เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 5 : ทัณฑ์สวรรค์ [5]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    2 ส.ค. 59



-9-

                ผมไม่มีหน้าจะไปพบใครแล้ว จริงๆนะ ไม่มีแล้วจริงๆ ต้องมาใช้ชื่อเดียวกับเทวดาทรยศ แถมยังหน้าตาเหมือนกันอีก ผมไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว พอลองกลับนึกย้อนไปถึงตอนแรกที่ผมพึ่งจะมาถึงที่นี่ แววตาที่พวกเทวดาเหล่านั้นใช้มองผม......F*ck

                ผมคอตกก้มหน้า รู้สึกสำนึกผิดอย่างน้อยนักที่จะเป็น “คาลอส ฉันผิดไปแล้ว จริงๆนะ  ฉันจะกลับตัวกลับใจเป็นคนดี” คาลอสกรอกตาทีเบะปากหนึ่ง “เจ้าพูดคำนี้มากี่พันครั้งแล้ว มีประโยชน์อะไร”

                ผมซึมไปเลย นี่ผมควรจะหุบปากใช่มั้ย

                มองลงไปด้านล่าง สวรรค์ชั้นที่ 3 ผ่านพ้นไปล่วงเข้าเขตสวรรค์ชั้นที่ 4 ท้องฟ้ากลับสู่ยามเย็นย่ำ พระอาทิตย์ลาลับอยู่ตรงขอบฟ้า เบื้องหน้าสายตาคือผืนป่ามืดสนิท ถัดจากผืนป่าไปคือเขตพื้นที่ที่รุ่งเรืองที่สุดของสวรรค์ชั้น 4 เมืองเยลูซาเล็ม เมื่อผ่านพ้นแนวป่าก็จะเห็นแนวปราสาทที่สำคัญที่สุดในเมืองเยลูซาเล็ม ผมรู้สึกตื่นตาตื่นใจอย่างมาก สถาปัตยกรรมของสวรรค์ต่างก็เป็นปติมากรรมชั้นสูงทั้งนั้น มองจากที่ๆผมอยู่ลงไป ก็รู้สึกเหมือนพระอาทิตย์กำลังแขวนอยู่เหนือยอดปราสาทที่สูงที่สุด กลุ่มเมฆถูกย้อมจนกลายเป็นสีแดงเช่นเดียวกับเมืองทั้งเมือง เมืองเยลูซาเล็มยามสนธยาราวกับถูกห้อมล้อมโดยเมฆหมอกสีกุหลาบ อีกด้านหนึ่งก็ราวกับทั้งเมืองกำลังถูกเปลวเพลิงโหมกระหน่ำก่อนจะมีฟีนิกส์เพลิงโผบินขึ้นสู่ท้องนภา

 

                พวกเราบินผ่านเหนือบริเวณป่าเขา คาลอสชี้ไปยังผืนป่าที่มืดสนิทนั้น “ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยหลุมวิญญาณ เทวดาที่เสื่อมจากความเป็นเทพและพวกทรยศจะถูกกลบฝังไว้ที่นี่ พวกเขาจะถูกผลักลงสู่นรกและไม่อาจกลับมาได้อีกตลอดกาล”

                คาลอสพูดอย่างไม่รู้สึกรู้สาราวกับกำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ ผมตัวสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ ถ้าตามอย่างที่เขาพูด อิสเรียลในอดีตก็คือคนทรยศที่กล้าหักหลังเหล่าเทวทูตระดับล่างที่กำลังโกรธแค้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่าเขาจะกล้าหักหลังสวรรค์หรือเปล่า ก่อนที่เขาจะไปเข้าพวกกับเมตาตรอนก็เป็นเทวทูตระดับล่างมาก่อน ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเคยสมคบคิดกับพวกปีศาจชั่วร้ายในโลกปีศาจมาก่อนก็ได้......คนที่เกลียดเขามีมากขนาดนั้น จะต้องมีเรื่องอย่างอื่นอีกแน่ๆ พวกเขาอยากเห็นผมไม่ตายดี เอาเรื่องของอิสเรียลออกไปป่าวประกาศจนทั่ว นี่ผมไม่ต้องตายแทนเขาเป็นหมื่นๆครั้งเลยเหรอ?

                ที่แท้สวรรค์ก็ยุติธรรมยิ่งนัก มอบใบหน้าหล่อเหลามาดแมนสมชายชาตรีให้ผมใบหน้าหนึ่งก็เพื่อจะมอบชะตาสาวงามรันทดให้กับผม!

