เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 49 : ทัณฑ์สวรรค์ [48]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,168
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    29 ต.ค. 59



-94-

                หลังจากนั้นหลายวันผมก็ไม่ได้โผล่หน้าไปที่โรงเรียนอีก เอาแต่นอนขึ้นอืดอยู่ในห้องไม่ออกไปไหน ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่าที่หน้าประตูมักจะมีเงาร่างของลูซิเฟอร์ยืนรออยู่เสมอ ผมไม่รู้ว่ามันเป็นความบังเอิญหรือเปล่า ขอแค่ผมเปิดหน้าต่างออกดูก็จะเห็นร่างของเขาทันที แต่เขากลับไม่ส่งเสียงเรียกผมเลยซักนิด เพียงแค่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ...เพียงแค่รอคอย

                จนถึงเย็นวันหนึ่ง บานหน้าต่างพลันถูกกระชากเปิดออก ผมสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะรีบคืนสู่ความสงบอย่างรวดเร็ว

                ...ไม่มีทางเป็นลูซิเฟอร์หรอก

                ม่านหน้าต่างสั่นไหวไปมาก่อนที่ใบหน้าที่เต็มเปี่ยมด้วยความกระปี้กระเปร่าจะโผล่ออกมา เมตาตรอนเสยผมของตัวเอง มีเสน่ห์ล้นเหลือ “ที่รัก นี่เจ้าคิดจะไปซ้อมเมื่อไหร่กันหึ? พรุ่งนี้พวกเราตกลงกันว่าจะไปซื้อของที่พาโนร์ หรือเจ้าคิดจะผิดสัญญา?”

                ผมพลันอึ้งค้างเป็นรูปปั้นสลัก “เอ่อ... ผมลืมไปซะสนิทเลย”

                เมตาตรอนดึงเก้าอี้ออกมานั่ง สองขาไขว้กันเป็นรูปกากบาท ใบหน้าแหงนเงยขึ้นด้านบนพลางเป่าลมใส่ปอยผมตัวเองเล่น “เจ้าก็ชอบขี้ลืมซะอย่างนี้ กิตติศัพท์ด้านนี้ของเจ้าก็ใช่ย่อย ถ้าคนอื่นเขาเอาไปพูดจะไม่น่าฟังเอา”

                จากประสบการณ์ที่ผ่านมา คนอื่นพูดอะไรบ้าง ผมก็พอจะเดาออก ผมพูดตรงไปตรงมา “ผมกับลูซิเฟอร์เล่นกันเบื่อแล้ว”

                “ก็นั่นน่ะสิ เจ้าไม่อยากแสดงละครมันก็ได้อยู่ แต่อย่าไร้เยื่อไยอย่างนั้นสิ ลองคิดดูสิว่าเจ้ากับเขา...” เมตาตรอนพูดพล่ามไม่หยุด พูดได้ครึ่งทางก็พลันชะงักไป “อะไรนะ? เจ้ากับเขาเลิกกันแล้ว!

                ผมพยักหน้า

                เมตาตรอนแทบพูดอะไรไม่ออก “ด...เดี๋ยวนะ... ทำไมถึง... เหตุผลล่ะ?”

                ผมตอบกลับไป “ผมไม่อยากพูด”

                เมตาตรอนก็ไม่รั้น “เจ้าไม่อยากพูด ข้าก็ไม่ถาม แต่เจ้าอายุก็ไม่น้อยแล้ว น่าจะเข้าใจเรื่องๆหนึ่ง... เจ้ากับเขายืนอยู่บนแผ่นดินผืนเดียวกัน แต่เมื่อเจ้าเห็นเขาเป็นเหมือนดาวบนท้องฟ้าเมื่อไหร่ เจ้าก็ต้องคุกเข่าลงเมื่อนั้น ชีวิตลูกผู้ชายเกิดมาก็เพื่อกำราบสาวงาม ไม่มีลูซิเฟอร์ซะคน เจ้าก็ออกไปหาสาวๆเอาก็ได้”

