เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 52 : ทัณฑ์สวรรค์ [51]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,052
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    6 พ.ย. 59



-99-

                กราบิเอลกับกริฟฟอนตัวใหญ่ของเธอร่อนลงตรงบริเวณด้านนอกของปราสาทเซราฟิม หลังจากนั้นพวกผมถึงจอดรถลงตาม เจ้าหล่อนโยนรองเท้าส้นสูงลงมาที่พื้น เกิดเสียง เคล้งดังขึ้นเหมือนมันกำลังจะแตก ผมปาดเหงื่อบนหน้า ค่อยๆเดินผ่านข้างกายเธอไป ส่วนเมตาตรอนกลับอยู่ในอาการที่สงบกว่ามาก ฝีเท้าของเขาเบาจนแทบไม่มีเสียง ค่อยๆย่องตามฝูงชนไป

                กราบิเอลกระโดดลงมาจากหลังกริฟฟอน ก่อนจะก้าวขึ้นไปสวมรองเท้าส้นสูงคู่งามของเจ้าหล่อนอย่างมั่นคง เมื่อสวมครบสองข้างก็ค่อยๆก้มกายลง จัดชายกระโปรงของตัวเองอย่างนุ่มนวลสง่างาม

                เมตาตรอนฉวยโอกาสนั้นแล่นผ่านเธอไป ก่อนจะคว้ามือผม แทบจะบินพุ่งเข้าไปข้างใน

                กราบิเอลส่งเสียงเรียกขึ้นจากด้านหลัง “มหาเทพเมตาตรอน สายัณสวัสดิ์ค่ะ”

                พริบตาเดียวเมตาตรอนก็เผยสีหน้าแน่วแน่ออกมา แม้จะดูแข็งค้างไปบ้าง แต่ก็สามารถหันหน้ากลับไปส่งยิ้มบางๆ “สายัณสวัสดิ์”

                กราบิเอลล้วงเอาขลุ่ยลำเล็กๆออกมาเป่าทีหนึ่ง กริฟฟอนตัวนั้นพลันสยายปีกบินจากไป เธอค่อยๆเยื้องกายมาตรงที่พวกผมยืนอยู่ ระหว่างนั้นก็ตบๆขนนกที่ติดตัวอยู่ให้ออกไป เมตาตรอนหลับตาอย่างสงบ ก่อนจะงอศอกโค้งกายลงอย่างมีมารยาท

                กราบิเอลก็จับกระโปรงย่อเข่าด้วยท่วงท่าสาวงามผู้เลอโฉม “ขอบคุณ”

                จากนั้นก็ยืดกายกลับมายืนตัวตรง ก้าวเดินนำไปด้านหน้า

                สีหน้าของเมตาตรอน ตั้งแต่ต้นจนจบก็สงบนิ่งอย่างมาก

 

                บนขั้นบันไดที่ทอดราวราบกับไร้ที่สิ้นสุด บัดนี้ต่างเต็มไปด้วยชาวสวรรค์มากมาย ผืนฟ้ามืดมิดโอบคลุมวิหารศักดิ์สิทธิ์เอาไว้รอบด้าน แสงเรืองรองสีทองที่ใต้เท้าสว่างราวกับจะต่อต้านความมืดที่เข้าปกคลุม

                วิหารศักดิ์สิทธิ์ในวันนี้ดูต่างจากวันก่อนๆอย่างมาก อาจเป็นเพราะมีผู้คนหลั่งใหลเข้ามาเนืองแน่น ทำให้ลดทอนบรรยากาศสงบเงียบที่เคยมีอยู่แต่เดิม

 

                ระเบียงทางเดินโล่งกว้างงดงามทอดยาวอยู่ตรงหน้าพวกผม ระหว่างทางมีคนจำนวนไม่น้อยที่แวะเข้ามาทักทายเมตาตรอนกับกราบิเอล ...อืม... แน่นอนว่าผมที่ยืนอยู่ข้างๆย่อมต้องถูกเมินเป็นธรรมดา ความจริงแล้วพวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรมากมายหรอก ประเด็นคือเวลาพูดก็จะหันหลังให้ผมเสมอ เพราะอย่างนั้นชาวสวรรค์ตนอื่นๆที่เดินตามมาด้านหลังก็คิดว่าผมกำลังยืนขวางทางอยู่ จึงได้เร่งเตือนไม่หยุดให้รีบเข้าไป ยังดีที่เมตาตรอนไม่ใช่พวกชอบเม้ามอยอะไรมาก ไม่นานก็บอกลาพวกเขา

