คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #5 : ตอนที่ 4
ตอนที่ 4
หนิงฮวายืนมองภาพของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาภายในตำหนักอันแสนจะเงียบเหงา ที่มีเพียงนางและเสี่ยวหนานอาศัยกันอยู่เพียงสองคน ชนวนเหตุของความเปล่าเปลี่ยวทั้งหมดนี้ นางได้ฟังมาจากเสี่ยวหนานจนหมดสิ้นแล้ว ความจริงทั้งหมดที่อยู่ภายใต้ใบหน้าสวยหวานอันแสนเศร้านี้
“ทำไมกันนะ ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของข้า แต่ทำไม...ข้าถึงได้รู้สึกเจ็บปวดเช่นนี้”
นางมองเข้าไปนัยน์ตาของหนิงฮวาราวกับต้องการหาคำตอบจากผู้ที่ไม่มีทางตอบนางได้ ความรู้สึกที่ต้องการตามหาความจริงทั้งหมดและทำให้มันกระจ่างแจ้งเปี่ยมล้นอยู่ในอก
‘ได้โปรด ช่วยข้าด้วย’
“!!!” ดวงตาเบิกโพล่งด้วยความตกใจ
มือเรียวยกขึ้นขยี้ดวงตาทั้งสองข้างแล้วเพ่งมองสิ่งที่เห็นในกระจกอีกครั้ง เมื่อครู่หากนางไม่ได้ตาฝาดไป ราวกับนางเห็นหนิงฮวาตัวจริงกำลังร้องไห้และอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากนาง!
“นะ...นี่มันอะไรกัน...”
เกิดอาการตกใจเมื่อสัมผัสที่ใบหน้าแล้วพบว่ามีหยาดน้ำตากำลังรินไหล ทั้งที่ตัวนางไม่ได้อยากร้องไห้เลยแม้แต่น้อย เช่นนี้ก็หมายความว่า...
หนิงฮวาตัวจริงอย่างนั้นสินะ
หนิงฮวาตัวจริงกำลัง...ร่ำร้องอยู่ภายใน และอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากนางอยู่!
‘หนึ่งปีก่อน พระชายาถูกกล่าวหาว่าคบชู้กับองครักษ์เยว่เทียน องค์รักษ์ที่คอยดูแลรับใช้องค์รัชทายาทเพคะ’
พลันคำบอกเล่าของเสี่ยวหนานก็กลับเข้ามาในความคิด เพียงผู้เดียวที่รู้เรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับหนิงฮวาก็คือนางผู้นี้
‘ในคืนหนึ่ง ตอนที่พระชายาไปตามสถานที่ที่นัดหมายกับองครักษ์เยว่เทียนเอาไว้ องค์รัชทายาทกับพระสนมก็ตามมาพบเข้า และได้เห็นตอนพระชากำลังกอดกับองครักษ์เข้าพอดีเพคะ’
‘ดะ...เดี๋ยวสิ ตกลงหนิงฮวา เอ่อ...ข้าหมายถึงข้าคบชู้จริงๆ งั้นหรือ?!’
