Divine Epic (มหากาพย์เทพประยุทธ์)

ตอนที่ 18 : ที่ปราสาทอัลเบอร์ทาร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 263
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 ก.ค. 53


                ค่ำคืนในอาณาจักรวูดแลนด์ ใต้ร่มเงาของพฤกษชาติแห่งชีวิตอันใหญ่โตซึ่งเคยเต็มไปด้วยเหล่าภูตตัวน้อย ดูครื้นเครงมีชีวิตชีวาในตอนกลางวัน บัดนี้กลับเงียบเหงาวังเวง


                ท่ามกลางความเงียบเชียบภายใต้แสงสลัวๆ นั้น ผมออกจากที่พักที่เหล่าภูตจัดเตรียมไว้ให้ แล้วเดินมาที่โพรงรากใต้พฤกษชาติแห่งชีวิต และพบเอลฟ์หนุ่มผู้หนึ่ง

                ไลแซนเดอร์... เขามาทำอะไรที่นี่

                ผมแอบมองจากข้างนอก ก็เห็นเอลฟ์หนุ่มหยิบลูกแก้วสีม่วงเข้มซึ่งปล่อยพลังงานแปลกๆ ที่น่าขนลุกออกมา แสงสีม่วงจากลูกแก้วนั้นก็ค่อยๆ ไหลผ่านคริสตัลเข้าสู่ร่างของราชินีแห่งภูต

                ในตอนนั้นเอง เท้าของผมก็พลาดไปสะดุดก้อนหินเข้า

                “นั่นใคร!” ไลแซนเดอร์ชักดาบออกมาทันที

                ซวยแล้วสิ!

                เอลฟ์หนุ่มกระโจนพรวดออกมาจากโพรง ผมขยับจะหาที่ซ่อน ทันใดนั้นพื้นที่ผมเหยียบอยู่ก็ทรุดตัว

                ผมโดนดูดลงไปใต้ดิน ลึกเท่าไรไม่รู้ จนกระทั่งก้นกระแทกกับพื้น

                “ยินดีต้อนรับสู่บ้านอันแสนคับแคบของข้า” แสงตะเกียงถูกจุดขึ้น ส่งให้เห็นห้องใต้ดินซึ่งมีโต๊ะเก้าอี้ขนาดเล็กจิ๋ว

                "ท่านผู้เฒ่ารัมเปล!"

                "เกือบไปแล้วสินะ" ท่านผู้เฒ่ายิ้ม มองผมด้วยแววปราณี

                “ขอบคุณที่ช่วยไว้ครับ”

                ผมมองตาท่าน... แม้มีคำถามมากมายเกี่ยวกับสถานการณ์ในโลกแห่งภูต แต่ท่านคงไม่เล่าทุกอย่างให้ฟังแน่ๆ ถ้ายังงั้นจะถามอะไรก่อนดี

                “ลูกแก้วสีม่วงที่ไลแซนเดอร์ถืออยู่คืออะไรครับ"

                "ดิ อาย ออฟ ดิส... เป็นลูกแก้วที่ดูดกลืนพลังวิญญาณจากผู้ตาย ไลแซนเดอร์ใช้สิ่งนั้นต่อพลังชีวิตให้ราชินีไททาเนียทุกคืน อย่างที่เจ้ารู้ พฤกษชาติแห่งชีวิตไม่มีพลังพอที่จะรักษาพิษในตัวราชินีได้ หากไลแซนเดอร์ไม่ทำเช่นนี้ราชินีอาจจะตายไปตั้งนานแล้ว"

                ดิ อาย ออฟ ดิส... ดวงตาแห่งมัจจุราชดิสซึ่งดูดกลืนวิญญาณแห่งผู้วายชนม์ สิ่งนี้ไม่น่าจะใช่ของที่มีอยู่ในดินแดนแห่งภูต... แล้วไลแซนเดอร์ไปเอามาจากไหน

                “จงไปที่ปราสาทอัลเบอร์ทาร์ ซึ่งเป็นที่อยู่ของพวกเอลฟ์ คำตอบทุกอย่างอยู่ที่นั่น" ท่านผู้เฒ่าตอบ "ป่านนี้ไลแซนเดอร์คงกลับไปแล้ว เอาล่ะ เจ้าก็ไปได้แล้ว"

                พูดเสร็จ พื้นที่ผมยืนอยู่ก็สูงพรวดขึ้นมา พาผมขึ้นสู่ผิวโลกอีกครั้ง

... ... ...