 

                พอเข้ามาถึงโถงกลาง ผมก็ถูกทัศนียภาพภายในโถงทำให้ตกตะลึงจนสติหลุดลอย

                ชาวสวรรค์แทบจะทั้งหมดมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ด้านนอกยังคงมีเสียงอึกทึกครึกโครม แต่พอก้าวเข้ามาด้านใน บรรยากาศกลับเยือกเย็น เงียบสงบเสียจนแทบจะได้ยินเสียงฝีเท้า

                ห้องโถงที่สูงราวกับภูเขา กว้างใหญ่ราวกับมหาสมุทร ถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ส่วนแรกคือที่ๆพวกผมยืนรวมตัวกันอยู่ ส่วนที่สองคือเวทีรูปวงแหวนยักษ์ที่ลอยอยู่กลางอากาศ ส่วนที่สามคือเวทีรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่ลอยอยู่เหนือเวทีส่วนที่สอง ส่วนที่สี่ คือเวทีรูปวงกลมที่ลอยอยู่สูงที่สุด เสาเวทีแต่ละเสาเปล่งแสงสีเงิน สีทอง และแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมา แกะสลักเป็นรูปดอกไม้ ปีก และวงรัศมีแสงตามลำดับ ทั้งสี่ส่วนแยกออกเป็น ชนชั้นวิญญาณ ชนชั้นบุตร ชนชั้นศักดิ์สิทธิ์ และผู้นำทั้ง 3 ท่าน

                แม้ว่าจะถูกแบ่งแยก แต่วิหารศักดิ์สิทธิ์ก็ยังคงยิ่งใหญ่สุดลูกหูลูกตาอยู่เช่นเดิม บนผนังเปิดช่องเล็กๆเอาไว้นับหมื่นนับแสน แต่ละช่องจุดเทียนเอาไว้จนเต็ม แสงสว่างเรืองรองทอประกายออกมาจากผนัง แต่มิอาจทาบรัศมีที่เปล่งออกมาจากเทพชั้นสูงเหล่านั้นได้

                พระผู้เป็นเจ้านั่งอยู่ตรงจุดที่สูงที่สุด เส้นผมสีเงินยวงและชุดคลุมสีขาวสะอาดยาวเรี่ยพื้น ยังคงมองไม่เห็นใบหน้าของเขาอยู่เช่นเดิม

                ด้านซ้ายเป็นจีซัส ด้านขวาคือลูซิเฟอร์

                ท่านั่งของจีซัสเป็นไปตามแบบแผนเป๊ะๆ ส่วนลูซิเฟอร์ก็ผิดแบบแผนสุดๆ แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงความสง่างามดังเก่า รัศมีของลูซิเฟอร์สูงส่งเกินกว่าที่ผมคาดเอาไว้เสียอีก หลายคนที่กำลังส่งเสียงพูดอยู่ด้านข้างของผม 9 ใน 10 ถ้าไม่พูดว่า “พระผู้เป็นเจ้าอยู่ตรงนั้น” ก็พูดว่า “ข้าเห็นมหาเทพลูซิเฟอร์แล้ว” ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและไม่อยากจะเชื่อสายตา

                ผมเงยหน้า ต้องพยายามสุดแรงถึงจะเห็นหน้าของเขาได้

                ลูซิเฟอร์เป็นรัศมีแสงแห่งโลกสวรรค์ เป็นแสงจันทร์กระจ่างฟ้าของเหล่าเทวทูตในสายตาของชาวสวรรค์เกือบทั้งหมด เขาแทบไม่ต่างจากพระเจ้า

