คัดลอกลิงก์เเล้ว

Perfect family (CHANKAI) จบแล้ว

โดย lastHunter

มาพบกับครอบครัวที่แสนจะเพอร์เฟคของปาร์ค ชานยอลกัน

ยอดวิวรวม

208

ยอดวิวเดือนนี้

9

ยอดวิวรวม


208

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


8
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 มิ.ย. 62 / 12:39 น.
นิยาย Perfect family (CHANKAI) Perfect family (CHANKAI) จบแล้ว | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
B
E
R
L
I
N
 นิยายเรื่องนี้มีความรุนแรงถ้าหากโดนแบนเจอกันได้ที่ธัญวลัย

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 มิ.ย. 62 / 12:39



 



ไค นายไม่น่าดิ้นแรงขนาดนี้เลย   ผู้ชายร่างสูงโปร่งตรงหน้าพูดด้วยน้ำเสียงติดสดใสและดวงตาคมกริบนั่นก็จ้องลงมามองผมที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น ข้อเท้าข้างขวาของผมถูกโซ่เส้นยักษ์พันธะนาการไว้ รอยแดงรอบข้อเท้านั่นแสดงให้เห็นได้เลยว่าหลากหลายครั้งนักที่ผมพยายามหาหนทางทำให้มันหลุดหายไป แต่นั่นแหละมันไม่เคยได้ผลเลย ไม่เคย จนถึงตอนนี้  

        ผมไม่แน่ใจว่าตัวเองควรรู้สึกยังไง เมื่อมองเห็นชายตรงหน้าถือแขนซ้ายของผมอยู่ ควรต้องร้องออกมาดังๆหรือเปล่าแต่ไม่ล่ะ เพราะเมื่อกี้ผมทั้งดิ้นและร้องตะโกนออกมาสุดชีวิตแล้วก็ไม่เห็นเขาจะหยุด ผมเหนื่อยก็จะพูดอะไรแล้ว ให้ผมขาดใจตายไปตอนนี้เสียดีกว่า ถ้าหากต้องตื่นขึ้นมาพบกับผู้ชายคนนี้อีกครั้ง

ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวฉันตามพ่อมาทำแผลให้นายเอง เขาเอื้อมมือมาสัมผัสใบหน้าของผมอย่างอ่อนโยน ก่อนที่สติของผมจะดับวูบไป

 


 



       เมื่อผมได้สติลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตัวเองนั้นได้นอนนิ่งอยู่ในกรงเหล็กสี่เหลี่ยมที่ตั่งอยู่ตรงกลางห้องใต้ดิน  ผมกวาดแขนซ้ายออกไปหยิบน้ำด้านนอกกรงอย่างคุ้นเคยแต่ทว่ากลับมีความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างเข้ามาโจมตีผม  ทั้งหัวใจและมือขวาผมสั่นหนักมาก หนักราวกับจะส่งสัญญาณเตือน เตื่อนว่าให้หยุดสงสัยเพียงแค่นี้เพราะถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปผมจะเจอกับเรื่องที่ไม่มีทางรับได้

       ผมตั่งนอนแน่นิ่งอยู่ย่างนั้นนานเท่าไหร่ไม่รู้ ก่อนจะตัดสินใจหลับตาลงและสวดอ้อนวอนขอให้เรื่องทั้งหมดเป็นแค่ฝัน

เป็นยังไงบ้าง ปวดหรือเปล่า ฉันเอายากับอาหารมาให้นายกินนะ ผมสะดุ้งโหยง เมื่อได้ยินน้ำเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นมา ผมลืมตาขึ้นและจ้องมองไปที่ผู้ชายคนนั้นอย่างเจ็บแค้น เขาชื่อปาร์ค ชานยอล เป็นคนผมหยิก ร่างสูง สวมแว่นหน้าตาโรคจิตเหมือนพวกวิกลจริต

ไอ้ทุเรศ แกทำอะไรหะ!! ” ผมตะโกนไปสุดเสียง

  ไค นายจะมาโทษฉันไม่ได้นะ ฉันเตือนนายแล้วว่าอย่าหนี เขาพูดอย่างอ่อนใจในขณะที่กำลังลากเก้าอี้ไม้อย่างดีมานั่งลงด้านหน้าของผมพร้อมกับยกจานข้าวและถ้วยยาให้ผมดู