 

                เช้าวันรุ่งขึ้นผมก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้อลิเซียฟัง เราจึงตัดสินใจไปที่ปราสาทของพวกเอลฟ์ แต่ยังไม่ทันได้เห็นแม้แต่เงาของปราสาท ก็ถูกเอลฟ์ที่เป็นทหารยามเข้ามาขวางไว้

                “ท่านไลแซนเดอร์สั่งไม่ให้พวกเจ้าเข้ามาในนี้แม้แต่ก้าวเดียว”

                อย่างที่คิด... ผม อลิเซียและเอล์มถูกปฏิเสธโดยสิ้นเชิง แม้จะพยายามหาทางเล็ดลอดเข้าไปยังไงก็เจอยามดักไว้ทุกที่ จะให้อลิเซียพาบินเข้าไปก็คงถูกพบ ครั้นจะวานพวกโนมขุดดินเข้าไป ก็จะเป็นการสร้างความบาดหมางระหว่างโนมกับเอลฟ์เปล่าๆ

                จะยังไงก็ต้องไขปริศนาที่อาณาจักรวูดแลนด์ให้ได้เร็วที่สุด เพราะไม่รู้ว่าอัศวินมฤตยูตนนั้นจะออกมาทำร้ายพวกภูตอีกเมื่อไร

                ผมลองทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ดูอีกครั้ง อย่างแรกก็คือนักรบมฤตยูเริ่มออกมาทำร้ายพวกภูตเมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อนและดูเหมือนไลแซนเดอร์จะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับนักรบมฤตยูด้วย ส่วนนักรบมฤตยูก็รู้จักราชินีไททาเนีย และสุดท้ายก็คือไลแซนเดอร์ต้องใช้ลูกแก้วสีม่วงคอยประคับประคองชีวิตของราชินีฯไว้

                พูดถึงราชินีไททาเนียแล้ว เหมือนว่าผมจะลืมอะไรไปสักอย่าง เอ... จำได้ว่าเมื่อก่อนคุณแม่เคยเล่าเรื่องเกี่ยวกับอาณาจักของพูดไว้ว่า

                "ถ้าท่านโอบีรอนยังแข็งแรงอยู่ก็ดีสินะ" ระหว่างที่เรากำลังเดินกลับที่พัก ผมก็ได้ยินพวกแฟรี่กับโนมคุยกัน

                จริงด้วย โอบีรอน! ราชาแห่งเหล่าภูต ผู้ปกครองอาณาจักรแห่งภูตร่วมกับราชินีไททาเนีย ทำไมผมถึงลืมชื่อนี้ไปได้!

                "แล้วตอนนี้ท่านโอบีรอนอยู่ที่ไหน" ผมเข้าไปถามพวกภูตตัวน้อย

                "ท่านโอบีรอนเองก็ได้รับบาดเจ็บจากมหาสงครามเมื่อแปดปีก่อนเช่นกัน หลังจากพยายามรักษาท่านไททาเนียยังไงก็ไม่สำเร็จ ท่านก็ขังตัวเองอยู่ในปราสาทอัลเบอร์ทาร์จนถึงทุกวันนี้ แล้วมอบหมายให้ไลแซนเดอร์ซึ่งเป็นทหารคนสนิทจัดการกิจธุระภายในอาณาจักรวูดแลนด์แทนตนเอง" แฟรี่ว่า

                ยังงี้นี่เอง ที่แท้ผู้เฒ่ารัมเปลก็ต้องการให้ผมลอบเข้าไปในปราสาทเพื่อไปพบโอบีรอนนั่นเอง หากนักรบมฤตยูเกี่ยวพันกับพวกภูต ราชาโอบีรอนก็ย่อมต้องรู้จักแน่

                "จริงด้วยสิกฤษณ์ ท่านผู้เฒ่าฝากนี่มาให้พวกเจ้า" โนมตนหนึ่งว่า พลางยื่นผ้าคลุมให้สามผืน "นี่คือผ้าคลุมเอลฟ์ ใช้พลางกายได้ในตอนกลางคืน"

                ผ้าคลุมเอลฟ์! เมื่อคืนไลแซนเดอร์คงใช้สิ่งนี้ลอบเข้ามาที่พฤกษชาติแห่งชีวิตสินะ

                "อลิเซีย คืนนี้เราจะลอบเข้าไปที่ปราสาทอัลเบอร์ทาร์กัน"

... ... ...