 

                ขณะที่ผมยังจมจ่อมอยู่กับชะตาสาวงามอยู่นั้น คาลอสก็ดึงผมให้ลงไปที่พื้นพลางชี้ไปที่แม่ค้าที่ยืนอยู่หน้าแผงขายของ “ไม่อยากตายก็ไปซื้อเสื้อคลุมไม่ก็ผ้าคลุมหน้ามาปิดใบหน้างดงามอันแสนภาคภูมิใจของเจ้าไว้ซะ”

                ผมรับคำเสียงหนึ่ง เดินออกไปได้สองก้าวก็หันหัวกลับมา “ไม่มีเงิน ยืมนายก่อนก็แล้วกัน” คาลอสกรอกตามองบน “ฝันไปเถอะ!

                “รอฉันมีเงินจะคืนให้สองเท่าเลยเอ้า!

                “สามเท่า” “สองเท่าครึ่ง” “สามเท่า” “2.7 เท่า” “สามเท่า” “2.9 เท่า”

                “ก็ไม่เลว”

                เจ้าหน้าเงินที่สมควรตายนี่ แม้แต่กับมิตรสหายยังขูดรีดกันได้ลงคอ! ผมสบถออกมา “F*ck สามเท่าก็สามเท่า! เอาเงินมา!” เจ้าหน้าเงินคาลอสควักเหรียญเงินออกมาจำนวนหนึ่ง ผมรับมาโยนไว้ในมือก่อนจะวิ่งไปหาแม่ค้าคนนั้น “คุณผู้หญิง เสื้อคลุม 1 ตัวราคาเท่าไหร่? แมสปิดปากราคาเท่าไหร่?” แม่ค้าทำหน้างง “แมสปิดปาก?”

                ชิ-หาย ไม่ทันระวังพูดผิดออกไปจนได้ ผมรีบแก้คำ “ไม่ไม่ หมายถึงผ้าคลุมหน้า... ผ้าคลุมหน้าน่ะ”

                “เสื้อคลุม 2.5 เหรียญเงิน ผ้าคลุมหน้า 7เหรียญทองแดง” แม่ค้ายื่นเสื้อคลุมกับผ้าคลุมหน้าออกมาระหว่างนั้นก็จ้องผม “อิสเรียล เจ้าก้มหน้าขนาดนั้นทำไม?”

                ผมซวยแล้ว

                “ธ...ธ...เธอ จะตัดปีกฉันก็ตัดไปเลยนะ ถึงยังไงฉันก็จะกลับมาอีก!

                แม่ค้ากลับถามกลับว่า “ข้าจะตัดปีกเจ้าทำไม?” จากนั้นก็เข้ามากระซิบที่ข้างหูผม “ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าเจ้าเอาเหรียญทองถึงหนึ่งมาโยนไว้ที่ข้าหรอกเหรอ ตอนนี้เจ้าปลอดภัยแล้วคงจะเอากลับไปได้แล้วสินะ เกิดถูกคนอื่นขโมยไป ข้าชดใช้ให้ไม่ไหวหรอก”

                ......เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ?

                ถุงเหรียญทอง! เป็นเหรียญทอง!

                แม่ค้ายัดผ้าคลุมหน้าใส่มือของผม ผมถามทันที “เหรียญทองล่ะ?” เธอตอบเสียงเบาว่า “อยู่ในผ้าคลุม”

                ผมตะลึง รีบเปิดผ้าคลุมหน้าออกดู

                ด้านล่างเป็นถุงเงินหนักอึ้งถุงหนึ่ง ผมเอาเหรียญเงินโยนส่งให้เธอ ส่วนเธอก็ทอนเงินกลับมา ผมก้มลงมองเหรียญทองในถุงอีกครั้ง อย่างน้อยก็มีอยู่หลายสิบเหรียญ ที่แท้เจ้าเด็กอิสเรียลนี่ก็เตรียมแผนทางหนีทีไล่ไว้พร้อม แถมยังเตรียมเงินเยอะขนาดนี้ไว้เตรียมหนี

                ผมสวมผ้าคลุมหน้าก่อนจะหยิบเหรียญทองเหรียญหนึ่งออกมาดู รัศมีของมันใหญ่กว่าเหรียญเงินตั้ง 2 เท่า ด้านหนึ่งของเหรียญเป็นรูปปีกแสงศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 6 ตามคาด อีกด้านก็เป็นรูปไม้กางเขน ผมเอาเหรียญทองวางไว้บนนิ้วหัวแม่มือ ทองคาลอสอย่างมีเลสนัยทีหนึ่ง เหรียญทองถูกดีดขึ้นไปกลางอากาศวาดเป็นเส้นโค้งอย่างงดงาม คาลอสเบิกตากว้างรีบพุ่งเข้าไปรับไว้ทันทีก่อนจะยิ้มกว้างส่งให้ผม “สวรรค์ พระยะโฮวา มหาเทพลูซิเฟอร์ทรงโปรด! เจ้าทำไมถึงได้มีเงินเยอะขนาดนี้?”