นายจับฉันมานะไอ้เวรตะไล นายจะให้ฉันนอนรอนายฆ่าฉันหรอ

ไค นายรู้มั๊ยว่ามนุษย์น่ะ เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งแต่ไม่ได้จัดอยู่ในหมวดเดียวกับพวกสัตว์เดรัจฉาน รู้หรือเปล่าว่าเพราะอะไร เขาวางของทุกอย่างลงกับพื้นแล้วยื่นมือที่มีนิ้วเรียวยาวนั่นเข้ามาในกรง เขาใช้มันจับใบหน้าของผมดึงให้เข้าไปไกลหน้าของเขามากที่สุด ก่อนจะเอ่ย

เพราะมนุษย์มีกฎไงและกฎของฉันก็คือไม่ให้นายพูดหยาบคายกับพยายามหนีออกจากที่นี่ นายเข้ามั๊ยหรือต้องให้ฉันตัดลิ้นกับขาทั้งสองข้างของนายก่อน ผมมองดวงตาสีเทาอย่างหวาดกลัวและส่ายหน้าเป็นคำตอบให้แก่เขาอย่างง่ายดาย

     เขาปล่อยมือออกจากหน้าของผมและคว้าจานข้าวขึ้นมา คำแรกที่ผมโดนป้อนเข้าปากมันแทบกลืนไม่ลงแต่ผมขัดใจเขาไม่ได้ ผมไม่อยากให้เขาอารมณ์เสียเหมือนครั้งล่าสุด ผมปล่อยให้เขาป้อนต่อเรื่อยๆจนกระทั่งอาหารในจากเหลืออยู่แค่ไม่กี่คำ

พอเถอะ ฉันอิ่มแล้ว ผมเอ่ย

เก่งมาก วันนี้นายเจริญอาหารขึ้นเยอะนะ เขายื่นยากับน้ำเข้ามาให้ในกรงแต่พอผมจะหยิบเขากลับถอยมันออกไป ดังนั้นผมจึงขยับไปให้ใกล้เขามากที่สุดและอ้าปากออกช้าๆ เขามักเป็นแบบนี้เสมอเมื่อผมพยายามจะทำอะไรด้วยตัวเองผมว่าดูเหมือนเขาจะชอบประคบประหงมผมเกินเหตุ

       ยาสามเม็ดถูกวางลงบนลิ้นอย่างเบามือส่วนนิ้วเรียวยาวนั่นก็กวาดไล้ไปทั่วโพรงปากของผม ความรู้สึกเมื่อตอนที่เขาแตะไปทั่วมันรู้สึกยากเกินจะบรรยาย แขนที่เหลืออยู่ข้างเดียวของผมถูกส่งออกไปกระตุกชายเสื้อเขาเบาๆเพื่อเป็นสัญญาณให้หยุด ก่อนที่ผมจะควบคุมตัวเองไม่ไหว

     แต่เขาไม่สน นอกจากนั้นชานยอลยังเริ่มใช้มืออีกข้างดึงร่างกายของผมให้แนบกับลูกกรงเหล็กแสนเย็นเชียบ ร่างกายของเราอยู่ใกล้กันจนเสียววินาทีหนึ่งผมคิดว่าตัวเองได้ยินเสียงลมหายใจของเขา ขาทั้งสองที่เปลือยเปล่าของผมถูกเขาลูบไปมาอย่างทะนุถนอม ผมกอดคอเขาเอาไว้แล้วส่งเสียงกระซิบด้วยความแผ่วเบา

ได้โปรดพอเถอะ ฉันจะไม่ไหวแล้ว เมื่อได้ยินสิ่งที่ผมขอ เขาจึงปล่อยผมและลุกออกไปอย่างเงียบๆ โดยไม่หันกลับมามอง ผมคิดว่านี่คงจะเป็นหนึ่งในข้อดีของเขา ที่ไม่เคยจะทำอะไรเลยเถิด