                ผมหัวเราะ “ผมรู้แล้ว ผมอยากรบกวนท่านเรื่องหนึ่ง ถ้าท่านไม่ช่วยก็ใจดำเกินไปหน่อยแล้ว”

                เมตาตรอนล้อผมเล่นๆ “เจ้านี่ชักจะกล้าไม่เบา”

                ผมพูดขึ้น “หลายวันจากนี้ ผมคงต้องตัวติดกับท่านไปซักพัก”

                เมตาตรอนตะลึงไปพักใหญ่ “เป็นเจ้าที่ทิ้งเขา?”

                F*ck ผมถึงได้บอกไงว่าสมองของเจ้าหมอนี่มันไม่ปกติ คำพูดไม่ทันได้คิดก็พ่นออกมาแล้ว ชักจะเกินไปแล้ว!

                ผมตอบเลี่ยงๆ “ผมไม่มีวิธีอื่นแล้ว”

                สีหน้าของเมตาตรอนดูสลดเป็นพิเศษ “เจ้าก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องใช้วิธีทำร้ายจิตใจขนาดนี้เลยนี่นา ใช้ข้าเป็นโล่กันธนูแถมยังย้ำว่าไม่มีวิธีอื่นอีก แต่ข้าว่ามันยังมีวิธีอื่นอยู่อีกนะ”

                ผมกุมขมับ “ผม...”

                ฉับพลันเมตาตรอนก็ประกบนิ้วทำท่า OK “ไม่มีปัญญาแน่นอนอยู่แล้ว หลังจากนี้ข้าจะมารับเจ้าไปเรียนทุกวันเลย ดีหรือไม่?”

                ผมยิ้มอึมครึม “ดี ท่านเต็มใจผมก็ดีใจ ไม่งั้นเงินผมคงไม่พอใช้จ้างท่าน”

                เมตาตรอนลูบริมฝีปากล่างไปมา ก่อนจะเผยรอยยิ้มสดใส “ไม่มีเงินก็ใช้อย่างอื่นจ่ายแทนก็ได้นี่”

                ผมคว้าหมอนโยนใส่เขา ก่อนจะชี้รอยยิ้มได้ใจของเขาแล้วร้องด่า “พูดมากได้โดนต่อยแน่!

                เมตาตรอนไหลลื่นยิ่งกว่าปลาไหล ทั้งยังกวนโมโหได้สุดๆ “ข้าไม่ได้พูดอะไรซักหน่อยนี่นา...”

                ผมกับเขาคนคุยเล่นกันไปอีกซักพักหนึ่ง เมตาตรอนย้ำกับผมว่าพรุ่งนี้ให้ไปรวมตัวที่นอกเมืองซีมาร์แต่เช้าเพื่อจะได้ไปพาโนร์ซื้อของสำหรับงานแสดง ก่อนที่จะโดดออกจากทางหน้าต่างไป เขายังมีหน้าหันกลับมาส่งจูบให้ทีหนึ่ง ผมเกือบทนไม่ไหวโยนหมอนออกไปอีกใบ

 

                พอถึงเวลานอน ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าชื่อเมืองพาโนร์ยิ่งฟังก็ยิ่งคุ้นหู สุดท้ายถึงค่อยนึกขึ้นได้ว่านั่นเป็นเมืองหลวงของสวรรค์ชั้นที่ 3 เป็นของขวัญวันเกิดที่ลูซิเฟอร์มอบให้กับเมตาตรอน คิดถึงตรงนั้นก็พลันหวนนึกไปถึงเหตุการณ์ในคืนนั้นด้วย ผมกับลูซิเฟอร์... ผมเงยหน้าขึ้นมองรอยร้าวนั้นอีกครั้ง ไม่รู้ว่าตอนนั้นลูซิเฟอร์จะรู้สึกทรมานขนาดไหน... คิดไปคิดมา ผมก็เผลอหายใจฟืดฟาด ได้แต่ซุกหน้าแดงก่ำเข้ากับหมอน นอนกลิ้งอยู่ไม่กี่ทีก็หลับไป

