เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 7 : ทัณฑ์สวรรค์ [7]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,976
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    2 ส.ค. 59



-13-

                ในตอนนี้เมื่อหันไปมองคนที่ราฟาเอลคัดเลือก ก็มีอยู่ถึง 7 คน ส่วนกราบิเอลมีเพียง 3 คน เห็นได้ชัดเจนว่าผู้หญิงมักจะตั้งเงื่อนไขเยอะกว่าผู้ชาย ถึงแม้ราฟาเอลและกราบิเอลไม่ได้กล่าวอะไร แต่ทุกคนก็รู้ดีอยู่แก่ใจ เทวดา 2 ปีกไม่มีทางได้รับเลือก แต่ก็ยังมีเทวทูตระดับล่างเข้าร่วม พวกเขาเกลียดพวกเทวดาสี่ปีกหกปีกจนไม่รู้จะเกลียดยังไงได้อีก โดยเฉพาะพวก 4 ปีก 8 ใน 10 ส่วนสาเหตุมาจากอิสเรียล ดังนั้น คาดว่านอกจากคาลอสแล้ว คงไม่มีเทวทูตระดับล่างคนไหนเอาจริงเอาจังกับการคัดเลือกนี้  มองดูการแข่งขันที่เป็นไปอย่างนุ่มนวลนี้แล้ว ราฟาเอลและกราบิเอลคงรู้ดีว่าพวกเทวทูตระดับล่างที่กำลังโกรธแค้นไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ดังนั้นจึงทำได้แค่ลืมตาข้างหลับตาข้างเท่านั้น

                เทวดากระสอบทรายที่น่าสงสาร

                ส่วนผมก็แค่อยากจะมาร่วมแจมด้วยเท่านั้น......ไม่ว่าปีศาจหรือเทวดา ถึงแม้จะเป็นปฏิปักษ์กัน แต่พวกเขากลับมีจุดหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือสิ่งที่มนุษย์ 95% ไม่มี------ความกระฉับกระเฉง ความสง่างาม และบริสุทธิ์สูงส่งที่มาจากภายใน

                ถ้าผมทำเหมือนเทวดาทั้งหลายที่ผ่านมา เดินเข้าไปเหยียบเสื้อนอกของเทวดากระสอบทราย พูดเสียงเย็นว่า “ข้าจะสั่งสอนให้เจ้าได้รู้ว่าอะไรคือความชั่วร้ายและความหวาดกลัว” เอิ่ม......ผลลัพธ์คงจะต่างจากมุกแป้กของเมตาตรานไม่มากเท่าไหร่

 

                ตอนนั้นเองก็มีเทวดาปีกฟ้า 4 ปีกตนหนึ่งก้าวออกไป ชักดาบออกจากเอวแล้วค่อยชี้ปลายดาบออกไป บนใบหน้าผุดรอยยิ้มชั่วร้ายก่อนจะเดินเข้าไปหาเทวดากระสอบทราย ดาบแหลมคมส่องประกายวาววับราวกับกระแสไฟจ่อไปที่ลำคอของอีกฝ่าย

                ทุกคนต่างอดไม่ได้ที่จะตกใจ

                แม้แต่เทวดากระสอบทรายยังตกใจกลัว ก้าวถอยหลังออกมาหลายก้าว

                เทวดาปีกฟ้ายังก้าวเดินตามไปใช้ดาบตามประกบเขา รอยยิ้มมืดมนราวกับป่าทมิฬ “สังหารเทวดาทั้งหมด เป็นเกียรติยศแห่งโลกปีศาจ” จากนั้นก็ทำท่าฟันทีหนึ่ง เทวดากระสอบทรายล้มลงไปกองกับพื้น

                ผมตะลึง น้อยนักที่จะได้เห็นนักแสดงที่แสดงได้สมบทบาทขนาดนี้ คาดว่าคงเป็นเขานี่แหละที่จะได้รับบทนี้ไป

 

                ราฟาเอลเลือกเขาให้ไปยืนรวมกับคนที่เข้ารอบตามที่คาดไว้ เมตาตรอนที่นั่งอยู่ด้านบนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ “แสดงได้ไม่เลว เหมือนซาตานจริงๆ ไม่เหมือนลิงเลยซักนิด ฮ่าฮ่าฮ่า”

                ... ... ... ...

                ทุกคนเงียบ

                แม้แต่สหายจีซัสที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเมตาตรอนยังเงียบ

                ผมเบ้หน้า นี่แป้กยิ่งกว่าครั้งที่แล้วอีก เมตาตรอนช่างเป็นพวกขวางโลกโดยแท้

 

                เทวทูตระดับล่างผู้โกรธแค้นคนก่อนถึงคาลอสต่อยหมัดใส่เทวดากระสอบทรายทีหนึ่ง จากนั้นก็ถึงคิวของคาลอส เทวดากระสอบทรายเมื่อเห็นว่าผู้สมัครคนต่อไปยังเป็นเทวทูตระดับล่างก็หันไปขอเลิกงานกับราฟาเอลทันที ราฟาเอลยิ้มบางก่อนจะส่ายหน้า

                ยังดีที่คาลอสไม่ได้จัดอยู่ในประเภทเทวทูตระดับล่างที่กำลังโกรธแค้น

                แต่ว่า เพื่อเห็นแก่หน้าเขา ผมเลยคิดว่าไม่เอาการแสดงของเขาออกมาเล่าจะดีกว่า พูดให้ชัดก็คือ ความสามารถเล่นตลกของคาลอสเหนือชั้นกว่าเมตาตรอนอย่างไม่เห็นฝุ่น