     ผมดันตัวเองให้หันหลังพิงเหล็ก พลางมองไปที่แก่นกายกลางลำตัว ที่ขยายตัวขึ้นแต่ตั่งเขาแตะร่างกายของผม ไม่รู้ว่าเพราะอะไร มันถึงได้เป็นแบบนี้ทุกครั้ง ขนาดตอนหลับแค่คิดถึงความอบอุ่นของมือนั่นให้มาช่วยคลายหนาวกลางดึก ร่างกายของผมมันก็พลันอึดอัดช่วงล่างอยากปล่อยปล่อยออกไปเสียทุกทีแล้วดูตอนนี้มันมากกว่าความคิดของผมไปเยอะเลย ผมไม่มีทางเลือกนอกจากต้องปลดปล่อยความรู้สึกพวกนี้ออกไปให้หมด ผมจึงดึงเสื้อของตัวเองขึ้นและเริ่มใช้มือข้างเดียวช่วยตัวเองอย่างทุลักทุเล  ผมเชิดหน้ามองเพดานสีขาวแล้วจินตนาการถึงเซ็กซ์อันสุดเหวี่ยงกับผู้ชายที่เพิ่งเดินออกไป จนผมเสร็จครั้งแล้วครั้งเล่า

     เผลอหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เจอชานยอลนั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างกรงแล้วผมขอภาวนาให้เขาไม่ได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นในหัวผมเมื่อกี้ทีเถอะ ผมสะดุ้งอีกครั้งเมื่อเขาหันมามอง เขายกยิ้มบางๆให้ผมหนึ่งครั้งก่อนจะก้มลงอ่านหนังสือต่อ จู่ๆใบหน้าของผมก็ร้อนผ่าวขึ้นมา

นี่ นายเช็ดตัวให้ฉันหรอ เขาไม่ตอบแต่พยักหน้าแทน ผมมองตัวเองที่ตอนนี้สวมแค่เสื้อตัวเดียวอย่างหวิวๆ เขาทำแบบนี้อีกแล้ว ให้ผมใส่เสื้อเฉยๆแต่ไม่มีกางเกงและกางเกงในให้ผมใส่ ถึงเสื้อนี่มันจะตัวทั้งใหญ่ยาว เขาคิดซักนิดมั๊ยว่าผมก็หนาวเป็น ?  

      ตอนนี้ผมไม่รู้จะทำอะไรดีจึงตัดสินใจนอนมองหน้าเขาอย่างนั้นไป พลางนึกสมเพสตัวเองที่โดนชานยอลตัดแขนไป หึ นายมันโง่คิม ไค ถ้าอยู่เฉยๆได้แบบนี้แต่แรกนายคงไม่ต้องเสียแขนไปหนึ่งข้างแบบนี้แล้วทีนี้นายจะเอาอะไรวาดรูป เฮ้ฮ ช่างมันเสียใจไปก็แค่นั้น ตัดใจซะเถอะ มันกลับมาไม่ได้แล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็ปลงเพราะดูแลชั่วชีวิตที่เหลืออยู่นี้ชานยอลคงไม่ปล่อยผมออกไปง่ายๆแน่ สงสัยอาจถึงขั้นตายที่นี่เลยมั้งถ้าขัดใจอะไรเขาอีก  

เบื่อหรอ ผมว่าตัวเองคงจ้องเขามากไป เขาถึงได้เงยหน้าขึ้นมาพูดกับผมอีกครั้ง

ใช่

เล่าเรื่องข้างนอกให้ฟังเอามั๊ย

เอา ผมตอบกลับอย่างรวดเร็ว

วันนี้พ่อ แม่ไปงานจบการศึกษาของเซฮุนด้วย ชานยอลเอ่ยอย่างอารมณ์ดีเมื่อได้เล่าเรื่องของครอบครัวสุดวิปลาสเพอร์เฟคของตัวเอง อันที่จริงตั่งแต่ผมโดนจับมาไม่มีวันไหนเลยที่จะไม่ได้ยินเรื่องพวกนี้

       ที่ผมเรียกครอบครัวนี้ว่าวิปลาสเพอร์เฟคมันคงจะไม่เกินจริงนักเพราะฟังจากที่เขาเล่าคือมันน่ามหัศจรรย์จริงๆที่มีครอบครัวแบบนี้อยู่บนโลกนอกจากในหนัง อันดับแรกเลยพ่อเขาเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งของโซลที่ได้แต่งงานกับสาวเจ้าของช่องทีวีอันดับหนึ่งของประเทศและทั้งสองได้ให้กำเนิดชานยอลกับเซฮุนคู่พี่น้องที่น่าพิศวง ชานยอลคนพี่เรียนรู้ได้ช้ากว่าเพื่อนในห้องจึงทำให้เขาสอบเขามหาลัยไม่ติดถึงสองปีแต่เซฮุนน้องชายของเขากลับเป็นเด็กเรียนเก่งอย่างน่าเหลือเชื่อ สอบติดเข้าคณะแพทย์ในมหาลัยที่ดีที่สุดของเกาหลีด้วยคะแนนเต็มอย่างที่ไม่มีใครทำได้มาก่อน

