เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 9 : ทัณฑ์สวรรค์ [9]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,708
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    2 ส.ค. 59



-17-

                ที่นี่มันโลกของเหรียญทองชัดๆ ผมอยู่ที่สำนักภาวนายังไม่ถึงวันก็รู้สึกว่าที่นี่ใช้เงินกันได้วุ่นวายมาก ผมเองก็พึ่งรู้ว่าชาวสวรรค์เองก็ต้องกินดื่มขับถ่ายด้วยเหมือนกัน ข้าว 1 มื้อใช้เงิน 5 เหรียญเงิน เพิ่มน้ำอีกแก้วก็ใช้เงินอีก 1 เหรียญเงิน แม้แต่การเข้าห้องน้ำก็ต้องจ่ายอีก 3 เหรียญทองแดง แน่นอนว่าสภาพแวดล้อมและคุณภาพไม่มีอะไรให้พูดถึง ห้องน้ำที่นี่ยังดูดีกว่าหอพักของผมซะอีก น้ำล้างมือยังมีกลิ่นหอม ทั้งยังเป็นระบบอัตโนมัติเสียด้วย......ฮ่าฮ่า ตามคำอธิบายของคาลอส ทั้งหมดเกิดจากการใช้เวทมนตร์ทำขึ้น ในห้องน้ำแม้แต่กระจกกับอ่างน้ำก็ยังทำมาจากทอง

                สวรรค์ก็คือสวรรค์จริงๆ

                นอกจากนี้ การใช้เหรียญทองแดงที่นี่ถือเป็นอะไรที่น่าอายมาก ทั้งยังต้องเอาเงินเหล็กในกระเป๋าโยนทิ้งไป ไม่ใช่ว่าป้องกันคนอื่นดูถูกหรอก แต่มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะโดนทักว่านั่นมันเงินโบราณหรือเปล่า

                แน่นอนว่าต้องมีคนถามว่า ตอนไปห้องน้ำ ไม่ใช่ว่าต้องใช้เหรียญทองแดงหรือไง?

                พนักงานดูแลห้องน้ำคือวิญญาณตนหนึ่ง เหมือนจะหนีจากเผ่าวิญญาณมาทำงานที่นี่ เธอจะคอยล่องลอยอยู่หน้าประตูห้องน้ำ ผมโยนเหรียญเงินให้เธอหนึ่งเหรียญ เธอรับเงินไปจากนั้นก็ไม่ขยับอีก ดังนั้นผมเลยถามเธอว่า แล้วไหนตังทอนฉันล่ะ? วิญญาณน้อยมองผมราวกับเห็นสัตว์ประหลาด จากนั้นก็ล้วงกระเป๋าเงินออกมาคลำอยู่ครึ่งวันถึงค่อยหาเหรียญทองแดงมาได้ 6 เหรียญ จากนั้นก็หาเพิ่มไม่เจอจริงๆ เธอขออภัยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ถึงจะบอกว่า 3 เหรียญทองแดง แต่เอาจริงๆแล้วคนที่เข้าไปไม่มีใครเขาถามหาเงินทอนกันหรอก เจ้าก็รู้นี่ ที่ซีมาร์ เหรียญเงินเป็นหน่วยเงินที่ต่ำที่สุด”

                ที่แท้ นี่ๆเองที่เรียกว่าเงินทิป

 

                ผมไม่ทันคิดก็หลุดปากถามออกไป “ถ้าตามที่เธอพูด งั้นที่เมืองแชงกรีล่า ค่าเงินต่ำสุดก็เป็นเหรียญทองน่ะสิ” วิญญาณน้อยตอบว่า “จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไง ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ เหล่าอัครเทวทูตไม่ต้องแบกถุงเหรียญทองหนักๆไปไหนมาไหนหรอกเหรอ? พวกเขาแค่เซ็นชื่อตัวเองลงบนกระดาษหนังวัว จากนั้นก็จะหักเงินออกจากในคลังโดยอัตโนมัติ”

                F*ck… ไม่ใช้เงินสด แต่มีระบบเปิดบัญชีใช้เช็คแทนงั้นเหรอ ชั่วชีวิตนี้ผมไม่มีทางคิดขึ้นไปเหยียบจักรวรรดิเด็ดขาด! กลัวว่าเดินไปได้ 1 ก้าวก็ต้องโดนเก็บเงิน 1 เหรียญทอง

 