                ผ่านเลยไปยังบานหน้าต่างงามวิจิตรของวิหารศักดิ์สิทธิ์ เขาเอาแต่จ้องมองออกไปยังท้องฟ้ามืดมิดภายนอก จ้องมองจักรวรรดิอันงดงามรุ่งเรืองที่ด้านนอก ราวกับต้องการหลุดลอยออกไปไม่หวนกลับมาอีก

 

                เมตาตรอน กราบิเอลและผมบินขึ้นไปด้านบน เมตาตรอนต้องการจะพาผมขึ้นไปชั้นด้านบน แต่ผมยืนกรานว่าจะอยู่ที่ชั้นของชนชั้นบุตร กราบิเอลกลับพูดประชดประชันออกนอกหน้าว่า “ถึงยังไงชื่อเสียงของเจ้าก็ฉาวโฉ่อยู่แล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะกลับตาลปัตร ให้ฉาวอีกซักนิด อาจจะมีคนหันมาชอบเจ้าก็ได้”

                ผมขี้เกียจจะสนใจเธอ จึงหันไปเลือกที่นั่งซักที่นั่งลง

 

                ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ผมเริ่มจะเกลียดความหัวรั้นของตัวเองมากขึ้นทุกที ขอบเขตของชนชั้นบุตรมีเยอะมาก ตั้งแต่เทวทูตระดับล่างถึงเทวทูตระดับสูง ทั้งประจวบเหมาะว่าเป็นชนชั้นที่เหม็นขี้ผมที่สุดซะด้วย ทั้งเทวทูตระดับล่าง พวกสำนักภาวนา หรือแม้แต่เทวทูตจากที่อื่นๆต่างก็พยายามไม่มองมาที่ผม พวกที่ซุบซิบนินทาอยู่ด้านหลังก็ ไม่ระวังพูดให้ผมได้ยินคำพูดดูถูกต่างๆนานา ที่ทำเอาพูดไม่ออกที่สุดคือพวกเขาต่างก็ ไม่ระวังทำน้ำผลไม้บ้างล่ะ น้ำชาบ้างล่ะ สุราบ้างล่ะ และสารพัดของแปลกๆหกใส่ตัวผม ทั้งยัง ไม่ระวังเหยียบเท้าผมไป N รอบ ...จริงๆแล้วผมสามารถหลบมันได้ แต่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ค่อนข้างจะพิเศษ

                ตำแหน่งที่ผมนั่ง เป็นจุดที่สามารถเห็นใบหน้าด้านข้างของลูซิเฟอร์ได้พอดี

                องคาพยพทั้งห้าที่งดงามสมบูรณ์ราวกับถูกแกะสลักขึ้นมาจากเลือดเนื้อและวิญญาณของจิตรกรชั้นเยี่ยม ทุกแห่งที่ผมเคยสัมผัส เคยจุมพิต เพียงแค่มองดูก็สามารถจุดไฟเผาขึ้นในจิตใจได้แล้ว

                มือซ้ายของเขาวางอยู่บนท่อนแขนอีกข้าง มือขวาวางไว้ที่หน้าท้อง ท่าทางเช่นนี้ แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยเปลี่ยน

                ผมมองเขาอยู่อย่างนั้น มองเสียจนสติหลุดลอย มองจนโง่งม เพราะแบบนั้นถึงได้ถูกคน ไม่ระวังใส่อยู่เรื่อย รอจนบิดาสร้างชื่อมีฐานะให้ได้เสียก่อนเถอะ จะจับพวกนายเจี๋ยนเป็นเทวดาตุ๋นเลยคอยดู!

 

                หลังจากที่บรรยากาศกลับคืนสู่ความสงบ จีซัสก็เริ่มป่าวประกาศ “หมื่นพันบุตรธิดาแห่งยะโฮวาเอ๋ย ข้าในนามของพระผู้เป็นเจ้าขอต้อนรับแขกทุกๆท่าน ที่มาร่วมกันเฉลิมฉลองวันสร้างโลก ต้อนรับอีก 100 ปีที่กำลังจะมาถึง”

                ชาวสวรรค์พร้อมใจกันเปล่งเสียง “ฮาเลลูยาห์”