      ส่วนอันดับที่สองคือครอบครัวนี้ทั้งหมดรู้ว่าชานยอลจับผมมาแต่ไม่คิดจะห้ามลูกและพี่ชายของตัวเองซักนิด แถมเวลาชานยอลลงไม่ลงมือทำผมเกือบตายทีไร คนพ่อก็จะลงมาช่วยชุบชีวิตผมทุกครั้งไป เคยมีช่วงแรกที่ผมโดนจับมาแล้วผมวิ่งหนีจากห้องใต้ดินได้ ผมวิ่งขึ้นไปเจอห้องครัวที่มีคนแม่นั่งอยู่ ผมร้องขอให้เธอช่วยอย่างที่สุดแต่เธอกลับนั่งกินอาหารต่อไปโดยไม่สนใจผมซักนิด ส่วนเซฮุนผมเคยได้ยินเสียงซ้อมบาสอยู่ข้างบ้าน นานๆครั้งลูกบาสจะมากระทบหน้าต่างห้องใต้ดินแล้วเขาก็จะเดินมาเก็บมันไปอย่างไม่สนผมเช่นกัน

      จากหลายๆวันที่ผ่านมาพอผมเห็นเหตุการณ์แบบนั้นจึงไม่คิดหนีอีก จนกระทั่งคราวนั้นที่ผมไม่สบายหนัก เขาพาผมออกมาจากกรงแล้วไปยกฟูกมาปูให้ผมนอนเหยียดยาว วันนั้นเขาเฝ้าผมจนแทบไม่ได้นอนทั้งวัน พอตกดึกเรี่ยวแรงผมเริ่มกลับมาและเห็นชานยอลหลับอยู่ ผมเลยได้ตัดสินใจว่านี่เป็นโอกาสที่จะได้หนีอีกครั้ง ใครจะรู้คราวนี้มันอาจสำเร็จก็ได้แต่ผมยังไปไม่ทันบันไดขั้นสามผมก็โดนเขากระชาก ลากลงมาที่เดิมแถมเขายังโมโหขั้นสุด ผสมโรงกับตอนนั้นผมก็ไม่สบายเหมือนกันแรงกล้าเถียงชานยอลเลยมาเต็ม ทีนี้เรื่องราวมันไปกันใหญ่เพราะผมเอาส้อมทิ่มไหล่เขา จากนั้นเรื่องมันซับซ้อนมากผมจำแทบไม่ได้ รู้ตัวอีกทีคือมีเสียงดังแสบแก้ว เลือดนองและผมหมดสติ

จริงหรอ จบมอหกใช่มั๊ยแล้วนายไม่ไปหรือไง ผมเอ่ยถามอย่างสงสัย

ถ้าฉันไปแล้วใครจะอยู่กับนาย เหงาตายเลย

ฝันเถอะ นายไม่อยู่ฉันออกจะมีความสุข เขายิ้มและเอื้อมมือมาขยี้หัวผมเบาๆหลังจากที่ผมตอบแบบนั้นไป

ให้มันจริงเถอะ

เงียบไปเลยไอ้บ้านี่ แล้ววันนี้จะเปิดหนังให้ดูหรือเปล่า ผมถามถึงกิจกรรมหนึ่งเดียวที่ชานยอลมักให้ผมทำ คือ การนอนดูหนังโดยแล็ปท็อปที่เขาจะหยิบติดตัวมาด้วยแต่วันนี้ไม่ยักเห็น

ไม่ให้ดูหรอก ช่วงนี้นายดื้อ

โห แบบนี้ฉันก็เบื่อตายอ่ะ ผมพูดด้วยน้ำเสียงเซ็งๆก่อนจะหยิบผ้าห่มมาคลุมโปง จู่ๆผมก็ได้ยินเสียงที่ไม่ได้ยินมานานนั่นคือเสียงปลดแม่กุญแจของกรง ผมนอนเกร็งหลับตานิ่งขณะที่กำลังคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