               

                วันต่อมาผมไม่ได้ไปสาย แต่ก็เป็นคนสุดท้ายที่ไปถึง เพราะอย่างนั้นถึงได้ถูกคนอื่นเขาดูหมิ่นกันหนึ่งยก ทั้งยังมีอยู่อีกหนึ่งคนที่ส่งเสียงกระแซะขึ้นมาราวกับไม่ตั้งใจ “คนของมหาเทพลูซิเฟอร์นี่มันดีจังเลยน้า ทำคนอื่นเขารอจะหน้าแดงซักหน่อยก็ไม่มี” ราฟาเอลกับกราบิเอลที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลุ่มคนต่างก็ได้ยินคำพูดประโยคนี้จนหมดพลันมองสบตากันก่อนจะเงียบไป ผมหันหน้าไปมอง “ฉันไม่ได้มาสายซักหน่อย ทำไมต้องหน้าแดงด้วย?”

                คนพูดเงียบเสียงไปไม่ต่อคำ กลับมีเทวดาอีกตนที่ระดับขั้นเดียวกับผมมองปีกของผมพลางพูด “หน้าเจ้าไม่แดง แต่ปีกของเจ้ากลับเป็นสีฟ้าซะแล้ว ได้ยินมาว่าสอบก็ไม่ต้องสอบ เพราะว่าเป็นบุตรของมหาเทพเรย์โนลด์ จะว่าไปก็แปลก มหาเทพเรย์โนลด์สิ้นชีพไปก็หลายปีขนาดนั้น อยู่ๆกลับมีลูกโผล่ออกมาซะได้ ช่างโชคดีจริงๆ มหาเทพมิคาเอล” ผมตอบกลับไป “บิดาย่อมมีความสามารถอยู่แล้ว นี่เป็นตำแหน่งที่พระผู้เป็นเจ้าประทานมา นายมีปัญหาก็ไปพูดกับเขาเองก็แล้วกัน” อีกฝ่ายตอกกลับ “แม้แต่พระผู้เป็นเจ้า เจ้าก็ยกออกมาได้ สมกับที่มีความสามารถจริงๆ” ผมพูดตอกกลับไป “ถึงไม่มีพระเจ้า บิดาก็แน่จริงอยู่แล้ว กับพ่อนายฉันก็กล้า บิดาร่ายเวทไร้อรุณได้ แล้วนายล่ะ ถ้าไม่ได้ก็หุบปากไป” อีกฝ่ายพลันเบ้หน้า ผุดสีหน้าน่ารังเกียจออกมา คำพูดคำจาก็โผงผางขึ้น “เจ้าอย่ามาปากดีหน่อยเลย ใครบ้างที่ไม่รู้ว่าพลังเวทของเจ้าเป็นมหาเทพลูซิเฟอร์ที่ส่งมอบให้?”

                บ้าเอ้ย มันเกี่ยวอะไรกันตรงไหนฟะ? ข่าวลือบ้านี่มันมาจากไหน จะซุบซิบนินทาอะไรก็ต้องมีที่มาที่ไปบ้างไม่ใช่เหรอ?

                ผมหันกลับไปทั้งตัว เดินเข้าไปหาหมอนั่นทีละก้าว ดวงตาหรี่ลงเป็นเส้นตรง “พวกนายอยากจะว่าอะไรฉันยังไงก็เชิญ แต่อย่าได้เอาชื่อเสียงของเขามาทำให้แปดเปื้อน ไม่อย่างนั้นบิดาจะเจี๋ยนให้เหี้ยน” อีกฝ่ายร้องออกมา “เจ้ากล้า!” ผมตอบกลับไป “อยากลองว่ากล้าไม่กล้ามั้ยล่ะ!” หมอนั่นทำท่าลังเลเล็กน้อย “เจ้าไต่เต้าขึ้นมาจากเทวทูตระดับล่าง ถ้าไม่ใช่เพราะยั่วยวนมหาเทพลูซิเฟอร์ยังจะเป็นอะไรได้ ใครเขาก็รู้กันทั้งนั้น!