                จีซัสกล่าวต่อว่า “เด็กน้อยทั้งหลายเอ๋ย ให้พวกเราได้เห็นเถิดว่าพวกเราได้สิ่งใดมาครอบครองแล้วบ้าง ทุกอย่างที่พระผู้เป็นได้เป็นผู้ประทานให้”

                เสียงพึ่งจะกล่าวจบ อาซาเซลที่อยู่ท่ามกลางผู้คนก็จงใจลากหางเสียงยาวเหยียด “...ซามูเอลออกไปแล้วจริงๆด้วย----”

                ในโถงต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียงหัวเราะเสียงดัง

                พลันเกิดแสงสว่างวาบขึ้นในวิหาร อาซาเซลที่อยู่กลางฝูงชนส่งเสียงอู้อี้ออกมา เพราะริมฝีปากถูกผนึกเอาไว้ ไร้หนทางที่จะเปล่งคำพูด

                ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “วันนี้อย่าได้ทำแบบนั้นอีก”

 

 

-100-

                จีซัสกล่าวว่า “ข้าจะให้ทุกคนได้เห็นทุกอย่าง” สิ้นเสียง แสงเทียนในวิหารพลันดับมอด ผู้คนต่างพากันทอดถอนใจ

                ทุกอย่างพลันปกคลุมด้วยความมืดมิดว่างเปล่า เงียบงันจนน่ากลัว

                เวลาต่อมา แสงสีทองดวงหนึ่งก็เปล่งประกายอยู่ท่ามกลางความมืด ก่อนจะค่อยๆขยายใหญ่ แสงสะท้อนตกกระทบลงบนใบหน้าของจีซัส สองมือของเขากางกั้นอยู่ระหว่างแสงสว่างและความมืด สองสิ่งตัดแยกจากกันชัดเจน

 

                ในความมืดปรากฏเสียงของเบาๆของน้ำ จีซัสประกบสองมือเข้าด้วยกัน ราวกับกำลังโอบกอดบอลแสงนั้นเอาไว้ ในลูกบอลที่เปล่งแสงลูกนั้น มีสายน้ำใสสีฟ้ากระจ่างไหลวนอยู่

 

                จีซัสปล่อยให้สายน้ำไหลขึ้นไปบนอากาศ พวกมันเคลื่อนไหวแปรเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว หยดน้ำร่วงหล่น ก่อนจะค่อยๆรวมตัวกันเป็นแอ่งน้ำ ผืนดินอันไร้แหล่งน้ำสั่นสะท้าน ก่อนที่ทุ่งหญ้าพฤกษาบุปผานานพันธุ์จะพร้อมใจกันเบ่งบาน จากนั้นก็สร้างเมล็ด

 

                ปลายนิ้วของจีซัสวาดบนกลางอากาศไปมา ประกายแสงเจิดจ้าพลันทิ้งร่องรอยพร่างพราวเอาไว้ มือซ้ายของเขามีพระจันทร์ มือขวามีพระอาทิตย์ ตะวันจันทราสลับหมุนเวียนเปลี่ยนกันไม่หยุด สุดท้ายพระจันทร์ก็ลอยขึ้นไปอยู่กลางอากาศ เขากาวฝ่ามือออกลากผ่านไปที่ด้านล่างของดวงจันทร์ ดวงดาราสุกสกาวแถบหนึ่งคล้ายถูกป้ายออกไปตามฝ่ามือของเขา

 

                จีซัสชี้มือไปที่แม่น้ำ ก่อนจะวาดเส้นทางของแม่น้ำขึ้นกลางอากาศ ปรากฏเหล่ามัจฉามากมายแหวกว่ายเวียนวน เขาชี้ไปทางแสงสว่าง ใช้นิ้วชี้เคาะลงไปเบาๆ สิ่งมีชีวิตก้อนขนเล็กๆค่อยๆกางปีกออก กลายเป็นนกโผบินอยู่กลางอากาศ เสียงร้องสกุณาไพเราะราวกับหยดน้ำความบริสุทธิ์แจ่มใสทำให้คนมองต่างทอดถอนใจออกมา

 