                ผมส่งยิ้มลึกลับให้เขา นายถามฉัน แล้วฉันจะไปถามใคร?

 

                หลังจากนั้น ผมก็เข้าเมืองเยลูซาเล็มไปพร้อมกับคาลอส สวรรค์ชั้น 7 ก็เป็นเหมือนรัฐบาลของสวรรค์ พวกเขาออกนโยบายสนับสนุนให้ทุกคนหันมาเดินกันมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ทุกคนเอาแต่บินจนหลงลืมวิธีการเดิน เพราะฉะนั้นจึงออกกฎห้ามบินในเขตชุมชน ถ้าคุณกล้าบินล่ะก็ จะต้องถูกเทวทูตผู้คุมกฏใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าที่หน้าตาคล้ายกับปืนกลยิงจนร่วง

 

                นอกเมืองผู้คนตั้งแผงขายของ ส่วนในเมืองก็เปิดร้านค้า ขณะนี้ท้องฟ้ามืดแล้ว โคมไฟถูกจุด บนท้องถนนต่างเต็มไปด้วยของเล่นสารพัดสารพัน มนุษย์มีผมปลอมขาย ชาวสวรรค์ก็มีปีกปลอมขายเช่นกัน มองเห็นร้านค้าร้านหนึ่งเต็มไปด้วยปีกสีขาวหิมะวางเรียงราย ปีกพวกนั้นสมจริงสุดๆ สาวน้อย 2-3 คนกำลังลองปีกอยู่ในร้านก่อนจะทำท่าทางอยู่หน้ากระจก ด้านหลังพวกเธอคือแฟนหนุ่มร่างสูงสุดหล่อส่ายหน้าไปมา ผมเข้าใจอารมณ์นั้นดี สิ่งที่ผู้ชายกลัวที่สุดคือการต้องไปช้อปปิ้งเป็นเพื่อนผู้หญิง! คิดถึงแฟนสาวบางคนของผม ครั้งหนึ่งผมให้เงินเธอสามร้อยกว่าหยวนไปใช้ซื้อเสื้อผ้า ผลคือ เธอลากผมออกไปเดินช้อปปิ้งตั้งแต่เช้ายันเย็น ซื้อชุดชวน “กระอักเลือด” มาสิบกว่าชุด หลังจากนั้นผมก็รู้ว่าผู้หญิงต่างก็เหมือนกันอยู่ข้อหนึ่ง พวกเธอไม่ได้ชอบเสื้อผ้าสวยๆงามๆหรอก แค่ชอบความรู้สึกตอนที่ได้เปลี่ยนไปสวมเสื้อตัวใหม่มากกว่า ก็เหมือนกับการเปลี่ยนแฟนใหม่นั่นแหละ......F*uck คิดถึงเสี่ยวเหม่ยอีกแล้ว

                คิดถึงเสี่ยวเหม่ย ก็เหมือนคิดถึงหยางลู่ คิดถึงหยางลู่ ก็เกิดภาพลวงตาขึ้นมา

 

                บิดากลับเห็นภาพลวงตาของหยางลู่!

 

                ไม่ไกลออกไปคือใจกลางของเมืองเยลูซาเล็ม ที่นั่นคือจัตุรัสขนาดเล็ก รอบด้านของจัตุรัสคือเส้นทางสัญจรที่แยกออกจากถนนใหญ่ ถ้ามองจากบนฟ้าก็จะเห็นภาพคล้ายกับแมงมุมตัวหนึ่ง ใจกลางจัตุรัสมีรูปปั้นสีเงินสว่างตั้งอยู่ตัวหนึ่ง รูปปั้นนั้นยืนอยู่ใจกลางน้ำพุที่ถูกห้อมล้อมด้วยต้นไวโอเล็ตและดวงดาวเต็มท้องฟ้า ด้านข้างของน้ำพุมีเทวดานางฟ้าหลายคู่นั่งอยู่ ส่วนใหญ่ต่างก็เป็นพวกคู่รัก หรือไม่ก็เป็นนางฟ้าสองคนนั่งเคียงกันเป็นคู่...เหมือน LES ไม่มีผิด

                รูปปั้นขนาดใหญ่ใจกลางของน้ำพุตัวนั้นมีรูปลักษณ์ของเทวดา 6 ปีก เพราะเป็นแค่รูปปั้นเลยไม่รู้ว่าปีกของเขามีสีอะไร ปีกสองคู่ด้านบนสุดกางสยาย สองคู่ด้านล่างทิ้งตัวลงมา ผมยาวถึงสะโพกรัดด้วยเชือกหวายอย่างหลวมๆทิ้งไว้บนอก บนร่างของเทวดาองค์นั้นเต็มไปด้วยกลีบดอกไม้สมจริงจนแทบจะรู้สึกได้ถึงกลิ่นหอม เขายืนอยู่ในท่วงท่าสบายๆอยู่ใจกลางของเมือง บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มมั่นใจ ท่าทางเฉื่อยชาไม่สามารถลดทอนรัศมีความสูงส่งของเขาลงได้ ข้อเท็จจริงเหล่านั้นมันไม่สำคัญ

                ที่สำคัญคือ...ใบหน้านั้น เจ้าใบหน้านั่น~~~ ชัดเจนว่าเป็นใบหน้าของเจ้าสารเลวหยางลู่!!