นี่ ไคยกก้นขึ้นหน่อย ฉันจะใส่กางเกงให้

ยะอย่านะเว้ย เดี๊ยวทำเองถอยไป ! ผมตาโพลงและรีบปัดผ้าห่มออกไปทันที เมื่อเห็นชานยอลกำลังจับขาและช่วยใส่กางเกงให้ผม ผมพยายามดันเขาออกไปแต่ไม่เป็นผล แขนเดียวมันจะไปสู้สองแขนได้ยังไงวะขี้โกงนี่หว่า

ฮ่าฮ่า ฉันจับนิดจับหน่อยนายไม่สึกหรอหรอกน่าสัญญา

ไอ้นี่ ! ไม่ใช่เรื่องนั้นโว้ยถอยไป จนแล้วจนรอดผมก็โดนเขาจับใส่กางเกงจนได้ นึกแล้วโมโห ถ้าของขึ้นทำยังไงเนี่ย เพิ่งจะทำไปเองด้วย

      ผมต้องตกใจอีกครั้งเมื่อชานยอลที่ถอยออกจากกรงไปแล้วกำลังยื่นมือมาให้ผมจับคล้ายกับว่าจะชวนออกไปด้านนอก ไม่รู้ว่าผมทำหน้ายังไงจนเขาเอ่ยออกมา

ไม่ได้พาไปทำอะไรหรอก แค่จะพาไปกินมื้อเย็นข้างบน บ้า ไปแล้ว! พะ . . พาออกข้างนอกแล้วยังจะพาขึ้นไปกินข้าวข้างบนอีกหรอ นี่มันไม่ใช่ปาร์ค ชานยอลตัวจริง ไม่ใช่แน่ๆ พอคิดได้แบบนั้นผมก็รีบเอาหัวตัวเองโขกเข้าไปที่ลูกกรงแรงๆเพื่อตรวจสอบว่านี่ไม่ใช่ฝันแต่ทำได้ไม่กี่ทีชานยอลก็รีบมาดึงผมออกไป

ทำบ้าอะไรน่ะ เขาเอ่ยเสียงดุ

เอ่อ . . คือ นายแน่ใจหรอว่าจะพาฉันขึ้นไปข้างบนอ่ะ

แน่ ไม่งั้นจะจับใส่กางเกงทำไม

จะดีหรอ นายไม่กลัวฉันหนีหรอ ผมถามเพื่อความชัวร์อีกครั้ง

ไม่ คราวนี้ถ้านายทำอีก ฉันจะทำให้แน่ใจว่านายจะวิ่งหนีหรือแทงใครไม่ได้อีกไปชั่วชีวิตเลย พอเขาพูดจบผมก็เริ่มขนลุกเบาๆ สาบานเลยคราวนี้ผมไม่หนีอีกแน่ๆ

นี่นายอย่าขู่มากได้มั๊ย รู้แล้วว่าทำจริง ดูสิขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย ผมยื่นแขนให้เขาดู

ก็ดี งั้นหันหลังหน่อย ผมหันตามเขาสั่ง ผมไม่แน่ใจเขาจะทำอะไรกันแน่แต่นาทีต่อมาผมก็ได้รู้ว่าเขากำลังเอาผ้าที่หนามากมาปิดตาผมเอาไว้

ชานยอล นายเล่นอะไรเนี่ย

เซอร์ไพรส์ไงทีนี้อยู่นิ่งๆฉันจะพานายเดินไปเอง หลังจากที่ชานยอลพูดจบเขาก็พาผมเดินไป โดยที่มีมือของเขาจับไว้ มันแปลกหรือเปล่าที่ผมรู้สึกดีจนไม่อยากปล่อยมือนี้

 



      

 


        




 

      ผมโดนชานยอลพามานั่งเก้าอี้ตัวหนึ่ง นุ่มนิ่มดีถ้าเทียบกับพื้นที่ห้องใต้ดินล่ะก็ เก้าอี้ตัวนี้ดีกว่าเป็นไหนๆแน่นอน ผมหลับตาลงขณะที่ชานยอลกำลังแกะผ้าปิดตาออก เอาจริงๆนี่ผมก็ตื่นเต้นเหมือนกันนะที่ได้มาเจอคนอื่นบ้างหลังจากที่ เอ ไม่รู้สิกี่วันเข้าไปแล้วแต่นั่นแหละถึงนี่จะเป็นครอบครัวแปลกๆยังไงก็เป็นคนล่ะวะไม่ใช่แมวที่ไหน

ไค ลืมตาได้แล้ว ชานยอกระซิบอย่างแผ่วเบาที่ข้างใบหูของผม

      Holy shit! หลังจากที่ผมลืมตาขึ้นมาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ขะ . .ข้างหน้ากับด้านข้างของผมล้อมรอบไปด้วยครอบครัวของชานยอล ครอบครัวที่ไร้ชีวิต คนทั้งสามดูผิวหนังซูบติดกระดูกและใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มแต่ถ้ามองให้ดีจะพบว่ามันน่าขนลุกกว่านั้นเยอะเพราะคนพวกนี้โดนจับกรีดปากไปจนถึงใบหูเลยน่ะสิ่ ! !