 

                หลังเสียงหัวเราะของปวงชนจบลง ก็ถึงคิวของราชาหลีผู้นี้ทำการแสดง

                ราฟาเอลมองผมที่ก้าวเดินออกมาก่อนจะยิ้มอ่อนโยน “ท่านนี้ไม่คิดจะถอดผ้าคลุมหน้าออกก่อนเหรอ?” ผมรีบส่งเสียงตอบในลำคอ “ฮ่าฮ่า... ฮ่าฮ่า... ไม่ต้องไม่ต้อง” ราฟาเอลตอบว่า “ไม่เป็นไร ตามที่สะดวกเลย แต่ว่านี่อาจจะส่งผลกับคำตัดสินนิดหน่อยนะ”

                F*ck บิดามี 2 ปีก ไม่ว่ายังไงคำตัดสินก็มีอยู่แค่อย่างเดียวไม่ใช่เหรอ?

 

                กลุ่มคนเริ่มบางตาลงไปบ้างแล้ว แต่ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือไม่ถึงได้รู้สึกว่าคนเริ่มกลับมามุงดูอีกครั้ง จำได้ว่าตอนไปดูดวงครั้งก่อน หมอดูบอกว่าผมมีเสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดผู้คน ...ที่แท้ก็กล่าวไว้ไม่ผิดเลยจริงๆ

                ผมลูบหัวแล้วส่งยิ้มให้ทุกคน

                รอบด้านเงียบสงัด จากนั้นทุกคนก็พากันหันหน้าหนี

                F*ck ทำไมมันถึงเป็นภาพที่คุ้นตาขนาดนี้?

                มีเพียงเทวดาไม่กี่ตนที่มองผม บนใบหน้ายิ้มบาง ผมรู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตาจะไหลคิดอยากจะเข้าไปกอดพวกเขาซักทีสองที ขณะที่กำลังดีใจ ผมก็ค้นพบว่าปีกของพวกเขาเป็นสีเทาอยู่เล็กน้อย

 

                “ดูนั่น นั่นมันอิสเรียล!

                “อา... ใช่อิสเรียลจริงๆด้วย!

                “ครั้งนี้ฉันจะตัดข้างซ้าย!

                “ฉันตัดข้างขวา!

 

                เจ้าหื่นกามเมตาตรอนในที่สุดก็มีปฏิกิริยายื่นหน้าออกมามองด้านล่าง แม้แต่กราบิเอลก็หันมามองผม ผมปาดเหงื่อบนหน้า ผมหันหน้ากลับไปดัดเสียงในลำคอพูดเสียงเบาว่า “ราฟาเอล......ท่านมหาเทพราฟาเอล ...พวกเขา......จำคนผิดแล้ว”

                ราฟาเอลไม่ออกความเห็น เพียงยิ้มบางๆชี้ไปทางเทวดากระสอบทราย

 

                ผมก้าวเข้าไปสองก้าว ส่งยิ้มให้เทวดากระสอบทราย เทวดากระสอบทรายเห็นว่าเป็นเทวทูตระดับล่างอีกแล้วก็ถอนหายใจก้มหน้า

                ผมคิดอยากจะพูดอะไรซักประโยคก็คิดว่ามันออกจะยุ่งยากไป

                อา... พูดไม่ได้เด็ดขาด

                ผมกระชากคอเสื้อของเทวดากระสอบทราย อีกฝ่ายยังคงก้มหน้า ผมสะกิดมือเขาเบาๆ เขาหันมามองผมอย่างตะลึง ผมเดินวนรอบตัวเขาเพื่อซ่อนใบหน้า จากนั้นก็โผล่ไปที่ด้านหน้าของเขาแล้วยิ้มบางๆ ทำขนาดนี้ถ้าเขายังไม่สนใจอีกก็ไม่ใช่เทวดาแล้ว ในที่สุดเทวดากระสอบทรายก็ทำสีหน้าจริงจัง “เริ่มแสดงเถอะ”

                ผมยกมือขึ้นลูบศีรษะ ยิ้มโง่ๆหนึ่งที จากนั้นก็คว้าแขนเขาชี้ไปทางรูปปั้นลูซิเฟอร์

                เทวดากระสอบทรายพูดขึ้น “นั่นมหาเทพลูซิเฟอร์”

                ผมแสร้งทำท่าเข้าใจ พยักหน้าถี่ๆ จากนั้นก็จ้องไปทางกราบิเอล เทวดากระสอบทรายพูดขึ้นว่า “เจ้าอย่าบอกนะว่าไม่รู้จักนาง นั่นคือมหาเทพกราบิเอล” ผมพยักหน้าอีกครั้ง จากนั้นก็ยื่นนิ้วโป้งออกมา เทวดากระสอบทราย “เจ้ากำลังจะบอกว่านางสวยมาก?” ผมพยักหน้าแรงๆ

                กราบิเอลมองมาทางพวกเรา 1 ครั้งก่อนยิ้มบางๆ “พวกเจ้ารีบแสดงเถอะ ด้านหลังยังมีคนรอยู่นะ”

                เทวดากระสอบทรายก็เห็นด้วย “ใช่แล้ว รีบเริ่มเถอะ”

                ด้านล่างมีคนตะโกนขึ้นอย่างไม่พอใจ “อิสเรียล เจ้าจะแสดงไม่แสดง อย่าทำเสียเวลา!