               

                ผมรีบวิ่งเข้าไป ความรู้สึกตอนนี้คืออยากเข้าไปถุยน้ำลายใส่เจ้ารูปปั้นนั่น แต่พอผมเดินเข้าไปใกล้ก็เห็นเพียงขาเรียวยาวกับรองเท้าบูทสั้นของหมอนั่นเท่านั้น ผมเงยหน้าขึ้นไปก็เห็นแค่คางเรียวแหลมของหมอนั่น ที่ขาขวาของรูปปั้นมีป้ายหินอ่อนแผ่นยักษ์วางอยู่ ด้านล่างสุกสลักตัวอักษรไว้แถวหนึ่ง จ้าวอันดับสองแห่งสรวงสวรรค์ เทพผู้งดงามเป็นหนึ่ง ทรงอำนาจเกรียงไกรที่แม้รัศมีแห่งแสงและความกล้าหาญก็มิอาจเทียบเคียง

                ตรงกลางยังสลักตัวอักษรไว้อีก 1 แถว ดาวประกายพรึกผู้เจิดจรัส เทวทูตปีกขวา

 

                ด้านบนสุดสลักตัวอักษรสีทองตัวใหญ่ ลูซิเฟอร์

 

 

-10-

                “ลูซิเฟอร์ ลูซิเฟอร์ ลูซิเฟอร์ ลูซิเฟอร์...... รูปปั้นนี่ชื่อลูซิเฟอร์” ผมพูดวนไปมาเหมือนคนไม่มีสติ คาลอสกระโดดออกมาจากด้านหลัง โบกมือผ่านหน้าผมไปมา “รูปปั้นนี้วางอยู่ที่นี่มาตั้งหลายพันปีแล้ว ไม่เห็นมีอะไรแปลกเลย” เขาถอยออกมา 2-3 ก้าว สายตาจ้องมองรูปปั้นพูดปนทอดถอนใจ “ที่จริงแล้วเทวะชั้นยอดและเทวะปราชญ์เป็นเทพที่ไม่มีตัวตน พลังอำนาจของพวกเขาเป็นตัวตัดสินรูปลักษณ์ภายนอกที่จะแสดงออกมา ยิ่งแข็งแกร่งเท่าไหร่ รูปลักษณ์ก็ยิ่งงดงามเท่านั้น รูปปั้นไม่มีชีวิต แต่ถ้าจ้องนานๆเข้าก็สามารถสัมผัสได้ถึงความยอดเยี่ยมของมหาเทพลูซิเฟอร์ได้”

                เขาพูดอยู่ทางหนึ่ง ผมก็ยืนอ้วกอยู่อีกทางหนึ่ง อ้วกไปก็กังวลไป

                ผมทะลุมิติมาที่นี่เพราะถูกรถชน ถูกรถชนก็เพราะมัวแต่ตกใจ ตกใจที่เห็นหยางลู่กลายร่าง ลูปลักษณ์ของเขาตอนนั้นผมยังจำได้ติดตา เงาที่พื้นมีรูปร่างของปีก ดวงตาสีแดงก่ำ และยังมีแววตาที่เขาใช้จ้องมองคนอื่นน่ากลัวจนทำให้คนมองตัวสั่นดูยังไงก็ไม่เหมือนเทวดา 6 ปีกตรงหน้าเลยซักนิด ถึงจะเห็นแค่เงาของปีก แต่ผมก็มั่นใจว่ามันไม่ใช่ปีกของเทวดา

                หยางลู่ในตอนนั้น น่าจะกลายเป็นซาตานไปแล้ว

 

                ถ้าเกิดว่าหยางลู่เพราะหน้าตาคล้ายกับลูซิเฟอร์เลยกลายเป็นลูซิเฟอร์ ถ้างั้นผมก็คืออิสเรียลงั้นเหรอ? ถ้าผมคืออิสเรียล แล้วหลีปินคือใครกัน? ถ้าสมมุติเรื่องราวที่ผมทะลุมิติมาเป็นแค่ความฝันล่ะ? ชิ-หาย......นี่คือชีวิตผมจริงๆงั้นเหรอ?