ปะ. . . ปาร์ค ชานยอลนี่มันอะไรกัน ผมเอ่ยถามอย่างหวาดกลัวเมื่อคิดถึงว่าตัวเองอาจเป็นศพต่อไป

ครอบครัวของฉันเอง เป็นยังไง น่ารักกว่าตอนมีชีวิตใช่มั๊ยล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า พอพูดจบเขาก็ก้มหน้าและระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ผมเห็นแบบนี้ชักท่าจะไม่ดีผมจึงค่อยๆลุกจากเก้าอี้แล้วเดินหลังไปทางเตาพิงข้างโต๊ะ ถอยได้จนกระทั่งแขนที่มีอยู่ข้างเดียวซุ่มซ่ามไปกระแทกโดนกรอบรูปจนมันร่วงลงสู่พื้น ผมตกใจมากแต่ไม่กล้าวิ่งจึงทำใจดีสู้เสื้อไว้ก่อนแล้วก็ก้มลงมาเก็บกรอบรูปนั่น

     วันนี้ผมไม่แน่ใจอะไรซักอย่างเดียว จนกระทั่งได้เห็นไอ้รูปนี่ ผมแน่ใจว่าผมเคยเห็นมันในทั้งหนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ตและโทรทัศน์ มันเป็นรูปรวมของนักศึกษาแพทย์ที่เพิ่งสอบเสร็จและกำลังนั่งKTXไปฉลองกันที่ปูซานแต่เกิดเหตุรถสินค้าอีกขบวนหลุดการควบคุมมาชนเข้า ตามข่าวคือตายทั้งหมด ละ . . แล้วชานยอลนี่คืออะไรผีหรอ โอ พระเจ้า ผมอยู่กับผีมาตั่งแต่ต้นหรอบ้าไปแล้ว ! ! ชั่วชีวิตนี้คิม ไค ไม่เคยหลบหลู่แต่ไหงถึงได้มาเจอแบบนี้เข้า

      กว่าผมจะรวบรวมสติกลับมาได้อีกครั้งชานยอลก็เดินตรงดิ่งเข้ามาหาผมแล้ว เวรที่สุดผมเดินถอยจนหลังชิดกำแพงแล้วเอายังไงดีหนีทันมั๊ยวะ แต่ถ้าหนีอีกทีรอบนี้จะรอดหรือเปล่าโอ๊ย

      ผมรีบหลับตาลงและสวดอ้อนวอนต่อพระเจ้าเพื่อขอให้เรื่องนี้เป็นแค่ฝันแต่มันก็เป็นอีกครั้งที่เมื่อผมขอและมันไม่เป็นจริง ลมหายใจของชานยอลกำลังรดอยู่บนแก้มซ้ายของผม ผมกลัวจนสั่นไปทั้งตัว

ไค นายกลัวฉันหรอ ชานยอลเอ่ยขึ้นพลางใช้มือลูบไปมาที่ใบหน้าของผม

ชะ . . ใช่น่ะสิ ใครไม่กลัวก็แปลกแล้ว

ไม่ต้องกลัวฉันไม่ใช่ผีอย่างที่นายคิดหรอก จับสิ รู้สึกมั๊ย เขาคว้ามือของผมไปทาบลงบนหน้าอกของเขา ผมแทบจะชักมือกลับทันทีที่ได้แตะมัน ผมไม่ได้รังเกียจหรือกลัว ผมแค่. . ตกใจที่หัวใจของเขามันเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา

เอ่อ เดี๊ยวดิ่ นายจะไม่ใช่ผีได้ยังไงในเมื่อรถไฟมันคว่ำจริง อย่ามาบอกฉันนะว่าวันนั้นตกรถไฟเลยได้ไม่ขึ้นไปอ่ะ ละครมาก ผมรีบลืมตาขึ้นมาเพื่อจ้องกดดันชานยอลแต่ปรากฏว่ากลายเป็นผมเองที่ต้องหลบดวงตานั่น