                “พูดยอคนอื่นแล้วคิดว่าเจ้าจะผ่านเหรอ? ไม่แสดงก็ออกไป!

                ราฟาเอลยิ้มพลางพูด “เหลืออีก 3 นาที”

                ผมไม่สนใจพวกเขา หันไปจ้องหน้าเทวดากระสอบทรายก่อนจะทำหน้าผีใส่เขา อีกฝ่ายทนไม่ไหวหลุดหัวเราะออกมา “เจ้าชักจะซนเกินไปแล้ว” ผมแลบลิ้น จากนั้นก็ชี้ไปยังผ้าคลุมหน้าอีกฝืนที่อยู่ตรงเอว ผ้าคลุมผืนนั้นเหมือนกับผืนที่ผมสวมอยู่ไม่มีผิด เทวดากระสอบทรายดึงมันออกมา “เจ้าชอบ?” ผมพยักหน้าทำสายตาลูกไก่หิวข้าว เขาส่งผ้าคลุมหน้าให้ผม “ให้เจ้าก็ได้ นี่ราคาไม่แพง”

                ผมรับผ้าคลุมหน้ามาจากนั้นก็ชูขึ้นเหนือหัววิ่งไปรอบๆพักหนึ่ง จากนั้นก็จ้องผ้าในมือเหมือนกำลังมองดวงดาวเจิดจรัสบนท้องฟ้า

                เวลานั้น ไม่มีใครพูดอะไร คาดว่ากำลังรอดูมุกตลก

                ผมหันหน้ากลับไป ค่อยๆหลุบตาลง ขนตาดกหนาเป็นแพบดบังการมองเห็นไปกว่าครึ่ง

                ถึงแม้จะไม่มีใครพูดอะไร แต่ทุกคนก็ไม่ดูเย็นชามากเท่าที่ผ่านมาอีกแล้ว

                ผมเคยได้ยินคนพูดกันว่า รอยยิ้มคือแสงอาทิตย์ที่ทำให้คนรู้สึกอบอุ่นมากที่สุด พวกเขาพูดได้ไม่ผิดจริงๆ หวังก็แต่เจ้าชายบำเรออิสเรียลจะเข้าใจถึงจุดนี้

                เทวดากระสอบทรายจ้องมาที่ผม ตกตะลึงอยู่เล็กน้อย

                ผมชูผ้าคลุมหน้าไว้เหนือหัว หมุนตัว 1 รอบ ผลคือผ้าคลุมหลุดมือหล่นลงพื้น ผมกระแอมสองสามที ทำท่าฝืนใจก้มลงไปเก็บ เทวดากระสอบทรายรวมถึงผู้ชมต่างหัวเราะออกมา

                ผมเอาผ้าคลุมหน้าหมุนรอบตัวอีกครั้ง จากนั้นก็หมุนตัวม้วนผ้าคลุมเป็นก้อนกลมกำไว้ในมือไม่ให้เทวดากระสอบทรายเห็น เมื่อเปิดมือออก ผมก็มองฝ่ามือตัวเองด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก

                ตูม!

                เปลวเพลิงลามเลียราวกับอสรพิษที่กำลังกินเหยื่อ ปากสีแดงเลือดอ้ากว้าง ผ้าคลุมหน้าพริบตาเดียวก็กลายเป็นเถ้าถ่าน

 

                ทุกคนต่างเบิกตากว้าง บางคนถึงขั้นสูดปากหายใจทีหนึ่ง

                กราบิเอลขมวดคิ้ว รอยยิ้มบนใบหน้าราฟาเอลก็หายไป

                เทวดากระสอบทรายถามขึ้นจากด้านหลัง “เป็นอะไรไรไป?”

                ผมหันหน้าไปทางเขาช้าๆ คิ้วขมวดมุ่น ชี้ไปที่เศษขี้เถ้าของผ้าคลุมหน้าจากนั้นก็คอตก

                เทวดากระสอบทรายนิ่งไปไม่ได้พูดอะไร

                ผมค่อยๆหลุบตาลง

                เทวดากระสอบทราบรีบปลอบใจผม “อย่าเศร้าไปเลย เดี๋ยวข้าพาเจ้าไปซื้ออีกอันแล้วกัน”

                ผมตาร้อนผ่าว รีบหันหน้าไปอีกทางก่อนจะดึงผ้าคลุมหน้าออกก่อนแล้วหันหน้ากลับไปโบกผ้าคลุมไว้ตรงหน้าเขา เทวดากระสอบทรายตะลึงไปอีกครั้งก่อนจะฉีกยิ้มออกมา ทั้งยังเป็นยิ้มที่น่ามองมากเสียด้วย หางตาเหลือบไปเห็นว่าผู้ชมหลายคนก็กำลังยิ้ม

                ผมกระโดดไปมา ก่อนจะกระโดดไปที่ด้านหลังของเทวดากระสอบทราย ดีมาก...ผมตัวสูงกว่าเขา ผมกางปีกทั้งคู่ออกไปยังไหล่ทั้งสองข้างของเขา ค่อยๆโอบล้อมอีกฝ่าย