                กลางดึกคืนนั้น ผมกับอลิเซียใช้ผ้าคลุมเอลฟ์หลบพวกทหารยาม เข้าไปยังปราสาทอัลเบอร์ทาร์ได้สำเร็จ

                เราตัดสินใจไม่บอกแผนการนี้กับเอล์ม และแอบออกมาโดยไม่ปลุกเธอ

                ปราสาทของพวกเอลฟ์นั้นอยู่บนเนินเขาสูง ประตูของปราสาทนั้นเปิดอยู่แล้ว เมื่อรู้ว่าผ้าคลุมนี้ใช้ได้ผล ผมกับอลิเซียจึงเข้าทางด้านหน้าอย่างสง่าผ่าเผยและตรงไปตามทางเดินอันโอ่โถงปูด้วยพรมแดง สักพักก็มาถึงห้องโถงใหญ่ที่ตกแต่งอย่างงามสง่า

                "หยุดแค่นั้นแหละ!" ไลแซนเดอร์ร้องตะโกน "พวกเจ้าอาจจะซ่อนตัวตนได้ด้วยผ้าคลุมเอลฟ์ แต่ไม่สามารถปกปิดกลิ่นเหม็นสาบมนุษย์ได้หรอก"

                ผมกับอลิเซียเลิกผ้าคลุมออกมา การที่ไลแซนเดอร์เข้ามาขวาง แสดงว่าห้องของโอบีรอนอาจจะอยู่ข้างหน้านี้ก็ได้

                "พวกเรามาหาท่านโอบีรอน" ผมพูดขึ้นก่อน

                "ท่านโอบีรอนไม่ต้องการพบใครทั้งนั้น!"

                "ไลแซนเดอร์ ท่านรู้อะไรเกี่ยวกับนักรบมฤตยูใช่ไหม... แล้วทำไมถึงยังนิ่งเฉยปล่อยให้มันเข่นฆ่าพวกพ้องของท่านในวูดแลนด์อยู่ยังงี้ล่ะ"

                "เงียบซะ เจ้ามนุษย์ พวกเจ้าไม่มีวันเข้าใจหรอก!" เอลฟ์หนุ่มตวาด

                ขณะนั้นเอง ผมก็ได้ยินเสียงหัวเราะที่น่าขนลุกของผู้หญิงคนหนึ่ง

                "ไลแซนเดอร์เอ๋ย... ทำไมเจ้าไม่บอกพวกเขาไปซะเลยล่ะว่า แท้ที่จริงแล้วราชาโอบีรอนและนักรบมฤตยูนั้นเป็นคนเดียวกัน"

                ผู้หญิงผมดำยาว ในชุดแม่มดสีม่วงปรากฏกายออกมาจากความมืด หล่อนมีใบหน้างดงาม ในขณะเดียวกันก็ดูเจ้าเล่ห์ไม่น่าไว้ใจ

                "เธอเป็นใคร!?" อลิเซียถามพร้อมกับเรียกคทาออกมาตั้งท่าคุมเชิง "เรื่องที่ผู้หญิงคนนี้พูดเป็นความจริงหรือ ท่านไลแซนเดอร์"

                เอลฟ์หนุ่มเงียบแทนคำตอบ

                "ชื่อของข้าคือนิมะเว" แม่มดลึกลับผู้มีผมสีดำขลับตอบ "ทำไมจะไม่จริงล่ะ เจ้าเอลฟ์ตนนี้แหละ เป็นผู้บงการให้โอบีรอนออกไปฆ่าภูตตนอื่นๆ เพื่อรวบรวมพลังวิญญาณมาช่วยไททาเนีย"

                "เอาล่ะ... ในเมื่อเจ้าสองคนรู้เรื่องหมดแล้ว ไลแซนเดอร์ก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากฆ่าพวกเจ้าปิดปากเท่านั้น!" ว่าแล้วหญิงสาวผู้นั้นก็หัวเราะอย่างเลือดเย็น

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

โปรดติดตามตอนต่อไปครับ ^^


58 ความคิดเห็น