อสูรา: ภาค ภีษวัต

ตอนที่ 4 : ผลบุญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ม.ค. 64

 


 


 

 

เช้าวันใหม่ที่ไร้เหตุการณ์ที่ผิดปกติ พีไปทำงานปกติ เขายังกำกับและทำหน้าที่ของตัวเองอย่างแข็งขัน พร้อมกันนั้นเขาก็ได้ตรวจสอบหญิงสาวรุ่นน้องอย่างเงียบๆ

 

“ออร่าของเธอสว่างใสมากขึ้น คงเป็นเพราะผลบุญเก่าของเธอ หวังว่านั่นคงเพียงพอที่จะเผื่อแผ่ให้ชายที่รักของเธอด้วยก็คงดี”

 

หญิงเองก็ทำงานอย่างเต็มที่ด้วยสีหน้าเบิกบาน สดชื่นอย่างเห็นได้ชัด

 

“แค่นี้น่าจะเพียงพอที่จะกันสิ่งชั่วร้ายเข้าหาพวกเขาได้สักระยะ”

 

ชายหนุ่มหันมาสนใจหน้าที่ของตนต่อไป

 

ระหว่างที่เขากำลังจะเก็บแก้วชงกาแฟเขาก็เกิดภาพนิมิต

 

ไกลแสนไกลออกไป เขามองเห็นร่างของชายหนุ่มอีกคนในชุดนักศึกษาสีขาวกำลังเดินไปตามทางเดินกับเพื่อนสองสามคน ทั้งหมดเดินผ่านหน้าเขาไป พร้อมคุยกันเสียงดัง ถัดมาเขามองเห็นเงาดำกลุ่มหนึ่งเป็นจิตที่มีแรงอาฆาตรุนแรง แม้มันไม่มีผลต่อเขาแต่ก็ทำให้บรรยากาศอึดอัดน่าขนลุก 
 

เงาดำคืบคลานตามชายหนุ่มตรงกลางไป และเปลี่ยนรูปเป็นงูสีดำ งูนั้นเลื้อยอย่างรวดเร็วก่อนจะกัดที่ข้อเท้าของชายหนุ่ม แล้วเลื้อยเข้าพงหญ้าสลายเป็นเงาดำตามเดิม เงานั้นเฝ้าดูร่างนั้นอยู่ห่างๆ สีหน้ามีความเจ็บปวดแต่ก็แฝงด้วยความดีใจในที
 

ชายหนุ่มได้สติกลับมา เขาหันมาทำงานของตัวเองต่อ

 

“ไอ้ไนท์เอ้ย คราวจะซวยแกก็ซวยซะขนาดนั้น ใครจะช่วยแกหล่ะทีนี้”
 

เขาส่ายหัวเบาๆ และเก็บแก้วเข้าตู้อย่างเป็นระเบียบ

 

ไม่กี่นาทีต่อมาเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น

 

“สวัสดีครับ ภีษวัต”

 

“พี่พีใช่มั้ยครับ ผมเพื่อนไนท์ครับ ไนท์โดนงูกัดครับพี่ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลมอ มันเริ่มซึมแล้วครับพี่ มันให้ผมโทรหาพี่ครับ”

 

เสียงปลายสายดูร้อนรนและร่ายยาว

 

“ครับเดี่ยวพี่ไปโรงพยาบาลนะ”

 

พีไม่ได้มีท่าทีร้อนรนใดๆ เขาปลดผ้ากันเปื้อนห้อยไว้ ตะโกนบอกสาวๆหน้าร้านและออกไปทางหลังร้าน เขาขับมอไซต์ออกไปทันที
 

ทันทีที่เขามาถึงหน้าห้องฉุกเฉิน เขาก็มองเห็นแสงออร่าหลากหลาย ทั้งที่สว่างและดำมืด เขามุ่งตรงไปยังห้องฉุกเฉิน ฝั่งเฝ้าดูอาการ สักพักเขาก็เจอกลุ่มนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่คุ้นตา เขาจึงเดินเข้าไปหา
 

“พี่พีใช่มั้ยครับ”

 

มีเสียงมักขึ้นจากน้องนักศึกษาคนหนึ่ง ซึ่งเขาก็ไม่แปลกใจเพราะเขากับไนท์ก็มีบางอย่างคล้ายๆกัน

 

“ครับพี่คือพี่พี ไนท์เป็นไงบ้างครับ”
 

“หมอบอกว่ามันโดนงูกัดไม่ทราบชนิด ต้องเจาะเลือดดูพร้อมดูอาการไปด้วย ตอนนี้หมอให้ยาเซรุ่มต้านพิษอยู่ครับ...“
 

จิตของพีหลุดไปอีกครั้งเพราะแรงบางอย่าง เขามองเห็นแสงออร่าโดดเด่นที่กำลังเดินมา
 

“สวัสดีค่ะ คุณคือผู้ปกครองของคุณสิระ ใช่ไหมคะ ดิฉันเป็นแพทย์เจ้าของไข้...”
 

