Divine Epic (มหากาพย์เทพประยุทธ์)

ตอนที่ 12 : รู้ผลการประลอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 467
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 มิ.ย. 53


                “ได้เวลาโต้กลับแล้ว!!” ผมประกาศก้อง

                “เอาเข้าแล้วค่ะ กฤษณ์ใช้สโครลออฟฟ็อกป้องกันเฟเธอร์ช็อตของพี่อลิเซีย!” ฟริกก้ายกเท้าข้างหนึ่งเหยียบขอบอัฒจรรย์และพากย์ต่อไปอย่างตื่นเต้น

                อลิเซียมองผมนิ่งด้วยท่าทีสงบ

                “กฤษณ์... สมกับเป็นเธอจริงๆ แต่เวทย์มนต์ของฉันก็ไม่ได้มีแค่นี้หรอกนะ” ว่าแล้วอลิเซียก็เงื้อคทาขึ้นในท่าเดิม แต่คราวนี้ผมรู้สึกได้ถึงพลังเวทย์ที่แตกต่างจากเดิม

                ที่คทาของอลิเซียมีปีกสีปีกสยายออกมา ตรงปลายคทานั้นมีแสงมารวมตัวกันจนกลายเป็นลูกกลมๆ ที่มีวงแหวนหมุนรอบ

                ผมสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์อันมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในบอลแสงนั้น ซึ่งมีคลื่นพลังพวยพุ่งออกมาจนพื้นดินสั่นสะเทือน และมีเสียงลั่นเปรี๊ยะๆ ในอากาศ

                ถ้าโดนไอ้นี่เข้าไปต้องม่องแน่ๆ ...

                “มาแล้ว วิงบัสเตอร์ เวทย์มนต์ที่สามารถสอยเป้าหมายที่อยู่ไกลนับสิบไมล์ได้ สงสัยพี่อลิเซียคงคิดจะตัดสินในคราวเดียว”

                “เอาล่ะนะกฤษณ์!” อลิเซียมองตาผม

                “มาเลยอลิเซีย!” ถ้าบอกขอเวลานอกแล้วเธอจะยอมให้ผมไปไหมล่ะ...

                “วิงบัสเตอร์!” พริบตานั้น! ลำแสงขนาดใหญ่แหวกม่านหมอกพุ่งเข้ามาหาผมทันที ไม่ไหว! หลบไม่ทันแน่ๆ

                ซะเมื่อไร...

                ผมวิ่งสวนลำแสงนั้นเข้าไปหาอลิเซียทันที ทั้งหมดนี้เป็นไปตามแผนที่วางไว้เป๊ะ!

                ที่ผมอ้างว่าใช้ม่านหมอกเพื่อป้องกัน "เฟเธอร์ช็อต" ของอลิเซียนั้นเป็นแค่การเบี่ยงเบนความสนใจ ที่จริงแล้วผมใช้ม่านหมอกนี่เพื่อหวังผลอีกอย่างหนึ่งด้วย

                ขณะที่ผมอยู่ในม่านหมอกนี่ ผมชิงลงมือตามแผน โดยใช้วิชา “คอฟฟี่วอมเมอร์” (ฝ่ามืออุ่นกาแฟ) ที่เรียนมากับฟริกก้า ทำให้ไอน้ำบางส่วนขยายตัว เมื่อความหนาแน่นของไอน้ำในแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน การหักเหของแสงก็จะบิดเบี้ยว ผลก็คือเงาของผมที่อลิเซียเห็นไม่ตรงกับตำแหน่งจริงๆ ของผม ทำให้เธอยิงพลาดเป้า

                (เป็นหลักการเดียวกับที่เงาของสิ่งของที่อยู่ในน้ำจะผิดเพี้ยนไป เพราะการหักเหของแสงนั่นเอง)

                แต่แผนนี้ใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นผมจะพลาดโอกาสนี้ไม่ได้! ผมอาศัยจังหวะที่อลิเซียยิงวิงบัสเตอร์ ใส่เกียร์ห้าวิ่งสุดแรงเกิดไปหาอลิเซีย เป้าหมายคือการแย่งคทาแองเจลิกเฟเธอร์!

                อลิเซียไม่มีเวทย์โจมตี ฉะนั้นขอเพียงยึดคทามาซะ ชัยชนะก็จะเป็นของผม

                แต่ดูเหมือนอลิเซียจะรู้ทัน ก่อนที่ผมจะเข้าถึงตัว เธอจึงเสกปีกสองข้างออกมาจากกลางหลัง แล้วบินหนีขึ้นไปบนฟ้า

                ไม่ปล่อยให้หนีได้หรอก!

                “โนม! สร้างทางให้ฉันที” ผมร้องเรียก ทันใดนั้นพื้นสนามประลองก็ยกสูงขึ้นเป็นบันไดให้ผมวิ่งขึ้นไปหาอลิเซียซึ่งลอยอยู่บนฟ้า

                แต่ความสูงแค่นี้ก็ยังไม่พอ

                “แฟรี่! ส่งฉันขึ้นไปหาอลิเซียที” ในจังหวะที่ผมกระโดดขึ้นไป แฟรี่ก็ใช้สายลมโอบอุ้มรอบตัวผม และพัดผมทะยานขึ้นไปหาอลิเซียทันที

                เอาล่ะ ทีนี้ก็คว้าคทาของอลิเซียมาซะ! แต่เอ๊ะ... แฟรี่ นี่มันแรงเกินไปแล้ว---!!

                ดูเหมือนลมของแฟรี่จะแรงกว่าที่ผมกะไว้มาก ทำให้ผมพุ่งลิ่วไปหาอลิเซียอย่างหยุดไม่อยู่

                แทนที่ผมจะคว้าแค่คทาของอลิเซีย ผมเลยพุ่งเข้าไปคว้าร่างของอลิเซียไว้ในอ้อมแขน แล้วใบหน้าของเราก็แนบชิดกันจนริมฝีปากประกบกัน!!