                สองมือของจีซัสวางแนบอยู่บนผืนดินก่อนจะค่อยๆลูบเลยออกไปทั้งซ้ายขวา บนผืนแผ่นดิน สิ่งมีชีวิต หนอนแมลง และเดรัจฉานต่างค่อยๆมีชีวิต วิ่งเตลิดออกไปคนละทิศละทาง

 

                มือขวาของจีซัสกำเป็นหมัด นำพาแสงดาวแสงหนึ่งเข้ามา บุรุษหนุ่มร่างกายเปลือยเปล่าผู้หนึ่งยืนอยู่บนพื้นหญ้า สองมือกุมร่างกายท่อนล่างเอาไว้ มือซ้ายของจีซัสกำเป็นหมัด แสงสว่างเจิดจ้าขึ้น สตรีผู้หนึ่งก็นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น สองมือยกขึ้นปิดใบหน้าอย่างเขินอาย ด้านหลังมีต้นไม้เขียวชอุ่มหนึ่งต้น บนต้นไม้มีร่างของเทวทูตหนุ่มที่มีร่างเป็นคนหางเป็นงู พอยืนขึ้นก็ให้รู้สึกว่าคล้ายเครื่องหมายคำถามอย่างมากเลยทีเดียว ด้านหลังยังมีปีก แม้ว่าจะงดงาม แต่ว่า... ใบหน้าของเขา...ซามูเอล?

                ทุกคนต่างพากันตกตะลึง

                การเคลื่อนไหวของจีซัสพลันแข็งค้าง ไม่ลงมือต่อไปอีก เขาหันหน้าไปมองยะโฮวาด้วยสีหน้ากระวนกระวายเล็กน้อย

 

                ผมจ้องมองภาพนิมิตที่จีซัสสร้างขึ้นมาอย่างตกตะลึง มองดูสองสามีภรรยาที่สบตากันอย่างเอียงอาย พลันรู้สึกเลือดในกายเย็นเฉียบ

                ที่แท้ทุกอย่างก็ได้เริ่มมาตั้งแต่ต้น

                อดัมกับอีฟได้แอบกินผลแห่งการรู้แจ้งลงไปแล้ว ทั้งยังเป็นเพราะการล่อหลอกของซามูเอล 1 ในซาตานในอนาคต

                สติปัญญาของทั้งสองพลันกระจ่างแจ้ง ดวงตาของพวกเราส่องประกาย สามารถแยกแยะความต่างระหว่างตัวเองกับโลกภายนอก ก่อเกิด ตัวตนของตัวเองขึ้นมา พวกเขาค้นพบอย่างการเปลือยกายเป็นเรื่องอันน่าอับอาย พวกเขาใช้ใบของต้นมะเดื่อสานเป็นกระโปรงเพื่อปิดบังร่างกายท่อนล่าง

                โลกพลันพลิกหมุนกลับตาลปัตร อากาศที่เดิมทีอบอุ่นอ่อนโยนดุจฤดูใบไม่ผลิพลันถูกความหมางเมินของพระผู้เป็นเจ้าที่ตีจากแช่แข็งให้เหน็บหนาว สายลมเย็นเยียบพัดผ่านมา พื้นโลกเต็มไปด้วยความโกลาหลไร้ซึ่งสันติสุข ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะอยู่รอด สูญเสียไปซึ่งความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ทอดทิ้งวัยเด็กอันแสนสุข มุ่งฝ่ารสชาติเปรี้ยวหวานขมเผ็ดแห่งชีวิต สัมผัสกับอารมณ์รักโกรธเศร้าสุข สติปัญญาคือเครื่องหมายที่บ่งบอกว่ามนุษย์ได้ตีตนออกห่างจากวิถีธรรมชาติ ทั้งยังเป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์และไม่สงบทั้งปวง

 

                ในตอนนั้นเองที่โลกในมือของจีซัสก็มีเสียงดังขึ้น “อดัม เจ้าอยู่ตรงนั้น? คนล่ะ เจ้าอยู่ที่ไหน?”