                เมื่อลองคำนวณดู ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ผมกับคาลอสคงมีชีวิตได้อีกแค่ไม่กี่วันเท่านั้น หลังจากควักเหรียญทองออกมาจ่ายค่าข้าวกลางวันแล้ว ผมก็ต้องยืนก่ายหน้าผากพูดกับคาลอส “คาลอส พวกเราคงต้องหางานแล้วล่ะ ไม่งั้นได้อดตายแน่” คาลอสตอบว่า “จริงเหรอ? แล้วหางานที่นี่เจอมั้ยล่ะ?” ผมได้แต่ตอบกลับไปว่า “ฉันก็ไม่รู้ แต่ว่าของที่นี่แพงๆทั้งนั้น เกรงว่าหลังจากนี้ฉันคงจะเลี้ยงข้าวนายไม่ได้แล้วล่ะ” คาลอสนิ่งไป เขาพยักหน้าแต่ไม่พูดอะไร

                คนสองคนเงียบไปได้ครู่หนึ่ง ผมพูดขึ้นว่า “มันก็ไม่แน่นะ เอาแบบนี้แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะต้องไปที่แม่น้ำซีอาร์ ถือโอกาสถามราฟาเอลด้วยก็แล้วกัน” คาลอสก้มหัวเล่นปลายนิ้วตัวเองไปมา ยังคงไม่พูดอะไร สภาพแบบนี้คงไม่ฟังใครทั้งนั้น ช่างเถอะ ผมพูดต่อ “เดี๋ยวฉันต้องไปเรียนวิชาเวทมนตร์ นายไม่มีอะไรทำก็ไปเที่ยวเล่นก่อนก็ได้ ตอนเย็นฉันค่อยมาหานาย......”

                คาลอสเงยหน้า เหลือบมองผม บนหน้ายิ้มก็เหมือนไม่ยิ้ม “ถ้าอยากไปหามหาเทพราฟาเอลก็บอกมาตรงๆสิ”

                “หา?”

                “ไม่มีอะไร ข้ากลับล่ะ” คาลอสหมุนตัวเดินจากไป

                ผมมองท่าทางผิดหวังของเขา สันหลังเย็นวาบทีหนึ่ง F*ck เจ้าโง่นั่นคงไม่คิดว่าผมมีซัมติงกับราฟาเอลหรอกนะ? บ้าเอ้ย... ตอนเย็นต้องไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง......

 

                ผมหันกลับไปมองปราสาททั้ง 4 ด้าน แยกออกเป็นสีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน และสีม่วง แสดงถึงตึกเรียนตามธาตุพื้นฐานทั้ง 4 ไฟ ลม น้ำ สายฟ้า ตรงกลางเป็นปราสาทสีขาว เป็นตึกหลักของสำนักภาวนา และยังเป็นตึกของเทวทูตภาวนา แต่ว่าโชคไม่ดี เทวทูตภาวนาในสำนักภาวนาแห่งนี้ ตำแหน่งของพวกเขาอยู่ต่ำที่สุด นี่ทำให้ผมไม่ค่อยเข้าใจนัก จากความเข้าใจของมนุษย์ที่มีต่อชาวสวรรค์ เทวดาแสดงถึงความหวัง แสงอาทิตย์ ความศักดิ์สิทธิ์รวมถึงความสันตสุขเป็นต้น แต่ว่าเทวดาของที่นี่ไม่เหมือนกับที่ผมคิดไว้ พวกเขาให้ความสำคัญกับพลังอำนาจและระดับชั้น ไม่ต่างไปจากมนุษย์

                เรื่องนี้ทำผมเคว้งคว้างอยู่นานมาก จนผ่านไปอีกสิบล้านปีนู่นแหละ พวกเขาถึงได้เปลี่ยนไปตามอย่างที่ผมเข้าใจ สวรรค์ในยามนั้นไม่หรูหราฟู่ฟ่าและไม่แก่งแย่งแข่งขัน สละทิ้งกิเลสทางโลกและเงินตรา แล้วเปลี่ยนกลายเป็นสวรรค์จริงๆ อธิบายได้เป็นประโยคสั้นๆว่า ใครมีของสิ่งใดอยู่ในมือ ก็จะเห็นค่าของของสิ่งนั้น

 