                นั่นเป็นชั่วขณะสั้นๆ เสมือนว่าโลกทั้งใบหยุดลง ผมไม่ทันเห็นว่าอลิเซียทำหน้ายังไง พอรู้สึกตัวอีกทีเราสองคนจะร่วงลงไปโหม่งโลกดัง “โครม”

                . . .

                ผมกอดอลิเซียไว้แล้วเอาตัวเองเป็นเบาะกันกระแทก ขณะที่ร่างกระทบกับพื้นนั้นเกิดเสียงกระดูกลั่นแบบที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน เล่นเอาปวดระบมจนชาไปทั้งตัว แทบไม่รู้เลยว่าตรงไหนเจ็บหรือไม่เจ็บ อูย... แค่จะกระดิกนิ้วยังไม่ไหว บ้าชิบ! ในที่สุดก็แย่งคทามาไม่สำเร็จ

                “กฤษณ์...” ผมลืมตาขึ้นมาเห็นอลิเซียซึ่งนั่งทับร่างของผมอยู่ หน้าของเธอแดงแป๊ด ดวงตาสีฟ้าที่กลมโตของเธอจ้องผมปริบๆ ก่อนจะลุกขึ้น วิ่งผลุนผลันออกจากสนามประลอง

                “เหลือเชื่อค่ะทุกท่าน! ในที่สุดกฤษณ์ก็ปิดฉากด้วยท่า 'โดดจูบกลางอากาศ' นอกจากจะพิชิตการประลองแล้ว ยังพิชิตหัวใจของพี่อลิเซียอีกด้วย!!” ฟริกก้าพากย์อย่างออกรสอย่างกะทีมที่ตัวเองเชียร์ได้เข้ารอบตัดเชือกบอลโลก

                อ้าวเฮ้ย... นี่การประลองจบแล้วเรอะ

                “โฮะๆๆ หนุ่มสาวสมัยนี้นี่ร้อนแรงกันเสียจริง” อูรานอสหัวเราะจากแท่นบัลลังก์

                ทันใดนั้นเอง ผมก็รู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่น่าสยองขวัญจนขนลุกชัน...

                “กฤษณ์...” ใครคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ตรงหัวผม เสียงที่เต็มไปด้วยเจตนาร้ายนี่มัน... อาเรส!

                “เมื่อกี้แกทำอะไรกับอลิเซีย...!!!”

                ข่ายเวทย์สีแดงที่ปกคลุมสนามประลองสลายไปทันที แล้วพลังเวทย์ทั้งหมดก็หลั่งไหลกลับเข้ามาที่มือขวาของอาเรส ซึ่งกำแน่นจนได้ยินเสียงถุงมือสีกัน

                “ง่า... แหะๆ เข้าใจผิดแย้วกั๊ฟ มันเป็นอุบัติเหตุ”

                “อุบัติเหตุ! นั่นมันข้อแก้ตัวของคนไม่มีความรับผิดชอบชัดๆ เอะอะก็บอกว่าไม่ได้ตั้งใจๆ ข้าจะล้างพันธุ์ไอ้มนุษย์เฮงซวยอย่างพวกแกให้สิ้นซากซะ!!”

                จู่ๆ ก็มีเคียวยักษ์ปรากฏขึ้นที่มือขวาของอาเรส! เขาเงื้อเคียวขึ้นด้วยใบหน้าถมึงทึงดุจมัจจุราช แว้กกกก!!! เย็นไว้ครับ ท่านพี่อาเรส---!!!!

                “อะไรๆ พี่อาเรสจะจัดการประลองรอบสองต่อเลยเรอะ งั้นคราวนี้ข้าขอแจมด้วย!!” ฟริกก้าสวมเกราะเวทย์ "วัลคีรี" เหาะลงมาที่สนามประลองอย่างระริกระรี้



                นี่พ่อคู้ณณณณ!!! แม่คู้ณณณ!!! พอทีเท้ออออออออออ!!!



---------------------------------------------------------------------------------------------------------

มุมทักทายครับ ^^


ในที่สุดก็จบภาคอารัมภบทของดินแดนแห่งเทพปกรณัมซะที

(ตอนนี้อาจจะสั้นไปนิดหนึ่ง แหะๆ)

เป็นยังไงกันบ้างครับกับความรั่วของเหล่าจอมเวทย์ในดินแดนแห่งเทพปกรณัม

ที่ผ่านมาเพิ่งกล่าวถึงแค่ "ศาสนจักรจอมเวทย์" ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าอาณาจักรใหญ่

แต่ภาคต่อไปจะเริ่มกล่าวถึงวูดแลนด์ที่เป็นอาณาจักรของพวกเอลฟ์และแฟรี่

จากนี้ไปอาจจะมีการรวบรวมข้อมูลตัวละคร กับอาณาจักรต่างๆ ไว้เพื่อความสะดวกของเพื่อนๆ

ต้องขอบคุณทุกท่านที่กรุณาติดตามอ่านนิยายที่มั่วซั่ว + เอาแต่ใจของไรเตอร์คนนี้ครับ

จะขอพยายามต่อไปให้ดีที่สุดครับ!

58 ความคิดเห็น

  1. #30 focus (@focus2374) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2553 / 22:30
    สุดๆจริงๆตอนนี้ ปิดฉากได้สวยงาม สนุกมากครับ ต่อไวๆนะครับ...
    #30
    0
  2. #29 Valentika (@valentika) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2553 / 22:24
    ซวยจริงๆนะพระเอกเรา
    #29
    0