‘ปะ...เปล่านะเพคะ พระชายากับองครักษ์ไม่ได้คบชู้กัน จริงๆ แล้วพระชายากับองครักษ์เยว่เทียนทรงเป็น...พี่น้องกันเพคะ’
นั่นคือเรื่องราวที่ได้ฟังมา หลังจากนั้นองครักษ์เยว่เทียนก็ถูกสั่งประหารชีวิต หนิงฮวาไม่ได้เห็นภาพสุดท้ายในชีวิตของพี่ชายต่างมารดาผู้นั้น เพราะในวันที่เขาถูกประหาร นางถูกจับขังไว้ในตำหนักแห่งนี้ไม่ให้ออกไปเห็นเดือนเห็นตะวันตามคำสั่งของฮองเฮา
จนเวลาผ่านไปหลายวัน นางได้รับการปล่อยตัวแต่ก็พบว่าองค์รักษ์เยว่เทียนได้ตายไปแล้วด้วยฝีมือขององค์รัชทายาทเจียวลู่ที่โกรธหนักต่อการหักหลังในครั้งนี้
ตั้งแต่นั้นมา...หนิงฮวาก็ปฏิบัติตัวกับเขาอย่างเย็นชาและไม่เคยยิ้มให้เขาอีกเลย นานวันไป...ตำหนักท้ายวังแห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่ที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ มีเพียงนางและเสียวหนานอาศัยอยู่กันแค่สองคนเท่านั้น
“ถ้าเจ้าอยากให้ข้าช่วย เจ้าต้องบอกข้าว่ามีเหตุผลอะไรทำไมเจ้าถึงไม่บอกความจริงองค์รัชทายาทไปเรื่องที่องครักษ์เยว่เทียนไม่ใช่ชายชู้แต่เป็นพี่ชายของเจ้า”
นางพูดใส่กระจกด้วยหวังว่าหนิงฮวาตัวจริงจะได้ยินและรับฟัง เท่าที่ฟังเรื่องราวทั้งหมด นางคิดได้เพียงว่าสองพี่น้องนี้ต้องกำลังวางแผนทำอะไรบางอย่างอยู่เป็นแน่
ก๊อกก๊อกก๊อก
“พระชายาเพคะ หม่อมฉันเตรียมสำรับให้พร้อมแล้วนะเพคะ”
เสียวหนานเคาะประตูห้องเรียก ทั้งที่นางกำนัลในวังคนอื่นๆ ได้แต่งตัวดีด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สะอาดสะอ้าน ทว่าทำไมเสี่ยวหนานจึงใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ราวกับสาวชาวบ้านธรรมดาเยี่ยงนี้
“รู้แล้ว เดี๋ยวข้าออกไป” นางตอบรับ
พลันนึกถึงคำพูดสุดท้ายที่คุยกับเสี่ยวหนานเอาไว้...
‘เหตุใดข้าจึงไม่บอกความจริงแก่องค์รัชทายาทเรื่องที่องครักษ์เยว่เทียนคือพี่ชายต่างมารดาล่ะ’
‘หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ พระชายาไม่ได้บอกกับหม่อมฉันเอาไว้ พระชายาทรงบอกแค่ว่าหากหมาอมฉันรู้มากไปจะนำภัยมาสู่ตัวเพคะ’
‘แล้วตำหนักขององค์หญิงฮุ่ยเหมยล่ะ ข้าไปทำอะไรที่นั่น’
‘พระชายาบอกว่ามีบางสิ่งที่ต้องตามหาเพคะ บางสิ่งที่...องครักษ์เยว่เทียนทำหล่นเอาไว้ที่ตำหนักขององค์หญิงฮุ่ยเหมยในคืนวันที่ถูกองค์รัชทายาทจับได้และคิดว่าคบชู้เพคะ แต่สิ่งนั้นตืออะไร หม่อมฉันก็ไม่ทราบ'
หนิงฮวาขมวดคิ้วเม้มริมฝีปากแน่นด้วยคิดไตร่ตรองบางอย่างในหัว บางสิ่งที่องครักษ์เยว่เทียนทำหล่นเอาไว้ในคืนนั้นอย่างนั้นหรือ เช่นนี้ก็แปลว่าในคืนนั้น ก่อนที่เขาจะมาหาหนิงฮวาในสถานที่ที่นัดพบกันไว้ เขาแวะไปที่ตำหนักของฮุ่ยเหมยมาก่อนอย่างนั้นใช่หรือไม่?