                ในเสียงร้องนั้น แฝงไปด้วยความเศร้าโศกและผิดหวังต่อมนุษย์ผู้กระทำผิด มนุษย์ที่พระองค์ประทานสิ่งดีงามทั้งหมดให้ ทั้งยังแฝงไปด้วยการรู้ตื่น หวนคืนสู่ตัวตนแห่งพระผู้เป็นเจ้า

                ผมมองไปที่ตำแหน่งของยะโฮวา เขายังนั่งอยู่ที่เดิม ที่ไปมีแต่เสียงเท่านั้น แต่อดัมกับอีฟต่างพากันหลบซ่อน

 

                อดัมพูดกับพระเจ้าว่า “ข้าอยู่ในสวนได้ยินเสียงท่านจึงเกิดกลัวขึ้นมา เพราะว่าข้าเปลือยกายอยู่ จึงคิดอยากหลบซ่อน”

                พระผู้เป็นเจ้าร้องถามอย่างกรุ่นโกรธ “ผู้ใดเป็นคนบอกว่าเจ้ากำลังเปลือยกาย? หรือเป็นเพราะเจ้ากินผลไม้ต้นนั้น ต้นที่ข้าสั่งห้ามไม่ให้พวกเจ้ากิน!

                อดัมพูดอธิบาย “สตรีที่ท่านประทานมาให้ข้านำผลไม้นั้นมาให้ข้ากิน ข้าจึงกินมันลงไป”

                พระผู้เป็นเจ้าหันไปถามอีฟ “เจ้าทำอะไรนะ?”

                อีฟพูดขึ้น “เป็นงูตัวนั้นที่ล่อหลอกข้า ข้าจึงกินมันลงไป”

                ซามูเอลที่หนีออกไปนานแล้วถูกพระผู้เป็นเจ้าบังคับให้หยุดลง

                พระผู้เป็นเจ้าพูดว่า “ซามูเอล ในเมื่อเจ้ากล้าทำเรื่องเช่นนี้ ก็ต้องยอมรับผลของคำสาป เจ้าจะกลายเป็นงูนับจากนี้ต่อไปอีกครึ่งชีวิตของเจ้า เจ้าจะต้องต้อยต่ำยิ่งกว่าเดรัจฉานใดๆ ใช้ท้องแทนขา ต้องกินเถ้าธุลีไปทั้งชีวิต เจ้ากับอีฟจะเป็นศัตรูกันตลอดไป ลูกหลานของเจ้ากับลูกหลานของนางก็จะเป็นศัตรูกันตลอดไป ใครก็ตามคิดจะทำร้ายเจ้า เจ้าก็จำทะร้ายคนผู้นั้นกลับ”

                หลังจากนั้น ซามูเอลก็พลันกลายร่างเป็นงู ณ ที่นั้น เขาพลันขดร่างเลื้อยหายเข้าไปในพงหญ้า

                พระผู้เป็นเจ้าพูดกับอีฟว่า “นับจากนี้ ยามที่เจ้าให้กำเนิดบุตรจะต้องทุกข์ทรมานยิ่งกว่าเดิม เจ้าต้องรักและภักดีต่อสามีของเจ้า และเขาต้องมีหน้าที่ควบคุมดูแลเจ้า”

                สุดท้าย พระเจ้าพูดกับอดัมว่า “เจ้ากลับเชื่อฟังคำพูดของภรรยา กินผลไม้ต้องห้ามที่ข้าสั่งห้ามเอาไว้เด็ดขาด เพราะการกระทำของเจ้า ผืนดินจะต้องคำสาป เจ้าต้องใช้แรงงานอย่างเหนื่อยยากจึงจะเสาะหาเมล็ดพันธุ์ธัญญาหารได้ นับแต่นี้ผืนดินจะงอกเงยขวากหนามและวัชพืช เจ้าจะต้องไถนาพรวนดินจึงจะสามารถปลูกผลัก เจ้าต้องหลั่งเหงื่อโทรมกายจึงจะมีชีวิตอยู่รอดจนกว่าจะกลับคืนสู่ผืนดิน เพราะเจ้าถือกำเนิดจากดิน เป็นเพียงฝุ่นดินก้อนหนึ่ง ยามจากก็ต้องจากอย่างธุลีดิน”