                ไม่หรอกมั้ง ไร้สาระเกินไปแล้ว! เห็นๆกันอยู่ว่าผมคือนักศึกษายอดเยี่ยมที่ 4 ปีจะมีมาซักทีผู้เติบโตมาในครอบครัวคนจีนแท้ๆ มีตรงไหนที่เกี่ยวข้องกับตำนานสร้างโลกของทางตะวันตกกัน? อีกอย่าง ใครๆต่างก็รู้เรื่องที่ลูซิเฟอร์เสื่อมจากความเป็นเทพ เรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นเพราะนิสัยของเขาไม่ดี หรือว่าเขาจับคนส่งมาสวรรค์มั่วๆเพื่อให้มาเห็นประวัติศาสตร์กันรุ่งโรจน์ชัชวาลของเขา?  เขาพาผมมาที่นี่ต้องการอะไรกันแน่?

                ที่สำคัญคือ ...เขาแย่งแฟนผมทำไม?

 

                ผมกับคาลอสเดินฝ่าถนนใหญ่อันคึกคักเข้าสู่เขตศักดิ์สิทธิ์ ทั้งยังไม่ลืมหันกลับไปมองรูปปั้นนั้นอีกครั้ง ให้พูดตามจริง แววตาของลูซิเฟอร์ในตอนนี้เต็มไปด้วยความมั่นใจจนแทบจะเป็นหยิ่งยโสแต่ขณะเดียวกันก็บริสุทธิ์ไร้เดียงสา เมื่อคิดว่าตอนหลังจะกลายเป็นสารเลวตัวหนึ่ง ช่างน่าเสียดายจริงๆ เทพตนหนึ่งที่ดีงามซะขนาดนี้......นี่ผมกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย ตัวเองเอาตัวรอดให้ได้ก่อนถึงจะสำคัญที่สุด

                จะถามให้มากไปทำไม จะตามหาลูซิเฟอร์ อาศัยแค่ปีกสองข้าง คิดว่าจะบินไปจนถึงปราสาทพระผู้เป็นเจ้าได้รึไง? เฮ้อ~~~

 

                ข้ามถนนไปสายหนึ่ง จู่ๆคาลอสก็ถามขึ้น “พรุ่งนี้วันจันทร์ เจ้าจะไปเรียนมั้ย?”

                เอ๋? นี่ผมฟังผิดไปรึเปล่า?

                “ไปเรียน?”

                “ใช่น่ะสิ เจ้าอย่าบอกนะว่าความรู้ที่เรียนมาก็ลืมไปหมดแล้ว......” คาลอสมองผมก่อนจะค่อยๆคอตก “ข้าบอกไปเจ้าไปแล้วว่าพวกเราคือเทวทูตนักเวทย์ ยังจำได้รึเปล่า?”

                ผมพยักหน้า เขายังสามารถเสกสายฟ้าผ่าผมได้ด้วย แสดงว่าเขาไม่ใช่เทวดานักรบแน่นอน ในเมื่อไม่ใช่เทวดานักรบ ก็ต้องเป็นเทวดานักบวช เฮ้! ทำไมผมถึงฉลาดได้ขนาดนี้!

                “เทวทูตระดับล่าง นับถอยหลังก็คือเทวดาระดับ 4 เพราะงั้นโรงเรียนของพวกเราก็คือโรงเรียนนักบวชระดับ 4 เจ้าคงเข้าใจใช่มั้ย”

                ผมพยักหน้า

                “อักษรสวรรค์และศาสตร์คำนวณคือสิ่งที่นักบวชทุกระดับชั้นจะต้องเรียน ประวัติศาสตร์สวรรค์คือวิชาพิเศษ วิชาที่เจ้าเรียนมาตลอดคือเวทย์อัคคี เรื่องนี้คงจำได้ใช่มั้ย?”

                ผมส่ายหน้า จำได้ก็ผีหลอกแล้ว ภาษาสวรรค์? ศาสตร์คำนวณ? ประวัติศาสตร์สวรรค์? เวทมนตร์? ชิ-หาย คงไม่ใช่วิชาภาษาศาสตร์คณิตศาสตร์ประวัติศาสตร์ที่เราเรียนกันหรอกนะ? ไม่หรอกมั้ง! วันๆเอาแต่นั่งเขียนการบ้านนั่งเรียนภาษอังกฤษด้วยตัวเองจนผ่านระดับหกเลิกเรียนเสร็จก็ต้องเรียนพิเศษวันๆเอาแต่นั่งสอบแถมยังสอบไม่ผ่านก็ต้องสอบซ่อมข้อสอบก็ดันเป็นภาษาต่างดาวแถบสอบแบบโคลสบุ๊ค......คืนวันเหล่านั้น ไม่คาดฝันว่าผมตายขึ้นสวรรค์มาแล้วก็ยังต้องเจออีกงั้นเหรอ? Oh No~~~

 