                หลายคนด้านหลังเริ่มพากันส่งเสียงซุบซิบ

                ผมกัดฟันแน่น ก่อนจะกระทืบเท้าลงไปบนหลังเท้าของเทวดาตรงหน้าอย่างไม่ปรานี ไม่สนเสียงร้องของอีกฝ่าย

                ผมย้ำชัดทีละคำ “บิดายั่วยวนเขาก็จริง! แต่เขาไม่มีทางหลับหูหลับตาใช้อำนาจมาเลื่อนขั้นให้ฉันแน่! เอาปากเน่าๆนั่นของนายหุบกลับไปได้แล้ว ไม่อย่างนั้นฉันจะหาอะไรยัดเข้าไปปิดให้เอง!

                เทวดาตนนั้นกรุ่นโกรธ คิดจะโต้กลับ ผมเองก็เตรียมท่าพร้อมมีเรื่องกับเขาเต็มที่ ตอนนั้นเองที่กราบิเอลเดินเข้ามา ยื่นมือมาลากคอเสื้อของผมเดินไปอีกด้าน “ทำไมเจ้าถึงชอบทำตัวแหกกฎนักนะ? ไปยืนตรงนู้นนู่น!

                เมตาตรอนก็เดินเข้ามา ส่งยิ้มให้กับทุกคน “อรุณสวัสดิ์ทุกท่าน ให้ข้าได้เล่ามุขตลกน่าสนใจให้ทุกท่านได้ฟังซักเรื่องดีหรือไม่”

                ทั้งกลุ่มเงียบกริบ กลับมีคนผู้หนึ่งปรบมือขึ้นอย่างไม่รู้สถานการณ์ยิ่ง

                เมตาตรอนพูดขึ้น “วันหนึ่ง มีกระต่ายน้อยสีขาวตัวหนึ่งวิ่งเล่นอยู่บนสนามหญ้า ทันใดนั้นก็มีหมาป่าสีเทาตัวใหญ่กระโดดเข้ามาพูดว่า ข้าจะจับเจ้ากินลงท้องพวกเจ้าลองเดาดูว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?”

                ทุกคนต่างส่ายหน้า

                เมตาตรอนยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา “หลังจากนั้นหมาป่าก็จับกระต่ายกลืนลงท้อง”

                ทั้งกลุ่มต่างพากันส่งเสียงครางด้วยอารมณ์ตายเสียดีกว่าอยู่ออกมา

 

                กราบิเอลลากผมออกมาโยนไว้ด้านข้าง ตบมือสองสามทีก็หันไปพูดกับราฟาเอลว่า “มุกแป้กของมหาเทพเมตาตรอนนับวันชักจะล้ำเลิศขึ้นทุกที” ราฟาเอลอมยิ้มพลางพยักหน้า สายตาละจากร่างของเมตาตรอนไปที่รถม้าที่อยู่อีกด้าน “มิคาเอล เจ้าจะนั่งรถคันเดียวกับข้าหรือไม่?” ผมพยักหน้าก่อนจะขึ้นรถ

                หลังกระบวนท่าลดอุณภูมิของเมตาตรอนสำเร็จเสร็จสิ้นอย่างงดงาม เขาก็ก้าวขึ้นรถม้าด้วยท่าทางพออกพอใจยิ่ง พอเท้าข้างหนึ่งเหยียบประตูรถได้ก็ดีดตัวเข้ามาทันที ผมพูดด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก “มหาเทพช่างเก่งกาจ เล่ามุขตลกได้ฮายิ่งนัก” เมตาตรอนฉีกยิ้วกว้าง “หามิได้ หามิได้ มหาเทพไก่ย่างผู้ป่าเถื่อน”