                ทันใดนั้น เหนือปราสาทธาตุไฟก็เกิดเสียงดังสนั่น ผมรีบมุ่งไปทางนั้น วิ่งไปได้ครึ่งทาง จู่ๆก็มีร่างเทวดานางฟ้าปีกขาว 4 ปีกคู่หนึ่งพุ่งกระแทกเข้ากับต้นไม้ด้านข้าง จากนั้นเทวดาปีกฟ้า 4 ปีกกลุ่มหนึ่งก็พุ่งลงมา มองดูสีหน้าหวาดกลัวของคนทั้ง 2 แล้ว......นี่มัน ต้องเป็นการรีดไถในตำนานแน่ๆ

                แม่-เอ้ย ที่นี่ก็ยังจะมีพวกรีดไถอยู่อีกงั้นเหรอ บิดาโกรธจริงแล้ว! ถึงเวลาวีรบุรษกอบกู้หญิงงาม!

                 ผมพุ่งเข้าไปอย่างบ้าดีเดือด พุ่งไปได้ครึ่งทางก็ยืนบื้อ... ตรงนั้นมีคนอยู่ 2 คน รวมผมอีก 1 คน 1 บวก 2 เท่ากับ 3 แต่ทางฝั่งเจ้าเทวดา 4 ปีกฝูงนั้น......ถึงเวลา พวกเขาต้องเรียกสายฟ้าลงมาอีกแน่ ถ้ายืมคำพูดของเมตาตรอนมาใช้ คงได้ว่า ตอนนั้นก็จะเป็นปีกเทวดาย่าง ไม่ใช่ปีกไก่ย่างแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า

                เหงื่อตก... จะทำอะไรต้องใช้สมอง ใช้สมอง ผม...ผมคงต้องไปขอกำลังเสริมก่อน

                คิดมากมายหลายตลบ ก็หันไปเห็นพวกมันยืนอยู่เต็มสวนไปหมด ด้านข้างสวนต้นไม้มีสระน้ำเล็กๆ เทวดาตนนั้นไม่รู้ว่าหายไปไหนแล้ว เหลือแต่นางฟ้านั่งอยู่ที่พื้นคนเดียว จากนั้นคนที่เหลือก็พากันเข้าไปยืนล้อม

                ชิ-หาย ช่วยคนต้องมาก่อน~~ผมมามัวคิดอะไรอยู่เนี่ย!

 

                ผมรีบพุ่งเข้าไปก็เห็นฉากตรงหน้าได้อย่างชัดเจน เหนือสระน้ำเล็กๆนั่นปรากฏละอองน้ำกับหมอกบางๆลอยวนอยู่ ด้านข้างบ่อน้ำเป็นรูปปั้นเทวดาองค์หนึ่งนั่งอยู่บนหลังมังกร ตัวมังกรเป็นสีทอง งดงามสมจริงราวกับมีชีวิต ด้านบนเป็นเทวดาตนหนึ่งสวมใส่ถุงมือสีขาว ผิวขาวกระจ่างดุจหิมะ ผมสั้นสีทอง ในมือถือใบไม้ใบหนึ่ง บนร่างสวม......ผมตาฝาดไปแล้ว นั่นมันคนตัวเป็นๆชัดๆ!

                “เฮ้! คนรักของเจ้าทิ้งเจ้าไปแล้ว มากับพวกข้าซะดีๆ”

                “ไม่... ไม่หรอก เขาแค่หลงทางเท่านั้น!

                หันกลับไปมองก็เห็นพวกเทวดานักเลงกลุ่มนั้นพากันค่อยๆล้อมนางฟ้าตนนั้นอย่างช้าๆ นางฟ้านั้นได้แต่นั่งตัวสั่นอยู่ที่พื้น สวรรค์ขาดแคลนนางฟ้า เรื่องนี้ผมเองก็รู้ แต่เรื่องแบบนี้มัน......ทั้งต่ำช้าทั้งสารเลวที่สุด ไม่ใช่ว่ามีแค่มนุษย์ที่ทำเรื่องแบบนี้หรอกเหรอ?

                เจ้าหนุ่มที่นั่งอยู่บนหลังมังกรสะบัดนิ้วไปมา ไม่แม้แต่จะเหลือบแลสายตาไปมองพวกเขา ยกใบไม้ในมือขึ้นแนบกับริมฝีปากก่อนจะเป่าเบาๆ

                พวกอันธพาลหันหน้าไปมองชายคนนั้น เห็นเขาไม่มีปฏิกิริยาอะไรก็หันกลับไปทำสีหน้าหื่นกามต่อ

                เจ้าหนุ่มนั่นยกขาทั้งสองข้างวางไว้บนหลังมังกร เรียวขาสองข้างไขว้กันเผยให้เห็นรองเท้าบูทสีทองสว่าง ผมมองไม่เห็นสีหน้าของเขา แต่ว่า... แต่ว่า... เขามองเห็นฉากแบบนี้แล้วไม่รู้สึก......ละอายใจบ้างเลยเหรอ? ไอ้เด็กนี่มันช่าง......

