Divine Epic (มหากาพย์เทพประยุทธ์)

ตอนที่ 24 : ภาคอลิเซีย: แองเจิลราฟโซดี้ (Angel Rhapsody)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    31 ก.ค. 53

 
                ดินแดนแห่งเทพปกรณัมนั้นแตกต่างจากโลกมนุษย์ที่มีลักษณะเป็นดาวเคราะห์กลมๆ ซึ่งแต่ละประเทศจะแบ่งเขตแดนกันด้วยการสร้างเส้นสมมุติขึ้น

                ส่วนอาณาจักรต่างๆ ในดินแดนแห่งเทพปกรณัมนั้นกำเนิดขึ้นมาจากพลังงานของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยหล่อเลี้ยงอาณาจักรนั้นๆ เช่นที่ศาสนจักรจอมเวทย์มีคริสตัลแห่งชีวิต และอาณาจักรวูดแลนด์มีพฤกษชาติแห่งชีวิต ดังนั้นเวลาที่เหล่าจอมเวทย์เดินทางข้ามอาณาเขตของแต่ละอาณาจักรก็จะรู้สึกถึงบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไปได้ทันที

                หากพูดในแง่ภูมิศาสตร์แล้ว ดินแดนแห่งเทพปกรณัมไม่ได้ตั้งอยู่บนสิ่งซึ่งมีรูปร่างกลมๆ แบบโลกมนุษย์ หากแต่มีลักษณะคล้ายๆ กับเกาะลอยหลายๆ เกาะประกบกันอยู่มากกว่า

                ณ รอยต่อระหว่างอาณาจักรเฮลไฮม์และอาณาจักรวูดแลนด์นั้นเอง ที่เหล่าจอมเวทย์ได้สร้างข่ายมนต์เพื่อปิดผนึกอาณาจักรเฮลไฮม์ไว้ แต่บัดนี้ข่ายมนต์นั้นกลับปริร้าวจนทำให้บรรยากาศคุกคามชวนขนลุกเริ่มแผ่เข้ามายังชายป่าทางตอนใต้ของวูดแลนด์

                อลิเซียบินขึ้นมาเหนือผืนป่าเพื่อสำรวจไพร่พลของทัพอสูร พบอสูรน้อยใหญ่ตั้งแต่ภูตผีมีเขาตัวเล็กๆ อย่างพวกอิมพ์ ไปจนถึงอสูรร่างใหญ่ที่มีหัวเป็นสัตว์เช่นวัวกระทิงไม่ก็สิงโต บ้างก็มีผิวแดงก่ำดั่งเปลวเพลิง บ้างก็ถือขวานและค้อนอันใหญ่โตดูโหดเหี้ยมน่ากลัว

                “เจ้าก็อยู่ที่นี่ด้วยเรอะอลิเซีย” นิมะเวแสยะยิ้มเมื่อเห็นหน้าคนที่ตนอาฆาต “ดี! จะได้ไม่ต้องตามหาให้เสียเวลา”

                อลิเซียมองดูข่ายเวทย์แล้วก็เห็นว่าผนึกยังไม่หมดพลัง แต่ที่พวกมันออกมาจากเฮลไฮม์ได้ก็เพราะนิมะเวใช้ “มิสติกเกท” นางคงหมายมั่นจะทำลายอาณาจักรวูดแลนด์ให้ราบจริงๆ

                เหล่าอสูรที่ทะลักออกมาจากหลุมดำเริ่มบุกเข้ามาประชิดชายป่า ทำให้อลิเซียต้องรีบตัดสินใจ...

                ภารกิจของเราคือต้องรีบเอาผงที่ได้จากเขายูนิอคร์นกลับไปก็จริง แต่ชายป่านี้ก็เป็นที่อยู่ของยูนิคอร์นและอาจจะมีพวกสัตว์อื่นๆ อีก หากปล่อยพวกให้พวกอสูรกายรุกคืบเข้ามามากกว่านี้ สัตว์เหล่านั้นจะต้องตายหมดแน่... อลิเซียคิด

                “อลิเซีย!” เสียงนั้นร้องมาจากข้างล่าง หญิงสาวมองลงไปก็เห็นไลแซนเดอร์ร้องเรียกอยู่บนหลังม้า

                “ไลแซนเดอร์! ท่านมาที่นี่ได้ยังไง”

                “ท่านผู้เฒ่าบอกว่าสังหรณ์ใจไม่ดี เลยให้ข้ามาสมทบที่นี่”

                อลิเซียเหาะลงไปหาเอลฟ์หนุ่มทันที

                “ดีจริงๆ ที่ท่านมาที่นี่ ข้าได้ผงที่บดจากเขายูนิคอร์นมาแล้ว ท่านรีบนำกลับไปให้ท่านผู้เฒ่ารัมเปลทีนะ” เธอส่งถุงผ้าให้ไลแซนเดอร์

                “แล้วท่านล่ะ” เอลฟ์หนุ่มถาม

                “ข้าจะอยู่รับมือกองทัพอสูรเอง”

                ไลแซนเดอร์รับถุงผ้าไว้ แล้วควบม้าออกไป

                “พอกลับไปที่ปราสาทแล้วข้าจะรีบพากองทัพมาสมทบ เพราะฉะนั้นท่านอย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่ามล่ะ!”