                “นอกจากวิชาเวทมนตร์ วิชาอื่นๆพวกเราเรียนเหมือนกันหมด ตำราประวัติศาสตร์สวรรค์พวกเรายังไม่ได้ซื้อ เพราะงั้น ไปซื้อด้วยกันก่อนเถอะ” คาลอสชี้ไปยังตึกสีขาวเล็กๆแปลกตาหลังหนึ่ง ก้าวเดินเข้าไปอย่างไม่คิดจะหันหลังกลับ

                ชาวสวรรค์ที่เดินผ่านไปมา สายตาต่างหยุดอยู่ที่ผ้าคลุมหน้าของผม

                ผมกระแอมไอ 2-3 ที สะบัดปีกไปมาก่อนจะรีบพุ่งเข้าไปทันที

 

                ร้านหนังสือบนสวรรค์ต่างกับร้านหนังสือบนโลกมนุษย์ตามที่คิด พึ่งจะเดินเข้าร้านผมก็เห็นหิมะสีขาวปกคลุมเต็มไปหมด แต่เมื่อมองดีๆแล้วถึงเห็นว่าที่แท้มันคือชั้นหนังสือที่หุ้มด้วยขนแกะสีขาวต่างหาก บนชั้นมีหนังสือวางเรียงอยู่เต็มไปหมด หนังสือแต่ละเล่มถูกรองด้วยขนแกะบ่งบอกว่ามันเป็นสิ่งล้ำค่า อีกทั้งหนังสือทุกเล่มยังใช้ปกแข็ง ดูเหมือนพวกหนังสือโบราณอะไรทำนองนั้น ตัวหนังสือที่สลักบนหน้าปกก็งดงามจนไม่รู้จะงดงามยังไงอีก กว่าจะรู้ว่าเขียนว่าอะไรก็นั่งมองอยู่ครึ่งวัน

                ที่เคาท์เตอร์ของร้านมีเทวดาตนหนึ่งนั่งอยู่ ปีกสีฟ้า 2 ข้างขยับไปมาอย่างเกียจคร้าน เขามีเส้นผมหยักศกสีน้ำตาลทั้งยังสวมแว่น ดูเหมือนพวกหนอนหนังสือไม่มีผิด ในร้านประดับด้วยโคมไฟสว่างไสว เมื่อมองขึ้นไปก็คิดว่าสมกับที่เป็นสวรรค์จริงๆ

 

                หนังสือที่เรียงอยู่หน้าสุดน่าจะเป็นหนังสือ Best Seller เพราะผมมองเห็นหนังสือในตำนาน “ตราบาปปีศาจบ้ากามแห่งจักรวรรดิ” เล่มนั้นวางอยู่ เขียนโดย แซนเดอฟาน

                คาลอสเดินหายไปไหนแล้วไม่รู้ ช่างเถอะ ผมเดินเข้าไปพลิกเปิดหนังสือดูเล่น

                หนังสือปกแข็งหนักเป็นพิเศษ เปิดมาหน้าแรกก็ถูกตัวหนังสือเล็กๆเรียงเป็นตับทำให้มึนงงไปหมด ที่แท้นี่ก็เป็นคำนำของผู้แต่ง ผมพลิกไปที่สารบัญ หมวดแรก ใต้เท้าของเหล่าชาวสวรรค์ เมตาตรอนหมวดที่สอง เทวดาผู้ดำมืด อูเรียลหมวดที่สาม จ้าวแห่งสวรรค์อันดับสอง ลูซิเฟอร์

                หมวดสี่ห้าหก......ด้านหลังผมไม่รู้จักซักอย่าง

                พลิกมาดูราคา 7 เหรียญทอง...เอ่อ...ช่างเถอะ

                แถวที่อยู่ถัดมาคือหนังสือวิชาการ หนังสือที่วางอยู่ด้านหน้า 4 เล่ม ต่างก็ชื่อว่า เวทมนตร์แห่งสวรรค์แต่กลับมีสีที่ไม่เหมือนกัน มีสีแดง เหลือง น้ำเงิน และม่วง น่าจะหมายถึงธาตุทั้ง 4 เขียนโดย เมตาตรอน กราบิเอล อูเรียล และราฟาเอล

                ชุดหนึ่งราคา 35 เหรียญทอง เอาซะผมซื้อไม่ไหว

                ยังมีอีกเล่ม ชื่อว่า ดาบอาญาสิทธิ์ผู้แต่งก็คือช่างซ่อมปีกคนนั้นนั่นเอง

                แถวถัดมาคือหมวดกฎหมาย ผมคิดว่าหนังสือที่วางอยู่ด้านบนสุดนั่นน่าจะเป็นเล่มที่หนาที่สุดในร้านแล้ว ตัวหนังสือบนปกก็ใหญ่เป็นพิเศษ กฎแห่งพระผู้เป็นเจ้าเขียนโดย ลูซิเฟอร์

                ทำไมลูซิเฟอร์ถึงได้โรคจิตได้ขนาดนี้ แม้แต่กฎหมาย เขายังเป็นคนเขียน ถ้าเขาไม่ใช่โรคจิต ใครจะเป็น!