                ร่างเทวดากระสอบทรายแข็งค้าง ทั้งยังสั่นเท่านิดๆ

                ผมค่อยๆยกผ้าคลุมขึ้นมา อีกฝ่ายมีสีหน้ายังไงผมมองไม่เห็น แต่ทุกคนต่างเริ่มยิ้มไม่ออก

                จากนั้น ผมก็ม้วนผ้าคลุมให้เป็นก้อนก่อนจะขยำไว้ในฝ่ามือ

                รอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนเริ่มจางหาย

                ผมแบมือออกทันที ใจกลางฝ่ามือปรากฏเปลวเพลิงลุกไหม้

                เทวดากระสอบทรายตัวสั่น

                ผ้าคลุมหน้ากลายเป็นขี้เถ้าอยู่กลางกองเพลิง

                ผมค่อยๆเบิกตากว้างจนแทบจะเรียกได้ว่าบิดเบี้ยว

                จากนั้นก็เปิดปากหัวเราะอย่างชั่วร้าย

 

                เทวดากระสอบทรายไม่เห็นสีหน้าของผม แต่เขามองเห็นสีหน้าของผู้ชม

                เขาชะงักค้างก่อนจะค่อยๆหันหน้ามา จากนั้นก็ทำสีหน้าเหมือนกับคนอื่นๆ ตกตะลึง ตัวสั่น และหวาดกลัว

                ผมสาดขี้เถ้าใส่ใบหน้าของเขา อีกฝ่ายรีบหันหน้าหลบทันที เขาถอยห่างออกไป 2-3 ก้าว ผมใช้แรงผลักเขาจนล้มลงนั่งกับพื้น เขาเห็นสีหน้าของผมก็หวาดกลัวจนแทบร้องไห้ ผมก้าวเข้าไปหาแล้วผลักเขาลงกับพื้นก่อนจะคว้าเข้าที่ลำคอ

                รอบด้านมีคนส่งเสียงขึ้นมา “ไม่------“

 

                ผมกระโดดขึ้นมา ปาดเหงื่อ พูดยิ้มๆ “จบแล้ว! เลิกงาน~~~ กลับบ้านไปเลี้ยงลูกได้แล้ว~~~

 

                เหมือนก่อนหน้านี้ ไม่มีใครสนใจผม ผมหันไปมองราฟาเอลและกราบิเอล ทั้งคู่ก็มองผมอยู่เช่นกันแต่ไม่มีใครพูดอะไร

                เมื่อหันไปมองเทวดากระสอบทราย ชิ-หาย......เขาร้องไห้แล้ว!

                ผมคิดอยากจะเข้าไปปลอบโยนเขาแต่กลับมีเสียงปรบมือดังขึ้น

                เงยหน้าขึ้นไปมอง เมตาตรอนก็กำลังตกตะลึง เสียงปรบมือนั้นดังขึ้นมาจากรถม้าหรูหราคันนั้น มือที่สวมถุงมือสีขาวสะอาดคู่นั้นยื่นออกมาชี้ที่ผม

                เมตาตรอนถึงค่อยรู้สึกตัว พูดพึมพำว่า “อิสเรียล มหาเทพลูซิเฟอร์เลือกเจ้า”

                ชิ-หาย ผมเล่นใหญ่ไป ทั้งยังถอดผ้าคลุมหน้าทิ้งไปแล้ว~~ ซวยแล้ว~~ เทวทูตระดับล่างที่กำลังโกรธแค้นทั้งหลายเจอผมเข้าแล้ว~~~

                อา... เดี๋ยวนะ... เมื่อกี้นี้... มหาเทพอะไรนะ?

 

 

-14-

                ผมเงยหน้าขึ้นมองรถม้าคันหรูคันนั้น เห็นได้ชัดว่าเจ้าหื่นกามเมตาตรอนเจอตัวไอ้หนูชายบำเรอของเขาแล้ว สีหน้าเรียกได้ว่าแปลกประหลาด ทั้งไม่รู้ว่าเขาไปเอาหมวกพิธีการมาสวมไว้ตอนไหน หมวกก็ดูดีอยู่หรอก แต่เมื่อรวมกับภาพลักษณ์ของเขาแล้ว......ไม่เข้ากันซักนิด ใครๆต่างก็พูดกันว่าเหล่าอัครเทวทูตต่างก็มีจุดเด่นเหมือนกัน 1 ข้อนั่นคือสงบและใจเย็น เมตาตรอนเล่นมุกแต่กลับไม่มีใครหัวเราะถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ก็ยังอุตส่าห์มีคนหัวเราะออก......ดูๆไปแล้ว อิสเรียลก็ถือเป็นผู้แข็งแกร่งคนหนึ่ง

                เมตาตรอนจ้องผมครู่หนึ่ง รองเท้าบูทสีแดงที่กระดิกอยู่กลางอากาศมาตั้งแต่ต้นกลับหยุดลง “แต่ว่า สถานที่ฝึกซ้อมคือสวรรค์ชั้นที่ 6 เทวดาท่านนี้กลับมีแค่ 2 ปีก......” พูดได้ครึ่งหนึ่งก็หยุดลง จากนั้นก็ก้มลงถามผม “เจ้าเป็นเทวทูตนักบวชหรือว่าเทวทูตนักรบ?” ผมกับคาลอสหันมาสบตากัน ก่อนจะตอบกลับไปเสียงเบา “นักบวช” เมตาตรอนหันไปมองลูซิเฟอร์จากนั้นก็กล่าวต่อว่า “มหาเทพลูซิเฟอร์ให้เจ้าไปอาศัยอยู่ที่สำนักภาวนาชั่วคราว รอจนแสดงละครเสร็จค่อยตัดสินว่าเจ้าควรไปอยู่ที่ใด”