 

                เทวดาพวกนั้นขยับเข้าไปใกล้นางฟ้าตนนั้นเรื่อยๆ เธอหวาดกลัวจนตัวสั่นไปทั้งตัว

                ได้เวลาออกโรงของท่านเทพผู้นี้แล้ว!

                ผมพุ่งทะยานเข้าไปตะโกนเสียงดัง “ปล่อยเธอนะ!

                ตอนนั้นเอง คนทั้งหมดต่างหันมามองผม รวมถึงเจ้าเด็กผายลมนั่นด้วย

 

                นางฟ้าตนนั้นเดิมทีทำสีหน้าดีใจ แต่เมื่อมองเห็นปีกของผมก็น้ำตาไหลออกมาอีกรอบ

                “โอ๊ะโอ ข้าก็ว่าใคร นี่ไม่ใช่อิสเรียลที่อาศัยบารมีอัครเทวทูตเข้ามาเรียนที่นี่หรอกเหรอ?” เทวดาตนหนึ่งก้าวออกมาพูด

                “อะไร ฉันรู้จักนายรึไง?” ผมลูบหัวก่อนจะค่อยๆหันหน้าไปอีกทาง นั่งยองๆลงตรงหน้าของนางฟ้าตนนั้น “ไม่ว่าจะพูดยังไง คนที่กล้าทำเรื่องชั่วช้าแบบนี้ คงมีแต่เมตาตรอนกับลูซิเฟอร์ใช่มั้ย?”

                ทุกคนตะลึงตาค้าง

                ผมจับมือนางฟ้าตนนั้นขึ้นมา...ฮ่าฮ่า... ไม่ได้ลวนลามซะหน่อย... ผมประคองเธอให้ลุกขึ้น “เอาแบบนี้นะ พวกนายอาจจะยังรับไม่ได้ ฉันให้เวลาพวกนายลองคิดดู ถ้าฉันนับถึงสามแล้วยังไม่มีใครพูดอะไรก็แสดงว่าพวกนายยอมปล่อยเธอไปหนึ่งสองสามเอาละพวกเราไปก่อนนะ”

                ผมลากนางฟ้าตนนั้นเผ่นแนบทันที

 

 

-18-

                ยังไม่ทันพ้นจากเขตสวน ระหว่างต้นไม้กับต้นไม้ก็เกิดเสียงแตกหักขึ้น ไกลๆคือน้ำตกเล็กๆแห่งหนึ่ง ผมถอยหลังออกมา 1 ก้าวโดยไม่รู้ตัว น้ำตกนั่นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆมุ่งตรงมายังผม ผมเครียดจนเหงื่อไหลท่วมตัว มองซ้ายมองขวา เจ้าเด็กที่นั่งอยู่บนหลังมังกรกวาดตามองผมทีหนึ่ง จากนั้นก็หันไปเล่นใบไม้ในมือของเขาต่อไป F*ck เจ้าเด็กผายลมนี่ทำตัวอย่างกับตัวละครในหนังญี่ปุ่นที่เย็นชา เห็นแก่ตัว น่ารังเกียจ!

                ผมดันตัวนางฟ้าตนนั้นไปที่ด้านหลังก่อนจะถอยหลังไปอีกก้าว จากนั้นก็แกว่งหมัดไปมา “อย่าเข้ามานะ ฉันเป็นเทควันโดสายดำดั้งหกเลยนะ!” เรื่องนี้...เทดวันโดมันแบ่งขั้นกันอย่างนี้รึเปล่านะ? ช่างแม่- ขู่พวกนั้นให้กลัวไว้ก่อนดีกว่า

                “โอ๊ยยยย ข้ากลัวจังเลย”

                พวกนั้นพูดจบ ผมก็รู้สึกร้อนวาบที่หลัง ผมก้มลงเก็บกิ่งไม้ขึ้นมา ตอนแรกคิดจะใช้เป็นดาบ แต่เอาจริงๆแล้วผมฟันดาบไม่เป็น เลยตัดสินใจใช้ไม้ชี้ไปทางด้านหลังของพวกเขา “ดูนั่น! ลูซิเฟอร์อยู่ด้านหลังของพวกนาย!