                อดัมกับอีฟต่างพากันร่ำไห้ด้วยความโศกศัลย์

                พระผู้เป็นเจ้ากล่าวว่า “พวกเจ้าไม่อาจอาศัยอยู่ในสวนเอเดนได้อีกต่อไป นี่คือคำสั่งโทษฐานที่เจ้าขัดคำสั่งของข้า บาปนี้จะติดตามไปยังลูกหลานทุกรุ่นของพวกเจ้า บาปแรกที่จะติดตัวไปตั้งแต่กำเนิด”

 

                หลังถูกเนรเทศออกจากสวนเอเดน พระเจ้าสูญเสียมนุษย์ มนุษย์เองก็สูญเสียพระเจ้า

                มนุษย์ถูกต้องโทษด้วยบาปที่ติดตัวมาแต่กำเนิดไร้ซึ่งหนทางลบล้าง ...บาปกำเนิด

 

                แม่-เอ้ย อดัมกับอีฟไปตายซะไป! ยังมีอีก ไอ้ซามูเอลบัดซบ! ว่างจัดไม่มีอะไรทำก็ไปหลอกพวกนั้นทำไมกันเล่า? อย่าบอกนะว่า...

                ผมเงยหน้าขึ้นมองลูซิเฟอร์ เขายังคงนั่งอยู่ที่ด้านขวาของพระผู้เป็นเจ้า สีหน้าสงบนิ่งดั่งเคย

 

                จีซัสเก็บมือกลับมา เทียนในวิหารถูกจุดขึ้นอีกครั้ง

                เหล่าชาวสวรรค์ต่างเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันด้วยเสียงอันเบา

                พระผู้เป็นเจ้าเอ่ยขึ้นว่า “ตรงทิศตะวันออกของสวนเอเดน ให้สร้างกองกำลังไว้ที่นั่น วางดาบเพลิงไว้ทั้ง 4 ด้าน ปิดเส้นทางสู่พฤกษาแห่งชีวิต ส่วนซามูเอล ให้ขับไล่ออกจากสวรรค์”

                ลูซิเฟอร์ยิ้มบางๆ “ท่านพูดได้ถูกต้องยิ่งนัก องค์ยะโฮวาผู้ปรีชา”

 

                ทุกคนต่างก็ได้ยินบทสนทนาเผ็ดร้อนระหว่างทั้งสอง ทั้งยังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

                ในตอนนั้นเองที่เมตาตรอนก็ก้าวขึ้นมา “เอาละ มหาเทพจีซัสก็ได้แสดงวิวัฒนาการของโลกให้พวกเราชมดูกันไปแล้ว ช่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก ตอนนี้ก็มาถึงเวลาของการแสดงกันแล้ว ข้าก็อยากจะแสดงฝีมือของตัวเองอยู่เหมือนกัน ทุกท่านลองเดาดู ว่าข้าจะแสดงอะไร?”

                เหล่าชาวสวรรค์พากันเงียบกริบ

                เมตาตรอนกล่าวขึ้นว่า “ทุกท่านก็น่าจะรู้กันแล้วกระมัง อาฮ่า! วันนี้ ละครที่ข้าจะแสดงให้พระผู้เป็นเจ้าดู ก็คือมุขตลก Best of the best รับประกันได้เลยว่าทุกท่านจะต้องขำจนกลืนข้าวไม่ลงเป็นแน่แท้!

                เหล่าชาวสวรรค์ยังคงเงียบกริบ

                “มาเริ่มกันที่เรื่องแรก ก้อนหินกำลังทะเลาะอยู่กับขนมเข่ง ทะเลาะไปทะเลาะมา...” เมตาตรอนพลันเผยรอยยิ้มลึกลับประจำตัวของเขาออกมา “จากนั้นก้อนหินก็เลยเตะขนมเข่งจมลงไปในทะเล”