 

                ผมไม่มีอะไรจะโต้แย้ง ตอนนี้ในหัวของผมคิดอยู่ 2 เรื่อง หนึ่ง ลูซิเฟอร์เป็นใบ้งั้นเหรอ? ทำไมต้องให้เมตาตรอนพูดแทนด้วย เขาไม่ใช่พวกหลงตัวเองว่าดูดีสุดๆหรอกเหรอ? ทำไมถึงไม่ยอมโผล่หน้าออกมาให้พวกเราเห็น? สอง ประโยคหลังนั่นมันทะแม่งๆยังไงชอบกล รอจนแสดงละครเสร็จค่อยตัดสินว่าผมควรไปอยู่ที่ไหน? พูดอีกอย่างก็คือ หลังจากแสดงเสร็จก็อาจจะไม่ต้องอาศัยอยู่ที่เมืองเยลูซาเล็มงั้นเหรอ? Oh~~~

                ผมยิ้มกว้าง “แล้ว... โปรดถามหาเทพลูซิเฟอร์ วันสร้างโลกคือวันไหน?” ลูซิเฟอร์ไม่ตอบ เมตาตรอนกลับตอบแทนว่า “เดือนหนึ่งวันที่หนึ่ง”

                ผมงง นั่นไม่ใช่วันปีใหม่เหรอ?

                ผมหันไปถามคาลอส “วันนี้วันที่เท่าไหร่?” คาลอสตอบว่า “ศักราชยะโฮวา 8731 ปีสวรรค์ปีที่ 6898 เดือนหนึ่งวันที่สอง” ผมไม่รู้ว่าประโยคแรกคืออะไร ได้แต่ถามว่า “เดือนหนึ่งวันที่สอง? ไม่ใช่ว่าเลยมาแล้วเหรอ?” คาลอสตอบว่า “ไม่ ต้องรอปีที่ 6900 ถึงจะเป็นวันสร้างโลก”

                ผมเหงื่อตก! พูดอีกอย่างก็คือยังต้องรออีก 2 ปี? นี่พวกเขาเล่นอะไรอยู่กันเนี่ย? ใช้เวลา 2 ปีซ้อมละครเวที? พวกเทวดามีอายุยืนยาวเกินไปจนไม่สนเรื่องเวลากันแล้วหรือยังไง? ผมรีบเงยหน้าพูด “ถ้าอย่างนั้น ฉันอยากเจอมหาเทพลูซิเฟอร์ ได้รึเปล่า?” เมตาตรอนยิ้มกล่าวว่า “ถ้าอยากเจอมหาเทพลูซิเฟอร์ กรุณานำปีก 2 ข้างไปพัฒนาให้เป็น 4 ข้างซะก่อนเถอะ สีก็ต้องเปลี่ยนเป็นสีทอง จำไว้ให้ดี ต้องเป็นปีกที่พระผู้เป็นเจ้าประทานให้เท่านั้น ถ้าใช้ของปลอม บินมากไปจะขาดเอาได้ ถ้าขาดแล้วก็ไม่ใช้เทวดาอีกแล้ว” เขายิ้มลึกลับก่อนจะกล่าวว่า “แต่เป็นเทวด้วน”

                ... ... ... ...

                F*ck เมื่อไหร่เขาถึงจะหยุดสร้างลานน้ำแข็งนี่ซะที!

                ผมหัวเราะแห้ง “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่าฮ่า มหาเทพเมตาตรอน ท่านช่างเป็นคนมีอารมณ์ขันซะจริง”

 

                เมตาตรอนทำท่าถอดหมวกหมวกครั้งหนึ่งจากนั้นก็ใส่กลับเข้าไป

                ให้ตายสิ ยังมีหน้ามาทำท่าเป็นสุภาพบุรุษ

                จากนั้น กริฟฟอน 2 ตัวก็พร้อมใจกันขยับร่าง พารถม้าคันงามมุ่งตรงไปยังพระอาทิตย์ ผมถูกคาลอสดึงให้ลงไปนั่งยองๆอีกครั้ง รู้สึกว่ามีเข็มนับไม่ถ้วนทิ่มแทงที่ด้านหลัง ผมค่อยๆแอบหันไปมอง ทุกคนต่างพร้อมใจกันหันไปมองทางอื่น

                OVER แล้ว... เมื่อกี้ผมพูดว่าต้องการพูดกับลูซิเฟอร์ พวกเขาคงไม่คิดว่าผมจะไปทำอะไรมิดีมิร้ายเขาหรอกใช่มั้ย ทำอะไรเขาเนี่ยนะ? จะเป็นไปได้ยังไง!

