดีแลนจนยอมทิ้งทุกอย่าง และนั่นเป็นคำตอบชั้นดีของแสงสว่างเล็กๆในใจไมเคิล

เธอไม่มีทางรักเขา ต่อให้เขาตายตรงหน้าเธอ คนที่เธอจะร้องไห้ให้ก็ยังคงเป็นดีแลน

เขาคงจะหมดหวังแล้วกับความรักนี้

ไมเคิลยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับหนีไปไหนและไม่ได้ห้ามเธอไม่ให้ทุบตีเขา ผู้คนยังคงเดินผ่านไปผ่านมา บางคนมองมาที่พวกเขาจนเหลียวหลังราวกับเห็นตัวประหลาด

เดชะบุญที่ไม่มีใครจำได้ว่าไมเคิลเป็นใคร ไม่งั้นเรื่องคงวุ่นวายยิ่งกว่านี้

ไมเคิลปล่อยให้เธอร้องไห้ทุบตีเขาอยู่อย่างนั้นจนเธอเริ่มสงบลง เขารวบตัวเธอเข้ามาแน่นขึ้น ศีรษะของเธอจมลงที่อกของเขา แอมเบอร์กอดตอบไมเคิลและร้องไห้จนเธอสะอื้นตัวโยน น้ำตาของเธอเริ่มซึมผ่านเสื้อของเขาเข้าไป มาสคาร่าของแอมเบอร์เลอะเสื้อไมเคิลจนเปื้อนเป็นดวง

ไมเคิลไม่สนใจสิ่งเหล่านั้น ในหัวของเขามีเพียงคำถามเดียวแล่นอยู่ในนั้น

จะมีทางไหมที่แอมเบอร์จะลืมคนในใจของเธอ

"อย่าทำแบบนี้อีกได้ไหมแอมเบอร์" ไมเคิลถามเธอเสียงแผ่ว เขาเหมือนกำลังจะขาดใจตาย ถ้าเธอจะไม่รักเขาก็ไม่เป็นไรเขาขอแค่ให้เธอรักตัวเองบ้าง "ดีแลนไม่ได้อยากเห็นคุณเป็นแบบนี้แน่" มือของเขาลูบปลอบเธอเบาๆ ไมเคิลได้ยินเสียงเธอสะอื้นออกมาเล็กน้อยเมื่อเขาพูดถึงดีแลน เธอร้องไห้ออกมาดังลั่นให้กับประโยคที่เขาเพิ่งพูดออกไป

เข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงหัวใจของไมเคิล ค่อยๆแทงลึกลงไปเรื่อยๆจนจมมิดเล่ม

ความรักของเขากำลังทรมานเขาให้ตายทั้งเป็น

TBC

ฮือ สวัสดีค่ะ เรื่องนี้ก็ยังคงไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวละครเหมือนเดิม
และไม่หวานเหมือนเดิม ???? #ความผิดลุค(?) #ลุคนอกใจเราทำไม(?) 
จริงๆคือมันควรจะหน่วง แต่ดันไม่หน่วง เลยมาฮากลบเกลื่อน ;-;
หลังจากทั้งคาลัมและลุคโดนสาป(?) เรื่องนี้ไมเคิลจะเป็นผู้อยู่รอด(?)ค่ะ ไมค์กี้จะต้องไม่โดนว่า /ตบโต๊ะแล้วยืนประกาศท่าเดียวกับสส.ในสภา 
ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์(<เรารักเธอ) โหวต(<เรารักนาย) วิว(<ไอเลิฟยู) นะคะ ❤️

ละละเลิฟฟ ????

-นางสาวโบ กายทิพย์ผู้สิงร่างarzaylea  โบมาพร้อมกับสโลแกน'สวยไม่สู้แต่หนูเล่นของ'
#ตัวลุคเป็นของโบใจลุคเป็นของโบ #เสพสมแต่เพียงโบสเน่หาแต่เพียงโบ /วิ่งหลบสหบาทา ????
*ทอล์คชดเชยตอนก่อนนะคะ ขำๆนะฮะ ถ้าไม่ขำก็ไม่ขำค่ะ โบเอาจริงๆก็ได้อ่ะ(?)


7 ความคิดเห็น