 

 

-95-

                รถม้าพุ่งผ่านชั้นเมฆกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า เลยผ่านความแห้งแล้งปลีกวิเวกของสวรรค์ชั้น 5 ชายแดนเมืองเยลูซาเล็มของสวรรค์ชั้นที่ 4 ก่อนจะมาถึงด้านนอกเมืองพาโนร์ สวรรค์ชั้นที่ 3 ได้ในที่สุด ม้าสวรรค์เหยียบย่ำกลีบเมฆขาวสะอาดราวกับขนมสายไหม ก่อนจะจอดลงบนพื้นสนามหญ้าอย่างนุ่มนวล

                พึ่งจะลงจากรถม้า ผมก็เจอเข้ากับใครคนหนึ่งที่ลงมาจากด้านหลังของรถ ผมพุ่งเข้าไปหาพลางร้องเรียกเสียงดัง “โจฟิเอล!” โจฟิเอลพอได้เห็นผมก็ดีใจยกใหญ่ พุ่งเข้ามาคิดจะสวมกอดผม แต่กลับถูกกระบวนท่าไท่เก๊กของเมตาตรอนซัดตัวปลิว โจฟิเอลยังเป็นแมลงสาบเหมือนเดิม พูดพลางสูดจมูกดังฟืดฟาด “อิส... ไม่สิ มิคาเอล!” ผมก็ตอบกลับไป “กระสอบทราย!” สีหน้าโจฟิเอลเปลี่ยนไปทันที


                ผมหันไปมองสภาพแวดล้อมรอบด้าน ช่างเต็มไปด้วยทิวทัศน์ฟ้าครามสดใส พื้นหญ้าสดเขียว มวลบุปผาเบ่งบานจริงๆ ช่อดอกทานตะวันสวยสดหันหน้าชูคอเข้าหาพระอาทิตย์ เมล็ดทานตะวันสดใหม่อัดแน่นอยู่ตรงกลางของดอก ผมยื่นมือออกไปดึงมันเข้ามากัดในปาก เมตาตรอนพลันตีเข้าที่หลังมือของผมทันที ผมร้องโอดโอยขึ้นมาอย่างตกใจ “สหาย ตีแรงเกินไปแล้ว!” เมตาตรอนพูดขึ้น “นั่นของที่คนอื่นเค้าปลูกไว้ เจ้าเด็กมือเท้าไม่สะอาดคนนี้นี่” ผมอดบ่นไม่ได้ “กินแค่ไม่กี่เม็ด ไม่ถึงตายหรอกน่า ผมจะกิน!” ราฟาเอลพูดขึ้น “มันยังไม่สุก กินเข้าไปแล้วจะท้องเสียได้” ผมชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกุมท้องส่งเสียงครางยาวออกมา กราบิเอลใช้มือเดียวก็ปัดเมล็ดที่เหลือในมือของผมทิ้ง “โอเวอร์เกินไปแล้ว”

                เมตาตรอนลูบหัวผมไปมา ก่อนจะพาเดินไปทางเมืองพาโนร์ “ในเมืองก็มีขาย ค่อยไปกินข้างใน เด็กดี”

                นอกเมืองมีบ้านหลังเล็กๆตั้งเรียงรายอยู่มากมาย ล้วนเป็นกำแพงขาวหลังคาแดงราวกับเห็ด ด้านบนยังมีปล่องควันสีกาแฟ ด้านนอกประดับประดาด้วยต้นไม้พุ่มเตี้ย กับรั้วที่ความสูงพอๆกัน รอบรั้วมีดอกทานตะวันปลูกอยู่เต็ม ทั้งยังมีแสงแดดสีเหลืองทองอย่างดอกโหยวไช่ แดงเหลืองเขียวขาวเรียงรายอยู่เต็มสองข้างทาง ทำให้คนอดนึกไปถึงสวนดอกไม้อันเงียบสงบในชนบท