                แต่ว่า... แม้แต่สายตาของคาลอสที่มองผมยัง...ดูถูกผมอยู่นิดๆ

                “เฮ้ นายอย่าเดามั่วนะ ฉันถามหาลูซิเฟอร์เพราะมีเรื่องสำคัญจะพูดต่างหาก ไม่ใช่จะประจบเขาซะหน่อย”

                ยิ่งแก้ตัวก็ยิ่งแย่ สายตาของคาลอสจากที่ดูถูกก็กลายเป็นเหยียดหยาม “อิสเรียลที่รัก นับวันเจ้าก็ยิ่งเสแสร้งจริงๆ”

                ผมไม่อยากพูดแล้ว

                ไอ้รู—บัดซบสมควรตายอิสเรียล! บิดาตายกลายเป็นผีจะสิงร่างใครไม่สิง ดันมาสิงร่างไอ้บ้านี่!

 

                กลุ่มคนทยอยพากันแยกย้าย ผมถึงค่อยรู้ว่าเทวดากระสอบทรายที่โดนเทวทูตระดับล่างเตะต่อยนั่นชื่อว่าโจฟิเอล เขาเป็นทั้งเพื่อนสนิทและลูกน้องผู้ภักดีของเมตาตรอน เดิมทีเมตาตรอนก็ไม่ใช่คนเข้มงวดอะไรนัก ยกตัวอย่างเช่นการที่เขาถือลูกน้องให้เป็นเพื่อนสนิท......ที่มีค่าเท่ากับกระสอบทราย

 

                โจฟิเอลเดินลูบจมูกเข้ามาอย่างเป็นกันเอง “เจ้าแสดงได้สุดยอดจริงๆ”

                ผ...ผ...ผม... ผมกำลังได้รับคำชม! เขาเป็นเทวดาตนแรกที่ไม่มองผมอย่างดูถูก ทั้งยังเป็นเทวดาสี่ปีก ทั้งยังเป็นสีฟ้า! ผมรู้สึกอยากพุ่งเข้าไปกอดเขาจริงๆ!

                โจฟิเอลกล่าวว่า “จริงๆแล้ว......เอ่อ... มหาเทพเมตาตรอนไม่ได้ตั้งใจเข้มงวดขนาดนั้นกับเจ้า แต่ว่าเจ้าก็ไม่ควรพูดคำพูดแบบนั้นต่อหน้าเขา ข้าติดตามเขามา 3000 ปีสวรรค์ ไม่เคยเห็นเขาขมวดคิ้วเลยซักครั้ง แต่วันนั้นเขากลับโกรธมากจริงๆ......”

                “อะไรนะ?” นี่ผมฟังไม่ผิดใช่มั้ย เจ้ากระสอบทรายรู้จักผมมาตั้งแต่แรกแล้วเหรอ?

                โจฟิเอลเม้มริมฝีปากก่อนจะพูดอย่างระมัดระวัง “เทวดา 6 ปีในสายตาของเทวดาอื่นๆ เดิมทีเป็นเพียงคำที่คนอื่นๆไม่กล้าคาดหวัง ชาวสวรรค์ร้อยล้านกว่าตน มีเพียงไม่กี่ร้อยตนที่มี 6 ปีก แม้แต่พระเจ้ายังคัดสรรค์คนเป็นพิเศษกว่าจะเลื่อนให้เป็นเทวทูต 6 ปีก เทวทูตที่มีปีกสีทองยิ่งแทบนับนิ้วได้......ความเจ้าชู้ของมหาเทพเมตาตรอนใครๆก็รู้ เทวดาไม่น้อยที่รู้สึกว่าแค่ได้จูบปลายเท้าของเขาก็ถือว่าเป็นโชคมหาศาลแล้ว เจ้ากลับ......เฮ้อ... ความจริงแล้วมีบางเรื่องที่ไม่สามารถบังคับได้ เจ้าต้องกลับไปคิดให้ดีว่าเรื่องไหนบ้างที่เป็นไปไม่ได้......”

                คาลอสหันมาดูถูกผมอีกรอบ

                นี่มัน... ทำไมผมรู้สึกว่ายิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่ามันงี่เง่ากันล่ะ?

                “อะไรเป็นไปไม่ได้?”

                “เอ่อ... ข้าแค่จะพูดว่า เจ้าตอนนี้ไปขอคืนดีกับมหาเทพเมตาตรอนเสียเถอะ เขาจะต้องตอบรับแน่”

                “ไม่เอา”

                “งั้นให้ข้าไปบอกให้เขามาง้อเจ้าเอามั้ย?”

                “ไม่เอา”

                “เฮ้อ...ตามใจเจ้าแล้วกัน แต่ข้าขอเตือนเจ้าสักคำ เจ้าไม่อยากอยู่กับมหาเทพเมตตาตรอนก็ไม่เป็นไร แต่ว่า อย่าหาทางเข้าใกล้มหาเทพลูซิเฟอร์อีกเลย”

                “ไม่เอา” ผมเผลอปากตอบกลับไปตามอัตโนมัติ ตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ก็ตะโกนเสียงดัง “เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ?!

                โจฟิเอลตกใจสะดุ้งโหยง ยังไม่ทันได้ตอบคำ ด้านหลังก็ปรากฏเสียงของบุคคลผู้หนึ่ง เสียงนั้นแม้แต่สายลมฤดูใบไม้ผลิก็เทียบไม่ติด “เอาล่ะ อิสเรียล พวกเราได้เวลากลับสวรรค์ชั้นที่ 6 กันแล้ว เจ้าต้องการไปด้วยกันไหม?”