เปล่า ฉันขึ้นไปจริงๆ ตอนที่รถไฟอีกขบวนปะทะเข้ามา ร่างฉันเลยกระเด็นออกมาจากรถไฟ มีคนช่วยฉันแล้วพาส่งไปรพ.ทันกว่าพ่อแม่จะมาถึงหมอที่นั่นก็รักษามือของฉันไว้ไม่ได้แล้ว มือฉันตอนนั้นน่ะเยินมากเลยเพราะกระจกหน้าต่างมันทิ่มเข้าไปหลายจุด พ่อสั่งปิดข่าวฉันทั้งหมดและพากลับมารักษาที่โซลยังไงแต่ก็ไม่ไหว ให้แพทย์ที่เชี่ยวชาญมาดูจากต่างประเทศยังหมดหวัง ในช่วงเวลาที่ฉันกำลังลำบากอยู่ตอนนั้น ฉันก็ได้ไปรับรู้ความโสมมมของครอบครัวตัวเองเข้า พ่อแอบเอาอวัยวะคนไข้ไปขายโดยที่บางคนไม่รู้ด้วยว่าตัวเองต้องมาตายเพื่อพวกคนรวยที่ทุเรศ ส่วนแม่ก็ไปเป็นชู้กับผู้ชายที่เมียกำลังจะคลอดลูกน้อยและน้องชายคนเดียวที่ฉันไม่คิดว่าจะทำอะไรใครได้มันกลับเล่นยาจนเมาหนักไปแทงคนตาย ฉันขอให้ทุกคนหยุดสิ่งที่ทำเมื่อตอนที่จับได้ แต่ทุกคนพูดกับฉันว่ายังไงรู้มั๊ย พวกนั้นบอกว่านั่นไม่ใช่เรื่องของฉัน ฉันเลยทิ้งพวกเขาซะ เดินจากไปและไม่หันกลับมามองอีก

เดี๊ยวนายกำลังจะบอกว่า นายไม่ได้ฆ่าพวกเขาหรอ ผมมองเขาแล้วชี้ไปที่ศพพวกนนั้น

หึ ฉันทำเอง นายไม่รู้หรอกว่ามันทรมานแค่ไหน เวลามีเสียงในหัวคอยสั่งให้นายทำนั่นทำนี่ ฉันเบื่อที่จะยืดเยื้อกับมันแล้วเลยตัดสินใจทำตามที่มันสั่ง พอหลังจากที่ฉันทำจบนายรู้มั๊ยฉันเป็นไงต่อ สงบไง ไม่มีเสียงในหัวอีกต่อไปแล้วจนกระทั่งฉันเจอนาย ที่กำลังเดินกลับบ้านหลังจากพลาดรถไฟเที่ยวสุดท้าย จู่ๆมันก็กลับมาคราวนี้มันสั่งให้ฉันอย่าปล่อยนายไปต้องเก็บนายไว้ให้ได้ เมื่อชานยอลพูดจบเขาก็ฉีกยิ้มกว้างอย่างที่สุดมาให้ผม

 

 

 

 

ชานยอล

 

        ผมตั่งศพแม่ไว้ที่โต๊ะกินข้าวตลอด ส่วนบาสก็เป็นกีฬาที่ผมชอบและแผลของไคผมก็รักษาเอง

 

 

 

 

 

 

เรื่องนี้แต่งไว้นานแล้วค่ะ คิดหลายตลบจะเอามาลงดีมั๊ยเพราะเขียนงงๆวนๆแปลกๆ555555555 แต่ก็ไม่รู้จะเก็บไว้ทำอะไรเลยเอามาลงดีกว่า เขียนดีไม่ดียังไงบอกได้นะคะ ส่วนเรื่องด่า ด่าเราได้แต่อย่าแรงค่ะ เราเป็นพวกหัวใจกระดาษเบาๆก็ขาดก็ลมบางเบาก็ปลิว555555555555555555555



ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ lastHunter จากทั้งหมด 12 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 กันยายน 2562 / 01:39
    เป็นความงงนิดหน่อย แต่คือแบบ ฮื่อออ
    #2
    0
  2. #1 Mein Schatz (@melodyiiz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 19:26
    โอ้โหอ่านไปใจเต้นตุ้บๆ กลัวเจออะไรแต่สนุกมากเลยค่ะ
    #1
    0