Fic Final Fantasy XV || BL NL

ตอนที่ 3 : Mission [Promp x Noct] [Gladdy x Iggy] III

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 790
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    10 ม.ค. 60


“ทานล่ะนะคร้าบ อ้าม” พรอมโต้เอามือประกบกัน ก่อนจะยัดขนมปังทาแยมเข้าปาก ใบหน้าดูเปี่ยมสุขเต็มที ถึงจะพูดว่าขนมปังทาแยมก็เถอะ แต่ในสายตาของน็อคติสแล้วมันดูเหมือนก้อนแป้งที่ป้ายแยมก้นขวดมากกว่า

“เจ้าของร้านคนนั้นก็ดูใจดีนะ” กลาดิโอบอก ขณะกินขนมปังในส่วนของตัวเอง “ไม่ใช่ว่าร้านขายยาทุกร้านจะแจกขนมปังให้กับลูกค้าทุกคนใช่ไหมล่ะ”

“นายจะบอกว่าทุกคนที่ให้ของกินฟรีเป็นคนดีไม่ได้หรอก มันก็มีอยู่หลายคนไม่ใช่เหรอ ที่ สิ่งนี้เหลือก้นถุงแล้วไม่ยอมเอามากินเองน่ะ” อิกนิสชูแผ่นขนมปังที่เขาไม่สามารถเรียกได้อย่างเต็มปากว่ามันคือแผ่นขนมปัง “แล้วก็แยมนั่นอีก ฉันรู้จักอยู่คนหนึ่งที่ชอบเก็บแยมก้นขวดไว้ในตู้เย็นแล้วไม่ยอมทิ้ง”

“ใคร” กลาดิโอถาม

“นายไง” อิกนิสตอบแทบจะทันที

“เห็นด้วยกับอิกนิส” น็อคติสตบท้าย พวกเขาแบ่งเป็นสองฝ่ายคือฝ่ายที่หิวจนไม่สนว่าตัวเองกินอะไรเข้าไป กับฝ่ายที่ห่วงลำไส้ตัวเอง

ตอนนี้พวกน็อคติสยังอยู่กันที่เมือง หลังจากที่พวกเขาตกลงกันแล้วว่าจะออกไปล่าตัวเลิฟเฟอร์ตอนหกโมงเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่เจ้าของร้านขายยาแนะนำ พรอมโต้ดูจะไม่มีแรงทำอะไรทั้งสิ้น และกลาดิโอก็ดูเหมือนจะกินได้ทุกสิ่งทุกอย่าง จนกระทั่งมีลูกจ้างจากร้านขายยาคนหนึ่งเดินตามพวกเขาออกมาพร้อมกับของว่างรองท้องสำหรับผู้กล้าทั้งสี่

มันเหมือนยาชุบชีวิตชั้นดีสำหรับพรอมโต้ แล้วก็เป็นยาชั้นเลวที่ทำให้เขามีแรงพูดแบบไม่หยุดหย่อน แถมยังมีแรงจับกล้องถ่ายรูปกลาดิโอกำลังกิน และรูปอิกนิสที่ใช้นิ้วคีบแผ่นแป้งปริศนาขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่ไว้ใจ

หลังจากกินเสร็จ น็อคติสและคณะเดิ่นทางของเขาใช้เวลาที่เหลืออยู่ไปกับการเตรียมของ มีถุงใบใหญ่พิเศษไว้สำหรับใส่เนื้อของตัวเลิฟเฟอร์โดยเฉพาะ ของสำหรับตั้งแคมป์ ชุดปฐมพยาบาลนิดหน่อย และพรอมโต้ยังแอบห่อขนมปังที่เหลือจากอิกนิสและน็อคติสเอาไว้กินระหว่างทางด้วย

ตอนที่พวกเขาออกจากเมือง ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว ทุกคนเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าอิกนิสจะต้องเป็นคนขับรถ ซึ่งเขาก็ขับเป็นประจำอยู่แล้ว  โดยมีพรอมโต้นั่งข้างคนขับ ทำหน้าที่เป็นเหมือนดีเจประจำรถ ทั้งร้องเพลงและชวนคุย บางครั้งก็ยกกล้องขึ้นมาส่องโดยลืมไปว่าไม่มีแสงไว้สำหรับถ่ายรูปนอกจากจะกดชัตเตอร์ แต่อิกนิสห้ามไม่ให้ทำแบบนั้นบนรถ ส่วนน็อคติสกับกลาดิโอนั่งข้างหลัง คอยดูแลข้าวของที่ใช้สำหรับการตั้งแคมป์