                “ไม่ไปโว้ย!” ผมพลั้งปากตอบไป

                “ไปสิไปสิ~~~~” คาลอสรีบตอบ

                อา... พึ่งนึกขึ้นได้ นั่นน่าจะเป็นพี่สาวคนงามกราบิเอล~~~ข้างๆก็เป็นราฟาเอลนั่นเอง ผมรีบหันไปมองก็เห็นกราบิเอล ใบหน้างดงามเรียบเฉยเย็นชา สาวงามอารมณ์ไม่ดีซะแล้ว แต่สาวงามเย็นชาผมก็ชอบ

                ราฟาเอลมองไปยังคาลอส พูดยิ้มๆว่า “ถ้าข้าจำไม่ผิด เจ้าชื่อคาลอสใช่มั้ย?” คาลอสพยักหน้าอย่างแข็งขัน ราฟาเอลกล่าวว่า “เจ้าอยากไปเรียนที่สำนักภาวนารึเปล่า?” คาลอสย่อมต้องพยักหน้าอยู่แล้ว ปีกทั้งสองข้างยังขยับไปมา ขาดก็แค่ใส่หางไปที่ก้นเท่านั้น “อยากไปอยากไป”

               

                จากนั้น พวกเราก็ได้นั่งบนรถม้าคันหรูเป็นครั้งแรก ทะลุผ่านเขตแดนของเทพอูเรียลผู้โกรธเกรี้ยว สวรรค์ชั้นที่ 5 มุ่งสู่สำนักงานใหญ่ของเหล่าเทวะปราชญ์ เมืองหลวงแห่งสวรรค์ชั้นที่ 6 ซีมาร์

                ท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงดาว บรรยากาศเงียบสงบ เมืองซีมาร์ที่อยู่ด้านล่างเปรียบเสมือนกระจกที่สะท้อนภาพของท้องฟ้ายามค่ำคืน ทั้งเมืองเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างสีขาวหิมะ เสากลม หอคอยทรงสี่เหลี่ยม หอระฆัง น้ำพุ แม้แต่โคมไฟบนท้องถนนยังสวยงามตื่นตาตื่นใจ เมืองถูกห้อมล้อมด้วยต้นไม้มากมาย ให้ความรู้สึกแตกต่างจากเมืองเยลูซาเล็ม ถ้ากล่าวว่าเมืองเยลูซาเล็มเป็นเหมือนเมืองในเทพนิยาย เมืองซีมาร์ก็ไม่ต่างจากเมืองสวรรค์ในอุดมคติ ประตูเมืองซีมาร์หน้าตาคล้ายกับประชัยฝรั่งเศสแต่เป็นสีขาว บนประตูเมืองแขวนระฆังเงินอันใหญ่ ว่ากันว่าเป็นระฆังที่ใช้เรียกรวมพลเหล่าเทวทูต

                อา... สามารถเดินทางมาถึงสวรรค์ชั้นที่ 6 ได้เร็วขนาดนี้ ช่างเป็นโชคที่เทวดาทั่วไปไม่อาจได้รับจริงๆ ดูท่าโชคของเหล่านางฟ้าทั้งหลายจะสู้เสน่ห์ของท่านราชาหลีไม่ได้

                แต่ว่า ทุกคนน่าจะเคยฟังนิทานเรื่องสวอนเลคมาแล้วใช่มั้ย? ท่ามกลางทะเลสาบอันงดงาม หงส์ขาวนับไม่ถ้วนว่ายน้ำอยู่ไปมา ช่างทำให้คนรู้สึกอยากจะเข้าไปก่อกวนซะเหลือเกิน ถ้าเกิดในช่วงเวลานั้น มีอีกาตัวหนึ่งบินผ่านทั้งยังหย่อนอุจะ—ลงในน้ำ......จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น?

                ผมไม่ใช่อีกา

                แต่พวกเทวดาสี่ปีกที่เดินผ่านไปมาพอเห็นผมก็ทำท่าเหมือนหงส์มองอีกา พอผมส่งเสียงไปทีหนึ่ง พวกเขาก็มองผมเหมือนหงส์มองอีกาที่กำลังถ่ายหนัก