 

                เมื่อเอลฟ์หนุ่มจากไป อลิเซียก็โล่งใจ

                เอาล่ะ ในเมื่อภารกิจเสร็จแล้ว ค่อยลุยได้เต็มที่หน่อย

                หญิงสาวอดยิ้มกับตัวเองไม่ได้ เมื่อนึกว่าถ้าฟริกก้าอยู่ที่นี่ นางคงจะยิ้มร่าแล้วพุ่งออกไปแนวหน้าโดยไม่รีรอ ส่วนนามิคงจะทำหน้าตายตามไปคอยสนับสนุนอย่างเสียไม่ได้ แล้วศึกก็จะจบลงโดยที่ตัวเธอแทบไม่ได้ทำอะไรเลย

                แต่ตอนนี้ฟริกก้าและนามิไม่ได้อยู่ที่นี่ อลิเซียจึงต้องออกมาลุยแนวหน้าเพียงลำพัง

                โชคดีที่กองทัพอสูรยังอยู่ห่างออกไปหลายไมล์ ซึ่งนั่นเป็นระยะที่เธอได้เปรียบ เพราะในศาสนจักรฯนั้นไม่มีใครถนัดการต่อสู้ระยะไกลมากไปกว่าเธออีกแล้ว

                อลิเซียเหาะขึ้นบนฟ้า แล้วร่ายเวทย์ เกิดมีประกายแสงสีน้ำเงินรอบๆ ตัวเธอ



                “แองเจิลราฟโซดี้!”



                วงเวทย์สีน้ำเงินขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางเวหา คทาแองเจลิกเฟเธอร์กลายสภาพเป็นฮาล์ฟ แล้วหญิงสาวก็บรรจงไล่นิ้วไปตามสายของพิณยักษ์นั่น

                “ท่อนโอเวอร์เจอร์: โฮลี่อิมแพคท์!” (Holy Impact)

                ท่องทำนองในท่อนโหมโรงของบทเพลงอันศักดิ์สิทธิ์นั้นฟังดูสง่างามและยิ่งใหญ่ ในขณะที่อลิเซียเริ่มบรรเลงก็มีปีกสีขาวจำนวนมากปรากฏขึ้นบนฟ้าเหนือเหล่าอสูร

                ปีกนับพันหมุนวนเป็นวงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวหลายร้อยเมตร ก่อนที่จะมีลำแสงสีขาวซัดลงมาจากวงกลมนั้น กวาดทัพหน้าของเหล่าปีศาจหายไปในพริบตา สร้างความตกตะลึงแก่เหล่าอสูรแห่งเฮลไฮม์

                “มัวตกใจอะไรอยู่เล่า! รีบบุกเข้าไปซะ” นิมะเวไม่ยี่หระ นางสั่งให้เหล่าปีศาจเคลื่อนทัพต่อไป ในขณะที่กำลังเสริมยังทยอยออกมาจากหลุมดำอย่างไม่ขาดสาย

                “ท่อนที่สอง: อีเกิ้ลฟลายฟรี!” (Eagle Fly Free)

                นิ้วที่พรมลงบนสายฮาล์ฟของหญิงสาวเริ่มเร็วขึ้น เป็นจังหวะที่พริ้วไหวดังสายลม มีท่วงทำนองที่ไพเราะในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกฮึกเหิม

                ปีกนับพันต่างเคลื่อนไหวอย่างอิสระราวกับมีชีวิต ร่อนถลาเข้าหาเหล่าอสูรดุจอินทรีโฉบเหยื่อ แล้วยิงเฟเธอร์ช็อตใส่ พวกอสูรน้อยใหญ่เมื่อเข้ามาในเขตชายป่าก็เคลื่อนไหวได้ช้าลงและถูกยิงร่วงกราวเป็นใบไม้ร่วง ไม่สามารถรุกเข้าไปได้ลึกกว่านั้น

                อลิเซียบรรเลงเพลงต่อเนื่องไม่ขาดช่วง ในขณะที่ปีกเหล่านั้นบินว่อนไปทั่วสนามรบตามความนึกคิดของเธอ ภาพนางฟ้าผู้มีปีกสีขาว เล่นฮาล์ฟอยู่กลางเวหา บังคับปีกนับพันเข้าต่อกรศัตรูทั้งกองทัพ ทำให้อลิเซียดูประดุจเทพีแห่งสงครามก็ไม่ปาน