พีหันไปทางตนเสียงและแสงนั้น เขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะรับฟังที่เธอกำลังพูด

 

‘คนที่มีกรรมดีต่อกัน กรรมดีนั้นย่อมเกื้อหนุนกัน”
 

“...เขาจะต้องได้ยาต้านพิษงูและอาจจะต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการสักหนึ่งถึงสองวันนะคะ”
 

เธอพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และน้ำเสียงสดใส เธอดูเหมือนแพทย์ที่จบใหม่ไม่กี่ปี แต่ลักษณะการพูดดูฉะฉาน

 

“ครับผมเข้าใจแล้วครับ” 
 

ชายหนุ่มตอบกลับ

 

เขามองตามแพทย์หญิงผู้นั้นจนเธอเดินหายไปอีกห้อง ก่อนจะหันกลับมาที่ชายหนุ่มบนเตียงนอนตรงหน้า

 

รอยแผลที่ถูกกัดถูกพันไว้ด้วยผ้าก๊อซ สีขาว ในตัวเขามีเงาสีดำไหลวนอยู่จางๆ

 

‘เป็นความพยายามที่น่าจะสูญเปล่านะ รู้ทั้งรู้ว่าแตะต้องเขาไม่ได้แต่ก็ยังพยายามจนทำได้ แรงอาฆาตใดก็พ่ายแพ้ต่อการให้อภัยเสมอ เช่นกันกับผู้มีบุญร่วมกัน บุญนั้นก็ย่อมเกื้อหนุนกันและกันเสมอ’

 

เขาเพ่งมองในตัวชายหนุ่มก่อนจะใช้มือแตะเบาๆที่แผล

 

“อะ ถือว่าช่วยอีกแรง”

 

เดิมทีเงาสีดำที่จางอยู่เดิมค่อยๆสลายไปในทันที พร้อมๆกับชายหนุ่มที่เริ่มได้สติ

 

“อ้าวพี่พี พี่มาแล้วเหรอ”
 

เขาพูดเสียเหนื่อยเพลีย
 

“เออก็ใช่ไง เห็นแล้วนี่”
 

เขาตอบกลับกวนเล็กน้อย

 

“ดีแล้วคับ ตอนที่ผมถูกกัด รู้สึกไม่ค่อยดีเลย มันอึดอัดแปลกๆเหมือนจะเป็นลมไป เลยให้เพื่อนโทรหาพี่ด้วย”

 

พียิ้มเบาๆ
 

“ก็ถูกของแกแหละ อย่างน้อยแกก็ยังมีเซนส์ที่ดี”

 

“ใช่เหรอพี่ นี่ผมโดนของเหรอ”
 

สีหน้าของเขาตื่นเต้น

 

“น่าจะใช่แหละ แต่ขอบอกก่อนเลยพี่ไม่ใช่คนที่ช่วยแกคนแรกหรอกนะ”

 

ชายหนุ่มตรงหน้าทำสีหน้างุนงง แต่พียังยิ้มอยู่เหมือนเดิม

 

“เห็นหมอคนนั้นมั้ย เธอคือคนที่ช่วยแก จงขอบคุณเธอซะนะ”

 

เขายิ้มเบาๆ พร้อมดูปฏิกิริยาของน้องชาย

 

ไนท์หันไปตามที่พีบอก ทันทีที่เขาเห็นหมอคนนั้น สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป

 

“เธอเป็นถึงหมอนะพี่ เธอก็ต้องทำหน้าที่ของเธออยู่แล้ว ไม่ได้เจาะจงใครหรอก”

เขาตอบกลับ

 

“เออ พักก่อนงั้น เดี่ยวพี่กลับร้านก่อน ให้แกนอนดูอาการที่นี่แหละ เดี่ยวกลางคืนพี่จะมานอนด้วย”

 

“ครับพี่พี”


 
 

ชายหนุ่มเดินกลับไปยังทางออก ห้องที่ไนท์ได้นอน เป็นห้องรวมแอร์ เนื่องจากต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด แต่หอรวมชายเต็มเขาเลยได้มานอนที่หอรวมหญิงแทน ซึ่งพีและไนท์ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร ลักษณะห้องค่อนข้างกว้าง ในห้องนี้มีเตียงผู้ป่วยประมาณหกเตียงแต่ละเตียงจัดเป็นสัดส่วนไม่รบกวนกัน ในห้องนี้มีผู้ป่วยอยู่สามคน อาการทั่วไปดูปกติ มีญาติคอยเฝ้าอยู่ทุกเตียง จนเมื่อเขาเดินผ่านเตียงสุดท้ายก่อนถึงทางออก เขาก็รู้สึกถึงกลิ่นอายบางอย่าง 
 

เตียงนั้นเป็นหญิงสาว อายุประมาณ 30 ต้นๆ สีหน้าเธอดูซีดเซียวแต่กลับสงบนิ่ง และมีรอยยิ้มจางๆอยู่ตลอด ข้างเตียงเธอเป็นหญิงสูงวัยคนหนึ่ง เธอเองก็ดูสงบสีหน้ายิ้มแย้ม แม้แววตาจะมีความเศร้าฉายออกมาอย่างชัดเจน