                ถัดมาเป็นหนังสือวิจัยเกี่ยวกับพวกนอกสายพันธุ์ ด้านหน้ามีอยู่ 2 เล่ม เล่มแรกชื่อว่า เสียงแห่งวิญญาณผู้แต่งคือราฟาเอล อีกเล่มชื่อว่า เผ่าพันธุ์มังกรผู้แต่งคือลูซิเฟอร์ ดูไปดูมา เจ้าหนุ่มคนนี้ดูท่าจะชอบมังกรมากจริงๆ อุตส่าห์เขียนหนังสือนี่ขึ้นมา เทียบกับ กฎแห่งพระผู้เป็นเจ้านั่นแล้ว ยังดูน่าสนใจน้อยกว่าอีก

                แถวหลังจากนั้นเหมือนจะเป็นพวกหนังสือแปล เล่มที่อยู่บนสุดคือ วิญญาณใต้ปีกที่อ่อนแอผู้แต่งคือแคทเธอรีนจากเผ่าวิญญาณ ผู้แปลคืออาร์โนลด์ ใครอ่ะ? ผมไม่รู้จัก

                มีเล่มหนึ่งถูกกดทับอยู่ด้านใต้ในตำแหน่งที่ไม่น่าสนใจนัก แต่ชื่อหนังสือกลับสะดุดตา เคราะห์ร้ายเป็นอีกเล่มที่หนาเป็นพิเศษ มีอยู่ 2000 หน้า พลิกดูได้ 2 หน้า ก็เห็นคำนำผู้แต่งที่แปลแล้ว กล่าวไว้ว่าผู้แต่งคือเผ่าปีศาจ แต่เพราะยุคสมัยโบราณเกินจึงหาชื่อผู้แต่งไม่พบ แต่ผู้แปลรู้สึกว่าหนังสือที่ดีขนาดนี้หากปล่อยให้สูญหายไปคงน่าเสียดายจนแปลหนังสือเล่มนี้ออกมา เมื่อดูชื่อผู้แปล ผมก็กระอักเลือด ...ลูซิเฟอร์

                เจ้าหมอนี่วันๆคงไม่มีอะไรทำจริงๆ ถึงได้มาทำอะไรน่าเบื่อแบบนี้

 

                เสียงของคาลอสดังขึ้นจากด้านหลังของผม “ว่ากันว่าเพื่อหนังสือเล่มนี้ มหาเทพลูซิเฟอร์ทะเลาะกับพระเจ้าอยู่หลายครั้ง ตอนหลังพระผู้เป็นเจ้ายอมให้เขาแปลหนังสือเล่มนี้จนจบ แต่จัดให้อยู่ในหมวดหนังสือต้องห้าม ทั้งยังจำกัดผู้ซื้อให้มีแต่เทวดา 4 ปีกขึ้นไปเท่านั้น”

                “เหยียดชนชั้นกันชัดๆ”

                “ไม่หรอก เพราะว่าเทวดา 2 ปีกอ่อนไหวได้ง่าย ได้ยินว่าคำโปรยของหนังสือเล่มนี้บอกว่าถ้าอ่านหนังสือเล่มนี้มากๆ อาจทำให้เห็นภาพลวงตาของโลกปีศาจเอาได้”

                ผมยักไหล่ วางหนังสือกลับลงที่เดิม ใครอยากจะซื้อของอัปมงคลแบบนี้กัน?

 

                คาลอสวางหนังสือหนาปานกลาง 2 เล่มไว้บนมือของผม ผมล้วงมือคลำถุงเงินพลางมองราคา จากนั้นก็ถอนใจ พวกหนังสือเรียนราคาถูกที่สุดอย่างที่คิด เล่มหนึ่งราคาแค่ 85 เหรียญทองแดงเท่านั้น ผมโยนเหรียญทองสองเหรียญส่งให้เจ้าของร้านก่อนจะรับเงินทอนมา คาลอสมองผมอย่างตะลึง ผมยิ้ม “นี่เป็นของขวัญขอบคุณ” คาลอสพูดไม่ออก ดวงตาคลอไปด้วยหยาดน้ำ

                จริงๆแล้วในตอนนั้น ผมแค่คิดอยากทำตัวเป็นคนดี ให้เขาเข้าใจว่าขี้เหนียวมากๆมันไม่ดี แต่ตอนหลังผมถึงได้รู้ว่าความผิดของตัวเองมันมากเกินคณานับจริงๆ~~~

 