                ทอดน่องเดินไปตามถนนเล็กๆไปเรื่อยๆ ก็สามารถได้ยินเสียงเร่ขายของดังออกมาจากในเมืองพาโนร์ที่อยู่ไกลลิบ เมืองพาโนร์มีขนาดที่ไม่เล็ก รุ่งเรืองคึกคัก ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับเมืองมนุษย์เป็นอย่างมาก ประตูเมืองสร้างขึ้นจากเสาสีแดงสูงชะลูด ให้ความรู้สึกราวกับเป็นกรอบรูป ล้อมกรอบทิวทัศน์ของเมืองเอาไว้ภายใน เป็นรูปถ่ายในสายตาของผู้ที่อยู่ด้านนอก

                มองเผินๆดูราวกับตลาดในเมืองสตอคโฮล์ม ถนนแคบๆเลียบไปตามแนวตึกสูงชะลูด เพราะงั้นจึงดูแออัดเป็นพิเศษ ที่ตรงไหนที่มีพื้นที่อยู่บ้างต่างถูกร้านรวงเล็กๆครอบครองเอาไปหมด อีกทั้งร้านรวงเหล่านั้นก็ดูน่าสนใจเป็นอย่างมาก ดูผ่านๆราวกับกล่องสีแดงกล่องใหญ่วางเรียงกันเป็นตับ ด้านบนเป็นต้นหวายสีเขียวเข้มเลื้อยพันอยู่ บางส่วนทิ้งตัวลงมาตามหลังคา กล่องที่ว่านี้ยังเปิดช่องเอาไว้ครึ่งหนึ่ง เปิดเผยสีหน้ายิ้มแย้มของพ่อค้าแม่ค้า

                ราฟาเอลเล่าว่าเมื่อคนเหล่านี้ต้องการย้ายที่ ก็แค่เดินออกมา ล็อคของทุกอย่างเก็บไว้ด้านใน จากนั้นก็สามารถเข็นมันกลับไปบ้านได้อย่างง่ายดาย เมตาตรอนยังเสริมเพิ่มอีกประโยคว่า เพราะงั้นเวลาเจ้าเห็นร้านรวงแบบนี้อย่าหลงนึกไปว่าเห็นถังขยะล่ะ ถ้าเกิดเผลอโยนขยะเข้าไปล่ะก็ มันอาจไปโดนหัวคนอื่นเขาได้ ฮะฮ่าโจฟิเอลกับผมหันมาสบตากันก่อนจะถอนหายใจ

 

                ทุกคนต่างหากันเก็บปีกก่อนจะเบียดแทรกเข้าไปในฝูงชน แม้ว่าชาวสวรรค์ระดับล่างส่วนใหญ่จะไม่เคยได้เห็นหน้าคนใหญ่คนโตกับเขาซักเท่าไหร่ แต่แค่เห็นใบหน้าโดดเด่นงามล้ำเหล่านั้น ก็ชวนให้คนตาพร่าได้แล้ว โดยเฉพาะกราบิเอล เส้นผมสีทองประกายอันหาได้ยากยิ่งในสวรรค์ชั้นที่ 3 ช่วยดึงดูดสายตาของผู้ชายได้มากมายเลยทีเดียว

                ชาวสวรรค์ที่เดินอยู่บนถนนพลันราวกับหนูแตกรัง กระวีกระวาดรุมล้อมเข้ามา พวกผมถูกเบียดจนเดินไปไหนไม่ได้ ได้แต่กางปีนขึ้นบิน แต่อย่าคิดว่าบินแล้วจะเป็นเรื่องดีล่ะ หากเกิดร้านใดร้านหนึ่งร้องตะโกนออกมาว่า “วันนี้ลดราคาวันสุดท้าย มาก่อนซื้อก่อน” ถึงตอนนั้นใครที่บินอยู่บนฟ้าคงจะโดนสอยร่วงลงมาซะก่อน