                พวกเขามองหน้าผมเหมือนกำลังนั่งฟังมุกตลกของเมตาตรอน

                เหงื่อตก... ล้มเหลวเกินไปแล้ว ก็รู้อยู่หรอกว่าไม่น่าได้ผล

                อา... ทำไงดีทำไงดี......

                “ใช่แล้ว ถ้างั้น... พวกนายชอบฟังฮาร์ปกันรึเปล่า?”

                ไม่มีใครสนใจผม ไม่ใช่ว่าพวกชาวสวรรค์ต่างก็ชอบฮาร์ปหรอกเหรอ? นี่ผมเข้าใจผิดเหรอ?

                “ฉันชอบฟังมากๆเลย เพราะงั้นถึงได้นอนกอดมันทุกวัน แต่ว่า พวกนายรู้มั้ยว่าฉันค้นพบอะไร?”

                ยังไม่มีใครสนใจผม

                “ในฮาร์ปมีวิญญาณอาศัยอยู่ พวกนายรู้รึเปล่า?”

                ฮั่นแน่... เริ่มสนใจกันแล้วใช่มั้ย

                “ตำนานเทพผู้พิทักษ์ก็มีที่มาจากฮาร์ปนี่แหละ แม่ของฉันเสียชีวิตไปนานแล้ว ตอนฉันยังเด็กก็ชอบบอกฉันว่า เทพผู้พิทักษ์อาศัยอยู่ในฮาร์ป”

                พระเจ้า โปรดยกโทษให้เรื่องโกหกพกลมของผมด้วย

                คุณแม่ของอิสเรียล โปรดยกโทษให้ผมด้วย!

                เคยได้ยินจากคาลอสว่า นอกจากพวกจีซัสลูซิเฟอร์ราฟาเอลพวกนั้นที่สร้างขึ้นโดยพระผู้เป็นเจ้าแล้ว ชาวสวรรค์ทั่วไปต่างก็เกิดออกมาจากท้องแม่ทั้งนั้น ส่วนออกมายังไงก็คงมีแต่สวรรค์ที่รู้ พวกเขามีปีก หรือว่าจะเหมือนนก? คงไม่ออกลูกเป็นไข่หรอกมั้ง......

                ความจริงแล้วเทพผู้พิทักษ์ไม่เหมือนกับเทพทั่วไป เขาอาจเป็นอัครเทวทูตแล้วก็อาจเป็นเทวดา 2 ปีก เรื่องนี้ใครก็รู้ใช่มั้ยล่ะ คงไม่ต้องให้ฉันอธิบายหรอกใช่มั้ย?”

                พวกเขาพยักหน้า

                คาดการณ์ไว้ไม่ผิดจริงๆ นี่เป็นเรื่องที่ผมแต่งขึ้น เจ้าเทวดาฝูงนี้ยอมตายดีกว่าเสียหน้า

                “เทพผู้พิทักษ์คือคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพวกนาย หลังจากพวกเขาตายก็จะกลับมาที่ข้างกายพวกนายอีกครั้ง ปกป้องพวกนาย ดังนั้นเลยได้รับคำเรียกขานนี้ ชาวสวรรค์ทุกคนต่างก็หลงใหลในฮาร์ป เวลาที่นายเล่นฮาร์ป จริงๆแล้วนายสามารถสื่อสารกับพวกเขาได้ ขอแค่......ไอ้หยา... ฉันเผลอนอกเรื่องซะได้ พวกเราไม่ใช่กำลังมีเรื่องกันหรอกเหรอ? เข้ามาเลย!

                “รีบพูดมาเร็วเข้า! ไม่พูดข้าจะเสกสายฟ้าฟาดเจ้า!

                “พูดแล้ว พูดก็พูดสิ...... จริงๆแล้ว พวกนายแค่......”