“มันอยู่ไกลแค่ไหน” น็อคติสถาม พลางเงยหน้ามองฟ้า สีหม่นๆ ของก้อนเมฆที่กระจายตัวอยู่ทั่ว กับลมเย็นๆ ที่สัมผัสได้เฉพาะบนรถเปิดประทุนทำให้เขาอยากจะงีบหลับสักสิบนาที

“ไมล์กว่าๆ จะว่าไกลก็ไกล ถ้าอิกกี้ยังขับช้าเป็นเต่าอยู่แบบนี้” กลาดิโอออกความเห็น เรียกสายตาของอิกนิสให้หันมามองแวบหนึ่ง

“มันมืดแล้ว ฉันไม่อยากขับเร็ว”

“งั้นก็เปลี่ยนให้ฉันไปขับสิ” พรอมโต้เสนอตัว แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครเห็นด้วย

“ฉันว่าช้าๆ แบบนี้ก็ดีแล้ว” น็อคติสเอนหลังพิงเบาะในท่าทางสบายๆ เขาชอบให้อิกนิสขับรถมากกว่า เหตุผลหนึ่งที่เขาไม่ยอมบอกใครคือเขาชอบกลิ่นน้ำหอมของอิกนิสเวลามันโชยมาตามลม

กลาดิโอเปลี่ยนจากท่านั่งมาเป็นนอนบ้าง แต่เขาตัวใหญ่เกินไป เอนหลังได้แค่นิดเดียว ขาก็ติดกับเบาะพรอมโตที่นั่งข้างหน้าแล้ว

“เฮ้” พรอมโต้สะดุ้งจนกล้องเกือบจะหลุดมือตอนที่ขากลาดิโอกระแทกมา

“โทษที ก็รถข้างหลังมันแคบนี่หว่า”

“นายต้องขอโทษกล้องฉันด้วย ไม่อย่างนั้นมันจะแก้แค้นนายด้วยการถ่ายท่าทุเรศๆ มาแน่” พรอมโต้ยื่นกล้องมาขู่ และกลาดิโอก็บอกขอโทษมันไปทีหนึ่ง

สุดท้ายแล้วน็อคติสก็ถูกบอกให้ขยับชิดประตูไปอีกเพื่อให้กลาดิโอนอนเอนหลังลงกับเบาะได้ทั้งตัว ขาที่ยืดยาวของเขาพาดไว้กับประตูรถอีกฝั่งหนึ่ง และศีรษะก็หนุนกระเป๋าสัมภาระเอาไว้ จะว่าเป็นท่านอนที่สบายที่สุดก็ว่าได้ ถ้าไม่ติดที่มันกลับไปสร้างความลำบากให้ใครอีกคน

“ลืมอะไรไปรึเปล่า นี่ฉันเป็นเจ้าชายนะ” น็อคติสพูดขำๆ เมื่อเขาถูกเบียดติดประตู ชนิดที่ว่าถ้ามันไม่ได้ล็อคเอาไว้ ตัวน็อคติสก็คงหลุดเบาะออกไปแล้ว

“พูดเป็นเล่น บนรถคันนี้ อิกกี้ต่างหากที่เป็นราชา” กลาดิโอมองคนขับรถ

“งั้นราชาอิกกี้คงไม่อยากเห็นเท้าของคนอื่นมาพาดบนกำแพงวังของเขาแน่” น็อคติสชี้ขาของกลาดิโอให้อิกนิสดู

อิกนิสหันมามองแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปพูดกับพรอมโต้ “พรอมพ์ ฝากนายถ่ายรูปสองคนข้างหลังที ฉันอยากเก็บไว้ดูเล่นเวลาเบื่อๆ”

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าราชาอิกกี้ชอบมัน

 