“แล้วทำไมองครักษ์ของพี่ชาย ถึงได้แวะไปที่ตำหนักของน้องสาวในยามวิกาลเช่นนั้นกันล่ะ”
นางลูบคางอย่างใช้ความคิด พลางนึกย้อนไปถึงสีหน้าและแววตาของฮุ่ยเหมยที่มองหนิงฮวาอย่างโกรธเกลียด หาใช่แววตาของคนที่แค่หมั่นไส้และอยากรังแกให้สนุกไม่
หากแต่มันคือสายตาของผู้ที่...เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ
เพราะเหตุใดกันเล่า หนิงฮวากระทำความผิดอันใดไว้ต่อองค์หญิงฮุ่ยเหมย จึงได้ถูกนางโกรธแค้นชิงชังและรังแกอย่างโหดร้ายทารุณเช่นนี้
ก๊อกก๊อกก๊อก
“พระชายาเพคะ”
“รู้แล้วๆ ข้ากำลังจะออกไป” นางขานรับอีกรอบ
อย่างไรก็แล้วแต่ สิ่งเดียวที่วิญญาณของโรซี่มั่นใจในตอนนี้คือการที่วิญญาณของนางถูกดึงเข้ามาในร่างนี้คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นลิขิตจากสวรรค์
ถ้าเป็นอย่างในซีรี่ย์ที่นางเคยดู เหตุการณ์เหล่านี้จะต้องมีตัวแปรและข้อตกลงของมัน การที่นางจะได้กลับไปยุคของตนเองนั้น อาจเป็นไปได้ว่านางต้องไขปริศนาทั้งหมดที่หนิงฮวาตัวจริงทิ้งเอาไว้!
สิ่งที่นางกับองครักษ์เยว่เทียนกำลังแอบทำอย่างลับๆ ...
ในคืนนั้น...นางกับองครักษ์เยว่เทียนได้คุยอะไรกันไปบ้างก่อนจะถูกองค์รัชทายาทจับได้
และ...อะไรคือสิ่งที่องครักษ์เยว่เทียนเหลือทิ้งเอาไว้
หากนางสามารถคลี่คลายปริศนาทุกอย่างได้ และกู้ชื่อเสียงของหนิงฮวากลับคืนมา ชีวิตอันปกติสุขในยุคที่แสนสบายของนางคือรางวัล!
“เอ่อ...ต้องขอประทานอภัยด้วยนะเพคะ แต่ทางโรงครัวให้วัตถุดิบหม่อมฉันมาแค่นี้เพคะ”
เสี่ยวหนานเอ่ยเสียงเบา หนิงฮวามองไปยังสำรับที่มีเพียงไม่กี่อย่าง และเน้นหนักไปทางผักเพื่อสุขภาพเสียมากกว่าก่อนจะแสยะยิ้ม
“ที่ผ่านมาคงได้กินแต่อะไรแบบนี้ล่ะสินะ แล้วของเจ้าล่ะ?”
“หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ พระชายาเสวยให้อิ่มก่อนเถิด”
“อย่าบอกนะว่าเจ้าต้องรอกินของเหลือจากข้า?”
นางถามด้วยน้ำเสียงตกใจ เสี่ยวหนานไม่ตอบ หากแต่การไม่ตอบนั่นเป็นคำตอบที่เพียงพอแล้ว ลำพังอาหารที่มีอยู่ตรงหน้าก็น้อยนิดราวกับเศษเหลือ ยังจะต้องให้นางมากินของเหลืออีกอย่างนั้นหรือ?
แบบนี้จะเอาแรงที่ไหนไปสู้รบปรบมือกับพวกคนในวังกันเล่า
“ตามข้ามา”
หนิงฮวาถือถาดอาหารขึ้นแล้วเดินออกจากตำหนักไป เสี่ยวหนานตกใจ รีบลุกขึ้นวิ่งตามพระชายาของตนไปติดๆ
“พระชายาจะไปไหนหรือเพคะ”
“โรงครัวไปทางไหน”
“เพคะ?”
“ข้าถามว่าโรงครัวไปทางไหน?”