 

                1 ชั่วโมงผ่านไป

                “เหลวไหล! ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับมหาเทพเมตาตรอนดีจะตาย นายไม่รู้เหรอ เขารู้เรื่องทุกเรื่องของมหาเทพลูซิเฟอร์เลยนะ ทุกคนต่างก็พูดว่าลูซิเฟอร์คือสมบัติแห่งสวรรค์ เกิดมาก็แตกฉานทุกศาสตร์ แต่จริงๆแล้วไม่เป็นอย่างนั้น ก่อนที่พวกเราจะเกิดมา เขาอ่านหนังสือไม่รู้มากน้อยกี่ปีสวรรค์! ว่ากันว่า เมื่อก่อนตอนที่เขายังเป็นสหายกับมหาเทพราฟาเอล เขามีคนรักถึง 53 คน คนในสำนักสวรรค์ต่างรู้จนทั่ว ลูซิเฟอร์ศึกษาเรื่องภาษาสวรรค์เพราะจะเอาไปเขียนจดหมายรัก เรียนศาสตร์คำนวณก็เพื่อเอาไว้นับเหรียญทอง เรียนเวทมนตร์ก็เอาไว้จัดการศัตรูความรัก เรียนประวัติศาสตร์สามโลกก็เพื่อจีบสาวทั้ง 3 โลก! หลังจากนั้น พระเจ้าก็ไม่รู้จะทำยังไงกับเขา ถึงได้ย้ายเขาไปเรียนที่สำนักสวรรค์ เขาไปได้เพียง 7 วัน โง่จนต้องร้องขอชีวิต แถมยังตัดปีกของเทวดาอีก 75 ตน......”

                “จริงเหรอ? เจ้าไม่ได้หลอกพวกข้าใช่มั้ย?”

                “ใส่ร้ายเขาแล้วฉันได้ประโยชน์อะไรไม่ทราบ?” ถึงไม่ได้ประโยชน์ แต่ผมก็อยากใส่ร้ายเขาอยู่ดี โดยไม่มีเหตุผล ผมเองก็รู้ดีว่าพลังแห่งการนินทาเป็นพลังที่น่ากลัวอย่างหนึ่ง ไม่ว่าชายหรือหญิง หนุ่มหรือแก่ ต่างก็รู้สึกดึงดูดต่อสิ่งนี้

                “ที่น่ากลัวที่สุดก็คือ เขายังเคยแย่งคนรักกับมหาเทพเมตาตรอนมาแล้ว เรียกได้ว่าพ่ายแพ้อย่างยับเยิน......”

                ในตอนนั้นเอง จู่ๆผมก็รู้สึกว่ามีบางอย่างอยู่ที่ด้านหลังของผม

                ค่อยๆหันไปช้าๆ ก็เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง

                ไม่ผิด... เป็นเจ้าผมทองคนนั้นนั่นเอง

 

                เทวดาน้อยบินอยู่เหนือกลางอากาศ เส้นผมสั้นเปล่งประกายราวแสงอาทิตย์โบกสะบัดไปมา มองขึ้นไปแล้วเหมือนเขาถูกทาด้วยผงทองทั้งตัว เจิดจ้าจนแยงตา บนศีรษะยังมีผมกระดกขึ้นมาอยู่ปอยหนึ่ง เวลาลมพัดมา เสาอากาศปอยนั้นก็จะสะบัดไปตามลม หมอกบางๆปกคลุมอยู่บนผิวขาวกระจ่างทั้งยังส่งกลิ่นหอมจางๆ ดวงตาทั้งคู่ที่ทั้งกลมโตทั้งสว่างไสวราวกับไพลินสีน้ำเงินกำลังมองมาที่ผม

                เห็นเขาครั้งแรก ผมตกใจแทบตาย ตอนนั้นผมไม่สามารถจัดประเภทให้เป็นเป็นเด็กน้อยได้จริงๆ เจ้านี่หน้าตางดงามจนทำให้คนไม่เชื่อว่าเขามีตาหูจมูกปากแบบมนุษย์ เทวดาน้อยหุบปีกลงคู่หนึ่ง จ้องมองมาที่ผมอย่างไม่ละสายตา สีปีกของเขาค่อนข้างแปลกตา จะว่าเป็นสีเงินก็ดูเจิดจ้ากว่า จะว่าเป็นสีทองก็ดูโดดเด่นกว่า ทั้งยังเรืองแสงออกมาจางๆ......

 

                แต่ว่าเจ้าหนุ่มคนนี้ ความรู้สึกตอนมองเขาครั้งแรกกับครั้งที่สองกลับไม่เหมือนกัน ครั้งแรกที่เห็นคือตกตะลึง ส่วนครั้งที่สอง...กลับอยากพุ่งไปบีบคอเขาให้ตาย!