                เหล่าชาวสวรรค์ต่างพากันตัวสั่นด้วยสีหน้าตายเสียดีกว่าอยู่

                “เรื่องที่สองค่อนข้างยาวอยู่เล็กน้อย ทุกท่านโปรดตั้งใจฟังให้ดี วันสบายๆในหน้าร้อนวันหนึ่ง กล้วยหอมสองลูกเดินอยู่บนถนน กล้วยลูกที่เดินนำหน้าอยู่ๆก็พูดว่า ข้าร้อนจังเลย ข้าอยากถอดเสื้อผ้าจากนั้นมันก็ปอกเปลือกของตัวเองออก ผลก็คือ...” เขาผุดรอยยิ้มลึกลับแบบเดิมออกมาอีกครั้ง “ผลก็คือ กล้วยลูกที่เดินตามหลังมาก็สะดุดล้ม ฮะฮ่า” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1617 palm4588 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 13:08
    หลุดขำเพราะมันแป้กนี่แหล่ะ-"-
    #1,617
    0
  2. #1294 ing43120 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 18:33
    ไมเกรนขึ้นเพราะมุกเมตราตอน
    เนี่ยแหละ เฮ้ออออ เศร้า
    #1,294
    0
  3. #1293 Bubble Mint (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 15:53
    พอ พอเถอะ เมตาตรอน
    เครียดกับมุกนายมากกว่าที่เครียดเนื้อเรื่องอีก
    #1,293
    0
  4. #1292 relis (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 11:38
    กำลังเริ่มเครียด เมตาตรอนตัดมุขเกินไปล่ะ
    ไม่ฮาพาเอาเครียด
    #1,292
    0
  5. #1291 NoEnd-Infinity (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 10:19
    เอิ่ม นายมันโคตรขัดบรรยากาศเลย!
    #1,291
    0
  6. #1290 ทันทั่น (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 00:58
    ขำเมตตาตรอนทุกที555
    #1,290
    0
  7. #1289 ManowandManow (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 00:04
    รักไรท์เลยมาต่อสองวันติด เมตาตรอนเราว่าไปฝึกมุขมาใหม่เหอะ==
    #1,289
    0
  8. #1288 Lifeลั้นลา (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 21:14
    พยายามจะหัวเราะ แต่มันไม่หัวเราะให้ ฉันขอโทษเมตาตรอน--- เมื่อกี้ลองมาคิดดู ถ้าลูซิเฟอร์โดนขับไล่จากสวรรณ์พร้อมกับลิลิธ แล้วลูซิเฟอร์จะมองลิลิธเป็นตัวแทนมิคาเอลแล้วได้กันมีลูกเป็นเบลเซบับ...รู้สึกไม่อยากให้เป็นงั้นอ่าา._. หรือลูซิเฟอร์ท้องแล้วมีลูก---แอร้ คือครั้งก่อน ลูซิเฟอร์เหมือนภรรยาโดนสามีขอหย่าไงไม่รู้ ฮล่อนนน
    //กินยาสลายมโนก่อนจะบ้าไปกว่านี้
    #1,288
    0
  9. #1287 UltearTUM (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 19:24
    มุกนายมันแป้กที่สุดในโลกแล้วล่ะ...เมตาตรอน..
    #1,287
    0
  10. #1286 แอลซินอาร์ (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 19:07
    ไม่รู้ว่าตัวเองเสียเวลาอ่านมุขเมตาตรอนทำไม...
    #1,286
    0
  11. #1285 kavasarew (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 19:06
    เมตาตรอนสนใจเรียนการเล่นมุกไหม
    #1,285
    0
  12. #1284 MoeLLe (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 18:58
    สงสารซามูเอล โดนลูซิเฟอร์ใช้เสร็จก็โดนสาป น่าสงสารจริงๆ
    ส่วนเมตาตรอน มุกบ้าอะไรไม่รู้อีกแล้ว ไม่เข้าใจเลย ????
    #1,284
    0
  13. #1283 kkp_real (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 18:34
    คิดว่าตัวเองเล่นแป้กแล้วนะ ... สุดยอดไปเลย 5555
    #1,283
    0
  14. #1282 @ Rose (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 18:04
    เกลียดมุขมาตาตรอนสุดดดดดดดด
    #1,282
    0
  15. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 18:03
    คือ อะไรวะ -เมตาแกพูดอะไรของแกกูไม่เคยเข้าใจเลยจริงๆ
    #1,281
    0
  16. #1280 文君 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 17:07
    อยากจะบอกว่าไม่เคยเข้าใจมุกของเมตราตรอนเลยให้ตายสิ
    #1,280
    0