นางเน้นย้ำทีละคำ เสี่ยวหนานส่ายหน้า นางไม่อยากให้พระชายาหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตน ด้วยรู้ดีว่าผู้ที่สั่งให้นางกำนัลทุกคนกระทำต่อพระชายาเช่นนี้คือคำสั่งของผู้ใด
“ตอบมา”
“ทะ...ทางนั้นเพคะ”
นิ้วมือเรียวยกชี้ไปทางโรงครัว ซึ่งสภาพยังดูดีกว่าตำหนักที่ให้หนิงฮวาและเสี่ยวหนานอาศัยอยู่หลายเท่านัก ซ้ำยังอยู่ใกล้ตัววังหลวงมากกว่าอีกด้วย
“เจ้าจะกลับไปรอที่ตำหนักหรือจะตามข้ามาก็ได้นะ”
นางหันไปบอกเสียวหนานพลางเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยอารมณ์คุกรุ่นที่ใกล้ถึงจุดเดือด ร่างบอบบางดูขี้โรคเดินก้าวยาวๆ ไม่สมกับเป็นสตรีไปที่โรงครัว ภายในมีนางกำนัลกำลังเร่งเตรียมสำรับทั้งคาวหวานอยู่หลายอย่าง ไม่มีใครทันได้สังเกตเห็นหนิงฮวาที่เดินเข้ามายืนอยู่ใจกลางโรงครัวเป็นที่เรียบร้อย
“พระชายา พระชายาจะทรงทำอะไรหรือเพคะ” เสี่ยวหนานกังวล
“ก็ทำแบบนี้ไง”
โครม!!!
ถาดอาหารถูกเขวี้ยงลงไปกลางวงจนบ่าวรับใช้พากันแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง ทุกสายตาหันมองผู้กระทำอย่างหนิงฮวาด้วยความตกใจ นางเสยผมหน้าม้าที่ยาวปรกลงมาขึ้นก่อนจะตวัดสายตาดุดันมองนางกำนัลในโรงครัวที่ละคน
“นี่คืออาหารสำหรับพระชายาอย่างนั้นหรือ”
นางถามเสียงลอดไรฟัน นางกำนัลไม่มีใครกล้าตอบด้วยเกรงกลัวต่อบารมีของพระชายา หากแต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังเช่นกัน
“เสี่ยวหนาน ไปเอาไก่นั่นมา ข้าจะกินไก่นั้นทั้งตัว อ้อ เอาขนมนั่นมาด้วย”
“มะ...ไม่ได้นะเพคะ นี่เป็นของพระสนม...”
หมับ!
ด้วยความเร็วกว่าเสียง หนิงฮวาพุ่งเข้าไปแล้วใช้มือข้างหนึ่งบีบเข้าที่แก้มของนางกำนัลที่กำลังจะเอ่ยปากห้ามเอาไว้จนอีกฝ่ายหวาดกลัวตัวสั่น
“ข้าบอกว่า...ข้าจะกิน ใครจะทำไม!”
ไม่รู้หรอกว่าหนิงฮวาตัวจริงก่อนหน้านี้เป็นคนแบบไหน ทำไมทุกคนถึงรุมรังแกนางได้อย่างไม่เกรงกลัวทั้งที่นางคือพระชายาขององค์รัชทายาทเจียวลู่ แต่หลังจากนี้จะไม่มีอีกต่อไปแล้ว...
โรซี่จะทวงคืนอำนาจและบารมีทุกอย่างของหนิงฮวากลับมาเอง!
พูดคุยท้ายตอนกับอีช้อยเองเจ้าค่ะ
จบตอนที่ 4 แล้วเจ้าค่ะ เริ่มเปิดปมออกมาทีละนิดๆ แล้ว เหตุผลที่ทำไมองค์ชายเจียวลู่ถึงได้บึ้งตึงใส่หนิงฮวานัก ที่แท้ก็เป็นเพราะเข้าใจผิดคิดว่านางคบชู้กับองครักษ์ของตน บวกกับตัวหนิงฮวาเองที่โกรธเมื่อพี่ชายถูกฆ่าด้วยฝีมือของพระสวามีจึงทำให้นางเย็นชาต่อเขา ความรักของทั้งคู่จึงหมดลง (หมดจริงรึเปล่านะ) ไหนจะ ‘บางอย่าง’ ที่หนิงฮวาและเยว่เทียนกำลังทำอยู่ มาร่วมลุ้นเอาใจช่วยโรซี่ให้ไขปมปริศนาทั้งหมดเพื่อทวงคืนทุกสิ่งของหนิงฮวาคืนมาและส่งตัวเองกลับยุคเดิมกันนะเจ้าคะ!
คอมเมนต์ขอกำลังใจให้ช้อยบ้างนะเจ้าคะ กราบรอบทิศ...
ความคิดเห็น