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1572 palm4588 (@palm4588) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 16:10
    เปรียบเปรยได้โล่มาก ขำ555555
    #1,572
    0
  2. #1464 neaumn_sm (@neaumn_sm) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 22:10
    โว้ยยยย อยากรู้จริงๆว่าอิสเรียลไปพูดอะไรไว้ แต่นางแสดงดีอ่ะ
    #1,464
    0
  3. #1413 moony+lilac (@Pinocchio-fate) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 18:23
    อิสเรียลคนเดิมนี่เป็นครยังไงกันแน่เน้อ
    #1,413
    0
  4. #1086 []SO_DadE[] (@sodade) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 20:47
    ลุ้นมากค่ะ ขำออสเรียล 555
    #1,086
    0
  5. #788 สพัจน์บ็อบ. (@spondboz_ss) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 21:28
    เมตาตรอนชอบเล่นมุกแป้ก แต่เราขำ ขำหนักมากด้วย เทวด้วนคืออะไรคะท่าน โอ้ย
    #788
    0
  6. #340 Noah14 (@benjarath) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 20:34
    ลูซิเฟอร์เล่นอะไรค่ะ ใบ้เหรอ55555
    อิสเรียลเขาว่าเกลียดอย่างไหนจะได้อย่างนั้นนะ
    #340
    0
  7. #269 Flint (@v-v-vee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 19:49
    อยากเห็นคนบรรยายสีหน้านางตอนแสดงอ่ะ ทำไมทุกคนกลัวขั้นนั้น
    #269
    0
  8. #63 อัลฟินด์ (@alfhind) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 02:08
    ท่านลูซิเฟอร์ของเรา ;-; งื้อออออออ ตกใจ ตอนแรกคาลอสบอกว่าคือท่านจีซัสนี่นา ทำไมเป็นท่านลูซิเฟอร์ไปได้ล่ะ หรือว่าจะเป็นหยางลู่จริงๆ?
    ตลกอิสเรียล โจฟิเอล นายพูดอะไรอ่ะ ให้อิสเรียลผู้เกลียดเกย์ไปขอคืนดีเมตาตรอน พออิสเรียลบอกไม่ก็จะขอให้เมตาตรอนมาง้อ โอ้ะฮาจริงๆ 5555 อยากเห็นตอนเมตาตรอนเชยชมเจ้าอิสเรียลสักที หมั่นไส้ เกลียดเกย์นักใช่มั้ยแก งั้นแกต้องโดนเมตาตรอนลวนลามป้นการเอาคืน ฮ่าฮ่า
    // *อย่ามองเราแปลกๆนะ ฮือ *
    #63
    0
  9. #61 Spiral.k (@narumiayumu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 07:20
    ลูซิเฟอร์ไม่พูดสักคำ
    #61
    0
  10. #59 Crystal (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 23:29
    อีสคะ....อยากเล่นอะไรที่เข้าใจยาก เล่นเปรียบแบบนี้ เข้าใจลำบากนะคะ ต้องอ่านหลายรอบเลยนะ รู้ไหม



    อ๋อ..อิส ทีหลังอย่าเผาทิ้งแบบนั้น มันเสียดายของนะ แล้วก็อย่าไปทำลายของชาวบ้านต่อหน้าคนเยอะๆนะ มันไม่ดี...



    รอต่อไป...
    #59
    0
  11. #58 relis (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 23:13
    อ่านวนไป2รอบ ครั้งแรกยังงงๆกับการแสดงของหลีปิน. เท่าที่เจ้าใจคือเปรียบกับผ้าคลุมที่ตอนแรกมีความสำคัญมากสุดท้ายพอหล่นมาแปดเปื้อนก็เผาทิ้งอย่างไม่ไยดี พอมาคลุมให้เทวดากระสอบทรายก็คล้ายจะทำเช่นเดิมหลอกให้วางใจแล้วทำลายทิ้ง



    ถ้าเป็นเทพนักรบแล้วจะได้เล่นจ้องตาเร็วขึ้นมั้ยนะ



    เมตตาตรอนทำไมแทบจะพูดแทนลูซิเฟอร์ขนาดนั้นรู้ใจกันดีจริงน่าสงสัย

    แต่หลีปินจะรอดจากเมตาตรอนมั้ยนะที่กิ๊กตัวเองพยายามจะไปเป็นชูกับลูซิเฟอร์



    จะเปิดตามทุกวันเลยค่า

    #58
    1
    • #58-1 relis (@relis) (จากตอนที่ 7)
      22 มิถุนายน 2559 / 20:12
      ที่คาลอสบอกว่าไม่ใช่นักรบเพราะจะได้ไกล้ชิดราฟาเอลสิท่า
      #58-1
  12. #57 GYUZ (@gyugyu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 22:56
    งงกับอิสเรียล
    #57
    0
  13. #56 akerah (@akerah) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 21:51
    เมตาตรอนนี่เหมือนจะยังติดพันกับอิสเรียลไม่จบนะ ฟังจากที่เทวดากระสอบทรายพูดเหมือนอิสเรียลจะได้รับฐานะพิเศษจากเมตาตรอนพอสมควร นี่ถ้าอิสเรียลบอกให้มาง้อพี่แกก็คงจะมาง้อสินะ แต่ยังไว้ท่าอยู่แน่ๆ มหาเทพลูซิเฟอร์คะ คาใจมากเลยค่ะท่านรีบเปิดตัวเถอะ แล้วเลือกอิสเรียลด้วยนะมันเป็นแผนแน่ๆ
    #56
    0
  14. #55 MoeLLe (@pianista) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 21:26
    ไม่ค่อยเข้าใจฉากเผาผ้าเช็ดหน้าของอิสเรียลเท่าไหร่...
    #55
    3
    • #55-1 เกริด้า(๐-*-๐)v (@Monkey_D_Luffy) (จากตอนที่ 7)
      21 มิถุนายน 2559 / 22:45
      เหมือนกันเลย ใครก็ได้ช่วยขยายทีว่ามันน่ากลัวจนน่าตกตะลึงร้องไห้ตรงไหน~?
      #55-1
    • #55-2 MooK_KunG_Zaa (@letsdance12) (จากตอนที่ 7)
      22 มิถุนายน 2559 / 00:27
      ประมาณว่าได้มาแล้วดีใจ เหมือนจะรักมาก แต่พอทำหล่นแค่ครั้งเดียวก็สกปรก ทำลายทิ้งแบบไม่ไยดี

      พวกเทวฑูตก็เช่นกันหลอกให้ไว้ใจแต่เอาจริงๆถ้าไมได้ดั่งใจก็ทำลายทิ้งได้ทันที เราเข้าใจประมาณนั้น
      #55-2