                กระนั้นนิมะเวก็ไม่ตื่นตระหนกอะไร เธอส่งมังกรเจ็ดหัว “ไฮดร้า” ซึ่งมีเกล็ดอันแข็งแกร่งและทนทานบุกเข้าไปในชายป่า

                เจ้างูยักษ์อาละวาดอย่างเกรี้ยวกราด เหยียบย่ำต้นไม้โค่นล้มไปเป็นทาง โดยไม่หวั่นเกรงปีกของอลิเซีย

                “ท่อนที่สาม: เบรคทรู!” (Break Through)

                เสียงฮาล์ฟกลายเป็นการกรีดสายรัวโน้ตเป็นชุดๆ พร้อมกันนั้นเหล่าปีกนับพันก็เรียงแถวเข้าไปที่ใต้ท้องของไฮดร้าอันเป็นจุดอ่อนของมัน และระดมยิงซ้ำจุดเดิมติดต่อกันจนท้องของเจ้างูยักษ์ถูกเจาะทะลุ

                เจ้าไฮดร้าสิ้นท่าล้มตึงลง แต่นิมะเวกลับยิ้มที่มุมปาก

                เมื่อเห็นรอยยิ้มของแม่มด อลิเซียก็เข้าใจทันทีว่านิมะเวคงรู้แล้ว ว่าตนเหลือพลังเวทย์อีกไม่มาก

                แองเจิลราฟโซดี้เป็นท่าไม้ตายที่อลิเซียไม่คิดจะใช้หากไม่จำเป็นจริงๆ เพราะเป็นเวทย์ที่กินพลังเวทย์มาก จะใช้ได้แต่ละคราวไม่เกินยี่สิบนาที ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว

                นิมะเวคงตั้งใจจะถ่วงเวลาเพื่อรอให้พลังเวทย์ของอลิเซียหมด แล้วค่อยเผด็จศึก

                ถ้างั้นเราก็ต้องชิงเผด็จศึกก่อน...!



                “ท่อนที่สี่: ไรด์เดอะไลท์นิ่ง!” (Ride the Lightning)

                อลิเซียเคลื่อนไหวมืออย่างรวดเร็ว ไล่โน้ตชุดต่ำกับสูงสลับกันไปมา แล้วในขณะที่เสียงของโน้ตตัวสุดท้ายยังกังวานอยู่นั้น ปีกทั้งหมดก็มารวมกันที่เท้าเป็นพลังส่งเธอพุ่งเข้าไปประชิดตัวนิมะเวซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายไมล์ในพริบตาราวสายฟ้าแลบ

                อลิเซียรู้ดีว่าตราบใดที่นิมะเวยังมี “มิสติกเกท” เวทย์โจมตีระยะไกลของเธอก็ไม่สามารถทำอะไรนางได้ จึงมีแต่ต้องเข้าโจมตีระยะประชิดเท่านั้น!

                “วิงสแลช!”

                หญิงสาวเงื้อคทาฟาดคมดาบที่เป็นประกายแสงใส่นิมะเว

                ในตอนนั้นเองนิมะเวก็ชูร่างเด็กคนหนึ่งขึ้นมาเป็นโล่

                อลิเซียชะงักทันที เพราะเด็กน้อยคนนั้นคือเอล์ม!

                พริบตานั้นหญิงสาวก็ถูกบีบคอจากข้างหลัง เป็นมือของนิมะเวที่ยื่นผ่านหลุมดำมานั่นเอง



                แล้วร่างของเอล์มก็สลายกลายเป็นหมอกสีเทา...

                “เจ้านี่โง่หรือเปล่า.. ท่านลิลิมจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” แม่มดยิ้มเยาะ “ไม่ต้องห่วงข้ายังไม่ฆ่าเจ้าทันทีหรอก ไว้ข้าขยี้วูดแลนด์เสร็จแล้ว จะขอทรมานเจ้าให้สาสมกับแผลที่เจ้าทำไว้กับข้าที่แก้มขวานี้! หึๆๆๆ”

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

โปรดติดตามตอนต่อไปครับ!




มุมทักทาย ^^

ใครที่เข้ามาอ่านอีกรอบแล้วเห็นชื่อ "แองเจิลราฟโซดี้: ท่อนที่สี่" เปลี่ยนไป
ก็อย่าแปลกใจนะครับ ไรเตอร์ก็เปิ่นๆ งี้แหละ เหอๆ - -"
(นอนคิดอยู่คืนหนึ่ง พอรู้สึกว่าชื่อใหม่น่าจะดีกว่าเลยตื่นมาแก้)

58 ความคิดเห็น