                เขาแค่เหลือบตามองผม จากนั้นก็หันตัวจากไป

                F*ck หยิ่งเกินไปแล้ว! เอาไปเทียบเมตาตรอน หมอนั่นยังว่าดูเป็นกันเองกว่าเลย! ไอ้หนูผายลมนี่ช่างไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตา!

 

                ตอนนั้นเองที่มีคนๆหนึ่งส่งเสียงออกมา “น...น...น...น...น... นั่นค...ค...ค...ใครน่ะ?”

                เหงื่อตก... ใครกัน... คำพูดตะกุกตะกักราวกับเครื่องเล่นเทปเสีย

                เทวดา 4 ปีกที่ล้อมรอบผมต่างหันมามองหน้ากัน จากนั้นก็ชี้ไปที่น้ำตก เสียงน้ำพุ่งกระแทกกันอย่างรุนแรง ผมคิดจะร้องขอความช่วยเหลือ คนอื่นๆกลับพากันพุ่งขึ้นไปบนฟ้า พริบตาก็ไม่เห็นแม้แต่เงา

 

                “เฮ้ กลับมานี่!” ผมตะโกนใส่เจ้าหนูผายลมนั่น ตอนนี้ทุกคนต่างวิ่งจากไปหมดแล้ว มาให้ราชาหลีคนนี้สอนนายเองว่าอะไรคือมารยาท เจ้าเด็กนั่นชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมามองผม ในปากยังคาบใบไม้เอาไว้อยู่ ดวงตาหรี่ลงเป็นเส้นเล็ก เหงื่อตก... ถึงมันจะดูน่ารักมาก แต่ผมก็รู้สึกอยากตีเขามากจริงๆ

                ผมชี้ไปที่เขา “นายนั่นแหละ มานี่ พี่ชายไม่รังแกนายหรอก มีอะไรจะคุยด้วยหน่อย” เจ้าหนูนั่นเป่าใบไม้สองสามทีจนเกิดเสียงปี้ปี้ปาปา จากนั้นก็หันหัวบินจากไป

                ไอ้หมอนี่ชักจะหัวสูงเกินไปแล้ว!

                ผมพุ่งไปที่ด้านหน้าเขา ใช้เท้าขัดขาของอีกฝ่าย เขาเงยหน้าขึ้นมองผมครั้งหนึ่ง ดวงตาที่หรี่อยู่แล้วก็ยิ่งหรี่ลงอีก มือชี้ไปยังท้องฟ้า ผมมองตามขึ้นไป เห็นเพียงสายฟ้าที่ผ่าเปรี้ยงลงมา ผมรีบกระโดดถอยออกมาอย่างตกใจ...ไม่สิ...ต้องเรียกว่ากลิ้งต่างหาก! เสียงดังกัมปนาท บนพื้นปรากฏรูขนาดใหญ่ ควันขาวลอยคลุ้งออกมาจากในรูนั้นไม่หยุด

                ชิ-หาย......

                ชิ-หายแล้ว......

                แม่เจ้า... สายฟ้าของเจ้าหนูนี่ไม่เหมือนกับของคนอื่นเลยซักนิด ไม่เพียงเสียงดังกว่า ยังแกร่งกว่าอย่างเห็นได้ชัดด้วย ที่สำคัญก็คือ เขาไม่ต้องท่องคาถาเลยด้วยซ้ำ แค่ชี้นิ้วฟ้าก็ผ่าลงมาแทบไม่รีรอ สวรรค์ชั้นที่ 6 มีคนเจ๋งๆอยู่เยอะจริงๆด้วย แม้แต่เด็กหนุ่มคนเดียวยัง~~



-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้อัพช้า ต้องกราบขออภัยจริงๆเจ้าค่ะ _( U..U )_