                ตลาดอันดับหนึ่งของสวรรค์คือถนนฟรันซ์ในแชงกรีล่า เป็นถนนมืดในตำนานที่แค่กินบะหมี่ชามเดียวก็สามารถทำให้เทวทูตระดับสูงคนหนึ่งล้มละลายได้ อันดับสองก็คือที่นี่ ชื่อเรียกมากมายหลายแบบ ผู้คนสัญจรไปมามากมายมหาศาล เป็นสถานที่ๆง่ายต่อการต่อรองราคา

                ผมมองชุดจากร้านราคา 275 เหรียญทองต่อตารางเซนติเมตรของเมตาตรอน ก่อนจะเงยขึ้นไปมองหน้าของเขา “พวกท่านไม่ใช่ว่าซื้อแต่ของแพงๆหรอกเหรอ? ทำไมถึงมาที่นี่ได้ล่ะ?”

                เมตาตรอนยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะหันไปมองโจฟิเอล โจฟิเอลไอแห้งๆสองสามทีก็หันไปมองราฟาเอล ราฟาเอลส่ายหน้า ชี้ไปทางกราบิเอล ดวงตาทั้งสองข้างของกราบิเอลที่กำลังวาววับเมื่อรับรู้ถึงสายตาของพวกผม พลันหันกลับมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้ทันที ท่วงท่าสง่างาม ก้าวย่างไปที่หน้าร้านร้านหนึ่ง


                เจ้าหล่อนเลือกเครื่องประดับผมไข่มุกมาได้อันหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว ยิ้มหวาน “พ่อค้า ชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่คะ” เจ้าของร้านพอเห็นว่าเป็นสาวสวย ดวงตาพลันเบิกค้างทันที “3เหรียญเงิน 7 เหรียญทองแดง” กราบิเอลส่ายหน้าเบาๆพลางทอดถอนใจ “ข้าไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก ขอบคุณนะคะ” จากนั้นก็หมุนร่างเดินจากไป เจ้าของร้านรีบเรียกรั้งไว้ “เอ่อ... แม่สาวน้อย เจ้าเสนอราคามาสิ” กราบิเอลชูนิ้วออกมา 2 นิ้ว

                เจ้าของร้านยัดเครื่องประดับผมไข่มุกใส่มือของเธอ “ตามนี้แหละตามนี้แหละ 2 เหรียญเงินก็ 2 เหรียญเงิน...” กราบิเอลส่ายนิ้วชี้ไปมาด้วยท่าทางลึกลับ พลางล้วงเอาเหรียญทองแดงออกมา 2 เหรียญ “นี่ต่างหาก” เจ้าของร้านพลันตะลึงตาค้าง “สวรรค์ สาวน้อย เจ้าไม่บอกให้ข้ายกให้เจ้าฟรีๆไปเลยล่ะ!” กราบิเอลโยนเครื่องประดับชิ้นนั้นไปมาอยู่ในมือ ก่อนจะส่ายนิ้ว “นี่มันของปลอม” เจ้าของร้านรีบแย้ง “จะเป็นของปลอมได้ยังไง นี่เป็นของที่พี่ชายข้าไปหามาได้จากป่าหิมะจันทราเชียวนะ!