อิกนิสใช้เวลาสามสิบนาทีในการขับรถมายังจุดที่ใกล้ที่สุด ที่เจ้าของร้านขายยาวงกลมไว้ให้บนแผนที่ เพราะต่อจากนี้พวกเขาจะต้องเดินออกจากเส้นทางหลักและขึ้นเนินลัดเข้าไปในป่า ค่ำคืนนี้โชคไม่เข้าข้างพวกน็อคติสเท่าไรเพราะเป็นคืนเดือนมืด นอกจากไฟหน้ารถเปิดประทุนคันงามแล้วก็ไม่มีแสงสว่างจากที่ไหนอีก

อิกนิสเดินติดไฟฉายให้กับทุกคน หลังจากที่เขาเช็คว่ามันใช้การได้ ส่วนกลาดิโอก็ทำหน้าที่แบกสำภาระสำหรับการล่าตัวเลิฟเฟอร์ น็อคติสเตรียมยารักษาต่างๆ ในขณะที่พรอมโต้ยืนเป็นกำลังใจ

“น็อคโตะคิดว่า ทำไมพวกเขาถึงตั้งชื่อแพะว่าตัวเลิฟเฟอร์ล่ะ” พรอมโต้ถาม พลางใช้กล้องถ่ายรูปที่เปิดโหมดอินฟาเรตส่องเข้าไปในป่าทึบ

“ฉันก็ไม่รู้ มันอาจจะน่ารักมั้ง” น็อคติสเปิดไฟฉายที่หน้าอกและส่องเข้าไปในป่าบ้าง ทำให้กล้องอินฟาเรตของพรอมโต้สว่างจ้า และต้องปรับโฟกัสใหม่อีกสักพัก

“ถ้างั้นมันก็น่าจะชื่อว่าตัว เลิฟลี่สิ” กลาดิโอเสนอความเห็น “หรือไม่ก็ ตัว เลิฟ มันนี่ชื่อนี้เข้าท่ากว่าแฮะ”

อิกนิสเอามือโบกให้กับมุกตลกของเพื่อนๆ ราวกับจะพัดมันไปไกลๆ หู ก่อนจะเดินไปดับรถ แล้วแสงไฟดวงใหญ่ก็วูบหายไปทันที

“เลิกเล่นได้แล้ว อย่าลืมสิว่าเรามาทำอะไรกัน” อิกนิสเตือนทุกคนด้วยน้ำเสียงจริงจัง บางทีเขาอาจลืมไปว่ามีเพื่อนเขามากกว่าหนึ่งคนที่ไม่ได้จริงจังเท่าไร

“ใช่ เรามาอุ้มแพะ” กลาดิโอตอบ แล้วพรอมโต้ก็พูดต่อ

“แล้วเอาแพะไปแลกล็อบสเตอร์!

“ไนซ์! พรอมโต้” จากนั้นทั้งสองก็แตะมือกัน

อิกนิสกุมขมับอยู่ที่มุมมุมหนึ่งที่แสงส่องไปไม่ถึง น่าเสียดายที่น็อคติสบอกให้พรอมโต้ถ่ายไว้ไม่ทัน

“ไม่เห็นต้องซีเรียสขนาดนั้นเลยไม่ใช่เหรอ” น็อคติสเดินตีคู่ไปกับราชเลขาของเขา ในขณะที่กลาดิโอและพรอมโต้เดินนำเข้าไปในป่าตามแผนที่ที่เขาคิดว่าหมอนั่นอาจจะถือกลับหัว “ฉันคิดว่า เอ่อ ไม่มีอะไรต้องห่วงล่ะมั้ง”

การเดินเท้าไม่เป็นปัญหาเลยสำหรับนักเดินทางทั้งสี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลาดิโอที่ดูจะชอบด้วยซ้ำไป เขาเลือกที่จะใช้ร่างกายอันใหญ่โตและท่อนขาที่พอๆ กับท่อนซุงเขี่ยพุ่มไม้ที่ขวางทางให้ลงไปนอนอยู่ใต้เท้า และดาหน้าต่อไปเรื่อยๆ ราวกับรถบดถนน

ไม่ไกลจากรถที่พวกเขาจอดไว้ อิกนิสสังเกตเห็นเชิงผาที่ยื่นออกมาจากป่า เป็นหินที่แข็งแรง และหน้าตัดกว้าง เหมาะสำหรับการตั้งแคมป์ถ้าคืนนี้พวกเขาไม่คิดจะกลับกัน