                ตอนนั้นเองที่หน้าประตูก็เกิดเสียงดังโครมคราม

                “เกิดอะไรขึ้น?” ผมถาม

                คาลอสยักไหล่

                เจ้าของร้านบอกว่า “อีกไม่นานก็จะมีพิธีวันสร้างโลกจะเริ่มขึ้นแล้ว ได้ยินว่าครั้งนี้จะมีละครเวทีด้วย เป็นของขวัญที่มหาเทพเมตาตรอนเตรียมไว้ให้พระผู้เป็นเจ้า เพราะว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เลยต้องมีการคัดคนจากสวรรค์ทั้ง 7 ชั้น ตอนนี้ก็วนมาถึงเมืองเยลูซาเล็มแล้ว”

                ผมตื่นเต้น “ฉันอยากไปดู”

                เจ้าของร้านแย้งว่า “เพราะตัวละครหลักคือมหาเทพราฟาเอลกับมหาเทพกราบิเอล ดังนั้นเลยรับแค่ตัวประกอบเท่านั้น อีกอย่าง เงื่อนไขต่ำสุดต้องมี 4 ปีก”

                ผมเบ้หน้า “ก็บอกว่าแค่ไปดูไงเล่า” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1570 palm4588 (@palm4588) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 14:36
    สนุกมากก ติดตามๆ
    #1,570
    0
  2. #1462 neaumn_sm (@neaumn_sm) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 21:47
    อิสเรียลยังกากขนาดนี้จะสู้ใครไหววว
    #1,462
    0
  3. #1358 coco i cookie (@chiffon-156) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 10:52
    แขวะลูซิเฟอร์ตลอด 55+ น่าย้ากก
    #1,358
    0
  4. #1209 ซินเดอเรล✰. (@peung002) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 09:12
    อูยยย ยิ่งอ่านยิ่งสนุก
    #1,209
    0
  5. #785 สพัจน์บ็อบ. (@spondboz_ss) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 21:04
    หยางลู่คือลูซิเฟอร์ มีโอกาสไหมที่อนาคตอิสเรียลจะคือมิคาเอล เปลี่ยนชื่องี้ อีกร้อยปีก็มีตั้งหกปีกอะไรเนี่ย เป็นไปได้สิ แล้วทำไมคาลอสถึงไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมกัน ปมที่น่าสงสัยนี้
    #785
    0
  6. #46 relis (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 21:31
    จะต้องเอาเงินไปเป็นค่าแปะเจี๊ยะเหรอ หรือโดนดูดดเงินไป

    เกือบยกให้คาลอสเป็นเพื่อนแสนดีอันดับ1แล้วถ้าไม่งกขนาดนั้น แต่ก็นะอิสเรียลไว้ใจไม่ได้



    หยางลู่ชาติก่อนจะเป็นยังไงน้า. อีกหลายตอนกว่าจะได้เจอกันแน่เลย
    #46
    0
  7. #45 relis (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 21:31
    จะต้องเอาเงินไปเป็นค่าแปะเจี๊ยะเหรอ หรือโดนดูดดเงินไป

    เกือบยกให้คาลอสเป็นเพื่อนแสนดีอันดับ1แล้วถ้าไม่งกขนาดนั้น แต่ก็นะอิสเรียลไว้ใจไม่ได้



    หยางลู่ชาติก่อนจะเป็นยังไงน้า. อีกหลายตอนกว่าจะได้เจอกันแน่เลย
    #45
    0
  8. #39 อัลฟินด์ (@alfhind) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 00:57
    หยางลู่!!!! กรี้ด ในที่สุดก็มีปริศนามาบ้างแล้ว อยากให้อิสเรียลกับลูซิเฟอร์เจอกันเร็วๆจัง อยากรู้ว่าอิสเรียลจะทำยังไง อยากรู้ว่าลูซิเฟอร์คือหยางลู่จริงๆหรือเปล่า ฮือ ตื่นเต้น แทบจะรอไม่ไหวแล้ง TOT 
    #39
    0
  9. #36 MooK_KunG_Zaa (@letsdance12) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 22:08
    ปริศนาคลายอย่างนึงคือลู่หยางเป็นลูซิเฟอร์ แต่เดาอย่างอื่นไม่ออกเลยว่าจะเกิดอไรขึ้น ติดตามๆ
    #36
    0
  10. #35 tooktik0857 (@tooktik0857) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 21:47
    ลู่หยางคือลูซิเฟอร์งั้นตัวเองเราก็อาจเป็นมิคาเอลก็ได้สินะ
    #35
    0
  11. #34 akerah (@akerah) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 20:42
    มาแล้วๆ กำลังรอด้วยความคิดถึงเลย ลู่หยางคือลูซิเฟอร์หรอกรึ.....ง่า....เมื่อไหร่ลูซิเฟอร์จะมาน้า....รอนะคะสนุกมากเลย ขอบคุณมากๆค่ะ
    #34
    0