                กราบิเอลพูดหน้าตายว่า “ถึงจะเป็นของจริงจริง ถ้าอย่างนั้นราคาก็ถูกเกินไปแล้ว” เจ้าของร้านโวยขึ้น “จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงเล่า!” กราบิเอลพูดต่อ “ขุดขึ้นมาเองจริงๆก็แสดงว่ามีอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นของปลอมก็แสดงว่าทำขึ้นมาใช่มั้ยล่ะ?” เจ้าของร้านพูดอะไรไม่ออก กราบิเอลจึงพูดขึ้น “2 เหรียญทองแดง ไม่มีราคาต่อรองแล้ว จะขายหรือว่าไม่ขาย?” เจ้าของร้านสะบัดมือ “ไม่ขายไม่ขาย ขาดทุนเกินไปแล้ว” กราบิเอลส่ายหน้า ก่อนจะหันกายเดินออกมาอีกครั้ง ก้าวเดินไม่นับว่าช้า บ่งบอกว่าตัดใจจริงๆ พลันเสียงจากเจ้าของร้านก็ตะโกนไล่หลัง “กลับมาก่อน กลับมา! ข้าขาดทุนย่อยยับแน่!

                กราบิเอลผลิรอยยิ้มชั่วร้ายออกมาก่อนจะหันไปทำสีหน้าไม่เต็มอกเต็มใจอย่างยิ่ง อิดออดไม่ยอมควักเงินเหรียญทองแดงออกมา สุดท้ายก็รับเครื่องประดับผมชิ้นนั้นมาไว้ในมือ


                ผมตะลึงจนปากอ้าตาค้าง กราบิเอล... กราบิเอลผู้เลอโฉมสูงส่งสง่างาม... ที่แท้ก็เป็นแม่บ้านจ่ายตลาดมืออาชีพนี่เอง!

                เมตาตรอนหันไปมองโจฟิเอล โจฟิเอลหันมามองราฟาเอล ราฟาเอลหันมามองผม สี่คนพากันถอนหายใจออกมา กลุ่มคนด้านหลังก็พร้อมใจกันถอนหายใจอย่างไร้เสียงออกมาด้วย สุดท้าย ทุกคนต่างก็ถอนหายใจพร้อมกันออกมาอีกครั้งหนึ่ง

                กราบิเอลโยนไข่มุกในมือเล่นไปมา พลันเดินเข้ามายืนอยู่ต่อหน้าพวกผม บรรจงส่งรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมมาให้

                ข้าน้อยขอคารวะ! ผู้หญิงบนโลกใบนี้ไม่ว่าใครก็เหมือนกันหมดจริงๆ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1614 palm4588 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 11:59
    ชอบกราบิเอลขึ้นมาเลย ตลกมาก5555555
    #1,614
    0
  2. #1235 ★иιgнτмaяe (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 13:35
    สงสารท่านลู;-;  มิคาเอลโด้ย
    ฝีปากมิคาเอลนี่ไม่แพ้ใครจริมๆ
    #1,235
    0
  3. #1234 Route (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 00:46
    ท่านลูล้ะ น่าสงสารออก
    #1,234
    0
  4. #1233 shanakan6750 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 00:05
    มิ-คา-เอล! ไหนเจ้าลองพูดอีกทีสิ ผู้หญิงบนโลกนี้มันทำไมหือ!
    #1,233
    0
  5. #1232 วนิลาฮาเฮ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 22:47
    เดี๋ยวมาอ่านต่อน้าาาาขอทำใจที่จะสอบ pat2 ก่อย //นอนตาย
    #1,232
    0
  6. #1231 Silvia Soland (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 22:38
    จ่ายตลาดดุไปแล้ว!
    #1,231
    0
  7. #1230 OMMS (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 21:12
    รอค่ะ!!!!!
    #1,230
    0
  8. #1229 วิ้ปปิ้งครีม (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 21:05
    คาดไม่ถึง555555
    #1,229
    0
  9. #1228 kkp_real (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 21:01
    ขอบคุณนะคะ
    #1,228
    0
  10. #1227 แอลซินอาร์ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 20:56
    รอนะค้าาาา
    #1,227
    0
  11. #1226 BlueBell (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 20:44
    สนุกจ้าขอบคุณ
    #1,226
    0