“ใครถือแผนที่อยู่ บอกทีว่าใกล้ถึงรึยัง” น็อคติสถามขึ้นหลังจากที่เดินอยู่ป่ามาสักพักหนึ่ง ตอนนี้พวกเขาทั้งสี่ที่ติดไฟคนละดวงไว้ตรงหน้าอกกลายเป็นหิ่งห้อยสี่ตัวที่บินอยู่กลางป่า มันเป็นจุดดึงดูดไม่น้อยเลยไม่ว่าจะสัตว์ป่าหรือปีศาจ โดยเฉพาะปีศาจตัวใหญ่ยักษ์ที่อาจตื่นเพราะมีแสงไปแยงตามัน

“ฉันเอง” พรอมโต้ชูแผนที่ขึ้น อันที่จริงเขาควรก้มลงไปดูมันมากกว่า “เอ่อ ฉันคิดว่าอีกประมาณร้อยฟุตนะ อ่าหะ ร้อยฟุต เข้าเขตรังของตัวเลิฟเฟอร์พอดี”

“ว่าไงนะ!” กลาดิโอที่เดินนำหน้าสะดุ้ง “ทำไมนายไม่บอกฉันตอนที่ตัวบ้านั่นออกมาล้อมเราไว้หมดแล้วล่ะ ฮึ!

ว่าแล้วเขาก็เปลี่ยนดาบมาไว้ในมือแทนห่อขนมปังป้ายแยม

“ก็แหม ฉันนึกว่านายจะเตรียมตัวตลอดเวลาซะอีก” พรอมโต้ม้วนแผนที่ก่อนจะสอดมันไว้ตรงเข็มขัด แต่เขากลับเปลี่ยนมาถือกล้องแทนที่จะเป็นอาวุธ

“ถ้านายเรียกนี่ว่าการเตรียมตัวล่ะก็นะ” น็อคติสเอามือดันกล้องของเพื่อนลง เป็นเชิงว่าให้พรอมโต้เก็บมันไปซะ

“เถอะน่า น็อคโตะ ตานายคงไม่ได้คิดฟิลเตอร์อินฟาเรตใช่ไหมล่ะเพื่อน” พรอมโต้ปรับกล้องให้เป็นโหมดอินฟาเรตแล้วเอาขึ้นส่อง “ไหนขอดูหน่อยซิ เลิฟเฟอร์ที่รัก”

น็อคติสพ่นลมหายใจออกมาทีหนึ่ง เขาไม่ได้ว่าอะไรต่อ

ถ้าจะมีใครในบรรดาเพื่อนทั้งสามคนของพรอมโต้ที่สนิทกับเจ้าตัวที่สุด เห็นทีจะเป็นเจ้าชายน็อคติส ถึงแม้ว่าการเดินทางครั้งนี้ พรอมโต้จะไม่ได้มาด้วยในฐานะผู้คุ้มกันหรือเลขาประจำตัวของเจ้าชายอย่างกลาดิโอกับอิกนิส ที่ต่างก็มีภาระหน้าที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ลูซิสทั้งสิ้น แต่พรอมโต้ก็ติดตามมาด้วยในฐานะเพื่อนวัยเรียนของน็อคโตะด้วยความเต็มใจที่สุด

และที่ซึ่งต่างคนต่างเข้าใจนิสัยกันมาตั้งแต่เด็กๆ คนที่เข้าใจในการกระทำแปลกๆ ของพรอมโต้ที่สุด ก็คือน็อคติสนั่นเอง ถึงแม้ว่าการกระทำแปลกๆ ที่ว่าจะรวมไปถึงการที่อยู่ดีๆ ก็โห่ร้อง และกระโจนเข้าใส่ฝูงนกก็ตาม

“เห็นอะไรไหม” น็อคติสถาม หลังจากที่ปล่อยให้พรอมโต้เล่นกล้องอยู่นาน

“ฉันว่าฉันเห็นพุ่มไม้นะ แล้วข้างๆ พุ่มไม้ก็มี...”