 

ถัดออกมาที่ปลายเตียง มีร่างเงาชายหนุ่มรูปร่างบึกบึน ร่างกายของเขาเลือนรางแต่เปล่งออร่าสีแดงจางที่ให้ความรู้สึกร้อนเมื่อเข้าใกล้ สีหน้าของเขาสงบนิ่ง จ้องไปยังหญิงสาวบนเตียง

 

พีแอบมองไปยังหญิงสาวที่กำลังหลับ เขาสัมผัสได้ถึงความคิดของเธอ เธอกำลังรอคอยคนคนหนึ่ง เช่นกันพลังชีวิตของเธอก็ค่อยๆจางลงเรื่อย
 

‘เวลาของเธอใกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้วสินะครับ’

เสียงของพีดังขึ้นในห้วงแห่งจิต

 

เงาดำที่ปลายเตียงหันมามองด้วยความสนใจ เขามองชายหนุ่มอยู่สักพัก ก่อนจะก้มหน้าทักทาย

 

‘เป็นเช่นนั้น ท่านผู้ประเสริฐ เวลาของเธอเหลือไม่กี่ชั่วโมงแล้วขอรับ’

 

พียืนนิ่งยังคงมองหญิงสาวไม่ละสายตา

 

‘เธอยังมีบางอย่างที่ต้องสะสาง กรรมของเธอที่เธอต้องการตัดมัน’

 

ร่างเงานั้นจ้องมองหญิงสาวราวกับจะสแกนตัวเธอ
 

‘โอ้ เช่นนั้นก็คงเป็นกรรมของเธอเช่นกัน เพราะเวลาของเธอเหลือไม่นานแล้วจริงๆ กระผมไม่ได้เร่งรีบหรอกขอรับ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าเวลาของเธอจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ก็เท่านั้น’
 

‘งั้นท่านคงจะไม่ว่าอะไรกระมังหากผมจะช่วยอนุเคราะห์เธอสักเล็กน้อย ถือว่าเป็นบุญกรรมที่เราเคยทำไว้ด้วยกันส่งเสริม’
 

เงาดำไม่ได้ขัดขวางชายหนุ่มเขาหลีกทางให้เขาเดินเข้าไป
 

“สวัสดีครับ ผมชื่อพีนะครับ พอดีน้องชายผมแอดมิทอยู่เตียงนั้น เขาถูกงูกัด พอดีว่าผมติดธุระ ผมเลยจะขอรบกวนคุณป้านิดหน่อย ให้คอยสอดส่องน้องชาย เผื่อเขามีปัญหา ผมอยากจะรบกวนคุณป้าแค่นี้แหละครับ”

 

หญิงสูงวัยที่นั่งอยู่ข้างเตียง เธอสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ยิ้มแย้มตอบรับ

 

“ได้จ้ะ เดี่ยวป้าช่วยดูเขาให้นะจ้ะ”

 

ชายหนุ่มยื่นนามบัตรให้เธอ 
 

“ถ้ามีปัญหาอะไร ป้าติดต่อผมได้ตามนี้เลยนะครับ”
 

เธอยื่นมือมารับนามบัตรนั้นไปอย่างงงๆ ทันทีที่เธอสัมผัสกับนามบัตรเธอก็สึกอบอุ่นแปลกๆที่ไร้ที่มา
 

“ขอบคุณมากครับ ผมคงได้เข้ามาตอนเย็น
 

พียกมือไหว้เธอและก้าวออกมา

 

เธอวางนามบัตรไว้บนโต๊ะข้างเตียงผู้ป่วย

 

‘คุณนี่ช่างประหลาดนะขอรับ ผมไม่เคยเห็นใครที่ทำแบบคุณมาก่อน การยืดอายุขัยของผู้อื่นไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้ แต่ไม่มีใครเขาทำกัน เพราะอายุขัยที่เพิ่มให้นั้นก็คืออายุขัยของคุณเอง’
 

‘เธอกับผมมีกรรมร่วมกันอย่างที่ผมได้บอกไปแล้ว และด้วยผลบุญของเธอ ผมเชื่อว่าช่วงเวลาที่เธอกำลังรอคอยจะเป็นสิ่งสวยงามสุดท้ายในชีวิตของเธอ เป็นกรรมที่ถ้าเธอตัดได้ เธอจะสามารถหลุดพ้นได้อีกขั้น เรื่องดีๆเช่นนี้ผมจึงยอมแลกเวลาของผมให้เธอได้’
 

‘ขอรับ ผมไม่อาจหยั่งรู้ในสิ่งท่านรู้ได้ ผมต้องขออภัยท่านด้วย’ เขาเอ๋ยขอโทษพร้อมโค้งคำนับระดับเอว

 

‘ไม่ได้ๆ มันไม่ใช่ความผิดของท่านเลย ทุกคนมีกรรมเป็นของตน เมื่อไหร่ที่ท่านหลุดพ้นท่านก็ย่อมจะรับรู้ได้เอง ผมขออำนวยพร’

 

ชายหนุ่มเดินออกจากห้องด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม


 


 


 


 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น