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1574 palm4588 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 17:08
    ลูซิเฟอร์หรือเปล่า?
    #1,574
    0
  2. #1537 RaNBoWRabBit (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 19:05
    F*ck เยอะมากๆเอาจริง ไม่ทราบว่าเนื้อเรื่องหลักมีคำนี้รึเปล่า แต่มันเป็นคำที่ทำให้หมดอารมณ์อ่านแบบสุดๆเลยค่ะ
    #1,537
    0
  3. #1514 pick-17 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 08:28
    นายเอกเราโดนเอาสมองไปแน่ๆ โง่ชิบ
    #1,514
    0
  4. #1466 neaumn_sm (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 22:30
    ลูซิเฟอร์แน่ๆ แต่นายเอกหาเรื่องตายจริงๆ
    #1,466
    0
  5. #1450 magic-moon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 08:21
    ตอนกลับชาติมาเกิด ลืมพกสมองกะสติมาหรือไงอิหลีคนบ้า
    #1,450
    0
  6. #1415 Pinocchio-fate (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 20:40
    ถ้าพวกสี่ปีกยังวิ่งก็ไม่ต้องสงสัยแล้วล่ะ
    #1,415
    0
  7. #1087 sodade (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 20:56
    ลูซิเฟอร์แนาเลยยยยย
    #1,087
    0
  8. #790 spondboz_ss (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 21:41
    ลูซิเฟอร์หรอคะ ท่านปลอมตัวมาสะกดรอยเป็นสตอล์กเกอร์ตามติดอิสเรียลหรอเจ้าคะ
    #790
    0
  9. #346 benjarath (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 21:27
    หาเรื่องให้ตัวเองอีกเเล้ว.....โม้อะไรไม่โม้
    #346
    0
  10. #187 bennett13 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 20:36
    นินทาเจ้าตัว แล้วเจ้าตัวคือเด็กนั้นปลอมแปลงมาหรือเปล่า...
    #187
    0
  11. #111 pramotdplo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 23:10
    เราแอบเก็บไปฝันมา รู้สึกโคม่า 55
    #111
    0
  12. #83 relis (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 11:43
    หลีปินสิ้นหวังแล้วขนาดเพื่อนสนิทยังคิดว่าจะเข้าไปจับราฟาเอลเลย

    มิคาเอลมาแล้วเร้อ. หนุ่มน้อยหน้ามนหลีปินจะทำภารกิจปราบเด็กหนุ่มสำเร็จหรือไม่!
    #83
    0
  13. #82 akerah (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 11:33
    ลูซิเฟอร์ ใช้ร่างเด็กมาแอบส่องอิสเรียลแน่ๆ เค้าคิดถึงเมตาตรอนอ่ัะ
    #82
    0
  14. #80 Monkey_D_Luffy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 11:03
    อย่าบอกนะว่าเป็นลูซิเฟอร์?! แล้วไมหน้าตาไม่เหมือนคนรู้จักเลยเหรอ? หรือจะเป็นมิคาเอล? (เพราะตำแน่งนี้ยังไม่มีแล้วนี่ยังเด็กอยู่นิ) / ชาวสวรรค์นี่ชอบฟังนิทานนินทากันซะจริงๆ 55555+ สาวเลยตกกระป๋องไปซะงั้น
    #80
    0
  15. #79 p-i-n-e (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 10:55
    เดี๋ยว อย่าบอกนะว่าเป็นลูซิเฟอร์อ่ะ ปีกแสงศักดิ์สิทธิ์มีได้คนเดียวนี่ค่าาาาา รอตอนต่อไป
    #79
    0
  16. #78 letsdance12 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 02:53
    ชอบ ตลก อะไรคือตีๆกันอยู่กับมาจับกลุ่มเม้านินทาชาวบ้านคะ ฮ่าๆๆ

    ปล มีเขียนผิดนะ หรอก ต้องแก้เป็นหลอก  
    #78
    0
  17. #76 SunSaki (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 02:22
    น่าจะเป็นลูซิเฟอร์รึป่าว. อาจจะเป็นร่างเด็ก. เพราะสีปีกออกมาแบบไม่ธรรมดา
    #76
    0
  18. #75 ryokicharlotte (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 01:35
    ถ้าให้เดา คงไม่ใช่คิวปิดหรอกนะ
    #75
    0
  19. #74 amaji_shiro (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 01:35
    มิคาเอลอ๊ะป่าว (มโนล้วน ไม่มีวัวผสม 555+)
    #74
    0
  20. #73 alfhind (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 01:16
    หือ...? เด็กกว่าอิสเรียลเหรอ แต่เป็นใครกัน ผมสั้นสีทอง ปีกสว่างๆ? ตาสีฟ้า? แถมปล่อยสายฟ้าได้โดยไม่ท่องมนต์อีกต่างหาก เฮ้ นายเป็นใครเจ้าหนู กลับมาบอกชื่อกันก่อนสิ ค้างเติ่งกว่าเดิอีก ฮ่าๆๆๆ //เจ้าพวกปีกฟ้าสี่ปีกท่าจะรู้จัก แถมหนีไปอย่างรวดเร็วด้วย???
    #73
    0
  21. #72 narinnakin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 00:51
    งะ ใครอีกเนี่ย
    #72
    0