“มีอะไร”

“มีพุ่มไม้อีกพุ่มหนึ่ง”

คำตอบของพรอมโต้เรียกฝ่ามือหนักๆ จากกลาดิโอที่ฟาดไปบนหลังดังป้าบ จากนั้นกล้องอินฟาเรตก็ถูกส่งต่อไปยังมือของอิกนิส

“นี่มันคณะตลกรึไง” หนุ่มแว่นเอ็ดเบาๆ ก่อนจะยกกล้องขึ้นส่อง

ก็จริงอย่างที่พรอมโต้ว่า ทางข้างหน้าไม่มีอะไรนอกจากพุ่มไม้ และพุ่มไม้อีกพุ่มหนึ่ง อิกนิสยังจำรูปวาดที่ติดอยู่บนใบปลิวภารกิจได้ดี ตัวเลิฟเฟอร์เป็นสัตว์ที่มีรูปร่างคล้ายแพะภูเขา ขาสั้น เขาชี้ขึ้นสูงและปลายม้วนมาบรรจบกันเหมือนรูปหัวใจ บางทีนี่อาจจะเป็นที่มาของชื่อมันก็ได้ แต่อิกนิสไม่แน่ใจว่าเขารูปหัวใจจะอยู่สูงเลยพุ่มไม้รึเปล่า

ทันใดนั้น ก็มีเสียงแหวกหญ้าดังขึ้นมาจากทางซ้าย คณะเดินทางทั้งสี่หันไปมองอย่างระมัดระวัง อิกนิสส่งกล้องให้พรอมโต้ที่กระโดดเหยงๆ ขอคืน และเปลี่ยนมาถือมีดไว้แทน ในตอนนั้นทุกคนก็ถืออาวุธของตัวเองไว้หมดแล้ว

“ระวังนะ น็อคโตะ” กลาดิโอบอก พลางเอาตัวเข้ามาบัง มันทำให้น็อคติสหัวเสียที่ต้องคอยหลบอยู่ข้างหลังตลอด ถึงแม้ว่าตัวเองจะถืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดในบรรดาพวกเขาก็ตาม

“ระวังนะ น็อคโตะ” แล้วพรอมโต้ก็พูดซ้ำขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้วมันเหมือนจะเป็นการหยอกล้อมากกว่า “อย่าลืมเก๊กท่าหล่อๆ เวลานายยืนคู่กับแพะด้วยล่ะ”

“ได้เลย” และน็อคติสก็เล่นด้วย

อิกนิสดันแว่นอยู่ในมุมมืดก่อนจะส่งเสียงดุ “ให้ตายเถอะ จริงจังกันหน่อย จริงจังเพื่อล็อบสเตอร์ของนายเองด้วยพรอมพ์”

พรอมโต้ชูนิ้วโป้งให้สองนิ้ว

เมื่อประโยคสนทนาจบลง ความเงียบก็เข้ามาแทนที่ เสียงแหวกหญ้าและเสียงเหยียบกิ่งไม้ทางด้านซ้ายยังดังเข้ามาเรื่อยๆ ฟังแล้วน่าจะมีกันประมาณสองสามตัว กลาดิโอกัดฟันจนเกือบจะเป็นการแยกเขี้ยว เขาอยากจะลงดาบเต็มแก่ เชื่อเลยว่าต้องมีตัวเลิฟเฟอร์ตายเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่กลาดิโอเหวี่ยงแขนออกไป

“ระวังนะ น็อคโตะ” อิกนิสพูดขึ้นเป็นคนสุดท้าย

มันทำให้ฉนวนอารมณ์ของน็อคติสขาดผึง แล้วเจ้าชายที่ควรจะหลบอยู่ข้างหลังอย่างปลอดภัยก็กระโจนเข้าไปในพุ่มไม้พุ่มหนึ่ง ก่อนที่ตัวเลิฟเฟอร์จะกระโจนขึ้นมาจากพุ่มไม้อีกพุ่มหนึ่งด้วยความตกใจ


---------------------

เหมือนจะลืมเรื่องสำคัญไป สำหรับนักอ่านท่านไหนที่สะดวกจะติดตามเราผ่านทางเฟสบุ๊ค ชนิดที่ว่า อัพปุ๊บ โพสต์ปั๊บ หรือต้องการสอบถาม เฮ้ย เมื่อไรเจ้าพวกนี้จะได้กัน! หรือเม้ามอยตามประสาคนติ่งผู้ ขอเชิญที่ Facebook Fanpage ของเราที่ด้านล่างนี้เลยจ้ะ

> ESC MAN <

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

455 ความคิดเห็น

  1. #432 l3oss_it (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 19:31
    นี้มันคือคณะตลกออนทัวสินะ
    #432
    0
  2. #364 BlackBlueEyes (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 12:25
    น็อคติส ดิฉันเพิ่งรู้ว่าคุณชอบกลิ่นน้ำหอมของอิกนิสนะ กลาดิโออย่าหึงนะ 555555

    ระวังตัวด้วยล่ะ น็อคติส (ท่ดๆ)
    #364
    0
  3. วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 00:19
    เขียนได้น่ารักมาก แงงงง ลูกชายเล่นกับพ่อคิ้วววคิ้วท์///////////////////
    ขอบคุณมากค่า♪
    #160
    0
  4. #150 zeaheer (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 21:42
    ชั้นขอเเช่งให้นายท้องเสียงนะพรอมพ์ ๕๕๕๕๕๕๕ ความหิวของนายนี่มันไร้สิ่งใดจะมาทานทนจริงๆเลย !! 

    กลิ่นน้ำหอมของขุ่นเเม่นั้นชื่นใจ มากมั้ยเพคะองค์ชาย--- หม่อมฉันอยากถามจังว่าขุ่นพ่อได้กลิ่นบ้างมั้ยค---#โดนฆ่า--

    ราชาอิกกี้ ฮรือ แหม่มแม่ต้องเป็นราชินีสิคะ ///7// วรั๊ยยย #ไม่ใช่

    ชอบโมเม้นต์ที่ทุกคนพร้อมใจกันจะปกป้องเจ้าชายมากเพคะ (....) อยากยื่นไมค์สัมภาษณ์เจ้าชายผู้ถูกปกป้องจังเลยเพคะ (?) ฮิ้ววววว ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕  มีทั้งขุ่นเเม่ ขุ่นพ่อ เเละคุณแฟนปกป้องเลยนะคะ แฮร่ #ทีมอวยเจ้าชายมาก--
    #150
    0
  5. #63 Hikari Yuu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 17:19
    อยากจะถามไรท์ว่าท่านไปเอามุขเหล่านี้มาจากไหนกัน ฮาๆทั้งนั้น
    จากคณะเจ้าชายยาจก(?)กลายเป็นตลกคาเฟ่ไปซะแล้ว//หลบมีดดาบและกระสุน

    #63
    0
  6. #22 ต้า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 10:01
    รอออออ
    #22
    0
  7. #21 ต้า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 10:01
    รอออออ
    #21
    0
  8. #20 _T_A_E_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 02:33
    น็อคเหมือนแมวเลยอ่ะฮือออออ/////
    #20
    0
  9. #19 Natmonzii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 01:08
    มุขของไรต์นี้ช่างสร้างสรรค์เสียจริง.....
    #19
    0
  10. #18 คนที่ผ่านมาแล้วผ่านไป (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 23:25
    มุกพุ่มไม้นี่... ลองเล่นกับเพื่อนบ้างจะโดนตบกลับมาไหมเนี้ย?

    เมื่อไรจะได้กัน ถ้าไรท์ไม่ทัก เรานี่เกือบลืมแหละ สมองหมดไปกับมุกพรอมหมด
    #18
    0
  11. #17 BlackViper (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 21:33
    ตอนต่อไปน็อคจะน็อคมั้ยเนี่ยเล่นโดดเข้าใส่แบบนั้น555
    #17
    0
  12. #16 คน ไร้ความรู้สึก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 21:25
    น็อคเอ่ยยยน็อค นี้หิวจนตบะเเตกเลยรึงายยยสยยย//นี้มันคณะตลกดีๆนี้เอง
    #16
    0
  13. #15 omsin1903 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 21:04
    ขำพรอมโต้มากค่ะ 55555 สู้ๆนะคะ ;;/////;; รอติดตามม
    #15
    0
  14. #13 MissAtherMiris (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 20:27
    ไม่รู้จะสงสารหรือว่าขำดี น็อคเอ่ยยยยย โดนบอกว่าให้ระวังแถมถูกดันไปข้างหลังตลอด ตกลงเป็นเจ้าชายหรือเจ้าหญิงกันแน่ 555555 ฟิวขาดเลย
    #13
    0